|
นักวิจัยออสซี กำลังพัฒนายาที่ได้มาจากถั่งเช่าและเห็ดหลินจือ
โพสต์เมื่อ:
16:37 วันที่ 28 ก.พ. 2550 ชมแล้ว:
92,813
ตอบแล้ว:
6
เบาหวาน โรคหัวใจ และ โรคอ้วน เป็นปัญหาทางด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากพฤติกรรมการดำรงค์ชีวิต และ อาหารที่ไม่มีประโยชน์ ในประเทศออสเตเลีย แสดงข้อมูลทางสถิติ ให้เห็นว่า วัยผู้ใหญ่ ใน ออสเตเลีย มากกว่า 50 เปอร์เซนต์ มีน้ำหนักสูง และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
ข้อมูลจากไซด์ไดรี่ออนไลด์ (Science Daily) อ้างถึง ผลการศึกษาของ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเวสเทรนซิสนี (University of Western Sydney's Centre for Complementary Medicine Research หรือ CompleMED) ร่วมกับ สถาบันสุขภาพของหัวใจ (Cardiac Health Institute) ประเทศออสเตเลีย ใช้ประโยชน์จากเห็ดราที่ใช้เป็นยาสมุนไพร (Medicinal mushroom) สองชนิด มาช่วยแก้ปัญหาสุขภาพ โดยนำเห็ดราเหล่านี้มาเป็นทำลองเป็น ยาที่ใช้จริงในคนไข้และอยู่ในระหว่างพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยา เห็ดรา ตัวแรก คือ ถั่งเช่า หรือ (ตังถั่งแห่เช่า/ ตังถั่งเช่า) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cordyceps sinensis ถั่งเช่า เป็นราทำลายแมลงที่ ใช้เป็นยาสมุนไพรที่แพร่หลายมากในประเทศจีนและชาวเอเชีย ถั่งเช่า ชอบขึ้นอยู่ในช่วงฤดูหนาว และเป็นปาราสิตกับตัวอ่อนตัวของหนอนชนิดหนึ่ง พอถึงฤดูร้อนตัวหนอนก็ตาย ราก็จะงอกเป็นเส้นออกมาตรงส่วนหัวของหนอน เราเรียกทั้งหมดนี้ว่า ถั่งเช่า คนจีนและคนเอเชียนิยมรับประทานกันเป็นระยะเวลายาวนานเชื่อว่า มันมีสรรพคุณเป็นยาช่วยเสริมสร้างร่างกาย และใช้เป็นยา และเห็ดราตัวที่สองคือ เห็ดหลินจือ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum เห็ดหลินจือเป็นยาจีน (Chinese traditional medicine mushroom) ที่ใช้กันมานานมากกว่าหลาย พันปี พบสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในรักษาโรคต่างๆ มากมาย นักวิจัย ของ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเวสเทรนซิสนี และ สถาบันสุขภาพของหัวใจ (Cardiac Health Institute) ได้ นำวางแผนและติดตามผมการทำลองดังนี้ โดยจัดคนไข้เป็น 3 กลุ่ม ที่มีอายุมากว่า 18 ปี และไปวิเคาระห์ การลดลงของคอลเรสเตรอล น้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต โดยกลุ่มแรกให้รับประทานเม็ดยาที่มี เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) เป็นส่วนประกอบหลัก กลุ่มที่สอง ให้ให้รับประทานเม็ดยาที่มีทั้ง เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) และถั่งเช่า (Cordyceps sinensis) กลุ่มที่สามให้ยาหลอก ที่นำมาอัดแล้วเคลือบให้ดูเป็นเม็ดยา จุดประสงค์ คือ ให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกที่ดีขึ้นต่ออาการ และใช้เป็นคอนโทรลการทดลองทางคลินิกเพื่อทดสอบยา (http://en.wikipedia.org/wiki/Placebo_(origins_of_technical_term) คนไข้ 3 กลุ่ม จำเป็นต้องไปที่ สถาบันสุขภาพของหัวใจ (Cardiac Health Institute) เพื่อติดตามผลเป็นเวลาทั้งสิ้นมากกว่า 5 เดือน งานวิจัยดังกล่าวอยู่ระหว่างวิจัย รอผลที่ถูกต้องตามหลักวิทยาสตร์ต่อไป อ้างอิง http://www.sciencedaily.com/releases/2007/02/070205232519.htm http://journals.cambridge.org/action/displayAbstract?fromPage=online&aid=150661 http://www.thaiagro.com/aticle/mushrooms/47051701.htm ![]() ![]() จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- แล้วนักวิจัยไทยเราล่ะครับ ทำอะไรกันอยู่ หรือรอซื้อผลผลิตของเขาประการเดียว อยากให้บ้านเมืองเราพัฒนาอะไรด้วยตนเองบ้างจะได้ไหม ไม่ใช่รอซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศร่ำไป ยุทธ อต. (IP:202.29.52.251) จิงด้วยสิ อยากให้รัฐบาลสนับสนุนพวกวิทยาศาสตร์จัง เอาแต่สนับสนุนแพทย์กับวิศว และวิทยาศาสตร์ล่ะ...T_T
Colodinate Colvalent
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1073 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 227 ดวง - โหวตเพิ่มดาว วิจัยและใช้ยาสมุนไพรก็ดีเหมือนกัน เพราะความเสี่ยงจะต่ำกว่าการกินยาปฎิชีวนะซึ่งเป็นอันตรายต่อตับ ชาใบไผ่ของจีนขายกระป๋องละ 200 หยวนประมาณ 1,000 บาท สรรพคุณคล้ายกับหญ้าหนวดแมวบ้านเรา แต่ทำไมเขาขายได้ ของเราทำไมไม่ทำขายต่างชาติมั่ง kala (IP:203.113.61.164) |