ประวัติ ร.6 / ลูกเสือ

อยากได้ประวัติรัชกาลที่6กับประวัติลูกเสืออ่ะค่ะ หาดูแล้วมันไม่มีเลยง่ะ ใครมีรบกวนช่วยหน่อยนะคะ
23 ก.พ. 2550 20:24
24 ความเห็น
80919 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 12  dmg2548@hotmail.com (Guest)

มีจำหน่ายแล้วครับเป็น CD PowerPoint จำหน่ายแผ่นละ 500.-บาท เฉพาะพระราชประวัติมีภาพที่หาดูได้ยาก ผู้ทำใช้เวลาค้นคว้ามากว่า 3 ปีกว่าจะเสร็จ และ 1,000.-บาทเป็น Full Version ครับรวมหมดทั้ง 4 แผ่นดินสนใจเชิญสี่งจองได้ตาม Web ที่ปรากฏครับ สามารถนำไปสอนได้ทั้งลูกเสือ และวิทยากรผู้ให้การฝึกอบรมครับ นอกจากนี้ก็มีประวัติลูกเสือโลก จำหน่ายในราคา 500.-บาทเช่นกันรวมภาพบรรยาย 130 เฟรม
21 ม.ค. 2551 23:03


ความคิดเห็นที่ 13 www.nongmos12@hotmail.com (Guest)

<P>เจอ</P>
19 มิ.ย. 2551 14:26


ความคิดเห็นที่ 14 โดย DRR

เราชอบมาเลยอะ ดีจิๆ
30 มิ.ย. 2551 18:46


ความคิดเห็นที่ 15 น้องมิ้นค่ะ (Guest)

อยากรู้ว่า ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวราชการที่ 6 ฝันเห็นปีศาต หรืออสูรกาย ชื่อว่าเท้าอะไรค่ะ

จากลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ค่ะ

กรุณาช่วยหนูด้วยนะคะ
24 ก.ค. 2551 16:16


ความคิดเห็นที่ 16 แบงค์ (Guest)

รักชาติ
14 ส.ค. 2551 13:55


ความคิดเห็นที่ 17 prisana_vithaimail.com (Guest)

อยากได้รูปภาพร.6แต่งกายชุดลูกเสือ

3 พ.ย. 2551 13:53


ความคิดเห็นที่ 18 รีก (Guest)

.....

5 ธ.ค. 2551 09:03


ความคิดเห็นที่ 20 ถั่วแระ (Guest)

ชอบมาก

15 ก.พ. 2552 18:28


ความคิดเห็นที่ 21 omar-90110@hotmail.com (Guest)

bnB m/.nkvb .<MBN KNb vlkjkfgojpitybnjojkl;hnkuipo'v kljkhj;

30 ก.ค. 2552 16:11


ความคิดเห็นที่ 22 Cobra_Zaidogun@hotmail.com (Guest)

ครูที่โรงเรียนให้ทำรายงานเกี่ยวกับ ร.6 อยากได้ข้อมูล เกี่ยวกับ การพัฒนาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในสยามของ ร.6(ยากอีหลี)

9 ก.ย. 2552 17:48


ความคิดเห็นที่ 23 yadafah@hotmail.com (Guest)

ร.6 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๓ มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ
เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนเทพทวาราวดี เมื่อพระชนมายุได้ ๘ พรรษา เมื่อพระชนมายุได้๑๑ พรรษา ได้เสด็จไปศึกษาวิชาการที่ประเทศอังกฤษ ทรงศึกษาในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และศึกษาวิชาการทหารบก ที่โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิสต์ ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๗ เสด็จกลับประเทศไทยแล้ว ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งจเรทัพบก และทรงบัญชาการทหารมหาดเล็กดำรงพระยศพลเอก เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ได้ทรงปรับปรุงด้านการศึกษาของไทย โปรดให้ ตราพระราชบัญญัติ ประถมศึกษา ให้เป็น การศึกษาภาคบังคับ ทรงตั้งกระทรวงการทหารเรือ กองเสือป่า และกองลูกเสือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรมศิลปากร โรงไฟฟ้าหลวงสามเสน คลังออมสิน กรมสถิติพยากรณ์ กรมสรรพากร กรมตรวจเงินแผ่นดิน กรมมหาวิทยาลัย กรมรถไฟหลวง และเปิดเดินรถไฟไปเชื่อมกับมลายู ตั้งสถานเสาวภาและกรมร่างกฎหมาย ทรงเปลี่ยนการใช้ รัตนโกสินทรศก (ร.ศ)เป็นพุทธศักราช (พ.ศ.) พระองค์ได้ทรงปลูกฝัง ความรักชาติให้เกิดขึ้นใน หมู่ประชาชาวไทย ทรงเป็นศิลปิน และส่งเสริมงานประพันธ์เป็นอย่างมาก ทรงเป็นผู้นำในการประพันธ์วรรณคดีไทย ทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง ทรงเขียนหนังสือทางด้านประวัติศาสตร์ และด้านการทหารไว้เป็นจำนวนมาก ประมาณถึง ๒๐๐ เรื่อง พระองค์จึงได้รับถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ทรงเป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของไทย การปกครองประเทศ ได้ทรงเจริญรอยตามสมเด็จพระราชบิดา สานต่องานที่ยังไม่เสร็จสิ้น ในรัชสมัยของพระองค์ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ โดยมีสมรภูมิอยู่ในทวีปยุโรป ทรงตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับเยอรมัน โดยเข้าร่วมกับสัมพันธมิตร ได้ส่งทหารไทยไปร่วมรบ ณ ประเทศฝรั่งเศส ผลที่สุดได้เป็นฝ่ายชนะสงคราม ทำให้ไทยได้รับการแก้ไขสนธิสัญญา ที่ไทยเสียเปรียบต่างประเทศได้เป็นอันมาก
31 ส.ค. 2553 21:04

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น