Biodesel (ไบโอดีเซล) ภาค 3

โพสต์เมื่อ: 21:54 วันที่ 1 มี.ค. 2550         ชมแล้ว: 662,556 ตอบแล้ว: 1,418
วิชาการ >> คาเฟ่ >> ทั่วไป
จากกระทู้นี้ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=60235

ความเห็นในกระทู้เดิมพุ่งเกิน 600 ความเห็นไปแล้ว เลยขออนุญาติเปิดกระทู้ใหม่ให้ชาวไบโอดีเซลได้สังสรรค และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันที่กระทู้ใหม่นี้ครับ

ขออนุญาติประชาสัมพันธ์นิดหน่อยนะครับ เนื่องจากตอนนี้สมาชิกของวิชาการดอทคอมสามารถเผยแพร่ประสบการณ์ผ่านบล็อกของตัวเองได้ หลายท่านที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเรื่องไบโอดีเซล อาจจะอยากรวบรวมคำถามที่ถามกันบ่อยๆไว้ในบล็อกของตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้ด้านนี้แพร่หลายยิ่งขึ้น

การเขียนบล็อก (Blog) ไม่ยากครับ เหมือนโพสต์บทความบนกระทู้และสามารถแก้ไขได้ถ้าโพสต์ผิด ทุกท่านสามารถทดลองใช้ได้ โดยล็อกอินเข้าไปยังหน้าสมาชิก จะมีเมนูเพิ่มบล็อกอยู่ทางด้านซ้ายมือครับ

ขออภัยที่ขัดจังหวะการสนทนาครับ


จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว





จำนวน 1302 ความเห็น, หน้าที่ | -1- 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 มี.ค. 2550 (22:01)
หากท่านใดมีข้อแนะนำ หรืออาจจะอยากสอบถาม หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้บล็อก สามารถส่งมาให้ทีมงานได้นะครับทางอีเมล์ smile@vcharkarn.com หรือ อาจจะเขียนไว้ในเว็บบอร์ดก็ได้ครับ
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 มี.ค. 2550 (05:21)
ขอต้อนรับทุกท่านสู่...ไบโอดีเซลภาค 3 กระดานเผยแพร่ความและสะท้อนปัญหาการพัฒนาการผลิตไบโอดีเซลในประเทศเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม...



ขอเชิญสมาชิกเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลและผู้สนใจทุกท่าน สรรหาชุมชุนที่เข้มแข็งจะอยู่ภาคใดก็ได้ในประเทศไทย และส่งข้อมูลชุมชนนี้ พร้อมบรรยายรายละเอียดพร้อมกับให้เหตุผลว่า ..ทำไมชุมชนที่ท่านแนะนำนี้ จึงเหมาะสำหรับได้รับเครื่องผลิตไบโอดีเซลขนาดการผลิต 150 ลิตรเครื่องนี้ ส่งเหตุผลของท่านมาที่ผม ..suppachai.klungkaew@gmail.com



ทั้งนี้ผมได้รับบริจาคเครื่องผลิตไบโอดีเซลขนาด 150 ลิตร จำนวน 1 ชุด และต้องการสรรหาชุมชนที่เข้มแข็งเพื่อจะผลิตไบโอดีเซลสำหรับพึ่งพาตัวเองอย่างจริงจัง จึงถือได้ว่า นี่เป็นกิจกรรมหนึ่งของเครือข่ายพวกเราเพื่อสนับสนุนแนวทางจุดยืนที่พวกเราได้มุ่งมั่นตีหลักตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนนี้ครับ..
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 2 มี.ค. 2550 (12:24)
ผมมี KOH ขายในราคาถูก เป็น KOH ชนิด 90% made in france สมาชิกท่านใดสนใจโปรดติดต่อ 0813778257 ครับ. เผื่อจะช่วยกันลดต้นทุนในการผลิตบ้างนะครับ.
SuperGold (IP:222.123.109.241)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 2 มี.ค. 2550 (17:27)
สวัสดีทุกท่านครับ ขอถามท่าน Thongma ที่เคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการทดลองใช้น้ำมันพืชเก่าผสม ดีเซล 20 % ว่าตอนนี้เป็นไงบ้าง อัตราเร่งดีปกติหรือไม่ การทำงานของเครื่องยนต์ปกติหรือไม่ น้ำมันที่กรองเสร็จดำหรือไม่ และการผสมระหว่างดีเซลกับน้ำมันเข้ากันง่ายหรือไม่ ขอบคุณมากครับ

ขอบคุณท่านศุภชัย ล่วงหน้าครับ เรื่อง VCD ผมเองและสมาชิกในกลุ่มน้องใหม่อีกหลายคนยังรอ เพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่ครับ ขอบคุณครับ
สายธาร (IP:202.143.151.242)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 มี.ค. 2550 (20:45)
ตอนนี้ผมยังทดลองใช้งานน้ำมันพืชเก่า ผสมดีเซล 20% อยู่ครับ รอบเครื่องยนต์ยังนิ่งเรียบ เหมือนเดิมครับ ที่แตกต่างก็คงเป็นตอนสตาร์เครื่องยนต์เท่านั้น ที่ติดยากกว่าไบโอดีเซล ซึ่งเป็นปกติของการใช้น้ำมันพืชไม่ว่าใหม่หรือเก่า การรวมตัวของดีเซลกับน้ำมันพืชเก่าเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกันได้ดีครับ โดยช่วงผสม ผมอุ่นน้ำมันเล็กน้อยเพื่อให้ส่วนที่เป็นไขละลาย และผสมผ่านน้ำหอยโข่งเหมือนกับการผสมเมทานอล ผสมกันเรียบร้อยก็ปั๊มผ่านตัวกรอง 1 ไมครอนเข้าถังเก็บน้ำมัน สีของน้ำมันที่ผสมแล้วก็คงไม่แตกต่างกับยังไม่ผสมเท่าไรหรอกครับตามสภาพของน้ำมันพืชเก่านั้นแหละ ส่วนความหนืดก็ดีขึ้นมาหน่อย ตอนนี้ก็เข้ามา กม. ที่ 3,000 แล้ว ครับ
ThongMa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน44 ครั้ง - ดาว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 4 มี.ค. 2550 (18:03)
ขอบคุณคุณสารธารที่พูดถึงครับ จริงๆแล้ว VCD.บรรยายพิเศษของอาจารย์ทั้ง 2 ท่านนั้นไม่ใช่เหมาะสำหรับ กลุ่มน้องใหม่ตามที่เข้าใจเท่านั้นหรอกครับ แต่จะเหมาะกับผู้ที่เปิดกว้างทางความคิดที่จะยอมรับ เทคนิคใหม่ที่อาจารย์ทั้ง 2 ท่านได้ร่วมกันเปิดเผยให้พวกเราเป็นแนวทางในการปรับปรุงการผลิตให้ได้มาตรฐานนั่นเองครับ



ผมขอยืนยันว่าแนวทางนี้ จะเป็นเทคนิคที่จะสามารถแก้ข้อกล่าวหาต่างๆนานาที่เคยกล่าวหาพวกเรา ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานนั้นได้อย่างแน่นอนครับ โดยพวกเราอาจจะมีความความสามารถในทางปฏิบัติที่จะส่งทดสอบได้เพียงหัวข้อ MONO DI TRI Glyceride หัวข้อนี้เท่านั้น เพราะหัวข้อนี้เป็นตัวชี้ได้ว่า การผลิตของเรามีคุณภาพผ่านเกณฑ์หรือไม่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเราจะปฏิเสธในมาตรฐานข้ออื่นๆตามที่ประกาศไว้ได้ เพียงแต่พวกเราเชื่อว่า ข้ออื่นๆนั้นเป็นควรหน้าที่ ของกระทรวงพลังงานจะต้องให้การสนับสนุนพวกเราอย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตไบโอดีเซลของชาติต่างหากล่ะ ท่านคิดว่าผมพูดถูกหรือไม่ครับ ท่านปิยะสวัสดิ์ อมรนันทน์ หรือว่าท่านตั้งเป้าหมายให้ความสำคัญทางวัตถุโดยการแจกเครื่องผลิตไบโอดีเซล 400 เครื่องต่อปี แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็เป็นเศษเหล็ก และท่านก็ปล่อยให้ชุนชนที่พึ่งพาตัวเองเหล่านั้น ถูกท่านกล่าวหาว่า ไม่มีมาตรฐานและ เป็นเหตุทำให้เครื่องยนต์พัง



ถ้าสมมุติว่า..พวกเราหรือพวกเขาเหล่านั้น เป็นจริงอย่างที่ท่านกล่าวหาว่า เป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลกลุ่มที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน เป็นกลุ่มที่ผลิตต้นเหตุทำให้รถยนต์พังจริงๆ ..ผมขอถามจริงๆเถอะครับว่า ...ตามวิสัยทัศน์ที่แสนจะเก่งกาจฉลาดเฉลี่ยวเป็นถึง ดร.ของท่านจะมองไม่เห็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านั้น ..จริงหรือไม่ครับ ว่าท่านควรมีส่วนรับฟังและรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ด้วย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน



มาถึงตรงนี้ ..ไหนๆถามแล้วขอถามต่ออีกเถอะครับว่า ..ท่านจะรับฟังและรับผิดชอบต่อเรื่องนี้โดยท่านจะเลือกทำในวิธีไหน ระหว่างการกวาดล้าง ลงโทษ ต่อผู้ผลิตไบโอดีเซลที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านั้น หรือท่านจะเลือกทางที่เป็นประโยชน์ต่อชาติมากที่สุดโดยการสนับสนุนการผลิตเพื่อให้เกิดมาตรฐานอันหนึ่งอันเดี่ยวกัน ให้เป็นประโยชน์และเป็นพลังงานทดแทนอย่างแท้จริงของชาติต่อไป...นั่นก็คือท่านควรจะสร้าง LAB กลางเพื่อรับทดสอบไบโอดีเซลเพื่อสนุบสนุนการผลิตไบโอดีเซลให้ได้มาตรฐานนั่นเอง



ปัญหาก็อยู่ที่มุมมองของท่านครับว่า...ท่านจะเห็นผู้ผลิตไบโอดีเซลรายย่อยแบบพึ่งพาตัวเองนั้น เป็นกลุ่มคนแบบไหนในสายตาของท่านครับ...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 4 มี.ค. 2550 (22:12)
ขอความรู้ครับ ในการเผากลีเซอรีนที่ผลิตจากน้ำมันพืช,สัตว์ที่ใช้แล้ว มีความอันตรายมากหรือน้อยกว่า กลีเซอรีนที่ผลิตจากอย่างอื่น เช่น ปาล์ม , มะพร้าว ฯ ขอบคุณครับ
สมชาย (IP:222.123.37.185)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 5 มี.ค. 2550 (06:30)
มีหลายท่านให้ความเห็นเกี่ยวกับการเผากลีเซอรีนแล้วมีแก๊สพิษเป็นอันตราย ซึ่งก็ได้รับแจ้งจากอาจารย์ท่านหนึ่งท่านได้ทดลองเผาแล้วพบว่า มีพิษจริงแต่พิษอยู่ในระดับระคายเคืองเท่านั้น ท่านจึงได้สั่งเตาจากผม ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ส่งท่าน กำลังทำอยู่ เพื่อท่านจะได้นำไปทดลองอีกครั้งว่า ถ้าหากการเผาใหม่โดยให้อากาศช่วยแบบการใช้งานจริงที่ผมทำอยู่นี้จะเป็นอันตรายหรือไม่อย่างไร คงต้องรอข้อมูลนี้มายืนยันอีกครั้งครับ



ในส่วนตัวผมคิดว่า การเผากลีเซอรีนจากน้ำมันพืชใช้แล้วหรือ กลีเซอรีนจากปาล์มนั้น ถ้าหากการเผาใหม่ไม่สมบูรณ์ก็คงเกิดแก๊สพิษได้เหมือนๆกันครับ แต่ในน้ำมันพืชใช้แล้วจะเกิดตะกรันเขม่าที่สูงกว่า เนื่องจากมีสิ่งตกค้างที่ติดมาจากน้ำมันพืชใช้แล้วนั่นเองครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 5 มี.ค. 2550 (08:01)
“ปิยสวัสดิ์” บีบผู้ค้าน้ำมันเพิ่มส่วนต่างโซฮอล์-เบนซินให้สูงขึ้น


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 มีนาคม 2550 18:37 น.





รมว.พลังงานแนะผู้ใช้น้ำมันลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้วยการใช้แก๊สโซฮอล์ ระบุผู้ค้าน้ำมันน่าจะปรับส่วนต่างแก๊สโซฮอล์กับน้ำมันเบนซินให้สูงขึ้นกว่า 1.80 บาทต่อลิตร ด้านผู้บริหารบางจากฯ ระบุแนวโน้มต้องปรับขึ้นราคาเบนซิน เนื่องจากค่าการตลาดติดลบ 10 สตางค์ต่อลิตรแล้ว





>>>> http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9500000025379










-----------------------------------





ผู้ค้าประกาศขึ้นราคาเบนซิน-แก๊สโซฮอล์อีก 40 สต./ลิตรมีผลพรุ่งนี้ตี 5


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 มีนาคม 2550 19:06 น.





ผู้ค้าน้ำมันประกาศขึ้นราคาเบนซิน-แก๊สโซฮอล์มีผลพรุ่งนี้ตี 5 โดยเบนซินกับแก๊สโซฮอล์ 91 ขึ้น 40 สต./ลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้น 20 สต./ลิตร ระบุแนวโน้มราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นอีก เนื่องจากค่าการตลาดยังต่ำอยู่ ด้าน กบง. เตรียมลดเก็บเงินไบโอดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันอีก 20 สต. ล่อใจผู้บริโภคหันมาใช้มากขึ้น





>>>> http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9500000025534










--------------------------------








ข่าวพลังงาน 2 ข่าวนี้เกิดขึ้นแค่ต่างกันคนล่ะวัน แต่ออกเสียงไปในทางเดียวกัน ปรับได้อย่างทันอกทันใจ พระเดชพระคุณท่านอะไรขนาดนั้น





* ข่าวแรกบอกว่า คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ส่งสัญญาณให้ผู้ค้าน้ำมันปรับส่วนต่างของ เบนซินกับแก๊สโซฮอล์ ให้ถ่างห่างขึ้น กะเพื่อจูงใจให้เกิดการใช้แก๊สโซฮอล์มากขึ้น


* เอาแค่ข้ามคืน ข่าวที่ 2 ผู้ค้าน้ำมันขานรับทันที ออกมาสารภาพว่า ขณะนี้ค่าการตลาดสูงอยู่ (หมายความว่าได้กำไรมาก) สามารถปรับราคา ให้ถ่างห่างกันตามท่านได้ไกด์มาเมื่อวานนั้นได้สบาย แล้วยังแถมให้อีก ดีเซลกับไบโอดีเซล B5 ที่เคยต่าง 50 สตางค์ เอาต่างสัก 70 สตางค์ก็ยังได้ ...





>>>>





นายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท. กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว แต่ค่าการตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเบนซินเหลือประมาณ 20-30 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซลอยู่ในอัตราไม่ถึง 1 บาท/ลิตร ซึ่งหากราคาน้ำมันตลาดโลกไม่ปรับลดลงฮวบฮาบ ก็คาดว่าจะต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันไปอีก เพราะล่าสุดราคาน้ำมันตลาดโลกยังปรับขึ้นไม่หยุดหย่อน โดยปิดตลาดน้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์วานนี้ เบนซิน เพิ่มขึ้นเกือบ 2 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ไปอยู่ที่ 77.08 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ดีเซล ขึ้น 0.23 ดอลลาร์สหรัฐ ไปอยู่ที่ 77.08 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล







อย่างไรก็ตาม จากการที่ราคาเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 95 ห่างกัน 2 บาท/ลิตร ก็นับเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคว่าควรจะหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าได้มาก ซึ่งจากผลสำรวจของกระทรวงพลังงานที่พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่นิยมใช้แก๊สโซฮอล์ ในขณะนี้ ผู้ค้าน้ำมันกำลังทำแผนร่วมกับกระทรวงเพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่น ซึ่งจะรวมไปถึงการประกันความเสียหายจากเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ด้วย





นายวีรพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ. ได้ติดตามกำกับดูแลตลาดน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งพบว่าค่าการตลาดของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีอัตราที่สูงกว่าน้ำมันเบนซิน ประมาณ 20 สตางค์ ซึ่งเป็นระดับที่เปิดโอกาสให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำค่าการตลาดนี้ ไปปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้มีราคาต่ำกว่าราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 95 ได้ประมาณ 2 บาทต่อลิตร และประมาณ 1.70 บาทต่อลิตร สำหรับออกเทน 91 เพื่อเป็นการจูงใจด้านราคาให้ผู้บริโภคหันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์มากยิ่งขึ้น โดยสาเหตุที่ส่วนต่างเพิ่มขึ้นก็เนื่องจากที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ประกาศปรับสูตรเอทานอลในประเทศใหม่ ทำให้ราคาเอทานอลลดลง ในขณะที่ราคาเบนซินปรับขึ้นตามภาวะตลาดโลก





นายวีรพล ยังกล่าวด้วยว่า ตามที่มติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 เห็นชอบการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วกับดีเซลหมุนเร็วบี 5 ซึ่งกำหนดให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 5 ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 50 สตางค์ เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้ดีเซลหมุนเร็วบี 5 เพิ่มขึ้นนั้น ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าราคาขายปลีกที่ต่างกัน 50 สตางค์ ยังเป็นระดับที่ไม่จูงใจพอ กระทรวงพลังงานจึงเห็นสมควรกำหนดให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 5 ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมากกว่า 50 สตางค์ โดยการลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 5 ลงอีก 20 สตางค์ ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 5 ถูกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 70 สตางค์ ซึ่งจะมีการออกประกาศ กบง.ในวันอังคารนี้ (6 มี.ค.) และปั๊มน้ำมันจะต้องมีการประกาศส่วนต่างราคาใหม่นี้ในวันพุธที่ 7 มี.ค








>>>





อะไรจะรวดจะเร็วทันอกทันใจพระเดชพระคุณท่านขนาดนั้น....."..ถูกต้องครับพี่ ดีครับผม..เหมาะสมครับท่าน.."
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 5 มี.ค. 2550 (10:00)
ดีเซลค้าส่ง เมื่อวันที่2มีนาคม2550 ====> 22.45

ดีเซลค้าปลีก เมื่อวันที่2มีนาคม2550 ====> 23.34



ไบโอดีเซลค้าส่ง/ปลีก 21.00-21.50

น้ำมันพืชใช้แล้วค้าส่ง 12.50-14.80/กก

เมทิลแอลกอฮอล์ค้าส่ง 22.20-23.50/กก

โปแตสเซียม 39-42/กก

ค่าไฟ ค่าแรง ค่าน้ำ 1-2.35/กก (?)



ด้านบนเป็นคือข้อมูลพื้นฐานจากการสำรวจจากผู้ผลิตไบโอดีเซล 5 ภาค จากกลุ่มผู้ผลิตรายย่อย ( <3000ล/กะ)

เหนือ อิสาน อิสานใต้ กลาง ตะวันออก และใต้ตอนบน



มีข้อมูลเพิ่มเติมโปรดบอกด้วยนะครับ จะได้เก็บเป็นสถิติไว้ให้พวกเราดูและเผื่อใช้เป็นบรรทัดฐาน

เอกสารข้อมูลผู้ผลิตกำลังตรวจสอบอยู่ครับ น่าจะเสร็จเร็วๆนี้
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 8 มี.ค. 2550 (11:19)
4241
ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบทะยานสูงขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลง น้ำมันเบนซินวันนี้ก็ประกาศขึ้นอีก ช่างถ่างออกระหว่าง แก๊สโซฮอล์ 95 มี 2 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 อยากจะมี 1.7 บาทไม่รู้ไปถึงไหน แต่ที่แน่ๆที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานออกมารับประกันคุณภาพ ว่าถ้าใช้แก๊สโซฮอล์ปั้มไหนพัง ผู้ค้าน้ำมันยี่ห้อนั้นจะซ่อมให้ฟรี ผมไม่อยากจะถามเชิงหาเรื่องหรอกครับ แต่อยากจะรู้จริงๆว่า



จะพิสูจน์อย่างไรว่า พังเพราะแก๊สโซ่ฮอล์

จะพิสูจน์อย่างไรว่า พังเพราะเติมมาจากปั้มไหน



เพราะสิ่งเหล่านี้..ถึงเวลารับผิดชอบจริงก็ต้องไปทะเลาะกันต่อ หรือจะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติเพื่อรับผิดชอบตามข้อรับประกันนั้น..แต่ในเมื่อพิสจน์ในทางปฏิบัติยากแล้ว ..



ถามหน่อยเถอะครับ...เป็นการรับกันตามภาษาทางการฑูตหรือเปล่า.. หรือว่านี่คือทางออกที่ต้องการอุ้มผู้ผลิตแก๊สโซฮอล์กันแน่...



ถามหน่อยเถอะครับ...ปัญหาที่เขาว่า ใช้แก๊สโซฮอล์แล้ว เร่งไม่ขึ้น อยู่ในส่วนรับประกันนี้หรือเปล่า...



-----------------------



ปัญหาของแก๊สโซฮอล์พวกเราชาวไบโอดีเซล ไม่อยากจะยุ่งแต่ก็ต้องเอาคิดเป็นทางการพัฒนาการใช้พลังงานทดแทน ในเรื่องท่าทีของกระทรวงพลังงานที่มีต่อ แก๊สโซฮอล์ และมีต่อ ไบโอดีเซล ดูชัดๆเหมือนพวกเราเป็นประชาชนชั้น 2 ยังไงก็ไม่รู้



รัฐบาลได้ประกาศราคากลางให้ ปตท.และบางจากรับซื้อไบโอดีเซลที่ผ่านมาตรฐานทั้ง 23-24 ข้อ ตามกรมธุรกิจพลังงานกำหนด เพื่อนำไปผลิตเป็น B5 แต่ปรากฎว่า พอไปเสนอขายจริงๆ ก็ได้รับคำตอบว่า โค้วเต็มหมดแล้ว



แล้วทีนี้ทางของไบโอดีเซลจะไปอย่างไร...



เอาไปผสม B5 ขายก็ผิดกฎหมาย....

ขายเป็น B100 ก็ผิดกฎหมายอีก...

หรือว่าจะให้ขายกับเครื่องยนต์สูบเดียวแกนนอนเท่านั้น...



ถามหน่อยเถอะครับ...ปัญญาของท่านมีอยู่แค่นี้เองหรือ แล้วท่านจะส่งเสริมการพึ่งพาเอง ส่งเสริมให้เกิดพลังงานทดแทนไปเพื่ออะไรล่ะ ..ลองๆใช้อวัยวะส่วนใดที่ท่านถนัด ก่ายหน้าผากตรองดูเถอะครับ...



--------------------------------



มาเรื่องการพัฒาคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลบ้าง...

หลังจากเราได้ประชุมกันวันนั้นพวกเรามีเทคนิคใหม่มาช่วยในการผลิต โดยเฉพาะอย่างการล้าง ภาพที่เห็นเปรียบเทียบการล้างแบบปกติในขวดกับล้างด้วยดินฟอกสี แตกต่างกันมากครับ เทคนิคเหล่านี้ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ทั้ง 2 ท่านวันนั้น (รายละเอียดดูจากกระทู้ ไบโอดีเซลภาพ 2 ) ผมกำลังทำแผ่น VCD สำหรับแจกให้กับผู้เข้าร่วมประชุมฟรี รออีกหน่อยนะครับ เพราะผู้ในขั้นตอนการจัดทำ) ส่วนท่านที่ไม่ได้เข้าร่วมและผู้สนใจทั่วไป ผมมีแนวความคิดว่า อาจจะขอจำหน่ายเพื่อหาทุกเข้ามาใช้ในกิจกรรมของเครือข่าย ถือว่าเป็นการบริจาคช่วยๆกันนะครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 8 มี.ค. 2550 (16:41)
พอดีหาข้อมูลเกี่ยวกับไบโอดีเซลอยู่นะครับเจอข้อมูลเลยนำมาฝาก ครับ

และมีข้อสงสัยครับว่า การใช้ไบโอดีเซลB100 หรือ สัดส่วนที่สูง จะทำให้มีปัญหากับระบบสายส่งและปะเก็นใช่มั้ยครับ และ มีปัญหากับแหวนลูกสูบหรือเปล่าครับ



ส่วนเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมตรงนี้ผมคิดว่าอย่าเพิ่งใจร้อนกันนะครับ คือถ้าหากเราขายไบโอดีเซลให้กับลูกค้าแล้วเกิดเครื่องยนต์เค้าเสียหายจะเป็นผลลบนะครับ เพราะ เราไม่สามารถควบคุมมาตรฐานได้นะครับ แต่ถ้าหากอยากขายน่าจะรวมกลุ่มกันขายให้กับลูกค้าภายในชุมชนก่อนครับ





การเปลี่ยนน้ำมันปาล์มไปเป็นเมธิลเอสเทอร์โดยใช้เบสอลูมินาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา



CONVERSION OF PALM OIL IN TO METHYLESTER USING BASIC ALUMINA AS A CATALYST



เรืองวิทย์ สว่างแก้ว* ,วิไลพรรณ สีหมากสุก ,สุรินทร์ เหล่าสุขสถิตย์ และสไบทิพย์ ตุงคะมณี



Ruengwit Sawangkeaw*, Vilaipane Seemaksuk, Surin Laosuksatit and Sabaithip Tungkamani



Department of Industrial Chemistry, Faculty of Applied Science, King Mongkut’s Institutes of Technology North Bangkok 11000, Thailand







บทคัดย่อ: การนำน้ำมันปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์มีปัญหาหลักคือความหนืดที่สูงเกินมาตรฐาน ซึ่งการเปลี่ยนน้ำมันปาล์มให้เป็นเมธิลเอสเทอร์จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาการใช้อลูมินาที่ดูดซับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ไว้ที่ผิวหน้าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทรานซ์เอสเทอริฟิเคชันระหว่างน้ำมันปาล์มและเมธานอล สภาวะของปฏิกิริยาที่ใช้ คือ ปริมาณน้ำมันปาล์มต่อเมธานอลในอัตราส่วนคงที่ 1:1 โดยปริมาตร และตัวเร่งปฏิกิริยาเตรียมโดยให้โซเดียมไฮดรอกไซด์ดูดซับบนผิวของอลูมินาในสัดส่วนที่ดีที่สุด จากการทดลองพบว่า โซเดียมไฮดรอกไซด์ถูกดูดซับบนผิวของอลูมินา 3.5 – 4.5 % และสัดส่วนน้ำมันปาล์มต่ออลูมินา เท่ากับ 9.8 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก สามารถให้ร้อยละของ เมธิลเอสเทอร์ดีที่สุดถึง 94 % นอกจากนี้ยังเห็นว่าการใช้อลูมินาเป็นสารรองรับตัวเร่งปฏิกิริยาช่วยให้จำนวนครั้งในการล้างผลิตภัณฑ์ลดลง เมื่อเทียบกับปฏิกิริยาที่ใช้เบสโซเดียมไฮดรอกไซด์
wee (IP:203.155.179.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 8 มี.ค. 2550 (18:40)
เพิ่มเติม...อีกหน่อยได้ไหมค่ะ..เรื่อง เบส อลูมิน่า แล้วจะรออ่านค่ะ
arejiab@hotmail.com (IP:203.151.199.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 8 มี.ค. 2550 (20:09)
การเปลี่ยนน้ำมันปาล์มไปเป็นเมธิลเอสเทอร์โดยใช้เบสอลูมินาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา



CONVERSION OF PALM OIL IN TO METHYLESTER USING BASIC ALUMINA AS A CATALYST



เรืองวิทย์ สว่างแก้ว* ,วิไลพรรณ สีหมากสุก ,สุรินทร์ เหล่าสุขสถิตย์ และสไบทิพย์ ตุงคะมณี



Ruengwit Sawangkeaw*, Vilaipane Seemaksuk, Surin Laosuksatit and Sabaithip Tungkamani



Department of Industrial Chemistry, Faculty of Applied Science, King Mongkut’s Institutes of Technology North Bangkok 11000, Thailand







บทคัดย่อ: การนำน้ำมันปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์มีปัญหาหลักคือความหนืดที่สูงเกินมาตรฐาน ซึ่งการเปลี่ยนน้ำมันปาล์มให้เป็นเมธิลเอสเทอร์จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาการใช้อลูมินาที่ดูดซับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ไว้ที่ผิวหน้าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทรานซ์เอสเทอริฟิเคชันระหว่างน้ำมันปาล์มและเมธานอล สภาวะของปฏิกิริยาที่ใช้ คือ ปริมาณน้ำมันปาล์มต่อเมธานอลในอัตราส่วนคงที่ 1:1 โดยปริมาตร และตัวเร่งปฏิกิริยาเตรียมโดยให้โซเดียมไฮดรอกไซด์ดูดซับบนผิวของอลูมินาในสัดส่วนที่ดีที่สุด จากการทดลองพบว่า โซเดียมไฮดรอกไซด์ถูกดูดซับบนผิวของอลูมินา 3.5 – 4.5 % และสัดส่วนน้ำมันปาล์มต่ออลูมินา เท่ากับ 9.8 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก สามารถให้ร้อยละของ เมธิลเอสเทอร์ดีที่สุดถึง 94 % นอกจากนี้ยังเห็นว่าการใช้อลูมินาเป็นสารรองรับตัวเร่งปฏิกิริยาช่วยให้จำนวนครั้งในการล้างผลิตภัณฑ์ลดลง เมื่อเทียบกับปฏิกิริยาที่ใช้เบสโซเดียมไฮดรอกไซด์





Abstract: The major problem of using palm oil as engine fuel is its high viscosity. Conversion of palm oil into its methyl ester solves the problem. This research was aimed to study the transesterification of palm oil and methanol using sodium hydroxide adsorbed on alumina as a catalyst. The transesterification was carried out under the condition that the ratio of palm oil to methanol was kept constant at 1 : 1 by volume, The amount of sodium hydroxide adsorbed on alumina was varied to give the best result. The result from the reaction showed that the appropriate ratio of sodium hydroxide adsorbed on alumina surface were 3.5 - 4.5 % and ratio of palm oil to alumina was 9.8 : 1 by weight. This condition gave methyl esters up to 94 % yield. The result also showed that use of alumina as a catalyst support material decreased the number of washing times comparing to the reaction using only sodium hydroxide.







Methodology: A portion of transesterificstion catalyst was prepared by mixing alumina powder and solution of NaOH under magnetic stirrer at room temperature for 30 minute. The designed catalyst was carried out by varying amount of alumina and NaOH. The amount of alumina was varied from 4, 6, 8, and 10 g, while the amount of sodium hydroxide was varied from 1, 2, 3, and 4 g in 100 mL of distillated water then an excess of NaOH solution and wet powder of alumina was filtered off. The amount NaOH adsorbed was conducted by titration. An alumina adsorbed NaOH catalyst was dried in an oven at 110 &deg;C for 1 hour. The catalyst obtained in this state was ready for the reaction. The catalyst and 100 mL of methanol were added in a 3-necked flash equipped with a separation funnel and equipped with a condenser and a drying tube. The mixture was stirred and heated one hour, then palm oil 100 mL contained in a separation funnel was added dropwise. During the reaction, sample was drawn for 30 minutes to analyze by HPLC, IR and TLC. After 4 hours, catalyst was separated from product. The product obtained was separated by separation funnel and washed with distilled water. The product was separated. The aqueous layer was washed with distilled water until the pH of solution reached 7. Similar procedures were carried on for the catalyst prepared in difference ratios of alumina to base.







Results, Discussion and Conclusion: According to the result, it was found that NaOH adsorbed on alumina could be used as a transesterification reaction catalyst. Transesterification between palm oil and methanol over base alumina produces mainly methyl esters. The product obtained was characterized by HPLC, TLC, and IR. TLC result shows the similar Rf values between product and standard methylpalmitate. The result obtained from IR shows peak at 1744 cm-1, representing the ester group. Moreover, HPLC and TLC results show that production of methyl esters continued and reached the highest. This indicates that the reaction reached equilibrium within 2 hours. A plot between the amount of alumina used at the constant amount of NaOH and the percent yield of methyl esters shows that the production yield of methyl esters is not affected appreciably by increasing amount of alumina. However, a plot between amount of NaOH at the constant amount of alumina by weight versus the yield of methyl esters shows an opposite effect. It to be that an optimum loading of NaOH and alumina would enhance the methyl ester production. The best condition for the preparation of the catalyst is the ratio of alumina to NaOH 10 : 2 g. The reaction over this catalyst gave the percentage yield as high as 94 %. Use of the basic alumina catalyst not only increases the product yield, but also enhances efficiency of washing of the product. This indicated by a decrease in the number of washing times. Result from the experiment lead to the conclusion that transesterification reaction over NaOH adsorbed on alumina catalyst can proceed faster and more efficient than NaOH without using alumina as catalyst support.







References: (1) ULF Schuchardt, Ricado Serchei, and Rog&eacute;rio Matheus Vargas, J. Braz. Chem. Soc., 9, 199-210, 1998.



(2) Gabor A. Somorjai. “Introduction of Surface and Catalytic Chemistry”, 1st Ed, John Wiley&Sons Inc., New York, 1994.
ThongMa (IP:124.120.29.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 9 มี.ค. 2550 (07:31)
ขอขอบคุณคุณwee ที่นำข้อมูลมาฝากครับ แต่ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่เก่ามากแล้วครับ เพราะเครื่องยนต์ดีเซลบ้านเราได้พัฒนาการใช้ปะเก็นจากยางธรรมชาติมาเป็นยางสังเคราะห์มากว่า 10 ปีแล้ว จึงแก้ปัญหาการสึกหร่อของยางได้มานานแล้วครับ ถ้าเป็นไปได้รบกวนคุณ wee กรุณาแจ้งที่อยู่ Mail มาให้ผมที่ suppachai.klungkaew@gmail.com ผมจะส่งผลงานการวิจัย และ VCD การบรรยายของท่าน รศ.ดร.กุลเชษฐ์ เพียรทอง ผอ.ศูนย์บริการวิชาการและพลังงาน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ท่านมีผลงานการทดสอบการใช้ไบโอดีเซล B100 กับเครื่องยนต์ดีเซล โดยจดบันทึกถึง 1000 ชั่วโมง มี Load 70-80% แล้วถอดลูกสูบและแหวนมาดูแล้วยืนยันว่า B100สามารถใช้ได้ อย่างแน่นอน และไม่ทำให้เครื่องยนต์สึกหร่อแต่อย่างใด



ส่วนเรื่องที่ว่า " คือถ้าหากเราขายไบโอดีเซลให้กับลูกค้าแล้วเกิดเครื่องยนต์เค้าเสียหายจะเป็นผลลบนะครับ" ผมเห็นด้วยครับ ผมมองว่า ปัญหาการส่งเสริมการผลิตให้ได้มาตรฐานนั้น เป็นปัญหาระดับมหภาคซึ่งกระทรวงพลังงานจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมและสนับสนุนและแก้ปัญหานี้โดยหน้าที่ โดยความรับผิดชอบโดยตรง เพียงแต่กระทรวงพลังงานควรจะเปิด LAB กลาง รับทดสอบตัวอย่างไบโอดีเซลจากผู้ผลิตทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ผลิตไบโอดีเซลที่เป็นกองทัพมดที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งผลิตรวมกันมากกว่าแสนลิตรต่อวันหรือมากกว่านั้นก็จะเข้าระบบ กระทรวงพลังงานก็จะสามารถควบคุมคุณภาพได้ แต่ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ เพียงแต่บอกว่า เราไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ ปัญหาก็คือ ..ถึงเวลาหรือยังที่กระทรวงพลังงานจะมี Lab กลางควบคุมคุณภาพน้ำมันด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าทำได้แบบนี้ กระทรวงพลังงานก็จะสามารถควบคุมคุณภาพได้ทั้ง น้ำมันปิโตรเลี่ยมทุกประเภท ไหนๆกำลังเตรียมเข้าสู่มาตรฐานยูโร 4 แล้ว แต่กระทรวงพลังงานยังไม่มี LAB ของตัวเอง ต้องไปพึ่งพา LAB ของ ปตท. ถามจริงๆเถอะครับ ..กระทรวงพลังงานจะมีอิสระในการบริหารจัดการคุณภาพเชื้อเพลิงของประเทศได้อย่างไร



พวกเราเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลไม่ได้นิ่งนอนใจและยินดีให้ความสำคัญกับมาตรฐานและยังรับผิดชอบต่อคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลตามสมควร โดยพวกเราจะให้ความสำคัญ ทดสอบคุณภาพ 3-4 ข้อนี้ พวกเราเชื่อว่า ผ่าน 3 -4ข้อนี้จะไม่มีสร้างความเสียใดๆกับเครื่องยนต์ (มีผลงานทางวิชาการรับรอง)ได้แก่



1.ทดสอบ Mono Di Tri Glyceride ตามมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ข้อนี้พวกเราเชื่อจะทำให้ข้ออื่นๆอีกหลายข้อผ่านตามไปด้วย นั่นคือการผลิตของพวกเรามีคุณภาพและได้มาตรฐาน



2.ทดสอบ Acid Valve ค่าความเป็นกรด ตามมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ข้อนี้พวกเราเชื่อว่า จะไม่ทำให้เครื่องยนต์สึกหร่อในระยะยาว



3.ทดสอบน้ำ ตามมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ข้อนี้พวกเราเชื่อว่า จะไม่ทำให้ระบบทางเดินน้ำมัน ถังน้ำมัน กัดกร่อนในระยะยาว



4.ถ้าต้องพักไบโอดีเซลไว้นาน พวกเราก็จะให้ความสำคัญโดยเติม Additive - Antioxidant เพื่อรักษาคุณภาพไบโอดีเซลเป็นไปตามมาตรฐานของ กรมธุรกิจพลังงานกำหนด



สิ่งที่เราทำได้คือการให้ความสำคัญต่อมาตรฐานและรับผิดชอบต่อคุณภาพการผลิต ถ้าหากอยากพวกเราทดสอบในหัวข้ออื่นๆ ตามข้อกำหนดแล้ว ทางกระทรวงพลังงานควรจะให้ความสำคัญในการสนับสนุนเพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพการผลิตพลังงานทดแทนของชาติ



แต่ถ้าหากกระทรวงพลังงานยังอ้างว่า ไม่สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลได้อีกนั้น แล้วจะสร้างความเสียหายกับผู้ใช้ไบโอดีเซล เป็นไปได้ไหมที่พวกเราจะขอรับผิดชอบต่อความเสียหายเหล่านี้เอง เช่นเดียวกับผู้ค้าน้ำมันที่ประกาศรับผิดชอบต่อผู้ใช้แก๊สโซฮอล์ .. แบบนี้แพร์ไหมครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 มี.ค. 2550 (09:45)
ขอเสนออีกหน่อยนะครับ

คือถ้าเรื่องรับประกันผมเห็นว่าควรที่จะรวมกลุ่มกันแล้วสร้างตรายี่ห้อ พร้อมกับเก็บเงินส่วนหนึ่งเข้ากองทุนเพื่อเป็นหลักประกันในการรับประกับความเสียหาย



อีกปัญหาหนึ่งคือเรื่องสืบว่าเครื่องยนต์เสียหายจากไบโอดีเซลจริงหรือไม่



สุดท้ายครับผมได้ยินมาว่า ไบโอดีเซลมีราคาใกล้เคียงกับดีเซลมาก และ ราคารับซื้อ จาก ปตท ก็สูงกว่า ราคาดีเซล ดังนั้น ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากนะครับสำหรับการเลือกใช้ไบโอดีเซล แต่ข้อมูลของผมอาจจะผิด อย่างไรอยากขอความรู้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยครับ

เพราะมีความเสี่ยงด้านเครื่องยนต์เสียหายแต่ผลประหยัดไม่มากพอนะครับ
Wee (IP:203.155.179.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 9 มี.ค. 2550 (09:50)
มาถึงภาค 3 แล้ว ยังติดตามอยู่ครับผม
Nattaco เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน15 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 9 มี.ค. 2550 (14:34)
หลายต่อหลายกรณีที่ผมเองได้ทดลองด้วยตัวเองถึงขนาดลองลงทุนใช้กับรถในบริษัททั้งหมดคือเครื่องยืนยันและแถมพ่วงบทวิจัยของทางนักวิชาการอีกทำให้ผมเชื่อมั่นว่าหลักประกันความเสียหายจากน้ำมันไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์นั้นไม่มีความจำเป็น

สรุปได้ดังที่กล่าวข้างต้นเพราะหากทำด้วยศักยภาพที่ผมมีหนึ่งปีที่ผ่านมาซึ่งก็ลุ่มบ้างดอนบ้างแต่ก็ยังไม่มีอะไรพังคามือคาเท้าลูกน้องที่ใช้ รถที่ใช้ก็ไม่มีทั้งใหม่ถอดด้าม โตโยต้า อีซูซุ นิสสัน ฮีโน่ ถ้าท่านติดตามข่าวตลอดจากภาคหนึ่งถึงปัจจุบันจะเห็นวิวัฒนาการของเราชาวไบโอดีเซล ยังคงมีอีกหลายท่านที่ไม่โพสไม่ออกความคิดเห็น หลายท่านที่ยังคงยืนหยัดเป็นกระบอกเสียงเช่นคุณศุภชัยและอีกหลายท่าน เราจะใช้ไบโอดีเซล จะผลิตไบโอดีเซล จนกว่า....น้ำมันพืชและน้ำมันสัตว์จะหมดไป



คุณภาพคือสิ่งที่เราล้วนไขว่ขว้าหาครับ...แต่เส้นทางที่มุ่งมั่นนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค.
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 11 มี.ค. 2550 (08:54)
4417
วันก่อนผมไปติดตั้งถังไล่ความชื้น ซึ่งผมมักจะเรียกถังไปนี้ว่า ถังทำแห้ง ใบนี้ขนาด 2000 ลิตร เป็นถัง 2 ชั้นออกแบบเป็น Dubble Boiler ความสูงรวม 4.3 เมตร ใช้เตากลีเซอรีนให้ความร้อน เลยขออนุญาตถ่ายภาพมาให้ชัดกันครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 11 มี.ค. 2550 (09:31)
4419
ลืมบรรยายไปครับว่า ถังไปนี้สูงถึง 4.3 เมตร หลังคาแต่ 3.5 เมตรเลยต้องเจาะหลังคาขึ้นไป การออกแบบเป็นถัง 2 ชั้นแบบ Dubble Boiler ตามแบบความคิดของคุณนีโอ



>>> http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=60235&page=12





พบว่า ..การสะสมและให้ความร้อนเร็วมากครับ ผมลองต้มไล่ความชื้น 1200 ลิตร ใช้เตากลีเซอรีน ใช้เวลาไม่ถึง ชั่วโมงความร้อนขึ้นไปถึง 52 องศา C น้ำมันก็ไส่แล้วครับ เสียดายถ่ายภาพมือสั่นไปหน่อยเลยได้ภาพไม่ค่อยชัด
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 11 มี.ค. 2550 (22:24)
หวัดดีครับ

ผมติดตามอ่านมาระยะนึงแล้วครับ แล้วก็พึ่งเริ่มที่จะทดลองทำแบบเล็กๆ ก่อนครับเพื่อหาประสบการณ์ แต่ยังสงสัยว่าหากผมจะใช้ขวดใส่น้ำดื่มขนาด 5 ลิตร ในขั้นตอนการแยกกลีเซอรีนและการล้างน้ำจะมีผลอะไรมั้ยครับ และหากต้องการสมัครสมาชิกชมรมจะทำอย่างไรบ้างครับ
warunthorn_b@hotmail.com (IP:124.157.232.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 12 มี.ค. 2550 (08:42)
4456
เห็นด้วยกับคุณนีโอที่ว่า ถ้าหากคนทั่วไปส่วนใหญ่เข้าใจและทดลองด้วยตัวเองถึงขนาดลองลงทุนใช้กับรถในบริษัททั้งหมดคือเครื่องยืนยันและแถมพ่วงบทวิจัยของทางนักวิชาการอีกทำให้ผมเชื่อมั่นว่าหลักประกันความเสียหายจากน้ำมันไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์นั้นไม่มีความจำเป็น ...แต่ในทางตรงข้าม คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจในประเด็นนี้เพียงพอ มองไบโอดีเซลเป็นแค่เชื้อเพลิงเกรดต่ำ พลังงานชั้น 2 รองจากน้ำมันดีเซลปิโตรเลี่ยม เหมาะสำหรับเครื่องยนต์การเกษตรเท่านั้น ความเข้าใจผิดๆแบบนี้ กระทรวงพลังงานไม่เคยประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลรอบด้านอย่างแท้จริง มองแต่คุณภาพที่มีช่องว่างการผลิต มีช่องว่างในความพร้อมและข้อแตกต่างระหว่างศักยภาพทางการผลิต มองแต่ข้อมูลด้านเดียวแล้วสรุปเอาโดยไม่สนใจให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ..เป็นแบบนี้..เราจึงต้องช่วยเหลือกลุ่มพวกเราเองโดยการช่วยกันประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลทุกด้าน ทั้งด้านข้อดีและข้อเสียของการใช้ไบโดเซล ในขณะเดียวกันพวกเราควรจะให้หลักประกันความเสียหายที่เกิดกับการใช้ไบโอดีเซลจากพวกเราด้วย แบบนี้แฟร์ครับ ..ปัญหากระทรวงพลังงานจะเปิดโอกาสนี้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า



ถูกต้องที่คุณวีได้ยินมาครับ ราคาขายปลีกหน้าปั้มที่ ปตท.จำหน่าย ไบโอดีเซล B5 (ไบโอดีเซล 5% ผสมกับดีเซล 95%)ต่างจากดีเซลแค่ 50 สตางค์ แต่ขณะที่ ปตท.รับซื้อน้ำมันไบโอดีเซลจากผู้ผลิตตามสูตรราคาที่กระทรวงพลังงานกำหนด ซึ่งแน่นอนว่าราคาสูงกว่าน้ำมันดีเซล แต่เอามาขายถูกกว่า ส่วนต่างของต้นทุนนี้ กระทรวงพลังงานได้เอาเงินภาษีของประชาชนเข้าไปชดเชยราคาทำเป็นเงินกองทุนซึ่งต้องให้พวกเราใช้หนี้เองทุนต่อไป



ในแง่คุณภาพของ B5 ซึ่งผสมน้ำมันไบโอดีเซล 5% ไม่มีความเสี่ยงต่อความเสียหายใดๆกับเครื่องยนต์ครับ เพียงแต่กระทรวงพลังงานไม่ได้ให้ข้อมูลกับประชาชนเท่านั้นเองครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 12 มี.ค. 2550 (09:12)
คห22

เริ่มต้นถ้าคุณจะใช้ขวดใส่น้ำดื่มขนาด 5 ลิตร ที่เขาเรียกกันขวดPETใสนั้นใช้ได้ครับสามารถนำมาใช้ในขั้นตอนการแยกกลีเซอรีนและการล้างน้ำได้เป็นอย่างดีและถูกมากๆ ถ้าจะให้แนะนำ การทดลองแบบเล็กๆ ใช้ขวดPETใส(ชาเขียว)ขนาดประมาณครึ่งลิตรสองขวด ขวดแรกใช้เป็นขวดใส่น้ำมันพืชอุ่นในไมโครเวฟประมาณ 45วินาที ขวดสองใช้เป็นขวดผสมโซดาไฟกับแอลกอฮอล์ ขวดแรกหลังจากอุ่นในไมโครเวฟจะได้น้ำมันร้อนไกล้ 60C หาขวดน้ำอัดลมอีกขวดขนาด 1.25ลไว้เขย่าผสมเมทอกไซด์กับน้ำมัน แค่นี้ไบโอดีเซลระดับภูมิปัญญาไทยก็เรียบร้อย



ขวดขนาด5 ลิตร ถ้าจะให้แนะนำลองกลับหัวแล้วเปิดตูดออก ติดวาวล์อ๊อกซิเจนจากร้านขายปลาตู้คุณก็จะได้ถังตกตะกอนแบบทันสมัย หาขาตั้งให้มั่นคงที่นี้ก็สามารถใช้ล้างน้ำมันได้อีก

เดี๋ยวผมจะส่งแบบฟอร์มใบสมัครเข้าเครือข่ายไปให้ครับ
นีโอไบโอ (IP:203.188.22.167)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 12 มี.ค. 2550 (09:30)
เรื่องเล่า ...เชื่อเถิดครับว่าไบโอดีเซลไม่ทำให้เครื่องยนต์เสีย...

เมื่อวานผมนั่งสนทนากับเพื่อนสนิทเรื่องเครื่องยนต์และปั๊มดีเซลของแต่ละยี่ห้อ ยิ่งรุ่นใหม่ๆยิ่งแลดูปั๊มจะแพงกว่ารุ่นก่อนๆ ก็เลยเถียงกันไปมาเรื่องสาเหตุที่จะทำให้ปั๊มพัง จริงๆเราเคยพูดกันถึงเรื่องปั๊มมาตั้งแต่ภาคแรกและน้ำคือสาเหตุหลัก แต่หลังจากพูดคุยไปมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงเชื่อใหมครับที่ยากที่สุดเห็นจะเป็น...ความคิดครับที่ยากที่จะเปลี่ยน ถ้าจำไม่ผิดภาษาอังกฤษเขาว่า paradigm. แม้แต่ผมเองที่ใช้มานานพอควรยังไม่สามารถเข้าถึงอีกหลายคนรอบตัวและนี่เองคืออีกบทพิสูจน์ที่เราต้องทำเพื่อเผยแพร่ให้เขาเข้าใจว่าเรามีพลังงานทดแทนอยู่ในมือ....เพื่อนตัวดีก่อนจากกันยังหันมาบอกอีก...เฮ้ยสูก็ไม่กินของทอดเด้อแล้วเอ็งจะเอาน้ำมันจากไหนมาทำไบโอดีเซล....แล้วก็คิดไปถึงสบู่ดำอีกครั้งเหมือนกับหลายท่านในกรมพลังงาน
นีโอไบโอ (IP:203.188.22.167)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 12 มี.ค. 2550 (14:02)
ขอความรู้ครับ

เรื่องคุณภาพของน้ำมันไบโอดีเซลต่อความเสียหายของเครื่องยนต์ มลภาวะ และความเป็นพิษของไอเสียต่อมนุษย์



คุณภาพของน้ำมันไบโอดีเซลที่เพียงพอไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องยนต์ ไอเสียจากการเผาไหม้ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะแก่สิ่งแวดล้อมจนเกินมาตรฐานและไม่เกิดไอพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

ในความเห็นของท่านคิดว่า

1) ในขั้นการผลิต ไบโอดีเซลที่ได้ควรตรวจวัดค่าใดบ้างเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามคุณภาพข้างต้น

2) การวัดค่าจากข้อ 1 สามารถเป็นตัวชี้วัดหรือบ่งบอกปริมาณของตัวควบคุมใดบ้างตามมาตรฐานกำหนดของกรมฯ ที่กำหนด 24 ข้อ

3) ควรมีค่ามาตรฐานเท่าใดในแต่ละค่า ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหา

4) เป็นไปได้หรือไม่ในการหาค่ามาตรฐานที่เหมาะสม ในการสัมมนาครั้งต่อไปจะนำผลการศึกษา การสำรวจ cast study ฯลฯ ของทั้งในและต่างประเทศ มาประมวลและพูดคุยกัน เพื่อจะหาการอ้างอิงที่เป็นวิชาการ เพื่อจะเป็นการนำเสนอแก่หน่วยงานราชการที่ควบคุม อย่างเป็นหลักที่สามารถอ้างอิง และผลการพิสูจน์ที่เป็นหลักฐานสามารถอ้างอิงได้อย่างมีน้ำหนัก

5) เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางแก้ปัญหาเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่ประกาศโดยกรมฯ ทาง BIOPOT จะออกแบบ และพัฒนา เครื่องผลิตไบโอดีเซลในขนาดต่าง ๆ ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ตามมาตรฐานกรมฯ ซึ่งอาจขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมในด้านวิชาการเช่น สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนฯ ของ อ. ชาคริต เป็นต้น เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลอย่างถูกต้องและปลอดภัย

6) มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการระดมทุนจาก BIOPOT เพื่อเป็นทุนในการศึกษา หรือวิจัยเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่เหมาะสมกับประเทศไทย และผลกระทบของการใช้ใบโอดีเซลต่อสิ่งแวดล้อม มลภาวะทางอากาศ และต่อมนุษย์ ซึ่งอาจจะดำเนินการเองหรือเป็นการให้ทุนแก่นักศึกษา หรือหน่วยงานที่มีความพร้อม

เพื่อเป็นข้อมูลในการหารือกับทางกรมฯ





ท่านใดมีความเห็นอย่างไร ขอเชิญชี้แนะครับ



ผิดพลาดประการใด ขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ
นุ ดอนตาหน่าย (IP:202.129.50.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 12 มี.ค. 2550 (15:59)
อยากทราบการคำนวณกรดที่จะต้องเติมเพื่อทำปฏิกิริยากับด่างให้เป็นกลาง...พร้อมยกตัวอย่างให้ด้วยนะ.....ขอบคุณล่วงหน้าเลย
น้องใหม่ (IP:203.151.199.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 12 มี.ค. 2550 (16:08)
การไทเตรทหาปริมาณสบู่ในน้ำมัน biodiesel ทำได้อย่างไร

แล้วค่าที่ได้จะนำมาใช้อย่างต่อไป...ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ...
รักไบโอ (IP:203.151.199.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 13 มี.ค. 2550 (10:23)
คห26

1) ในขั้นการผลิต ไบโอดีเซลที่ได้ควรตรวจวัดค่าใดบ้างเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามคุณภาพข้างต้น

*** ตามความเห็นของพวกเรา บทสรุปเราระบุไว้ที่ตอนท้ายของภาค2 มีอยู่ 3ค่าครับ



2) การวัดค่าจากข้อ 1 สามารถเป็นตัวชี้วัดหรือบ่งบอกปริมาณของตัวควบคุมใดบ้างตามมาตรฐานกำหนดของกรมฯ ที่กำหนด 24 ข้อ

*** ระบุไว้ให้ทราบแล้วในคำตอบข้อหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้ระบุค่าแตกต่างของทางกรมแต่อย่างใด



3) ควรมีค่ามาตรฐานเท่าใดในแต่ละค่า ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหา

*** ถ้าค่าที่วัดได้เท่ากับมาตราฐานของกรมที่กำหนดไว้ ปัญหาไม่น่าจะเกิด



4) เป็นไปได้หรือไม่ในการหาค่ามาตรฐานที่เหมาะสม ในการสัมมนาครั้งต่อไปจะนำผลการศึกษา การสำรวจ cast study ฯลฯ ของทั้งในและต่างประเทศ มาประมวลและพูดคุยกัน เพื่อจะหาการอ้างอิงที่เป็นวิชาการ เพื่อจะเป็นการนำเสนอแก่หน่วยงานราชการที่ควบคุม อย่างเป็นหลักที่สามารถอ้างอิง และผลการพิสูจน์ที่เป็นหลักฐานสามารถอ้างอิงได้อย่างมีน้ำหนัก

*** เป็นไปได้ครับ จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากมีการนำข้อมูลมาเผยแพร่มากขึ้น



5) เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางแก้ปัญหาเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่ประกาศโดยกรมฯ ทาง BIOPOT จะออกแบบ และพัฒนา เครื่องผลิตไบโอดีเซลในขนาดต่าง ๆ ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ตามมาตรฐานกรมฯ ซึ่งอาจขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมในด้านวิชาการเช่น สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนฯ ของ อ. ชาคริต เป็นต้น เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลอย่างถูกต้องและปลอดภัย

*** ไก่กับไข่ครับ มาตราฐานกับความเป็นจริง ข้อนี้มีหลายข้อย่อยซึ่งคุณศุภชัยได้มีการแนะนำาไปหลายครั้งแล้ว ขั้นแรกต้องมีแลปกลางให้เราได้ตรวจสอบดูผลงานการผลิตจากทั่วสารทิศก่อน แล้วถึงจะมาดูค่าที่เหมาะสมกับบ้านเรา



6) มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการระดมทุนจาก BIOPOT เพื่อเป็นทุนในการศึกษา หรือวิจัยเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่เหมาะสมกับประเทศไทย

*** มีความเป็นไปได้แต่ผมว่าแทนที่จะเอาเป็นร้อยล้าน ไปอุ้มสื่อน่าจะเอามาซัก 20ล้านมาทำแลปมากกว่า



และผลกระทบของการใช้ใบโอดีเซลต่อสิ่งแวดล้อม มลภาวะทางอากาศ และต่อมนุษย์

***ทำไมไม่เอาค่าที่ดีกว่าของไบโอดีเซลไปเทียบกับดีเซลธรรมดาเล่าครับว่ามันจะทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น มลภาวะทางอากาศลดลง มากแค่ไหนอย่าไปหลงประเด็น เราเอามาทดแทน อย่าดันไปดูแต่ของเสีย รถเมล์พ่นควันพิษออกมาเราเอาของที่ดีกว่าไปให้ใช้ลดมลพิษอย่างไม่ต้องสงสัย ฝรั่งเศษกับเยอรมันเขาเอาไปใช้แล้วทำไมกทมไม่เอาอย่างเขาบ้าง เฉพาะค่าดูแลทางการแพทย์เรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบทางลมหายใจของชาวกทมที่มีอยู่หลายแสนคนก็น่าจะเพียงพอที่จะมาใช้เป็นงบวิจัยและพัฒนาแล้วมาระดมทุนกับคนพออยู่พอกินท่าจะไปได้ไม่ถึงฝันหรอกครับ เขม่าที่ลดลงจากการใช้ไบโอดีเซลจะทำให้คนกรุงสบายปอดมากขึ้น ไม่ต้องไปเสียงบทาสีสะพาน เสาไฟทุกปี



ยังไงซะ หากได้คนอย่างหลายท่านรวมถึงคุณนุมาช่วยอีกแรงน่าจะช่วยให้เมืองไทยน่าอยู่ขึ้นนะครับ



คห27

การคำนวนกรดต้องไตรเตรดครับเพื่อให้ทราบปริมาณด่างในสารละลายก่อนจากนั้นให้ใช้เทียบปริมาตรเพื่อจะได้ทราบจำนวนที่ต้องใช้กับของจริง

เช่น หากไตรเตรดกรดได้จำนวน มล.ที่ต้องใช้กับสารละลายด่างแล้วเราจะได้ค่า มล.กรด/ลิตร แล้วค่อยไปคูณกับปริมาตรสารละลายทั้งหมด

ปล. ค่ากลางที่ผมหมายถึงขึ้นอยู่กับอินดิเคเตอร์ที่ใช้ หากต้องการPHน้อยกว่า 8.5 ให้ใช้ฟีนอลตาลีน



คห28

การไทเตรทหาปริมาณสบู่ในน้ำมัน biodiesel ทำได้อย่างไร

**** http://www.biodieselcommunity.org/testingforsoap/





แล้วค่าที่ได้จะนำมาใช้อย่างต่อไป

****เอาจริงดิ เล่นถามกันแบบนี้เลยเหรอ เอ้าใครก็ได้ซ่อยที.... กุ้มใจจิงจิง


นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 13 มี.ค. 2550 (13:23)
ใครว่าไงผมไม่รู้แต่ว่ามะกันเขาว่าตามนี้ครับ

เปรียบเทียบไอเสียไบโอดีเซลv.ดีเซล
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 13 มี.ค. 2550 (13:30)
"Biodiesel reduces the health risks associated with petroleum diesel.

Biodiesel emissions show decreased levels of polycyclic aromatic

hydrocarbons (PAH) and nitrated polycyclic aromatic hydrocarbons

(nPAH), which have been identified as potential cancer causing

compounds. In Health Effects testing, PAH compounds were reduced by

75 to 85 percent, with the exception of benzo(a)anthracene, which was

reduced by roughly 50 percent. Targeted nPAH compounds were also

reduced dramatically with biodiesel, with 2-nitrofluorene and 1-

nitropyrene reduced by 90 percent, and the rest of the nPAH compounds

reduced to only trace levels."



จากที่บางท่านเคยพูด ว่าไบโอดีเซลมีไอเสียที่อันตราย ลองไปดูไอเสียจากดีเซลธรรมดาก่อนแล้วเราค่อยมาพูดกัน

จากรายงานที่มีให้ดู ทดสอบอย่างละเอียดโดยหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา ว่าแต่ว่านะของใครว่าไบโอดีเซลไม่ดีก็เอามาโชว์หน่อยซิ...


นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 14 มี.ค. 2550 (16:38)
คำถามบางคำถาม คำตอบบางคำถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ กิจกรรมของเครือข่าย หรือแนวทาง อย่างกรณีคุณ นุถามนั้น เป็นไปได้เราก็อาจจะตอบให้เฉพาะ คนที่เรารู้ว่า ..ท่านใดเป็นคนถาม ..เพราะเราอยู่ที่แจ้ง ท่านเป็นใครก็ได้ ไม่รู้เจตนาเป็นอย่างไร แต่ถ้าเรารู้ว่าท่านเป็นใคร จะได้รู้ว่าคำถามของคุณควรจะตอบแบบไหนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่อย่างไร เพราะฉะนั้น ถ้าหากท่านไม่บอกว่าท่านเป็นใคร เราก็ไม่รู้จะตอบไปทำไม เพราะว่า ตอบไปก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆอยู่ดีครับ



ถ้าเป็นไปได้ให้พวกเรารู้จักคุณบ้าง...จะได้เปิดอกคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ..ไม่เช่นนั้นเราคงต้องมองว่า..ท่านมีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝงอย่างแน่นอนครับ...



หรือถ้าคุณนุสงสัยคำตอบคุณนีโอ โทรถามผมโดยตรงก็ได้ครับ..หาเบอร์ผมไม่ยากหรอกครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 14 มี.ค. 2550 (17:35)
Effects of inadequate quality





Following the pressure of rising petroleum prices, the market has shown a broad acceptance

of alternative fuels not governed by any standards. Although poor quality fuels have resulted

in considerable damage, experimentation in this area continues. This is facilitated by the fact

that damage caused directly or indirectly by deficient or inadequate fuels only becomes

evident after long periods of usage. By this stage, the correlation between the damage and

its source is no longer apparent to users.

Table 3 displays selected standard parameters for bio-diesel to show how transgressions of

limiting values affect vehicle components.

Table 3: Effects of limit transgression in the case of bio-diesel



Property (DIN EN 14214) Effect / Comment

Kinematic viscosity at 40 &deg;C Fuel conveyance problems (fuel pump, injection pump).



Flash point A flash point of less than 100&deg;C renders the product hazardous.



CFPP (filtration limit) Machine standstill through crystallization of fuel in the pipes and the fuel filter at low temperature.



Residual coke Coke deposits on the injection pump and piston rings.



Problematic in the case of FAME with a high content of multiple bonds or glycerine/glycerides.



Ash content Damage to exhaust-gas re-treatment systems.



Water content Corrosion problems, turbidity of DK/FAME mixtures (resulting in separation of the water phase in the worst case).



Total contamination Machine standstill through filter backfill, potential consequential damage to the injection pump as a result of insufficient lubrication / cooling by circulating fuel.



Oxidation stability (induction period) Filter backfill, precipitation of polymers in diesel / bio-diesel mixtures throughout the fuel supply system.



Acid number Corrosion problems.



Glycerine and glycerides Coke deposition on the injection pump and piston rings; possible reason for increased coke residue.







คัดลอกบางส่วนมาฝากของจริงอยู่ที่ลิ้งค์ข้างล่างครับ



www.senternovem.nl/mmfiles/Running_vehicles_succesfully_on_biodiesel_tcm24-193611.pdf
นุ ดอนตาหน่าย (IP:203.155.29.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 14 มี.ค. 2550 (18:05)
ไม่ต้องกังวลกับผมหรอกครับ

ผมไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก เป็นผู้สนใจผลิตไบโอดีเซลใช้เอง เริ่มผลิตก็น้อย ๆ ยังไม่มีประสพการณ์มาก อาศัยอ่านจากเวปเป็นหลัก ส่วนมากเป็นเวปต่างประเทศเพราะเวปบ้านเราข้อมูลทางวิชาการน้อยมากเกี่ยวกับไบโอฯ คงต้องขอให้ กรม Dede เพิ่มเติมไว้ให้ศึกษาบ้าง

ส่วนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเพราะว่า ยังไม่มีเวลาตอนนี้กำลังสร้างบ้านอยู่และกำลังได้ลูกสาวคนที่ 2 ครับ

เวปนี้น่าสนใจดี ผมก็ติดตามตั้งแต่ภาคแรกปลาย ๆ และเคย Post ถามนิดหน่อย



ส่วนเรื่องที่ลับที่แจ้งนี่ผมว่าทุกคนทราบดีอยู่แล้วเพราะว่าที่มี IP show และของผมก็เช็คได้ครับ



ที่ถามเพราะไม่ใช่นักวิชาการ และอยากทราบความคิดของท่านอื่น ๆ จึงตั้งเป็นคำถามเปิดครับ



บางเรื่องเราอาจคิดต่างกันแต่ concept ไม่ต่างกันคือการพยายามใช้และพัฒนาไบโอเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกสะอาดกว่าและยั่งยืนครับ

ขอบคุณครับ



นุ ตอนตาหน่าย

ร่วมมือร่วมใจ พัฒนาไบโอดีเซลไทย ให้สว่างใสวโชติช่วง
นุ (IP:203.155.29.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 14 มี.ค. 2550 (19:06)
หากใครเคยติดตามกระทู้นี้ ตั้งแต่เริ่มเปิดกระทู้ เมื่อปีที่แล้ว จนมาถึง ณ เวลานี้ จะเห็นความแตกต่าง ของผู้คนที่วนเวียน เข้ามาตอบ มาถาม หรือการตั้งคำถาม มันแตกต่างกันอะไรจะป่านนั้น ผมยากให้กลับไปให้มีคำถามเหมือนที่เริ่มเปิดกระทู้ มันมีความน่าพิศมัย มนต์ขลัง ของกระทู้ไบโอดีเซล ทุกวันนี้ ดูเหมือนมันการเมืองเข้าไปทุกขณะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันซ้ำๆ ยังงัยไม่รู้ ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร
คนเก่าแก่(งัก) (IP:124.120.29.185)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 15 มี.ค. 2550 (02:26)
เอามาแบ่งกันอ่าน



การใช้ Biodiesel ในเยอรมนี



เยอรมนีเป็นประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ เนื่องจากจำนวนประชากร เพิ่มสูงขึ้น มีการใช้พลังงานจำนวนมาก ในภาคการขนส่ง โดยเฉพาะรถยนต์์ดีเซล

ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก และรถโดยสารประจำทาง มลพิษไอเสียที่ถูกปล่อย ออกจากยานยนต์มีปริมาณสูงมาก ทั้งในรูปของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (Particulate Matter)และ

มลพิษอื่นที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการรัฐบาลเยอรมนีจึงมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในการ

ลดแก๊สเรือนกระจก และลดฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล โดยสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนประเภทพลังงานหมุนเวียนที่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าเชื้อ

เพลิงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไบโอดีเซลจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ทดแทนน้ำมันดีเซล เพราะสามารถผลิตได้จากพืช น้ำมันที่มีปริมาณมากภายในประเทศ ผ่านขบวนการทางเคมี (Transesterification) ด้วยแอลกอฮอล์ ได้เป็น Fatty Acid Methyl Ester (FAME) หรือเรียกว่าไบโอดีเซล ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายน้ำมันดีเซลและเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด

ปัจจุบันนี้เยอรมนีจึงได้มีการพัฒนาและสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลจนมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และในอนาคตจะมีการเพิ่มพื้นที่ี่เพาะปลูกพืชน้ำมันเพื่อผลิตไบโอดีเซลให้มากขึ้น

การพัฒนาไบโอดีเซลในเยอรมนี



ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่มีพื้นที่การเกษตรกรรมในการผลิตพืชน้ำมันจำนวนมาก มีการพัฒนาน้ำมันพืชบริสุทธิ์มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซลมานานแล้ว

โดยเริ่มใช้กับเครื่องยนต์ทางการเกษตร ในปี ค.ศ. 1990 มีการร่วมมือกันระหว่างสมาคมชาวนา บริษัทผู้พัฒนาและจำหน่ายเมล็ดพันธ์พืชหลายแห่งก่อตั้งสมาคม UFOP (Union for Promotion of Oilseed and Protien plants) สนับสนุนการผลิตพืชน้ำมันจนผลิตได้ปริมาณสูงมาก และทำให้มีพืชน้ำมันเหลือจากการใช้เป็นอาหาร

จำนวนมาก เยอรมนีจึงเริ่มมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลจาก rapeseed oil ขึ้นเป็นโรงงานแรก ในปี ค.ศ. 1991 และในปีนี้เองเยอรมนีมีการจำหน่ายไบโอดีเซลได้ถึง 200 ตัน ประกอบกับราคาน้ำมันดิบถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเยอรมันจึงเร่งส่งเสริมการปลูก rapeseed และสนับสนุนให้มีการผลิต rapeseed oil สำหรับผลิตไบโอดีเซล

เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อเสถียรภาพในด้านพลังงานของประเทศ โดยมีนโยบาย Common Agricultural Policy ในปี ค.ศ.1992 เพื่อเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตต่อไร

่ของพืชน้ำมัน ต่อมาปี ค.ศ. 1994 เยอรมนีมีสถานีบริการจำหน่ายไบโอดีเซลถึง 251 แห่ง สามารถจำหน่ายไบโอดีเซลได้ถึง 25,000 ตัน เยอรมนีมีการสนับสนุนให้มีการผลิต rapeseed oil เรื่อยมา จนทำให้สามารถผลิต rapeseed oil ได้ถึง 5 เท่า จาก 110,000 ตัน ในปี ค.ศ. 1995 เป็น 533,000 ตัน ในปี ค.ศ. 2001 ปัจจุบันนี้สามารถผลิต rapeseed oil ได้ประมาณ 1,000,000 ตัน อุตสาหกรรมการผลิตไบโอดีเซลในประเทศเยอรมันมีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก ปัจจุบันเยอรมนีมีโรงงานผลิต

ไบโอดีเซลทั้งหมด 19 โรง และมีกำลังการผลิตไบโอดีเซลประมาณปีละ 1,100,000 ตัน มีสถานีบริการจำหน่ายไบโอดีเซลมากกว่า 1,500 แห่ง และมีรถยนต์ใช้ไบโอดีเซลเป็น เชื้อเพลิงมากกว่า 2,500,000 คัน

การใช้ไบโอดีเซลในเยอรมนี



ไบโอดีเซลที่ผลิตในเยอรมนี ส่วนใหญ่ผลิตจาก rapeseed oil ซึ่งจะมีการนำไปใช้เป็น เชื้อเพลิงโดยนำไปใช้เผาไหม้ ให้ความร้อนโดยตรงและใช้แทนน้ำมันดีเซล

กับรถยนต์ดีเซลทั้งในภาคคมนาคมและขนส่ง ซึ่งการใช้ผสมในน้ำมันดีเซล ในอัตราส่วนไม่เกิน 5% จะต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานน้ำมันดีเซล และใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์

์ทั่วไปโดยไม่ต้อง มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ แต่ถ้าใช้ไบโอดีเซล 100 % จะต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานไบโอดีเซล และใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ ที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับ

ไบโอดีเซลแล้วเท่านั้น



เนื่องจากเยอรมนีได้พัฒนาและทดสอบวิจัยการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil (Rapeseed Methyl Ester, RME) เป็นเชื้อเพลิงมานานหลายปีแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ในเยอรมนีจึงยอมรับการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil ดังนั้นในสถานีบริการทั่วไปจึงเป็นไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil นอกจากนี้ยังผลิตไบโอดีเซลจาก Soybean oil และน้ำมันพืชใช้แล้ว แต่ในปริมาณไม่มากนัก เพราะใช้เฉพาะในกิจการของบริษัทขนส่งเท่านั้น



คุณสมบัติของไบโอดีเซล



เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของไบโอดีเซลกับน้ำมันดีเซลแล้ว โมเลกุลของไบโอดีเซลจะมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 11% จึงช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทำให้ลดมลพิษต่างๆ ลงได้ เช่น ลด Carbonmonoxide 15% Hydrocarbons 40% Particles 60% แต่ NOx เพิ่มเล็กน้อย นอกจากนี้ ไบโอดีเซลยังมีค่า Cetane Index สูง ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่ายและเดินเรียบ มีปริมาณกำมะถันน้อยมาก ไม่มีสารอะโรมาติก และในระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ ไบโอดีเซลสลายในดินได้ 99% ส่วนน้ำมันดีเซลได้ 70% แต่อย่างไรก็ตามไบโอดีเซลมีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์ เช่น อุดตันไส้กรอง ละลายพลาสติกและ Rubber material เป็นต้น แต่ผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นกับเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้ผลิตรถยนต์ในเยอรมนีหลายแห่งได้ปรับปรุงรถยนต์ใหม่ให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานกับ ไบโอดีเซลได้แล้ว



การควบคุมคุณภาพไบโอดีเซล



ปี ค.ศ. 1994 เยอรมนีร่างมาตรฐานไบโอดีเซลเป็นครั้งแรก (DIN V 51606) สำหรับพืช น้ำมัน เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ยอมการันตีการใช้ไบโอดีเซล และในปี ค.ศ.1997 เยอรมนีได้ปรับปรุงร่าง มาตรฐานไบโอดีเซลใหม่เป็น DIN E 51606 สำหรับ Fatty Acid Methyl Ester (FAME) เพื่อให้ ผู้ผลิตรถยนต์ยอมรับและผู้ใช้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ต่อมามีผู้ร้องเรียนว่าใช้ไบโอดีเซลแล้วมีปัญหากับเครื่องยนต์ เนื่องจากสถานีบริการบางแห่งจำหน่ายไบโอดีเซลคุณภาพต่ำ ทำให้ผู้ใช้ไบโอดีเซลขาดความเชื่อถือ ในปี ค.ศ. 1999 ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายไบโอดีเซลจึงได้ก่อตั้งกลุ่มปฏิบัติการควบคุมคุณภาพไบโอ-ดีเซล (Working group on quality management biodiesel) "Arbeitsgemeinachaft Qualitats- Management Biodiesel e.V." (AGQM) เพื่อตรวจติดตามผู้ผลิตและผู้จำหน่ายไบโอดีเซลให้มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ โดยมี special seal ปิดตามสถานีบริการ เพื่อแสดงให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจในคุณภาพไบโอดีเซล และสำหรับการค้าในกลุ่มประชาคมยุโรปมีมาตรฐานไบโอดีเซล (DIN EN 14214) ขึ้นในปีค.ศ. 2002



การพัฒนาเครื่องยนต์เพื่อใช้ไบโอดีเซล



ในปี ค.ศ. 1987-1990 เริ่มมีการศึกษาวิจัยและทดสอบการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil กับเครื่องยนต์ ในห้องปฏิบัติการ (bench tests)

ปี ค.ศ. 1994 ผู้ผลิตรถยนต์ VOLKSWAGEN ทดสอบไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์ดีเซลแล้วพบว่าใช้ได้ จนกระทั่งปี ค.ศ.1995 ผู้ผลิตรถยนต์จึงได้สนันสนุนการใช้ไบโอดีเซล

และการันตีรถยนต์ดีเซลยี่ห้อ AUDI, SEAT, SKODA และ VOLKSWAGEN ที่ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 เป็นต้นไปว่าสามารถใช้กับไบโอดีเซล หลังจากผู้ผลิตรถยนต์

ประกาศการันตีการใช้ไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์แล้ว ได้มีผู้ผลิตรถยนต์หลายบริษัทประกาศรถยนต์ที่ใช้กับไบโอดีเซลได้ เช่น Audi, Volkswaken, SEAT, Scoda model TDI ทุกรุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996, BMW model 525 TDI ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 และรถยนต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001, Daimler-Chrysler (Mercedes-Benz) series C และ E 220, C 200 และ 250 CDI, VOLVO รุ่น S80-D, S70-TDI และ V/70-TDI , รถโดยสารและรถบรรทุก M.A.N., รถ tractor อีกหลายยี่ห้อ เป็นต้น



นโยบายรัฐที่ให้การสนับสนุน



อย่างไรก็ตามไบโอดีเซลที่ผลิตได้ในปัจจุบันก็ยังมีราคาแพงกว่าน้ำมันดีเซล รัฐบาล เยอรมนีจึงได้ออกกฎหมาย mineral oil tax break ให้การสนับสนุนการ

ใช้ไบโอดีเซล โดยยกเว้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตจากพืชน้ำมัน โดยคิดตามอัตราส่วนของไบโอดีเซล ที่ผสมลงในน้ำมันดีเซล เช่น การใช้ ไบโอดีเซล 5% (B5)

ก็จะได้ลดภาษีเพียง 5% หรือถ้าใช้ไบโอดีเซล 100% (B 100) เป็นเชื้อเพลิงก็จะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด ทำให้ราคาไบโอดีเซลสามารถแข่งขันกับราคาน้ำมันดีเซลได้ เช่น ในปี ค.ศ. 2002 ราคาจำหน่ายไบโอดีเซล (B 100) ประมาณ 69.9-79 Eurocents/liter ส่วนราคาน้ำมันดีเซล 76.98-85 Eurocents/liter ราคาไบโอดีเซลจึงถูกกว่า

ราคาน้ำมันดีเซล 3-10 Eurocents/liter



การพัฒนาในอนาคต



เนื่องจากทั่วโลกประสบปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ส่งผลให้มีการปล่อย

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นไปสะสมในบรรยากาศ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันเนื่องมาจากภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) จึงได้มีการตกลง

ตามพันธกรณีของพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เพื่อลดภาวะดังกล่าว ปี 2001 กลุ่มประชาคมยุโรป (EU) จึงออกมาตรการ European Commission เพื่อรองรับตาม พิธีสารเกียวโตสนับสนุนการใช้ biofuels เช่น biodiesel bioethanol หรือ biooils เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลผลิต biofuels เพิ่มขึ้น 2% ทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม ในปี 2005 และเพิ่มขึ้น 0.75 % ทุกปี จนได้ 5.75% ในปี 2010 ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ในปี 2005 เยอรมนีต้องใช้พื้นที่เพาะปลูก rapeseed oil ถึง 936,000 เฮกตาร์ เพื่อผลิตไบโอดีเซลให้ได้ 1,200,000 ตัน และในปี 2010 ต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกให้ได้ถึง 2,570,000 เฮกตาร์ เพื่อให้ผลิตไบโอดีเซล

ให้ได้ 3,400,000 ตันตามเป้าหมาย แต่เยอรมนีมี กฎหมาย Blair House Agreement (BHA) จำกัดพื้นที่การเพาะปลูก rapeseed oil สำหรับผลิตเป็นอาหาร และพื้นที่เพาะปลูก rapeseed oil สำหรับผลิตไบโอดีเซล ทำให้เยอรมนีอาจไม่สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูก rapeseed oil เพื่อผลิตไบโอดีเซลได้ตามเป้าหมาย ถ้าหากไม่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ตามเป้าหมายแล้ว เยอรมนีอาจจะต้องนำเข้า rapeseed oil, soybean oil หรือพืชน้ำมันอื่นจากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิตไบโอดีเซล ขณะนี้เยอรมนีกำลังดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซลเพิ่มอีก 5 แห่ง และมีโครงการจะขยายสถานีบริการเพิ่มอีกกว่า 1,000 แห่งในอนาคต เอกสารอ้างอิง :

1. Foreign Agricultural Service, GAIN Report " Germany Oilseeds and Products Biodiesel in Germany - an overview 2002 " October 2002.

2. International Energy Agency " Biodiesel A Success Story - The Development of Biodiesel in Germany " February 2002.







สำนักคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง

กรมธุรกิจพลังงาน

มีนาคม 2547
นุ (IP:203.146.169.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 15 มี.ค. 2550 (06:01)
Linkและข้อมูลของคุณนุมีประโยชน์มาก ทำให้เราเห็นได้ชัดว่า ถ้ารัฐบาลมีเจตนาและความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ก็จะมีผลอย่างยิ่งในการพัฒนาเพื่อการปรับตัวเข้าสู่งการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง ซึ่งถือได้ว่า ประเทศเยอรมันนี้ เป็นตัวอย่างที่กระทรวงพลังงาน ควรจะเอามาศึกษาและหาทางในการดำเนินโนบายแบบใดจึงจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม จึงจะเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ ไม่ใช่เอาบทความนี้มาปะข้างฝาแล้วนึกไม่ออกมาว่า..จะเริ่มต้นตรงไหน เพราะนึกไปทางไหนก็ตันไปหมด ...



จะไม่ตันได้อย่างไรล่ะครับ ในเมื่อนโยบายพลังงานของชาตินั้น ผูกติดอยู่กับ ปตท.และกลุ่มผลประโยชน์ทางด้านพลังงานอื่นๆไปเสียหมด และที่สำคัญ กระทรวงพลังงานไม่มีสถาบันวิจัยพลังงาน ไม่มีสถาบันทดสอบคุณภาพเชื้อเพลิงด้วยตัวเอง และจะเอาอิสระไหนมากำหนดทิศทางพลังานด้วยตัวเองได้ล่ะครับ



อย่างกรณีนโยบายส่งเสริมการผลิตไบโอดีเซล กระทรวงพลังงานมีทางออกให้เกิดได้แค่ 2 กรณีเท่านั้น พร้อมกับออกบทลงโทษไว้ว่า ถ้าฝ่าฝืนจำคุก 1 หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (จากบทลงโทษนี้ เห็นได้ชัดว่า กระทรวงพลังงานมองผู้ผลิตผู้ผลิตไบโอดีเซลเป็นอาชญากรไปแล้ว..นี่คือการส่งเสริมของกระทรวงพลังงานอย่างงั้นหรือ..) มาดูว่า 2 ข้อนี้มีอะไรบ้าง



1.ผลิตตามมาตรฐาน 24 ข้อ เพื่อขายส่งให้ ปตท.และบางจาก (ต้องส่งทดสอบ Lab ปตท.ค่าใช้จ่าย 4-50,000 บาท) ขายตามราคากลางที่กระทรวพลังงานประกาศไว้ เพื่อนำไบโอดีเซลมาผสมเป็น B5 จำหน่ายในปั้มน้ำมันของ ปตท.และบางจาก ซึ่งแน่นอนว่า ปตท.และบางจากอาจจะรับซื้อหรือไม่รับซื้อก็ได้

2.ผลิตตามมาตรฐาน 14 ข้อ หรือที่เรียกว่า ไบโอดีเซลชุมชน เพื่อขายให้กับเครื่องยนต์การเกษตรสูบเดียวแกนนอนเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้กับเครื่องยนต์อื่นๆ



นี่คือทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมบอกว่า กระทรวงพลังงานส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศ..ส่งเสริมตรงไหน..ในทางตรงข้ามผมกับมองว่า เป็นการกดไม่ใช้ไบโอดีเซลเกิดต่างหากล่ะ เพราะที่แน่ๆ โรงงานไบโอดีเซลขนาดกลางและขนาดย่อมไม่มีปัญหาส่งขายให้ ปตท. นี่ก็เท่ากับว่า เป็นนโยบายที่เลือกปฏิบัติส่งเสริมผลประโยชน์ที่กับผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่เท่านั้น ...



ในแง่ไบโอดีเซลชุมชนนั้นก็เท่ากับเป็นการบีบให้ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงชั้น 2 มี คนส่วนใหญ่ก็เข้าว่า ไบโอดีเซลใช้ได้แค่เครื่องยนต์การเกษตรเท่านั้น มีชุมชนไหนที่ขออนุญาตผลิตกับกระทรวงพลังงานกี่รายครับ ตัวเลขนี้ตรวจสอบล่าสุดมีไม่ถึง 50 รายทั่วประเทศ...แสดงให้เห็นว่านโยบายการส่งเสริมพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงานในส่วนของไบโอดีเซลนี้ลุ้มเหลวโดยสิ้นเชิง..นี่คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างพลังงานทดแทนที่เป็นพลังงานของชาติอย่างงั้นหรือ?? ถึงแม้กระทรวงพลังงานจะพยายามเพิ่มตัวเลขแจกเครื่องผลิตไบโอดีเซลให้กับชุมชุน ปี 400 เครื่องปีนี้และปีหน้า ตัวเลขนี้อาจจะเพิ่มขึ้น แต่นั่นเป็นการเพิ่มทางตัวเลขหรือเพิ่มทางปฏิบัติ กระทรวงพลังงานก็ย่อมจะรู้ประจักษ์อยู่แล้วครับ ..ถ้าหากยังสงสัยว่านโยบายส่งเสริมไบโอดีเซลชุนชนได้ผลอย่างที่ว่านี้หรือเปล่า กระทรวงพลังงานก็เปิดเผยข้อมูลมาเลยครับ ว่าแจกเครื่องผลิตไบโอดีเซลให้กับชุมชนไปแล้วกี่เครื่องที่ไหนบ้าง ผมจะรบกวนสมาชิกเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลแห่งประเทศไทนของพวกเราที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไปสำรวจติดตามความคืบหน้าการใช้เครื่องไบโอดีเซลที่กระทรวงพลังงานแจกให้ชุมชุนไปแล้ว ว่าเขาใช้ประโยชน์ตามเป้าหมายหรือเปล่า ..โดยพวกเราจะเอาข้อมูลนี้มาโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของกระทรวงพลังงานให้ โดยไม่มีค่าใช่จ่าย..โดยไม่ต้องขอบคุณพวกเราหลอกครับ เพราะพวกเราถือว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม



ผมต้องขออภัยท่านที่ติดตามพวกเรา ผมต้องขออภัยคุณคนเก่าแก่(งัก) ที่ต้องพูดแล้วพูดอีก ผมเองก็เบื่อ มันรู้สึกซ้ำซากอย่างที่หลายๆท่านรู้สึก แต่ผมก็ต้องพูด..ต้องบอกว่า นี่คือปัญหาและอุปสรรคของการพลังงานทดแทนของชาติ นี่เป็นปัญหาในระดับนโยบายที่กระทรวงพลังงานจะต้องรีบเร่งเข้ามาแก้ไข ไม่ใช้ปัญหาผู้ผลิตไบโอดีเซลอย่างพวกเราจะแก้ไขได้



ปัญหาข้อที่ 1 ..พวกเราอยากจะเห็นกระทรวงพลังงานเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายพลังงานของชาติ เพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อ...ปตท. หรือกลุ่มผู้ประโยชน์ใดๆ ก็ตาม

ปัญหาข้อที่ 2 ..พวกเราอยากจะทางออกของการพัฒนาและส่งเสริมการผลิต และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่มีข้อชัดเจนที่ปฏิบัติได้ทุกกลุ่มการผลิตโดยเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติได้เฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผลประโยชน์ในข้อ 1 เท่านั้น



ยังมีอีกมากมายที่พวกเราอยากจะเห็นครับ



*** รบกวนคุณนุติดต่อผมด้วยครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 15 มี.ค. 2550 (09:35)
"... มันมีความน่าพิศมัย มนต์ขลัง ของกระทู้ไบโอดีเซล ทุกวันนี้ ดูเหมือนมันการเมืองเข้าไปทุกขณะ..."

บางทีการเมืองก็ทำให้ทุกอย่างยืดยาด วกวนจนเกือบไร้สาระ แต่หลายครั้งมันนำไปสู่การวิจารณ์จนกลายเป็นกฏหมายที่ดีได้เช่นกัน หลายท่านที่เริ่มแต่แรกอาจจะเบื่อสังคม เบื่อการเดินทางที่ยืดเยื้อของกระทู้นี้และอีกหลายคนที่เริ่มก็กลับสู่สภาวะเดิมคือทำเองใช้เองไม่อยากยุ่งด้วย หลายท่านก็ไปทำอย่างอื่นที่มันดูมีอนาคตมากกว่านี้เพราะนำมันเริ่มถูกลง เป็นวัฎจักรของทุกสิ่ง ปีสองปีก่อนไบโอดีเซลเป็นของใหม่ เป็นน้องใหม่ของวงการพลังงานทดแทนของไทย ณ วันนี้มันอาจจะเป็นของเก่าของหลายคน แต่มันยังคงเป็นของใหม่สำหรับผม สำหรับ ผู้คนที่วนเวียน เข้ามาตอบ มาถามครับ จึงไม่แปลกหากท่านที่เคยติดตามจะรู้สึกหมดเสน่ของเวปนี้

บทพิสูจน์ของไบโอดีเซลยังมีให้ค้นคว้าอีกเยอะครับ ยืนยัน เพียงแต่หลายท่านเริ่มทิ้งไบโอดีเซลไปจุดหมายอื่นแล้วเพราะเพียงแต่เจออุปสรรคในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนของน้ำมันพืช การที่ราคาของน้ำมันปาล์มสูงกว่าราคาที่รับได้ พวกเราคร่ำครวญเรื่องซ้ำๆซากๆเพราะเราต่างมุ่งที่จะข้ามอุปสรรคนี้ไปให้จงได้ เราต่างรู้ว่าทางมันเปลี่ยวโดดเดี่ยวขวากหนามเยอะ บางครั้งทำไปก็มีแต่คนหัวเราะ มีคนหลายกลุ่มเขาเยาะเย้ยว่าเดี๋ยวมันก็เลิกเองไม่ต้องทำอะไรหรอก เชื่อเถอะครับว่าเมืองไทยยังไม่ไร้ซึ่งคนดี คนที่มีอุดมการณ์ พวกเขาเป็นคนที่ไม่ย่อท้อง่ายๆ เขามีความเพียร ถึงแม้จะไม่รวยล้นฟ้าล้นแผ่นดินแต่ก็จะไม่ทิ้งชาติ ไม่โลภจนสามารถโกงได้แม้แต่ขนมและนมจากปากเด็กๆ ลึกๆอดภูมิใจไม่ได้ที่ยังคงยืนหยัดอยู่บนหนทางที่เรารู้ว่ามีแสงสว่างที่ปลายทาง(บนแนวทางของพ่อ)

ซตพ

-วิธีกำจัด แยก สบู่ออกจากไบโอดีเซลก่อนล้างน้ำโดยไฟฟ้า

-วิธีลดปริมาณกรดไขมันอิสระในน้ำมันพืชใช้แล้วอย่างง่ายและถูก

-วิธีบำบัดน้ำให้ได้มาตราฐานอย่างถูก

-วิธีแยกกรีเซอรีนกับไบโอดีเซลอย่างรวดเร็วและถูก

-กรรมวิธีการกลั่นที่ถูกต้องปลอดภัยและประหยัดพลังงานแบบย่อม

ที่ต้องเน้นว่าถูถเพราะถ้ามีสตางค์ก็สามารถทำได้เลยไม่ต้องพิสูจน์แต่อย่างใด แต่ทำเองด้วยวิถีชาวบ้านภูมิปัญญาเราๆเอง ดัดแปลงจากฝรั่งบ้างไม่เสียหายหรอกครับ เงินทองไม่รั่วไหล ชาติไทยก็จะเจริญ
นีโอดีเซล (IP:203.114.124.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 15 มี.ค. 2550 (12:06)
ผมได้อ่านประกาศกระทรวง เรื่อง มาตรฐานไบโอดีเซล 24 ข้อ เพื่อจำหน่าย นะครับ



และได้ อ่านพรบควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงพบว่าผู้จำหน่ายหมายถึงรวมผู้ผลิต ด้วย

ดังนั้น ถึงแม้ผลิตเพื่อใช้เองไม่ได้ขายให้ใครก็ต้องผ่านมาตรฐาน 24 ข้อ ด้วยไม่งั้นผิดกฏหมาย



สรุป ผู้ที่ผลิตไบโอดีเซลเพื่อใช้เองก็มีโทษตามกฏหมาย



จริงหรือเปล่าครับ
wee (IP:203.155.179.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 15 มี.ค. 2550 (17:14)
4603
ถ้าอ่านตามตัวบทกฎหมายอาจจะตีความอย่างที่คุณวีว่าไว้ก็เป็นได้ครับ แต่เราขอไม่สนใจ เพราะเราถือว่าเป็นสิทธิของเราที่จะเอาก้อนหินก้อนดินหรืออะไรก็แล้วแต่ยัดใส่ ถังน้ำมันของรถเราต่อให้มันพังก็เป็นเรื่องของเรา ถ้าหากยังไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน ก็ยังน่าจะเป็นสิทธิของพวกเราที่จะพึ่งกระทำได้ภายใต้สุจริตชนพึ่งกระทำ



เคยมีเรื่องแบบนี้มามากแล้วครับที่คนมีอำนาจก็อาศัยร่างกฎหมายให้เกิดความชอบธรรมใส่ตัวเองและพวกพ้องได้ โดยไม่คำนึงถึงว่าบ้านเมืองจะเดือนร้อนอย่างไร ประชาชนชาวไทยจะต้องตามไปใช้หนีความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นมาอดีตนั้นอย่างไรบ้าง



อย่างกรณีไบโอดีเซล คุณภาพในการตรวจสอบตามมาตรฐานรับรองทั้ง 24 ข้อตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานนั้น ได้เชื่อถือตามการทดสอบของสถาบันวิจัย ปตท.เป็นหน่วยงานหลักอ้างอิงเชื่อกันว่าถูกต้อง แต่ปัญหาก็คือ...



1.ค่าทดสอบทั้ง 24 ข้อ ปตท.เรียกเก็บ 4-50,000 บาท ค่าใช้จ่ายแบบนี้ เป็นการจูงใจให้ผู้ผลิตรายย่อยและขนาดกลางส่งตรวจสอบอย่างงั้นหรือครับ...อย่างผมทำ 200 ลิตร ถ้าส่งตรวจสอบเอามาตรฐานมาโชว์ ผมต้องทำน้ำมันอีกสักแค่ชาติจึงจะคุ้ม..หรือถ้าผมส่งตรงตรวจสอบไม่ได้ผมควรจะเลิกทำอย่างงั้นหรือครับ...คนที่มีความคิดแบบนี้..น่าจะตายตามออกญาจักรีที่เป็นใส้ศึกทำให้กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 ไปนานแล้วครับ



2.ผมตั้งข้อสงสัย สถาบันวิจัยพลังงานของ ปตท. ที่รับทดสอบและคิดค่าใช้จ่ายข้างต้นนั้น อากจะให้ ปตท.ตอบให้หายสงสัยว่า

2.1.ปตท.ทดสอบตัวอย่างน้ำมันภายใต้การอ้างอิง ISO หรือมาตรฐานใดรับรองผลของการทดสอบ

2.2.ปตท.สามารถทดสอบการวิธีกรมธุรกิจพลังงานได้ประกาศวิธีทดสอบของแต่ละข้อนั้นได้ทุกอย่างงั้นจริงหรือ?



3.ในเมื่อค่าใช้จ่ายในทดสอบแพงและไม่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลในทุกระดับการลงทุนแล้ว ทำไมกระทรวงพลังงานจึงละเว้นที่จะส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงๆจังๆ



เห็นไหมล่ะครับ ในเมื่อคุณวีถามมาผมก็ขอตอบแบบอย่างที่เลยเขียนเคยบอก เพื่อสะท้อนปัญหาเหล่านี้ โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะนำเข้าไปสู่การแก้ไขในระดับต่างๆต่อไปครับ



*** ตัวอย่างไบโอดีเซลจากน้ำมันใช้แล้ว สีสรรแบบนี้หลายคนลงจะอยากได้ ผมยังไม่ล้างครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 15 มี.ค. 2550 (19:07)
อ่านบทความของคุณนุเกี่ยวกับการพัฒนาและสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลของประเทศเยอรมันแล้ว สงสัยจังเลยว่า ฝรั่งมังค่าอย่างเยอรมัน เขาโง่หรือเขาฉลาด ที่สนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลอย่างจริงๆจังๆ ยอมแม้กระทั่งชดเชย ภาษีให้ตามสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล อย่างใช้ B5 ก็ลดภาษีทันที 5% ใช้ B100 ก็ไม่มีภาษีเรียกเก็บ ดูท่าวิธีนี้ประเทศไทยจะฉลาดหรือโง่ก็ไม่รู้ บอกว่า ไบโอดีเซลใช้ได้แค่เครื่องยนต์สูบเดียวแกนนอนเท่านั้น ถ้าจะใช้ก็ให้ใช้แค่ B5 แต่จะไปผสมขายเองผิดกฎหมายต้องผ่านหัวจ่ายของ ปตท.และบางจากเท่านั้น ..(นี่หรือคืออิสระของพลังงานทางเลือก นี่หรือคือความจริงใจในการสนับสุนพลังงานทดแทนอย่างเป็นรูปธรรม) แต่ถ้าจะใช้ B10 หรือ B20 หรือ BXXX ไม่แนะนำให้ใช้เพราะบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ไม่รับรอง ..ถามหน่อยเถอะครับ



1.แก๊สโซฮอล 91 และแก๊สโซฮอล 95 "ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รับรองแล้วไช่หรือไม่?"

2.NVG ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน "ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รับรองแล้วไช่หรือไม่?"

2.NVG ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ทั้งแบบใช้ร่วมกับน้ำมันดีเซล และแบบใช้ NGV 100% "ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รับรองแล้วไช่หรือไม่?"



รบกวนตอบพร้อมแสดงหลักฐานให้ผมหายส่งสัยหน่อยเถอะครับ...ไม่เช่นนั้นผมจะถือว่า นโยบายของกระทรวงพลังงานนี้ต้องมีนัยยะแอบแผงอย่างแน่นอนครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 15 มี.ค. 2550 (19:38)
"สรุป ผู้ที่ผลิตไบโอดีเซลเพื่อใช้เองก็มีโทษตามกฏหมายจริงหรือเปล่าครับ"

ไม่จริงครับ เพราะไบโอดีเซลยังไม่ใช่น้ำมันเชื้อเพลิงและเมื่อมีคนคิดแบบโง่ๆเอาไประบุว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงความสับสนมันก็เกิด (แบบว่าน้ำมันพืชใช้แล้วคือวัตถุไวไฟห้ามมีไว้ในครอบครองเกิน.....) ถ้าโดนจับพวกเราส่วนมากก็จะโดนข้อหามีน้ำมันเชื้อเพลิงไว้มากเกินจุดที่เขากำหนด เขาไม่มาจับเพราะผลิตดอกครับ ถ้าจับและฟ้องศาลได้ก็คงต้องไปจับตามมหาวิทยาลัยก่อนซึ่งเขาก็ไม่กล้าทำกลัวประชาชีจะสาปแช่ง ในส่วนที่มีมากเกินที่เขาระบุยังเป็นสิ่งที่เราต้องผลักดันให้ถูกและยังคงช่วยกันค้นหาคำอยู่ ซึ่งหลายประเทศเขาก็ระบุชัดเจนว่าการมีไบโอดีเซลในครอบครองไม่มีปัญหาหากการจัดเก็บมีการบ่งชี้อย่างถูกต้องเป็นระเบียบแบ่งแยกสถานที่ชัดเจน การตุนน้ำมันพืชใช้แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหากจะจับว่ามีมากเกิน ก็ต้องไปจับยี่ปั๊ว โลตัส แมคโครด้วยเพราะเขาก็เก็บเยอะเหมือนกันโอยจะพูดไป แนะนำครับให้มีเส้นสายไว้ ทำอะไรเจ้าหน้าที่เขาจะได้เกรงใจ ทำถูกต้องขี่มอเตอร์ไซด์น้ำมันเต็มถังยังโดนเลยครับ...นี่แหละประเทศไทย



คำตอบมันเป็นสิ่งกำกวมเหมือนรัฐตอนนี้ ถ้าคุณผลิตใครจะมาจับครับ ใครจะตรวจสอบคุณทั้ง24ข้อ ใครจะจ่าย?
นีโอดีเซล (IP:203.188.22.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 15 มี.ค. 2550 (19:49)
ทำใช้ไปเถิดไม่ต้องห่วงติดคุกติดตะรางถ้าติดเดี๋ยวจะให้สมาคม เลี้ยงข้าวผัดกับโอเลี้ยงเองหากต้องโทษกันจริงๆ แถมทีไอทีวีมาทำข่าวถึงซังเตให้ด้วยว่าไอ้ใครหน้าไหนมันบอกว่าเมทิลเอสเตอร์คือน้ำมันเชื้อเพลิง (เดี๋ยวให้พี่ชาติส่งกฤษฎีกาตีความก่อนครับ...)
นีโอดีเซล (IP:203.188.22.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 15 มี.ค. 2550 (20:14)
(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม ๑๒๒ ตอนพิเศษ ๓๐ ง ลงวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘)

ประกาศกระทรวงพลังงาน

เรื่อง ให้เอทานอล และไบโอดีเซล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓

พ.ศ. ๒๕๔๘

-----------------------------------

เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน และให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ให้เอทานอล และไบโอดีเซล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ พ.ศ. ๒๕๔๘ ”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“ เอทานอล ” หมายความว่า แอลกอฮอล์ หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เอทิลแอลกอฮอล์ มีสูตรทางเคมี CH3CH2OH ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ โดยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรง หรือใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้

“ ไบโอดีเซล ” หมายความว่า แอลคิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน ( fatty acid alkyl ester ) มีสูตรทางเคมี R1COOR2 ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ โดยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรง หรือใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้

R1 หมายถึง กลุ่มแอลคิลจากกรดไขมัน

R2 หมายถึง กลุ่มแอลคิลจากแอลกอฮอล์

ข้อ ๔ ให้เอทานอล และไบโอดีเซล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘

รับรองสำเนาถูกต้อง

ลงชื่อ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

( นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช )
นุ (IP:202.129.50.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 15 มี.ค. 2550 (20:22)
ทำไมผมต้องใช้เวทีวิชาการ.คอม มาตำหนิปตท.ว่า ปตท.ตรวจคุณภาพไบโอดีเซลไม่น่าเชื่อถือ ทำไม่ผมไม่ไปสร้าง Webboard ไว้ด่า ปตท.เองนำหรือว่าผมทำไบโอแล้วไม่ผ่านมาตรฐานเองแล้วอารมณ์เสียเองนะ และที่กระทรวงพลังงานใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนราครไบโอดีเซลที่ขายในสถานีบริการน้ำมันให้ต่ำลง ผมก็ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ากระทรวงพลังงานเขาทำผิดหลักเศรษฐศาสตร์มหาภาพอย่างไร แต่ก็ไม่รู้ตัวเองว่าด่าเขาได้อย่างไร
ศุภชัย2 (IP:222.123.5.24)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 15 มี.ค. 2550 (20:25)
การที่ มหาวิทยาลัยไม่โดนจับคิดว่าเพราะ

มีข้อยกเว้นตาม ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พศ 2548

ข้อ 5 (3) ไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันสำหรับการนำไปใช้ตามโครงการหรือ

นโยบายของรัฐบาล หรืองานวิจัย



ครับ



นุ

ร่วมมือร่วมใจ พัฒนาไบโอดีเซลไทย ให้สว่างใสวโชติช่วง
นุ (IP:202.129.50.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 16 มี.ค. 2550 (05:15)
4615
มีคำถามหนึ่งทำให้ผมสงสัยมากว่า "มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์นั้นให้การรับรอง?" มีโอกาสผมจึงได้เรียนถามประเด็นนี้กับท่าน รศ.ดร.กุลเชษย์ เพียรทอง ผอ.ศูนย์บริการวิชาการและพลังงาน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผมจึงขอถอดข้อความที่เรียนปรึกษาท่านวันนั้นมาเผยแพร่กันในแบบบทสัมภาษณ์..



ศุภชัย : กรณีใช้ B100 กับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ในแง่วิศวกรรมยานยนต์แล้ว มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้อง ปรับแต่เครื่องยนต์ดีเซลเพื่อใช้ไบโอดีเซลโดยเฉพาะ ?



ดร.กุลเชษย์ : จากการวิจัยการใช้ B100 ที่ได้ทำมาหลายครั้ง ตามคุณภาพไบโอดีเซลที่ทำอยู่ปกติ อาจจะไม่ได้มาตรฐานทุกข้อใน 24 ข้อนั้น ถ้าใช้ B100 เทียบกับน้ำมันดีเซลแล้ว พบว่า กำลังของเครื่องยนต์ลดลงประมาณ 10% และอัตราการสิ้นเปลื้องน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ผลที่ออกมานี้ถ้าหากจะอธิบายทางวิชาการ จะสามารถอธิบายได้ดังนี้



1.เครื่องยนต์ดีเซลออกแบบให้ใช้กับคุณภาพมาตรฐานของน้ำมันดีเซล ถึงแม้ว่าดัชนีซีเทนของไบโอดีเซลจะสูงกว่าดีเซลก็ตามจะองศาของจุดระเบิดที่ถูกกำหนดไว้ เป็นจุดระเบิดตามมาตรฐานดัชนีซีเทนของน้ำมันดีเซล เมื่อนำมาใช้กับไบโอดีเซลซึ่งค่าดัชนีซีเทนที่แตกต่างย่อมทำให้จุดระเบิดที่ให้กำลังสูงสุดนั้นแตกต่างไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าหากต้องการการใช้ประโยชน์จากไบโอดีเซลสูงสุดก็อาจจะต้องปรับแต่งองศาของการจุดระเบิดบ้างเล็กน้อย เพื่อให้เกิดกำลังที่ได้สูงสุดนั่นเอง



2.ในแง่ความร้อนน้ำมันไบโอดีเซลมีความความร้อนน้อยกว่าดีเซล ทำให้ต้องใช้จำนวนมากกว่าจึงจะได้พลังงานเท่ากับดีเซล จึงทำให้ต้องมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่สูงกว่าเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามถึงแท้ค่าจะน้อยกว่า แต่ในแง่ทางวิศวกรรมเครื่องกลแล้วถ้าหากพิจารณาเรื่องประสิทธิภาพการใช้ความร้อนแล้วจะส่งผลให้ดีกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป



3.เกี่ยวกับเรื่องซีนต่างๆ ปัจจุบันไม่ต้องกังวลแล้วเพราะรถยนต์ดีเซลได้เปลี่ยนจากยางธรรมชาติมาเป็นยางสังเคราะห์ที่ทนต่อสิ่งแปลกปลอมอยู่แล้ว



การปรับแต่งเครื่องยนต์ อาจจะจำเป็นเรื่องอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ แต่ถ้าหากจะปรับแต่งเพื่อใช้กับไบโอดีเซลให้ได้คุณภาพสูงสุด เพื่อแก้ไขเรื่องกำลังหรือเรื่องอัตราการสิ้นเปลื้องได้ แต่ถ้าหากนำมาใช้กับน้ำมันดีเซลทั่วไปก็อาจจะพบปัญหาความเหมาะสมของน้ำมันดีเซลกับเครื่องยนต์ดีเซลได้เช่นกัน ทั้งนี้เพราะไม่มีเครื่องไหนที่จะออกแบบเพื่อใช้น้ำมันที่หลากหลายได้โดยไม่มีข้อบกพร่องนี้



ศุภชัย : ถ้าหากเราไม่ต้องการปรับแต่งเครื่องยนต์เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องข้างต้น เมื่อใช้ B100 แล้วจะพบปัญหาต่อเครื่องยนต์ในระยะสั้นหรือระยะยาวอย่างใดหรือไม่?



ดร.กุลเชษฐ์ :จากการวิจัย การใช้ B100 กับเครื่องยนต์ดีเซลมีอยู่ทั่วไป ไม่ได้ปรับแต่เครื่องยนต์ใด โดยทดสอบใช้งานจริง มี Load ให้กับเครื่องยนต์ 70-80% โดยการจดสถิติ 1000 ชั่วโมง พบว่า สามารถใช้ได้ ไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์ใดๆ แต่จะปัญหาสอดคล้องกับงานวิจัยอื่นๆที่ได้ทำมาคือ อัตราการสิ้นเปลื้องเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นประมาณ 10% กำลังของเครื่องยนต์ลดลง 10% ถ้าหากสามารถยอมรับเกี่ยวกับข้อบกพร่องเหล่านี้ก็อาจจะไม่มีจำเป็นต้องปรับแต่งเครื่องยนต์แต่อย่างใด
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 16 มี.ค. 2550 (06:15)
ผมเปลี่ยนใจมาอ้างอิงนักวิชาการด้านไบโอดีเซลแล้วครับให้อภัยผมนะครับเพราะผมเป็นนักปฏิบัติวิชาเกินครับ
ศุภชัย2 (IP:222.123.5.24)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 16 มี.ค. 2550 (21:00)
เอากันเข้าไป เอาให้หนักๆเอาให้สะใจซะงั้น มือไม่พาย ดันใช้เครื่องทุ่นแรงแทนเบรค เอาเลยอย่าได้มีความสามัคคีกันให้มันได้อย่างนี้ ดีเหมือนกัน
ศุภชัย3 (IP:202.57.165.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 17 มี.ค. 2550 (05:14)
4657
วันนี้ผมได้ปรับปรุงระบบการใช้อากาศ การ Flow ของลม สำหรับเตากลีเซอรีนอีกครั้ง เลยขอถ่ายภาพมาให้ชมกันครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 18 มี.ค. 2550 (13:00)
4732
บางคนอาจจะภูมิใจที่ เป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่และมีโอกาสเข้าถึงการทดสอบมาตรฐานได้มากกว่า ผู้ผลิตไบโอดีเซลขนาดกลางและขนาดย่อม แต่ด้วยเหตุที่ไบโอดีเซลสามารถผลิตได้หลากหลายระดับการลงทุน ซึ่งผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมอาจจะไม่สามารถทุ่มทุนเพื่อส่งตัวอย่างไปทดสอบทุกหัวข้อในราคาสูงนั้นได้ แต่พวกเราก็ได้ทดสอบภาคสนามกับรถยนต์ที่เราใช้อยู่จริง ใช้กับ B100ไม่เคยเปลี่ยนมากว่าปี ทุกวันนี้ก็ใช้อยู่ และจะใช้ต่อไป สิ่งที่พวกเราภูมิใจคือการพึ่งพาตัวเอง และได้เป็นอิสระจากพลังงานทางเลือกที่เรามีสิทธิเลือกได้ นอกจากนั้นพวกเรายังภูมิที่ได้มีส่วนในการลดภาระการนำเข้าเชื้อเพลิงของชาติ ถึงแม้จะเป็นจำนวนน้อยนิด และเป็นกลุ่มที่ไม่เคยได้รับความสนใจสนับสนุนใดจากกระทรวงพลังงาน นอกจากจะถูกกล่าวหาซ้ำเติมว่าเป็นพวกผลิตไม่ได้มาตรฐานก็ตามเท่านั้น



เจตนารมณ์ที่พวกเราจะเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ของการพึ่งพาตัวนี้เหล่านี้ ไปยังผู้สนใจ ขยายต่อยอดไปสูงชุมชน ทำให้ผมได้มีการโอกาสต้อนรับคณะผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน โรงงานผลิตไบโอดีเซลเล็กๆของผมอยู่เสมอๆ เมื่อวานก่อนก็มาจากวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ โดยรองผู้อำนวยการนำคณะมาเอง ส่วนวันนี้คุณนิวัฒร เทียมพิภพ รองผู้อำนวยการรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก สระบุรี ได้ขอนำคณะอาจารย์และนักศึกษาเทียบโอนประสบการณ์ ระดับปวส.ของวิทยาลัยจำนวนกว่า 40 คนเพื่อเข้าเยี่ยมชมการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลของผม



ซึ่งแน่นอนว่า จะเป็นตัวผมเอง หรือสมาชิกในเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลของพวกเราทุกคนก็ย่อมภูมิใจและยินดีมากกว่า ที่พวกเราได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตัวเองตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านสืบต่อไป...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 18 มี.ค. 2550 (20:09)
ผมจะภาคภูมิใจแทนคนทั้งประเทศตามที่คุณศุภชัยพยายามอวดอ้างว่าคุณเป็นอิสระจากพลังงานทางเลือกที่คุณทำบโอดีเซลเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะคุณศุภชัยทำไบโอดีเซลได้ก็ก็ต่อต่อเมื่อเมื่อ

1.คุณศุภชัย ระบุข้อมูลให้สาธารณชนรับรู้ว่า คุณศุภชัยมีต้นทุนด้านสารเคมีในการผลิตไบโอดีเซลกี่บามต่อลิตรเมื่อคุณผลิตในปริมาณมาณมากเต็มกำลังการผลิต( ช่วยตอบว่าคุณใช้ MeOH และ KOH เฉลี่ยแล้วกี่บาทต่อลิตรของไบโอดีเซล กรุณาอย่าตอบว่าคุณศุภชัยผลิตไบโอดีเซลได้ในราคต้นทุนเท่าไรเพราะ คุณแฝงต้นทุนไบโอดีเซลใว้ในราคาน้ำมันพืชเก่าที่คุณซื้อได้ในราคาต่ำ

เช่นคุณสามารถผลิตไบโอดีเซลโดย MeOH เพียง 12.0% ของน้ำหนักน้ำมันพืชวัตถุดิบเพราะ Lurgi เขายืนยันว่าเขาผลิตไบโอดีเซล B100 มาตรฐาน EN ที่อัตราการใช้ MeOH เพียงเท่านั้น

ถ้าคุณใช้ MeOH มากกว่านี้คุณจะไม่สามารถแอบอ้างได้ว่าคุณเป็นอิสระทางด้านพลังงานเพราะคุณทราบหรือไม่ว่าประเทศต้องนำเข้า MeOH มาให้คุณใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ และคุณก็ใช้น้ำมันพืชเก่าอย่างไม่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน

คุณต้องตอบมาให้ได้เรื่องประสิทธิภาพการใช้ MeOH ของคุณก่อนที่จะทำหน้าที่แม่ปูสอนลูกปูให่เดินตรงทาง

ทั้งหมดก็คือเรื่องประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของประเทศนั้นเองไม่มีอะไรแอบแผงมากกว่านี้

งานอดิเรกของผมก็คือ ชี้นำให้ลูกปูที่พยายามทำตัวเป็นแม่ปูแต่ตัวเองยังเดินไม่ตรงทางคือใช้ สารเคมีผลิตไบโอดีเซลไม่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า ช่วยตอบสาธารณชนด้วย

นับถือผู้ที่คำนึงถึงการผลิตที่มีประสิทธิภาพที่เข้ามาใช้ Webboard นี้เพราะเป็น web board ทางวิชาการไม่ใช่ มีวัตถุประสงค์แอบแฝง อายเยาวชนเท่าเข้ามาอ่านครับ
ศุภชัย2 (IP:124.157.210.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 19 มี.ค. 2550 (06:30)
จริงๆ ผมคิดว่า จะไม่โย้ตอบใดๆ กับคุณอีก เพราะผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณศุภชัย2 คุณเป็นใคร ผมจึงไม่อยากจะสนใจ ผมก็ทำในสิ่งที่ผมทำต่อไป คือการเผยแพร่และสนับสนุนการพึ่งพาตัวเองต่อไป แต่วันนี้เหลืออดจริงๆครับ เพราะปล่อยครั้งเหลือเกินที่คุณทำตัวเบบนี้ ผมถามคุณหลายครั้งว่าคุณมีเจตนาอย่างไร เอาเป็นว่าวันนี้ผมอาจจะเข้ามา Post ครั้งสุดท้ายก็แล้วแต่ว่า..สมาชิกใน Webboard นี้จะพิจารณาแล้วกันครับ



จริงๆคุณศุภชัย2 ก็คือ คุณวรารัตน์ (wararat) นั่นแหละครับ ผมว่าทุกคนคงจะแปลกใจ ซึ่งผมเองก็แปลกใจเช่นกัน เพราะไม่คิดว่า คุณวรารัตน์ ที่เคย Post สาระและความรู้ แบบกักๆที่ผ่านมาจะมีนิสัยแบบนี้ ตั้งแต่ Post ใช้ชื่อศุภชัย2 ครั้งแรก



>>>>



ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 แจ้งลบความเห็นนี้

20:22 15 มี.ค. 2550 IP:222.123.5.24



ทำไมผมต้องใช้เวทีวิชาการ.คอม มาตำหนิปตท.ว่า ปตท.ตรวจคุณภาพไบโอดีเซลไม่น่าเชื่อถือ ทำไม่ผมไม่ไปสร้าง Webboard ไว้ด่า ปตท.เองนำหรือว่าผมทำไบโอแล้วไม่ผ่านมาตรฐานเองแล้วอารมณ์เสียเองนะ และที่กระทรวงพลังงานใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนราครไบโอดีเซลที่ขายในสถานีบริการน้ำมันให้ต่ำลง ผมก็ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ากระทรวงพลังงานเขาทำผิดหลักเศรษฐศาสตร์มหาภาพอย่างไร แต่ก็ไม่รู้ตัวเองว่าด่าเขาได้อย่างไร



ศุภชัย2



ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 แจ้งลบความเห็นนี้

06:15 16 มี.ค. 2550 IP:222.123.5.24



ผมเปลี่ยนใจมาอ้างอิงนักวิชาการด้านไบโอดีเซลแล้วครับให้อภัยผมนะครับเพราะผมเป็นนักปฏิบัติวิชาเกินครับ



ศุภชัย2



--------------------------------



**** ดูเลข IP :222.123.5.24 ****



ที่นี้มาดูกระทู้ การผลิตไบโอดีเซลมาตรฐานโลก ที่คุณ"Wararat เปิดประเด็นตั้ง กระทู้ของตัวเอง >>> http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=67053











ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 แจ้งลบความเห็นนี้

22:36 15 มี.ค. 2550 IP:222.123.5.24



จากบทความใน คคห.ที่32 Biodiesel ต้องได้มาตรฐาน 24 ทางโรงกลั่นดีเซลเขาถึงจะยอมรับซื้อคะ ซึ่งไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ทำให้ผ่านมาตรฐาน B100 ทั้ง 24 ข้อได้ยากคะเพราะเห็นใสๆแต่%Methyl Ester ไม่ถึง 90% ด้วยซ้ำไปคะ

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ และการสูญเสียประสิทธิภาพการผลิตในส่วนไขมันที่เป็นสบู่และMeOH นำกลับมาใช้ใหม่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจึงเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมในระดับมหภาพ ด้วยทางเราคิดว่าจะตั้งโครงการรับซื้อน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ทั่วประเทศไทย ในสูตรราคาดังนี้คะ

ราคารับซื้อน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ที่ผ่านการกรอง 5 ไมครอนแล้ว = ราคาไขมันปาล์มบริสุทธิ์จากโรงกลั่นน้ำมันพืช - %FFA - % ความชื้น - ค่าขนส่งจากแหล่งรวบรวมถึง กทม.

โดยน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ทั้งหมดไม่ได้นำไปผลิตไบโอดีเซลคะแต่นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นและไม่ได้น้ำกลับไปใช้ซ้ำในวงจารอาหารสัตว์และไม่ได้นำกลับเข้าสู่วงจรบริโภคเพราะผิดกฎหมายคะ

ท่านสมาชิกมความเห็นอย่างไร ยินดีรับฟังขอเสนอแนะคะ



wararat



>>>>>



เลข IP เดียวกัน...นั่นก็หมายความว่า มาจากเครื่องเดียวกัน และที่ Post ความเห็น 54 หลังสุดนี้ ก็เป็นสำนวนเดิมๆของคุณอีกนั่นแหละ ..ผมไม่คิดหรอกว่าคนมีความรู้อย่างคุณไม่น่าจะเป็นคนแบบนี้ครับ



สิ่งที่ผมได้ทำมาตั้งแต่ ไบโอดีเซลภาค 1 ไบโอดีเซลภาค 2 และมาถึงไบโอดีเซลภาค 3 ขอให้สมาชิกทั้งหลายที่เข้ามาติดตามกระดานนี้ ช่วยตัดสินครับว่า ..เป็นอย่างไร แนวทางนี้ก็เส้นทางของการพึ่งพาตัวเองที่ทำได้จริงหรือไม่ แนวทางนี้ควรจะส่งเสริมหรือไม่



ผช.ดร.กุลเชษฐ์ เพียรทอง ผู้อำนวยการศูนย์บริการด้านวิชาการและพลังงาน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวไว้ว่า



"เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันในออกแบบมาเพื่อใช้กับน้ำมันดีเซลโดยตรง ซึ่งพวกเราก็กำลังพยายามปรับปรุงผลิตไบโอดีเซลให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด แต่ก็ไม่เหมือนเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อใช้ไบโอดีเซลแล้วประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ก็ย่อมจะลดลง แต่ยังไงกตามในระดับของการผลิตเพื่อการพึ่งพาตัวเองนี้ ผมได้ทำการวิจัยหลายครั้งถึงผลกระทบต่อการใช้ในน้ำมันไบโอดีเซลที่ไม่ได้มาตรฐานทุกข้อใน 24 ข้อ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน หลังสุดผมก็ได้ทดสอบกับเครื่องคอมมอนเรลรุ่นใหม่ กำลังจะส่งรายการผลของการทดสอบนี้ไปเผยแพร่ในสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ ซึ่งผลออกมาใช้ไบโอดีเซลใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปได้อย่างแน่นอน ..สิ่งหนึ่งที่เราควรใจก็คือ..การพึ่งพาตัวเองครับ..."



--------------



ผมว่าสมาชิกผู้อ่านทั้งหลายที่นี่จะสามารถใช้วิจารณญานในการพิจารณา ในการเลือกที่จะเชื่อ เลือกที่จะตัดสินใจ เลือกที่รับรู้ข้อมูล ได้ด้วยตัวเองครับ



...อ้อ..เมื่อก่อนผมอาจจะเคยใช้ MeOH 15% เพื่อประหยัดเนื่องจากต้นสูงของ MeOH สูงขึ้นผมไม่เคยบอกว่าผมใช้ 12% ไปค้นดูครับ แต่ผมได้เปลี่ยนมาใช้ 20% มานานแล้วครับ...



ต่อไปผมจะไม่เข้ามาโต้ตอบใดๆ กับคุณอีกครับ..คุณวรารัตน์
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 19 มี.ค. 2550 (09:15)
เห็นจะจริงแล้วครับว่ามันมีคนพยายามที่เลื่อยขาพวกเรา พยายามโรยเรือใบให้เราเป๋ไปเป๋มาแต่หลายครั้งที่ผมก็ยังได้แรงสนับสนุน แรงบันดาลใจให้ทำในสื่งที่ควร ต้องขอโทษทุกท่านจริงๆที่บางครั้งเราก็มีโทสะ จะเห็นได้ว่าพวกเราที่ทำกันจริงๆจังๆ ที่พยายามเผยแพร่ความรู้ที่มีแม้มันจะหางอึ่งแต่เราก็คิดว่ามันมีประโยชน์ และผมก็เชื่อว่าคนที่มีความรู้จริงๆเขาไม่มาใช้นามแฝงเล่นเป็นเด็กๆมั่วโดยไม่กล้าที่จะบอกด้วยซ้ำไปว่าเขาเป็นใคร กลับไปเถิด ไปที่ชอบที่ชอบเถิดครับอย่ามามั่วในกระทู้นี้เลย...คุณวรารัตน์
นีโอดีเซล (IP:203.114.98.39)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 19 มี.ค. 2550 (09:22)
ก่อนอื่นขอแสดงความนับถือคุณชาตินะครับที่แสดงความเป็นลูกผู้ชายตัวจริง

ส่วนคุณวรารัตน์

1.คุณเก่งขนาดแย้งแนวทางพระราชดำริการพึ่งพาตนเองได้นี่คุณคิดว่าคุณเป็นใคร

2.ผมว่าคุณไม่เก่งจริงหรอกเปลี่ยนชื่อแต่ไม่เปลี่ยน IP ให้เขาตามเจอโง่บรม

3.เวปหน้าไบโอดีเซลแห่งนี้มีสมาชิกส่วนใหญ่ที่ไม่ชอบคุณ ดังนั้นอย่าหน้าด้านลงมาโพสจะดีกว่า

4.ตอนนี้ผู้ผลิดรายย่อยนับร้อยรายไม่ชอบคุณ แนะนำครับถ้ายังจะอยู่ในวงการนี้ต่อแล้วใช้ชื่อวรารัตน์ ยืนยันครับว่าไม่ปลอดภัยแน่

5.คุณตั้งกระทู้ของตัวเองแล้ว ทำไมต้องเข้ามาก่อกวนในนี้อีก คุณน่ะมันเป็นนักวิชากวน สต.

6.ถ้าคุณยังทำตัวเป็นคนชอบหาเรื่องแบบเด็กอมมือ ผมก็จะตามจิกคุณตลอดไปรับรอง
Smartelife1 (IP:222.123.69.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 19 มี.ค. 2550 (09:40)
อีกเรื่องครับสำหรับคุณวรารัตน์

ที่คุณซีเรียสนักเรื่อง % เมททิลเอสเทอ น่ะ

คุณรูดอฟ ดีเซล น่ะเขาใช้ 0% จากน้ำมันถั่วเหลืองล้วนๆ

ผมว่าเขาน่าจะฉลาดกว่าคุณนะคุณวรารัตน์

และในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังมีคนใช้น้ำมันพืชล้วนๆอยู่รถก็วิ่งได้ปกติ

พูดจริงๆ ตั้งแต่เห็นคุณเขามาในเวปนี้ ไม่เคยสนใจคุณเลย ขอร้องไปไกลๆจะดีกว่า
Smartelife1 (IP:222.123.69.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 19 มี.ค. 2550 (11:20)
อยากให้มี file download จากงานประชุมครั้งที่ผ่านมาของเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลแห่งประเทศไทย เพื่อที่จะได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร
CP (IP:203.121.167.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 19 มี.ค. 2550 (12:03)
สุดท้ายก็ฝากให้เพื่อสมาชิกไว้เป็นอนุสรณ์แห่งการนำเสนอการผลิตไบโอดีเซลอย่างมีประสิทธิภาพไว้ให้เป็นที่ระลึกก็แล้วกัน ว่ากระทู้นี้ไม่มีใครให้ความสนใจและใส่ใจกับการใช้ Methanol เพื่อการผลิตไบโอดีเซลอย่างมีประสิทธิภาพอีกแล้ว จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเข้ามาในเวทีนี้อีก

ขอฝากทิ้งท้ายไว้นิดเดียวว่าหากท่านผู้ใดสนใจจะรวบรวมน้ำมันพืชเก่าไว้ขายในราคากิโลกรรมละเท่ากับราคาน้ำมันเตาหน้าโรงกลั่น มีเท่าไรรับซื้อทั้งหมดขอให้ e-mail แจ้งมาว่าท่านรวบรวมไว้ได้ 15000 กก.หรือเต็มถังรถบรรทุกน้ำมันเพราะเราจะส่งรถไปรับถึงที่

แล้วพบกันในโลกของความเป็นจริงของการแข่งขันทางธุรกิจพลังงานทดแทน
wararat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน78 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 19 มี.ค. 2550 (13:12)
เพิ่มเติมอีกนิดเดียว กลีเซอรีนดิบที่ได้จากการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใหม่หรือไขมันปาล์มก็รับซื้อในราคา 1 ใน 5 ของราคาน้ำมันพืชเก่า ส่วนกลีเซอรีนที่ได้จากน้ำมันพืชเก่าต้องขอเรียนว่าสามารถช่วยนำมาบำบัดได้แต่ต้องขอมาฟรีๆเพราะทางเราต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำบัด

ทั้งนี้โครงการจะเริ่มรับซื้อในเดือน ตุลาคม 2550 เป็นต้นไป
wararat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน78 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 19 มี.ค. 2550 (14:18)
คุณ wararat มี conflict of interest นะครับ เลยพยายามให้ทุกคนเลิกที่จะผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันเก่าเพราะเกรงว่าราคาน้ำมันเก่าจะสูงเกินไป จนตัวเองไม่สามารถจัดหาไปทำในธุรกิจที่ต้องการจะทำนะครับ ดังนั้น เราต้องพิจารณาคำพูดของคุณ wararat ให้ละเอียดถี่ถ้วนด้วยนะครับ
wee (IP:203.155.179.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 19 มี.ค. 2550 (16:05)
สำหรับน้องๆที่ผ่านเข้ามาอ่านหรือติดตามจนถึงจุดนี้นะครับ

ขอให้ใช้วิจารณญาณในการคิดด้วยนะครับ เก็บแต่สิ่งที่มีประโยชน์แล้วนำเอาไปพัฒนาต่อ

ส่วนที่ไม่ดีก็เก็บเอาไว้เป็นบทเรียนนะครับ คนจนในประเทศไทยยังมีอีกมากและยังคง

โดนพวกนายทุนหรือผู้มีอำนาจออกกฏระเบียบที่มีความเอารัดเอาเปรียบ ถ้าอยากรู้ว่ามี

เรื่องอะไรบ้างให้ไปดูรายการร่วมด้วยช่วยกันหรือรายการแนวถอดรหัสก็ได้ครับ

เพราะหลายๆปัญหาที่เกิดนั้นส่วนใหญ่จะเกิดจากผลประโยชน์ทั้งทางตรงหรือไม่ก็ทางอ้อม

ในโลกของธุรกิจก็จะยิ่งมีการแอบแฝงอะไรๆอีกหลายอย่าง ถ้ามีโอกาสเราก็ควรจะใช้ความรู้ของเราช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสเท่าที่เราจะทำได้ ในเวปนี้ใครเป็นคนมุ่งพัฒนาวิชาการ

ใครมุ่งแต่ธุรกิจโปรดดูกันเอาเอง โพสเพื่อหาเงินเข้าตัวเองหรือโพสให้เงินเข้าคนอื่นดูไม่ยากครับ ส่วน คุณชาติ คุณนีโอ เขาก็ไม่ได้เงินจากการโพสสักบาทแต่เขาก็ขยันหาความรู้ใหม่ๆมาลงนี้เป็นภาค 3 แล้วนะครับ จนมีคนทำไบโอดีเซลเป็นหลายคนแล้วนะครับ

สิ่งที่สองคนนี้ทำนั้นตีออกมาเป็นมูลค่าไม่ได้หรอกครับ สุดท้ายนี้ในฐานะที่ผมอยู่ในพื้นที่ชนบท เคยเห็นกันไหมครับชาวนาที่เขามาซื้อน้ำมันไปวิดน้ำ ไปไถนา แล้วเอาแกลลอน

4 ลิตรมาเติมครั้งละ 100 บาท ใช้ได้ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผมถามว่าเงิน 100 บาทใช้ได้กี่วัน

เขาบอกว่าใช้ได้ 5 วัน????
Smartelife1 (IP:222.123.69.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 19 มี.ค. 2550 (19:13)
ก็เท่านั้นแหละประกาศขอซื้อราคาถูกๆตั้งแต่ต้นก็หมดเรื่อง ทั้งน้ำมันเก่าน้ำมันใหม่ กลีเซอรีนน้ำมันใหม่ใจดีให้ตั้ง 1 ใน5 กลีเซอรีนน้ำมันเก่ายังจะมาขอ ฟรี เอาบุญคุณอีก แน่ะ แถมใจดีรับซื้อถึงที่ การกระทำต่างๆ ไปคิดให้ดีๆ คิดให้ดีๆ ไปคิดให้ดีๆ ไม่ต้องมาทับถมกัน ไม่ต้องมาอวดรู้ แบบครึ่งๆกลางๆ ไม่ต้องมาอ้างความหวังดี เรื่องคอยห่วงใยคุณภาพ ถ้าคิดจะช่วยให้ช่วยจริงๆ อย่ามาทำอย่างนี้ ลูกหลานรู้เข้า จะอับอาย
ไม่รู้ไม่ชี้ขัดคออย่างเดียว (IP:202.57.165.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 19 มี.ค. 2550 (21:04)
ตามความเห็นที่ 44 ที่คุณ นุ ได้ POST ไว้เกี่ยวกับการประกาศให้ ไบโอดีเซล และ



เอธานอล เป็นพลังงานเชื้อเพลิง ตามพระราชบัญญัติพลังงานเชื้อเพลิง 2543



หมายความว่า ทั้งไบโอดีเซลและเอธานอล ต้องมีการปฎิบัติตามพระราชบัญญัติพลังงาน



เชื้อเพลิง ฉบับดังกล่าวนี้ ดังนั้นการดำเนินธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงเช่น



การเป็นผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่หรือรายย่อย ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและ อื่น ๆ ต้องปฎิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับข้อบังคับน้ำมันเชื้อเพลิงและ กฎระเบียบด้าน การอนุญาติ การควบคุม การจัดเก็บ การขนส่ง ตามที่ได้กำหนดไว้ใช่ไหมครับ



ไม่ทราบว่าที่ผมกล่าวมาข้างต้น ผมเข้าใจถูกต้องหรือเปล่าครับ รบกวนผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วย



ครับ ถ้าผมเข้าใจถูกต้อง ผมเห็นว่าการประกาศ ให้ไบโอดีเซลเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น



ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไบโอดีเซลมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นไปอีก ซึ่งโดยปกติการผลิตไบโอ



ดีเซลให้ได้อย่างมาตรฐานนั้น ต้นทุนก็ สูงกว่า น้ำมันดีเซลอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอระเบียบข้อบังคับ



ที่ต้องมาปฎิบัติ เช่นเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยแล้ว ยิ่งเป็นอุปสรรคกีดขวางต่อการที่จะสนับ



สนุนให้มีการใช้ไบโอดีเซลกันแพร่หลายมากยิ่งขึ้น เพราะว่า ไบโอดีเซล ไม่ได้ไวไฟ เหมือน



น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป จุดวาบไฟ ก็สูงกว่าดีเซลและ เบนซิน กลิ่นและไอระเหยของ



ไบโอดีเซล ก็เบากว่า และระเหยยากกว่า แต่ต้องมาจัดเก็บ ขนส่งหรือควบคุมเหมือนกับเป็น



น้ำมันที่ไวไฟ ยกตัวอย่างเช่น รถขนส่งน้ำมันเบนซินหรือดีเซล ต้องมีความปลอดภัยสูงเพราะติดไฟได้ง่าย ต้องใช้รถขนส่งโดยเฉพาะ แต่ถ้ามาทำการขนส่งเป็นน้ำมันไบโอดีเซล ต้องใช้รถประเภทเดียวกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง แทนที่จะใช้รถขนส่งทั่วไปได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้รถอะไร มาขนส่งก็ได้



อย่างน้อย ต้องมีการควบคุมความปลอดภัยระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่ต้องสูงเท่ากับการขนส่ง



น้ำมันดีเซลหรือเบนซิน



นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง มองอีกมุมหนึ่ง การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับผู้ประกอบการ ที่เป็น Major oil ก็เป็นบริษัทที่ใหญ่กว่า ทั้งด้านเงินทุน ระยะเวลาการดำเนิน



การ ที่ยาวนานกว่า ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานกว่า เมื่อมาเปรียบเทียบกับไบโอดีเซล แล้ว



เหมือนมวย คนละรุ่น เพราะไบโอดีเซลเพิ่งกำลังจะเป็นที่รู้จักกันบ้าง ในประเทศไทย ระยะเวลาไม่นานนี้เลย แต่ต้องมายืนเวทีเดียวกัน ซ้ำยังใช้กฎ กติกาข้อบังคับ ที่ดูเหมือนเข้มงวด



รุนแรงกว่า ทั้งที่ตัวไบโอดีเซล ให้ประโยช์น ช่วยลดมลพิษในอากาศได้ดีกว่า เป็นคุณกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเป็นโทษ



ฉะนั้นแทนที่จะเป็นโอกาสส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการใช้ไบโอดีเซลให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น กลับเป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่งในการที่จะพัฒนาการเติบโตของไบโอดีเซลให้เจริญเติบโตในอนาคตได้น้อยลงไป อีก แล้วอย่างนี้ Road map ของไบโอดีเซล จะไปตามแผนที่วางไว้ได้หรือ
Bitroleum (IP:124.120.154.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 20 มี.ค. 2550 (08:16)
ตอบความเห็นที่ 59 ของคุณ CP



ถามเกี่ยวกับ Download การประชุมเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลแห่งประเทศไทยครั้งที่ 2 วันนี้ผมจะตาม เทปที่ส่งไปก๊อป VCD และDVD อยู่ครับถ้าคืบหน้ายังไงจะแจ้งให้ทราบครับ



ตอบความเห็นที่ 65 ของคุณ Bitroleum



เห็นด้วยกับคุณ Bitroleum ที่ได้สะท้อนปัญหาและอุปสรรคของการส่งเสริมการผลิตไบโอดีเซลอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหานี้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งในหลายๆปัญหาครับ ผมกำลังจะมอบหมายให้ที่ปรึกษากฏหมายของเครือข่ายให้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อจะได้นำมาเผยแพร่ให้สมาชิกได้เข้าใจและหาทางออกและอยู่ร่วมกับปัญหาในทางปฏิบัติตามกฏหมายนี้ได้ต่อไป



สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคแต่ในเมื่อได้มีกฎหมายออกมาแล้วเราก็ควรปฏิบัติตามโดยหน้าที่ครับ แต่พวกเราก็สามารถสะท้อนถึงปัญหาเหล่านี้เพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวกับข้องต่อไปได้ครับ ..



จริงๆแล้วกระทรวงพลังงานออกประกาศใดๆเกี่ยวกับการผลิตไบโอดีเซลขึ้นมานั้นอาจจะไม่ได้เข้าใจถึงความแตกต่างของขนาดการลงทุนที่หลากหลาย บางครั้งการใช้ข้อปฏิบัติร่วมกันในความแตกต่างเหล่านี้จึงเกิดปัญหาความยุ่งยากความสะดวกต่างๆขึ้นมาได้ครับ



พวกเรายินดีร่วมสะท้อนปัญหาต่างๆเพื่อจะร่วมกันเป็นพลังในการเสนอแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆต่อไปครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 20 มี.ค. 2550 (10:54)
ตามที่ผมได้เคยแจ้งสมาชิกว่า มีมูลนิธิแห่งหนึ่งได้บริจาคเครื่องผลิตไบโอดีเซลให้พวกเรา เพื่อสรรหาชุมชนที่เข้มแข็งและรับบริจาคนั้น พวกเราจึงความคิดว่าพวกเราจะนำเครื่องผลิตไบโอดีเซลขนาด 150 ลิตรชุดนี้มาจัดตั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี่ในการผลิตไบโอดีเซล เพื่อจะได้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สู่ผู้สนใจสูงชุมชุนอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากี้ยังเปิดโอกาสให้ชุมชุนใกล้เคียงสามารถใช้เครื่องผลิตไบโอดีเซลชุดนี้ใช้ผลิตน้ำมันของกลุ่มหรือชุนชนได้



ศูนย์แห่งนี้คาดว่าจะจัดตั้งที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเจตรมย์หนึ่งของพวกเราจะต้องการเผยแพร่ความรู้แบบไม่กัก แบบไม่มีนัยยะแอบแผง ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ และไม่มีการเรียกร้องใดๆ เป็นเจตนารมย์ทีมุ่งมั่นจะนำความรู้และประสบการณ์ของพวกเราไปสู่ชุมชนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพึ่งพาตัวเองต่อไป



จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็ภูมิใจครับ...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 20 มี.ค. 2550 (11:45)
เอ้าเริ่มกันใหม่ในวันวุ่นๆ ขอบคุณกำลังใจของพี่น้อง ชาวไบโอดีเซล

เดี๋ยวยังไงให้คุณศุภชัยโพสไฟล์ พรีเซ้นเทชั่นของอาจารย์ทั้งสองส่วนเรื่องเนื้อวีดีโอนั้นกำลังจัดทำอยู่ขอโทษที่ช้าไปนิดครับ...

...วันนี้รับเมทานอลมา4ตันจากกทม. เห็นว่านำเข้ามา บ.มหาศาล 18.5บ/กก ครับ...
นีโอดีเซล (IP:203.114.101.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 20 มี.ค. 2550 (14:47)
เรื่อง IP ครับ การ show IP เดียวกันในแต่ละ Post ไม่ได้หมายความว่ามาจากเครื่องเดียวกันเสียทั้งหมดแล้วนะครับ สำหรับลูกค้าอินเตอร์เน็ตบอดเเบนบางค่ายจะมีเลข IP เดียวกันครับ แต่หากต่ออินเตอร์เน็ตกับสายโทรศัพท์ เลข IP จะต่างกันชัวร์



ผมติดตามบอร์ดนี้มาตลอด นับวันชักจะเน่าขึ้นทุกทีแล้วครับ ไม่เหมือนตอนแรกเริ่มเลยที่ยิ่งอ่านยิ่งสนุก



ทุกคนมีสิทธิ์ให้ความเห็นครับ แล้วก็ยอมรับความคิดเห็นกันบ้าง ให้อภัยกัน

หากความเห็นไม่ตรงกัน ก็ควรอธิบายให้ชัดเจนในเชิงสร้างสรร แต่ในบอร์ดนี้ เมื่อเห็นไม่ตรงกันปั๊ปก็ด่าสาดกันเลย เฮ้อ! หน่อยใจจริงๆ
เยาวชน (IP:58.8.145.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 21 มี.ค. 2550 (01:38)
อืม ชักจะเครียด ๆ กัน

ผมก็มีบางความเห็นไม่ตรงกับบางข้อความที่โพสต์ ก็เป็นเรื่องปกติมั้งครับ เวปบอร์ด ก็เป็นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่แล้ว เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งมาคุยกันแบบวิชาการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นแบบไม่มี นัยยะแอบแฝง ทั้งธุรกิจหรือชื่อเสียง

ได้ประโยชน์ดี







นุ

ร่วมมือร่วมใจ พัฒนาไบโอดีเซลไทย ให้สว่างใสวโชติช่วง
นุ (IP:203.113.67.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 21 มี.ค. 2550 (10:22)
เมื่อวานมีเวลาหลังเลิกงานเลยตั้งใจไปเที่ยววัดช่องแสมสาร สตหีบ เห็นว่าเขามีการยกโบสถ์หนีน้ำโดยไม่ถอนเลยเข้าไปดูและได้มีโอกาสไปเดินลอดกับชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนที่มา อากาศเย็นชุ่มฉ่ำหลังฝนชุดใหญ่ วนลอดไปทั้งหมดเก้ารอบตามที่ผู้ใหญ่ที่นั่นเขาบอกว่าช่วยไล่ของ ไล่เสนียด108 ไล่โรคภัยและฯลฯ ผมเองไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นักหรอกครับแต่พอเดินครบ อากาศมันดีมากจนลืมเรื่องเครียดๆไปสิ้น อย่ามัวแต่ทำไบโอดีเซลจนลืมคนข้างๆนะครับ
นีโอดีเซล (IP:203.188.18.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 21 มี.ค. 2550 (21:05)
เห็นด้วยกับคุณนีโอค่ะ ตอนเย็นเลิกผลิตไบโอ ก็นั่งหลับตาสงบ ๆ บ้างก็ดี เพราะเวลากลางวันก็ยุ่งกับปัญหาต่าง ๆ มากพออยู่แล้ว เวปนี้มีประโยชน์กับผู้ผลิตทั้งรายใหม่ที่กำลังศึกษาและรายเก่าที่กำลังปรับปรุงคุณภาพอยู่ พวกเราเดินทางกันมาอย่างไร ฝ่าฟันอุปสรรคกันมาอย่างไร จนป่านนี้แล้ว คงสามารถแก้ปัญหากับเรื่องวัตถุดิบ+เคมี จนถึงกลีเซอรีนปลายทางได้ เพราะพวกเราอยู่ในกลุ่มที่มีหัวใจเดียวกัน อยากพัฒนาคุณภาพ อยากยืนได้ด้วยตัวเอง อยากมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำตามแนวพระราชดำริ ค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ

ป้าจิ
........... (IP:58.8.159.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 22 มี.ค. 2550 (10:24)
พอดีหลังจากทบทวนไปมาอยู่พักใหญ่ มาดูถึงหลักการเพิ่มประสิทธิภาพของขบวนการเราๆสายรายย่อย ก็มาติดอยู่ที่ระหว่างการผลิตหลังจากผสมเมทท๊อกไซด์แล้วซักระยะหนึ่ง เราน่าจะแยกกรีเซอรีนออกโดยทางไหนทางหนึ่งแล้วค่อยผสมต่อเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธ์ของเจ้าไบโอโดยไม่ต้องแก้ตัวอื่น ไม่รู้ว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆเคยลองคิดบ้างใหมครับ เห็นทางบอร์ดอื่นๆเขาเคยพูดถึงตัวแยกความหนาแน่น(centrifuge) แต่ว่ามันแพงและถ้าทำเองก็แลดูหากหลุดมาก็จะอตร.อยู่ หลักการก็ไม่น่าจะยากอะไรเพียงแต่เราแยกกรีเซอรีนออกหลังจากทำปฏิกริยาไปซักพักใหญ่ๆ แต่ก็ยังกวน/สูบวนไปเรื่อยๆก่อนจบก็เร่งอุณหภูมิขึ้นอีกซัก 10องศาก่อนนำออกไปพัก กรีเซอรีนน่าจะออกไปตอนแยกดังนั้นเราก็ไม่ต้องห่วงเรื่องปฏิกริยาย้อน เมทิลแอลกอฮอล์กับเจ้าโซดาไฟก็น่าที่จะทำปฏิกริยากับไตร ได โมโนต่อจนหมด ไม่รู้จะทำได้อย่างไรและดีใหม เดี๋ยวจะหาโอกาสลองเล่นดูครับ มีใครมีความเห็นอย่างไรรบกวนช่วยบอกด้วย(บางครั้งต้องเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนบ้าง)...
นีโอดีเซล (IP:203.188.14.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 22 มี.ค. 2550 (19:08)
ต้องการซื้อน้ำมันพืชที่ใช่แล้วไปทำไบโอดีเซล และ ต้องการขายไบโอดีเซลครับ ติดต่อคุณเล็ก 089-811-4274
เล็ก priroj_toon@hotmail.com (IP:203.156.91.34)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 23 มี.ค. 2550 (05:49)
กระแสความต้องการไบโอดีเซลเพื่อการส่งออกมาแรงมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Order 5,000 ต้น/เดือน ส่งไปญี่ปุ่น ช่วงนี้กระตุ้นต่อมการผลิตของโรงงานใหญ่ไปตามๆกัน แน่นอนว่า Order ใหญ่ๆเช่นนี้คงรวบรวมกันยาก ในขณะเดียวกันกระแสการเรียกร้องให้นำเข้าปาล์มมามาแรงทุกขณะ โรงงานไบโอดีเซลของ ปตท.ก็กำลังจะเสร็จ โอกาสมีการนำเข้า CPO จากต่างประเทศก็มาสูง ถ้าหาก ปตท.นำเข้าได้ เอกชนรายอื่นก็ต้องนำเข้าได้เช่นกัน



จริงอยู่..อิสระทางการแข่งขันในตลาดพลังงานควรจะเป็นไปตามครรลองเสรี

จริงอยู่..ใครอยากจะนำเข้า..เขาก็หาทางนำเข้าจนได้นั่นแหละ



ปัญหามีอยู่ว่า ..ก่อนที่จะนำเข้า CPO นั้นเรามาดู อุตสาหกรรมการผลิต ปาล์มในประเทศจริงๆจังๆหรือยัง ..ปัญหาเรื่องผลผลิต ปัญหาเรื่องความต้องการ ปัญหาเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ รวมทั้งปัญหาการส่งออก..สิ่งเหล่านี้มีการจัดสรรไปในทิศทาที่เหมาะสมเพื่อการผลิตปาล์มอย่างยังยืน ..หรือยัง



แล้วที่สำคัญ..ผลกระทบจากการนำเข้า CPO นั้นจะส่งผลกระทบต่อชาวสวนปาล์ม และอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มแค่ไหนอย่างไร



สิ่งเหล่านี้ถึงพวกเราจะทำไบโอดีเซลรายเล็กเพื่อการพึ่งพาตัวเอง และไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใดๆจากการนำเข้าหรือไม่นำเข้า CPO ก็ตาม พวกเราอยากจะเห็นการจัดการอุตสาหกรรมการที่เป็นธรรมและยั่งยืนครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 23 มี.ค. 2550 (08:41)
อย่างที่เคยเขียนไว้นะครับผมว่าถ้าจะไปทางที่ถูกและควร รัฐ(กระทรวงที่ดูแลและกำกับ)ต้อง

1.ราคาปาล์มน่าจะให้สูงกว่านี้่ในระยะยาวเพื่อจูงใจเกษตรกรให้แบ่งพื้นที่บางส่วนมาปลูกบ้างให้เป็นไปในแนวทางผสมผสาน

2.หากมีการนำเข้าต้องสามารถชี้ได้ว่านำเข้ามาเพื่อใครและไปไหน ต้องไม่มั่วนิ่มดังปัจจุบันที่ลักลอบกัน

3.จัดสรรปริมาณความต้องการ CPO อย่างเข้มงวดเพราะมันคือต้นน้ำ

4.จัดหาเตรียมการแปลงกรีเซอรีนรองรับอุตสาหกรรมปลายน้ำ ณ ขณะนี้ยังงงๆกันอยู่ เอกชนก็ยังรอท่าที

5.ไบโอดีเซลควรจะถูกบังคับให้ใช้กับระบบขนส่งมวลชนก่อนเพื่อลดมลพิษในกทมและหัวเมือง



ผลผลิตมีราคาคนก็ปลูก

รายใหญ่ต้องไม่แอบนำเข้าหากราคาในประเทศสูงกว่า

รายย่อยต้องได้รับการเหลียวแล จะทำให้เกิดความสมดุลย์ในการใช้CPO

ผลผลิตรายใหญ่และย่อยก็จะได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 25 มี.ค. 2550 (08:10)
5176
วันหยุดนี้ขอคุยกันเรื่องเบาๆตามแนวทาง ไบโอดีเซลเพื่อการพึ่งพาตัวเอง โดยไม่ต้องไปสนใจกระแสการนำเข้าปาล์ม กระแสความต้องการไบโอดีเซลของต่างประเทศ พวกเราหวังเพียงว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไม่เห่อเหิมและกระสันต์ต่อความพยายามที่จะต้องสนองความต้องการไบโอดีเซลในต่างประเทศนั้นๆ ความต้องการของโรงงานไบโอดีเซลของปตท.ที่กำลังจะเปิด จนลืมไปถึงปัญหาพื้นฐาน และความพร้อม ความพยายามที่จะเข้าไปบริหารจัดการ โครงสร้างอุตสาหกรรมปาล์มทั้งระบบว่า จะจัดสรรอย่างไรจึงจะเกิดความชอบธรรมโดยยั่งยืน...



******



อีกไม่นานน้ำมันพืชใช้แล้วจะหายาก ไบโอดีเซลจะต้องพึ่งปาล์มเป็นหลัก ปัญหานี้อยากจะให้ เครือข่ายผุ้ผลิตไบโอดีเซลเพื่อการพึ่งพาตัวเองทุกท่าน ได้เตรียมตัวเตรียมใจแต่เนิ่นๆ ว่าถ้าหากไม่มีน้ำมันพืชใช้แล้วพวกเราจะหาวัตถุดิบใดเข้ามาทดแทน



******



แนวทางการจัดตั้งสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลแห่งประเทศต้องดำเนินต่อไป ซึ่งแน่นอนว่า เป้าหมายสูงสุดก็คือ..การส่งเสริมการผลิตไบโอดีเซลใช้เป็นพลังงานทดแทนเพื่อการพึ่งพาตัวเอง..พวกเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความพยายามหรือเงื่อนไขหรือส่วนประกอบเพื่อให้เกิดเหตุผลและความชอบธรรมของกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ ..ว้า..นี่เรื่องเบาๆแล้วน่ะ ...



******



วันนี้พบแนวทางหนึ่งที่น่าจะเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลเพื่อการพึ่งพาตัวเอง ปัญหาของพวกเราก็คือการทำปฏิกริยาไม่หมด ลองดูนะครับ ปัญหาเหล่านี้มาจากอะไรบ้าง



1.ปัญหาที่สำคัญก็คือ ...ต้องให้แน่ใจว่า ในน้ำมันตั้งต้นของเรานั้น ต้มไล่น้ำหมดหรือไม่ อาจจะใช้วิธีพักแล้วเอา วาล์วที่สูงกว่าก้นถังมาใช้

2.ถ้าปัญหาข้อแรกผ่านแล้ว..ที่เราทำปฏิกริยากันมาพบปัญหาบ่อยครั้งที่อาจจะทำปฏิริยาไม่หมดอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง % เมธิลเอสเตอร์ไม่ถึง 90% นั่นก็เพราะว่า ในระหว่างการทำปฏิกริยานั้นกลีเซอรีนก็จะแยกไปด้วย กลีเซอรีนเมื่อแยกออกมากแล้วจะเป็นตัวปิดกั้นการทำปฏิกริยาที่เหลืออยู่นั้น วิธีแก้ปัญหาวิธีนี้ก็คือ ลองทำปฏิกริยาไปตามปกติ แล้วพัก 2 ชั่วโมงในถังนั้นและแยกกลีเชอรีนออก เสร็จแล้วก็ทำปั่นทำปฏิกริยาต่อในอุณหภูมิที่ทำปฏิกริยาปกติโดยใช้เวลาครึ่งหนึ่งของที่ทำปฏิกริยาทั้งหมด เสร็จแล้วเอาไปล้างดูครับ ..จะพบว่าคุณภาพไบโอดีเซลของเราดีขึ้นมามาก ...ลองดูนะครับ



วันต่อไปเราอาจจะมาคุยกันว่า...เวลาที่ทำปฏิกริยาของเรานั้น..ดูจากตรงไหนถึงจะใช้เวลาให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดตามเงื่อนไขของการปฏิริยาของแต่ละคน..ติดตามดูนะครับ



********



ภาพกระบอบตวงใหญ่ : การทำปฏิริยาครั้งแรกหลังแยกกลีเซอรีน 2 ชั่วโมง

ภาพกระบอกตวงเล็ก : การทำปฏิริยาต่อไปอีก 1 ชั่วโมงครั้งหลังจากแยกกลีเซอรีนแล้ว พบว่าจะกลีเซอรีนแยกออกมาอีกเล็กน้อย ..นี่คือข้อพิสูจน์ว่า ..ทำไม % เมธิลเอสเตอร์จึงได้ไม่มาก
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 25 มี.ค. 2550 (21:16)
หวัดดีครับพี่ ๆทุกท่านไม่ได้เข้ามานานหลายเดือน เพราะมีลูกหลาน 4 ขาออกมาเพียบที่บ้าน กลับมาบอร์ดก็ระอุอีกระรอก ขอให้กำลังใจพี่ ๆทุกท่านครับเดินหน้าต่อไป ถึงแม้ว่าไม่ได้โทรคุยกันแต่ก็จะติดตามข่าวสารที่นี่ต่อไปครับส่วนผมถือคติที่ว่าเดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด (เพราะหมามัวแต่ไปกัดผู้ใหญ่อยู่ อิอิ ขำขำครับอย่าคิดมาก) แล้วไม่ทราบว่าเว็ปไซท์ของเราไปถึงไหนแล้วครับพี่ศุภชัยสำเร็จรึยังครับ
zodiac (IP:125.24.26.251)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 26 มี.ค. 2550 (09:14)
ลองทำตามที่คุณศุภชัยแนะนำมาตั้งแต่คราวที่แล้วสีของน้ำมันดูเหลืองขึ้นนิดหน่อยยังไม่รู้จะหาอะไรมาวัด ข้อมูลไกล้เคียงกันมากมีกรีเซอรีนนอนก้นสีแดงใสเหมือนกันหากผมได้ล๊อตที่ดีกว่าลองส่งตรวจสอบอีกครั้ง เดี๋ยวนี้ล้างน้ำสองครั้งแล้วครับน้ำร้อนดูจะล้างสะอาดกว่าและเร็วกว่า



ส่วนตัวผมว่าหากเราสามารถรวบรวมการเก็บน้ำมันใช้แล้วจากรายย่อยเองในชุมชนนั้นๆจะทำให้การผลิตแบบรายย่อยมีเสถียรภาพมากขึ้น ให้เขารู้ว่าเราก็ให้ราคาตลาดแถมเขายังส่งเสริมพลังงานทดแทนอีกต่างหาก



ตอนนี้กำลังอยากจะปรับปรุงการบำบัดน้ำล้างมีใครมีแบบสวยๆ แนวคิดแปลกๆบ้างใหมครับ
นีโอดีเซล (IP:203.188.33.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 26 มี.ค. 2550 (11:25)
อยากแนะนำ พี่ๆทุกท่านที่ ใช้ไฟต้มนะครับ ยิ่งเตากลีเซอร์ลีนด้วย

ผมเห็นเปลวไฟน่ากลัวจัง กลัวมันจะลาม

เนื่องจากผม ผลิตแอลกอลฮอลแข็งอยู่ (ใช้กับหม้อต้มยำ)

ต้มแอลกฮฮอลล้วนด้วย แก็ส ทีละ160ลิตร

คือ ถ้าอยากให้มันปลอดภัย สามารถทำได้โดย ก่ออิฐทำฐาน ล้อมถังทั้งหมด

โบกปูนไว้รอบให้เตาและฐานเชื่อมสนิทกัน

ต้องการให้สูงเท่าไหร่ตามสบาย

แล้วเหลือช่องที่พอให้ท่อ นำเชื้อเพลง และอากาศเข้าได้พอครับ

จากนี้ เปลวไฟจะแรงเท่าไหร่ก็ไม่มีทางลามไปถึงปากถัง

ปลอดภัยกว่ามากครับ กรณีต้องการดับไฟทันที ก็ให้ปิดช่องอากาศ และตัดเชื้อเพลิงก็จบครับ ดับทันที



ปล.ผมอยากทำไบโอดีเซลจัง มีใครอนุเคราะห์ให้ผมไปดูการทำได้บ้างครับ

วัตถุดิบที่ผมใช้ทำแอลกอฮอลแข็ง ใช้ทั้งแอลกอฮอล และ โซดาไฟ เหมือนไบโอเลย

แถมอีกอย่างถ้าถังต้มเป็นหม้อสองชั้น หล่อข้างนอกด้วยน้ำมันเครื่องเก่า จะสามารถรักษาอุณภูมิได้นานครับ



ผมล็อคอินไม่สำเร็จ ที่เมล์ผมไม่มีลิงค์มา ผมเลยลงรูปถังและเตาไม่ได้ เศ้รา
jojo (IP:124.120.202.94)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 26 มี.ค. 2550 (13:32)
ดีครับ..มีการเผยแพร่ความรู้หลายๆด้าน อยู่ที่ผู้จะตัดสินใจใช้ก็ควรจะใช้วิจารณญาณในการเลือกที่จะรับ ทุกอย่างมีทั้งด้านดีและด้านเสียทั้งนั้นครับ ผมเคยพูดหลายครั้ง เอาเรื่องใกล้ๆตัวเรา อย่างไฟ 220V ที่เราใช้ประโยชน์อยู่ทุกวันนี้ ถ้าหากเราใช้อย่างไม่ระมัดระวังก็อาจจะถูกไฟดูดตายได้เช่นกัน ..ลองดูนะครับ



*****



เมื่อวามผมได้เผยแพร่ความรู้ในการทำไบโอดีเซลแบบ 2 ครั้งไป โดยสรุปว่า

1.ทำปฏิกริยาปกติในขั้นตอนแรก

2.พักแยกกลีเซอรีน

3.ทำปฏิกริยาต่อโดยใช้เวลา ครึ่งหนึ่งของการทำปฏิกริยาครั้งแรก

4.หลังจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนล้างปกติ



บางท่านก็ถามผมว่า ..ถ้าหาก % เมธิลเอสเตอร์ น้อยกว่า 90% อย่างที่เคยทำกันมาแล้ว นำไปใช้ B100 เครื่องยนต์เสียหายในระยยาวไหม



บางท่านก็ถามผมว่า..เวลาเพิ่มขึ้น ขั้นตอนเพิ่มขึ้น ความยุ่งยากเพิ่มขึ้น คุ้มกันไหม??



ผมว่าทำคำถามเหล่านี้..คนที่ถามมีคำตอบให้กับตัวเองได้อยู่แล้ว(ไม่รู้จะมาถามผมทำไม?)..จริงไหมครับ..



แนวความคิดนี้ ..มาจากไหน? ทำไมเราต้องทำอย่างนี้? เพราะความยุ่งยากเพิ่มขึ้นก็คือ เวลาและพลังงานความร้อนที่อาจจะต้องใช้เพิ่มในการทำปฏิกริยาครั้งที่ 2 เสียอีก



แนวความคิดมาจากพื้นฐานที่ว่า...อยากจะได้ให้ไบโอดีเซลมีคุณภาพมากๆ ก็ต้องใช้ แอลกอฮอล์มากๆ ..และที่ว่าใช้มากนี่หมายถึงใช้เท่าไหร่ ก็คงหมายถึง มากกว่า 22% ขึ้นไป โรงงานใหญ่เขาไม่กลัวครับ เพราะเขาสามารถ Re-กลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนรายย่อยอย่างพวกเราใช้กัน 20% ก็สั่นๆแล้ว เมื่อใช้แอลกอฮอล์ในระดับนี้ คุณภาพที่แยกเอสเตอร์ได้ไม่ดีไปด้วย เลยคิดว่า กลีเซอรีนที่แยกออกมานั้นจะเป็นตัวปิดกั้นการทำปฏิกริยาให้หมดได้นั้น ถ้าหากเอากลีเซอรีนออกในขั้นตอนแรกแล้ว ทำปฏิกริยาเปล่าต่อไปอีก โดยใช้แอลกอฮอล์มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ



*******



สำหรับคุณ JoJo อยากจะดูงานไบโอดีเซล เป็นไปได้คุณควรจะให้ข้อมูลว่า คุณอยู่จังหวัดไหน สนใจการผลิตระดับไหน อยากจะใช้อะไรเป็นวัตถุดิบในการผลิต ถ้าหากพวกเรามีข้อมูลเบื้องต้นก็จะสอบถามและอาจจะจัดให้ดูงานในพื้นที่ใกล้เคียงได้ครับ





*******



สวัสดีครับคุณ zodiac หายไปนานเลยครับ เมื่อไหรจะเริ่มทำไบโอจริงๆจังๆซะที เรื่องWeb ใช้ที่นี่ไปก่อนนะครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 26 มี.ค. 2550 (17:59)
สวัสดีครับพี่ศุภชัย และท่านอื่นๆ



ผมอยู่แถวสมุทรปราการครับ



สะดวกไปชมผลงานได้รอบหัวเมืองครับ

ที่คิดไว้ อยากผลิตวันละ100-200ล.

เอาไปเติมรถส่งของ กับเครื่องตีน้ำกุ้ง

จะไปผลิตที่แปดริ้วครับ

ใช้น้ำมันเก่าผลิตครับ



ขอบคุณมากครับที่กรุณา



jojo_tkt@hotmail.com
jojo (IP:124.120.202.106)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 26 มี.ค. 2550 (19:01)
ว่างก็มาหาผมก็ได้ครับ ไกล้ดีแถวๆชลบุรีจังหวัดไกล้เคียง ยินดีให้ความรู้เรื่องไบโอดีเซลและการผลิต(ไม่คิดตังค์) พอเริ่มเรื่องประสิทธิภาพทีไรผมอดนึกถึงบางจากเองก็กำลังเร่งสร้างกำลังการเตรียมเข้าเวทีการแข่งขันในธุรกิจพลังงานทดแทนในช่วงปลายปีนี้ ภาพของการเป็นหน่วยย่อยแลดูจะยากเย็นยิ่งขึ้นแต่รับรองครับ หากเรายังยืนยันจุดมุ่งหมายเดิม เติมเต็มองค์การเรียนรู้ ไม่ยากกว่าที่คิดเพราะอย่างน้อยก็ไม่มีเพียงผมคนเดียว ลองโทรมาคุยก่อนก็ได้ครับ...ยกเว้นเรื่องการเมือง
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 27 มี.ค. 2550 (10:10)
เห็นหลายท่านได้ประสบความสำเร็จจากการแยกชั้นกรีเซอรีนโดยการเติมกรดมีใครพอจะมีเวลาส่งรูปให้ดูหน่อยมีใหมเอย
นีโอดีเซล (IP:203.188.22.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 27 มี.ค. 2550 (10:22)
ขอบคุณมากๆเลยครับ พี่นีโอที่ให้ความอนุเคราะห์ผม

ผมไม่ทรายว่าจะติดต่อพี่ได้อย่างไร เบอร์โทรศัพท์ผมครับ 081-7513322

หรือพี่จะเมล์มาบอกเบอร์ก็ได้ครับ

ถ้าผมได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตได้ชำนาญแล้ว จะได้ขอช่วยร่วมแรงร่วมสมองในการพัฒนา

เตาและออกแบบให้ใช้พลังงานความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดยอาศัย ประสบการณ์ จากงานที่ผมทำอยู่ครับ

พลังงานความร้อนของเราจะได้ไม่สูญเปล่า
jojo (IP:124.120.203.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 27 มี.ค. 2550 (10:31)
อยากทราบว่า น้ำหลังจากที่ใช้ล้างไบโอดีเซล แล้ว นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างคะ หรือมีวิธีบำบัดยังไง ในกรณีที่มีปริมาณมาก ๆ ขอบคุณค่ะ
bluegib (IP:161.200.255.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 27 มี.ค. 2550 (11:23)
มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตชี้แจ้งทั้งคุณ JoJo และเพื่อนสามชิกในกระดานแห่งนี้ กรณีที่บางทีอาจจะเข้าผิดว่า การที่พวกเรามาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การผลิตไบโอดีเซลร่วมกันนั้น ต้องการผลตอบแทนหรืออย่างไร ผมจึงขอชี้แจงดังนี้ครับ



เนื่องจากพวกเราได้มีการรวมกลุ่มกันจัดเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลแห่งประเทศไทย โดยเป้าหมายหลักก็คือ เพื่อการพึ่งพาตนเอง..ซึ่งในแนวทางนี้เรากำลังเตรียมจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดประสบการณ์และการเรียนรู้การผลิตไบโอดีเซลเพื่อการพึ่งพาตนเอง แห่งแรกขึ้นที่จังหวัดนครปฐมที่นี่จะเป็นศุนย์การอบรมและเผยแพร่ประสบการณ์จากพวกเราสู่ชุนชนและผู้สนใจทั่วไป โดยไม่มีข้อจำกัด ชุนชนสามารถมาใช้เครื่องผลิตขนาด 150ลิตรเพื่อการผลิตไบโอดีเซลของชุนชนนั้นได้ ที่นี่เป็นจุดประการแห่งแรกและพวกเราก็จะขยายศุนย์การเรียนรู้เหล่านี้ไปยังแห่งผลิตไบโอดีเซลในจังหวัดต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า เราจะเปิดรับผู้ผลิตที่อยากจะลงทะเบียนขึ้นเป็นศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้นี้กับเราในโอกาสต่อไปครับ ...ทั้งหมดนี้พวกเราไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ สิ่งที่เราต้องทำก็คือการเผยแพร่ความรู้เพื่อการพึ่งตนเอง ..เราอยากจะเห็นทุกคนมีความชำนาญในการผลิต เราอยากเห็นทุกคนเราไปใช้และพึ่งพาตนเอง นี่คือเจตนารมณ์ของพวกเราครับ



ส่วนกรณีที่คุณJojo ว่า "ถ้าผมได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตได้ชำนาญแล้ว จะได้ขอช่วยร่วมแรงร่วมสมองในการพัฒนา เตาและออกแบบให้ใช้พลังงานความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยอาศัย ประสบการณ์ จากงานที่ผมทำอยู่ครับ พลังงานความร้อนของเราจะได้ไม่สูญเปล่า" นั้นก็เป็นเรื่องดีครับ และขอขอบคุณอีกครั้ง แต่จะดีเสียกว่าไหมครับ ถ้าคุณอยากจะแบ่งปันความรู้ที่คุณมีไปให้กับผู้อื่นโดยสมัครใจ โดยบริสุทธิ์ใจของคุณ เพราะคุณอยากจะให้ เว้นแต่..ถ้าคุณจะให้ความรู้ผู้บ้าง แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขใดๆ ที่คุณสร้างขึ้น บางทีอาจจะไม่สดวกทั้งผู้ให้และผู้รับก็เป็นได้ครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 27 มี.ค. 2550 (12:29)
โอ๊ะโอ อย่าพึ่งเข้าใจผิดครับว่าผมจะต้องได้ผลตอบแทนก่อนจึงจะสามารถถ่ายทอดความรู้ได้

ที่ผมบอกว่าถ้าได้เรียนรู้วิธีผลิตได้แล้ว จึงจะสามารถถ่ายทอดได้นั้นก็เพราะว่า

ถ้าผมจะทำอะไรแล้วถ้ายังไม่รู้จริง ก็ไม่อยาก จะเอาความรู้งูๆปลาๆไปบอกต่อ

เดี๋ยวคนอื่นจะเสียเวลาเปล่า ดีไม่ดีจะโดนด่าเอาซะด้วย

ดังนั้น ผมจึงอยากจะลองทำ ลองทดสอบ ถึงเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการผลิต

แล้วนำมาพัฒนา เพื่อปรับปรุงให้ พวกเราเหล่าไม้ซีก ไปงัดไม้ซุงกันเถอะครับ
jojo (IP:124.120.203.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 28 มี.ค. 2550 (13:40)
สวัสดีคร๊าบบบบบ



คุณ นีโอดีเซล เตากลั่นเมทานอลใช้ได้ดีไหมคร๊าบบบ อยากไปดูจังครับ พอดีกลีเซอรีนเริ่มมีเยอะแล้ว มันคันมือ อยากจะกลั่นกลับมาใช้เองบ้าง



คุณ Thongma นำมันพืชเก่าผสมดีเซลใช้เป็นไงบ้างครับ มารายงานผลด่วนเลยคร๊าบบบ



เมื่อก่อนผมใช้เมทานอล 20% โซเดียมไฮดรอกไซด์ 4 ขีดแก่ ๆ กลีเซอรีนที่ได้มันก็แข็งเวลาเอาไบโอดีเซลไปล้างน้ำก็ดีแยกง่ายดีไม่มีกลีเซอรีนเจือปน แต่ตอนเอาออกจากถังพักยุ่งยากนิดนึง เลยลองเปลี่ยนมาใช้เมทานอล 17% กับโซเดียม 3.5 ขีด(เรียกเป็นกรัมไม่ถูกครับ อิอิ)

กลีเซอรีนที่ได้เหลวครับ อยู่ได้ประมาณ 4 - 5 วันถึงจะแข็งตัว เลยเอามาทำเตากลีเซอรีนเล่นดู เอาแบบง่าย ๆ ตามประสาผมครับ เอาปี๊บมาเปิด แล้วเจาะทำที่คุมทิศทางลมให้หมุนวนไปตามแนวนอนในถังก่อนจะวนขึ้นข้างบน ความสูงบริเวณกลาง ๆ ปี๊บค่อนขึ้นไปทางด้านบนเล็กน้อย เติมกลีเซอรีนระดับต่ำกว่าช่องลมสัก 2 นิ้ว เอาผ้าชุบกลีเซอรีนจุดไฟเป็นหัวเชื้อใส่ลงไปในปี๊บพอไฟติดกลีเซอรีนค่อยเปิดBlower ได้ผลครับไฟแรงดีแต่ค่อนข้างจะกินกลีเซอรีนดีเหลือเกิน เวลาเติมผมใช้กลีเซอรีนแข็งเป็นก้อน ๆ ที่เก็บไว้ใส่เข้าไปครับแบบเหลวใส่ลำบากเพราะไฟมันแรงมาก แบบก้อนผมเอาไม้เสียบยื่นไปกลางปี๊บพอโดนไฟมันก็หล่นปุ๊ลงไปในปี๊บ แล้วคอยเติมเรื่อย ๆ เล่นเตาไปเรื่อย ๆ นึกขึ้นได้ว่าปล่อยน้ำออกจากถังล้างน้ำอยู่นี่หว่า แต่ไม่ทันแล้วครับ ไบโอดีเซล 200 ลิตร หายไปกับสายน้ำ ลงท่อพักน้ำส้วมไปเรียบร้อย ตักกลับมาคงไม่เอาแน่เพราะมันลอยอยู่ในถังส้วมแล้วครับผม ยืนปลงสักพักเลยกลับมาเล่นเตาต่อ แต่ว่าไฟมันแรงครับผม Blower มันโดนไฟละลายไปท่าจะแย่ ถึงมันยังทำงานได้อยู่ แต่เหมือนคนแก่ใกล้หมดลม ผมได้แต่ยืนดูลมหายใจเฮือกสุดท้ายของมันหมดไปต่อหน้าต่อตา คราวหน้าจะทำท่อลมต่อเข้าไปให้ Blower มันอยู่ห่าง ๆ เตาหน่อย คราวนี้คงได้ใช้งานมันจริง ๆ ซะที เฮ้อ สรุป วันนั้นเสียหายไปหลายตังค์เลยครับ เอาน่า ต่อไปคงไม่ต้องซื้อแก๊ซใช้แล้ว อิอิ



วันหน้าจะมาโม้ใหม่นะคร๊าบบบบบบ จ้าวนายยยยยยยยยยย
Bio Lammm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน64 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 28 มี.ค. 2550 (19:50)
Bio Lammm ผมยังใช้อยู่ครับ ตอนนี้ก็เข้ากว่า 4,000 กม. แล้วครับ ยังไม่มีปัญหาอะไรน่าห่วง

เป็นโอกาสดี เมื่อสงกานต์ปีที่แล้วได้ทดสอบ B100 วิ่งไปภูเก็ต 10 ชม.รวดเดียว 1ปีผ่านไปกับไบโอดีเซล สงกานต์ปีนี้ ได้ทดสอบ น้ำม้นพืชเก่า 80 ดีเซล 20 วิ่งไปภูเก็ตเหมือนเดิม ไว้กลับมาแล้วจะรายงานให้ฟ้งใหม่ครับ
ThongMa (IP:124.120.24.61)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 28 มี.ค. 2550 (20:32)
เตากลั่นเมทานอลผมไม่ได้ใช้แล้วครับเพราะมันช้าและต้องใช้แก๊สควบคุมแถมความบริสุทธิ์ยังไม่ดีเท่าที่ต้องการต้องปรับปรุงกันอีกก่อนที่จะเอามาทำใหม่ ที่เคยทำมันจะได้ความบริสุทธิ์ราวๆ92-94ซึ่งยังมีน้ำอีกเยอะแถมยิ่งกลั่นนานยิ่งมีน้ำมากขึ้นต้องให้พี่น้องช่วยแนะนำ ช่วงนี้ขายทิ้งหมดให้เขาเอาไปทาพิมพ์ปูน ใครมีอะไรดีก็บอกต่อมั่งนะครับ เตากรีเซอรีนของคุณศุภชัยที่ผมซื้อมาผ่านจุดคุ้มทุนไปเมื่อวาน ฉลุยครับ คาดว่ายังคงใช้ได้อีกนาน ที่ผ่านมาก็เอาไปอุ่นน้ำมันได้บานเลยครับ
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 28 มี.ค. 2550 (22:34)
คุณนีโอคับผมอยู่ระยองไม่ทราบว่าจะหาซื้อ KOH กับ alcohol ได้ที่ไหนคับ
worapong (IP:203.114.104.55)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 29 มี.ค. 2550 (09:17)
KOH และแอลกอออล์ พอจะมาแบ่งเอาไปได้ครับผมมีเก็บไว้เยอะเหมือนกัน

KOH มีทั้ง 95(ถุง 25กก. ถุงละ 1100บ)และ90% (ถุง 25กก. ถุงละ 950บ)ผลิตที่เกาหลีนะครับ อันนี้มีเยอะ

เมทานอลบริสุทธิ์ นำเข้า ถัง160กก(200ล) ถังละ3300บ ต้องมีถังสะอาดมาเปลี่ยนด้วยนะครับ มีแค่หกถัง

ราคาที่ผมซื้อพอดีมันต้องมีVATรวมเลยอาจจะสูงนิดหน่อย รับของที่ม.บูรพา ชลบุรีครับ

สินค้าที่ผมมีรับมาจากแหล่งที่มีเอกสารรับรอง มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าจะมาแบ่งเอาไปใช้สบมยห.

ที่ระยองลองถามที่สหกรณ์ผู้ผลิตสบู่ดำหรือยังครับถ้ายังไงเดี๋ยวจะลองหาแหล่งให้ครับผมว่าแถวบ้านค่ายดูน่าจะมี
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 29 มี.ค. 2550 (17:08)
5549
ขอบคุณคุณนีโอที่พูดถึงเตากลีเซอรีนของผมครับ หลังจากผมได้ปรับปรุงระบบการให้อากาศทำให้การเผาใหม้สมบูรณ์ขึ้นมาก ทั้งนี้ผมได้ปรับปรุงทั้งขนาดห้องเผาใหม้ 6 นิ้วและ 10นิ้ว วันนี้ผมก็เลยลองต้นน้ำมันโดยในเตาขนาด 6 นิ้วพบว่าการเผาใหม่สมบูรณ์มาก ไฟแรงก็เดิมเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบอกเผาใหม้เป็นสีแดง (Hot Red) แสดงถึงค่าอุณหภูมิที่สูงครับ แต่ยังไงก็ไม่รู้อยู่ดีว่า เท่าไหร่เพาะไม่เคยวัดเป็นเรื่องเป็นราวซะที ที่บ้านก็มีสูงสุดที่ 400C กลัวเจ้าตัว 400 C เจ้งก็เลยรอผลการวิเคราะห์จากห้อง Lab จะได้รู้ทั้งหมดทีเดียวทั้งเรื่องความร้อนและเรื่องแก๊สพิษ รออีกนิดนะครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 30 มี.ค. 2550 (08:42)
ถ้าดู จาก รูป เตาเผากลีเซอรีน ที่ โพส มาให้ดู



"วิเคราะห์หาเรื่องความร้อนและเรื่องแก๊สพิษ" จาก กระทู้ข้างบน อ่าน แล้ว เกิดความสงสัยขึ้นมา



1. ขั้นตอนการเก็บ Gas ส่ง Lab เพื่อไป วิเคราะห์ ทำอย่างไร เพราะจากรูปที่แสดงเป็นระบบเปิด วิธีการเก็บตัวอย่างแก๊สเอาไปวิเคราะห์ ต้องทำด้วยความระมัดระวัง มีระบบเก็บ อย่างดี มิเช่นนั้น ผลที่ได้ จะผิดพลาด เสียเวลาและเสียเงิน



2. การเผาใหม้สมบูรณ์ ดู จาก ค่า CO2 และ CO ในกรณี ที่เผาใหม่สมบูรณ์ 100% จะมีผลวิเคราะห์แต่ CO ออกมา (แก้ไข ด้วย ถ้า มีอะไร ขัดแย้ง)



3. เรื่อง แก๊สพิษ ที่ออกมา การที่จะวิเคราะห์ ว่า มี แก๊สพิษออกมาจริงหรือ ป่าว นั้น ต้องวิเคราะห์ เปรียบเทียบกับ แก๊สพิษมาตราฐาน ที่ คุณ กำลังสงสัยอยู่ ซึ่ง แก๊สมาตราฐาน หรือ standard gas ราคานั้น แพงแน่นอน....สมมุติว่า มีแก๊สพิษเกิดขึ้นมาจริงๆๆ ผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย คุณ ไม่ได้เกิดตอนนี้หรอกครับ .......



4. เรื่องความร้อน ที่จะวิเคราะห์ คุณหมายถึง ค่าพลังงานความร้อน หรือ ป่าว ? หรือ อุณหภูมิความร้อน



5. เรื่องค่าใช้จ่ายการวิเคราะห์ แพง นะ ถ้า ส่ง Lab คุณจะยอมจ่าย หรือ ป่าว ?
เด็กต่างดาว (IP:203.193.116.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 30 มี.ค. 2550 (09:10)
หากผมคาดไว้ไม่ผิดพลากคุณศุภชัยคงส่งเตาไปเพื่อวิจัยและทดสอบค่าพลังงานความร้อนแล้วในรายละเอียดเดี๋ยวคงตามมาส่วนตัวผมคิดว่าทุกอย่างมีสองหน้าและคงยังไม่มีอะไรดีที่สุดแต่หากเรามีจิตและวิญาณที่มุ่งมั่นไปบนเส้นทางที่ดี เป้าหมายคงไม่ไกลซักเท่าไหร่
นีโอไบโอ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน409 ครั้ง - ดาว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 30 มี.ค. 2550 (09:23)
ถูกต้องตามที่คุณนีโอว่าครับ ผมไม่ได้ส่งตัวอย่างแก๊สพิษไป Test แต่ผมส่งทั้งเตาไป Test เลยครับ เป็นความกรุณาของสถาบันวิจัยแห่งหนึ่ง ที่ผมไม่ขอเอ่ยนาม ได้กรุณา Test ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ผม Test ก็เพราะอยากจะให้เป็นข้อมูลอีกมุมหนึ่ง ที่ต้องการสะท้อนออกมาเท่านั้นเอง ทุกอย่างมี 2 ด้านอย่างที่คุณนีโอว่าครับ ที่นี่ใครจะใช้หรือไม่ใช้ก็สุดแต่การวิจารณญาณของแต่ละคนไป สิ่งที่สำคัญเราต้องการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนให้ถึงที่สุดก็เท่านั้นเองครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 30 มี.ค. 2550 (09:55)
5572
จริงๆแล้ว ความคิดเกี่ยวกับเตากลีเซอรีนนี้ จุดเริ่มต้นผมไม่ได้คิดขึ้นมาหรอกครับ มาจากที่นี่ >>> http://journeytoforever.org/biodiesel_glycerin.html



เป็นแนวความคิดจะใช้ประโยชน์จาก กลีเซอรีนที่เป็น By product ของเราได้อย่างไร ซึ่งผมก็พบว่า เขาได้อธิบายเกี่ยวกับแก๊สพิษไว้ดังนี้



The glycerine by-product burns well, but unless it's properly combusted at high temperatures it will release toxic acrolein fumes, which mainly form at between 200 and 300 deg C (392-572 deg F).



สงสัยเกี่ยวกับเตากลีเซอรีนอย่างไร ลองเข้าไปหาความรู้ที่นี่ดูนะครับ



>>> http://journeytoforever.org/biofuel_library/ethanol_motherearth/me10.html
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 30 มี.ค. 2550 (10:16)
Quick response กันจริงๆ เลย ครับ



ที่ผม โพส ไว้ ไม่ได้ตั้งใจ ที่จะ Dis-Credit ใคร เพราะผมอ่าน แล้ว แค่สงสัย

อีกอย่าง ผม ไม่ได้ ทำไบโอดีเซล เห็นด้วยกับการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทน



ถ้าจะส่ง ทั้งเตาไป Test ก้อ อย่าลืม เอา Crude Glycerine ไป ให้เค้า ด้วย นะครับ
เด็กต่างดาว (IP:203.193.116.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 30 มี.ค. 2550 (10:40)
คุณเองก็สิงห์ปืนไว Post เร็วเช่นกัน ..เรื่องอะไรที่สงสัยเป็นธรรมดาก็หาคำตอบได้ อาจจะถามไถ่กัน ซึ่งบางทีผู้ตอบอาจจะไม่จำเป็นต้องตอบก็เป็นได้ เพราะท้ายที่สุดคุณอยากจะใช้หรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง ซึ่งต้องใช้วิจารณาณในการเลือกที่จะใช้เอง และเช่นกันก็เป็นสิทธิของผมที่จะเลือกใช้อย่างที่ผมอยากจะใช้ ทุกท่านก็มีสิทธิเต็มเช่นเดียวกัน



สิ่งที่ผมพยายามจะนำเสนอก็เป็นความพยายามที่จะนำเสนอให้ครอบคลุมและรอบด้าน เตานี้เรียกว่า เตากลีเซอรีน ซึ่งมาจาก By product ของการผลิตไบโอดีเซล คงจะไม่มีประโยชน์ถ้าหากเอาไป Test กับน้ำมันดีเซลหรือไบโอดีเซลครับ



ต้องขอขอบคุณสถาบันแห่งหนึ่งที่เห็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจากการวิจัยเพื่อพัฒนาเชื้อเพลิงทดแทนที่รับวิจัยเตากลีเชอรีนให้กับผลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย..และไม่ประสงค์จะออกนาม ..ขอขอบคุณอีกครั้งครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน654 ครั้ง - ดาว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 30 มี.ค. 2550 (10:48)
"เตากลีเซอรีน ซึ่งมาจาก By product ของการผลิตไบโอดีเซล คงจะไม่มีประโยชน์ถ้าหากเอาไป Test กับน้ำมันดีเซลหรือไบโอดีเซลครับ"



ถ้าคุณจะเอา ทั้งเตาไป Test ก้อ อย่าลืม เอา Crude Glycerine ไป ให้เค้า ด้วย นะครับ



ตอบ คนละเรื่อง........
เด็กต่างดาว (IP:203.193.116.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 30 มี.ค. 2550 (13:02)
สวัสดีครับทุกท่าน

จากการสังเกต กระทู้ถาม-ตอบ มีบางครั้งที่การโพสต์บางความคิดเห็นจะเป็นการใช้ถ้อยค่อนข้างจะรุนแรง คงไม่ต้องบอกว่าด้วยวิธีใด หรือการโพสต์อ้างถึงบุคคลใด ๆ ด้วยคำเสียดสีอย่างสะใจเรา (คนโพสต์) หรือการตอบถาม โต้แย้งกัน จะมีถ้อยคำรุนแรงที่ทำให้รู้สึกว่าไม่น่าเกิดขึ้นเพราะคิดว่าแม้เรื่องเดียวกัน แนวคิดเดียวกัน บางเรื่องก็ยังมีความเห็นต่างกัน การมีความคิดที่ต่างกันมานำเสนอนับว่าเป็นเรื่องดีครับ จะเป็นจุดที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ เชื่อว่าส่วนใหญ่ของผู้ที่เข้ามาโพสต์กระทู้ของเราก็คือผู้สนใจในเรื่องที่เราสนใจครับ การมีความเห็นทึ่แตกต่างกันไม่ได้แปลว่า ไม่ใช่พวกหรือต้องการ discredit เสมอไป

เราแต่ละคนอาจจะอยู่คนละมุม คนละจุด การให้เกียรติ การเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น น่าจะทำให้สังคมของเรามีเสน่ห์ขึ้นนะครับ



นุ

ร่วมมือร่วมใจ พัฒนาไบโอดีเซลไทย ให้สว่างใสวโชติช่วง
นุ (IP:202.129.50.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 30 มี.ค. 2550 (15:04)
ปาล์มน้ำมันชุมชน...พลังงานทดแทนชุมชน



เกือบไม่ต้องพูดกันอีกมากมายให้เสียเวลาอีกแล้ว ว่าความจำเป็นที่ต้องแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานในประเทศไทยมีมากน้อยเพียงใด ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะต้องปรับลดตัวลงนานๆครั้งก็จริง แต่ระยะยาวแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องหาแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน รัฐบาลพูดๆหยุดๆก็ทำให้เกิดความไม่มั่นใจของกลุ่มผู้ผลิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรผู้ปลูก โรงงาน รวมทั้งผู้ใช้น้ำมัน ผู้ใช้พลังงานในประเทศไทยมีหลายกลุ่ม แต่กลุ่มที่ใช้มากที่สุดและได้รับผลกระทบมากที่สุด ก็คือ กลุ่มผู้ผลิต ในที่นี้หมายถึง ผู้ที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการประกอบกิจการ เช่น ผู้ประกอบกิจการเดินรถ ขนส่ง โรงานหรือแม่แต่ตัวเกษตรกรเอง น้ำมันที่ถือว่าใช้มากที่สุดในประเทศไทย ก็คือ น้ำมันดีเซล อีกทั้งยังเป็นน้ำมันที่ใช้ในการเกษตรและอุตสาหกรรมในสัดส่วนที่สูงมาก ราคาน้ำมันที่ขยับตัวขึ้น-ลงจึงมีผลต่อผู้ประกอบการดังกล่าว พูดง่ายๆก็คือ ขึ้น-ลงทีละ 40-50 สตางค์ จะมีผลต่อกลุ่มผู้ผลิตต่างๆเหล่านี้อย่างมาก กลุ่มผู้ผลิตบางรายยังใช้น้ำมันวันละเป็นหมื่นลิตร เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการคิดอย่างละเอียดหากประหยัดได้เล็กน้อยก็จะเป็นตัวเลขมหาศาลในแต่ละวัน แนวทางการลดต้นทุน ก็คือ ต้องใช้พลังงานที่มีราคาถูกลง 1 ในแนวคิดนี้ก็คือการหาพลังงานทดแทน ที่เรียกว่า ไบโอดีเซล ซึ่งสามารถผลิตได้ในประเทศไทย ผลติดตามมาก็คือ ลดการนำเข้า อีกทั้งยังเกิดผลโดยตรงต่อชาติก็คือ ช่วยเกษตรกรและลดมลพิษ สุดท้ายก็คือเป็นการลดการพึ่งพาน้ำมันจาก OPEC ในระยะยาว กระบวนการหนึ่งที่พูดกันมานมนานก็คือการปลูกพืชที่เรียกว่าพลังงานทดแทน อันได้แก่ ปาล์มน้ำมัน และสบู่ดำ ซึ่งทั้งสองพืชนี้สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำไบโอดีเซล การประกาศใช้น้ำมันไบโอดีเซลของประเทศไทยนั้น ได้ประมาณการว่าอย่างน้อยวันละ 8.5 ล้านลิตร วัตถุดิบที่นำมาใช้ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องนำมาจากพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ปลูกกันมากในประเทศไทย 40 ปีก็จริง ตาเราปลูกได้เพียงไม่เกิน 3 ล้านไร่ รัฐบาลก็มีนโยบาย และ Planning (วางแผนแล้วนิ่ง) ว่าจะปลูกถึง 10 ล้านไร่ แต่ในช่วงปี 49 ปลูกได้เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่แสนไร่ ถ้าให้ต้นกล้าที่ปลูกเตรียมไว้ของภาคเอกชนเหลืออยู่เกือบ 20 ล้านต้น จะทำอย่างไรกับปาล์มน้ำมันต้องเป็นเรื่องของรัฐบาล

ปลูกปาล์มน้ำมัน...เพื่อน้ำมันไบโอดีเซล

พื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยที่มีอยู่เดิมและปลูกใหม่ในปี 49 ที่ผ่านมารวมกันแล้วน่าจะประมาณ 3 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีการปลูกภาคใต้ของประเทศไทย วัตถุประสงค์ของการปลูกเดิมก็คือ การใช้น้ำมันมาเข้าสู่โรงงานในระบบน้ำมันพืชเป็นส่วนใหญ่ กระบวนการเดิมก็คือ เกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันจะแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ อันได้แก่ เกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นเกษตรกรที่อยู่ในระบบของสหกรณ์นิคม และเกษตรกรรายย่อยที่เป็นอิสระ กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันในระบบสหกรณ์จะมีพื้นที่การปลูกตั้งแต่ 20-50 ไร่ ส่วนเกษตรกรรายย่อยที่ไม่ขึ้นตรงกับกลุ่มสหกรณ์ก็คือ จะมีพื้นที่การปลูกตั้งแต่ 10-20 ไร่จนถึงหลายร้อยไร่ ส่วนเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งที่ปลูกก็คือ การปลูกในรูปบริษัท พูดง่ายๆก็คือ การทำในรูปบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ไม่ว่าจะปลูกโดยระบบไหน เท่าที่ผ่านมาก็คือ หลังการเก็บเกี่ยวออกจากสวนแล้ว ทะลายปาล์มสดจะถูกส่งเข้าหีบในโรงงานที่เรียกว่า โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โดยอาจส่งโดยตรงถึงโรงงาน หรือผ่านระบบลานเท ซึ่งจะเห็นได้ว่าในภาคใต้นั้นมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอยู่เป็นจำนวนมาก และในทำนองเดียวกันก็จะมีลานเทอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน เกษตรกรรายย่อยบางกลุ่มบางพวกก็มีความนิยมที่จะส่งผลผลิตขายลานเท ซึ่งจะได้ราคาใกล้เคียงกัน และอาจมีความสะดวกในเรื่องการขนส่งและระบบการจ่ายเงิน แต่เกษตรกรรายใหญ่ที่มีผลผลิตเยอะส่วนใหญ่จะส่งผลผลิตเข้าโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ไม่ว่าจะส่งในระบบไหน ราคาผลผลิตปาล์มก็ไม่ได้ถูกกำหนดโดยผู้ปลูกเลย คนที่ออกคำสั่งว่าราคาทะลายปาล์มสดในแต่ละวันนั้น ไม่ใช่เกษตรกรอย่างแน่นอน จึงเท่ากับว่ามีการกำหนดกลไกการตลาดแต่ไม่ใช่คนปลูก อย่างนี้จึงไม่เกิดการยุติธรรมในเรื่องราคา ผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ส่งแล้วสกัดเป็นน้ำมันปาล์มออกมานั้น ส่วนใหญ่จะถูกส่งเข้าสู่โรงงานระยะสอง หรือเรียกว่าโรงงานน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคกลางแถวๆกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระบบการปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยตั้งแต่เดิมมานั้น แทบจะไม่ได้เข้าสู่ระบบไบโอดีเซลเลย แต่เมื่อมีนโยบายที่จะใช้น้ำมันปาล์มเพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำไบโอดีเซล ก็คงต้องคิดถึงระบบการปลูกใหม่ที่ไม่มีผลกระทบต่อวงจรเดิม

ในระบบการปลูกปาล์น้ำมันแบบเดิมที่กระจายตัวอยู่ในภาคใต้นั้น ถ้าหากมีการขยายพื้นที่ปลูกในพื้นที่ปลูกเดิม โดยการนำเอาผลผลิตเข้าสู่โรงงานไบโอดีเซลก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการทับซ้อนของเส้นทางการนำผลผลิตมาใช้ในกระบวนการน้ำมันพืช และกระบวนการน้ำมันไบโอดีเซล แต่พื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันในภาคใต้ก็ยังคงพอมีเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง(ไม่มากนัก) ที่จะปลูกเพื่อขยายผลผลิตเข้าสู่กระบวนการโรงงานไบโอดีเซล แต่ถ้าปลูกแล้วนำผลผลิตเข้าสู่ระบบไบโอดีเซลและนำบางส่วนเข้าสู่ระบบน้ำมันพืช ก็จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในเรื่องผลผลิตที่เกินปริมาณความต้องการ เพราะปัจจุบันนี้น้ำมันปาล์มเหลือใช้ในแต่ละปีกว่า 2 แสนตัน ถ้าหากว่านำเอาระบบโรงงานไบโอดีเซลไปใช้ รับรองได้เลยว่า 2 แสนตันที่เหลือนี้ถูกใช้หมดอย่างแน่นอน และก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการด้วยซ้ำไป การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นีท่ภาคใต้ จึงน่าจะต้องมีการวางระบบให้ดีไม่ให้ผลผลิตที่ได้จากการขยายพื้นที่ใหม่ไปทับซ้อนกับระบบอุตสาหกรรมน้ำมันเดิมที่ใช้ในการบริโภค การปลูกในระบบไบโอดีเซล ถ้าจะมีการจดทะเบียนผู้ปลูกก็อาจจะเป็นวิธีการหนึ่ง แต่ถามว่าจะบังคับหรือกำหนดทิศทางการจำหน่ายคงจะเป็นไปได้ยากสำหรับประเทศไทย ดังนั้น คงจะต้องใช้นโยบายให้ชัดเจนสำหรับผู้ปลูกที่ขยายพื้นที่ปลูกใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้ระบบการปลูกแบบชุมชนโดยให้ชุมชนนี้รวมตัวกันปลูกแล้วใช้ผลผลิตในชุมชน โดยไม่มีการส่งออกไปจำหน่ายนอกชุมชนในระบบโรงงานน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ ชุมชนน่าจะมีโรงหีบของชุมชนเองซึ่งเป็นระบบเดืยหมู สกรูเพรส โดยกำลังการหีบวันละ 5-6 ตันต่อ 1 เครื่องหีบ การลงทุนโรงหีบขนาดเล็กนี้ ถือได้ว่าต่ำมาก ซึ่งจะเพียงพอกับการรวมตัวของเกษตรกรที่อาจจะเป็นการรวมกลุ่มแบบวิสาหกิจชุมชน เนื้อที่การปลูกเพื่อให้พอดีกับการหีบและทำไบโอดีเซลชุมชนก็จะประมาณ 3-5 พันไร่ ซึ่งอาจมีการรวมตัวของเกษตรกรไม่เกิน 100 ครอบครัว เมื่อผลิตไบโอดีเซลแล้วมีการหีบน้ำมันปาล์ม ต่อจากนั้นก็อาจมีการทำโรงงานไบโอดีเซลขนาดเล็กขึ้นในชุมชน เพื่อท้เป็นธุรกิจต่อไป หรือบางชุมชนอาจจะส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเพื่อทำไบโอดีเซลมาตรฐานระดับจังหวัดหรือภูมิภาคต่อไป

การปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ปลูกใหม่ ซึ่งไม่ใช่ภาคใต้นั้นก็ยังเป็นนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลวางไว้ ประเทศไทยยังมีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่ภาคใต้อีกเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการวิจัยเจาะลึกทางวิชาการว่าจะปลูกได้ดีลัใช้เทคนิคอะไร มีงานวิจัยที่เริ่มทำมาแล้ว นั่นคือ โครงการของกระทรวงพลังงานที่มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการที่มีชื่อเรียกว่า “โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกพืชน้ำมัน และพัฒนารูปแบบการผลิตพลังงานจากพืชแบบครบวงจร ในพื้นที่ตัวอย่างเขตภาคเหนือ” ซึ่งได้ทดสอบการปลูกปาล์มน้ำมันในภาคเหนือ จึงเท่ากับว่าเป็นโครงการที่จะให้คำตอบในอีกไม่นานวันข้างหน้านี้ ได้หรือไม่ได้ผลอย่างไรต้องรออีกสักระยะหนึ่ง แต่มีบางพื้นที่ก็ได้มีข้อสรุปแล้วว่าปลูกได้แน่นอน ปัญหาสำคัญก็คือ ปลูกแล้วจะมีระบบอย่างไรในการทำปาล์มน้ำมันให้ยั่งยืนเพื่อกระบวนการไบโอดีเซล กระบวนการที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือการปลูกในระบบชุมชน ซึ่งเกษตรกรจะต้องรวมตัวกันปลูก ผลิต และทำโรงหีบในชุมชน โดยพื้นที่ปลูกไม่จำเป็นต้องรวมกันให้ได้ 60,000 ไร่ แล้วสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ ในระบบนี้จะใช้พื้นที่ของการรวมกลุ่มของเกษตรกรเองประมาณ 3,000-5,000 ไร่ แล้วทำโรงหีบขนาดเล็ก ที่เรียกว่า เดือยหมู สกรูเพรส ต่อจากนั้นก็จะมีการผลิตไบโอดีเซลชุมชนในรูปแบบการทำปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร ที่เรียกว่า วิสาหกิจชุมชน การปลูกในพื้นที่ปลูกใหม่จะมีปัญหาเรื่องการทับซ้อนในระบบการจำหน่ายน้อยกว่าภาคใต้ ดังนั้น การปลูกในพื้นที่ปลูกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ถ้าจะทำคงต้องมีการวางแผนระบบตั้งแต่เริ่มต้นเป็นต้นไป เมื่อเกิดวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำมันไบโอดีเซลขึ้นเป็นหย่อมๆในระดับอำเภอขึ้นมาแล้ว ถ้าพูดในภาพรวมทั้งประเทศ ก็อาจไปถึงอุตสาหกรรมที่เรียกว่า มีการผลิตน้ำมันพลังงานทดแทนในประเทศอย่างถูกต้อง ยั่งยืน การผลิตพืชพลังงานทดแทนนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนๆเดียว จะต้องเป็นเรื่องของคนที่รวมกลุ่มกัน จะต้องเป็นเรื่องของนักวิชาการ จะต้องเป็นเรื่องของชาติจึงจะประสบความสำเร็จ สนใจรายละเอียดคลิก Thaiodiesel.com



หมายเหตุ: คัดลอกจาก http://www.kasetcity.com/Thaibioenergy/Story/QAview.asp?id=49
นุ (IP:203.155.29.60)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม