อยากได้เรื่องย่อๆทั้ง 10 ชาติในทศชาติชาดกครับ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

อยากได้เรื่องย่อๆทั้ง 10 ชาติในทศชาติชาดกครับ

โพสต์เมื่อ: 00:51 วันที่ 5 ธ.ค. 2544         ชมแล้ว: 95,459 ตอบแล้ว: 47
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อยากได้เรื่องย่อๆทั้ง 10 ชาติในทศชาติชาดกครับ


....(203.155.35.91)





จำนวน 46 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 ต.ค. 2544 (00:42)
พระเจ้าสิบชาติ เป็นชาติสำคัญที่บำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ ใน 550 พระชาติของพระองค์ โดยมีหลักจำคือ หัวใจพระเ้จ้าสิบชาติดังนี้


เต - เตมีย์ใบ้ พูดถึงเรื่องของพระเตมีย์ซึ่งเป็นใบ้


ชะ - พระมหาฃนก เรื่องความอดทน


สุ - สุวรรณสาม เคารพ กตัญญู


เน - เนมินราช


มะ - มโหสถชาดก


ภู - ท้าวภูริทัต


จะ - จันทรกุมาร


นา - พระนารถ


วิ - วิฑูร


เวส - เวสสันดรชาดก บำเพ็ญทานบารมี




สำหรับเรื่องย่อนั้นผมว่าไปอ่านเนื้อหาดีกว่า เนื่องจากจะได้แง่คิด ถึงไม่อยากใส่ไว้ในนี้ ..

โซน (IP:202.133.136.78)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ธ.ค. 2544 (00:25)
แบบว่า ว่างไปนิดดดด เห็น อัพเดทหน้าเด็กศิลป์ เลย ขอโพสต์ซะหน่อย เดี๋ยวไม่ครึกครื้น


---------------------------------------------


พระเตมีย์


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระเตมีย์


ทรงบำเพ็ญเนกขัมบารมี


พระเจ้ากาสีและพระนางจันทาเทวี แห่งเมืองพาราณสีไม่มีพระโอรสพระธิดาพระะนางจันทาเทวีทรงตั้งสัตยาธิษฐานให้


พระอุโบสถศีลที่พระนางรักษาส่งผลให้ได้พระโอรส แรงอธิษฐานของพระนางทำให้ท้าวสักกเทวราช ต้องเสด็จไปอ้อนวอน


ให้เทพบุตรโพธิสัตว์ ซึ้งกำลังจะจุติ (ตาย) จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มาเกิดเป็นพระโอรสของพระนาง ไม่นาน พระนางก็ทรงครรภ์ ยังความปลาบปลื้มปิติแก่พระเจ้ากาสี ข้าราชบริพารและชาวเมืองเป็นอย่างยิ่ง วันที่พระโอรสประสูตินั้นเกิดฝนตกตลอดทั้งแคว้น ความแห้งแล้งหายไป หมู่ไม้นานาพันธุ์สดชื่นพรโอรสจึงได้พระนามว่า พระเตมีย์ (ผู้ทำให้เกิดความชุ่มฉ่ำ)


พระกุมารเตมีย์ทรงน่ารัก พระฉวีวรรณผุดผ่อง ทรงเลี้ยงง่าย พระบิดาทรงคัดเลือกแม่นมที่มีลักษณะดี ให้เลี้ยงดูพระกุมารถึง 64 คน เมื่อพระเตมีย์มีพระชนมายุเพียง 1 เดือน บรรทมอยู่บนพระเพลาของพระบิดา ซึ่งกำลังพิพากษาความผิดของโจร ทำให้พระองค์


ทรงระลึกชาติได้ว่า เคยเกิดเป็นกษัตรย์ครองเมืองนี้อยู่ 20 ปี ตัดสินประหารชีวิตผู้คนมาไม่น้อยตายแล้วส่งผลให้ตกนรกเป็นเวลานาน พระองค์ร้อนพระทัย หาทางพ้นจากตำแหน่งกษัตริย์ เทพธิดานางหนึ่งเคยเป็นพระมารดาของพระเตมีย์ในอดีตชาติ ยังคงติดตาม


รักษาพระองค์อยู่ ได้บอกอุบายให้พระองค์ทำเป็นเด็กพิการง่อยเปลี้ยเสียขา หูหนวก เป็นใบ้ พระองค์กระทำตามตั้งแต่นั้นมา


พระเจ้ากาสีทรงพยายามทดลองพระโอรสด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ให้อดอาหาร เผาที่ประทับ ปล่อยช้างและงูให้มาจะทำร้าย ให้บรรทมอยู่กับอุจจาระ บรรทมบนความร้อน ให้หญิง รุ่นสาวมาเล้าโลม เป็นต้น แต่พระโอรสก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร จนพระเตมีย์


มีพระชนมายุ 16 พรรษา โหรทำนายทายทักว่า พระเตมีย์เป็นตัวเสนียดจัญไร ให้ฝังทั้งเป็น พระเจ้ากาสีทรงจำยอมให้ทำตามโหรหลวง พระนางจันทาเทวี ทรงขอเวลา 7 วัน พระนางพร่ำอ้อนวอนให้พระเตมีย์เลิกทำตัวพิการ แต่ก็ไร้ผลพระเตมีย์สุดแสนสงสารและ


สะเทือนพระทัยยิ่งนัก แต่ก็อดกลั้นเอาไว้ จนนายสุนันทสารถีรับพระองค์ไปฝังนอกเมือง


นายสารถีตั้งใจจะขับรถม้ามุ่งหน้าออกประตูเมืองทางทิศตะวันตก แต่กลับไปออกประตูเมืองทางทิศตะวันออกหยุดรถที่ป่าใหญ่


ด้วยเข้าใจว่าเป็นป่าช้าผีดิบ เขาเปลืองเครื่องทรงพระเตมีย์ออก แล้วลงไปขุดหลุม พระเตมีย์เสด็จลงจากรถลองพระกำลังโดยยกรถม้า


ขึ้นเหวี่ยงเหนือพระเศียร แล้วเสด็จไปหาสารถีตรัสสั่งให้กลับไปกราบทูลพระเจ้ากาสีและพระเจ้าจันทาเทวีทรงทราบเรื่องราว


สำหรับพระองค์จะออกบวช เมื่อพระเจ้ากาสีและพระนางจันทาเทวีทรงทราบ รับสั่งให้จัดขบวนพร้อมเชิญชวนชาวเมืองไปเข้าเฝ้า


พระเตมีย์ พระดาบสเตมีย์แสดงธรรมให้ทุกคนฟัง พระบิดาพระมารดาและทุกคนเลื่อมใสขอบวชอยู่ด้วย ไม่นานนักก็บรรลุฌาน


สมาบัติ เมื่อมรณาภาพแล้วไปเกิดบนพรมโลก





คนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอดทน อดกลั้น และรู้จักรอเวลา

WTC (IP:130.159.54.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 6 ธ.ค. 2544 (00:26)
พระมหาชนก


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระมหาชนก


ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี


พระเจ้าอริฏฐชนิกแห่งเมืองมิถิลา ทำสงครามพ่ายแพ้พระเจ้าโปลชนิกพระอนุชา และสวรรคตในที่รบ ขณะนั้นพระมเหสีทรง


พระครรภ์ เสด็จลี้ภัยไปอยู่เมืองกาฬจัมปาก์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมิถิลาถึง 5,120 กิโลเมตร พราหมณ์ทิศาปาโมกข์รับพระนางไปอยู่ด้วย


พระนางประสูติพระโอรส และให้พระนามตามพระอัยกาว่า มหาชนก เมื่อพระมหาชนกเจริญพระชันษาขึ้นมักถูกเพื่อน ๆ ล้อว่า


เป็นเด็กกำพร้า พระมหาชนกทรงถามความเป็นจริงจากพระมารดา ครั้นรู้ความจริง พระองค์ ตั้งพระทัยศึกษาศิลปวิทยาเพื่อกลับไปแก้


แค้นแทนพระบิดา


ต่อมา พระมหาชนกตัดสินพระทัยเดินทางไปเมืองมิถิลาโดยเดินทางค้าขายทางเรือ ไปพร้อมกับพ่อค้าคนอื่นๆ 700 ลำเรือแล่นมา


ได้ 3 วัน ก็เกิดพายุใหญ่ เรือทั้งหมดอับปางลง พ่อค้าคนอื่น ๆ จมน้ำตาย หรือไม่ก็ถูกปลาร้ายฮุบกินส่วนพระมหาชนกทรงปีนขึ้นบน


เสากระโดง กำหนดทิศทางเมืองมิถิลาแล้วกระโดดไปตกไกลจากเรือจึงพ้นปลาร้าย พระองค์เพียรว่ายน้ำอยู่กลางทะเลถึง 7 วันก็ถึงวัน


อุโบสถพอดี พระองค์สมาทานศีล วันนั้นนางมณีเมขลาเทพธิดาผู้ตรวจดูทะเลเหาะมาพบเข้าเห็นพระมหาชนกมีความเชื่อมั่นในความเพียร


พยายาม จึงสงสาร อุ้มพาเหาะไปไว้ในอุทยานเมืองมิถิลา


พระเจ้าโปลชนกประชวรสวรรคต เมืองมิถิลาจึงว่างกษัตริย์ มีเพียงพระธิดาสีวลี ปุโรหิตจึงทำพิธีเสี่ยงรถหาคู่ให้พระธิดาราชรถวิ่ง


มาหยุดอยู่ที่พระมหาชนกซึ่งบรรทมหลับในอุทยานปุโรหิตและมหาชนกพร้อมใจกันอภิเษกให้พระมหาชนกเป็นกษัตริย์แห่งเมืองมิถิลา


ทรงพระนามว่า พระเจ้ามหาชนก พระองค์ส่งอำมาตย์ไปรับพระมารดา และพราหมณ์ทิศาปาโมกข์มาอยู่ด้วยอย่างมีความสุข


พระเจ้ามหาชนกทรงเห็นสัจธรรมจากต้นมะม่วง 2 ต้น ต้นหนึ่งมีผลดก อีกต้นหนึ่งมีกิ่งใบดก ต้นมะม่วงที่มีผลดกถูกเก็บผลจน


กิ่งหักเสียหาย เหมือนความเป็นกษัตริย์ ส่วนต้นมะม่วงที่มีใบดกไม่มีผลไม่ได้รับอันตรายใด ๆ เหมือนความเป็นนักบวช พระทัยของพระ


องค์มอบราชกิจให้แก่พระโอรสผู้มีพระนามว่า ทีฆาวุและอำมาตย์ส่วนพระองค์เสด็จออกทรงผนวชเป็นนักบวชไม่ว่าพระนางสีวลี


และชาวเมืองจะขอร้องอย่างไรก็ตาม





ความพากเพียรนำไปสู่ความสำเร็จได้นั้นต้องเป็นความเพียรที่ประกอบด้วยความรัก


ความเข้าใจและความมุ่งมั่นต่องานอย่างแท้จริง

WTC (IP:130.159.54.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ธ.ค. 2544 (00:27)
พระสุวรรณสาม


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระสุวรรณสาม


ทรงบำเพ็ญเมตตาบารมี


ชายหนุ่มทุกุละกับหญิงสาวปาริกา ต่างเป็นบุตรของนายพรานเนื้อ พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายต้องการให้แต่งงานกัน แต่ทั้งสอง


เห็นว่าการมีคู่เป็นทุกข์ เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็แต่งงานกัน แล้วชวนกันออกบวชเป็นดาบสอยู่ในป่าหิมพานต์วันหนึ่งท้าวสักกเทวราช


รู้ว่าดาบสทั้งสองจะตาบอด จึงลงมาและบอกให้มีบุตร โดยให้ดาบสทุกุละลูบท้องดาบสินีปาริกาพร้อมกับตั้งจิตปรารถนาขอให้ได้บุตร


ต่อมาไม่นาน ดาบสินีปาริกาก็ตั้งครรภ์แล้วคลอดบุตรเป็นชาย มีผิวพรรณเหลืองสวยเหมือนทองคำจึงตั้งชื่อว่า สุวรรณสาม


เมื่อสุวรรณสามเติบโตเป็นชายหนุ่ม มีอายุได้ 16 ปี วันหนึ่งดาบสดาบสินีออกไปเก็บผลไม้ ตอนเย็นเกิดฝนตกหนักจึงเข้าหลบ


ฝนข้างจอมปลวกใต้ต้นไม้ งูเห่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในจอมปลวกพ่นพิษใส่ตาดาบสทั้งสองทำให้ตาบอดสนิท สุวรรณสามเห็นผิดเวลาจึง


ออกตามหาจนมาพบเข้า ได้ปลอบโยนแล้วพากลับอาศรม


สุวรรณสามผูกเชือกโยงจากอาศรมไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นราวให้บิดามารดาจับเดินไป ตั้งแต่นั้นมาสุวรรณสามได้ปรนนิบัติ


เลี้ยงดูบิดามารดาเป็นอย่างดี


พระเจ้าปิลยักษ์ กษัตริย์เมืองพาราณสี โปรดการล่าเนื้อในป่าหิมพานต์ตามลำพัง เย็นวันหนึ่งพระองค์เสด็จมาถึงแม่น้ำมิคสัมมตา เห็นสุวรรณสามมีฝูงสัตว์ป่าอยู่ด้วยอำนาจเมตตาบารมี พระเจ้าปิลยักษ์ทรงประสงค์จะรู้ว่าเป็นใคร เทพหรือนาคจึงยิงศรถูกสุวรรณสาม สุวรรณสามได้รับความเจ็บปวดอย่างแรงกล้า แต่ไม่โกรธผู้ยิงหรือเกรงกลัวความตาย แต่กลับคร่ำครวญห่วงใยบิดามารดาพระเจ้าปิลยักษ์


ทรงสอบถามจนทราบเรื่องราว ทำให้พระองค์ทรงสำนึกผิด และให้สัญญากับสุวรรณสามว่า จะสละราชสมบัติมาปรนนิบัติเลี้ยงดูดาบส


ดาบสินีแทน สุวรรณสาม สุวรรณสามกล่าวฝากฝังบิดามารดาแล้วก็สลบไป


พระเจ้าปิลยักษ์เสด็จไปที่อาศรม ดาบสดาบสินีรู้ว่าไม่ใช่สุวรรณสาม พระองค์จึงต้องสารภาพและพาดาบสทั้งสองไปยังที่สุวรรณสาม


นอนสลบอยู่ ดาบสประคองศีรษะสุวรรณสามส่วนดาบสินีประคองเท้า แล้วทั้งสองก็ร้องไห้คร่ำครวญ ดาบสินีรู้สึกว่าร่างกายของสุวรรณ


สามยังมีไออุ่นอยู่จึงรู้ว่ายังไม่ตายดาบสทั้งสองจึงตั้งสัตยาธิษฐาน ด้วยบุญกุศลที่สุวรรณสามปรนนิบัติเลี้ยงดูบิดามารดา ทำให้พิษและ


บาดแผลหายได้


สุวรรณสามพลิกฟื้นขึ้น เทพธิดาสุนทรีซึ่งเคยเป็นมารดาสุวรรณสามในอดีตชาติ และคอยดูแลคุ้มครองสุวรรณสามอยู่ก็ตั้งสัตยาธิษ


ฐานขึ้นบ้าง สุวรรณสามก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมกันนี้ ดวงตาของดาบสดาบสินีก็คืนดีดังเดิมอีกด้วย สุวรรณสาม


กล่าวให้โอวาทพระเจ้าปิลยักษ์ให้กระทำดีต่อพระชนกชนนี พระมเหสี พระโอรสธิดา ข้าราชบริพาร ชาวเมือง บำรุงสมณพราหมณ์ เมตตา


สัตว์นานาชนิด และประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ





คนมีเมตตา คือ คนที่มีความรัก และปราถนาดี ทั้งแก่คนที่เป็นมิตรและศัตรู

WTC (IP:130.159.54.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ธ.ค. 2544 (00:30)
พระเนมิราช


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระเจ้าเนมิราช


ทรงบำเพ็ญอธิฐานบารมี




พระเจ้าเนมิราช เป็นกษัตริย์สืบเชื้อสายมาแต่ราชวงศ์ของพระเจ้ามฆเทวะ ซึ่งมีกษัตริย์สืบ


เชื้อสายกันมาถึง 84,000 พระองค์ ครองราชสมบัติแห่งเมืองมิถิลา แคว้นวิเทหะพระองค์


ทรงยินดีในการบริจาคทาน โปรดให้สร้างโรงทาน 5 แห่ง ที่ประตูเมืองทั้ง 4 ด้าน และกลาง


เมืองอีก 1 แห่ง นอกจากนี้ พระองค์ยังแสดงธรรมชักชวนชาวเมืองทำบุญ ให้ทานรักษษศีล


พระองค์มีความสงสัยว่าการให้ทาน กับการรักษาศีลอย่างไหนมีผลมากกว่ากัน





ในคืน 15 ค่ำ วันหนึ่ง ท้าวสักกเทวราชเสด็จมาถึงห้องบรรทม และได้ตรัสตอบว่า การรักษา


ศีลมีผลมากกว่าการให้ทาน เพราะการให้ทานส่งผลให้เกิดได้แต่ในสวรรค์ แต่การรักษาศีล


ส่งผลให้ไปเกิดได้ถึงพรหมโลก การให้ทานและการรักษาศีลต่างเป็นความ ดีจึงควรทำควบ


คู่กันไป




เทพทั้งหลายได้ทราบเรื่องพระเจ้าเนมิราชจากท้าวสักกะจึงทูลขอให้พระองค์อัญเชิญพระเจ้า


เนมิราชมายังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท้าวสักกะทรงใช้ให้มาตลีเทพบุตรขับเวชยันตราชรถมารับ


พระเจ้าเนมิราช ขณะที่พระองค์ประทับอยู่มหาปราสาทท่ามกลางหมู่อำมาตย์ และ


ข้าราชบริพาร พระเจ้าเนมิราชทรงรับคำเชิญ ขึ้นประทับเวชยันตราชรถ มาตลีเทพบุตรพา


พระองค์เที่ยวชมขุมนรก 15 ขุม คือ เวตรณีนรก นรกสุนัข นรกคูถ นรกน้ำเหลืองน้ำ


หนอง นรกเบ็ด นรกภูเขาเหล็กแดง นรกบ่อไฟ นรกสัตว์น่าเกลียด เป็นต้น แล้วมาตรี เทพบุตร


ก็นำพระองค์ไปชมสวรรค์ บันดาลให้สวรรค์ทุกชั้นปรากฏให้เห็นหลังจากนั้นก็นำเข้าเฝ้าท้าวสักกะ ณ สุธรรมาเทวสภา ท้าวสักกะเชิญชวน


ให้พระเจ้าเนมิราชเสวยทิพยสมบัติอยู่กับพระองค์ พระเจ้าเนมิราชทรงปฏิเสธ ขอกลับไป


สร้างบุญกุศลของพระองค์ เองให้มาก




เมื่อพระเจ้าเนมิราชเสด็จกลับมา พระองค์ตรัสเล่าเรื่องนรกสวรรค์ และผลการกระทำให้ข้า


ราชบริพารและชาวเมืองได้ฟัง ทำให้ทุก


คนยึดมั่นในการทำความดีมากยิ่งขึ้น พระเจ้า


เนมิราชเสวยราชย์ด้วยความผาสุกสืบมา จนล่วงเข้าสู่วัยชราพระองค์ก็เสด็จออกผนวชอยู่


ใน อุทยานสวนมะม่วง ตามโบราณราชประเพณีของราชวงศ์ทุกพระองค์ พระองค์เจริญ


พรหมวิหาร 4 สำเร็จฉาณสมาบัติ เมื่อสิ้นอายุขัยได้ไป เกิดบนพรหมโลก




ความแน่วแน่ มั่นคงในความดี เป็นสิ่งเกื้อกูล ให้ประสบความสำเร็จได้

WTC (IP:130.159.54.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 ธ.ค. 2544 (00:32)
พระมโหสถ


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระมโหสถ


ทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี


มโหสถเป็นบุตรชายของท่านเศรษฐีสิริวัฒกะกับนางสุมนาเทวี ณ หมู่บ้านปาจีนวยมัชคาม ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองมิ ถิลา แคว้นวิเทหะ เมื่อคลอดออกมาจากครรภ์มารดาได้ถือแท่งยาออกมาด้วย


จึงได้ชื่อว่า มโหสถ (ผู้มียาขนานเอก)และพอผนยานี้ทา


หน้าผากท่านเศรษฐีเพียงเล็กน้อยท่านก็หายจากโรคปวดศีรษะ ซึ่งเป็นมานานถึง 6 ปี สิริวัฒกเศรษฐีแจกจ่ายยารักษาแก่คนทั่วไป จน


เลื่องลือไปทั่ว


เมื่อมโหสถมีอายุได้ 7 ปี ได้สร้างศาลาใหญ่ไว้กลางหมู่บ้าน ให้เป็นที่พักอาศัยของคนเดินทางและศาลาแห่งนี้ มโหสถได้ใช้ตัดสิน


คดีต่าง ๆ อย่างชาญฉลาด ดังเช่น คดีลักวัวมโหสถให้วัวกินน้ำใบประยงค์โขลก วัวสำรอกอาหารออกมา ผู้เป็นเจ้าของจะสามารถบอก


ชนิดของอาหารวัวได้ถูกต้อง อีกคดีหนึ่ง คดีหญิงแย่งลูก มโหสถให้หญิ่งทั้งสองดึงแย่งเด็กกัน ผู้ที่ปล่อยมือเพราะสงสารเด็กคือมารดา


ที่แท้จริงของเด็ก


พระเจ้าวิเทหราชกษัตริย์แห่งเมืองมิถิลา ทรงทดลองภูมิปัญญาของมโหสถโดยส่งไม้ตะเคียนกลึงยาว 1 คืบ ให้หาด้านโคนและปลาย มโหสถเอาเชือกผูกกลางท่อนไม้หย่อนลงในน้ำ โคนไม้จะจมน้ำก่อน พระเจ้าวิเทหราชรับสั่งให้มโหสถเข้าเฝ้า พระองค์มีความเชื่อว่า บิดามารดาย่อดีกว่าบุตรเสมอ มโหสถกราบทูลเปรียบเทียบกับลาที่ตกลูกเป็นม้าอัสดร และสรุปว่า ไม่แน่ว่าบิดามารดาจะดีกว่าบุตรเสมอ


ไป พระเจ้าวิเทหราชพอพระทัยให้มโหสถเข้ารับราชการ มโหสถเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าวิเทหราชและพระนางอุทุมพร


เมื่อมโหสถอายุ 16 ปี ออกเดินทางเสาะหาคู่ครอง พบสาวชาวนานางหนึ่งอยู่หมู่บ้านอุตตรวยมัชคาม ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองมิถิ


ลา ชื่อ อมรกุมารี นางมีรูปสวยและฉลาด มโหสถได้ทดลองจนแน่ใจ จึงรับมาเป็นภรรยา


ขณะรับราชการ ปุโรหิตทั้ง 5 คน คือ เสนกะ ปุกุกุสะ เทวินท์ และกามินท์ มีความอิจฉามโหสถ พยายามใส่ร้ายว่าเป็นกฏบอยู่เนือง ๆ มโหสถหนีไปอยู่กับช่างปั้นหม้อทางด้านใต้ของเมืองมิถิลา เทพประจำเมืองช่วยเหลือ โดยปรากฏตัวเข้าไปถามปัญหาพระเจ้าวิเทหราช ปุโรหิตทั้ง 5 คนไม่สามารถตอบคำถามได้ จึงต้องติดตามมโหสถมาตอบ พระเจ้าวิเทหราชยิ่งโปรดปรานยิ่งขึ้น ทรงมอบราชกิจต่างประ


เทศให้บริหารแคว้นวิเทหะรุ่งเรือง และได้ทำหน้าที่สั่งสอนธรรมะแก่พระองค์ด้วย


ในชมพูทวีป มีกษัตริย์ครอบครอบแว่นแคว้นต่าง ๆ จำนวน 101 พระองค์ กษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าจุลลนีคิดการใหญ่


โดยมีปุโรหิตเกวัฏฏะเป็นที่ปรึกษา พระเจ้าจุลลนียกกองทัพเข้ายึดแคว้นต่าง ๆ ได้สำเร็จ จนเหลือแคว้นวิเทหะเป็นแคว้นสุดท้ายจึงยกกอง


ทัพเข้าล้อมเมืองมิถิลาไว้ มโหสถวางแผนป้องกันเมือง และตีทัพพระเจ้าจุลลนีแตกไปได้ต่อมา มโหสถสามารถทำให้พระเจ้าจุลลนีทรงยก


พระธิดาพระนามว่า ปัญจาลจันที ให้เป็นมเหสีของพระเจ้าวิเทหราช


เมื่อพระเจ้าวิเทหราชสวรรคตแล้ว มโหสถได้อภิเษกพระโอรสพระองค์หนึ่งขึ้นครองราชย์แทน แล้วก็ทูลลาไปรับราชการกับพระ


เจ้าจุลลนีที่เมืองอุตตรปัญจาลนคร ตามที่พระองค์ขอร้อง และอยู่ด้วยความผาสุก





ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ คนมีปัญญาย่อมหาทรัพย์ได้ และรักษาไว้ได้ด้วย


ส่วนคนที่ไม่มีปัญญา แม้จะมีทรัพย์ก็ยากที่จะรักษาทรัพย์ไว้ได้

WTC (IP:130.159.54.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 6 ธ.ค. 2544 (00:51)
พระภูริทัต


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระภูริทัต


ทรงบำเพ็ยศีลบารมี




พระนางสมุททชา พระธิดาของพระเจ้าพรหมทัต ได้อภิเษกกับพญานาคฐตรฐแห่งนาคพิภพ มีพระโอรส 4


พระองค์ คือ สุทัสสนกุมาร ทัตตกุมาร สุโภคกุมาร และอริฏฐกุมาร ทัตตกุมารฉลาดกว่าผู้อื่น บิดาจึงมอบหมาย


งานให้ทำมากกว่า คราวหนึ่ง ทัตตกุมาร ได้ติดตามพระบิดาและท้าววิรูปักษ์เข้าเฝ้าท้าวสักกเทวราช ทัตตกุมาร


ได้แสดงความสามารถให้ท้าวกักกะโปรดปราน จึงตั้งชื่ให้ว่า ภูรทัตตกุมาร (พระกุมารผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน) ภูริทัตตกุมารหมั่นรักษาศีล เพราะรู้ว่าผลของการรักษาศีลจะได้เกิดเป็นเทพบนสวรค์ ครั้งหนึ่งพระองค์


ขออนุญาตพระบิดาพระมาร ดามารักษาศีลบนโลกมนุษย์ พระองค์รักษาศีลอย่างเคร่องครัด อธิษฐานจิตไว้มั่น


คงว่า หนัง เอ็น กระดูก เลือดเนื้อ หากผู้ใดต้องการก็จง เอาไปเภิด ไม่ปกป้อง ไม่หวงยินดีสละให้




พรานเนื้องชาวเมืองพาราณสีสองพ่อลูก ออกล่าเนื้อมาถึงริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ใกล้บริเวณที่ภูริทัตตกุมารจำศีลอยู่


เมื่อเห็นภูริทัตตกุมาร ก็เข้าไปสอบถาม พระภูริทัตบอกตามความจริงแล้วพาพรานทั้งสองไปเที่ยวเสวยสุขในนาค


พิภพ เวลาผ่านไป 1 ปีพรานทั้งสอง ลาพระภูริทัตกลับโลกมนุษย์ ต่อมา มีพราหมณ์คนหนึ่ง เรียนมนต์จับงูจาก


ฤาษีตนหนึ่ง มนต์นั้นชื่อ มนต์อาลัมพายน์ คนทั่วไปจึงเรียกเขาว่า พราหมร์อาลัมพายน์ อำนาจมนต์ช่วยให้ได้


แก้ววิเศษจากพวกนางนาค พรานผู้เป็นพ่อเห็นเข้าต้องการได้ จึงแลกเปลี่ยนด้วยการบอกที่รักษาศีลของพระ


ภูริทัต และทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ พระภูริทัตไม่ยอมไม่ยอมให้ความโกรธเกิดขึ้น เพราะต้องการรักษาศีล


พราหมณ์อาลัมพายน์ได้นำ พญานาคภูริทัตไปแสดงกลเรี่ยไรเงินได้จำนวนมาก




พระนางสมุททชาทรงฝันร้าย และไม่เห็นพระภูริทัตมาเฝ้าดังเคย จึงแน่พระทัยว่าพระโอรสประสบภัย พระโอรส


ทั้งสามพระองค์ รับอาสาออกติดตาม สุทัสสนกุมารแปลงตัวเป็นฤาษี ติดตามไปจนพบพราหมณ์อาลัมพายน์


กำลังเปิดแสดงที่ประตูพระราชวังพาราณสี พญานาคภูริทัตเห็นฤาษีแปลงก็เลื้อยเข้ามาซบ ร้องไห้แทบเท้าพี่ชาย


ฤาษีแปลงวางแผนช่วยเหลือ โดยท้าให้สู้กับพิษของเขียดซึ่งเป็นนาง นาคแปลง พิษร้ายนั้นได้ถูกผิวหนัง


พราหมณ์อาลัมพายน์จนกลายเป็นโรคเรื้อน เขาตกใจ ยอมปล่อยพญานาคภูริทัต สุทัสสนกุมารและ พระภูริทัต


เข้าเฝ้าพระเจ้าพาราณสี กราบทูลให้พระองค์ทรงทราบว่า เป็นพระโอรสของพระนางสมุททชาพระขนิษฐาของพระองค์ พระภูริ ทัตกลับไปพักรักษาพระองค์ แล้วได้กล่าวว่า พราหมณ์กับผู้ครองเรือนปุถุชนทั่วไปยังหมกมุ่นใน


กามคุณ ยังต้องการทรัพย์สิน ข้าว บ่าวไพร เหมือนกัน




การทำความดีนั้นอาจมีอุสรรคมาทดสอบแต่สุดท้ายก็จะประสบชัยชนะ




พระจันทกุมาร


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นเจ้าชายจันทกุมาร


ทรงบำเพ็ญขันติบารมี




เจ้าชายจันทกุมาร เป็นโอรสของพระเจ้าเอกราชแห่งเมืองปุปผวดี พระบิดาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอุปราช ทำ


หน้าที่ว่าราชการ แทน พระเจ้าเอกราชมีปุโรหิตคนหนึ่งชื่อ กัณฑาหาละทำหน้าที่ถวายคำแนะนำและตัดสินคดี


ความ เข้าทำหน้าที่ดีในตอนแรก ๆ ต่อมารับ สินบน จนเจ้าชายจันทกุมารทรงทราบเรื่อง และช่วยพลิกคดีให้เจ้า


ทุกข์ที่ได้รับความอยุติธรรม เมื่อพระเจ้าเอกราชทรงทราบ จึงแต่งตั้ง ให้เจ้าชายจันทกุมารเป็นผู้พิพากษา แทน


ปุโรหิตกัณฑหาละ ทำให้กัณฑหาละโกรธแคนหาทางทำลายล้างเจ้าชายจันทกุมารตลอดมา





คืนหนึ่ง พระเจ้าเอกราชทรงฝันเห็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เห็นท้าวสักกเทวราชประทับในปราสาทแวดล้อมด้วย


เทพธิดาความฝันทำ ให้พระองค์ปราถนาไปเที่ยวสวรรค์ กัณฑหาละเห็นเป็นโอกาส จึงทูลแนะนำให้บูชายัญด้วย


พระมเหสี พระโอรส พระธิดา ถวายเทพเจ้า พระเจ้าเอกราชทรงเบาปัญญาเชื่อกัณฑหาละ รับสั่งให้นำพระมเหสี


4 พระองค์ พระโอรส 5 พระองค์ พระธิดา 4 พระองค์ รวมทั้งเศรษ ฐีประจำแคว้น 4 คนมารวมกันไว้ นอกจากนี้


พระองค์ให้นำพาหนะสำคัญ มีทั้งช้าง ม้า โค อุสุภราช (วัวตัวผู้ลักษณะดี) มาบูชายัญด้วย พระบิดาพระมารดา


ของพระเจ้าเอกราชเสด็จมาขอร้องก็ไม่ทรงยอม ต้องเสด็จกลับไปด้วยความเสียพระทัย




เจ้าชายจันทกุมารทรงทราบว่าพระองค์เป็นต้นเหตุเพราะไปขัดแย้งกับปุโรหิตกัณฑหาละ จึงเป็นหน้าที่ที่พระองค์


ต้องแก้ไข พระองค์ ทรงขอร้องพระบิดาจนพระทัยอ่อน ยินยอมปล่อยทุกคนถึง 3 ครั้ง แต่ทุกครั้งปุโรหิตกัณฑหา


ละกราบทูลทัดทาน จนพระเจ้าเอกราชรับสั่ง ให้จับทุกพระองค์เป็นครั้งที่ 4 แล้วพาออกนอกพระนคร ชาวเมือง


ร้องไห้คร่ำครวญทั่วพระนคร บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เจ้า ชายจันทกุมารประทับยืนอยู่ปากหลุม


บูชายัญ วิงวอนพระบิดาเป็นครั้งที่ 4 พระนางจันทาชายาของเจ้าชายจันทกุมารได้ช่วยวิงวอนด้วย แต่พระเจ้า


เอกราชไม่พระทัยอ่อน ยืนยันจะบูชายัญ





ก่อนที่เจ้าชายจันทกุมารจะถูกประหารด้วยคมดาบของกัณฑหาละ ท้าวสักกเทวราชถือตะบองเหล็กเสด็จมา


ทำลายพิธีตรัสตำหนิ พระเจ้าเอกราชอย่างรุนแรง พระเจ้าเอกราชตกพระทัยกลัว รับสั่งให้ปล่อยทุกคนและสัตว์


ทั้งหลาย ชาวเมืองได้โอกาสเข้ารุมทุบตีปุโรหิต กัณฑหาละ จนถึงแก่ความตาย จากนั้นจะเข้าปลงพระชนม์พระ


เจ้าเอกราช เจ้าชายจันทกุมารเข้าขัดขวาง และอ้อนวอนขอชีวิต ชาว เมืองยอมยกให้ แต่ให้เนรเทศไปอยู่ในหมู่


บ้านคนจัณฑาล แล้วอภิเษกเจ้าชายจันทกุมารเป็นกษัตริย์ พระองค์เสด็จไปเยี่ยมพระบิดาอยู่ เนืองๆ และ


ปกครองเมืองปุปผวดีให้ผาสุกสืบมา




การฟังเรื่องราวใด ต้องใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบมิฉะนั้นจะหลงเชื่อและกระทำผิดเสียหายได้




พระนารทพรหม


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระนารทพรหม


ทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี




พระเจ้าอังคติราชเป็นกษัตริย์ซึ่งทรงทศพิธราชธรรมแห่งเมืองมิถิลา พระองค์มีพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง พระนาม


ว่ารุจา และมี อำนาตย์ใหญ่ที่รับใช้ใกล้ชิดอยู่ 3 คน คือ วิชัยอำมาตย์ สุนามอำมาตย์และอลาตอำมาตย์




คืนหนึ่งเป็นคืนวันเพ็ย เดือน 12 ท้องฟ้าแจ่มใส พระเจ้าอังคติราชตรัสปรึกษากับอำมาตย์ทั้ง 3 ว่า ควรทำอะไรจึง


จะเป็นประโยชน์ อลาตอำมาตย์กราบทูลแนะนำให้ยกทัพไปตีเอาบ้านเมือง สุนามอำมาตย์กราบทูลให้จัดงาน


เลี้ยง ขับร้องฟ้อนรำให้สนุกสนาน ส่วนวิชัย อำมาตย์กราบทูลให้เสด็จไปสนทนาธรรมกับสมณพราหมณ์ พระเจ้า


อังคติราชตกลงพระทัยไปสนทนากับคุณาชีวก ซึ่งเป็นนักบวชที่มีชื่อ เสียง มีคนนับถือมากในเวลานั้น




พระองค์ตรัสถามถึงหนทางไปสู่สวรรค์ หนทางไปสู่นรกและการปฏิบัติต่อบิดามารดา ครูอาจารย์ บุตรภรรยา


ผู้เฒ่าผู้แก่ สมณพราหมณ์ พลพาหนะและบ้านเมือง คุณาชีวกตอบตามความรู้ความเข้าใจของตนว่า ไม่มีบุญ


ไม่มีบาป บิดามารดาไม่มี สัตว์คน เสมอกัน จะได้ดีได้ชั่วเอง เวียนว่ายตายเกิด 64 กัปป์ก็บริสุทธิ์เอง อลาต


อำมาตย์กล่าวสนับสนุนในด้านไม่มีบาปไม่มีผลของบาป เขา ระลึกได้ว่า ชาติที่แล้วเขาเป็นคนฆ่าวัว ในชาตินี้


เขากลับได้มาเกิดในตระกูลขุนนาง วีรกะ เป็นชายเข็ญใจผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในที่นั้นกล่าวสนับ สนุนคำสอนที่ว่า บุญ


และผลของบุญไม่มี เขาระลึกได้ว่า เขาเคยเกิดเป็นเศาษฐี ทำความดีไว้มาก แต่ชาตินี้เขากลับมาเกิดเป็นคนเข็ญ


ใจ คนทั้งสองนี้ระลึกชาติได้เพียงชาติเดียวจึงหลงผิด พระเจ้าอังคติราชหลงผิดเชื่อตามคำสอนของคุณาชีวกจึง


เปลี่ยนพระจริยาวัตร เลิกทำความดี หันมาใช้ชีวิตอย่างสำราญ เลิกศึกษา ข้อธรรมต่าง ๆ ไม่สนพระทัยในราชกิจ


และประชาชนทั้งปวง พระธิดารุจาทรงทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของพระบิดา พระธิดาเสด็จเข้าเฝ้าพระเจ้าอังคติ


ราช ตรัสติงในมิจฉาทิฏฐินั้นแม้ว่าพระ ธิดาจะตรัสอธิบายอย่างไร พระเจ้าอังคติราชก็ไม่ทรงฟัง พระธิดารุจาทรง


อ้อนวอนต่อเทพพรหมผู้ทรงธรรมทั้งหลายได้โปรดมาช่วยกลับ พระทัยของพระบิดาให้ถูกต้องด้วย




ท้าวมหาพรหมองค์หนึ่ง นามว่า นารทะ ทรงได้ยินคำอ้อนวอนเกิดเมตตา จึงแปลงเป็นฤาษีเหาะมาอยู่เฉพาะพระ


พักตร์ทั้งสอง พระองค์ นารทพรหมพยายามอธิบายและพรรณนาถึงโทษของนรกขุมต่างๆ พระเจ้าอังคติราชค่อย


พิจารณาตาม จนกลับมามีสัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้องดุจเดิมพระธิดารุจาดีพระทัยมาก แคว้นวิเทหะกลับมามี


ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง





ไม่ควรคบและเชื่อฟังคนพาล ควรคบแต่นักปราชญ์ที่เป็นคนดีมีศีลธรรม




พระวิธูรบัณฑิต


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นวิธูรบัณฑิต


ทรงบำเพ็ญสัจจบารมี




พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะครองเมืองอินทปัตย์แคว้นกุรุวันหนึ่งพระองค์ทรงแสวงหาความ สงบสุขในมิคาชินอุทยานพระองค์ได้ พบแปลง 3 คน คือ ท้าวสักกะ พญาครุฑ พญานาค คนทั้ง 4 หาที่วิเวกรักษาอุโบสถศีล เมื่อ


ได้พบกันถูกชะตากัน เพราะเคยเป็นเพื่อน กันมาแต่อดีตชาติ พระองค์ได้สนทนากันว่า ใครรักษาศีลได้ดีกว่ากัน


เมื่อตกลงกันไม่ได้ พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะจึงพาชายแปลงทั้ง 3 คนมาหาวิธูรบัณฑิต ซึ่งเป็นบัณฑิตประจำราช


สำนัก วิธูรบัณฑิตวินิจฉัยให้ทั้ง 4 พระองค์ ทำความดีสนับสนุนศีลให้สมบูรณ์เสมอกัน ถ้ามีพร้อมใหนบุคคลใด ก็


เป็นเหมือนกำเกวียนที่รวมมั่นอยู่ในดุมเกวียน จะทำให้สงบระงับบาปได้




เมื่อพญานาคกลับถึงนาคพิภพ ได้เล่าให้นางวิมลามเหสีฟัง นางมีความศรัทธาใคร่ได้ฟังธรรมจากวิธูรบัณฑิต


นางแสร้งป่วย และบอกพญานาคว่า ต้องการหัวใจของวิธูรบัณฑิต นางอิรันทตีซึ่งเป็นธิดาของพญานาคกับนาง


วิมลา มีรูปร่างสวยงาม ฉลาด เมื่อ ทราบถึงความต้องการมารดา ก็รับอาสาและขึ้นมาสู่โลกมนุษย์ เหาะไปที่


ภูเขากาลคีรี แล้วขับร้องเพลงซึ่งมีเนื้อความว่า ผู้ใดนำหัวใจ วิธูรบัณฑิตมาได้ นางจะยอมเป็นภรรยา




ขณะนั้นปุณณกยักษ์ควบม้าเหาะผ่านมา เห็นนางอิรันทตีก็เกิดหลงรัก จึงเข้ารับอาสา ปุณณกยักษ์แปลงเป็น


หนุ่มน้อย เข้าไป ท้าเล่นสกากับพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ ซึ่งกำลังเป็นประธานในที่ประชุมกษัตริย์ทั่วทั้งชมพูทวีป


ในที่สุดปุณณกยักษ์เป็นฝ่ายชนะ ขอสิ่ง พนัน คือ วิธูรบัณฑิต พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะไม่ทรงยินยอม เมื่อทั้งสอง


ตกลงกันไม่ได้ก็ไปหาวิธูรบัณฑิตตัดสิน วิธูรบัณฑิตตัดสินให้ปูณณกยักษ์เป็นฝ่ายถูกวิธูรบัณฑิตแสดงธรรมถวาย


พระเจ้าธนัญชัย และร่ำลาบุตรภรรยา สั่งสอนให้บุตรชายทั้ง สอง รู้ถึงข้อวัตรปฏิบัติที่ดีของข้าราชการ ต่อจากนั้นก็เดินทางไปกับปุณณกยักษ์ ระหว่างทาง ปุณณกยักษ์พยายามฆ่าวิธูรบัณฑิตครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ด้วยบุญบารมี


ของวิธูรบัณฑิต ทำให้แคล้วคลาดจากความตาย มาตลอด วิธูรบัณฑิตได้แสดงธรรมแก่ปุณณกยักษ์ ปุณณก


ยักษ์เกิดความเลื่อมใส จึงพาไปนาคพิภพ วิธูรบัณฑิตได้แสดงธรรมแก่พญานาค และนางวิมลา ให้ทั้งสองมี


เมตตาจิตต่อนาคบริวาร ปรารถนาให้เขาทั้งหลายมีความสุขพญานาคกับนางวิมลายกนางอินันทตีให้ปุณณก


ยักษ์ ตามสัญญา ปุณณกยักษ์ปลาบปลื้มใจมาก และนำวิธูรบัณฑิตกลับสู่เมืองอินทปัตถ์





ผู้มีสัจจะต่อตนเองและผู้อื่นเป็นคนดี เมื่อประสบภัยย่อพ้นภัยได้





พระเวสสันดร


พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร


ทรงบำเพ็ญทานบารมี




เทพธิดาผุสดี อัครมเหสีของท้าวสักกเทวราช ได้รับพร 10 ประการเมื่อต้องจุติมาปฏิสนธิเป็นมนุษย์ พรประการ


หนึ่ง คือ ให้มี โอรสที่ทรงพระเกียรติยส พระนางได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสัญชัยแห่งแคว้นสีพี และประสูติพระ


โอรสที่ตรอกพ่อค้าขณะเสด็จประพาส พระนคร จึงขนานพระนามว่า พระเวสสันดร (ผู้เกิดท่ามกลางพ่อค้า)




พระเวสสันดรครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา อภิเษกสมรสกับพระนางมัทรี เจ้าหญิงแห่งแคว้นมัททะ มี


พระโอรสและพระ ธิดา คือ เจ้าชายชาลี กับเจ้าหญิงกัณหา พระเวสสันดรมีพระทัยกระหายการให้ทาน จึงสร้าง


โรงทานถึง 6 แห่งต่อมาได้พระราชทาน ช้างปัจจัยนาค ซึ่งเป็นช้างมงคลคู่พระนครให้แก่ทูตของแคว้นกาลิงคะ


ชาวเมืองสีพีไม่พอใจ พากันไปกราบทูลพระเจ้ากรุงสัญชัยให้เนรเทศ พระเวสสันดรได้เสด็จออกบวชเป็นฤาษีที่


เขาวงกต โดยพระนางมัทรี เจ้าชายชาลี เจ้าหญิงกัณหาติดตามไปด้วย ในแคว้นกาลิงคะ พราหมณ์ชราชูชก มี


ภรรยาสาวชื่อนางอมิตตาคา นางให้ชูชกไปขอพระกุมารชาลีกัณหามารับใช้ชูชกออกเดินทาง ไปเขาวงกต ได้พบ


กับพรานเจตบุตร ซึ่งพระเจ้าเจตราชทรงตั้งไว้ถวายการอารักขาพระเวสสันดร ชูชกอ้างว่าตนเป็นทูตจากแคว้นสีพี


มา ทูลเชิญพระเวสสันดร พระนางมัทรีและพระโอรสธิดากลับเมือง จึงผ่านไปได้ และเพื่อทราบทางเข้าสู่เขาวงกต


ชูชกไปยังพระอาศรมของ พระเวสสันดร ได้กล่าวกับพระอัจจุตฤาษีว่าจะมาสนทนาธรรมกับพระเวสสันดร ชูชก


รอให้รุ่งเช้า พระนางมัทรีออกไปหาผลไม้ จึงเข้าไป ขอสองกุมาร พระเวสสันดรทรงยินดียกให้ พร้อมทั้งคาดค่าตัว


ไว้ด้วย ชูชกรีบนำสองกุมารไปก่อนที่พระนางมัทรีเสด็จกลับ ท้าวสักกะเกรงว่าจะมีผุ้มาขอพระนางมัทรี จึงแปลง


เป็นพราหมณ์มาขอทูลขอ แล้วถวายคืน แล้วได้ถวายพร 8 ประการ ก่อนเสด็จกลับ ดาวดึงส์




ชูชกพาพระกุมารชาลีกัณหามาถึงทางสองแพร่ง ด้วยบุญบารีของพระกุมาร จึงบันดาลให้ชูชกตัดสินใจไปเมือง


เชตุดรเข้าเฝ้าพร พระเจ้าสัญชัยและพระนางผุสดีทรงไถ่พระนัดดา แล้วพระองค์ตรัสสั่งให้จัดกระบวน


ข้าราชบริพาร ไปรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรี ที่เขาวงกต เมื่อกษัตริย์ทั้ง 6 พระองค์ ทรงพบกัน ก็ดีพระทัย


จนสลบลง ขณะนั้นได้เกิดฝนโบขรพรรษ ต้องพระวรกาย ช่วยให้ทุกพระองค์ และทุกคนได้สติฟื้นขึ้นมา แล้วเสด็จ


กลับสู่พระนคร






การให้ทานเป็นบารมีแก่ตนอย่างยิ่ง

WTC (IP:130.159.54.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 29 มิ.ย. 2548 (20:51)
ขอขอบ พระ คุณ มาก ครับ เพราะ ผมต้องทำรายงานครับ
ขอบคุณมาก ๆๆๆๆๆ (IP:202.176.89.5,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 14 ก.ค. 2548 (23:27)
คอบคุนมากกกกกกกกกกกกกกกก คร๋าบบบบบบบบบบบบ

ป๋มก็ทำรายงานเหมียนกัลล์ ถ้าม่ายมีพวกคุนๆๆๆ ผมไม่มีคะแนน แน่.... O_- ขอบคุนคับ
เเหม...คุน (IP:203.172.119.185,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 22 ก.ค. 2548 (17:11)
Thank you! หลายๆ สำหรับข้อมูล ม่ายงั้นไม่ได้ทำรายงานแน่ๆเลย
ปัด (IP:202.183.159.85,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 ส.ค. 2548 (20:55)
เยียมมาก
TT (IP:203.156.152.87,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 6 ส.ค. 2548 (13:56)
เย้!!มีงานส่ง อ. แว้ว คอบคูนมั้งมากน้าคะ.... ฮิ ฮิ..
น้องญิ๋งคะ (IP:203.209.106.146,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 21 ส.ค. 2548 (14:42)
อะฮะ เราต้องทำรายงานเรื่องนี้พอดี ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครีบ
เรียวโกะฮะ (IP:203.151.140.122,203.113.45.198,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 21 ส.ค. 2548 (14:45)
เย้....ได้ข้อสรุปเรื่องทศชาติเเล้ว....เอ้าไอ้เรียวโกะเจอก่อนเค้าอีก ไม่เปงไรเพื่อนกัน มีรายงานส่งเเย้วดีจายจัง
ดอ..อี..มอ.=ดีม (IP:203.151.140.122,203.113.45.198,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 21 ส.ค. 2548 (14:48)
อะฮะดีมเราเจอก่อนเด้อ................................แต่ไม่เปงไร..ถึง ร.ร ค่อยว่ากัน*ขอบคุณทุกคนนะสำหรับข้อมูลทั้งหมด*
เรียวโกะฮะ (IP:203.151.140.122,203.113.45.198,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 25 ส.ค. 2548 (13:06)
อยากได้เรื่องย่อพระภูริทัต
โดเรม่อน.....ฮะผม (IP:202.57.136.162,192.168.0.152,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 22 พ.ย. 2548 (22:44)
ขอบคุณมากเลยนะคะ มันเป็นประโยชน์ต่อเรามากเลย คือเราต้องเอาไปทำงานพุทธศาสน์ ขอบคุณมากค่ะ
หลิน>; (IP:203.113.16.241,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 26 พ.ย. 2548 (11:13)
ขอบคุณครับ
hikarunogo (IP:61.91.242.244,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 27 พ.ย. 2548 (18:26)
ไชโย! รอดตายแล้วเรา ขอบพระคุณมากนะคะสำหรับข้อมูล.....^ - ^
rainbow (IP:61.7.138.217,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 2 ธ.ค. 2548 (17:27)
ขอคุณค่ะ
หญิง (IP:61.7.148.164,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 21 พ.ค. 2549 (00:24)
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ถ้าไม่ได้คุณพี่ช่วยไว้ หนูแย่เเน่เลยคะ

ต้องส่งอาจารย์ ขอบคุณมากๆอีครั้งค่ะ
toony (IP:203.113.16.250,203.113.38.8,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 27 พ.ค. 2549 (19:37)
ขอบคุณพี่จริงค่ะ

พี่เก่งมากเลย

ถ้าพี่ไม่ช่วยไว้หนูตายแน่เลย
โบว์ (IP:203.113.16.250,203.113.40.74,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 28 พ.ค. 2549 (12:11)
Thank you.
aa (IP:58.147.66.83,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 28 พ.ค. 2549 (12:17)
กัณฑ์สุดท้าย เป็นการให้ทานที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
aa (IP:58.147.66.83,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 12 มิ.ย. 2549 (12:24)
อยากรู้ว่า คุณธรรมที่เป็นเเบบอย่าง ของมโหสถชาดกมีอะไรบ้าง ใครรู้ช่วยบอกที
kk (IP:203.209.110.213,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 7 ส.ค. 2549 (18:39)
อยากทราบปัญญาบารมีขของพระมโหสถอย่างละเอียดใครรู้ช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณคะ
lovelyAppp@yahoo.com (IP:61.91.49.15,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 19 ธ.ค. 2549 (04:21)
ทำไมไม่มีประวัติพระนารถละค่ะ ต้องทำรายงาน
เด็ก Internet (IP:203.113.51.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 30 ต.ค. 2550 (19:20)
อยากได้เรื่องย่อทศชาติจังเลย

ช่วยส่งมาทางอีเมล์หน่อยนะ

ขอบคุณล่วงหน้า
supertech
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 23 มิ.ย. 2551 (20:12)
Thx คับ
shabu
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 ก.ค. 2552 (13:46)

ขอบคุณคร๊ะๆ


yuizaa
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 ก.ค. 2552 (16:41)

อยากได้เรื่องย่อของมโหสถกรุณาส่งมาทาง E-mail หน่อยได้ครับ


w9i4r1234
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 28 ก.ค. 2552 (16:44)

E-mail  three1234@hotmail.com


w9i4r1234
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 9 ต.ค. 2552 (08:18)
เตมีย์ชาดก

พระเตมีย์ใบ้
เตมีย์ชาดก คือชาติที่ 1 ในทศชาติชาดก หรือ 10 ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะเสวยพระชาติมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า หรือเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์ เพื่อบำเพ็ญเนกขัมมบารมี
พระราชาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระเจ้ากาสิกราช ครองเมืองชื่อว่า พาราณสี มีพระมเหสี พระนามว่า จันทรเทวี พระราชาไม่มีพระราชโอรสที่จะครองเมืองต่อจากพระองค์ จึงโปรดให้ พระนางจันทรเทวีทำพิธีขอพระโอรสจากเทพเจ้า พระนางจันทรเทวีจึงทรงอธิษฐานว่า "ข้าพเจ้าได้รักษาศีล บริสุทธิ์ตลอดมา ขอให้บุญกุศลนี้บันดาลให้ข้าพเจ้ามีโอรสเถิด" ด้วยอานุภาพแห่งศีลบริสุทธิ์ พระนางจันทรเทวีทรงครรภ์ และประสูติพระโอรสสมดังความปราถนา พระโอรส มีรูปโฉม งดงามยิ่งนัก ทั้งพระราชาพระมเหสี และประชาชนทั้งหลาย มีความยินดีเป็นที่สุด พระราชาจึงตั้งพระนามโอรสว่า เตมีย์ แปลว่า เป็นที่ยินดีของคนทั้งหลาย บรรดาพราหมณ์ผู้รู้วิชาทำนายลักษณะบุคคล ได้กราบทูล พระราชาว่า พระโอรสองค์นี้มีลักษณะประเสริฐ เมื่อเติบโตขึ้น จะได้เป็นพระราชาธิราชของมหาทวีปทั้งสี่ พระราชาทรงยินดี เป็นอย่างยิ่ง และทรงเลือกแม่นมที่มีลักษณะดีเลิศตามตำรา จำนวน 64 คน เป็นผู้ปรนนิบัติเลี้ยงดูพระเตมีย์กุมาร วันหนึ่ง พระราชาทรงอุ้มพระเตมีย์ไว้บนตัก ขณะที่กำลัง พิพากษาโทษผู้ร้าย 4 คน พระราชาตรัสสั่งให้เอาหวาย ที่มีหนามแหลมคมมาเฆี่ยนผู้ร้ายคนหนึ่ง แล้วส่งไปขังคุก ให้เอาฉมวกแทงศีรษะผู้ร้ายคนที่สาม และให้ใช้หลาว เสียบผู้ร้ายคนสุดท้าย
พระเตมีย์ซึ่งอยู่บนตักพระบิดาได้ยินคำพิพากษาดังนั้น ก็มีความตกใจหวาดกลัว ทรงคิดว่า "ถ้าเราโต ขึ้นได้เป็นพระราชา เราก็คงต้องตัดสินโทษผู้ร้ายบ้างและคงต้องทำบาป เช่นเดียวกันนี้ เมื่อเราตายไป ก็จะต้องตกนรกอย่างแน่นอน"
เนื่องจากพระเตมีย์เป็นผู้มีบุญ จึงรำลึกชาติได้และทรงทราบว่า ในชาติก่อนได้เคยเป็นพระราชาครองเมือง และได้ตัดสินโทษ ผู้ร้ายอย่างเดียวกันนี้ เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์จึงต้องตกนรก อยู่ถึง 7,000 ปี ได้รับความทุกข์ทรมาณเป็นอันมาก พระเตมีย์ทรงมีความหวาดกลัวอย่างยิ่ง ทรงรำพึงว่า "ทำอย่างไร หนอ เราจึงจะไม่ต้องทำบาป และไม่ต้องตกนรกอีก"
ขณะนั้นเทพธิดาที่รักษาเศวตฉัตรได้ยินคำรำพึงของพระเตมีย์ จึงปรากฏกายให้พระองค์เห็นและแนะนำพระเตมีย์ว่า "หากพระองค์ทรงหวั่นที่จะกระทำบาป ทรงหวั่นเกรงว่าจะตกนรก ก็จงทำเป็น หูหนวก เป็นใบ้ และเป็นง่อยเปลี้ย อย่าให้ชนทั้งหลาย รู้ว่าพระองค์เป็นคนฉลาด เป็นคนมีบุญ พระองค์ จะต้องมีความอดทน ไม่ว่าจะได้รับความเดือดร้อนอย่างใดก็ต้องแข็งพระทัย ต้องทรงต่อสู้ กับพระทัย ตนเองให้จงได้ อย่ายอมให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดมาชักจูงใจ พระองค์ไปจากหนทางที่พระองค์ตั้งพระทัยไว้" พระเตมีย์กุมารได้ยินเทพธิดาว่าดังนั้น ก็ดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า "ต่อไปนี้ เราจะทำตนเป็นคนใบ้ หูหนวก และง่อยเปลี้ย ไม่ว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น เราก็จะไม่ละความตั้งใจเป็นอันขาด"
นับแต่นั้นมา พระเตมีย์ก็ทำพระองค์เป็นคนหูหนวก เป็นใบ้ และเป็นง่อย ไม่ร้อง ไม่พูด ไม่หัวเราะ และไม่เคลื่อนไหว ร่างกายเลย พระราชาและพระมเหสีทรงมีความวิตกกังวล ในอาการของพระโอรส ตรัสสั่งให้พี่เลี้ยงและแม่นมทดลอง ด้วยอุบายต่างๆ เช่น ให้อดนม พระเตมีย์ก็ทรงอดทน ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงความหิวโหย ครั้นพระราชาให้พี่เลี้ยง เอาขนมล่อ พระเตมีย์ก็ไม่สนพระทัย นิ่งเฉยตลอดเวลา พระราชาทรงมีความหวังว่า พระโอรสคงไม่ได้หูหนวก เป็นใบ้ และง่อยเปลี้ยจริง จึงโปรดให้ทดลอง ด้วยวิธีต่างๆ เป็นลำดับ เมื่ออายุ 2 ขวบ เอาผลไม้มาล่อ พระกุมารก็ไม่สนพระทัย อายุ 4 ขวบ เอาของเสวยรสอร่อยมาล่อ พระกุมารก็ไม่สนพระทัย อายุ 5 ขวบ พระราชาให้เอาไฟมาขู่ พระเตมีย์ก็ไม่แสดงความ ตกใจกลัว อายุ 6 ขวบ เอาช้างมาขู่ อายุ 7 ขวบ เอางูมาขู่ พระเตมีย์ก็ไม่หวาดกลัว ไม่ถอยหนีเหมือนเด็กอื่นๆ พระราชาทรงทดลองด้วยวิธีการต่างๆเรื่อยมา จนพระเตมีย์ อายุได้ 16 พรรษา ก็ไม่ได้ผล พระเตมีย์ยังทรงทำเป็นหูหนวก ทำเป็นใบ้ และไม่เคลื่อนไหวเลย ตลอดเวลา 16 ปี
ในที่สุด พระราชาก็ให้หาบรรดาพราหมณ์และที่ปรึกษาทั้งหลายมาและตรัสถามว่า "พวกเจ้าเคยทำนายว่า ลูกเราจะเป็น ผู้มีบุญ เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อลูกเรามีอาการเหมือนคน หูหนวก เป็นใบ้ และเป็น ง่อยเช่นนี้ เราจะทำอย่างไรดี" พราหมณ์และที่ปรึกษาพากันกราบทูลว่า
"เมื่อตอนที่ประสูตินั้นพระโอรส มีลักษณะเป็นผู้มีบุญ แต่บัดนี้ เมื่อได้กลับกลายเป็นคนหูหนวก เป็นใบ้ เป็นง่อย ก็กลายเป็นกาลกิณี จะทำให้บ้านเมืองและประชาชนเดือดร้อน ขอให้พระองค์สั่งให้นำพระโอรสไปฝังที่ป่าช้าเถิดพะย่ะค่ะ จะได้สิ้นอันตราย"
พระราชาได้ยินดังนั้นก็ทรงเศร้าพระทัยด้วยความรักพระโอรส แต่ก็ไม่อาจแก้ไขอย่างไรได้ เพราะเป็น ห่วงบ้านเมืองและ ประชาชน จึงต้องทรงทำตามคำกราบของพราหมณ์และ ที่ปรึกษาทั้งหลาย พระนางจันทเทวีทรงทราบว่า พระราชาให้นำ พระโอรสไปฝังที่ป่าช้า ก็ทรงร้องไห้คร่ำครวญว่า "พ่อเตมีย์ลูกรักของแม่ แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่คนง่อยเปลี้ย ไม่ใช่คนหูหนวก ไม่ใช่คนใบ้ ลูกอย่าทำอย่างนี้เลย แม่เศร้าโศกมาตลอดเวลา 16 ปีแล้ว ถ้าลูกถูกนำไปฝัง แม่คงเศร้าโศกจนถึงตายได้นะลูกรัก"
พระเตมีย์ได้ยินดังนั้นก็ทรงสงสารพระมารดาเป็นอันมาก ทรงสำนึกในพระคุณของพระมารดา แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงรำลึกว่า พระองค์ตั้งพระทัยไว้ว่า จะไม่ทำการใดที่จะทำให้ต้องไปสู่นรกอีก จะไม่ทรงยอมละความตั้งใจที่จะทำเป็นใบ้ หูหนวก และเป็นง่อย จะไม่ยอมให้สิ่งใดมาชักจูงใจพระองค์ ไปจากหนทางที่ทรงวางไว้แล้วนั้นเป็นอันขาด
พระราชาจึงตรัสสั่งให้นายสารถีชื่อ สุนันทะ นำพระเตมีย์ขึ้นรถเทียมม้า พาไปที่ป่าช้าผีดิบ ให้ขุดหลุมแล้วเอาพระเตมีย์โยนลงไปในหลุมเอาดินกลบเสียให้ตาย นายสุนันทะจึงทรงอุ้มพระเตมีย์ขึ้นรถเทียมม้าพาไปที่ป่าช้าผีดิบเมื่อไปถึงป่าช้านายสุนันทะก็เตรียม ขุดหลุมจะฝังพระเตมีย์ พระเตมีย์กุมารประทับอยู่บนราชรถ ทรงรำพึงว่า "บัดนี้เราพ้นจากความทุกข์ ว่าจะต้องเป็นพระราชา พ้นความทุกข์ว่า จะต้องทำบาป เราได้อดทนมาตลอดเวลา 16 ปี ไม่เคยเคลื่อน ไหวร่างกายเลย เราจะลองดูว่า เรายังคงเคลื่อนไหวได้หรือไม่ มีกำลังร่างกายสมบูรณ์หรือไม่"
รำพึงแล้ว พระเตมีย์ก็เสด็จลงจากราชรถ ทรงเคลื่อนไหว ร่างกาย ทดลองเดินไปมา ก็ทราบว่า ยังคงมีกำลังร่างกาย สมบูรณ์เหมือนคนปกติ จึงทดลองยกราชรถ ก็ปรากฏว่าทรงมีกำลังยกราชรถขึ้นกวัดแกว่ง ได้อย่างง่ายดาย จึงทรงเดินไปหา นายสุนันทะที่กำลังก้มหน้าก้มตาขุดหลุมอยู่ พระเตมีย์ตรัสถาม นายสุนันทะว่า "ท่านเร่งรีบขุดหลุมไปทำไม" นายสุนันทะตอบ คำถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นดูว่า "เราขุดหลุมจะฝังพระโอรส ของพระราชา เพราะพระโอรสเป็นง่อย เป็นใบ้ และหูหนวก พระราชาตรัสสั่งให้ฝัง เสีย จะได้ไม่เป็นอันตรายแก่บ้านเมือง" พระเตมีย์จึงตรัสว่า "เราไม่ได้เป็นใบ้ ไม่ได้หูหนวก และไม่ง่อยเปลี้ย จงเงยขึ้นดูเราเถิด ถ้าท่านฝังเราเสีย ท่านก็จะประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นธรรม" นายสารถีเงยขึ้นดู เห็นพระเตมีย์ก็จำไม่ได้ จึงถามว่า "ท่านเป็นใคร ท่านมีรูปร่าง งามราวกับเทวดา ท่านเป็นเทวดาหรือ หรือว่าเป็นมนุษย์ ท่านเป็นลูกใคร ทำอย่างไร เราจึงจะรู้จักท่าน" พระเตมีย์ตอบว่า "เราคือเตมีย์กุมาร โอรสพระราชา ผู้เป็นนายของท่าน ถ้าท่านฝังเราเสียท่านก็จะได้ชื่อว่า ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม พระราชาเปรียบเหมือนต้นไม้ ตัวเราเปรียบเหมือนกิ่งไม้ ท่านได้อาศัยร่มเงาไม้ ถ้าท่านฝังเราเสีย ท่านก็ได้ชื่อว่า ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม
นายสารถียังไม่เชื่อว่าเป็นพระกุมารที่ตนพามา พระเตมีย์ทรง ประสงค์จะให้นายสารถีเชื่อ จึงตรัสอธิบาย ให้เห็นว่าหาก นายสารถีจะฝังพระองค์ก็ได้ชื่อว่าทำร้ายมิตร ทรงอธิบายว่า "ผู้ไม่ทำร้ายมิตร จะไปที่ได ก็มีคนคบหามาก จะไม่อดอยาก ไปที่ใดก็มีผู้สรรเสริญบูชา โจรจะไม่ข่มเหง พระราชาไม่ดูหมิ่น จะเอาชนะศัตรูทั้งปวงได้ ผู้ไม่ทำร้ายมิตร เมื่อมาถึงบ้านเรือนของตน หมู่ญาติและประชาชน จะพากันชื่นชมยกย่อง ผู้ไม่ทำร้ายมิตร ย่อมได้รับการสักการะ เพราะเมื่อสักการะท่านแล้ว ย่อมได้รับการสักการะตอบ เมื่อเคารพบูชาท่านแล้ว ย่อมได้รับการเคารพตอบ ผู้ไม่ทำร้ายมิตร ย่อมรุ่งเรืองเหมือนกองไฟรุ่งโรจน์ ดังเทวดา เป็นผู้มีมิ่งขวัญสิริมงคลประจำตนอยู่เสมอ ผู้ไม่ทำร้ายมิตร จะทำการใดก็สำเร็จผล โคจะมีลูกมาก หว่านพืชลงในนา ก็จะงอกงาม แม้จะพลัดตกเหว ตกจากภูเขา ตกจากต้นไม้ ก็จะไม่เป็นอันตราย ผู้ไม่ทำร้ายมิตร ศัตรูไม่อาจข่มเหงได้ เพราะเป็นผู้มีมิตรมาก เปรียบเหมือนต้นไทรใหญ่ที่มีราก ติดต่อพัวพัน ลมแรงก็ไม่อาจทำร้ายได้ "
นายสารถีได้ยินพระเตมีย์ตรัส ยิ่งเกิดความสงสัย จึงเดินมาดูที่ราชรถ ก็ไม่เห็นพระกุมารที่ตนพามา ครั้นเดิน กลับมาพินิจพิจารณาพระเตมีย์อีกครั้งก็จำได้ จึงทูลว่า "ข้าพเจ้าจะพาพระองค์กลับวัง ขอเชิญเสด็จกลับไป ครองพระนครเถิด" พระเตมีย์ตรัสตอบว่า "เราไม่กลับไปวัง อีกแล้ว เราได้ตัดขาดจากความ ยินดีในสมบัติทั้งหลาย เราได้ตั้งความอดทนมาเป็นเวลาถึง 16 ปี อันราชสมบัติ ทั้งพระนครและความสุข ความรื่นเริงต่างๆ เป็นของน่าเพลิดเพลิน แต่เราไม่ปรารถนาจะหลงอยู่ในความเพลิดเพลินนั้น ไม่ปรารถนาจะกระทำบาปอีก เราจะไม่ก่อเวรให้เกิดขึ้นอีกแล้ว บัดนี้เราพ้นจากภาระนั้นแล้ว เพราะพระบิดาพระมารดา ปล่อยเราให้พ้นจากราชสมบัติมาแล้ว เราพ้นจากความหลงใหล ในกิเลสทั้งหลาย เราจะขอบวชอยู่ในป่านี้แต่ลำพัง เราต่อสู้ได้ชัยชนะในจิตใจของเราแล้ว"
เมื่อตรัสดังนั้น พระเตมีย์กุมารมีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง รำพึงกับพระองค์เองว่า "ผู้ที่ไม่ใจเร็วด่วนได้ ผู้ที่มีความอดทน ย่อมได้รับผลสำเร็จด้วยดี"
นายสุนันทะสารถีได้ฟังก็เกิดความยินดี ทูลพระเตมีย์ว่า จะขอบวชอยู่กับพระเตมีย์ในป่า แต่พระองค์ เห็นว่า หากนายสารถีไม่กลับไปเมือง จะเกิดความสงสัยว่าพระองค์ หายไปไหน ทั้งนายสารถี ราชรถ เครื่องประดับทั้งปวงก็สูญหายไป ควรที่นายสารถีจะนำสิ่งของทั้งหลายกับไปพระราชวัง ทูลเรื่องราวให้พระราชาทรงทราบเสียก่อน แล้วจึงค่อยกลับมา บวชเมื่อหมดภาระ นายสุนันทะจึงกลับไปกราบทูลพระราชาว่า พระเตมีย์กุมาร มิได้วิกลวิการ แต่ทรงมีรูปโฉมงดงามและ ตรัสได้ไพเราะ เหตุที่แสร้งทำเป็นคนพิการก็เพราะไม่ปรารถนาจะครองราชสมบัติ ไม่ปรารถนาจะก่อเวรทำบาปอีกต่อไป
เมื่อพระราชาและพระมเหสีได้ทรงทราบ ก็ทรงปลื้มปิติยินดี โปรดให้จัดกระบวนไปรับพระเตมีย์กลับจากป่า ขณะนั้น พระเตมีย์ทรงผนวชแล้ว ประทับอยู่ในบรรณศาลาซึ่งเทวดา เนรมิตไว้ให้ เมื่อพระบิดา พระมารดาเสด็จไปถึง พระเตมีย์จึงเสด็จมาต้อนรับ ทักทายปราศรัยกันด้วยความยินดี พระราชาเห็นพระโอรสผนวชเป็นฤาษี เสวยใบไม้ลวก เป็นอาหาร และประทับอยู่ลำพังในป่า จึงตรัสถามว่าเหตุใด จึงยังมีผิวพรรณผ่องใส ร่างกายแข็งแรง พระเตมีย์ตรัส ตอบพระบิดาว่า "อาตมามีร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณผ่องใส เพราะไม่ต้องเศร้าโศกถึงอดีต ไม่ต้องรอคอยอนาคต อาตมาใช้ชีวิตให้เป็นไปตามที่สมควรในปัจจุบัน คนพาลนั้นย่อมซูบซีดเพราะมัวโศกเศร้าถึงอดีต เพราะมัวรอคอยอนาคต"
พระราชาตรัสตอบว่า "ลูกยังหนุ่มยังแน่นแข็งแรง จะมามัวอยู่ทำอะไรในป่า กลับไปบ้านเมืองเถิดกลับ ไปครองราชสมบัติ มีโอรสธิดา เมื่อชราแล้วจึงค่อยมาบวช" พระเตมีย์ตรัสตอบว่า "การบวชของคนหนุ่มย่อมเป็นที่สรรเสริญ ใครเล่าจะนอนใจได้ว่ายังเป็นหนุ่ม ยังอยู่ไกลจากความตาย อายุคนนั้นสั้นนัก เหมือนอายุของปลาในเวลาที่น้ำน้อย"
พระราชาตรัสขอให้พระเตมีย์กลับไปครองราชสมบัติ ทรงกล่าวชักชวนให้นึกถึงความสุขสบายต่างๆ พระเตมีย์จึงตรัสตอบว่า "วันคืนมีแต่จะล่วงเลยไป ผู้คนมีแต่ จะแก่ เจ็บและตาย จะเอาสมบัติไปทำอะไร ทรัพย์สมบัติและ ความสุขทั้งหลายเอาชนะความตายไม่ได้ อาตมาพ้นจาก ความผูกพันทั้งหลายแล้ว ไม่ต้องการทรัพย์สมบัติอีกแล้ว"
เมื่อพระราชาได้ยินดังนั้น จึงเห็นประโยชน์อันใหญ่ยิ่ง ในการออกบวช ทรงประสงค์ที่จะละทิ้งราชสมบัติออกบวช พระมเหสี และเสนาข้าราชบริพารทั้งปวง รวมทั้งบรรดา ประชาชนทั้งหลายในเมืองพาราณสี ก็พร้อมใจกันออกบวช บำเพ็ญเพียรโดยทั่วหน้ากัน เมื่อตายไปก็ได้ไปเกิดในสวรรค์ พ้นจากความผูกพัน ในโลกมนุษย์ ทั้งนี้เป็นด้วยพระเตมีย์กุมาร ทรงมีความอดทนมีความตั้งใจ อันมั่นคงแน่วแน่ในการที่ไม่ก่อเวร ทำบาป ทรงมุ่งมั่นอดทน จนประสบผลสำเร็จดังที่หวัง เหมือนดังที่ทรงรำพึงว่า " ผู้ที่ไม่ใจเร็วด่วนได้ ผู้ที่มีความอดทน ย่อมได้รับผลสำเร็จด้วยดี"

โดย สามเณร อนันต์ ทามิน
Topkukumnoy
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 20 มิ.ย. 2553 (21:12)
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆครับ
ธนพล กล้าหาญ (IP:110.49.204.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 27 มิ.ย. 2553 (12:12)
ขอบคุณสำหรับข้อมูล นะครับ
ดีใจจังไม่ต้องย่อเอง
อาร์ม ครับ (IP:117.47.202.117)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 1 ส.ค. 2553 (13:21)
เจ๋ง

เรื่องดี
เฮ้อ (IP:180.180.113.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 2 ธ.ค. 2553 (01:09)
ขอบคุณมากนะคับ
kim_hun555@hotmail.com (IP:180.180.172.93)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 11 ธ.ค. 2553 (17:09)
ขอบคุณมากคับ
ผมทำรายงานเรื่องนี้อยู่
dm (IP:125.24.4.99)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 13 ก.พ. 2554 (17:09)
ขอบคุณมากๆเลยครับ มีประโยชน์มากๆ
cake (IP:223.207.40.48)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 19 ก.พ. 2554 (14:40)
ขอบคุณค่ะ ^^,
waoe (IP:58.9.153.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 19 มิ.ย. 2554 (16:35)
ขอบคุณมากครับถ้าไม่มีคุณนะครับผมคงเเย่มากเพราะฉะนั้นผมขอเเช่งให้คุณรวยมากๆมีความสุขมากๆมีคนรักที่นิสัยดีมากๆเเละหน้าตาดีมากๆ
วรากร (IP:110.171.45.153)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 19 มิ.ย. 2554 (21:45)
ขอบคุณอาบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
kanabodee5207@gmail.com (IP:113.53.104.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 17 ส.ค. 2554 (18:47)
ขอบคุนมากกกกกกกกกกกกกกกก เลยค่า ^^
fffff (IP:58.64.49.64)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 4 มี.ค. 2555 (11:45)
ขอบคุณมากๆนะคะ ในที่สุดก็มีงานส่งอาจารย์แล้ว ชัยโย !
เยี่ยมที่สุดเลย สุดยอดดดด ขอบคุณสำหรับบทความดีๆๆที่นำมาแบ่งบัน
ขอบคุณคนโพสที่นำความรู้มาให้ และขอบคุณ GOOGLE ที่ทำให้ฉันได้มาเปิดดู
บทความดีๆๆอย่างนี้ !
ap_yingyongmetee@hotmail.com (IP:223.206.86.15)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 29 เม.ย. 2555 (11:27)
หนูอยากได้วิทูรชาดกค่ะ
ธนพรยศราวาส (IP:223.206.221.147)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 3 ก.พ. 2556 (16:50)
ขอบคุนมากน้ะค้ะ
vjp (IP:180.183.16.153)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3144 seconds !