ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 15 พ.ค. 2553 (16:34) สำหรับน้องๆที่อยากจะเป็นอัยการหรือผู้พิพากษานะจ๊ะ
ก่อนอื่นน้องต้องจบนิติศาสตร์บัณทิตก่อน (การเข้าเรียนนิติศาสตร์นั้นน้องทุกสายสามารถเข้าเรียนได้ค่ะ ไม่ว่าจะสายวิทย์รึสายศิลป์) เมื่อจบนิติศาสตร์บัณฑิตแล้วน้องก้อจะต้องมาเรียนเนติต่ออีกค่ะ ระหว่างที่เรียนเนตินั้นน้องๆบางคนอาจจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก้อได้นะคะ ตามแต่สะดวกค่ะ ที่สำคัญคือน้องๆต้องเรียนจบเนติก่อนค่ะถึงจะมีสิทธิสอบบวกกับคุณสมบัติด้านล่างนี้ด้วยนะคะ
การสอบอัยการผู้ช่วย กับผู้ช่วยผู้พิพากษา ใช้คุณสมบัติเดียวกัน คือ
1 .เป็นนิติศาสตร์บัณฑิต
2 .เป็นสามัญสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา
3 .ต้องมีประสบการณ์ทำงานสายตรงทางกฎหมาย
-เป็นทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ผ่านการว่าความคดีแพ่ง 20 คดี คดีอาญา 20 คดี รวม 40 คดี (สำหรับคนที่เป็นทนาย)
- อายุ 25 ปี ขึ้นไป
- เป็นนิติกรหน่วยงานราชการมาแล้ว 2 ปี (สำหรับคนที่รับราชการ)
ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมลองหาดูจากเว็ปของ อัยการสูงสุดนะคะ
แต่ถ้า ตาม พรบ.ข้าราชการอัยการล่ะ จะต้องเป้นยังงี้ค่ะ
มาตรา ๓๓ ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) (ก) สอบไล่ได้เป็นธรรมศาสตรบัณฑิต หรือนิติศาสตรบัณฑิต หรือสอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.อ. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
(ข) สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และ
(ค) ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นข้าราชการตุลาการ จ่าศาล รองจ่าศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี พนักงานคุมความประพฤติ นายทหารเหล่าพระธรรมนูญ หรือทนายความ หรือได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นตามที่ ก.อ. กำหนด ทั้งนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี และให้ ก.อ. มีอำนาจออกระเบียบกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้นๆ ด้วย
(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๓) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี
(๔) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(๕) เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา
(๖) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(๗) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(๘) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการหรือตามกฎหมายอื่น
(๙) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
(๑๐) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๑๑) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการอัยการ หรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง และ
(๑๒) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.อ. จะได้กำหนดให้ตรวจร่างกายและจิตใจแล้ว และ ก.อ.ได้พิจารณารายงานของแพทย์เห็นว่าสมควรรับสมัครได้
ให้ ก.อ. มีอำนาจวางระเบียบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือกก่อนที่จะรับสมัครได้
มาตรา ๓๔ ให้ ก.อ. มีอำนาจกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกตามมาตรา ๓๓ ตลอดจนวางเงื่อนไขในการรับสมัคร
เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด ให้สำนักงานอัยการสูงสุดเสนอต่อ ก.อ. ให้ ก.อ.จัดให้มีการสอบคัดเลือก เมื่อได้มีการสอบใหม่ และได้ประกาศผลของการสอบแล้วบัญชีสอบคัดเลือกคราวก่อนเป็นอันยกเลิก
มาตรา ๓๕ ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูงให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต่ำลงมาตามลำดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก หากได้คะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับสลากเพื่อจัดลำดับที่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น
ผู้สอบคัดเลือกได้ผู้ใด หากขาดคุณสมบัติหรือลักษณะข้อใดข้อหนึ่งตามมาตรา ๓๓ หรือเป็นบุคคลที่ ก.อ.เห็นว่ามีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการอัยการ ผู้นั้นเป็นอันหมดสิทธิเข้ารับราชการตามผลของการสอบคัดเลือกนั้น
nuch_sang@hotmail.com (IP:125.26.106.88)