ใครเคยอ่านเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา ช่วยเข้ามาตอบหน่อยครับ

เพราะกูแพ้ความจมื่นไวย มันจึงเหิมใจทำจองหอง

พ่อลูกแม่ลูกถูกทำนอง ถึงสองครั้งแล้วเป็นแต่เช่นนี้

อ้ายพ่อไปเชียงใหม่มีชัยมา ตั้งตัวดังพระยาราชสีห์

อ้ายลูกเป็นหมื่นไวยทำไมมี เห็นกูนี้คนผิดติดโทษทัณฑ์



1) เหตุใดขุนช้างจึงรำพึงว่า "พ่อลูกแม่ลูกถูกทำนอง ถึงสองครั้งแล้วเป็นแต่เช่นนี้"



2)ถ้าเปรียบพฤติกรรมของนางวันทอง กับพฤติกรรมของหญิงในวรรณคดีอื่น เช่น นางโมรา นางกากี ตัวละครใดสมควรได้รับการตำหนิมากที่สุดเพราะเหตุใด



ข้อสองนี่ผมอยากรู้ว่า นางโมรากับนางกากีเคยทำอะไรไม่ดีไว้เหรอครับ



ใครพอจะตอบได้ก็ช่วยอธิบายให้ผมสั้นๆ ก็ได้ครับ ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจจริงๆ ครับ ข้อ 1 อะครับ


ความคิดเห็นที่ 25


11 ม.ค. 2551 16:11
  1. ใครมีกลอนของขุนช้างตอนขุนช้างถวายฎีกาบ้างคะช่วยส่งให้เราหน่อยได้มั้ย ที่เริ่มว่าจะกว่าวถึงโฉมเจ้าขอบคุณค่ะพรายงาม

ความคิดเห็นที่ 26

11 ม.ค. 2551 16:13
  1. ขอแก้ค่ะพิมผิด ชื่อตอนคือจะกล่าวถึงโฉมเจ้าพรายงาม

ความคิดเห็นที่ 27

11 ม.ค. 2551 16:18
  1. พิมผิดอีกและ ขอโทดค่ะ ชื่อตอนคือขุนช้างถวายฎีกา แต่กลอนเริ่มต้นว่า จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพรายงาม ถ้าใครมีช่วยส่งมาให้เราหน่อยสิขอร้องล่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 29

24 ม.ค. 2551 17:21
  1. หนูกำลังทำโครงงาน ขุนช้างขุนแผนตอนขุนช้างถวายฏีกา อยู่แต่ยังหาข้อมูลไม่ได้ใครมีเรื่องย่อ หรือท่ีแปลแล้วช่วยส่งมาหน่อยนะคะ ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 30

28 ม.ค. 2551 20:25
  1. หวัดดีค่ะ อยากทราบว่าตัวละคร ขุนแผนมีนิสัยอย่างไรอ่าคร๊า พร้อมขอบทกลอนที่บอกลักษณะของตัวละครนั้นอ่าคร๊า ใครรู้ช่วยตอบด่วนเลยนะจ้า คือว่าต้องส่งวันมะรืนนี้อ่าจ้า

ความคิดเห็นที่ 31

29 ม.ค. 2551 16:31
  1. สวัสดีค่ะ ขอความกรุณาบุคคลใดที่สามารถ วิเคราะห์หรือแปล เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ช่วยหน่อยนะค่ะ พอดีจะทำรายงานแต่ยังไม่มีข้อมูลจะส่ง ในเดือน มกราคมนี้ ส่งมาตาม เมล์ที่บอกไว้ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 32

1 ก.พ. 2551 11:13
  1. สวัดีครับ ขอความกรุณาช่วยวิเคราะห์หรือแปล ขุนช้าง:ต้นเหตุที่ทำให้วันทองถูกประหาร ให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ แล้วส่งมาที่ Email:junrorn_karw@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 33

2 ก.พ. 2551 19:41
  1. สวัสดีครับ ขอความกรุณาหน่อยนะครับ คือว่า ผมได้รับมอบหมายงานจากคุณครูให้เขียนเรียงความเรื่องขุนช้างขุนแผน โดยผมต้องการข้อมูลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งผมหาข้อมูลยังไม่ครบ โปรดช่วยผมหน่อยนะครับ แล้วได้โปรดส่งข้อมูลมาที่ E-mail : suriya2008_torfreedom@windowslive.com ของคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 37

19 ก.พ. 2551 15:55
  1. <STRONG>ขุนช้างถวายฎีกา</STRONG> <P><SMALL><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>ฝ่ายขุนช้างร่างฟ้องเสร็จแล้ว ก็มาที่วังใน รออยู่ที่ใต้ตำหนักน้ำ พอสมเด็จพระพันวษาเสด็จกลับวังทางเรือตอนจวนค่ำ ขุนช้างก็ลงลอยคอเข้าถวายฎีกา &nbsp;สมเด็จพระพันวษาเห็นเข้า ก็ทรงพระพิโรธ ให้รับฎีกาไว้ แล้วเอาตัวไปเฆี่ยนสามสิบที จากนั้นให้ตั้งกฤษฎีกาว่า ตั้งแต่นี้ไป ถ้าใครปล่อยให้ใครเข้ามาในล้อมวง ต้องระวางโทษเจ็ดสถาน ถึงประหารชีวิต </FONT></SMALL></P> <P align=left><SMALL><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>ฝ่ายขุนแผนได้อยู่กับนางแก้วกิริยา และนางลาวทองมาด้วยความผาสุข ตกกลางคืนคิดถึงนางวันทอง จึงออกเดินมาที่ห้องนางวันทอง ที่เรือนพระไวย ปลุกนางขึ้นมาสนทนาด้วย ได้พร่ำรำพันถึงความหลัง ที่ตกทุกข์ได้ยากด้วยกันมา นางวันทองแนะนำขุนแผน ให้นำความขึ้นเพ็ดทูลพระพันวษา และไม่ยอมตกเป็นของขุนแผน พอตกดึกก็ฝันไปว่า ถูกพยัคฆ์ตะครุบ คาบตัวไปในป่า ตกใจตื่น แก้ฝันให้ขุนแผนฟัง ขุนแผนได้ฟังก็ใจหาย รู้ว่าฝันร้ายมีอันตราย </FONT></SMALL></P> <DIV align=center> <CENTER> <TABLE cellSpacing=0 cols=2 cellPadding=0 width="80%" border=0> <TBODY> <TR> <TD><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>...ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย</FONT></TD> <TD><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>ฝันร้ายสาหัสตัดตำรา</FONT></TD></TR> <TR> <TD><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล&nbsp;</FONT></TD> <TD><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา</FONT></TD></TR> <TR> <TD><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา&nbsp;</FONT></TD> <TD><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000 size=2>กอดเมียเมินหน้าน้ำตากระเด็น...</FONT></TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER></DIV> <P align=left><FONT face="MS Sans Serif" color=#000000><SMALL><FONT size=2>แต่ก็ปลอบใจนางวันทองว่า เป็นเพราะความวิตก&nbsp; พรุ่งนี้จะแก้เสนียดฝันให้</FONT><BR></SMALL><BR></FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 38

25 มิ.ย. 2551 19:28
  1. ขอเนื้อเรื่อง ขุนช้างขนแผน ตอน ขุนช้างถวายฏีกา

ความคิดเห็นที่ 39

13 ก.ค. 2551 12:45
  1. ไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 40

24 ก.ค. 2551 10:29
  1. ไสยยดสวดม้นเยสใยวบหบ

ความคิดเห็นที่ 41

26 ก.ค. 2551 16:01
  1. อยากได้คำตอบ ไวไวคับ  1.วิเคราะห์ตัวละครในเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน 35 มี 5 ตัวเช่น1.1.ขุนช้าง 2.นางวันทอง 3.พรายงาม 4.ขุนแผน 5.พรพันวษา2.เหตุที่นางวันทองต้องถูกประหารชีวิตมีต้นเหตุมาจากใครขอคำตอบไวไวนะคับ


ความคิดเห็นที่ 44

5 ส.ค. 2551 13:55
  1. เราก็กำลังหาข้อมูล รู้สึกว่ามีแต่คนตั้งคำถาม ไม่มีคำตอบ งั้นเราเอาข้อมูลมาให้ เท่าที่มี ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฏีกา เนื้อเรื่องย่อ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา ฝ่ายพลายงาม เมื่อชนะความขุนช้างแล้ว ก็อยู่มาด้วยความสุข แต่มาคิดว่ายังขาดแต่มารดา เห็นว่าไม่ควรคู่กับขุนช้าง แล้วคิดว่าจะรับแม่กลับมาอยู่กับขุนแผน พอตกค่ำจึงออกเดินทางไปบ้านขุนช้าง สะกดผู้คน ภูตพราย และแก้อาถรรพณ์ แล้วสะเดาะกลอน เข้าไปถึงชั้นสามห้องนอน ถอนสะกดนางวันทอง แล้วเจรจากัน พระไวยแจ้งว่าจะมารับนางวันทองกลับไปบ้าน นางวันทองแนะนำให้นำเรื่องขึ้นกราบทูลพระพันวษา พลายงามไม่เห็นด้วยและจะพาไปให้ได้ นางวันทองจนใจจึงยอมไปกับพระไวย ขุนช้างตื่นขึ้นไม่พบนางวันทอง ให้บ่าวไพร่ค้นหาไม่พบ ฝ่ายพลายงามได้คิดว่า ถ้าขุนช้างรู้ว่าลักนางวันทองมา ก็คงจะนำความขึ้นกราบทูลสมเด็จพระพันวษา มารดาก็จะต้องโทษ คิดแล้วจึงให้หมื่นวิเศษผล ไปหาขุนช้างที่บ้าน ช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องราว อย่าให้ขุนช้างโกรธ ด้วยเป็นคนที่เคยชอบพอกัน โดยให้บอกขุนช้างว่า ตนจับไข้อยู่หลายวัน เกรงว่าแม่ไม่ทันจะเห็นหน้า จึงให้คนไปพาแม่มา พอให้ตนหายไข้แล้ว จะส่งมารดาคืนกลับไป หมื่นวิเศษรับคำแล้วก็รีบไปบ้านขุนช้าง แจ้งเรื่องตามที่พระไวยสั่งมาทุกประการ ขุนช้างได้ฟังก็ทั้งโกรธและแค้น เมื่อข่มความโกรธแล้วก็ตอบไปว่า ไม่เป็นไรเรื่องการเจ็บไข้ ถ้าขัดสนสิ่งไรก็ขอให้มาเอาที่ตนได้ ว่าแล้วก็ปิดหน้าต่างใส่ ด้วยความเดือดดาลและแค้นใจ ฝ่ายขุนช้างร่างฟ้องเสร็จแล้ว ก็มาที่วังใน รออยู่ที่ใต้ตำหนักน้ำ พอสมเด็จพระพันวษาเสด็จกลับวังทางเรือตอนจวนค่ำ ขุนช้างก็ลงลอยคอเข้าถวายฎีกา สมเด็จพระพันวษาเห็นเข้า ก็ทรงพระพิโรธ ให้รับฎีกาไว้ แล้วเอาตัวไปเฆี่ยนสามสิบที จากนั้นให้ตั้งกฤษฎีกาว่า ตั้งแต่นี้ไป ถ้าใครปล่อยให้ใครเข้ามาในล้อมวง ต้องระวางโทษเจ็ดสถาน ถึงประหารชีวิต ฝ่ายขุนแผนได้อยู่กับนางแก้วกิริยา และนางลาวทองมาด้วยความผาสุข ตกกลางคืนคิดถึงนางวันทอง จึงออกเดินมาที่ห้องนางวันทอง ที่เรือนพระไวย ปลุกนางขึ้นมาสนทนาด้วย ได้พร่ำรำพันถึงความหลัง ที่ตกทุกข์ได้ยากด้วยกันมา นางวันทองแนะนำขุนแผน ให้นำความขึ้นเพ็ดทูลพระพันวษา และไม่ยอมตกเป็นของขุนแผน พอตกดึกก็ฝันไปว่า ถูกพยัคฆ์ตะครุบ คาบตัวไปในป่า ตกใจตื่น แก้ฝันให้ขุนแผนฟัง ขุนแผนได้ฟังก็ใจหาย รู้ว่าฝันร้ายมีอันตราย วันรุ่งขึ้น สมเด็จพระพันวษาเสด็จออกว่าราชการ เห็นขุนช้างเข้าเฝ้าอยู่ จึงตรัสว่า เรื่องนางวันทองไม่รู้จบ เมื่อครั้งก่อน เรื่องตกหนักที่นางศรีประจัน ก็ตัดสินไปอยู่กับขุนแผน แต่ทำไมกลับมาอยู่กับขุนช้าง แล้วให้หมื่นศรีไปเอาตัวนางวันทอง ขุนแผนและพระไวยมาเฝ้า ทั้งสามคนได้ฟังความก็ตกใจ ขุนแผนจึงจัดการช่วยเหลือนางวันทองด้วยเวทมนตร์ แล้วจึงพากันไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระพันวษาจึงตรัสถามนางวันทอง ถึงเรื่องราวแต่หนหลัง นางวันทองก็กราบทูลให้ทรงทราบ เมื่อทรงทราบแล้ว ก็กริ้วขุนช้างเป็นกำลัง แล้วตรัสถามนางวันทองต่อไปว่า เวลาล่วงไปแล้วถึงสิบแปดปี แต่ทำไมวันนี้จึงมาได้ นางวันทองก็กราบทูลว่า พระไวยไปรับเมื่อตอนกลางคืน สมเด็จพระพันวษาได้ฟัง ก็ทรงขุ่นเคืองพระไวย ที่ทำตามอำเภอใจเพราะแย่งชิงนางวันทองกัน จึงให้นางวันทองตัดสินใจว่า จะอยู่กับใคร หรือถ้าไม่อยากอยู่กับทั้งสองคน จะเลือกอยู่กับลูกก็ได้ นางวันทองเมื่อถึงคราวจะสิ้นอายุ ไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงกราบทูลเป็นกลางไป หวังจะให้สมเด็จพนะพันวษาตัดสินให้สมเด็จพระพันวษาได้ทรงฟังนางวันทองพูดแล้ว ก็พิโรธยิ่งนัก ตรัสประนามนางวันทองว่าเป็นหญิงหลายใจ อย่าอยู่ให้หนักแผ่นดิน ให้เอาตัวไปฆ่าเสีย ตัวละครในเรื่อง นางวันทอง นางพิมพิลาไลยเป็นหญิงรูปงามแต่ปากจัดเป็นบุตรของพันศรโยธาและนางศรีประจัน ต่อมาได้แต่งงานกับพลายแก้วซึ่งภายหลังมีลูกชายด้วยกัน คือ พลายงาม และได้เปลี่ยนชื่อเป็นนางวัน ต่อมานางถูกแม่บังคับให้แต่งงานใหม่กับขุนช้างทำให้ถูกประนามว่าเป็นหญิงสองใจ นางวันทองเป็นคนที่ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ เมื่อมีคดีฟ้องร้องถึงสมเด็จพระพันวษา ซึ่งพระองค์ให้นางเลือกว่าจะอยู่กับใครแต่นางตัดสินใจไม่ถูกจึงถูกสั่งประหารชีวิต นางวันทองมีลักษณะสาวชาวบ้านจึงเป็นคนซื่อ ไม่ค่อยฉลาดเท่าใดนัก ทำอะไรก็ทำตามประสาหญิงชาวบ้าน แต่สังคมไทยมีความจำกัดให้ผู้หญิงอยู่ในกรอบของประเพณี จึงทำให้ดูเหมือนว่านางวันทองไม่รักนวลสงวนตัว อย่างไรก็ตาม นางวันทองก็ยังมีภาพลักษณ์ด้านดีที่เห็นได้ชัด คือ ความละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการรับรู้ถึงความดีของผู้อื่นที่ปฏิบัติต่อนาง ดังจะเห็นได้จาก ถึงแม้นางจะไม่ได้รักขุนช้างแต่ด้วยความดีของขุนช้างและความผูกพันที่อยู่กันมา 15 ปี ทำให้นางเป็นห่วงเป็นใยความทุกข์สุข และความรู้สึกของขุนช้างไม่น้อย นางวันทองยังเป็นแม่ที่ดี คือเมื่อเห็นลูกกำลังกระทำผิดก็ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย ดังจะเห็นได้จากตอนที่พลายงามบุกขึ้นเรื่อนขุนช้างในยามวิกาล นอกจากนี้นางวันทองยังเป็นคนกล้าที่จะยอมรับชะตากรรมของตัวเอง มีน้ำใจเมตตา และให้อภัยโดยไม่เคียดแค้น ขุนแผน ขุนแผนเดิมชื่อพลายแก้วเป็นบุตรของขุนไกรพลพ่ายและนางทองประศรีมีรูปร่างหน้าตางดงามคมสัน สติปัญญาเฉลียวฉลาด ด้วยลักษณะนิสัยเป็นคนเจ้าชู้และมีคารมคมคาย จึงง่ายต่อการพิชิตใจหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของพลายแก้ว มีดาบฟ้าฟื้นเป็นอาวุธประจำตัว พาหนะคู่ใจคือม้าสีหมอก ได้บวชเณรและเรียนวิชาที่วัดส้มใหญ่ แล้วย้ายไปเรียนต่อที่วัดป่าเลไลยจนสุดท้ายไปเป็นศิษย์สมภารคง วัดแค มีความรู้ทางโหราศาสตร์ ปลุกผี อยู่ยงคงกระพันคาถามหาละลวยทำให้ผู้หญิงรักตลอดจนวิชาจากตำรับพิชัยสงคราม และยังมีความสามารถเทศนได้ไพเราะจับใจอีกด้วย ต่อมาสึกจากเณรแล้วแต่งงานกับนางพิมพาลาไลย ไม่นานก็ถูกเรียกตัวไปเป็นแม่ทัพรบกับเชียงใหม่ ครั้นได้ชัยชนะกลับมาก็ได้เป็นขุนแผนแสนสะท้านแต่ปรากฎว่าภรรยาแต่งงานใหม่กับขุนช้าง ภายหลังขุนแผนต้องโทษถูกจำคุกถึง ๑๕ ปี จึงพ้นโทษ และทำสงครามกับเชียงใหม่อีกครั้งเมื่อชนะกลับมาก็ได้ตำแหน่งเป็นพระสุรินทรฤาไชย เจ้าเมืองกาญจนบุรี. ขุนช้าง ขุนช้างมีลักษณะรูปชั่วตัวดำหัวล้านมาแต่กำเนิด นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นบุตรของขุนศรีวิชัยและนางเทพทองซึ่งมีฐานะร่ำรวยมาก ขุนช้างแม้จะเกิดมาเป็นลูกเศรษฐีแต่ก็อาภัพถูกแม่เกลียดชังเพราะอับอายที่มีลูกหัวล้าน จึงมักถูกแม่ด่าว่าอยู่เสมอและไม่ว่าจะเดินไปทางใดก็จะเป็นที่ขบขันล้อเลียนของชาวบ้านทั่วไปเสมอ พอเป็นหนุ่มก็ได้นางแก่นแก้วเป็นภรรยาอยู่ด้วยกันได้ปีกว่านางก็ตาย จึงหันมาหมายปองนางพิมพิลาไลยแต่นางไม่ยินดีด้วยและได้แต่งงานกับพลายแก้ว แต่ขุนช้างก็ยังไม่ลดความพยายามคงใช้อุบายจนได้แต่งงานกับนางสมใจปรารถนา ข้อดีของขุนช้าง คือรักเดียวใจเดียวและเลี้ยงดูนางวันทองเป็นอย่างดีทำให้นางวันทองเริ่มเห็นใจขุนช้าง สมเด็จพระพันวษา สมเด็จพระพันวษา เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ยุคนี้เป็นยุคที่บ้านเมืองเจริญรุ่งรือง มีความอุดมสมบูรณ์ราษฎรทั้งหลายอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข บรรดาประเทศใกล้เคียงก็อ่อนน้อม เพราะยำเกรงบารมี สมเด็จพระพันวษามีนิสัยโกรธง่าย จะเห็นได้จากตอนที่ ให้นางวันทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร นางมีความลังเล เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับใคร พระพันวษา ทรงโกรธจึงรับสั่งให้ประหารชีวิต แต่พระองค์ก็นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความยุติธรรมต่อพวกทหาร เสนาอำมาตย์ และราษฎรพอสมควร เมื่อมีคดีฟ้องร้องกัน ก็จะให้มีการไต่สวน และพิสูจน์ความจริง พลายงาม พลายงาม มีตำแหน่งราชการเป็น จมื่นไวยวรนาถ ซึ่งมักเรียกสั้นๆ ว่า พระไวย หรือหมื่นไวย เป็นลูกของขุนแผนกับนางวันทอง แต่ไปคลอดที่บ้านของขุนช้าง ยิ่งโตพลายงามก็ยิ่งละหม้ายคล้ายขุนแผนมาก มีอุปนิสัยความสามารถคล้ายขุนแผน ข้อดีของพลายงามคือมีความสามารถในการออกรบทำศึกสงคราม พลายงามมีความกตัญญู ตอนที่พลายงามไปช่วยพ่อขุนแผนที่คุกโดยอาสาขอให้พ่อขุนแผนไปทัพด้วยและได้ชัยชนะกลับมา ทำให้พระพันวษายกโทษให้ ข้อเสียของพลายงาม คือ เป็นถึงขุนนางแต่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม คือตอนที่ว่าพลายงามบุกขึ้นเรื่อนขุนช้างในยามวิกาลเพื่อที่จะลักพาตัวแม่วันทองมาอยู่ด้วยทำให้ขุนช้างโกรธจึงฟ้องถวายฎีกาและยังมีความเจ้าชู้ ตอนที่ว่าพลายงามได้นางสร้อยฟ้าและนางศรีมาลาเป็นเมีย แต่เจ้าชู้น้อยกว่าขุนแผน คุณค่าด้านวรรณศิลป์ สะท้อนถึงอารมณ์โกรธแค้นและสะเทือนใจ ...ยิ่งคิดเดือดดาลทะยานใจ ฉวยได้กระดานชะนวนมา ร่างฟ้องท่องเทียบให้เรียบร้อย ถ้อยคำถี่ถ้วนเป็นหนักหนา... มีการพรรณณาถึงเรื่องฝันร้าย ...ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย ฝันร้ายสาหัสตัดตำรา พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา กอดเมียเมินหน้าน้ำตากระเด็น... ใช้ถ้อยคำเกิดความเศร้าสะเทือนใจสงสารในชะตากรรมของตัวละคร ...วันนี้แม่จะลาพ่อพลายแล้ว จะจำจากลูกแก้วไปสูญสิ้น พอบ่ายก็จะตายลงถมดิน ผินหน้ามาแม่จะขอชม เกิดมาไม่เหมือนกับเขาอื่น มิได้ชื่นเชยชิดสนิทสนม... ...ร่ำพลางนางกอดพระหมื่นไวย น้ำตกไหลซบเซาไม่เงยหน้า ง่วงหงุบฟุบลงกับพสุธา กอดลูกยาแน่นิ่งไม่ติงกาย ฯ การบรรยายโวหาร ฟ้าขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดมฆสิ้น จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมิ้นว่านยาเข้าทาตัว เชิงเปรียบเทียบ อีวันทองตัวมันเหมือนแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลียว ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้ สัมผัสแบบกลอนแปด ครานั้นพระองค์ทรงธรณินทร์ หาได้ยินวันทองทูลขึ้นไม่ พระตรัสความถามซักไปทันใด ฤามึงไม่รักใครให้ว่ามา กวีแทรกอารมณ์ขันในการแต่ง ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้ ขัดใจลุกขึ้นทั้งแก้ผ้า แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ต้ว ยายจันงันงกยกมือไหว้ นั่นพ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูน่ากลัว ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ คุณค่าด้านสังคม แสดงค่านิยมและความเชื่อของคนในสังคมสมัยอยุธยาซึ่งแม้ว่าจะไม่อาจประเมินข้อเท็จจริงทางสังคมได้เช่นเดียวกันกับเอกสารทางประวัติศาสตร์ แต่วรรณคดีเรื่องนี้ก็เป็นภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นโลกทัศน์ของครอบครัวขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ว่ามีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างสุดสูงเพียงใด สะท้อนให้ว่าในสังคมสมัยนั้นกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชยึ่งมีอำนาจอยู่เหนือกฎหมายและสะท้อนให้เห็นในสมัยนั้นจะมีการตีฆ้องบอกเวลาและจะมีเรื่องเกี่ยวความเชื่อเช่นเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ คาถาอาคม เรื่องโชคชะตาดวงของคน คำอธิบายศัพท์ 1. ทรามสวาดิ เป็นที่รัก 2. ตกว่า ราวกับว่า 3. ฏีกา คำร้องทุกข์ที่ยื่นถวายพระเจ้าแผ่นดิน 4. เพรางาย เวลาเช้า และเวลาเย็น 5. เมรุไก ภูเขา 6. ร้องเกน ร้องตะโกนดังๆ 7. สะเดากลอน ทำให้กลอนประตูหลุดออกได้ด้วยคาถาอาคม 8. แหงนเถ่อ ค้างอยู่ 9. อุธัจ ตกประหม่า 10. มินหม้อ เขม่าดำที่ติดก้นหม้อ 11. ส่งทุกข์ เข้าสวม 12. ขี้ครอก ลูกของข้าทาส 13. เครื่องอาน เครื่องกิน 14. จวงจันทน์ เครื่องหอมที่เจือด้วยไม้จวงและไม้จันทน์ 15. ฉวยสบเพลง บังเอิญถูกจังหวะ เครดิต ไม่รู้อ่ะ เพราะว่าเราเซฟ .doc มา ก็เลยไม่รู้ว่าเครดิตอะไร

ความคิดเห็นที่ 45

5 ส.ค. 2551 13:57
  1. หนังสือ Davance มีข้อมูลแบบยิบๆ นะ คัยมีเพื่อนเรียนอยู่ก็ลองถามดู

ความคิดเห็นที่ 46

25 ส.ค. 2551 16:28
  1. หน้าแรกบอกว่าพลายงาม - คิดถึงแม่ ตอนนี้แม่อยู่กับขุนช้างพลายงามจึงย่องไปหาแม่เวลากลางคืนขณะที่แม่นอนอยู่ด้วยความโกรธจึงด่าลับหลังให้กับขุนช้าง


ความคิดเห็นที่ 47

4 ก.ย. 2551 20:32
  1. ขอบคุงนะคะ... ความคิดเห็นที่ 44 ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 49

22 ก.ย. 2551 22:45
  1. ขอบคุณความคิดเห็นที่44มากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 50

26 ก.ย. 2551 03:49
  1. เนื้อเรื่องย่อ เรื่องขุนช้างขุนแผน  ตอน  ขุนช้างถวายฎีกา               ฝ่ายพลายงาม เมื่อชนะความขุนช้างแล้ว ก็อยู่มาด้วยความสุข แต่มาคิดว่ายังขาดแต่มารดา เห็นว่าไม่ควรคู่กับขุนช้าง แล้วคิดว่าจะรับแม่กลับมาอยู่กับขุนแผน  พอตกค่ำจึงออกเดินทางไปบ้านขุนช้าง สะกดผู้คน ภูตพราย และแก้อาถรรพณ์ แล้วสะเดาะกลอน เข้าไปถึงชั้นสามห้องนอน ถอนสะกดนางวันทอง แล้วเจรจากัน พระไวยแจ้งว่าจะมารับนางวันทองกลับไปบ้าน นางวันทองแนะนำให้นำเรื่องขึ้นกราบทูลพระพันวษา พลายงามไม่เห็นด้วยและจะพาไปให้ได้ นางวันทองจนใจจึงยอมไปกับพระไวย  ขุนช้างตื่นขึ้นไม่พบนางวันทอง ให้บ่าวไพร่ค้นหาไม่พบ ฝ่ายพลายงามได้คิดว่า ถ้าขุนช้างรู้ว่าลักนางวันทองมา ก็คงจะนำความขึ้นกราบทูลสมเด็จพระพันวษา มารดาก็จะต้องโทษ คิดแล้วจึงให้หมื่นวิเศษผล ไปหาขุนช้างที่บ้าน ช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องราว อย่าให้ขุนช้างโกรธ ด้วยเป็นคนที่เคยชอบพอกัน โดยให้บอกขุนช้างว่า ตนจับไข้อยู่หลายวัน เกรงว่าแม่ไม่ทันจะเห็นหน้า จึงให้คนไปพาแม่มา พอให้ตนหายไข้แล้ว จะส่งมารดาคืนกลับไป    หมื่นวิเศษรับคำแล้วก็รีบไปบ้านขุนช้าง แจ้งเรื่องตามที่พระไวยสั่งมาทุกประการ ขุนช้างได้ฟังก็ทั้งโกรธและแค้น เมื่อข่มความโกรธแล้วก็ตอบไปว่า ไม่เป็นไรเรื่องการเจ็บไข้ ถ้าขัดสนสิ่งไรก็ขอให้มาเอาที่ตนได้ ว่าแล้วก็ปิดหน้าต่างใส่ ด้วยความเดือดดาลและแค้นใจ ฝ่ายขุนช้างร่างฟ้องเสร็จแล้ว ก็มาที่วังใน รออยู่ที่ใต้ตำหนักน้ำ พอสมเด็จพระพันวษาเสด็จกลับวังทางเรือตอนจวนค่ำ ขุนช้างก็ลงลอยคอเข้าถวายฎีกา  สมเด็จพระพันวษาเห็นเข้า ก็ทรงพระพิโรธ ให้รับฎีกาไว้ แล้วเอาตัวไปเฆี่ยนสามสิบที จากนั้นให้ตั้งกฤษฎีกาว่า ตั้งแต่นี้ไป ถ้าใครปล่อยให้ใครเข้ามาในล้อมวง ต้องระวางโทษเจ็ดสถาน ถึงประหารชีวิต ฝ่ายขุนแผนได้อยู่กับนางแก้วกิริยา และนางลาวทองมาด้วยความผาสุข ตกกลางคืนคิดถึงนางวันทอง จึงออกเดินมาที่ห้องนางวันทอง ที่เรือนพระไวย ปลุกนางขึ้นมาสนทนาด้วย ได้พร่ำรำพันถึงความหลัง ที่ตกทุกข์ได้ยากด้วยกันมา นางวันทองแนะนำขุนแผน ให้นำความขึ้นเพ็ดทูลพระพันวษา และไม่ยอมตกเป็นของขุนแผน พอตกดึกก็ฝันไปว่า ถูกพยัคฆ์ตะครุบ คาบตัวไปในป่า ตกใจตื่น แก้ฝันให้ขุนแผนฟัง ขุนแผนได้ฟังก็ใจหาย รู้ว่าฝันร้ายมีอันตราย        วันรุ่งขึ้น สมเด็จพระพันวษาเสด็จออกว่าราชการ เห็นขุนช้างเข้าเฝ้าอยู่ จึงตรัสว่า เรื่องนางวันทองไม่รู้จบ เมื่อครั้งก่อน เรื่องตกหนักที่นางศรีประจัน ก็ตัดสินไปอยู่กับขุนแผน แต่ทำไมกลับมาอยู่กับขุนช้าง แล้วให้หมื่นศรีไปเอาตัวนางวันทอง ขุนแผนและพระไวยมาเฝ้า ทั้งสามคนได้ฟังความก็ตกใจ ขุนแผนจึงจัดการช่วยเหลือนางวันทองด้วยเวทมนตร์ แล้วจึงพากันไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระพันวษาจึงตรัสถามนางวันทอง ถึงเรื่องราวแต่หนหลัง นางวันทองก็กราบทูลให้ทรงทราบ เมื่อทรงทราบแล้ว ก็กริ้วขุนช้างเป็นกำลัง แล้วตรัสถามนางวันทองต่อไปว่า เวลาล่วงไปแล้วถึงสิบแปดปี แต่ทำไมวันนี้จึงมาได้ นางวันทองก็กราบทูลว่า พระไวยไปรับเมื่อตอนกลางคืน สมเด็จพระพันวษาได้ฟัง ก็ทรงขุ่นเคืองพระไวย ที่ทำตามอำเภอใจเพราะแย่งชิงนางวันทองกัน จึงให้นางวันทองตัดสินใจว่า จะอยู่กับใคร หรือถ้าไม่อยากอยู่กับทั้งสองคน จะเลือกอยู่กับลูกก็ได้ นางวันทองเมื่อถึงคราวจะสิ้นอายุ ไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงกราบทูลเป็นกลางไป หวังจะให้สมเด็จพนะพันวษาตัดสินให้สมเด็จพระพันวษาได้ทรงฟังนางวันทองพูดแล้ว ก็พิโรธยิ่งนัก ตรัสประนามนางวันทองว่าเป็นหญิงหลายใจ อย่าอยู่ให้หนักแผ่นดิน ให้เอาตัวไปฆ่าเสียอันนี้ก็ก๊อปมาอีกทีอ่ะนะ พอจะช่วยๆได้ไม๊อ่ะมะค่อยถนัดภาษาไทยด้วยดิ


ความคิดเห็นที่ 51

9 พ.ย. 2551 12:15
  1. ขอบคุณครับรักนะคนที่แปลให้


ความคิดเห็นที่ 52

22 พ.ย. 2551 02:24
  1. ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 56

27 ม.ค. 2552 07:08
  1. ขอเนื้อเรื่องแบบไม่ย่อได้รึป่าวอ่านไม่เข้าใจ


ความคิดเห็นที่ 58

11 มี.ค. 2552 09:02
  1. อยากวิเคาระห์ไห้หน่อยน่ะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 59

16 พ.ค. 2552 12:08
  1. แพร.จร้าดีทุกคน.....น้า.....เก่งทุกคนเยย......หวาดดี


ความคิดเห็นที่ 60

23 พ.ค. 2552 23:12
  1. อยากรู้ว่า จะเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียของทุกฝ่าย

    ขอความคิดที่หลากหลายนะคะ


ความคิดเห็นที่ 61

25 มิ.ย. 2552 22:47
  1. เราอยากได้เนื้อร้อยแก้วขุนช้างขุนแผนที่สุนทรภู่้แต่งง่า หายากมากเลย ไปเว็บไหนก็มีแต่ขายหนังสือ เซ็ง บางเว็บมีจดหมายลูกโซ่อีกตะหาก - -* เราเขียนแช่งไปและ ถ้าใครมีเขียนส่งมาที่เมล์เราหน่อยนะงับ แต๊งกิ๊ว จากใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 63

29 ก.ค. 2552 10:13
  1. หวัดดิครับทุกคนที่มาลงไว จากคนที่รักแล้วเจ็บ

ความคิดเห็นที่ 64

9 ส.ค. 2552 18:34
  1. 1. บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 มี 4 ตอน คือ 1.1 พลายแก้วได้นางพิม 1.2 พลายแก้วได้เป็นขุนแผนและขุนช้างได้นางวันทอง 1.3 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างและได้นางแก้วกิริยา 1.4 ขุนแผนพานางวันทองหนี 2. บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 3 มี 2 ตอน คือ 2.1 ขุนช้างขอนางพิม 2.2 ขุนช้างตามนางวันทอง 3. สำนวนของสุนทรภู่ มี 1 ตอน คือ 3.1 กำเนิดพลายงาม 4. สำนวนของครูแจ้ง มี 5 ตอน คือ 4.1 กำเนิดกุมารทอง 4.2 ขุนแผนแก้พระท้ายน้ำ 4.3 ขุนแผนและพลายงามจับพระเจ้าเชียงใหม่ 4.4 ขุนแผนและพลายงามยกทัพกลับ 4.5 จระเข้เถรขวาด

ความคิดเห็นที่ 65

17 ส.ค. 2552 09:38
  1. ช่วยด้วยค่ะอยากรู้ว่า ขุนช้างถวายฎีกา  แสดงถึงวัฒนธรรม/ประเพณีอะไรบ้างขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 66

23 ส.ค. 2552 18:15
  1. บทเสภา : พลายงามถวายตัวบทเสภา : พลายงามอาสาทำศึกเมืองเชียงใหม่ขอเดชะพระกรุณาฝ่าละออง ดอกไม้ธูปเทียนทองของพลายงามจงไปดีมาดีศรีสวัสดิ์ พ้นพิบัติเสี้ยนหนามความเจ็บไข้จะขอรองมุลิกาพยายาม พลางกราบสามทีสดับตรับโองการให้ศัตรูพ่ายแพ้แก่ฤทธิไกรมีชัยได้เวียงเชียงใหม่มา4.2.2 การบ้านการเรือนของลูกผู้หญิง ลูกผู้หญิงจะต้องได้รับการฝึกฝนการบ้านการเรือน เพื่อให้เป็นกุลสตรีที่เพรียบพร้อม ดังตัวอย่างจากบทเสภา ตอนที่ พระเจ้ากรุงไกรและองค์ราชินีสอนพระธิดา ความว่า4.2.2 อีกอย่างการงานคร้านทั้งนั้น ทั่นว่าเมียอุบาทว์ชาติกาลีอันหญิงดีที่เป็นภรรยา กำหนดไว้ในตำราว่าเป็นสี่4.2.3 การศึกษาเล่าเรียนของลูกผู้ชาย ลูกผู้ชายจะต้องเรียนวิชาภาษาไทย ภาษาบาลี คาถาอาคม อันเป็นประโยชน์ตามความนิยมในสังคมไทยสมัยก่อน ยายทองประศรีบอกกับพลายงาม ความว่า4.2.3 “ทั้งขอมไทยได้สิ้นก็ยินดี เรียนคัมภีร์พุทธเพทพระเวทมนตร์”“หนึ่งได้ศึกษาวิชาชาญ เป็นแก่นสารคือคุณอุดหนุนตัว”4.2.4 การเคารพผู้ใหญ่ สมัยก่อนการทำความเคารพผู้ใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้ผู้ใหญ่เอ็นดู การทำความเคารพจึงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ดังเสภาว่า“เจ้าออแก้วประนมก้มกราบไหว้ ท่านผู้ใหญ่ลูบหลังแล้วสั่งสอน”4.3 ประเพณี4.3.1 ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต หมายถึง ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของบุคคลตั้งแต่แรกเกิดจนตาย ประเพณีเหล่านี้ล้วนจัดกระทำขึ้นในแต่ละช่วงของชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ ทั้งสิ้น นับตั้งแต่การเตรียมการเกิด การโกนจุด การบวช การแต่งงาน การตาย และการทำศพ4.3.1.1 ประเพณีการเกิด ในสมัยโบราณวิทยาการด้านการแพทย์ยังไม่เจริญเหมือนปัจจุบัน ฉะนั้นอันตรายจากการเกิดจึงมีมาก ด้วยเหตุนี้จึงเกิดประเพณีและความเชื่อกันมากมายเพื่อป้องกันเหตุร้ายอันอาจเกิดมีขึ้นแก่หญิงมีครรภ์จึงมีหมอตำแยเพื่อช่วยทำคลอด เช่น เมื่อจวนใกล้จะคลอดต้องตามหมอตำแยมาช่วยทำการคลอด เมื่อเด็กคลอดออกมาถึงพื้นเรียกว่า “ตกฟาก” ต้องจดเวลาของเด็กไว้เพราะเชื่อตามหลักโหราศาสตร์ว่าเวลาตกฟากมีความสำคัญต่อตั้งชื่อการทำนายเรื่องโชคชะตาในชีวิตของเด็กดังตัวอย่างจากบทเสภา ตอนที่ ทองประศรีคลอดพลายแก้วแล้วตั้งชื่อตามเวลาตกฟาก ปีขาลวันอาคารเดือนห้า ตกฟากเวลาสามชั้นฉายกรุงจีนเอาแก้วอันแพรวพราย มาถวายพระเจ้ากรุงอยุธายาให้ใส่ยอดพระเจดีย์ใหญ่ สร้างไว้แต่เมื่อครั้งกรุงหงสาเรียกวัดเจ้าพระยาไทยแต่ไรมา ให้ชื่อว่าพลายแก้วผู้แววไวส่วนแม่ของเด็กนั้นเมื่อคลอดแล้วต้อง “นอนไฟ หรือ อยู่ไฟ” เพื่อรักษาตัว ดังเสภา ว่าเอาขึ้นใส่อู่แล้วแกว่งไกว แม่เข้านอนไฟให้ร้อนทั่วเดือนนึงออกไฟไม่หมองมัว ขมิ้นแป้งแต่ตัวน่าเอ็นดู4.3.1.2 ประเพณีการทำขวัญ การจัดพิธีทำขวัญเด็ก พ่อแม่จะจัดบายศรีและเครื่องบัตรพลีสำหรับสังเวยพระภูมิเจ้าที่ เสร็จแล้วก็ทำขวัญ แล้วเอาสายสิญจน์มาเสกผูกข้อมือเด็กทั้ง 2 ข้าง เรียกว่า “ผูกขวัญ” แล้วให้ศีลให้พรตามประเพณี เพื่อเป็นการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งเป็นการแนะนำสมาชิกใหม่ของครอบครัวให้วงศาคณาญาติรู้จัก ในเสภากล่าวถึง ตอนทำขวัญพลายแก้ว ไว้ว่าจัดแจกแขกนั่งเป็นวงกลม พงศ์พันธุ์พร้อมอยู่ทั้งปู่ย่ายกบายศรีแล้วโห่ขึ้นสามลา เวียนแว่นไปมาโห่เอาชัยศรีศรีวันนี้ฤกษ์ดีแล้ว เชิญขวัญพลายแก้วอย่าไปไหนขวัญมาอยู่สู่กายให้สบายใจ ชมช้างม้าข้าไททั้งเงินทอง4.3.1.3 ประเพณีการโกนจุก เมื่อเด็กอายุเข้าสู่วัยรุ่น คือ ชายอายุ 13 ปี หญิงอายุ 11 ปี พ่อแม่ก็จะจัดพิธีโกนจุก เพื่อเป็นการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และเป็นการแสดงว่าเข้าสู่วัยรุ่น ในเสภาขุนช้างขุนแผนกล่าวถึงโกนจุกพลายงาม ตอนที่ ทองประศรีทำพิธีโกนจุกพลายแก้วไว้ดังนี้ทองประศรีดีใจได้ฤกษ์ยาม ได้สิบสามปีแล้วหลานแก้วกูจะโกนจุกสุกดิบขึ้นสิบค่ำ แกทำน้ำยาจีนต้มต้นหมู4.3.1.4 ประเพณีการบวช สำหรับเด็กผู้ชายพ่อแม่อาจจะให้ไปศึกษาหาความรู้กับพระที่วัดด้วยการนำตัวไปบรรพชาเป็นสามเณร จนมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงจะจัดประเพณีการบวช หรืออุปสมบทเป็นพระภิกษุ คนไทยถือว่าการบวชเป็นการอบรมบ่มนิสัย ฉะนั้นผู้ที่บวชเป็นพระแล้วจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบัณฑิตหรือเป็นคนสุกที่ได้รับการบ่มเพาะด้วยหลักธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว ก่อนบวชมีการลาอุปสมบทเพื่อให้ญาติมิตรมีโอกาสอนุโมทนาส่วนบุญและได้กุศล คือได้แสดงความชื่นชมยินดีในการทำบุญของผู้อื่น นอกจากนี้ยังให้ผู้บวชได้มีโอกาสขอขมาโทษผู้อื่นที่ตนเคยล่วงเกินไว้ให้อโหสิกรรมด้วย สำหรับเรื่องขุนช้างขุนแผนในตอนที่ทองประศรีบวชเณรพลายแก้วที่วัดส้มใหญ่ กวีได้กล่าวไว้ว่า ตอนที่ ทองประศรีพาพลายแก้วมาบวชที่วัดส้มใหญ่ ความว่าท่านเจ้าขาฉันพาลูกมาบวช ช่วยเสกสวดสอนให้เป็นแก่นสารด้วยขุนไกรบิดามาถึงกาล จะได้อธิษฐานให้ส่วนบุญ4.3.1.5 ประเพณีการแต่งงาน การแต่งงานถือเป็นการตั้งวงศ์ตระกูลและสืบต่อให้รุ่งเรืองสืบไป ปัจจุบันยังคงประกอบพิธีตามขั้นตอน ในเสภาพิธีเริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นสู่ขอ ตอนเรียกสินสอดทองหมั้น ตอนปลูกเรือนหอ ตอนยกขันหมาก ตอนพิธีสวดมนต์ซัดน้ำ และตอนส่งตัว ดังกวีกล่าวไว้ว่า ตอน นางศรีประจันเรียกสินสอด เสภาว่า“ข้าจะให้ลูกข้าสิบห้าชั่ง ขันหมากมั่งน้อยมากไม่จู้จี้ผ้าไหว้สำรับหนึ่งพอดี หอมีห้าห้องฝากระดาน”แต่เมื่อสังคมปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป การอยู่กันก่อนแต่ง หรืออยู่กินกันโดยไม่เข้าพิธีแต่งงาน จึงถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามากในสังคมปัจจุบัน4.3.1.6 ประเพณีการตาย พิธีแรกคือ การอาบน้ำศพ เชื่อกันว่าเพื่อชำระสิ่งสกปรกให้ผู้ตายนำวิญญาณที่บริสุทธิ์ไปสู่สุคติ โบราณมีการอาบน้ำศพเพื่อให้สะอาดอย่างแท้จริง แต่ปัจจุบันจัดทำเพียงรดน้ำที่มือของผู้ตายเท่านั้น นอกจากนี้ในปากผู้ตายนิยมใส่เงินไว้โดยมีความเชื่อความคติโบราณว่าเพื่อให้ผู้ตายนำไปให้ผู้รักษาประตูของภพอื่น หรือให้เป็นข้อคิดว่าตอนมีชีวิตอยู่ต้องดิ้นรนแสวงหาทรัพย์ ตายไปแล้วเอาอะไรไปไม่ได้เลย เป็นข้อควรพิจารณาเพื่อขจัดความโลภ การตั้งศพสวดพระอภิธรรม การทำบุญเลี้ยงพระ และจัดพิธีเผาศพ เมื่อเผาเสร็จมีการเก็บอัฐิเพื่อบรรจุไว้ในเจดีย์หรือนำไปลอยน้ำ เช่น ตอนทำศพนางวันทอง เสภา ว่าเกือบจะบ่ายชายแสงสุริยัน ขุดศพนั้นอาบน้ำและชำระยกศพใส่หีบพระราชทาน เครื่องอานแต่งตั้งเป็นจังหวะปี่ชวาร่ำร้องกลองชนะ นิมนต์พระให้นำพระธรรมไปพลายชุมพลนุ่งขาวใส่ลอมพอก โปรยข้าวตอกออหน้าหาช้าไม่4.3.2 ประเพณีเกี่ยวกับเทศกาล วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผนกล่าวถึงประเพณีเกี่ยวกับเทศกาลไว้ 2 อย่าง คือ ประเพณีในเทศกาลสงกรานต์ และสารทไทย ดังนี้4.3.2.1 เทศกาลสงกรานต์ ในสมัยก่อนเราถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันที่ 13-14-15 เมษายนของทุกปี ตอนเช้าจะมีการทำบุญที่วัด ตอนบ่ายอาจมีการก่อพระทราย และการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ตนเองและเป็นการทำบุญร่วมกันตามความเชื่อที่ตนมีต่อศาสนาและพร้อมกะนนี้ก็มักจะจัดให้มีการสนุกสนานรื่นเริงใจควบคู่กับไปด้วย ดังความในคำกลอนที่ว่าทีนี้จะกล่าวถึงเรื่องเมืองสุพรรณ ยามสงกรานต์คนนั้นก็พร้อมหน้าจะทำบุญให้ทานการศรัทธา ต่างมาที่วัดป่าเลไลยก์หญิงชายน้อยใหญ่ไปแออัด ขนทรายเข้าวัดอยู่ขวักไขว่ก่อพระเจดีย์ทรายเรี่ยรายไป จะเลี้ยงพระกะไว้ในพรุ่งนี้4.3.2.2 เทศกาลสารทไทย วันสารทไทยนี้ตรงกับวันแรม 10 ค่ำเดือนสิบ ก่อนถึงวันสารทไทย ชาวบ้านจะจัดหาข้าวของสำหรับไปทำบุญที่วัด แต่ของที่ทุกคนนิยมจัดหาไปเหมือนๆ กัน คือ กระยาสารทและกล้วยไข่ เพื่อไปทำบุญที่วัด และทำพิธีบังสุกุลกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและเพื่อความสามัคคีในระหว่างเพื่อนบ้าน เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนกล่าวถึงการทำบุญในเทศกาลสารทไทยไว้ว่าอยู่มาปีระกาสัปตศก ทายกในเมืองสุพรรณนั่นถึงเดือนสิบจวนสารทยังขาดวัน คิดกันจะมีเทศน์ด้วยศรัทธา4.3.3 ประเพณีเกี่ยวกับศาสนา ประเพณีเกี่ยวกับศาสนาที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน คือ ประเพณีการเทศน์มหาชาติ การเทศน์มหาชาติ มีความเชื่อว่า การได้มีโอกาสฟังเทศน์ มหาชาติครบ 13 กัณฑ์ ในหนึ่งวันถือว่าเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ นับว่าเป็นภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่มาก ว่าถ้ามนุษย์สามารถฟังเทศนามหาชาติ ที่มีตัวอย่างเช่น พระเวสสันดร ซึ่งมีความตั้งใจ ว่าจะให้ทานทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สมบัติ ลาภยศ ลูกเมีย คนใดก็ตามที่ละสิ่งเหล่านี้ได้ย่อมมีคุณอันยิ่งใหญ่ต่อตนเองและผู้อื่น สำหรับวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผนได้กล่าวถึงประเพณีการเทศน์มหาชาติว่าจัดให้มีในเดือน 10 เพื่อทำเนื่องกับเทศกาลสารทไทย กวีได้กล่าวถึงการประกอบพิธีกรรมของชาวบ้านว่าอยู่มาปีระกาสัปตศก ทายกในเมืองสุพรรณนั่นถึงเดือนสิบจวนสารทยังขาดวัน คิดกันจะมีเทศน์ด้วยศรัทธาพระมหาชาติทั้งสิบสามกัณฑ์ วัดป่าเลไลยก์นั้นพระวัดหน้าตาปะขาวเฒ่าแก่แซ่กันมา พร้อมกันนั่งปรึกษาที่วัดนั้นบ้างก็รับเอาทศพรหิมพานต์ บ้างก็รับเอาทานกัณฑ์นั่น4.4 ความเชื่อ จากวรรณกรรมขุนช้างขุนแผน ภาพสังคมวัฒนธรรมของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในระยะเวลาดังกล่าว “ความเชื่อและไสยศาสตร์” ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในสังคมไทย ความเชื่อลักษณะนี้จะปรากฏเด่นชัดในการประกอบพิธีธรรม เพราะพิธีกรรมต่าง ๆ จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้งยังได้รับความเชื่อถือจากคนทุกชั้น ดังนั้น เรื่องราวของขุนช้างขุนแผนจึงกำหนดให้ตัวละครต้องเกี่ยวข้องกับความเชื่อและไสยศาสตร์เกือบตลอดทั้งเรื่อง การพิจารณาเรื่อง “ความเชื่อและไสยศาสตร์” ที่ปรากฏในเรื่องขุนช้างขุนแผน” จึงน่าจะช่วยให้เรามองเห็นความเชื่อและวิธีแก้ปัญหาของคนไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้โดยอ้อม4.4.1 ความฝัน สำหรับความเชื่อที่ปรากฏมากที่สุดในเรื่องขุนช้างขุนแผน ได้แก่ ความเชื่อเรื่องความฝัน ซึ่ง “ความฝัน” ที่ปรากฏในเรื่อง มักจะเป็นความฝันเพื่อบอกเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ใหญ่ ๆ ได้แก่1.ฝันดี เช่น นางทองประศรีฝันว่าได้แก้ว ต่อมาก็ตั้งครรภ์ พอคลอดลูกออกมาเป็นชาย ก็ตั้งชื่อว่า พลายแก้ว หรือขุนแผน พระเอกของเรื่อง2.ฝันร้าย เช่น นางวันทองฝันว่ามีคนมาทำร้ายพลายงาม ซึ่งสอดคล้องกับ เหตุการณ์ที่ขุนช้างลวงพลายงาม ลูกชายของวันทองที่เกิดจากขุนแผนไปฆ่าในป่า เนื่องจากรู้สึกอับอาย ที่ผู้คนต่างพากันล้อเลียน4.4.2 ลางสังหรณ์ ความเชื่ออีกประเภทหนึ่งที่ปรากฏ ได้แก่ “ความเชื่อเรื่องลางสังหรณ์” ส่วนใหญ่ “ลางสังหรณ์” ที่ปรากฏในเรื่องจะเป็นลางร้าย มากกว่า ลางดี เช่น นางวันทองเห็นแมงมุมกำลังทุ่มอกตัวเอง เมื่อคราวที่ พลายงามกำลังจะถูกขุนช้างฆ่าอยู่กลางป่า หรือตอนที่ขุนแผนกำลังจะเอาดาบฟันขุนช้างขณะที่ขุนช้างนอนหลับอยู่ ก็มีจิ้งจกร้องทักขึ้น ขุนแผนจึงได้สติ มิได้ฆ่าขุนช้าง ตัวอย่าง เสภา ตัวอย่าง ลางร้ายที่เณรพลายแก้วเจองู ความว่าก้างลงอัฒจันทร์ถึงชั้นล่าง งูเห่าหางเลื้อยฟู่ชูหัวร่อนแผ่แม่เบี้ยขวางหนทางจร เณรเห็นสังหรณ์เป็นลางร้าย4.4.3 ไสยศาสตร์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่1.ไสยขาว เป็นไสยศาสตร์ที่มิได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เช่น การดูเมฆเพื่อหาฤกษ์ยาม2.ไสยดำ จัดเป็นเดรัจฉานวิชา เป็นไสยศาสตร์ที่มุ่งทำร้ายผู้อื่น สำหรับ ไสยศาสตร์ประเภทนี้ที่ปรากฏในเรื่อง ได้แก่ การทำเสน่ห์ โดยเฉพาะ “การฝังรูปฝังรอย” เช่น ตอนที่เถนขวาดทำเสน่ห์ให้พลายงามมารักนางสร้อยฟ้า ภรรยาน้อย เป็นต้น4.4.4 เครื่องราง เช่น ผ้าซิ่น หรือ ตะกรุด ก็เช่นเดียวกัน เรามักพบหลักฐานเกี่ยวกับการ "ใช้" ตะกรุดและเครื่องราง ในงานวรรณกรรมไทยหลายต่อหลายเรื่อง เช่น ขุนช้างขุนแผน


ความคิดเห็นที่ 67

23 ส.ค. 2552 18:16
  1. 5 คุณค่าภูมิปัญญา5.1 ภูมิปัญญาที่มีแนวโน้มจะเลือนหายไปจากปัจจุบัน- การทำคลอดโดยหมอตำแย เนื่องจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพมาก ทั้งตัวยาที่มีคุณภาพหรือจำนวนหมอที่มีความสามารถมีมากขึ้น ดังนั้นหมอตำแยแบบโบราณซึ่งเป็นภูมิปัญาญาท้องถิ่นจึงมีแนวโน้มที่จะเลือนหายไป หมอตำแยในอดีตสามารถเปรียบเปรยได้ว่าเป็นต้นแบบของตำรวจไทยในเรื่องของการทำคลอด ดังข่าวที่ตำรวจทำคลอดให้หญิงมีครรภ์ในรถแท็กซี่- การโกนจุก ปัจจุบันแฟชั่นได้เข้ามามีอิทธิพลในสังคมสมัยใหม่เป็นอย่างมากพ่อแม่สมัยใหม่จึงไม่นิยมให้ลูกไว้จุก เนื่องจากไม่ทันสมัย ดังนั้นเมื่อไม่มีเด็กไม่ไว้จุก พิธีการโกนจุกจึงมีแนวโน้มที่จะเลือกหายไป- การอยู่ไฟ เนื่องด้วยปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากนั้น รวมถึงวิถีชีวิตที่เร่งรีบในการทำงาน ทำให้วิธีการอยู่ไฟของหญิงหลังคลอดในอดีตเรือนหายไป5.2 ภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่าง เช่น- ประเพณีการบวช เพื่อให้ลูกผู้ชายได้บวชเรียน ศึกษาวิชาความรู้ ศึกษาพระธรรม ชำระจิตใจ- ประเพณีการตาย เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติว่าไม่ให้ทำชั่ว ตายไปก็เอาอะไรไปด้วยไม่ได้- ประเพณีการแต่งงาน เป็นการทำพิธีเพื่อแสดงให้สังคมรับรู้ว่าชายหญิงได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามประเพณี นั่นคือกุศโลบายเพื่อประกาศว่าผู้ที่แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน คนอื่นจะได้ไม่มาคิดผิดลูกผิดเมีย- การเลี้ยงบอนไซ เนื่องจากสามารถทำรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ จึงมีการสืบทอดมาถึงปัจจุบัน5.3 ภูมิปัญญาที่ควรส่งเสริมและพัฒนาเพื่อสร้างโอกาส5.3.1 ภูมิปัญญาจากวรรณกรรม ทางตรง ที่ควรส่งเสริมและพัฒนาเพื่อสร้างโอกาสส้มลิ้ม หรือที่รู้จักกันในปัจจุบันว่า ส้มแผ่น ควรพัฒนาในเรื่องของรูปแบบของตัวผลิตภัณฑ์และมูลค่าเพิ่ม เช่น ทำเป็นวงกลมขนาดพอดีคำแล้วใส่ชาเขียวเพื่อสุขภาพ ห่อด้วยกระดาษแก้วทุกชิ้น รวมถึงคิดแพ็คเกจจิ้งที่มีดีไซน์ใหม่ ๆ ชวนให้น่าซื้อ ซึ่งจะเห็นได้จากรูปแบบของแพ็คเกจจิ้งของขนมญี่ปุ่นที่มีรูปแบบสวยงามน่าซื้อบอนไซ เป็นศิลปะของการย่อส่วนต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่มาเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก โดยมีกิ่งก้านสาขารูปทรงเหมือนธรรมชาติเดิม มาปลูกในภาชนะที่มีขนาดแบนหรือเล็กที่เหมาะสมกับลำต้น ทำให้ดูแล้วสัดส่วนเข้ากันดี เนื่องจากบอนไซเป็นศิลปะที่สวยงาม สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้5.3.2 ภูมิปัญญาจากวรรณกรรม ทางอ้อม ที่ควรส่งเสริมและพัฒนาเพื่อสร้างโอกาส การเลี้ยงบอนสี เกิดจาการผูกเรื่องราวของบอนสีกับวรรณกรรมโดยการเชื่อมโยงบุคลิกตัวละครจากวรรณกรรมให้ตรงตามลักษณะบอนสี ปัจจุบันบอนสายพันธุ์เก่า ๆ เช่น บอนในตระกูลขุนช้างขุนแผน ได้แก่บอนขุนแผน บอนขุนช้าง บอนเถรกวาด และบอนแก้วกิริยา เริ่มหายากมากขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมการเลี้ยงบอนสีในลักษณะการสะสมและอนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธุ์ โดยโยงใยไปสู่การทำเป็นอาชีพ จนกลายเป็นอาชีพอย่างมั่นคงเพื่อส่งขายให้ทั้งภายในและต่างประเทศ จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัวและชุมชนได้ภาพวาด ของจักรพันธุ์ โปษยกฤต ส่วนใหญ่จะได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมไทย เรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งนับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาทางด้านศิลป์ ที่ต่อยอดมาจากวรรณกรรมขุนช้างขุนแผน ซึ่งสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้การจัดทัวร์สถานที่ทางภูมิศาสตร์ เรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นสถานที่มีอยู่จริงๆ ในบ้านเมืองเรา จึงควรนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงวรรณกรรม เช่น จัดทัวร์ เที่ยว..สุพรรณบุรี..ดินแดนกำเนิดวรรณกรรมขุนช้าง-ขุนแผน ซึ่งมี วัดป่าเลไลยก์ คุ้มขุนช้าง ที่น่าดูชม 6 บทสรุปการศึกษาเรื่องราวต่างๆ จากวรรณกรรมย่อมได้ข้อมูลที่แสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยในอดีตได้อย่างแท้จริง กระบวนวรรณกรรมไทยทั้งหมดเสภาขุนช้างขุนแผน สะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี ความเชื่อ ศิลป การปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษา การศาล ศาสนา การคมนาคม ภูมิศาสตร์ ความเป็นอยู่ชีวิตในสังคมและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายของคนไทยในระดับชั้นธรรมดาสามัญภูมิปัญญาท้องถิ่นมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะที่เป็นรูปธรรม คือ การทำพิธีกรรมต่างๆ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงตามเหตุการณ์ที่สำคัญของชีวิต และในลักษณะที่เป็นนามธรรม คือ ความรู้ ความเชื่อ วิธีการประพฤติปฏิบัติตน เริ่มตั้งแต่ประเพณีการเกิด เป็นการทำพิธีเพื่อให้หญิงมีครรภ์คลอดลูกง่ายและปลอดภัยทั้งมารดาและทารก ประเพณีการทำขวัญ เป็นการทำพิธีเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลและเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ประเพณีการโกนจุกเป็นการทำพิธีเพื่อเปลี่ยนสถานภาพจากวัยเด็กเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ประเพณีการบวช เป็นการทำพิธีเพื่อให้เด็กผู้ชายได้ศึกษาวิชาความรู้และศีลธรรมจรรยาจากพระสงฆ์ที่วัด ประเพณีการแต่งงาน เป็นการทำพิธีเพื่อแสดงให้สังคมรับรู้ว่าชายหญิงได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามประเพณี และเป็นวิธีการสืบเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้คงอยู่ต่อไป ประเพณีการตาย เป็นการทำพิธีโดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้วิญญาณของผู้ตายไปสู่โลกหน้าอยู่มีความสุข ภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนอื่นๆ ในสังคมคนกับธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเป็นกระบวนการทางความคิดในการสร้างแบบแผนการดำเนินชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจจิตใจของคนให้มั่นคง เข้มแข็ง เกิดความสบายใจและเพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ให้สามารถอยู่รวมกันได้อย่างมั่นคงปลอดภัย และสงบสุขข้อสำคัญ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ปรากฏในวรรณกรรม ยังนำมาทำประโยชน์เพื่อการดำรงชีพ โดยสามารถโยงใยไปสู่การทำเป็นอาชีพ จนกลายเป็นอาชีพอย่างมั่นคงเพื่อส่งขายให้ทั้งภายในและต่างประเทศ นำมาซึ่งรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


ความคิดเห็นที่ 68

26 ส.ค. 2552 17:50
  1. อยากได้ตอนกำเนิดพลายงามมากกว่านะคะ [tex]สุดท้ายนี้ขอบอกว่า รักนะ จุ๊บุ จุ๊บุ

ความคิดเห็นที่ 69

16 ก.ย. 2552 19:41
  1. ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับเนื้อเรื่องย่อที่นำมาแบ่งปันกันวันนี้ครูให้การบ้านมา พอมาค้นหาก็ช่วยได้มากเลยขอบคุณมากๆเลยนะคะ


ความคิดเห็นที่ 70

19 ก.ย. 2552 13:06
  1. น่าจะมีตอนกำเนิดพลายงาม


ความคิดเห็นที่ 71

22 ก.ย. 2552 19:42
  1. ช่วยถอดบทนี้หน่อยค่ะ เจ้าพลายงามความแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล แล้วกราบกรานมารดาด้วยอาลัย ............. PLEASE

ความคิดเห็นที่ 75

30 มิ.ย. 2553 17:58
  1. นักเรียนจะเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องอย่างไรจึงจะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียของทุกฝ่าย

ความคิดเห็นที่ 77

23 ส.ค. 2553 21:31
  1. ๏ จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เกรงเนื้อความนั่งนึกตรึกตรองอยู่ อ้ายขุนช้างสารพัดเป็นศัตรู ถ้ามันรู้ว่าลักเอาแม่มา มันจะสอดแนมแกมเท็จ ไปกราบทูลสมเด็จพระพันวษา ดูจะระแวงผิดในกิจจา มารดาก็จะต้องซึ่งโทษภัย คิดแล้วเรียกหมื่นวิเศษผล เอ็งเป็นคนเคยชอบอัชฌาสัย จงไปบ้านขุนช้างด้วยทันใด ไกล่เกลี่ยนเสียอย่าให้มันโกรธา ช่วยแปลให้หน่อยนะคะ และส่งมาที่ Ploy_ii-@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 78

22 พ.ค. 2554 21:07
  1. เห็นคนนอนล้อมอ้อมเป็นวง ประตูลั่นมั่นคงขอบรั้วกั้น กองไฟสว่างดังกลางวัน หมายสำคัญตรงมาหน้าประตู จึงร่ายนมตรามหาสะกด เสื่อมหมดอาถรรพ์ที่ฝังอยู่ ภูตพรายนายขุนช้างวางวิ่งพรู คนผู้ในบ้านก็ซานเซอะ ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ นอนทับคว่ำหงายก่ายกันเปอะ จี่ปลาคาไฟมันไหลเลอะ โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี ใช้พรายถอดกลอนถอนลิ่ม รอยทิ่มถอดหลุดไปจากที่ ย่างเท้าก้าวไปในทันที มิได้มีใครทักแต่สักคน มีแต่หลับเพ้อละเมอฝัน ทั้งไฟกองป้องกันทุกแห่งหน ช่วยแปลบทนี้ทีสิคับบ พรุ่งนี้ส่งอาจารย์อะ ช่วยทีนะคับบ

ความคิดเห็นที่ 79

27 ส.ค. 2557 11:44
  1. ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา รุ้สึกว่านางวันทองน่าสงสารมาก ต้องตายทั้งๆที่ตัวเองไม่ผิดอะไรเลย ทำให้รู้ว่าความสำคัญของผู้หญิงในสมัยก่อนมีน้อยมาก

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น