|
ขยะกำลังล้นอวกาศ
โพสต์เมื่อ:
12:49 วันที่ 22 ก.พ. 2550 ชมแล้ว:
283,579
ตอบแล้ว:
45
เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว ที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอวกาศ เป็นกังวลว่าเศษชิ้นส่วนขยะต่างๆที่วิ่งไปมาในวงโคจร อาจจะวิ่งชนยานอวกาศขนาดใหญ่ ให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หลายร้อยชิ้นได้ ซึ่งเศษยานเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่ของการชนกันต่อไปเรื่อยๆ กินเวลานับหลายร้อยปี และจะค่อยๆกระจายความโกลาหลไปทั่วอวกาศ
เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ก็เริ่มหวั่นวิตกมากขึ้น เนื่องจากพวกเขาได้มีความเห็นตรงกันว่า จำนวนวัตถุในวงโคจรมีมากกว่าจุดวิกฤตที่คำนวณไว้แล้ว ซึ่งค่านี้บอกถึงความหนาแน่นในอวกาศในระดับที่จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับในปีนี้ หลังจากที่ได้มีการเพิ่มจำนวนวัตถุในอวกาศมาตลอดกว่า 50 ปี รัฐบาลสหรัฐ ตรวจพบว่ามีวัตถุในอวกาศถึง 10,000 ชิ้นแล้ว โดยวัตถุที่จะตรวจพบได้จะมีขนาด 4 นิ้วขึ้นไป ซึ่งวัตถุเหล่านี้ได้แก่ ดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ชิ้นส่วนของจรวด กล้อง เครื่องมือที่ใช้ในอวกาศ รวมไปถึงกองขยะของเศษซากที่เกิดจากการระเบิด ทั้งที่ระเบิดเองหรือระเบิดจากการทดสอบ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การที่ประเทศจีนได้ส่ง antisatellite ขึ้นไปทำลายดาวเทียมอีกดวงหนึ่ง เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ดาวเทียมดวงเก่านั้นแตกเป็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่หลายร้อยชิ้น ซึ่งมีความสำคัญก็คือ มันจะทำให้ปฏิกิริยาลูกโซ่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดไว้เสียอีก ซึ่งถ้าการประเมินของนักวิทยาศาสตร์ถูกต้องแล้วล่ะก็ ปฏิกิริยานี้จะสร้างความเสียหายนับหลายล้านดอลลาร์ ต่อดาวเทียมดวงอื่นๆ และในที่สุดก็อาจมีผลให้เราไม่สามารถบินไปในอวกาศในอนาคตด้วย ผู้เชี่ยวชาญทั้งของรัฐและเอกชน กล่าวว่า การประมาณขั้นต้นเชื่อว่ามีชิ้นส่วนที่แตกมาจากดาวเทียมนี้ 800 ชิ้น และมันน่าจะมากถึง 1,000 ถ้านักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลจากกล้อง และเรดาร์เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะ 800 หรือ 1,000 ตัวเลขนี้ก็นับว่ามากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาเลย อาจจะวันนี้ ปีหน้า หรืออีกสิบปีข้างหน้าที่ชิ้นส่วนที่วิ่งไปมาเหล่านี้จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ขึ้นสักวันหนึ่งแน่นอน มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย Dr. Nicholas Johnson จาก National Aeronautics and Space Administration กล่าว เศษซากเหล่านี้อาจจะวิ่งไปชนจรวดเก่าๆที่ไม่ได้ใช้แล้วสักลำหนึ่ง แล้วมันก็จะก่อให้เกิดเศษซากมากขึ้น ซึ่งมันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีเลย ![]() Dr. Geoffrey Forden ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาวุธสงครามจาก MIT ซึ่งเป็นผู้ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์เศษซากจากกรณีของประเทศจีนด้วยนี้ กล่าวว่า บางทีทางจีนอาจไม่ทันได้ตระหนักถึงความสำคัญของผลร้ายทางอ้อมของปฏิบัติการ antisatellite นี้ ซึ่ง Dr. Forden เชื่อว่า วิศวกรจีนน่าจะเข้าใจถึงผลเสียที่จะเกิด แต่คงมีความผิดพลาดในการสื่อสารกับผู้ที่รับผิดชอบได้ เนื่องจากระบบทางการเมืองก็ค่อนข้างซับซ้อน ประเทศจีนมีดาวเทียมของตัวเอง 39 ดวง ซึ่งหลายดวงก็กำลังมีความเสี่ยงสูงว่าอาจถูกทำลายได้จากปฏิกิริยาลูกโซ่ดังกล่าว ในทางการเมือง นี่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน หลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในการต่อต้านการเพิ่มปริมาณขยะในอวกาศ และในเดือนเมษายนปีนี้ประเทศจีนก็จะเป็นเจ้าภาพการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย Dr. Donald Kessler อดีตหัวหน้าหน่วยควบคุมขยะอวกาศของ NASA และผู้บุกเบิกเกี่ยวกับความสำคัญของปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อผลเสียในอวกาศ ให้ความเห็นว่า งานนี้ เจ้าหน้าที่จีนคงจะรู้สึกขายหน้าอยู่ไม่น้อยทีเดียว และทางจีนเองก็ไม่ยอมตอบข้อสงสัยของสื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย Dr. Kessler และนักวิเคราะห์ชาวตะวันตกเห็นพ้องกันว่า เศษดาวเทียมของประเทศจีนนี้จะเร่งให้ปฏิกิริยาลูกโซ่เกิดเร็วขึ้น จริงอยู่ว่าถ้าจีนไม่ส่ง antisatellite ขึ้นไป ปฏิกิริยาลูกโซ่ก็ยังจะเกิดอยู่ดี เพียงแต่ว่ามันจะไม่เกิดเร็วขึ้นขนาดนี้เท่านั้นเอง อันที่จริง เรื่องคำเตือนถึง ปฏิกิริยาลูกโซ่นี้มีมาตั้งแต่ ปี 1978 แล้ว ตอนนั้น Dr. Kessler และทีมงานได้เขียนลงในวารสาร The Journal of Geophysical Research ว่าเศษขยะที่มีความเร็วเหล่านี้จะก่อให้เกิดขยะชิ้นอื่นๆมากขึ้นแบบ exponential ในที่สุดจะทำให้มีวงแหวนขยะรอบโลกเลยทีเดียว ![]() ในยุคสงครามเย็น รัสเซียและอเมริกาไม่ได้สนใจถึงอันตรายนี้แลย และระหว่างปี 1968-1986 ก็ได้ทำการทดลองเรื่อง antisatellite ในฐานะที่เป็นอาวุธสงครามไปทำลายดาวเทียมของอีกฝ่าย มากกว่า 20 ครั้ง จนก่อให้เกิดเศษขยะเต็มไปหมด ซึ่งบางครั้งก็ทำในระดับความสูงที่ไม่มากนัก ทำให้เศษบางชิ้นตกลงสู้พื้นโลกได้ แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนขยะก็ยังเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ก็มีหลายประเทศที่ส่งจรวดและดาวเทียมขึ้นไปในวงโคจร ในปี 1995 จำนวนขยะเหล่านี้ก็มีมากเกิน 8,000 ชิ้นเข้าไปแล้ว และทาง the National Academy of Sciences ของอเมริกาก็ได้มีรายงานหนาเตอะว่า ในวงโคจรบางที่นั้นมีขยะหนาแน่นมากจนถึงระดับที่วิกฤตแล้ว ในปีถัดมาความกลัวก็เริ่มเกิด เมื่อถังเชื้อเพลิงของจรวดของอเมริกาที่ไม่ได้ใช้แล้วระเบิดขึ้น ซึ่งทำให้จรวดแตกเป็นเสี่ยงๆมากถึง 713 ส่วน ซึ่งในตอนนั้นก็ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และในวันที่ 17 มค 2005 ชิ้นส่วนที่กระเด็นออกมาจากจรวดของจีนที่ระเบิดก็วิ่งไปชนจรวดของอเมริกาที่ถูกส่งขึ้นไปตั้งแต่ 31 ปีก่อนและตอนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ทำการสำรวจอย่างระมัดระวังมาก โชคดีที่การชนนี้ก่อให้เกิดเศษขยะเพียงสี่ชิ้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายงานอื่นที่ลงในวารสาร Science ถึงรายละเอียดของอันตรายของปฏิกิริยาลูกโซ่ที่มีมากขึ้นทุกทีๆ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ขณะนี้วงโคจรหนาแน่นไปด้วยขยะจำนวนมากที่ถึงแม้ว่าเราจะหยุดส่งดาวเทียม หรือยานอวกาศใดๆขึ้นไปอีกแล้วก็ตาม ปฏิกิริยาลูกโซ่ก็จะยังเกิดขึ้นอยู่ดี ![]() แล้วก็ในท่ามกลางความตึงเครียดเช่นนี้นี่เอง ที่ประเทศจีนได้ส่งจรวดขึ้นไปทำลายดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศดวงเก่าของตัวเอง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งแรกของประเทศจีนในการทดสอบอาวุธ antisatellite นี้ ดังที่กล่าวแล้วคือประมาณว่าจะมีเศษชิ้นส่วนที่แตกออกมา 1,000 ชิ้น ในขนาดที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบได้ และจะมีเศษเล็กๆที่ตรวจจับไม่ได้อีกนับล้านๆชิ้นเลยทีเดียว และการแตกสลายนี้ก่อให้เกิดเศษขยะวิ่งไปหลายทิศทางตั้งแต่ 100-2000 ไมล์เหนือพื้นโลก โดยปฏิบัติการของจีนนี้มีความอันตรายอยู่อีกอย่างหนึ่งคือ มันเกิดขึ้นในระดับที่สูง คือ 530 ไมล์ หมายความว่าเศษขยะเหล่านี้จะไม่ตกลงมาพื้นโลกแต่จะค้างอยู่ในวงโคจร อาจจะมากถึงล้านๆปีเลย โอเค เรื่องมันก็เกิดไปแล้ว ความสำคัญอยู่ที่ว่า ตอนนี้เราจะแก้ปัญหาอย่างไรมากกว่า สภาพแวดล้อมในอวกาศ ซึ่งรวมถึงการขนย้ายขยะชิ้นใหญ่ๆออกไปจากวงโคจรด้วย อาจจะใช้หุ่นยนต์ติดตั้งจรวดเพื่อขนยานที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาในชั้นบรรยากาศ หรืออาจใช้แสงเลเซอร์ยิงเศษขยะให้สลายไปได้ ปัญหาก็คือ อย่างน้อยในระยะอันใกล้นี้ ไม่มีวิธีใดที่ทำได้จริงด้วยระดับเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ หรือพอจะจ่ายได้เลย แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย วิกฤตการณ์ที่เรียกว่า Kessler syndrome ตามชื่อของ Dr. Kessler ที่กล่าวว่า อวกาศรอบโลกจะเต็มไปด้วยขยะจนเราไม่สามารถส่งอะไรขึ้นไปได้อีก เพราะมันจะถูกชนทันที อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ อย่างไรก็ดี Dr. Kessler เองกล่าวว่า นี่ก็อาจจะเกินจริงไปหน่อย ถึงกระนั้นเขาก็เห็นว่า ต่อไปนี้เราต้องออกแบบยานให้แข็งแรงทนทานขึ้น เพื่อจะได้ปกป้องตัวมันเองจากขยะที่อาจวิ่งเข้ามาชนได้ทุกเมื่อนี้ ซึ่งนี่ก็จะทำให้การผลิตยานนั้นแพงขึ้น บางทีในอนาคตมันอาจจะแพงขึ้นๆจนไม่คุ้มที่จะผลิตยานอวกาศเลยก็ได้ ข้อมูลจาก Orbiting Junk, Once a Nuisance, Is Now a Threat. By William Board The New York Times. February 6, 2007 ข้อมูลเพิ่มเติม - ความเห็นของหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นว่าจีนอาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในการพัฒนาอาวุธสงครามในอวกาศ China's antisatellite test may spark space arms race http://www.yomiuri.co.jp/dy/editorial/20070126TDY04005.htm - China confirms antisatellite test http://www.iht.com/articles/2007/01/23/news/china.php - Trash from Chinese missile test spreads in space http://www.iht.com/articles/2007/01/23/news/space.php ขอเชิญชม multimedia ที่สวยงาม เข้าใจง่าย เกี่ยวกับบทความนี้ http://www.nytimes.com/2007/02/06/science/20070206_ORBIT_GRAPHIC.html?ex=1172206800&en=386eefbe788658e4&ei=5070 จำนวน 36 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- [tex]ไม่น่าเชื่อเลยอะ[/tex] doramon (IP:125.26.83.29) ถึงเวลาที่เราทั้งโลกกต้องปฎิวัติกันใหม่ กลัวจังกลัวว่าต้องตาย ลูกไม้ seed@00.com (IP:58.10.149.99) มนุษย์เป็นตัวทำลายโลกและอวกาศ วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งจำเป็นก็จริงแต่ก็ส่งผลกระทบต่อโลกและอวกาศอย่างหนักอีกไม่นานโลกจะสลายและจะแตก วงค์เดือน (IP:203.147.45.60) เนื้อความดี แต่ยาวไปหน่อย oop_error@hotmail.com (IP:203.113.44.72) ขณะนี้เรากำลังมีขยะลอยอยู่เหนือบนหัวหรอนี่ >o< ไม่นะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นิวงับฮะฮะ (IP:203.113.70.75) จริงหรอค่ะ มีรูปที่เห็นชัดๆได้ไหมค่ะ mai_2323@hotmail.com (IP:203.209.127.190) ขณะจะตกใช่หัวเรารือเปล่า อะโอมายก้อด เครียดจังเลย เครียดจังเรื่องผลสอบ (IP:58.9.92.72) ออสโมซิสแปลว่าอะไร n-n-ning@hotmail.com (IP:61.19.108.83) หนูทำโครงงานเี่กี่ยวกับการแก้ไขพฤติกรรมการทิ้งขยะ หนูจะส่งครูแล้วหาไม่เจอพี่ช่วยหนูหน่อยนะค่ะ Chrorason_cs@yahoo.com (IP:203.113.80.13) น่ากลัวมากเลย ต่อไปโลกคงน่ากลัวกว่านี้ ถ้าทุกคนทิ้งขยะไม่เป็นที่ ![]() Reeta_33@hotmail.com (IP:125.27.159.77) ไม่อยากเชื่อเลยและก็น่ากลัวมากๆเลยอ่ะ ToT pinky/pinky_lovely@hotmail.com (IP:125.24.87.217) ดีจร้า..................................-- na_tt_nan@hotmail.com (IP:124.121.107.42) ขอบคุนเวบนี้มากเลยนะค่ะหนุทำงานวิเคราะห์ข่าวสำเรดแร้ว ดิ้งกี้ (IP:124.121.187.62) จริงเหรอเนี่ย นุท (IP:124.120.85.135) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 26 ม.ค. 2551 (22:58) ภาวะโลกร้อนนั้นเกิดจากคนทุกคนบนโลกนั้่นทำให้มันเกิด เราก็ต้องยอมรับความจริง แนน (IP:222.123.233.150) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 31 ม.ค. 2551 (20:15) ... เด็กส่งหมี่ (IP:203.113.81.166) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 5 ก.พ. 2551 (18:42) <P><FONT face="arial, helvetica, sans-serif" size=6>หน้ากลัวจังเลยง่ะ</FONT></P> pear_zero@hotmail.com (IP:61.7.179.155) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 6 ก.พ. 2551 (09:43) เรื่องหน้ากลัวจัง wanta_rat@hotmail.com (IP:125.27.236.45) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 19 ก.พ. 2551 (19:48) <P>หาเพื่อนคุย อายุ12จะ13นะ ขอเพื่อนช/ญก้อได้</P> pavinee01@hotmail.com (IP:203.172.32.73) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 20 เม.ย. 2551 (20:42) <P>ขอโทดคร้าบบบบ </P> <P>จดหมายลูกโซ่อย่าอ่านนะคร้าบบบบบ</P> <P>.</P> <P>.</P> <P>.</P> <P>.</P> <P>..</P> <P>.</P> <P>.</P> <P>.</P> <P>.</P> <P>..</P> <P>.</P> <P>.</P> <P>.โทดทีๆ อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว..... อ่านต่อเลย เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเ ทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง............................</P> กด (IP:58.9.83.14) |