|
ศิลปะอิสลาม กับ quasicrystals และ Penrose tile
โพสต์เมื่อ:
00:08 วันที่ 27 ก.พ. 2550 ชมแล้ว:
166,990
ตอบแล้ว:
20
![]() สถาปนิก และ นักคณิตศาสตร์มุสลิมในยุคกลางอาจได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างรูปแบบทางคณิตศาสตร์ที่เรียกกันว่า Quasicrystal ได้ก่อนนักคณิตศาสตร์ตะวันตกมากกว่า 500 ปีเลยทีเดียว อ้างอิงจากการศึกษาของ สองนักฟิสิกส์อเมริกัน Peter J Lu แห่งมหาวิทยาลัย Harvard และ Paul Steinhardt แห่งมหาวิทยาลัย Princeton ทั้งสองเชื่อว่ากระเบื้องรูปแบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นในศตวรรษที่ 13 ช่วยให้สถาปนิกชาวมุสลิมใช้คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนสร้างลวดลายเลขาคณิตที่งดงามมาประดับสุเหร่าของพวกเขาแม้ว่าจะไม่เข้าใจทฤษฎีพื้นฐานก็ตาม Peter J Lu เป็นนักศึกษาปริญญาเอกสาขาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย Harvard ได้เดินทางไปยังประเทศอุซเบกิสถานเพื่อบรรยายงานวิจัยด้านฟิสิกส์ และในดินแดนนี้เองที่ Lu ได้เกิดความหลงใหลและพิศวง ในความสวยงามและลวดลายทางเรขาคณิตอันน่าทึ่งของ ลายกระเบื้องที่เรียกว่า กิริด (girih) ที่ใช้ประดับอยู่บนสุเหร่าเก่าแก่อายุกว่า 800 ปี และพยายามทำความเข้าใจว่าศิลปินโบราณเหล่านี้สร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร คำตอบที่เขาพบไม่ใช่เพียงแค่วิธีที่จะสร้างมันขึ้นมา เขายังค้นพบความลึกซึ้งทางคณิตศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในแบบลวดลายเหล่านั้นยังเชื่อมโยงถึงความคิดทางคณิตศาสตร์สมัยใหม่ ผลงานของเขาได้ตีพิมพ์บทความลงในวารสาร Science ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 (Science 315 1106) เครื่องมือคณิตศาสตร์ที่สถาปนิกสมัยนั้นใช้ออกแบบคือใบบรรทัดและวงเวียน ในทางทฤษฎี ลวดลายเหล่านี้สามารถสร้างได้โดยการลากเส้นลงบนสิ่งก่อสร้างโดยตรง หากแต่ ปีเตอร์ ลู พบว่าลวดลายเหล่านั้นมีความสมบูรณ์อย่างน่ามหัศจรรย์แม้แต่จะเป็นลวดลายที่อยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าลวดลายดังกล่าวสร้างจากการวาดลบบนผนังโดยตรงก็ควรจะมีความผิดพลาดเล็กๆซึ่งสามารถเห็นได้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ๆ แต่ปีเตอร์ ลู ไม่พบความผิดพลาดดังกล่าวทำให้เขาเชื่อว่า ศิลปิน และ สถาปนิกมุสลิมโบราณจะต้องมีเทคนิคอื่นในการวางกระเบื้องเหล่านี้ ซึ่งเขาได้อาศัยประสบการณ์และความรู้จากการทำโครงการปริญญาตรีเรื่อง Quasicrystal มาสังเกตุพบว่าลวดลายกระเบื้องบนสิ่งก่อสร้างของศาสนาอิสลามมีลักษณะคล้ายกับสิ่งที่เรียกว่า Penrose tiles หรือ กระเบื้องเพนโรส ซึ่งเป็นรูปทรงเลขาคณิตสองรูป (รูปว่าวและลูกศร) ซึ่งเมื่อปูกระเบื้องเหล่านี้จะสามารถสร้างเป็นลวดลายที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อที่จะให้เข้าใจว่า Quasicrystal คืออะไรเราอาจจะมาพิจารณากันก่อนว่า Crystal หรือผลึกในทางคณิตศาสตร์นั้นคืออะไร คำว่าผลึกนั้น อาจหมายถึง เซตของจุด หรือ ลวดลาย ซึ่งมีการกระจายตัวกันอย่างมีระเบียบ เป็นรูปแบบที่ซ้ำกัน และแผ่ขยายออก ซึ่งในทางคณิตศาสตร์เราจะบอกว่าผลึกมีสมมาตรภายใต้การเลื่อนตำแหน่ง คือถ้าเราเลื่อนไปทางทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นระยะทางที่เหมาะสม เราพบลวดลายที่ซ้ำเดิม ผลึกมีสมมาตรภายใต้การหมุดเช่นเดียวกัน คือ ถ้าหมุนลวดลายทั้งหมดด้วยมุมที่เหมาะสมก็จะได้ลวดลายเดิมเช่นเดียวกัน ในกรณีของ Quasicrystals นั้นเป็นลวดลาย ซึ่งมีการกระจายตัวกันอย่างมีระเบียบ และแผ่ขยายออก แต่ไม่ได้มีสมมาตรภายใต้การเลื่อนตำแหน่ง นั่นคือถ้าเราเลื่อนลวดลายไปในทิศทางใดๆก็ตามเราจะไม่สามารถที่จะทับลวดลายเดิมได้สนิท นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ Sir Roger Penrose ได้อธิบาย Quasicrystal ไว้เป็นคนแรก ทฤษฎีของเขาเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ Penrose tile และหลังจากนั้น Danny Schechtman นักฟิสิกส์ชาวอิสราเอลก็ค้นพบตำแหน่งของอะตอมในโลหะอัลลอยด์ โครงสร้างแบบ Quasicrystal หลังจากนั้นโครงสร้างแบบ Quasicrystal ก็ถูกค้นพบอีกหลายร้อยโครงสร้างในธรรมชาติ ในทางฟิสิกส์นั้น Quasicrystal มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เช่น โลหะที่เป็น Quasicrystals จะนำความร้อนได้ไม่ดี ซึ่งได้มีการนำไปใช้ผลิตสารเคลือบผิวไม่ให้อาหารติดกระทะเป็นต้น Penrose tiling นั้นมีความละม้ายคล้ายคลึงกับลวดลาย girih ของสถาปัตยกรรมอิสลามมาก ขณะที่เดินทางอยู่ในประเทศอุซเบกิสถาน ปีเตอร์ ลูได้ค้นพบว่าลวดลายกระเบื้องมีสมาตรภายใต้การหมุนที่เรียกว่า 10-fold rotational symmetry ซึ่งเป็นสมมาตรที่พบใน Penrose tiling บางแบบ และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาค้นหาตรวจสอบภาพของสถาปัตยกรรมอิสลามนับพันภาพเพื่อที่จะหาโครงสร้างของ Quasicrystal ซึ่งในที่สุดเขาก็พบลวดลายกระเบื้องที่วิหาร Darb-i Imam ในประเทศอีหร่านในรูป (ก) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1453 ปีเตอร์ ลู กล่าวว่า ลวดลายกระเบื้องที่ Darb-i Imam นั้นเกือบจะเป็น Quasicrystal ที่สมบูรณ์แบบ มีเพียงกระเบื้องบางแผ่นเท่านั้นที่วางผิดที่ไป และเขาเชื่อว่าลวดลายกระเบื้องที่วิหารแห่งนี้ออกแบบมาให้เป็น Quasicrystal ที่สมบูรณ์แบบแต่อาจจะเกิดความผิดพลาดในระหว่างการก่อสร้างหรือการซ่อมแซม การจะสร้างลวดลาย Quasicrystal ต้องอาศัยการประยุกต์ของหลักคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งดูเหมือนว่าจะอยู่เหนือความสามารถของศิลปินมุสลิมในยุคนั้น ปีเตอร์ ลู กล่าวว่า นักคณิตศาสตร์มุสลิมใส่ความเข้าใจในเรื่อง Quasicrystal ลงไปในกระเบื้องที่มีรูปร่างต่างกันห้าแบบ ได้แก่ รูปหลายเหลี่ยม (สิบเหลี่ยม หกเหลี่ยมและห้าเหลี่ยม) รูปโบ รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ดังแสดงในรูป (ค) กระเบื้องแต่ละแผ่นจะมีการลากเส้นเชื่อมระหว่างด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเมื่อปูกระเบื้องเหล่านี้ให้ด้านข้างชนกัน เส้นที่ลากไว้จะต่อกันเป็นลวดลายที่ต่อเนื่องดังที่เห็นในรูป (ง) ซึ่ง ปีเตอร์ ลู เชื่อว่าน่าจะเป็นการคำนวณโดยคนงานที่มีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ นักวิจัยทั้งสองคนได้นำกระเบื้อง girih เหล่านี้มาปูต่อกันได้เป็นลวดลายต่างๆหลายชนิด ซึ่งรวมถึงลวดลายกระเบื้องที่ปรากฏที่วิหาร Darb-i Imam และพวกเขายังอ้างว่าแบบร่างของกระเบื้องทั้งห้าแบบสามารถพบได้ในม้วนกระดาษโบราณสมัยศตวรรษที่ 15 ซึ่งตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธพันธ์ในกรุงอีสตัลบูล ประเทศตุรกี นอกจากนี้พวกเขายังอ้างด้วยว่า ม้วนกระดาษโบราณ และ วิหาร Darb-i Imam เป็นตัวอย่างที่แสดงว่ากระเบื้องลักษณะนี้สามารถใช้สร้าง self-similarity transformation เพื่อสร้างลวดลายในขนาดต่างๆ ซึ่งเป็นแสดงให้เห็นว่ากระเบื้องเหล่านี้ซ่อนคณิตศาสตร์ชั้นสูงอยู่ภายใน อย่างไรก็ตามงานวิจัยชิ้นนี้ไม่ใช้ครั้งแรกที่มีการเชื่อมโยง ลวดลาย girih กับ Penrose tiling ในปี คศ 1992 นักผลึกวิทยาชาวเดนมาร์ก Emil Makovicky ได้ตีพิมพ์บนความอ้างความเชื่อมโยงระหว่างลวดลายกระเบื้องที่พบในอีหร่านกับ Penrose tiling อย่างไรก็ตามก่อนหน้างานของ Lu และ Steinhardt นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าความคล้ายคลึกกันของลวดลายเหล่านี้เป็นความบังเอิญมากกว่าจะมีการเชื่องโยงทางวิชาการ อ้างอิงจาก - วารสาร Science http://www.sciencemag.org/current.dtl - Physics Web http://physicsweb.org/articles/news/11/2/20 - BBC-online http://news.bbc.co.uk/2/hi/middle_east/6389157.stm - เว็บไซต์ข่าวสารของมหาวิทยาลัย Harvard http://www.fas.harvard.edu/home/news_and_events/releases/architecture_02222007.html - Mathtrek http://blog.sciencenews.org/mathtrek/2007/02/ancient_islamic_penrose_tiles_1.html ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Quasicrystal - http://www.jcrystal.com/steffenweber/qc.html - http://en.wikipedia.org/wiki/Quasicrystal - http://haides.caltech.edu/~lifshitz/quasicrystals.html - อธิบายสมมาตรในการเลื่อนตำแหน่ง http://en.wikipedia.org/wiki/Translational_symmetry - Penrose Tiles http://en.wikipedia.org/wiki/Penrose_tiling จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1- ![]() (B) ภาพถ่ายโดย A. Sevruguin (~1870s) เป็นภาพของ Gunbad-i Kabud tomb tower เมือง Maragha ประเทศอีหร่าน (1197 C.E.) (C) ภาพ Closed up ของรูป B yellow rectangle in (B) (D) ภาพแสดงกระเบื้อง girih รูป Hexagon, bowtie,และ rhombus ภาพจากบทความต้นฉบับ ซึ่งสามารถอ่านได้จาก http://www.physics.harvard.edu/~plu/publications/Science_315_1106_2007.pdf ![]() ถ้าขยายลวดลายออกไปจะเป็นลวดลาย quasicrystal ที่มีสมมาตรแบบ 5-fold symmetry ![]() ในปี พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) นักคณิตศาสตร์ Roger Penrose ค้นพบลวดลายพิเศษซึ่งสร้างมาจากกระเบื้องสองแบบ ลวดลายที่ได้มีการกระจายอย่างมีระเบียบ แต่ไม่มีสมมาตรของการเลื่อนตำแหน่ง มีเพียงสมมาตรของการหมุนที่เรียกว่า five-fold symmetry ![]() ลักษณะลวดลายของ Penrose tiling มีคุณสมบัติที่เรียกว่า Quasiperiodic และต่อมา Levine กับ Steinhardt ได้ใช้คุณสมบัติ Quasiperiodic แสดงให้เห็นว่าลวดลายที่มีสมมาตรชนิดอื่นๆก็สามาตรเกิดขึ้นได้ใน 2 และ 3 มิติ อย่างในรูปข้างล่างเป็นลวดลายที่มีสมมาตรแบบ 7-fold symmetry ![]() ![]() ![]() ![]() อย่าไปดูถูกมุสลิมเชียว พวกเขามีอะไรดีๆเยอะโดยที่คนศาสนาอื่นอาจไม่รู้ muslimthai.com konthai (IP:125.25.143.44) Very interesting news. I observe that the n-fold symmetry of Penrose tiles only occurs when 1. we choose only one point as the point of the rotation, this point is unique(because there is no translational symmetry so every point is different), and only with respect to this point that the n-fold symmetry is revealed, 2. n is specific number, 5, 7, 10, ...??? What determine these numbers?? Wonder if there are theorems governing the nature of n inn Penrose tiles, maybe with respect to the number of dimension of the space. Also wonder if we have upper bound on n??? bj (IP:129.186.237.23) หวัดดี Bj อืม ข้อที่ 1 นี่เห็นด้วย ส่วนข้อที่สองนี่ไม่รู้เหมือนกัน แต่เดาว่า ถ้า n = 3, 4, 6, ... เป็นสมมาตรของผลึกบนระนาบอยู่แล้ว n = 5,7,10 เป็นกรณีพิเศษที่เสริมเข้ามา คงต้องกลับไปดูงานของ Levine กับ Steinhardt และคุณสมบัติพวก Quasiperiodic ก่อนครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม จึงพบลวดลายเรขาคณิตในศิลปะอิสลามมากกว่าศิลปะของศาสนาอื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะศาสนาอิสลามไม่ใช้ภาพวาดหรือรูปปั้นเป็นเครื่องประดับอาคาร จะอนุญาติเฉพาะลวดลายเรขาคณิตเท่านั้น |