|
ความหมายของความสุข
โพสต์เมื่อ:
15:37 วันที่ 24 ม.ค. 2550 ชมแล้ว:
14,537
ตอบแล้ว:
66
ความสุขคืออะไร?
ความสุขของบางคนคือการได้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มคนหมู่มาก ความสุขของบางคนคือการมีสมบัติมหาศาล ความสุขของบางคนคือการได้เล่นสนุก ความสุขของบางคนคือการได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้า ความสุขของบางคนคือการได้แกล้งคนอื่น ความสุขของคุณล่ะคืออะไร? แล้วความสุขที่แท้จริงคืออะไร? ตอบผมสักคำถามได้ไหม มีใครจะตอบอีกไหมครับ ความสุขคือ ความสบายกาย สบายใจ สบายๆๆและสบาย ไปนอนดีก่าจะได้สบาย ...ไม่จบหลอกเด๋วมาอีก...( ) ในที่สุดก้อขุดมาได้ ความสุขคือการที่เรามีสุขคนรอบข้างก็มีสุข ความสุขคือการที่เราได้ทำอะไรให้คนรอบข้างอย่างเต็มใจ ความสุขคือความรักที่เรามีต่อคนๆนั้น ค่อยเป็นห่วงเป็นใย มีสุขก็สุขด้วยมีทุกข์ก็ทุกข์ด้วย ความสุขคือการปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ความสุขคือการเปิดใจให้คนรอบข้าง ของเราเปงอย่างเนี้ยอ่ะ คห.10 *ความสุขคือความรักที่เรามีต่อคนๆนั้น ค่อยเปงห่วงเปงใยเสมอ ถ้าคุณเห็นคนที่คุณรักเป็นทุกข์คุณก็ต้องเป็นทุกข์ไปดว้ยสิครับ มันเป็นแค่ความสุขชั่วคราวเท่านั้น (อีกอย่างใช้ภาษาถูกหน่อยครับ เปน ต้องเขียนเป็น เป็น สิครับ) เออน่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 10 ม.ค. 2551 (18:30) เขียนๆมาหน่อยดิ หมดยุคแห่งคำว่า "เออน่า" แล้ว ทุกคนจักต้องมีซึ่งความคิดวินิจฉัย ยอมรับในสิ่งที่คิดผิด ปล.ดูคล้าย ๆ ลูกหว้า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ม.ค. 2551 (18:41) ลูกกวาด น่าจะใช่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 10 ม.ค. 2551 (19:06) น่ากิน ใช่แน่ ๆ ทอมซ่า ก็คือลูกหว้า ! (ซ่ากับหว้า แถมชอบทำตัวทอม ๆ เหมือนกันอีกด้วย !) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 10 ม.ค. 2551 (19:13) ตามจัยเด้อ ขี้เกียจเถียงแล้ว จัย ต้องเขียนเป็น ใจ สิ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 10 ม.ค. 2551 (19:23) เออน่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 10 ม.ค. 2551 (19:40) อา. . . .ถามแล้วเราก้อตอบแล้ว พี่ศราตอบบ้างดิ ผมขอเสนอว่า การเข้าใจว่าแนวคิดของพุทธะนั้นสอนเน้นแต่เรื่องทุกข์ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แนวทางของพุทธะนั้น เป็นแนวทางแห่งความสุข และศาสนาพุทธนี่เองที่สอนให้เราได้รู้จักกับความสุขที่แท้จริง (1) ความสุขนั้นไม่วุ่นวาย ความสุขต้องนำไปสู่ความสงบสันติ (การปรองดองกัน ช่วยเหลือกัน) ถ้ายังมีความวุ่นวาย(มีความเห็นแก่ตัว แก่งแย่งแข่งขันกัน)อยู่มาก ก็ยังห่างไกลจากความสุขที่แท้จริง การอยู่ด้วยกันของคนหมู่มาก ที่ไม่มีเป้าหมายที่ดีร่วมกัน ไม่มีระเบียบวินัย ก็จะสะท้อนออกมาเป็นความวุ่นวาย ซึ่งยังไม่ใช่สภาวะของความสุขอันประณีต ตัวอย่างเช่น การตั้งกระทู้ การตอบกระทู้ ถ้าเราทำด้วยความวุ่นวาย ไปวุ่นวายกับเรื่องนั้น เรื่องนี้ วุ่นวายกับคนอื่นมากเกินไป เราก็จะไม่ได้รับความสุข การทำบุญ ทำความดีต่างๆเช่นกัน ถ้าทำแล้ววุ่นวาย ก็น่าจะได้บุญ ได้ความดี ได้รับความปิติ ปราโมทย์ที่ลดน้อยลงไป (2) ความสุขนั้นไม่ทำให้เกิดภาวะพึ่งพา ภาวะที่ตกเป็นทาส ภาวะต้องจำยอม ภาวะภายใต้อำนาจหรือเงื่อนไขที่ไม่ชอบไม่ควร ความสุขต้องทำให้เกิดอิสระภาพ การตกเป็นทาสความเจริญทางวัตถุ เป็นทาสของการเสพการบริโภค จึงยังอยู่ห่างไกลจากความสุขที่ประณีต ระบบทุนนิยม ระบบเศรฐกิจปัจจุบัน จึงควรต้องถูกตั้งคำถามอย่างมากว่า นำไปสู่ความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่ (3) ความสุขนั้นต้องทำให้เกิดความสะอาด ความบริสุทธิ์ ห่างไกลจากเครื่องเศร้าหมองต่างๆ ห่างไกลจากการคิด การกระทำที่ไม่ดีไม่งามต่างๆ อาชีพฆ่า/ขายเนื้อสัตว์ ขายเหล้า บุหรี่ เครื่องกล่อม อาชีพแหล่งบันเทิงรื่นรมย์ยามดึกต่างๆ แม้จะเป็นอาชีพที่ถูกกฏหมาย ... แต่ยังมีความดี มีความสะอาดอยู่น้อย ยังห่างไกลจากความสุขที่ประณีตนั่นเอง 4) ความสุขนั้นต้องมีปัญญากำกับ เป็นความสุขที่พัฒนาชีวิต พัฒนาปัญญา และหมุนวนพัฒนาความสุขให้ประณีตยิ่งๆขึ้นไป (จนถึงขั้นสุข ก็ไม่ติดในสุข รู้เท่าทัน พัฒนาจนพ้นอยู่เหนือความสุข) เรามีสิทธิที่จะเสวยสุขที่ได้มาโดยชอบ แต่เราต้องพัฒนาต่อไป ไม่ติดอยู่กับความสุข ความสบาย ต้องพัฒนาให้เกิดปัญญา เกิดคุณธรรม มีความเมตตา กรุณา ดำรงอยู่กับงานกับหน้าที่ที่ชอบให้ดีที่สุด และอยู่บนหนทางแห่งการพัฒนา โดยไม่ประมาท องค์ประกอบของความสุข ทั้ง 4 ประการสรุปได้ด้วยคำ 4 คำ (จากงานเขียนของพระประยุทธ์) 1) สันติ (สงบ ไม่วุ่นวาย) 2) วิสุทธิ (สะอาด บริสุทธิ์ ไม่เศร้าหมอง) 3) วิมุตติ ( อิสระ ) 4) ปัญญา (สว่าง รู้แจ้ง) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 10 ม.ค. 2551 (19:49) ใช้ได้ๆ ลืมไป คห.24 เขียนโดยคุณ MathGuy ครับ ผมขอนำมาโพสต์ไว้ ณ ที่นี้ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |