ช่วยแปลกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าหน่อยค่ะ-*-

ตัวเอ๋ยตัวหยิ่ง เจ้าอย่าชิงติซากว่ายากไร้
เห็นจนดินน่าสลดระทดใจ ที่ระลึกสิ่งไรก็ไม่มี
ไม่เหมือนอย่างบางศพญาติตบแต่ง เครื่องแสดงเกียรติเลิศประเสริฐศรี
สร้างสถานการบุญหนุนพลี เป็นอนุสาวรีย์สง่าเอย
ช่วยหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ



ความคิดเห็นที่ 8 

*-* (Guest)
26 ก.ค. 2550 19:06
  1. ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต
    แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย
    ใครจะยอมละทิ้งซึ่งวิ่งสุข เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย
    ใครจะยอมละแดนแสนสบาย โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัยเอย


    แปลไม่ได้เลยคะ ยากจัง
    ถ้าวาดรูปก็คิดไม่ออกเหมือนกันค่ะ




ความคิดเห็นที่ 44

nhoynha_naruto@hotmail.com (Guest)
23 ม.ค. 2551 22:10
  1. บทที่10

    ตัวเอยตัวหยิ่ง

    เจ้าอย่าชิงติซากว่ายากไร้

    เห็นจมดินน่าสลดระทดใจ

    ที่ระลึกสิ่งไรก็ไม่มี

    ไม่เหมือนอย่างบางศพญาติตบแต่ง

    เครื่องแสดงเกีตรติเลิศประเสริฐศรี

    สร้างสถานการบุญหนุนพลี

    เป็นอนุสาวรีย์สง่าเอย

    ช่วยแปลให้หน่อยนะค่ะจะเป็นบุณอย่างมากเลยนะค่ะ(ขอร้องล่ะ)



ความคิดเห็นที่ 46

nhoynha_naruto@hotmail.com (Guest)
23 ม.ค. 2551 22:40
  1. บทที่6กะ10น่ะน่ะ

    แปลให้หน่อย

    บทที่ 6 ให้หน่อย

    ทอดเอ๋ยทอดทิ้ง

    ยามหนาวผิงไฟล้อมอยู่พร้อมหน้า

    ทิ้งเพื่อนยากแม่เหย้าหาข้าวปลา

    ทุกเวลาเช้าเย็นเป็นนิรันดร์

    ทิ้งทั้งหนูน้อยน้อยร่อยร่อยรับ

    เห็นพ่อกลับปลื้มเปรมเกษมสันต์

    เข้ากอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ

    สารพันทอดทิ้งทุกสิ่ง เอย

    ขอขอบพระคุณมาก



    บทที่10

    ตัวเอยตัวหยิ่ง

    เจ้าอย่าชิงติซากว่ายากไร้

    เห็นจมดินน่าสลดระทดใจ

    ที่ระลึกสิ่งไรก็ไม่มี

    ไม่เหมือนอย่างบางศพญาติตบแต่ง

    เครื่องแสดงเกีตรติเลิศประเสริฐศรี

    สร้างสถานการบุญหนุนพลี

    เป็นอนุสาวรีย์สง่าเอย



    แปลให้เราหน่อยน่ะ

    ขอบคุณมาก



ความคิดเห็นที่ 49

MuLkonGjuU (Guest)
28 ม.ค. 2551 22:51
  1. บางทีถ้าลองแปลเองอาจจะเร็วกว่าก็ได้นะ ลองฝึกดูสิ

    ถ้าคนอื่นเขาไม่มาแปลให้แล้วมันจะเป็นเหตุผลข้ออ้างที่ส่งไม่ทันว่า

    เขามาแปลให้ช้า หรือ ขอไปแล้วเขาไม่มาแปลให้ซะที งั้นเหรอ

    การขอความช่วยเหลือก็(น่าจะ)เป็นสิ่งที่ดี แต่การลองทำเองไม่เป็นสิ่งที่ดีกว่าเหรอ

    ...แล้วนี่คืองานของเธอใช่รึเปล่าล่ะเนี่ย!?...

    สรุปแล้วเป็นความรับผิดชอบของใครกัน....



ความคิดเห็นที่ 51

~๐พายุ๐~ (Guest)
1 ก.พ. 2551 18:10
  1. ปรับที่ใจ Adjust your mind

    ปรับที่ใจ ปรับที่ใจ ใช่ที่ภาพ รับทราบไว้

    เหมือนปรับกล้อง ส่องทางไกล ภาพก็เจ๋ง

    ค่อยค่อยหยุด ค่อยค่อยนิ่ง เดี๋ยวปิ๊งเอง

    เป็นการเร่ง ภาพให้ชัด ถูกวิธี

    Adjust your mind, not your eye.

    As binoculars that can makes picture clear and fine.

    Slowly stop slowly still and it will shine.

    This is the right way to clear your mind.



ความคิดเห็นที่ 60

อัษฎาวุธ (Guest)
4 ก.พ. 2551 17:27
  1. <P><FONT face="arial, helvetica, sans-serif" size=3>ช่วยถอดคำประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า<BR>กองเอ๋ยกองข้าว กองสูงราวโรงนายิ่งนาใคร่<BR>เกิดเราะการเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร ใครเล่าไถคราดฟื้นฟื้นแผ่นดิน<BR>เช้าก็ขับโคกระบือถือคันไถ สำราญใจตามเขตประเทศถิ่น<BR>ยึดหางยามยักไปตามใจจินต์ หางยามผินตามใจเพราะใครเอย</FONT></P>

    <P><FONT face=Arial size=3>ช่วยแปลให้ทีนะครับ</FONT></P>



ความคิดเห็นที่ 62

kamol_kai@hotmail.com (Guest)
15 ก.พ. 2551 12:35
  1. ช่วยแปลคำนีหน่อยคับ

    ริษยา หมายถึง

    อุปถัมภ์ หมายถึง

    อโหสิกรรม หมายถึง

    แสร้งสรร หมายถึง

    ปวัคน์ หมายถึง



ความคิดเห็นที่ 64

~๐พายุ๐~ (Guest)
6 มี.ค. 2551 20:09


  1. ตัวเอ๋ยตัวหยิ่ง เจ้าอย่าชิงติซากว่ายากไร้
    เห็นจนดินน่าสลดระทดใจ ที่ระลึกสิ่งไรก็ไม่มี
    ไม่เหมือนอย่างบางศพญาติตบแต่ง เครื่องแสดงเกียรติเลิศประเสริฐศรี
    สร้างสถานการบุญหนุนพลี เป็นอนุสาวรีย์สง่าเอย


     



    Arrogant you arrogant don’t condemn a poor corpse.
    Wither, burial in the ground and no memorial to recall.
    Merely don’t like some dead body the honor things bestly heavenly decor.
    And merit place was to build to reinforce as majestic monument at all.


     


    ไม่รู้จะพอได้ไหมนะ




ความคิดเห็นที่ 125

กรรมตามคุณ (Guest)
3 ม.ค. 2552 16:11
  1. ใครหนอช่างสร้างบาปให้ตน คนเขาหาความรู้อยู่ดี ๆ� เพื่อนคุณที่เสียชีวิต เพราะเขาหมดเวรกรรมต่างหาก คุณเองกำลังสร้างกรรมอันใหญ่หลวงกับคนที่เขาแสวงหาความรู้ ฉันเชื่อเรื่องกรรม คุณกำลังสร้างกรรมระวังจะตามเพื่อนทั้ง 5 ของคุณไปนะ� คุณจงระวัง�� ระวัง��� ตัวคุณเองคนต่อไป.......




ความคิดเห็นที่ 127

jimmy_ann@hotmail.com (Guest)
5 ม.ค. 2552 11:26
  1. ห่างเอ๋ยห่างไกล ห่างจากพวกมักใหญ่ฝักใฝ่หา แต่สิ่งซึ่งเหลวไหลใส่อาตมา ความนักน้อยชาวนาไม่น้อมไป เพื่อนรักษาความสราญฐานวิเวก ร่มชื้อเฉกหุบเขาลำเนาไศล สันโดษดับฟุ้งซ่านทะยานใจ ตามวิสัยชาวนาเย็นกว่าเอย.




ความคิดเห็นที่ 141

similan_m@hotmail.com (Guest)
25 พ.ค. 2552 21:47
  1. ดวงเอ๋ยดวงมณี มักจะลี้ลับอยู่ในภูผา หรือใต้ท้องห้องสมุทรสุดสายตา ก็เสื่อมซาสิ้นชมนิยมชน บุปผชาติชูสีและมีกลิ่น อยู่ในถิ่นที่ไกลเช่นไพรสณฑ์ ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมายเอย แปลให้หน่อยนะคะ................




ความคิดเห็นที่ 142

ไข่มุกราณี (Guest)
27 พ.ค. 2552 19:19
  1.       พอเอ๋ยพอเพียง
    หนูเป็นเด็กไร้เดียง(สา)โปรดช่วยหนู
    หนูพิการหูหนวกใบ้ไร้ตาดู
    พอมีเพียงลอกส่งครูก็เพียงพอ




ความคิดเห็นที่ 144

ning_oOo@hotmail.com (Guest)
30 ส.ค. 2552 18:34

  1. ���� ๑๓. ความเอ๋ยความรู้ ����������������เป็นเครื่องชูชี้ทางสว่างไสว


    ���� หมดโอกาสที่จะชี้ต่อนี้ไป������ ������ละห่วงใยอยากรู้ลงสู่ดิน


    �� อันความยากหากให้ไร้ศึกษา�� ย่นปัญญาความรู้อยู่แค่ถิ่น


    ���� หมดทุกข์ขลุกแต่กิจคิดหากิน�����กระแสวิญญาณงันเพียงนั้น เอย

    �ช่วยแปลหั้ยหน่อยน่ะ




ความคิดเห็นที่ 145

nan_12@windowslive.com (Guest)
30 ส.ค. 2552 18:43
  1.  ๑๓. ความเอ๋ยความรู้                  เป็นเครื่องชูชี้ทางสว่างไสว


         หมดโอกาสที่จะชี้ต่อนี้ไป                ละห่วงใยอยากรู้ลงสู่ดิน


         อันความยากหากให้ไร้ศึกษา         ย่นปัญญาความรู้อยู่แค่ถิ่น


         หมดทุกข์ขลุกแต่กิจคิดหากิน         กระแสวิญญาณงันเพียงนั้น เอย
    แปลให้หน่อย




ความคิดเห็นที่ 149

แก่แล้ว (Guest)
21 ก.ย. 2552 11:16
  1. 1. อ่านแล้วเข้าใจอย่างไรก็เขียนไปตามนั้น
    2. ไม่เข้าใจคำศัพท์ใด เปิดพจนานุกรมครับ จะได้เพิ่มปัญญาและความรู้แก่ตน
    3. อย่าหวังพึ่งคนอื่นในเมื่อตนเองยังทำได้อยู่ หาไม่แล้ว เมื่อพึ่งใครไม่ได้ ก็จะทำอะไรไม่เป็น
    4. บทกลอนต่าง ๆ แต่ละบท แต่ละบาท ใช้เวลาเท่าไรหรอกครับ



ความคิดเห็นที่ 152

เปรี้ยว (Guest)
12 พ.ย. 2552 18:14
  1.         ๑๘.  มักเอ๋ยมักใหญ่                   ก่นแต่ใฝ่ฝันฟุ้งตามมุ่งหมาย
          อำพรางความจริงใจไม่แพร่งพราย      ไม่ควรอายก็ต้องอายหมายปิดบัง
          มุ่งแต่โปรยเครื่องปรุงจรุงกลิ่น           คือความฟูมฟายสิ้นลิ้นโอหัง
          ลงในเพลิงเกียรติศักดิ์ประจักษ์ดัง       เปลวเพลิงปลั่งหอมกลบตลบเอย 

    ช่วยแปลหน่อยค่ะ




ความคิดเห็นที่ 155

อุ้ม/um.lovekao@hotmail.com (Guest)
25 พ.ย. 2552 20:19
  1. ขอบคุณมากนะคะที่สละเวลามาช่วยแปล

    ขอบคุณจริงๆค่ะ

    *************************************************

    ร่วมกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องค่ะ




ความคิดเห็นที่ 167

เด็กโย (Guest)
25 ม.ค. 2553 20:51
  1. มีกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าที่แปลอีกไหมคับ



ความคิดเห็นที่ 171

immiz_pinkkybabyboom@hotmail.com (Guest)
10 ก.พ. 2553 21:05
  1. หมดเอ๋ยหมดห่วง หมดดวงวิญญาณลาญสลาย
    ถึงลมเช้าชวยชื่นรื่นสบาย เตือนนกแอ่นลมผายแผดสำเนียง
    อยู่ตามโรงมุมฟางข้างข้างนั้น ทั้งไก่ขันแข่งดุเหว่าระเร้าเสียง
    โอ้เหมือนปลุกร่างกายนอนรายเรียง พ้นสำเนียงที่จะปลุกให้ลุกเอย
    "ช่วยถอดคำประพันธ์บทนี้หน่อยนะคะ" Y_Y...



ความคิดเห็นที่ 173

ครสอนภาษาไทย (Guest)
15 ก.พ. 2553 20:13
  1. ดวงเอ๋ยดวงจิต ลืมสนิทกิจการงานทั้งหลาย
    ย่อมละชีพเคยสุขสนุกสบาย เคยเสียดายเคยวิตกเคยปกครอง
    ละทิ้งถิ่นที่สำราญเบิกบานจิต ซึ่งเคยคิดใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
    หมดวิตกหมดเสียดายหมดหมายปอง ไม่ผินหลังเหลียวมองด้วยซ้ำ เอย.


    บทนี้แปลว่า...

    คนเราเมื่อกลายไปเป็นวิญญาณแล้ว ก็จะละทิ้งที่ที่เคยสุขสบาย(โลกของเรานั่นแหละ) และจะไม่มีความวิตกกังวลอีกต่อไป ไม่มีทางกลับมาได้อีกเลย

    ........................................

    สกุลเอ๋ยสกุลสูง
    ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี
    อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์
    ความงามนำให้มีไมตรีกัน
    ความรำรวยอวยสุขให้ทุกอย่ง
    เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์
    วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น
    แต่ล้วนผันมาประจบหลุบศพ เอย.

    บทนี้ถ้าหากแปลแบบสั้นๆได้ใจความแล้วก็...

    ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยยิ่งใหญ่สักเพียงไหน ไม่ว่าจะมีอำนาจสักเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นใคร...ก็ต้องจบลงที่ความตายด้วยกันทั้งสิ้น...

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น