|
การอนุรักษ์พลังงานเฟื่องฟูในญี่ปุ่น - ข่าวจากกรุงเทพฯธุรกิจ
โพสต์เมื่อ:
12:48 วันที่ 14 ก.พ. 2550 ชมแล้ว:
2,384
ตอบแล้ว:
1
ขณะที่หลายๆ ประเทศ ประสบกับปัญหาราคาน้ำมันแพง นำไปสู่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจอาจจะชะลอตัว แต่ที่นี่ ในประเทศญี่ปุ่น คิมิโนบุ คิมูระ บอกว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกกดดันถึงเรื่องนี้เลย หรืออันที่จริง ค่าไฟรายเดือนยังถูกกว่าเมื่อปีก่อนด้วยซ้ำ
เขียนโดย อนัญชนา สาระคู http://www.bangkokbiznews.com/2007/02/01/WW06_0602_news.php?newsid=2095 กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ขณะที่หลายๆ ประเทศ ประสบกับปัญหาราคาน้ำมันแพง นำไปสู่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจอาจจะชะลอตัว แต่ที่นี่ ในประเทศญี่ปุ่น คิมิโนบุ คิมูระ บอกว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกกดดันถึงเรื่องนี้เลย หรืออันที่จริง ค่าไฟรายเดือนยังถูกกว่าเมื่อปีก่อนด้วยซ้ำ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเจ้าเครื่องกำเนิดพลังงานสำหรับบ้านตัวใหม่ ที่ไม่ส่งเสียงดังและมีขนาดพอๆ กับตู้ใส่ของที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแปลงไฮโดรเจนให้เป็นกระแสไฟฟ้าและทำน้ำเย็นให้ร้อน แถมยังกินไฟเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ![]() คิมิโนบุ คิมูระ แต่แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ตัวนี้แล้ว แต่คิมูระก็ไม่ได้ละความพยายามที่จะใช้วิธีประหยัดพลังงานแบบอื่น เพราะภายในบ้านยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบประหยัดไฟอยู่เต็มไปหมด ทั้งตู้เย็นและเครื่องล้างจานที่เข้ามุมพอดีกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ส่วนบ้านหลังอื่นๆ บางหลังยังใช้ฮีตเตอร์ ที่สามารถตรวจจับและส่งความอบอุ่นตรงไปยังผู้อยู่อาศัยภายในบ้านโดยเฉพาะอีกด้วย สถาปนิกวัย 48 ปีรายนี้บอกว่า ครอบครัวของตัวเองนั้นต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือในการประหยัดค่าไฟ เช่น การนำน้ำที่ใช้อาบแล้วกลับมาใช้ซักผ้า และขี่จักรยานไปซื้อของ เป็นต้น "ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือความตั้งใจในการประหยัดพลังงานของคนที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการปลูกฝังให้มีจิตสำนึกแน่วแน่ในการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งรัฐบาล บริษัท ตลอดจนคนธรรมดา และทุกๆ คน" ฮิโตชิ อิคุมา ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานของสถาบันวิจัยญี่ปุ่นกล่าว ทั้งนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นตรงกันว่า แดนปลาดิบแห่งนี้มีการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีกว่าสหรัฐอเมริกาอยู่มาก นั่นก็เพื่อความเจริญก้าวหน้าในยุคที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น และหากมีบทเรียนใดที่คนญี่ปุ่นให้กับชาวอเมริกันได้ นั่นก็คือว่า ไม่ได้มีวิธีการเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้ อย่างการใช้ชีวิตของ คิมูระ เองก็พยายามผสมผสานกันในหลายๆ อย่าง ทั้งจากเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า ไปจนถึงวิธีการประหยัดพลังงานแบบง่ายที่สุดในชีวิตประจำวัน เช่น การให้คนในครอบครัวทั้งสี่คน มาอยู่รวมกันในห้องๆ เดียวในช่วงฤดูหนาว จากข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ในฝรั่งเศส ยังระบุว่าแดนปลาดิบมีการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเทียบกับประเทศร่ำรวยด้วยกัน โดยในปี 2548 ได้ใช้พลังงานน้อยกว่า 1 ใน 4 ของการใช้พลังงานในสหรัฐ ว่าไปแล้ว การอนุรักษ์พลังงานได้ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของชาวญี่ปุ่น จากความรู้สึกไม่ปลอดภัยนักกับการที่ประเทศต้องนำเข้าน้ำมันทั้งหมดจากตะวันออกกลาง แต่ในความจริง ยังมาจากนโยบายของรัฐบาลเมื่อปี 2513 ซึ่งได้สร้างความตกอกตกใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ที่จำต้องประหยัดเพื่อลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าราคาในตลาดโลก จากมาตรการภาษีและการควบคุมราคา ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในญี่ปุ่นสูงถึงแกลลอนละ 5.20 ดอลลาร์ (ราว 187.2 บาท) หรือสูงกว่าสหรัฐถึง 2 เท่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้นำรายได้จากภาษีกลับคืนให้ประชาชนด้วยการนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการพัฒนาพลังงานด้านอื่นๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลยอมแบกรับภาระต้นทุนการผลิตเจ้าเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีราคาถึงเครื่องละ 51,000 ดอลลาร์ (ราว 1.84 ล้านบาท) โดยเครื่องปั่นไฟ 2 ตัวแรกถูกนำไปติดตั้งที่บ้านของนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนเมษายน 2548 แถมยังทำให้คิมูระสามารถซื้อเครื่องที่ว่านี้ได้เมื่อปลายปีก่อนในราคา 9,000 ดอลลาร์ (ราว 3.24 แสนบาท) ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตมาก จากข้อมูลของกระทรวงการค้าระบุด้วยว่า ขณะนี้สามารถขายออกไปได้แล้วราว 1,300 เครื่อง หากยอดขายเพิ่มขึ้นอีก คาดว่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตอุปกรณ์ตัวนี้ลดลงไปราว 5,000 ดอลลาร์ (ราว 1.8 แสนบาท) ผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความเห็นว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นได้กระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้าประหยัดพลังงานในทุกๆ ชนิด ผลักดันให้เกิดสิ่งประดิษฐ์และการพัฒนาอุปกรณ์อย่างเครื่องล้างจาน หรือโทรทัศน์ประหยัดไฟ รวมไปถึงรถยนต์ประเภทไฮบริด ขณะเดียวกัน บรรดาโรงงานต่างๆ ในประเทศ ก็ได้เรียนรู้ที่จะลดการใช้พลังงาน จนได้ชื่อว่าเป็นโรงงานที่มีการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก "ญี่ปุ่นได้สอนตัวเองว่า จะอยู่รอดได้อย่างไรในภาวะที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว ซึ่งสูงกว่าที่ไหนๆ" โคอุอิชิ อิมาระ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาโกะให้ความเห็น ส่วนคิมูระเองเล่าให้ฟังด้วยว่า ภรรยาและลูก 2 คน ผลัดกันอาบน้ำในถังเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของที่นี่ ส่วนน้ำที่เหลือก็จะถูกดูดไปตามท่อเพื่อนำไปใช้ซักผ้าต่อ โดยผ้าเปียกก็จะนำไปตากให้แห้งข้างนอก หรือแขวนไว้ใต้ตะเกียงในห้องน้ำ "ถือเป็นเรื่องธรรมดามากในประเทศนี้ ที่จะคิดเรื่องของการประหยัดพลังงาน ซึ่งเราได้เรียนรู้จากพ่อแม่ ที่มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากในช่วงหลังสงคราม" สถาปนิกนักประหยัดพลังงานเผย นอกเหนือจากนี้แล้ว การประหยัดพลังงานก็ยังทำได้อีกหลายทาง ดังเช่นในบ้านขนาด 1,188 ตารางฟุต ได้ซอยย่อยเป็นห้องเล็กๆ ซึ่งง่ายต่อการทำให้อบอุ่นหรือเย็น ส่วนห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องใหญ่สุด ในช่วงหน้าหนาวคนในครอบครัวรวมทั้งสุนัขจะไปอยู่รวมกันในห้องนั้นที่จะถูกทำให้อุ่นอยู่เสมอ บ้านของคิมูระ ก็เหมือนกับบ้านชาวญี่ปุ่นทั่วๆ ไป ที่ไม่มีเซ็นทรัล ฮีตเตอร์ จึงทำให้บริเวณโถงทางเดิน บันได และห้องน้ำถูกปล่อยให้มีอากาศเย็น ส่วนห้องนอนก็จะมีฮีตเตอร์ติดผนัง ที่จะใช้เฉพาะเมื่อมีคนอยู่เท่านั้น สำหรับห้องนั่งเล่นจะถูกทำให้อุ่นด้วยน้ำร้อนวิ่งผ่านท่อใต้พื้นบ้าน ซึ่งคิมูระบอกว่า เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ประหยัดเงิน โดยค่าไฟของบ้านหลังนี้จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 เยน (ราว 6 พันกว่าบาท) ส่วนเซ็นทรัล ฮีตเตอร์นั้นถือเป็นของใช้ฟุ่มเฟือยแถมยังกินไฟเป็น 2 หรือ 3 เท่าของค่าไฟบ้านหลังนี้ ทางด้านรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็พยายามรักษาวัฒนธรรมการอนุรักษ์ไว้ด้วยการรณรงค์ให้นักธุรกิจสวมใส่เสื้อกันหนาวไว้ใต้ชุดสูทเพื่อประหยัดค่าไฟจากเครื่องทำให้อุ่น และยังได้ส่งเสริมในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน ที่หากบริษัทใดสามารถทำได้ตามเป้าหมายก็จะได้รับรางวัลเป็นสติกเกอร์สีเขียว ส่วนบริษัทใดล้มเหลวก็จะได้สีส้มไปแทน จากข้อมูลจากกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมยังรายงานด้วยว่า ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเองเลือกซื้อสินค้าที่มีแต่สติกเกอร์สีเขียวเท่านั้น จึงผลักดันให้ผู้ผลิตยิ่งต้องผลิตสินค้าประหยัดไฟออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการมากขึ้น "ชาวญี่ปุ่นใช้พลังงานน้อยอย่างไม่มีข้อสงสัยเลย" อลัน เค แมร์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานในสหรัฐ กล่าวและทิ้งท้ายว่า ส่วนหนึ่งนั้นมาจากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากการใช้ชีวิตที่แตกต่างกับชาวอเมริกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสำนึกด้านการประหยัดพลังงานที่มีมากกว่า จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1- หารายงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานนะ ออม (IP:203.172.35.54) |