รวบรวม - โรคทางพันธุกรรม -

Untitled Document


โรคทางพันธุกรรม


 


พอดีผมเคยทำงานส่งจึงได้รวบรวมไว้ เลยเอามาแจก เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจ ใครมีอะไรเพิ่มเติมก็เชิญได้เลยนะครับ


 


สิ่งที่ต้องรู้


 


โครโมโซมของคนเรามี 23 คู่ หรือ 46 แท่ง แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ


 


•  ออโตโซม (Autosome) คือโครโมโซมร่างกาย มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง


 


•  เซ็กโครโมโซม ( Sex chromosome) คือโครโมโซมเพศ มี 1 คู่ หรือ 2 แท่ง

- โครโมโซมเพศ ในหญิงจะเป็นแบบ XX

- โครโมโซมเพศ ในชายจะเป็นแบบ XY


 


ความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมร่างกาย (Autosome)


 


- เกิดขึ้นได้ทุกเพศและแต่ละเพศมีโอกาสเกิดขึ้นเท่ากัน


 


•  ลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ผิวเผือก เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว


 


•  ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนเด่นบนโครโมโซม ได้แก่โรคท้าวแสนปม นิ้วมือสั้น คนแคระ


 


ความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome)


 


– เกิดขึ้นได้ทุกเพศ แต่โอกาสเกิดขึ้นจะมีมากในเพศใดเพศหนึ่ง


 


•  ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์

เนื่องจากควบคุมด้วยยีนด้วยบนโครโมโซม X จึงพบในเพศชายมากกว่าในเพศหญิง (เพราะผู้ชายมี X ตัวเดียว)


 


โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม (Autosome)


 


ถ้าเป็นโรคจากความผิดปกติระดับโครโมโซม ได้แก่


 


•  กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ( down's syndrome)

สาเหตุเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง เป็น 3 แท่ง เมื่อรวมทั้งโครโมโซมร่างกายและโครโมโซมเพศแล้วจะกลายเป็น 47 แท่ง อาการของผู้ป่วย หางตาชี้ขึ้น ลิ้นจุกปาก ศีรษะแบน ดั้งจมูกแบน ปัญญาอ่อน ไอคิว 20-150 พบบ่อยในแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก สำหรับกลุ่มมารดาที่มีอายุ 45 ปี ขึ้นไป ลูกมีโอกาสผิดปรกติแบบนี้สูงถึง 1/50 คน


 


 


 


•  กลุ่มอาการคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrome)

เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไปบางส่วน ผู้ป่วยมีลักษณะของศีรษะเล็กกว่าปกติ ปัญญาอ่อน หน้ากลม ใบหูอยู่ต่ำกว่าปกติ ตาห่างกัน ห่างตาชี้ขึ้น ดั้งจมูกแบน คางเล็ก นิ้วมือสั้น การเจริญเติบโตช้า เวลาร้องเสียงเหมือนแมว จึงเรียกชื่อโรคนี้ว่า แคทครายซินโดรม (Cat cry syndrome)


 


•  กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดม ( Edward's syndrome)

มีสาเหตุจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 โครโมโซม นอกจากมีภาวะปัญญาอ่อนแล้ว เด็กยังมีความพิการรุนแรง เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ หัวใจพิการแต่กำเนิด


 


•  กลุ่มอาการพาทัวซินโดม ( Patau syndrome)

มีสาเหตุจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 13 เกินมา 1 โครโมโซม เด็กจะมีภาวะปัญญาอ่อนและความพิการที่รุนแรงเกิดขึ้น เช่น อวัยวะภายในพิการ มักเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิดและมักมีอายุสั้นมาก


 


•  สถิติการเกิดเด็กปัญญาอ่อนทุกประเภททั่วประเทศประมาณ 450,000 คน มารดาที่มีอายุ 30 ปี มักให้กำเนิดเด็กปัญญาอ่อน ประมาณ 1 คน ในการคลอด 1,000 ครั้ง และมารดาที่อายุ 44-45 ปี ให้กำเนิดเด็กปัญญาอ่อนประมาณ 25 คน ในการคลอด 1,000 ครั้ง

ภาวะปัญญาอ่อนที่เนื่องจากพันธุกรรม นอกจากจะมีความผิดปกติของโครโมโซมร่างกายหรือ ออโตโซม ( autosome) แล้วยังมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครโมโซมเพศ


 


ถ้าเป็นความผิดปกติในระดับยีนบนโครโมโซมร่างกายหรือออโตโซม อันทำให้เกิดเป็นโรคทางพันธุกรรม ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ( thalassemia) เป็นต้น


 


โรคธาลัสซีเมีย ( Thalassemia )

เกิดจากการสร้างสาร ฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นสารสีแดงในเม็ดเลือดแดง ลดน้อยลง เม็ดเลือดแดงมีลักษณะผิดปกติและแตกง่าย ก่อให้เกิดอาการซีด เลือดจางเรื้อรัง และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา ผู้ที่เป็นโรคนี้ ได้รับยีนที่ควบคุมการสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติมาจากทั้งพ่อและแม่ ผู้ป่วยจะมีอาการซีดเหลืองและตับม้ามโตมาตั้งแต่เด็ก ร่างกายเติบโตช้า ตัวเตี้ย และน้ำหนักน้อยไม่สมอายุ หน้าแปลก จมูกแบน หน้าผากโหนกชัน กระดูกแก้ม และขากรรไกรกว้างใหญ่ ฟันยื่นเขยิน ลูกตาอยู่ห่างกันมากกว่าคนปกติ


 


 


 


โรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome)


 


- เกิดขึ้นได้ทุกเพศ แต่โอกาสเกิดขึ้นจะมีมากในเพศใดเพศหนึ่ง


 


ตาบอดสี (Color blindness)

ตาบอดสี คือ ภาวะ การมองเห็นสีผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นการบอดสีแต่กำเนิด พบได้ 8% ของเพศชาย และ 0.5% ของเพศหญิง เพราะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะด้อยบนโครโมโซมเพศ ทำให้มี cones ไม่ครบ 3 ชนิด ส่วนใหญ่จะขาด red cones ทำให้แยกสีแดงจากสีเขียวไม่ได้ โดยความผิดปกติจะเกิดขึ้นกับตาทั้ง 2 ข้าง และแก้ไขไม่ได้ บางคนไม่มี cones เลย จะเห็นแต่ภาพขาวดำ


 


ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)

เป็นโรคเลือดออกไหลไม่หยุด เพราะเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้ อาการที่สังเกตได้ เช่น เลือดออกมากผิดปกติ กำเดาไหลบ่อย ข้อบวม เกิดแผลฟกช้ำขึ้นเอง โดยโรคนี้จะทำให้ร่างกายขาดสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว โรคนี้สามารถรักษาโดยการใช้สารช่วยให้เลือดแข็งตัวทดแทน



ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี (G-6-PD : Glucose-6-phosphate dehydrogenase)

เอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) ย่อมาจาก Glucose-6-phosphate dehydrogenase เป็นเอนไซม์ ที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วไปของร่างกาย รวมทั้งเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดเอนไซม์ชนิดนี้ จะทำให้เม็ดเลือดแดง พบมากในผู้ชาย ผู้หญิงก็มีโอกาสเป็นได้ แต่น้อยกว่าผู้ชายมาก   โรคนี้เฉลี่ยทั่วประเทศ พบได้ประมาณ 12%  ของประชากรทั่วไป ทางภาคอีสานพบได้ 12-15% ของประชากรทั่วไป และ ภาคเหนือพบได้ 9-15%  ของประชากรทั่วไป



โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome)


 


กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ ( Turner's syndrome)

เกิดในเพศหญิง มีสาเหตุจากการที่โครโมโซม X ขาดหายไป 1 โครโมโซม จึงมีคารีโอไทป์เป็น 45, XO นอกจากอาจจะมีภาวะปัญญาอ่อนแล้วยังมีลักษณะตัวเตี้ย ที่บริเวณคอมีพังผืดกางเป็นปีก และไม่มีประจำเดือนจึงเป็นหมัน


 


กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter's syndrome)

พบในเพศชาย สาเหตุจากการที่โครโมโซม X เกินมา 1 หรือ 2 โครโมโซม จึงมีคารีโอไทป์เป็น 47 , XXY หรือ 48 , XXXY ลักษณะอาการนอกจากอาจจะมีภาวะปัญญาอ่อนแล้วยังมีรูปร่างอ้อนแอ่นตัวสูงชะลูด มีหน้าอกโต เหมือนผู้หญิง เป็นหมัน ถ้ามีจำนวนโครโมโซม X มาก ก็จะมีความรุนแรงของปัญญาอ่อนเพิ่มขึ้น


 


 


 




 


ข้อมูลเพิ่มเติม


 


ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี

เอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) ย่อมาจาก Glucose-6-phosphate dehydrogenase เป็นเอนไซม์

ที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วไปของร่างกาย รวมทั้งเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดเอนไซม์ชนิดนี้ จะทำให้เม็ดเลือดแดง

แตกง่าย ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้ มักมีสาเหตุจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่

จะแสดงอาการ ในผู้ชาย ผู้หญิงก็อาจพบมีอาการได้ แต่น้อยกว่าผู้ชายมาก   โรคนี้เฉลี่ยทั่วประเทศ

พบได้ประมาณ 12%  ของประชากรทั่วไป ทางภาคอีสานพบได้ 12-15% ของประชากรทั่วไป และ

ภาคเหนือพบได้ 9-15%  ของประชากรทั่วไป



อาการ

มีไข้สูง หนาวสั่น ซีดเหลือง อ่อนเพลียมาก ปัสสาวะสีคล้ายน้ำปลา หรือโคล่า อาการมักจะเกิดขึ้นทันที

หลังเป็นโรคติดเชื้อ (เช่นไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ มาลาเรีย ไทฟอยด์ ตับอักเสบ เป็นต้น) หรือหลังได้

รับยาที่แสลง เช่น แอสไพริน , คลอโรควีน , ไพรมาควีน , ควินิน , ควินิดีน , คลอแรมเฟนิคอล ,

พีเอเอส , ยากลุ่มซัลฟา , ฟูราโซลิโดน , ไนโตรฟูแลนโทอิน , เมทิลีนบลู , กรดนาลิดิซิก , แดปโซน  

เป็นต้น หรือหลังกินถั่วปากอ้า ( Fava beans) ทั้งดิบและสุกอาจมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ได้บ่อย



สิ่งตรวจพบ

จะตรวจพบภาวะซีด ตาเหลือง ตัวเหลือง แต่ตับม้ามมักไม่โต



อาการแทรกซ้อน

ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีภาวะไตวาย   แทรกซ้อน



การรักษา

ควรส่งโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อการวินิจฉัย โดยการเจาะเลือดตรวจดูระดับเอนไซม์

จี- 6- พีดี   และให้การรักษาตามอาการ ถ้าซีดมากอาจต้องให้เลือด ถ้าพบมีโรคอื่น ๆ (เช่น มาลาเรีย  

ไทฟอยด์)   ร่วมด้วย ก็ให้การรักษาพร้อมกันไปด้วย แต่ต้องระวังยาที่อาจทำให้เกิดอาการเม็ดเลือด

แดงแตกมากขึ้นผู้ป่วยต้องดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันมิให้ไตวาย



ข้อแนะนำ

1. โรคนี้มีการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์แบบ X-linked ( มีความผิดปกติอยู่ที่โครโมโซม X) กล่าวคือ ถ้าผู้ป่วยเป็นชายจะต้องรับกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติมาจากแม่ และลูกผู้หญิงของผู้ป่วยทุกคนจะรับความ

ผิดปกติไปโดยไม่มีอาการแสดง แต่จะถ่ายทอดไปสู่หลานอีกต่อหนึ่ง (ซึ่งถ้าเป็นหลานผู้ชายจะมี

อาการแสดง) ส่วนลูกผู้ชายของผู้ป่วยทุกคนจะไม่ได้รับการถ่ายทอดกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติไปจากผู้ป่วย

นอกจากนี้พี่หรือน้องผู้ชายของผู้ป่วยที่เกิดแต่แม่เดียวกันอาจเป็นหรือไม่เป็นโรคก็ได้ ( มีอัตราเสี่ยง

ประมาณ 50% ) ส่วนพี่หรือน้องผู้หญิง ประมาณ 50% อาจรับความผิดปกติไปโดยไม่มีอาการแสดง

( ยกเว้นถ้าพ่อเป็นโรคนี้ด้วย ก็จะมีอาการแสดง)

ถ้าผู้ป่วยเป็นหญิง จะต้องรับกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติมาจากทั้งพ่อ ( ซึ่งมีอาการแสดง) กับแม่ (ซึ่งอาจมี

หรือไม่มีอาการก็ได้) และพี่น้องของผู้ป่วยส่วนมากจะรับความผิดปกติไปด้วย ถ้าเป็นพี่น้องผู้หญิงอาจมีหรือไม่มีอาการแสดงก็ได้ ถ้าเป็นพี่น้องผู้ชายถ้าได้รับความผิดปกติไป มักจะ

มีอาการแสดงเสมอ     

ผู้ป่วยที่มีอาการแสดงของโรคนี้ทั้งคู่ไม่ควรแต่งงานกัน เพราะลูกที่เกิดมาไม่ว่าชายหรือหญิงจะมี

อาการของโรคนี้ทุกคน

2. โรคนี้จะเป็นติดตัวไปตลอดชีวิต โดยไม่เกิดอันตรายร้ายแรงถ้ารู้จักระวังตัวโดยหลีกเลี่ยงยา หรือ

สารที่แสลง แต่ถ้าเกิดมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก เนื่องจากเป็นโรคติดเชื้อ ผู้ป่วยควรต้องดื่มน้ำมาก ๆ

และรีบไปหาหมอ

3. ผู้ที่เป็นโรคนี้ ควรพกบัตรประจำตัว (หรือใช้กระดาษแข็งแผ่นเล็ก ๆ ) ซึ่งเขียนระบุชื่อผู้ป่วย

โรคที่เป็น และรายชื่อยามีควรหลีกเลี่ยง (โดยสอบถามจากแพทย์ที่รักษา) ควรนำบัตรนี้แสดงแก่

แพทย์ทุกครั้งที่ไปตรวจรักษาด้วยโรคใด ๆ ก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่แสลงต่อโรคนี้

4. โรคนี้แยกออกจากทาลัสซีเมียได้ โดยที่ทาลัสซีเมียจะแสดงอาการซีดเหลืองและม้ามโตมาตั้ง

แต่เกิด   และจะมีอาการอยู่ตลอดเวลา ส่วนผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ปกติจะแข็งแรงดี  

แต่จะมีอาการซีดเหลืองเป็นครั้งคราว เมื่อเป็นโรคติดเชื้อ หรือได้รับยาหรือสารที่แสลง


 


 


 


 


 


ทาลัสซีเมีย Thalassemia


 


ลักษณะทั่วไป

เป็นโรคเลือดชนิดหนึ่งที่มีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงที่มี

ลักษณะผิดปกติ จึงมีการแตกสลายเร็วกว่าที่ควร ทำให้มีอาการซีดเหลืองเรื้อรัง

ผู้ที่มีอาการแสดงของโรคนี้ จะต้องรับกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติมาจากทั้งฝ่ายพ่อและแม่ (ซึ่งอาจ

ไม่มีอาการแสดง) ถ้ารับจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว จะไม่มีอาการแสดง แต่จะมีกรรม

พันธุ์ที่ผิดปกติอยู่ในตัวและสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานต่อไป

ในบ้านเราพบว่ามีกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติของโรคนี้ โดยไม่แสดงอาการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งในคนอีสาน อาจมีถึง 40% ของประชากรทั่วไปที่มีกรรมพันธุ์ของโรคนี้ ส่วนผู้ที่มีอาการ

ของโรคนี้อย่างชัด ๆ มีประมาณ 1 ใน 100 คน โรคนี้อาจแบ่งออกเป็นหลายชนิด ซึ่งมีความรุนแรง

มากน้อยแตกต่างกันไป



สาเหตุ

เกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์



อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการซีดเหลืองและตับม้ามโตมาตั้งแต่เด็ก ร่างกายเติบโตช้า ตัวเตี้ย และน้ำหนักน้อย

ไม่สมอายุในรายที่เป็นทาลัสซีเมียชนิดอ่อนที่เรียกว่า โรคฮีโมโกลบินเอช ( Hemoglobin H disease)

ตามปกติจะไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างไร แต่จะมีอาการซีดเหลืองเป็นครั้งคราวขณะที่เป็นหวัด

เจ็บคอ หรือเป็นโรคติดเชื้ออื่น ๆ แบบเดียวกับโรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก



สิ่งตรวจพบ

ผู้ป่วยจะมีอาการซีดเหลือง หน้าแปลก โดยมีสันจมูกแบะ (จมูกแบน) หน้าผากโหนกชัน กระดูกแก้ม

และขากรรไกรกว้างใหญ่ ฟันยื่นเขยิน ลูกตาอยู่ห่างกันมากกว่าคนปกติ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า หน้า

มงโกลอยด์ หรือ หน้าทาลัสซีเมีย ผู้ป่วยมักจะมีม้ามโตมาก บางรายอาจโตถึงสะดือ ( คลำได้ก้อนแข็ง

ที่ใต้ชายโครงซ้าย) อาการม้ามโต ชาวบ้านอาจเรียกว่า ป้าง หรือ อุปถัมภ์ม้ามย้อย ( จุกกระผามม้าม

ย้อย)



อาการแทรกซ้อน

ถ้าซีดมาก อาจทำให้มีอาการหอบเหนื่อย บวม และตับโต เนื่องจากหัวใจวาย บางคนอาจเป็นไข้

เจ็บคอบ่อย จนกลายเป็นโรคหัวใจรูมาติก หรือหน่วยไตอักเสบ ผู้ป่วยอาจมีนิ่วในถุงน้ำดี ได้บ่อยก

ว่าคนทั่วไป เนื่องจากมีสารบิลิรูบินจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ ในรายที่มีชีวิต

อยู่ได้นาน จะมีเหล็ก (ที่ได้จากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง) สะสมในอวัยวะต่าง ๆ เช่น ที่ผิวหนัง

ทำให้ผิวออกเป็นสีเทาอมเขียว ที่ตับทำให้ตับเข็ง ที่หัวใจทำให้หัวใจโตและเหนื่อยง่าย เป็นต้น



การรักษา

ถ้าซีดมาก อาจทำให้มีอาการหอบเหนื่อย บวม และตับโต เนื่องจากหัวใจวาย บางคนอาจเป็นไข้

เจ็บคอบ่อย จนกลายเป็นโรคหัวใจรูมาติก หรือหน่วยไตอักเสบ ผู้ป่วยอาจมีนิ่วในถุงน้ำดี   ได้บ่อย

กว่าคนทั่วไป เนื่องจากมีสารบิลิรูบินจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ ในรายที่มี

ชีวิตอยู่ได้นาน จะมีเหล็ก (ที่ได้จากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง) สะสมในอวัยวะต่าง ๆ เช่น

ที่ผิวหนังทำให้ผิวออกเป็นสีเทาอมเขียว ที่ตับทำให้ตับเข็ง ที่หัวใจทำให้หัวใจโตและเหนื่อยง่าย

เป็นต้น



ข้อแนะนำ

1. ควรให้ผู้ป่วยกินอาหารพวกโปรตีน และอาหารที่มีกรดโฟลิกสูง (เช่น ผักใบเขียว เนื้อสัตว์) มาก ๆ

เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดง

2. อธิบายให้ผู้ป่วยและญาติทราบว่า โรคนี้เป็นโรคกรรมพันธุ์ติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่มีทางรักษาให้

หายขาด แต่ถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องอาจมีชีวิตยืนยาวได้ควรรักษาที่โรงพยาบาล ที่อยู่

ใกล้บ้านเป็นประจำ ไม่ควรกระเสือกกระสนย้ายหมอ ย้ายโรงพยาบาล ทำให้หมดเปลืองเงินทองโดย

ใช่เหตุ

3. แนะนำให้พ่อแม่ที่มีลูกเป็นทาลัสซีเมียคุมกำเนิด หรือผู้ที่มีประวัติว่ามีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ ไม่ควร

แต่งงานกัน หรือจำเป็นต้องแต่งงานก็ไม่ควรมีบุตร เพราะลูกที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้ถึง 1 ใน 4

( ร้อยละ 25) ทำให้เกิดภาวะยุ่งยากในภายหลังได้ ถ้าหากมีการตั้งครรภ์ ในปัจจุบันมีวิธีการเจาะเอา

น้ำคร่ำมาตรวจดูว่าทารกเป็นโรคนี้หรือไม่ ดังที่เรียกว่า "การวินิจฉัยก่อนคลอด" ( Prenatal diagnosis)

ถ้าพบว่าผิดปกติ อาจพิจารณาทำแท้ง

4. ในปัจจุบันสามารถใช้วิธีการพิเศษ เพื่อตรวจดูว่ามีเชื้อกรรมพันธุ์ของโรคนี้หรือไม่ ถ้าเป็นไปได้

4. ในปัจจุบันสามารถใช้วิธีการพิเศษ เพื่อตรวจดูว่ามีเชื้อกรรมพันธุ์ของโรคนี้หรือไม่ ถ้าเป็นไปได้

ก่อนแต่งงานควรตรวจดูให้แน่นอน


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 





ความคิดเห็นที่ 223


19 ก.พ. 2556 06:34
  1. ขอบคุณมากเลย ช่วยตอนสอบได้เยอะ

ความคิดเห็นที่ 222

แงซาย
19 มิ.ย. 2555 17:57
  1. ใครที่ต้องการรูปภาพของโรคต่างๆ แนะำนำให้ก๊อปปี้ชื่อโรค (ภาษอังกฤษ) ไปวางในกูเิกิ้ล http://www.google.co.th/ ก็นะได้รูปภาพตามที่ต้องการครับ


ความคิดเห็นที่ 221

7 มิ.ย. 2555 16:46
  1. ขอบคุนคร้า

ความคิดเห็นที่ 220

3 ม.ค. 2555 18:25
  1. ใจคับ

ความคิดเห็นที่ 219

10 ธ.ค. 2554 17:49
  1. ขอบคุณที่ให้เรา

ความคิดเห็นที่ 218

22 มิ.ย. 2554 20:11
  1. เจอเเล้วคะ

ความคิดเห็นที่ 217

19 มิ.ย. 2554 10:24
  1. ข้อมูลดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 216

11 มิ.ย. 2554 15:48
  1. ขอบคุนมากค่ะ เข้าใจแหล่มเลย

ความคิดเห็นที่ 215

25 พ.ค. 2554 18:15
  1. ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยทำงานได้หลายอย่างเลยค่ะขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดีๆๆ

ความคิดเห็นที่ 214

17 พ.ค. 2554 00:55
  1. เเล้วเราจะรู้ตัวได้ไงคับถ้าเราเป็น อย่างผมที่ชอบ คิด อะไรไปเรื่อยเปื่อยคนเดียว อาจจะมีสิทธิ์หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 213

6 ธ.ค. 2553 19:31
  1. ขอบ จัย คร่ >

ความคิดเห็นที่ 212

แงซาย
4 ธ.ค. 2553 18:45
  1. ผ่านไปสามปีกว่า กลับมาดูกระทู้อันนี้

    ผมดีใจมากเลยครับ ที่กระทู้นี้เป็นประโยช์กับคนอื่นๆ มีคนเปิดเข้ามาอ่านเกือบสี่แสนคน

    เนื้อหาอาจจะไม่เยอะนะครับ เนื่องจากผมเขียนแบบสรุปเอาแต่ส่วนที่สำคัญ ... เอาไว้อ่านก่อนสอบครับ

    ส่วนใครที่ต้องการรูปภาพของโรคต่างๆ แนะำนำให้ก๊อปปี้ชื่อโรค (ภาษอังกฤษ) ไปวางในกูเิกิ้ล http://www.google.co.th/ ก็นะได้รูปภาพตามที่ต้องการครับ


ความคิดเห็นที่ 211

19 พ.ย. 2553 20:33
  1. สุดยอดค่ะ ขอบคุนมากก*

ความคิดเห็นที่ 209

19 ก.ย. 2553 21:29
  1. ขอบคุณมากค่ะ อยากได้โรคซุปเปอร์แมน และดรคซุปเปอร์ฟีเมลด้วยค่ะ ถ้าได้ก้อขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 208

19 ก.ย. 2553 12:43
  1. ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 207

4 ก.ย. 2553 13:17
  1. อยากได้โรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีน

ความคิดเห็นที่ 206

26 ส.ค. 2553 10:00
  1. ขอบใจนะเคอะ(เน่านัยจังเรย)

ความคิดเห็นที่ 205

20 ส.ค. 2553 19:17
  1. ขอบคุนที่เเบ่งปัน งานเสดเเละ

ความคิดเห็นที่ 204

12 ส.ค. 2553 08:29
  1. ขอบคุงมากค่าสำหรับความรู้ที่มีให่แก่กัน ขอบคุณจริง

ความคิดเห็นที่ 203

10 ส.ค. 2553 20:08
  1. ตาบอดสี (Color blindness) ตาบอดสี คือ ภาวะ การมองเห็นสีผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นการบอดสีแต่กำเนิด พบได้ 8% ของเพศชาย และ 0.5% ของเพศหญิง เพราะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะด้อยบนโครโมโซมเพศ ทำให้มี cones ไม่ครบ 3 ชนิด ส่วนใหญ่จะขาด red cones ทำให้แยกสีแดงจากสีเขียวไม่ได้ โดยความผิดปกติจะเกิดขึ้นกับตาทั้ง 2 ข้าง และแก้ไขไม่ได้ บางคนไม่มี cones เลย จะเห็นแต่ภาพขาวดำ ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) เป็น โรคเลือดออกไหลไม่หยุด เพราะเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้ อาการที่สังเกตได้ เช่น เลือดออกมากผิดปกติ กำเดาไหลบ่อย ข้อบวม เกิดแผลฟกช้ำขึ้นเอง โดยโรคนี้จะทำให้ร่างกายขาดสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว โรคนี้สามารถรักษาโดยการใช้สารช่วยให้เลือดแข็งตัวทดแทน ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี (G-6-PD : Glucose-6-phosphate dehydrogenase) เอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) ย่อมาจาก Glucose-6-phosphate dehydrogenase เป็นเอนไซม์ ที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วไปของร่างกาย รวมทั้งเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดเอนไซม์ชนิดนี้ จะทำให้เม็ดเลือดแดง พบมากในผู้ชาย ผู้หญิงก็มีโอกาสเป็นได้ แต่น้อยกว่าผู้ชายมาก โรคนี้เฉลี่ยทั่วประเทศ พบได้ประมาณ 12% ของประชากรทั่วไป ทางภาคอีสานพบได้ 12-15% ของประชากรทั่วไป และ ภาคเหนือพบได้ 9-15% ของประชากรทั่วไป

ความคิดเห็นที่ 202

10 ส.ค. 2553 20:00
  1. ความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome) – เกิดขึ้นได้ทุกเพศ แต่โอกาสเกิดขึ้นจะมีมากในเพศใดเพศหนึ่ง • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ เนื่องจากควบคุมด้วยยีนด้วยบนโครโมโซม X จึงพบในเพศชายมากกว่าในเพศหญิง (เพราะผู้ชายมี X ตัวเดียว) โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม (Autosome) ถ้าเป็นโรคจากความผิดปกติระดับโครโมโซม ได้แก่ • กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ( down's syndrome) สาเหตุเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง เป็น 3 แท่ง เมื่อรวมทั้งโครโมโซมร่างกายและโครโมโซมเพศแล้วจะกลายเป็น 47 แท่ง อาการของผู้ป่วย หางตาชี้ขึ้น ลิ้นจุกปาก ศีรษะแบน ดั้งจมูกแบน ปัญญาอ่อน ไอคิว 20-150 พบบ่อยในแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก สำหรับกลุ่มมารดาที่มีอายุ 45 ปี ขึ้นไป ลูกมีโอกาสผิดปรกติแบบนี้สูงถึง 1/50 คน

ความคิดเห็นที่ 201

10 ส.ค. 2553 19:54
  1. โครโมโซมของคนเรามี 23 คู่ หรือ 46 แท่ง แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ • ออโตโซม (Autosome) คือโครโมโซมร่างกาย มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง • เซ็กโครโมโซม ( Sex chromosome) คือโครโมโซมเพศ มี 1 คู่ หรือ 2 แท่ง - โครโมโซมเพศ ในหญิงจะเป็นแบบ XX - โครโมโซมเพศ ในชายจะเป็นแบบ XY ความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมร่างกาย (Autosome) - เกิดขึ้นได้ทุกเพศและแต่ละเพศมีโอกาสเกิดขึ้นเท่ากัน • ลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ผิวเผือก เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนเด่นบนโครโมโซม ได้แก่โรคท้าวแสนปม นิ้วมือสั้น คนแคระ ความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome) – เกิดขึ้นได้ทุกเพศ แต่โอกาสเกิดขึ้นจะมีมากในเพศใดเพศหนึ่ง • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ เนื่องจากควบคุมด้วยยีนด้วยบนโครโมโซม X จึงพบในเพศชายมากกว่าในเพศหญิง (เพราะผู้ชายมี X ตัวเดียว)

ความคิดเห็นที่ 200

10 ส.ค. 2553 10:14
  1. โรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome) - เกิดขึ้นได้ทุกเพศ แต่โอกาสเกิดขึ้นจะมีมากในเพศใดเพศหนึ่ง ตาบอดสี (Color blindness) ตาบอดสี คือ ภาวะ การมองเห็นสีผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นการบอดสีแต่กำเนิด พบได้ 8% ของเพศชาย และ 0.5% ของเพศหญิง เพราะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะด้อยบนโครโมโซมเพศ ทำให้มี cones ไม่ครบ 3 ชนิด ส่วนใหญ่จะขาด red cones ทำให้แยกสีแดงจากสีเขียวไม่ได้ โดยความผิดปกติจะเกิดขึ้นกับตาทั้ง 2 ข้าง และแก้ไขไม่ได้ บางคนไม่มี cones เลย จะเห็นแต่ภาพขาวดำ ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) เป็นโรคเลือดออกไหลไม่หยุด เพราะเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้ อาการที่สังเกตได้ เช่น เลือดออกมากผิดปกติ กำเดาไหลบ่อย ข้อบวม เกิดแผลฟกช้ำขึ้นเอง โดยโรคนี้จะทำให้ร่างกายขาดสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว โรคนี้สามารถรักษาโดยการใช้สารช่วยให้เลือดแข็งตัวทดแทน ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี (G-6-PD : Glucose-6-phosphate dehydrogenase) เอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) ย่อมาจาก Glucose-6-phosphate dehydrogenase เป็นเอนไซม์ ที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วไปของร่างกาย รวมทั้งเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดเอนไซม์ชนิดนี้ จะทำให้เม็ดเลือดแดง พบมากในผู้ชาย ผู้หญิงก็มีโอกาสเป็นได้ แต่น้อยกว่าผู้ชายมาก โรคนี้เฉลี่ยทั่วประเทศ พบได้ประมาณ 12% ของประชากรทั่วไป ทางภาคอีสานพบได้ 12-15% ของประชากรทั่วไป และ ภาคเหนือพบได้ 9-15% ของประชากรทั่วไป

ความคิดเห็นที่ 199

10 ส.ค. 2553 10:13
  1. โรคทางพันธุกรรม สิ่งที่ต้องรู้ โครโมโซมของคนเรามี 23 คู่ หรือ 46 แท่ง แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ • ออโตโซม (Autosome) คือโครโมโซมร่างกาย มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง • เซ็กโครโมโซม ( Sex chromosome) คือโครโมโซมเพศ มี 1 คู่ หรือ 2 แท่ง • ลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ผิวเผือก เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนเด่นบนโครโมโซม ได้แก่โรคท้าวแสนปม นิ้วมือสั้น คนแคระ • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ • กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ( down's syndrome) • กลุ่มอาการคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrome) • กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดม ( Edward's syndrome) • กลุ่มอาการพาทัวซินโดม ( Patau syndrome) เช่น

ความคิดเห็นที่ 198

10 ส.ค. 2553 10:11
  1. โรคทางพันธุกรรม สิ่งที่ต้องรู้ โครโมโซมของคนเรามี 23 คู่ หรือ 46 แท่ง แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ • ออโตโซม (Autosome) คือโครโมโซมร่างกาย มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง • เซ็กโครโมโซม ( Sex chromosome) คือโครโมโซมเพศ มี 1 คู่ หรือ 2 แท่ง - โครโมโซมเพศ ในหญิงจะเป็นแบบ XX - โครโมโซมเพศ ในชายจะเป็นแบบ XY • ลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ผิวเผือก เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนเด่นบนโครโมโซม ได้แก่โรคท้าวแสนปม นิ้วมือสั้น คนแคระ • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ • กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ( down's syndrome) • กลุ่มอาการคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrome) • กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดม ( Edward's syndrome) • กลุ่มอาการพาทัวซินโดม ( Patau syndrome) เช่น โรคธาลัสซีเมีย ( Thalassemia ) โรคที่เกิดจากความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome) - เกิดขึ้นได้ทุกเพศ แต่โอกาสเกิดขึ้นจะมีมากในเพศใดเพศหนึ่ง ตาบอดสี (Color blindness) ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) ภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี (G-6-PD : Glucose-6-phosphate dehydrogenase) โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome) - กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ ( Turner's syndrome) - กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter's syndrome) ---------------------

ความคิดเห็นที่ 197

10 ส.ค. 2553 09:50
  1. โรคทางพันะกรรม เป็นโรคที่เกิดขิ้นในโครโมโซมร่างกาย โครโมโซมเพศ และบนออโตโทม ซึ่งการผิดปกตินั้น พบได้ตามที่ต่างๆในโครโมโซม และในออโตโซม และที่ต่างๆ บนโครโมโซม และในออโตโซม จะพบการเกิดโรคต่างๆ มากมาย เช่น โรคท้าวแสนปม โรคธาลัสซีเมีย ผิวเผือก นิ้วมือสั้น คนแคระ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ ปากแหว่ง เพดานโหว่ หัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 196

6 ส.ค. 2553 13:44
  1. ข้อมูลดี อ่านแล้วมีคว่มรู้เกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้นอีก 2 โรค แต่ถ้ามีภาพประกอบด้วยคงจะดีกส่านี้นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 195

31 ก.ค. 2553 13:45
  1. ขอบคุณครับ กำลังหาข้อมูลทำงานส่งพอดีครับ

ความคิดเห็นที่ 194

23 ก.ค. 2553 18:10
  1. อ่าน ง่าย สนุก เเละ ดั้ย ความรู้ มากก กก ก

ความคิดเห็นที่ 193

23 ก.ค. 2553 10:40
  1. สุดยอดเลยคับผมอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 192

19 ก.ค. 2553 22:58
  1. ขอบคุนน่ะค่ะ.... แต่อยากรุว่าการที่ Blue blindness เกิดขึ้นที่ autosome คู่ที่เท่าไหร่ จานเค้าฝากมาค่ะ... ช่วยหนูด้วยยย

ความคิดเห็นที่ 191

19 ก.ค. 2553 12:02
  1. ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 190

17 ก.ค. 2553 17:41
  1. ขอบคุณครับ เนื้อหาครบถ้วน เข้าใจง่าย

ความคิดเห็นที่ 189

14 ก.ค. 2553 15:02
  1. วิธีการรักษาโรคคริดูซาต์

ความคิดเห็นที่ 188

12 ก.ค. 2553 18:14
  1. ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 187

8 ก.ค. 2553 11:54
  1. ขอคุณนะค่ะกำลังหาโรคเกี่ยวกับทางพันธุกรรมทำโครงงานพอดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 186

28 มิ.ย. 2553 16:16
  1. ขอบคุณมากนะคะ กำลังทำรายงานเรื่องนี้อยู่พอดีเรย

ความคิดเห็นที่ 183

23 มิ.ย. 2553 11:11
  1. ขอบคุณค่ะพอดีลูกชายเป็นโรค g6pd ให้ความรู้มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 182

14 มิ.ย. 2553 11:37
  1. ขอบคุนมากๆๆๆเรยคับ ดีมากๆเรย THX

ความคิดเห็นที่ 181

14 มิ.ย. 2553 09:54
  1. เขียนดีมาก ในวัน 20มิถุนายน 2553 ขอเชิญมางานแต่งพี่ภาคและน้องนกเอี้ยงดัวยน่ะครับ ทีต้นเหรียงด้วยน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 180

14 มิ.ย. 2553 09:51
  1. เขียนดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 179

11 มิ.ย. 2553 13:36
  1. เนื้อหามาก

ความคิดเห็นที่ 178

10 มิ.ย. 2553 19:35
  1. อยากได้ข้อมูลเยอะกว่านี้อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 177

8 มิ.ย. 2553 14:32
  1. ขอบคุณครับที่ให้ข้อมูลผม Bay

ความคิดเห็นที่ 176

7 มิ.ย. 2553 17:54
  1. ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 175

7 มิ.ย. 2553 09:31
  1. เม้นๆๆๆๆๆ อ่านสนุก เขียนมันส์ๆ พิมพ์ดีๆ มา เม้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 174

28 พ.ค. 2553 18:45
  1. thx. for information nakab~

ความคิดเห็นที่ 173

17 พ.ค. 2553 21:29
  1. ขอบคุนมากกกกกกกค่า มีงานส่งแล้วว ^^

ความคิดเห็นที่ 172

10 มี.ค. 2553 13:03
  1. ขอบคุณมากมากนะค่ะ มีงานส่งครูแล้ว เย้เย้เย้

ความคิดเห็นที่ 171

22 ก.พ. 2553 19:17
  1. ขอบ คุณ มาก เลย คับ พรุ้ง นี้ สอบ มี ความรู้ ไป สอบ แล้ว ^______________^

ความคิดเห็นที่ 170

17 ก.พ. 2553 12:36
  1. ขอบคุณมากค่ะ♥

ความคิดเห็นที่ 168

27 ต.ค. 2552 21:33
  1. ขอบคุณคับข้อมูลนี้ดีมากๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 167

29 ก.ย. 2552 13:07
  1. ขอบคุนมากนะคะ ^^

ความคิดเห็นที่ 166

26 ก.ย. 2552 19:56
  1. ขอบคุณที่นำความรู้มาให้ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 165

16 ก.ย. 2552 14:01
  1. ขอบคุณมากดีมาก


ความคิดเห็นที่ 164

motom
10 ก.ย. 2552 14:37
  1. ขอบคุณครับ


ความคิดเห็นที่ 163

10 ก.ย. 2552 09:18
  1. ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 162

6 ก.ย. 2552 09:16
  1. ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดีๆ

ความคิดเห็นที่ 161

23 ส.ค. 2552 19:07
  1. ยังหางานไม่เห็นเลยคับ


ความคิดเห็นที่ 160

14 ส.ค. 2552 13:35
  1. ก็ดีสอนให้รู้เรื่องโรคของพันธุกรรมได้ดี


ความคิดเห็นที่ 159

12 ส.ค. 2552 10:49
  1. ขอบคุนมากมายครับได้ความรู้มากเลย

ความคิดเห็นที่ 157

7 ส.ค. 2552 12:04
  1. ผู้ที่ค้นพบโรคพร่องเอนไซม์คนแรกคือใคร? ด่วน!


ความคิดเห็นที่ 156

3 ส.ค. 2552 14:52
  1. อยากทราว่าโรคนิ้วก้ามปูเป็นอย่างไร


ความคิดเห็นที่ 155

1 ส.ค. 2552 11:39
  1. ข้อมูลน้อยจัง

ความคิดเห็นที่ 154

27 ก.ค. 2552 12:55
  1. สุดยอด


ความคิดเห็นที่ 152

7 ก.ค. 2552 21:42
  1. มีงานส่งอาจาร์ยแล้วขอบคุณมากคับ


ความคิดเห็นที่ 151

25 มิ.ย. 2552 21:05
  1. Thx. (ขอบ คุณ) สำ หรับ Data นี้ ครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 150

23 มิ.ย. 2552 19:35
  1. ขอบคุณเเต่ไม่มีภาพเลย

ความคิดเห็นที่ 149

23 มิ.ย. 2552 19:32
  1. รัก.......ตอบ

ความคิดเห็นที่ 148

17 มิ.ย. 2552 15:50
  1. เหอๆ อ่ะนะ

ความคิดเห็นที่ 147

16 มิ.ย. 2552 18:30
  1. ให้ความรู้มากเลยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 146

14 มิ.ย. 2552 14:59
  1. ขอบคุณมากกับเนื้อหาดีๆคับ


ความคิดเห็นที่ 145

12 มิ.ย. 2552 21:35
  1. ขอบคุณมากค่ะสรุปให้เสร็จเลยเราก้มีหน้าที่ปาดดำ คลิ๊กขวา กดcopy แล้วก็pasteลงword555ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 144

31 พ.ค. 2552 15:58
  1. ขอบคุนคะที่ช่วยให้ความรุ้นะนะ


ความคิดเห็นที่ 143

porphyra
28 พ.ค. 2552 23:05
  1. เอานี่ไปดีกว่า  เป็น  แหล่งรวมข้อมูลใหญ่ๆ

    http://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/bv.fcgi?rid=gnd&ref=toc


ความคิดเห็นที่ 142

28 พ.ค. 2552 15:37
  1. เสียดาย กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ น้อยไปหน่อยอะนะจะเอาไปทำรายงานอะงับแหละก้อรูปก้อมะมีด้วย


ความคิดเห็นที่ 141

24 พ.ค. 2552 14:36
  1. ข้อมูลที่ให้ในแต่ละโรคมีน้อยจัง


ความคิดเห็นที่ 140

24 พ.ค. 2552 05:58
  1. ขอบคุณมากครับที่ให้ขอมูล


ความคิดเห็นที่ 139

20 พ.ค. 2552 18:21
  1. ขอบคุงมาคับ(โอมเด้กในตลาดลูกลุงโรจน์น่าว่ามาที่นี้นะตอบด้วย)


ความคิดเห็นที่ 138

22 มี.ค. 2552 10:25
  1. ขอบคุณ


ความคิดเห็นที่ 137

10 ก.พ. 2552 16:35
  1. ศฌฐธ๘ธ

ความคิดเห็นที่ 136

12 ม.ค. 2552 22:12
  1. ยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมในสัตว์กรุณาส่งข้อมูลมาทางอีเมล์ด้วยขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 135

10 ม.ค. 2552 16:21
  1. ขอบคุณมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 134

7 ม.ค. 2552 19:29
  1. Thank You!!


ความคิดเห็นที่ 133

6 ม.ค. 2552 17:06
  1. ขอบคุงสำหรับข้อมูลแต่ม่ายมีรูปหั้ยเลยอ่ะ


ความคิดเห็นที่ 132

27 ธ.ค. 2551 17:06
  1.  

    โรคทางพันธุกรรม โครโมโซมของคนเรามี 23 คู่ หรือ 46 แท่ง แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ •  ออโตโซม (Autosome) คือโครโมโซมร่างกาย มี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง •  เซ็กโครโมโซม ( Sex chromosome) คือโครโมโซมเพศ มี 1 คู่ หรือ 2 แท่ง - โครโมโซมเพศ ในหญิงจะเป็นแบบ XX - โครโมโซมเพศ ในชายจะเป็นแบบ XY ความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมร่างกาย (Autosome) - เกิดขึ้นได้ทุกเพศและแต่ละเพศมีโอกาสเกิดขึ้นเท่ากัน •  ลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ผิวเผือก เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว •  ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนเด่นบนโครโมโซม ได้แก่โรคท้าวแสนปม นิ้วมือสั้น คนแคระ ความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในโครโมโซมเพศ ( Sex chromosome) – เกิดขึ้นได้ทุกเพศ แต่โอกาสเกิดขึ้นจะมีมากในเพศใดเพศหนึ่ง •  ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อยบนโครโมโซม X ได้แก่ หัวล้าน ตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคภาวะพร่องเอนไซม์ จี- 6- พีดี ( G-6-PD) โรคกล้ามเนื้อแขนขาลีบ การเป็นเกย์ เนื่องจากควบคุมด้วยยีนด้วยบนโครโมโซม X จึงพบในเพศชายมากกว่าในเพศหญิง (เพราะผู้ชายมี X ตัวเดียว) โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม (Autosome) •  กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดม ( Edward's syndrome) มีสาเหตุจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 โครโมโซม นอกจากมีภาวะปัญญาอ่อนแล้ว เด็กยังมีความพิการรุนแรง เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ หัวใจพิการแต่กำเนิด          

     

     

     

     


ความคิดเห็นที่ 131

19 ธ.ค. 2551 20:03
  1. very good


ความคิดเห็นที่ 130

14 ธ.ค. 2551 10:35
  1. ขอบคุณมากครับ คัด บ.ฝ. ไปได้ตั้งหลายข้อ


ความคิดเห็นที่ 129

11 ธ.ค. 2551 20:34
  1. ขอบคุฯมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 128

11 ธ.ค. 2551 18:30
  1. อยากได้ข้อมูลโรค ซุปเปอร์แมน กับ ซุปเปอร์ฟีเมลอ่ะ แง้ง งหาไม่เจอเล่ย TT^TT


ความคิดเห็นที่ 127

9 ธ.ค. 2551 14:03
  1. ขอบคุณมากคร่าอิอิ


ความคิดเห็นที่ 126

8 ธ.ค. 2551 18:37
  1. อ่านแล้วงง...........................อ๊ะล้อเล่น


ความคิดเห็นที่ 125

5 ธ.ค. 2551 11:57
  1. แล้วโรคทางพันธุกรรมเบาหวานเป็น Autosomal Recessive หรือ Autosomal Dominant คะ? ช่วยตอบท

ความคิดเห็นที่ 124

5 ธ.ค. 2551 10:41
  1. ขอบคุณมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 123

18 พ.ย. 2551 20:29
  1. ขอบคุณนะคะน่าจะมีรูปหน่อยก้ดีค่ะจะได้ทำรายงาน


ความคิดเห็นที่ 122

17 พ.ย. 2551 19:20
  1. ขอบคุงคร่าเพ่

ความคิดเห็นที่ 121

10 พ.ย. 2551 17:58
  1. ขอบคุณครับที่ให้ข้อมูล  :--BosS man--:


ความคิดเห็นที่ 120

PT_PUMb*
8 พ.ย. 2551 11:31
  1. {#emotions_dlg.d6}


ความคิดเห็นที่ 119

8 พ.ย. 2551 10:21
  1. น่าจะมีรูปนะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 118

5 พ.ย. 2551 21:13
  1. -v-  ขอบคุน ที่สุ ด ด ด ด 


ความคิดเห็นที่ 117

29 ต.ค. 2551 21:32
  1. pss  PSEDFD3อย่างนี้ย่อมาจากอะไรหรือคับช่วยตอบหน่อยนะ


ความคิดเห็นที่ 116

29 ต.ค. 2551 17:26
  1. เนื้อหาน้อยมากกกกกกกค่ะ


ความคิดเห็นที่ 115

28 ต.ค. 2551 00:56
  1. ขอบคุณสำหรับความรู้ดีดีนะคร่ะ เป็นประโยชน์มากเรยคร่ะ


ความคิดเห็นที่ 114

27 ต.ค. 2551 20:26
  1. D มากๆๆ


ความคิดเห็นที่ 113

15 ต.ค. 2551 16:17
  1. ขอบคุณครับ สุดตรีนส์

ความคิดเห็นที่ 112

28 ก.ย. 2551 14:38
  1. ว้าว ข้อมูลดีจิงๆเลย จะสอบพรุ่งนี้เเล้วพอได้อ่านมั่นใจว่าต้องทำได้แน่ๆ ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 111

25 ก.ย. 2551 18:39
  1. ขอบคุณคร่า ชีวะสอบพรุ่งนี้พอดีคร่า หาหนังสือติวม.1 ไม่ได้เลย ก้อมาได้เว็บนี้แหล่ะคร่า ขอบคุณคร่า ขอบคุณมากจิงๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 110

16 ก.ย. 2551 23:24
  1. ขอบคุงงับ


ความคิดเห็นที่ 109

16 ก.ย. 2551 23:20
  1. ดีว่ะเจ๋งงานเสดละ


ความคิดเห็นที่ 108

15 ก.ย. 2551 17:27
  1. ขอบคุณมากค่ะ กำลังสอบพอดี

ความคิดเห็นที่ 107

9 ก.ย. 2551 21:17
  1. ขอบคุณครับ


ความคิดเห็นที่ 106

6 ก.ย. 2551 08:32
  1. ยอดมากเลย     เพ่พพพพพพพพพพพพพพพ


ความคิดเห็นที่ 105

4 ก.ย. 2551 19:12
  1. ขอบคุณมากเลยครับผมเลยทำรายงานเรื่องนี้เสร็จ


ความคิดเห็นที่ 104

3 ก.ย. 2551 21:10
  1. ขอบคุณนะคับที่ให้กันใช้ทำงานคับ เบอร์กันโทรมาได้ 0877536352

ความคิดเห็นที่ 103

1 ก.ย. 2551 18:26
  1. D-JANG ^^


ความคิดเห็นที่ 102

1 ก.ย. 2551 00:23
  1. สาระดีมาก

ความคิดเห็นที่ 101

1 ก.ย. 2551 00:19
  1. น่าจะมีรูปภาพประกอบ

ความคิดเห็นที่ 100

25 ส.ค. 2551 20:24
  1. ขอบคุณมากค่ะ เป็นประโยชน์มากๆเลย


ความคิดเห็นที่ 99

24 ส.ค. 2551 20:58
  1. ข้อความดีจังค่ะ กำลังหาข้อมูลอยู่หาเจอแล้วมีประโยชน์มากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 98

21 ส.ค. 2551 09:48
  1. ขอบคุณคับสำหรับข้อมูลดีๆ

ความคิดเห็นที่ 97

20 ส.ค. 2551 09:48
  1. ดิฉันมีลูกที่มีความผิดปกติของโครโมโซม คู่ที่13 แต่ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่และมีพัฒนาการที่ล่าช้า มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงและยังไม่สามารถสื่อสารเป็นคำพูดได้ ใครมีประสบการณ์เกี่ยวกับความผิดปกตินี้ กรุณาแสดงความคิดเห็น เพราะส่วนใหญ่ที่ไปรับการรักษา ไม่ค่อยมีเด็กที่มีปัญหาเหมือนกับลูกดิฉัน

ความคิดเห็นที่ 96

aeromo
18 ส.ค. 2551 20:26
  1. กำลังหาทำรายงานอยู่เลยขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 95

15 ส.ค. 2551 15:07
  1. ขอบคุณมากคะ  เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์มาก


ความคิดเห็นที่ 94

13 ส.ค. 2551 07:28
  1. ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 92

โอยุ
8 ส.ค. 2551 18:33
  1. ขอบคุณที่ช่วยนำความรู้ดีๆมาให้อ่าน{#emotions_dlg.d2}


ความคิดเห็นที่ 91

6 ส.ค. 2551 20:58
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 90

5 ส.ค. 2551 23:01
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 89

4 ส.ค. 2551 19:01
  1. กำลังทำรายงานอยู่เลยขอบคุณมากกกกกกกคร้าบ


ความคิดเห็นที่ 88

29 ก.ค. 2551 19:10
  1. ได้ความรู้จริงๆ ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 87

29 ก.ค. 2551 11:36
  1. มีความรู้ต้องมากมายที่เราจะค้นหาและขอขอบคุณสับหรับwww.google.com มากๆนะค่ะทำให้ประเทศเรานี้ทันสมัยมากขึ้น BYE BYE

ความคิดเห็นที่ 86

29 ก.ค. 2551 11:33
  1. ขอบคุณค่ะที่ให้ควารู้ในเรื่องนี้ ขอบคุณมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 85

28 ก.ค. 2551 21:10
  1. ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 84

28 ก.ค. 2551 20:31
  1. ดีมากครับขอบคุงครับ


ความคิดเห็นที่ 83

24 ก.ค. 2551 01:10
  1. ดีสุดๆ พุ่งนี้จะสอบพอดี ขอบคุณมากคร่า

ความคิดเห็นที่ 82

21 ก.ค. 2551 15:37
  1. ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้

ความคิดเห็นที่ 81

18 ก.ค. 2551 06:31
  1. Thank you so much for this intruction. ^^ I'm going to test.

ความคิดเห็นที่ 80

15 ก.ค. 2551 14:18
  1. ขอบคุณค่ะกำลังหาอย่พอดี

ความคิดเห็นที่ 79

14 ก.ค. 2551 20:17
  1. ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 78

smile_guanteen
4 ก.ค. 2551 21:51
  1. ดีมากเลย

    เรากำลังเรียนอยู่พอดี .. .อาจารย์ให้หาด้วย

    ขอบคุนมากค๊ า :)

     


ความคิดเห็นที่ 77

3 ก.ค. 2551 16:47
  1. โรคคนเผผือกน้อยจัง

ความคิดเห็นที่ 76

2 ก.ค. 2551 07:38
  1. เนื้อหาดีมากเลยคับ

     


ความคิดเห็นที่ 74

30 มิ.ย. 2551 17:56
  1. มีประโยชน์มาก


ความคิดเห็นที่ 73

22 มิ.ย. 2551 16:24
  1. ดี

ความคิดเห็นที่ 72

22 มิ.ย. 2551 12:51
  1. ดีมากเลยกำลังทำรายงานส่งครูเหมือนกัน  ขอบคุณ มากๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 71

19 มิ.ย. 2551 20:11
  1. <P>พออ่านแล้วก็เข้าใจเรื่องโครโมโซมมากขึ้นค่ะ</P> <P>เนื้อหาดีมากๆเลยค่ะ</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 70

17 มิ.ย. 2551 20:31
  1. <P>ขอบคุณมากนะคะกำลังทำการบ้านส่งอ.เรื่องนี้พอดีเลยอ่ะค่ะ</P> <P>ละเอียดดีมากค่ะแล้วในนี้มีชนิดของโครโมโซมที่ผิดปกติไหมคะเนี่ย</P> <P>หาไม่เจอเลยอ่ะค่ะ</P>

ความคิดเห็นที่ 69

14 มิ.ย. 2551 10:07
  1. ความรุ้ดีมากเลยค่ะ&nbsp;

ความคิดเห็นที่ 68

แก้วกายสิทธ์
14 มิ.ย. 2551 09:34
  1. มีเนื้อหาสาระมากนะค่ะ

    กระทู้มีเนื้อหาดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    แต่จะให้ดีอีกนะค่ะน่าจะมีน่าจะมีการเกริ่นนำเรื่องโครโมโซมก่อนอีกนิดนึงค่ะว่าคืออะไร

    จะได้จำเรื่องโครโมโซมได้ค่ะ เพราะเรื่องแบบนี้มันต้องเชื่อมดยงกันค่ะ

    แต่ถึงยังไงนะค่ะนี่ก็เปนการแนะนำเล็กๆน้อยๆแต่เนื่อหาที่พิมพ์มานะค่ะถือว่าเป็นประโยชน์สูง

    มากแก่ผู้ที่กำลังศึกษาเรื่องนี้ค่ะ

     


ความคิดเห็นที่ 63

7 มิ.ย. 2551 18:55
  1. <P>กำเนื้อหาดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยนะครับ</P> <P>แต่บังเอิญเอาอยากได้รูปภาพมาเยยอ่ะครับ</P> <P>กำแต่ถ้ามีช่วยลงทีนะครับ</P> <P>(ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ)</P>

ความคิดเห็นที่ 62

7 มิ.ย. 2551 18:48
  1. <FONT style="BACKGROUND-COLOR: #ff9900" color=#ffcc99 size=7><STRONG>ขอบคุณจริงค่ะ!! !</STRONG></FONT>

ความคิดเห็นที่ 61

5 มิ.ย. 2551 23:35
  1. <P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" color=#ff0099 size=7><EM>ขอบคุนมากมายนะค่ะ</EM></FONT></P> <P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" color=#ff0099 size=7><EM>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เข้าจัยดีจ้า...</EM></FONT></P> <P><EM><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" color=#ff0099 size=7>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แจ่มแจ้ง...</FONT></EM></P> <P><EM><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" color=#ff0099 size=7></FONT></EM>&nbsp;</P> <P><EM><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" color=#ff0099 size=7>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นู๋รักพัตเตอร์</FONT></EM></P>

ความคิดเห็นที่ 60

4 มิ.ย. 2551 13:18
  1. <P>ดีโว้</P>

ความคิดเห็นที่ 59

4 มิ.ย. 2551 12:53
  1. <P>ก็ดีครับพีน้อง</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 58

3 มิ.ย. 2551 17:51
  1. <P>ขอบคุณมากคะ</P>

ความคิดเห็นที่ 57

3 มิ.ย. 2551 11:15
  1. แว็บนี้มีแต่พวกโรคจิต

ความคิดเห็นที่ 56

2 มิ.ย. 2551 10:52
  1. ๆๆฟาๆฟ/

ความคิดเห็นที่ 55

31 พ.ค. 2551 11:07
  1. <P>อือ ดีๆ</P>

ความคิดเห็นที่ 54

29 พ.ค. 2551 09:27
  1. โอวาว

ความคิดเห็นที่ 52

28 พ.ค. 2551 17:39
  1. <P><FONT size=4>อยากได้รูปภาพความผิดปกติของโครโมโซมเพศมากกว่า</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 51

28 พ.ค. 2551 17:35
  1. อยากได้รูปภาพความผิดปกติของโครโมโซมเพศมากกว่าน่ะ

ความคิดเห็นที่ 50

27 พ.ค. 2551 17:07
  1. <P><FONT face="courier new, courier, mono" size=7>Thank you...</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 49

27 พ.ค. 2551 10:34
  1. ดีจังอ่านง่ายเข้าจัยง่าย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ

ความคิดเห็นที่ 47

11 มี.ค. 2551 15:57
  1. <P>อ่านแล้วสนุกมาเลยคะ น่าจะมีเนื้อหาเพิ่มมากขึ้น</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 46

11 มี.ค. 2551 15:49
  1. อ่านเข้าใจดีมาก

ความคิดเห็นที่ 45

11 มี.ค. 2551 12:38
  1. <P>อ่านแล้วเข้าใจม่กขึ้น ขอบคุณคะ</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 44

6 มี.ค. 2551 22:47
  1. <P><FONT size=3>โหพี่</FONT></P> <P><FONT size=3>ขอบคุนมากครับ</FONT></P> <P><FONT size=3>ก๊อบงานพี่แจกเพื่อนได้ตั้งคนละร้อย</FONT></P> <P><FONT size=3></FONT>&nbsp;</P> <P><FONT size=3></FONT>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 43

27 ก.พ. 2551 17:48
  1. ดีครับแต่ถ้าจะให้ดีอีกอยากให้มีรูปด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 42

25 ก.พ. 2551 10:26
  1. <P><FONT face="courier new, courier, mono" size=3>ขอบคุณมากๆๆเลยค่ะ มีประโยชน์มากรายงานเสร็จเร็วดีด้วย</FONT></P> <P><FONT face="Courier New" size=3>ข้อมูลต่างๆอ่านง่ายเข้าใจดี แต่ถ้ามีภาพประกอบคงดีกว่านี้</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 41

23 ก.พ. 2551 15:29
  1. <P>ขอบคุณมากค่า</P> <P>&nbsp;</P> <P>จะสอบแล้วๆๆๆ</P>

ความคิดเห็นที่ 39

7 ก.พ. 2551 15:35
  1. <P>โอ๊โ</P>

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น