|
โพสต์เมื่อ:
21:54 วันที่ 1 มี.ค. 2550 ชมแล้ว:
379,047
ตอบแล้ว:
1,229
วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > vEnergy
วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > vEnergy > พลังงานชีวภาพ วิชาการ.คอม > เทคโนโลยี > vEnergy > พลังงานทดแทน
จากกระทู้นี้ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=60235
ความเห็นในกระทู้เดิมพุ่งเกิน 600 ความเห็นไปแล้ว เลยขออนุญาติเปิดกระทู้ใหม่ให้ชาวไบโอดีเซลได้สังสรรค และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันที่กระทู้ใหม่นี้ครับ ขออนุญาติประชาสัมพันธ์นิดหน่อยนะครับ เนื่องจากตอนนี้สมาชิกของวิชาการดอทคอมสามารถเผยแพร่ประสบการณ์ผ่านบล็อกของตัวเองได้ หลายท่านที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเรื่องไบโอดีเซล อาจจะอยากรวบรวมคำถามที่ถามกันบ่อยๆไว้ในบล็อกของตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้ด้านนี้แพร่หลายยิ่งขึ้น การเขียนบล็อก (Blog) ไม่ยากครับ เหมือนโพสต์บทความบนกระทู้และสามารถแก้ไขได้ถ้าโพสต์ผิด ทุกท่านสามารถทดลองใช้ได้ โดยล็อกอินเข้าไปยังหน้าสมาชิก จะมีเมนูเพิ่มบล็อกอยู่ทางด้านซ้ายมือครับ ขออภัยที่ขัดจังหวะการสนทนาครับ จำนวน 1172 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| 45| 46| 47| 48| 49| 50| 51| 52| 53| 54| 55| 56| 57| 58| 59| เพิ่มเติม...อีกหน่อยได้ไหมค่ะ..เรื่อง เบส อลูมิน่า แล้วจะรออ่านค่ะ arejiab@hotmail.com (IP:203.151.199.162) การเปลี่ยนน้ำมันปาล์มไปเป็นเมธิลเอสเทอร์โดยใช้เบสอลูมินาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา CONVERSION OF PALM OIL IN TO METHYLESTER USING BASIC ALUMINA AS A CATALYST เรืองวิทย์ สว่างแก้ว* ,วิไลพรรณ สีหมากสุก ,สุรินทร์ เหล่าสุขสถิตย์ และสไบทิพย์ ตุงคะมณี Ruengwit Sawangkeaw*, Vilaipane Seemaksuk, Surin Laosuksatit and Sabaithip Tungkamani Department of Industrial Chemistry, Faculty of Applied Science, King Mongkuts Institutes of Technology North Bangkok 11000, Thailand บทคัดย่อ: การนำน้ำมันปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์มีปัญหาหลักคือความหนืดที่สูงเกินมาตรฐาน ซึ่งการเปลี่ยนน้ำมันปาล์มให้เป็นเมธิลเอสเทอร์จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาการใช้อลูมินาที่ดูดซับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ไว้ที่ผิวหน้าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทรานซ์เอสเทอริฟิเคชันระหว่างน้ำมันปาล์มและเมธานอล สภาวะของปฏิกิริยาที่ใช้ คือ ปริมาณน้ำมันปาล์มต่อเมธานอลในอัตราส่วนคงที่ 1:1 โดยปริมาตร และตัวเร่งปฏิกิริยาเตรียมโดยให้โซเดียมไฮดรอกไซด์ดูดซับบนผิวของอลูมินาในสัดส่วนที่ดีที่สุด จากการทดลองพบว่า โซเดียมไฮดรอกไซด์ถูกดูดซับบนผิวของอลูมินา 3.5 4.5 % และสัดส่วนน้ำมันปาล์มต่ออลูมินา เท่ากับ 9.8 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก สามารถให้ร้อยละของ เมธิลเอสเทอร์ดีที่สุดถึง 94 % นอกจากนี้ยังเห็นว่าการใช้อลูมินาเป็นสารรองรับตัวเร่งปฏิกิริยาช่วยให้จำนวนครั้งในการล้างผลิตภัณฑ์ลดลง เมื่อเทียบกับปฏิกิริยาที่ใช้เบสโซเดียมไฮดรอกไซด์ Abstract: The major problem of using palm oil as engine fuel is its high viscosity. Conversion of palm oil into its methyl ester solves the problem. This research was aimed to study the transesterification of palm oil and methanol using sodium hydroxide adsorbed on alumina as a catalyst. The transesterification was carried out under the condition that the ratio of palm oil to methanol was kept constant at 1 : 1 by volume, The amount of sodium hydroxide adsorbed on alumina was varied to give the best result. The result from the reaction showed that the appropriate ratio of sodium hydroxide adsorbed on alumina surface were 3.5 - 4.5 % and ratio of palm oil to alumina was 9.8 : 1 by weight. This condition gave methyl esters up to 94 % yield. The result also showed that use of alumina as a catalyst support material decreased the number of washing times comparing to the reaction using only sodium hydroxide. Methodology: A portion of transesterificstion catalyst was prepared by mixing alumina powder and solution of NaOH under magnetic stirrer at room temperature for 30 minute. The designed catalyst was carried out by varying amount of alumina and NaOH. The amount of alumina was varied from 4, 6, 8, and 10 g, while the amount of sodium hydroxide was varied from 1, 2, 3, and 4 g in 100 mL of distillated water then an excess of NaOH solution and wet powder of alumina was filtered off. The amount NaOH adsorbed was conducted by titration. An alumina adsorbed NaOH catalyst was dried in an oven at 110 °C for 1 hour. The catalyst obtained in this state was ready for the reaction. The catalyst and 100 mL of methanol were added in a 3-necked flash equipped with a separation funnel and equipped with a condenser and a drying tube. The mixture was stirred and heated one hour, then palm oil 100 mL contained in a separation funnel was added dropwise. During the reaction, sample was drawn for 30 minutes to analyze by HPLC, IR and TLC. After 4 hours, catalyst was separated from product. The product obtained was separated by separation funnel and washed with distilled water. The product was separated. The aqueous layer was washed with distilled water until the pH of solution reached 7. Similar procedures were carried on for the catalyst prepared in difference ratios of alumina to base. Results, Discussion and Conclusion: According to the result, it was found that NaOH adsorbed on alumina could be used as a transesterification reaction catalyst. Transesterification between palm oil and methanol over base alumina produces mainly methyl esters. The product obtained was characterized by HPLC, TLC, and IR. TLC result shows the similar Rf values between product and standard methylpalmitate. The result obtained from IR shows peak at 1744 cm-1, representing the ester group. Moreover, HPLC and TLC results show that production of methyl esters continued and reached the highest. This indicates that the reaction reached equilibrium within 2 hours. A plot between the amount of alumina used at the constant amount of NaOH and the percent yield of methyl esters shows that the production yield of methyl esters is not affected appreciably by increasing amount of alumina. However, a plot between amount of NaOH at the constant amount of alumina by weight versus the yield of methyl esters shows an opposite effect. It to be that an optimum loading of NaOH and alumina would enhance the methyl ester production. The best condition for the preparation of the catalyst is the ratio of alumina to NaOH 10 : 2 g. The reaction over this catalyst gave the percentage yield as high as 94 %. Use of the basic alumina catalyst not only increases the product yield, but also enhances efficiency of washing of the product. This indicated by a decrease in the number of washing times. Result from the experiment lead to the conclusion that transesterification reaction over NaOH adsorbed on alumina catalyst can proceed faster and more efficient than NaOH without using alumina as catalyst support. References: (1) ULF Schuchardt, Ricado Serchei, and Rogério Matheus Vargas, J. Braz. Chem. Soc., 9, 199-210, 1998. (2) Gabor A. Somorjai. Introduction of Surface and Catalytic Chemistry, 1st Ed, John Wiley&Sons Inc., New York, 1994. ThongMa (IP:124.120.29.218) ขอขอบคุณคุณwee ที่นำข้อมูลมาฝากครับ แต่ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่เก่ามากแล้วครับ เพราะเครื่องยนต์ดีเซลบ้านเราได้พัฒนาการใช้ปะเก็นจากยางธรรมชาติมาเป็นยางสังเคราะห์มากว่า 10 ปีแล้ว จึงแก้ปัญหาการสึกหร่อของยางได้มานานแล้วครับ ถ้าเป็นไปได้รบกวนคุณ wee กรุณาแจ้งที่อยู่ Mail มาให้ผมที่ suppachai.klungkaew@gmail.com ผมจะส่งผลงานการวิจัย และ VCD การบรรยายของท่าน รศ.ดร.กุลเชษฐ์ เพียรทอง ผอ.ศูนย์บริการวิชาการและพลังงาน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ท่านมีผลงานการทดสอบการใช้ไบโอดีเซล B100 กับเครื่องยนต์ดีเซล โดยจดบันทึกถึง 1000 ชั่วโมง มี Load 70-80% แล้วถอดลูกสูบและแหวนมาดูแล้วยืนยันว่า B100สามารถใช้ได้ อย่างแน่นอน และไม่ทำให้เครื่องยนต์สึกหร่อแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่ว่า " คือถ้าหากเราขายไบโอดีเซลให้กับลูกค้าแล้วเกิดเครื่องยนต์เค้าเสียหายจะเป็นผลลบนะครับ" ผมเห็นด้วยครับ ผมมองว่า ปัญหาการส่งเสริมการผลิตให้ได้มาตรฐานนั้น เป็นปัญหาระดับมหภาคซึ่งกระทรวงพลังงานจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมและสนับสนุนและแก้ปัญหานี้โดยหน้าที่ โดยความรับผิดชอบโดยตรง เพียงแต่กระทรวงพลังงานควรจะเปิด LAB กลาง รับทดสอบตัวอย่างไบโอดีเซลจากผู้ผลิตทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ผลิตไบโอดีเซลที่เป็นกองทัพมดที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งผลิตรวมกันมากกว่าแสนลิตรต่อวันหรือมากกว่านั้นก็จะเข้าระบบ กระทรวงพลังงานก็จะสามารถควบคุมคุณภาพได้ แต่ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ เพียงแต่บอกว่า เราไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ ปัญหาก็คือ ..ถึงเวลาหรือยังที่กระทรวงพลังงานจะมี Lab กลางควบคุมคุณภาพน้ำมันด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าทำได้แบบนี้ กระทรวงพลังงานก็จะสามารถควบคุมคุณภาพได้ทั้ง น้ำมันปิโตรเลี่ยมทุกประเภท ไหนๆกำลังเตรียมเข้าสู่มาตรฐานยูโร 4 แล้ว แต่กระทรวงพลังงานยังไม่มี LAB ของตัวเอง ต้องไปพึ่งพา LAB ของ ปตท. ถามจริงๆเถอะครับ ..กระทรวงพลังงานจะมีอิสระในการบริหารจัดการคุณภาพเชื้อเพลิงของประเทศได้อย่างไร พวกเราเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลไม่ได้นิ่งนอนใจและยินดีให้ความสำคัญกับมาตรฐานและยังรับผิดชอบต่อคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลตามสมควร โดยพวกเราจะให้ความสำคัญ ทดสอบคุณภาพ 3-4 ข้อนี้ พวกเราเชื่อว่า ผ่าน 3 -4ข้อนี้จะไม่มีสร้างความเสียใดๆกับเครื่องยนต์ (มีผลงานทางวิชาการรับรอง)ได้แก่ 1.ทดสอบ Mono Di Tri Glyceride ตามมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ข้อนี้พวกเราเชื่อจะทำให้ข้ออื่นๆอีกหลายข้อผ่านตามไปด้วย นั่นคือการผลิตของพวกเรามีคุณภาพและได้มาตรฐาน 2.ทดสอบ Acid Valve ค่าความเป็นกรด ตามมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ข้อนี้พวกเราเชื่อว่า จะไม่ทำให้เครื่องยนต์สึกหร่อในระยะยาว 3.ทดสอบน้ำ ตามมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ข้อนี้พวกเราเชื่อว่า จะไม่ทำให้ระบบทางเดินน้ำมัน ถังน้ำมัน กัดกร่อนในระยะยาว 4.ถ้าต้องพักไบโอดีเซลไว้นาน พวกเราก็จะให้ความสำคัญโดยเติม Additive - Antioxidant เพื่อรักษาคุณภาพไบโอดีเซลเป็นไปตามมาตรฐานของ กรมธุรกิจพลังงานกำหนด สิ่งที่เราทำได้คือการให้ความสำคัญต่อมาตรฐานและรับผิดชอบต่อคุณภาพการผลิต ถ้าหากอยากพวกเราทดสอบในหัวข้ออื่นๆ ตามข้อกำหนดแล้ว ทางกระทรวงพลังงานควรจะให้ความสำคัญในการสนับสนุนเพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพการผลิตพลังงานทดแทนของชาติ แต่ถ้าหากกระทรวงพลังงานยังอ้างว่า ไม่สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลได้อีกนั้น แล้วจะสร้างความเสียหายกับผู้ใช้ไบโอดีเซล เป็นไปได้ไหมที่พวกเราจะขอรับผิดชอบต่อความเสียหายเหล่านี้เอง เช่นเดียวกับผู้ค้าน้ำมันที่ประกาศรับผิดชอบต่อผู้ใช้แก๊สโซฮอล์ .. แบบนี้แพร์ไหมครับ ขอเสนออีกหน่อยนะครับ คือถ้าเรื่องรับประกันผมเห็นว่าควรที่จะรวมกลุ่มกันแล้วสร้างตรายี่ห้อ พร้อมกับเก็บเงินส่วนหนึ่งเข้ากองทุนเพื่อเป็นหลักประกันในการรับประกับความเสียหาย อีกปัญหาหนึ่งคือเรื่องสืบว่าเครื่องยนต์เสียหายจากไบโอดีเซลจริงหรือไม่ สุดท้ายครับผมได้ยินมาว่า ไบโอดีเซลมีราคาใกล้เคียงกับดีเซลมาก และ ราคารับซื้อ จาก ปตท ก็สูงกว่า ราคาดีเซล ดังนั้น ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากนะครับสำหรับการเลือกใช้ไบโอดีเซล แต่ข้อมูลของผมอาจจะผิด อย่างไรอยากขอความรู้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยครับ เพราะมีความเสี่ยงด้านเครื่องยนต์เสียหายแต่ผลประหยัดไม่มากพอนะครับ Wee (IP:203.155.179.11) มาถึงภาค 3 แล้ว ยังติดตามอยู่ครับผม หลายต่อหลายกรณีที่ผมเองได้ทดลองด้วยตัวเองถึงขนาดลองลงทุนใช้กับรถในบริษัททั้งหมดคือเครื่องยืนยันและแถมพ่วงบทวิจัยของทางนักวิชาการอีกทำให้ผมเชื่อมั่นว่าหลักประกันความเสียหายจากน้ำมันไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์นั้นไม่มีความจำเป็น สรุปได้ดังที่กล่าวข้างต้นเพราะหากทำด้วยศักยภาพที่ผมมีหนึ่งปีที่ผ่านมาซึ่งก็ลุ่มบ้างดอนบ้างแต่ก็ยังไม่มีอะไรพังคามือคาเท้าลูกน้องที่ใช้ รถที่ใช้ก็ไม่มีทั้งใหม่ถอดด้าม โตโยต้า อีซูซุ นิสสัน ฮีโน่ ถ้าท่านติดตามข่าวตลอดจากภาคหนึ่งถึงปัจจุบันจะเห็นวิวัฒนาการของเราชาวไบโอดีเซล ยังคงมีอีกหลายท่านที่ไม่โพสไม่ออกความคิดเห็น หลายท่านที่ยังคงยืนหยัดเป็นกระบอกเสียงเช่นคุณศุภชัยและอีกหลายท่าน เราจะใช้ไบโอดีเซล จะผลิตไบโอดีเซล จนกว่า....น้ำมันพืชและน้ำมันสัตว์จะหมดไป คุณภาพคือสิ่งที่เราล้วนไขว่ขว้าหาครับ...แต่เส้นทางที่มุ่งมั่นนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค. ![]() ![]() >>> http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=60235&page=12 พบว่า ..การสะสมและให้ความร้อนเร็วมากครับ ผมลองต้มไล่ความชื้น 1200 ลิตร ใช้เตากลีเซอรีน ใช้เวลาไม่ถึง ชั่วโมงความร้อนขึ้นไปถึง 52 องศา C น้ำมันก็ไส่แล้วครับ เสียดายถ่ายภาพมือสั่นไปหน่อยเลยได้ภาพไม่ค่อยชัด หวัดดีครับ ผมติดตามอ่านมาระยะนึงแล้วครับ แล้วก็พึ่งเริ่มที่จะทดลองทำแบบเล็กๆ ก่อนครับเพื่อหาประสบการณ์ แต่ยังสงสัยว่าหากผมจะใช้ขวดใส่น้ำดื่มขนาด 5 ลิตร ในขั้นตอนการแยกกลีเซอรีนและการล้างน้ำจะมีผลอะไรมั้ยครับ และหากต้องการสมัครสมาชิกชมรมจะทำอย่างไรบ้างครับ warunthorn_b@hotmail.com (IP:124.157.232.183) ![]() ถูกต้องที่คุณวีได้ยินมาครับ ราคาขายปลีกหน้าปั้มที่ ปตท.จำหน่าย ไบโอดีเซล B5 (ไบโอดีเซล 5% ผสมกับดีเซล 95%)ต่างจากดีเซลแค่ 50 สตางค์ แต่ขณะที่ ปตท.รับซื้อน้ำมันไบโอดีเซลจากผู้ผลิตตามสูตรราคาที่กระทรวงพลังงานกำหนด ซึ่งแน่นอนว่าราคาสูงกว่าน้ำมันดีเซล แต่เอามาขายถูกกว่า ส่วนต่างของต้นทุนนี้ กระทรวงพลังงานได้เอาเงินภาษีของประชาชนเข้าไปชดเชยราคาทำเป็นเงินกองทุนซึ่งต้องให้พวกเราใช้หนี้เองทุนต่อไป ในแง่คุณภาพของ B5 ซึ่งผสมน้ำมันไบโอดีเซล 5% ไม่มีความเสี่ยงต่อความเสียหายใดๆกับเครื่องยนต์ครับ เพียงแต่กระทรวงพลังงานไม่ได้ให้ข้อมูลกับประชาชนเท่านั้นเองครับ คห22 เริ่มต้นถ้าคุณจะใช้ขวดใส่น้ำดื่มขนาด 5 ลิตร ที่เขาเรียกกันขวดPETใสนั้นใช้ได้ครับสามารถนำมาใช้ในขั้นตอนการแยกกลีเซอรีนและการล้างน้ำได้เป็นอย่างดีและถูกมากๆ ถ้าจะให้แนะนำ การทดลองแบบเล็กๆ ใช้ขวดPETใส(ชาเขียว)ขนาดประมาณครึ่งลิตรสองขวด ขวดแรกใช้เป็นขวดใส่น้ำมันพืชอุ่นในไมโครเวฟประมาณ 45วินาที ขวดสองใช้เป็นขวดผสมโซดาไฟกับแอลกอฮอล์ ขวดแรกหลังจากอุ่นในไมโครเวฟจะได้น้ำมันร้อนไกล้ 60C หาขวดน้ำอัดลมอีกขวดขนาด 1.25ลไว้เขย่าผสมเมทอกไซด์กับน้ำมัน แค่นี้ไบโอดีเซลระดับภูมิปัญญาไทยก็เรียบร้อย ขวดขนาด5 ลิตร ถ้าจะให้แนะนำลองกลับหัวแล้วเปิดตูดออก ติดวาวล์อ๊อกซิเจนจากร้านขายปลาตู้คุณก็จะได้ถังตกตะกอนแบบทันสมัย หาขาตั้งให้มั่นคงที่นี้ก็สามารถใช้ล้างน้ำมันได้อีก เดี๋ยวผมจะส่งแบบฟอร์มใบสมัครเข้าเครือข่ายไปให้ครับ นีโอไบโอ (IP:203.188.22.167) เรื่องเล่า ...เชื่อเถิดครับว่าไบโอดีเซลไม่ทำให้เครื่องยนต์เสีย... เมื่อวานผมนั่งสนทนากับเพื่อนสนิทเรื่องเครื่องยนต์และปั๊มดีเซลของแต่ละยี่ห้อ ยิ่งรุ่นใหม่ๆยิ่งแลดูปั๊มจะแพงกว่ารุ่นก่อนๆ ก็เลยเถียงกันไปมาเรื่องสาเหตุที่จะทำให้ปั๊มพัง จริงๆเราเคยพูดกันถึงเรื่องปั๊มมาตั้งแต่ภาคแรกและน้ำคือสาเหตุหลัก แต่หลังจากพูดคุยไปมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงเชื่อใหมครับที่ยากที่สุดเห็นจะเป็น...ความคิดครับที่ยากที่จะเปลี่ยน ถ้าจำไม่ผิดภาษาอังกฤษเขาว่า paradigm. แม้แต่ผมเองที่ใช้มานานพอควรยังไม่สามารถเข้าถึงอีกหลายคนรอบตัวและนี่เองคืออีกบทพิสูจน์ที่เราต้องทำเพื่อเผยแพร่ให้เขาเข้าใจว่าเรามีพลังงานทดแทนอยู่ในมือ....เพื่อนตัวดีก่อนจากกันยังหันมาบอกอีก...เฮ้ยสูก็ไม่กินของทอดเด้อแล้วเอ็งจะเอาน้ำมันจากไหนมาทำไบโอดีเซล....แล้วก็คิดไปถึงสบู่ดำอีกครั้งเหมือนกับหลายท่านในกรมพลังงาน นีโอไบโอ (IP:203.188.22.167) ขอความรู้ครับ เรื่องคุณภาพของน้ำมันไบโอดีเซลต่อความเสียหายของเครื่องยนต์ มลภาวะ และความเป็นพิษของไอเสียต่อมนุษย์ คุณภาพของน้ำมันไบโอดีเซลที่เพียงพอไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องยนต์ ไอเสียจากการเผาไหม้ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะแก่สิ่งแวดล้อมจนเกินมาตรฐานและไม่เกิดไอพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ในความเห็นของท่านคิดว่า 1) ในขั้นการผลิต ไบโอดีเซลที่ได้ควรตรวจวัดค่าใดบ้างเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามคุณภาพข้างต้น 2) การวัดค่าจากข้อ 1 สามารถเป็นตัวชี้วัดหรือบ่งบอกปริมาณของตัวควบคุมใดบ้างตามมาตรฐานกำหนดของกรมฯ ที่กำหนด 24 ข้อ 3) ควรมีค่ามาตรฐานเท่าใดในแต่ละค่า ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหา 4) เป็นไปได้หรือไม่ในการหาค่ามาตรฐานที่เหมาะสม ในการสัมมนาครั้งต่อไปจะนำผลการศึกษา การสำรวจ cast study ฯลฯ ของทั้งในและต่างประเทศ มาประมวลและพูดคุยกัน เพื่อจะหาการอ้างอิงที่เป็นวิชาการ เพื่อจะเป็นการนำเสนอแก่หน่วยงานราชการที่ควบคุม อย่างเป็นหลักที่สามารถอ้างอิง และผลการพิสูจน์ที่เป็นหลักฐานสามารถอ้างอิงได้อย่างมีน้ำหนัก 5) เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางแก้ปัญหาเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่ประกาศโดยกรมฯ ทาง BIOPOT จะออกแบบ และพัฒนา เครื่องผลิตไบโอดีเซลในขนาดต่าง ๆ ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ตามมาตรฐานกรมฯ ซึ่งอาจขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมในด้านวิชาการเช่น สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนฯ ของ อ. ชาคริต เป็นต้น เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลอย่างถูกต้องและปลอดภัย 6) มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการระดมทุนจาก BIOPOT เพื่อเป็นทุนในการศึกษา หรือวิจัยเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่เหมาะสมกับประเทศไทย และผลกระทบของการใช้ใบโอดีเซลต่อสิ่งแวดล้อม มลภาวะทางอากาศ และต่อมนุษย์ ซึ่งอาจจะดำเนินการเองหรือเป็นการให้ทุนแก่นักศึกษา หรือหน่วยงานที่มีความพร้อม เพื่อเป็นข้อมูลในการหารือกับทางกรมฯ ท่านใดมีความเห็นอย่างไร ขอเชิญชี้แนะครับ ผิดพลาดประการใด ขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ นุ ดอนตาหน่าย (IP:202.129.50.246) อยากทราบการคำนวณกรดที่จะต้องเติมเพื่อทำปฏิกิริยากับด่างให้เป็นกลาง...พร้อมยกตัวอย่างให้ด้วยนะ.....ขอบคุณล่วงหน้าเลย น้องใหม่ (IP:203.151.199.162) การไทเตรทหาปริมาณสบู่ในน้ำมัน biodiesel ทำได้อย่างไร แล้วค่าที่ได้จะนำมาใช้อย่างต่อไป...ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ... รักไบโอ (IP:203.151.199.162) คห26 1) ในขั้นการผลิต ไบโอดีเซลที่ได้ควรตรวจวัดค่าใดบ้างเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามคุณภาพข้างต้น *** ตามความเห็นของพวกเรา บทสรุปเราระบุไว้ที่ตอนท้ายของภาค2 มีอยู่ 3ค่าครับ 2) การวัดค่าจากข้อ 1 สามารถเป็นตัวชี้วัดหรือบ่งบอกปริมาณของตัวควบคุมใดบ้างตามมาตรฐานกำหนดของกรมฯ ที่กำหนด 24 ข้อ *** ระบุไว้ให้ทราบแล้วในคำตอบข้อหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้ระบุค่าแตกต่างของทางกรมแต่อย่างใด 3) ควรมีค่ามาตรฐานเท่าใดในแต่ละค่า ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหา *** ถ้าค่าที่วัดได้เท่ากับมาตราฐานของกรมที่กำหนดไว้ ปัญหาไม่น่าจะเกิด 4) เป็นไปได้หรือไม่ในการหาค่ามาตรฐานที่เหมาะสม ในการสัมมนาครั้งต่อไปจะนำผลการศึกษา การสำรวจ cast study ฯลฯ ของทั้งในและต่างประเทศ มาประมวลและพูดคุยกัน เพื่อจะหาการอ้างอิงที่เป็นวิชาการ เพื่อจะเป็นการนำเสนอแก่หน่วยงานราชการที่ควบคุม อย่างเป็นหลักที่สามารถอ้างอิง และผลการพิสูจน์ที่เป็นหลักฐานสามารถอ้างอิงได้อย่างมีน้ำหนัก *** เป็นไปได้ครับ จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากมีการนำข้อมูลมาเผยแพร่มากขึ้น 5) เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางแก้ปัญหาเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่ประกาศโดยกรมฯ ทาง BIOPOT จะออกแบบ และพัฒนา เครื่องผลิตไบโอดีเซลในขนาดต่าง ๆ ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ตามมาตรฐานกรมฯ ซึ่งอาจขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมในด้านวิชาการเช่น สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนฯ ของ อ. ชาคริต เป็นต้น เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลอย่างถูกต้องและปลอดภัย *** ไก่กับไข่ครับ มาตราฐานกับความเป็นจริง ข้อนี้มีหลายข้อย่อยซึ่งคุณศุภชัยได้มีการแนะนำาไปหลายครั้งแล้ว ขั้นแรกต้องมีแลปกลางให้เราได้ตรวจสอบดูผลงานการผลิตจากทั่วสารทิศก่อน แล้วถึงจะมาดูค่าที่เหมาะสมกับบ้านเรา 6) มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการระดมทุนจาก BIOPOT เพื่อเป็นทุนในการศึกษา หรือวิจัยเรื่องมาตรฐานของไบโอดีเซลที่เหมาะสมกับประเทศไทย *** มีความเป็นไปได้แต่ผมว่าแทนที่จะเอาเป็นร้อยล้าน ไปอุ้มสื่อน่าจะเอามาซัก 20ล้านมาทำแลปมากกว่า และผลกระทบของการใช้ใบโอดีเซลต่อสิ่งแวดล้อม มลภาวะทางอากาศ และต่อมนุษย์ ***ทำไมไม่เอาค่าที่ดีกว่าของไบโอดีเซลไปเทียบกับดีเซลธรรมดาเล่าครับว่ามันจะทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น มลภาวะทางอากาศลดลง มากแค่ไหนอย่าไปหลงประเด็น เราเอามาทดแทน อย่าดันไปดูแต่ของเสีย รถเมล์พ่นควันพิษออกมาเราเอาของที่ดีกว่าไปให้ใช้ลดมลพิษอย่างไม่ต้องสงสัย ฝรั่งเศษกับเยอรมันเขาเอาไปใช้แล้วทำไมกทมไม่เอาอย่างเขาบ้าง เฉพาะค่าดูแลทางการแพทย์เรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบทางลมหายใจของชาวกทมที่มีอยู่หลายแสนคนก็น่าจะเพียงพอที่จะมาใช้เป็นงบวิจัยและพัฒนาแล้วมาระดมทุนกับคนพออยู่พอกินท่าจะไปได้ไม่ถึงฝันหรอกครับ เขม่าที่ลดลงจากการใช้ไบโอดีเซลจะทำให้คนกรุงสบายปอดมากขึ้น ไม่ต้องไปเสียงบทาสีสะพาน เสาไฟทุกปี ยังไงซะ หากได้คนอย่างหลายท่านรวมถึงคุณนุมาช่วยอีกแรงน่าจะช่วยให้เมืองไทยน่าอยู่ขึ้นนะครับ คห27 การคำนวนกรดต้องไตรเตรดครับเพื่อให้ทราบปริมาณด่างในสารละลายก่อนจากนั้นให้ใช้เทียบปริมาตรเพื่อจะได้ทราบจำนวนที่ต้องใช้กับของจริง เช่น หากไตรเตรดกรดได้จำนวน มล.ที่ต้องใช้กับสารละลายด่างแล้วเราจะได้ค่า มล.กรด/ลิตร แล้วค่อยไปคูณกับปริมาตรสารละลายทั้งหมด ปล. ค่ากลางที่ผมหมายถึงขึ้นอยู่กับอินดิเคเตอร์ที่ใช้ หากต้องการPHน้อยกว่า 8.5 ให้ใช้ฟีนอลตาลีน คห28 การไทเตรทหาปริมาณสบู่ในน้ำมัน biodiesel ทำได้อย่างไร **** http://www.biodieselcommunity.org/testingforsoap/ แล้วค่าที่ได้จะนำมาใช้อย่างต่อไป ****เอาจริงดิ เล่นถามกันแบบนี้เลยเหรอ เอ้าใครก็ได้ซ่อยที.... กุ้มใจจิงจิง ใครว่าไงผมไม่รู้แต่ว่ามะกันเขาว่าตามนี้ครับ เปรียบเทียบไอเสียไบโอดีเซลv.ดีเซล "Biodiesel reduces the health risks associated with petroleum diesel. Biodiesel emissions show decreased levels of polycyclic aromatic hydrocarbons (PAH) and nitrated polycyclic aromatic hydrocarbons (nPAH), which have been identified as potential cancer causing compounds. In Health Effects testing, PAH compounds were reduced by 75 to 85 percent, with the exception of benzo(a)anthracene, which was reduced by roughly 50 percent. Targeted nPAH compounds were also reduced dramatically with biodiesel, with 2-nitrofluorene and 1- nitropyrene reduced by 90 percent, and the rest of the nPAH compounds reduced to only trace levels." จากที่บางท่านเคยพูด ว่าไบโอดีเซลมีไอเสียที่อันตราย ลองไปดูไอเสียจากดีเซลธรรมดาก่อนแล้วเราค่อยมาพูดกัน จากรายงานที่มีให้ดู ทดสอบอย่างละเอียดโดยหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา ว่าแต่ว่านะของใครว่าไบโอดีเซลไม่ดีก็เอามาโชว์หน่อยซิ... คำถามบางคำถาม คำตอบบางคำถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ กิจกรรมของเครือข่าย หรือแนวทาง อย่างกรณีคุณ นุถามนั้น เป็นไปได้เราก็อาจจะตอบให้เฉพาะ คนที่เรารู้ว่า ..ท่านใดเป็นคนถาม ..เพราะเราอยู่ที่แจ้ง ท่านเป็นใครก็ได้ ไม่รู้เจตนาเป็นอย่างไร แต่ถ้าเรารู้ว่าท่านเป็นใคร จะได้รู้ว่าคำถามของคุณควรจะตอบแบบไหนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่อย่างไร เพราะฉะนั้น ถ้าหากท่านไม่บอกว่าท่านเป็นใคร เราก็ไม่รู้จะตอบไปทำไม เพราะว่า ตอบไปก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆอยู่ดีครับ ถ้าเป็นไปได้ให้พวกเรารู้จักคุณบ้าง...จะได้เปิดอกคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ..ไม่เช่นนั้นเราคงต้องมองว่า..ท่านมีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝงอย่างแน่นอนครับ... หรือถ้าคุณนุสงสัยคำตอบคุณนีโอ โทรถามผมโดยตรงก็ได้ครับ..หาเบอร์ผมไม่ยากหรอกครับ Effects of inadequate quality Following the pressure of rising petroleum prices, the market has shown a broad acceptance of alternative fuels not governed by any standards. Although poor quality fuels have resulted in considerable damage, experimentation in this area continues. This is facilitated by the fact that damage caused directly or indirectly by deficient or inadequate fuels only becomes evident after long periods of usage. By this stage, the correlation between the damage and its source is no longer apparent to users. Table 3 displays selected standard parameters for bio-diesel to show how transgressions of limiting values affect vehicle components. Table 3: Effects of limit transgression in the case of bio-diesel Property (DIN EN 14214) Effect / Comment Kinematic viscosity at 40 °C Fuel conveyance problems (fuel pump, injection pump). Flash point A flash point of less than 100°C renders the product hazardous. CFPP (filtration limit) Machine standstill through crystallization of fuel in the pipes and the fuel filter at low temperature. Residual coke Coke deposits on the injection pump and piston rings. Problematic in the case of FAME with a high content of multiple bonds or glycerine/glycerides. Ash content Damage to exhaust-gas re-treatment systems. Water content Corrosion problems, turbidity of DK/FAME mixtures (resulting in separation of the water phase in the worst case). Total contamination Machine standstill through filter backfill, potential consequential damage to the injection pump as a result of insufficient lubrication / cooling by circulating fuel. Oxidation stability (induction period) Filter backfill, precipitation of polymers in diesel / bio-diesel mixtures throughout the fuel supply system. Acid number Corrosion problems. Glycerine and glycerides Coke deposition on the injection pump and piston rings; possible reason for increased coke residue. คัดลอกบางส่วนมาฝากของจริงอยู่ที่ลิ้งค์ข้างล่างครับ www.senternovem.nl/mmfiles/Running_vehicles_succesfully_on_biodiesel_tcm24-193611.pdf นุ ดอนตาหน่าย (IP:203.155.29.60) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |