วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
Biodesel (ไบโอดีเซล) ภาค 3
โพสต์เมื่อ: 21:54 วันที่ 1 มี.ค. 2550         ชมแล้ว: 379,008 ตอบแล้ว: 1,229
จากกระทู้นี้ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=60235

ความเห็นในกระทู้เดิมพุ่งเกิน 600 ความเห็นไปแล้ว เลยขออนุญาติเปิดกระทู้ใหม่ให้ชาวไบโอดีเซลได้สังสรรค และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันที่กระทู้ใหม่นี้ครับ

ขออนุญาติประชาสัมพันธ์นิดหน่อยนะครับ เนื่องจากตอนนี้สมาชิกของวิชาการดอทคอมสามารถเผยแพร่ประสบการณ์ผ่านบล็อกของตัวเองได้ หลายท่านที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเรื่องไบโอดีเซล อาจจะอยากรวบรวมคำถามที่ถามกันบ่อยๆไว้ในบล็อกของตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้ด้านนี้แพร่หลายยิ่งขึ้น

การเขียนบล็อก (Blog) ไม่ยากครับ เหมือนโพสต์บทความบนกระทู้และสามารถแก้ไขได้ถ้าโพสต์ผิด ทุกท่านสามารถทดลองใช้ได้ โดยล็อกอินเข้าไปยังหน้าสมาชิก จะมีเมนูเพิ่มบล็อกอยู่ทางด้านซ้ายมือครับ

ขออภัยที่ขัดจังหวะการสนทนาครับ

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1421 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 1172 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3- 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| 45| 46| 47| 48| 49| 50| 51| 52| 53| 54| 55| 56| 57| 58| 59|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 14 มี.ค. 2550 (18:05)
ไม่ต้องกังวลกับผมหรอกครับ
ผมไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก เป็นผู้สนใจผลิตไบโอดีเซลใช้เอง เริ่มผลิตก็น้อย ๆ ยังไม่มีประสพการณ์มาก อาศัยอ่านจากเวปเป็นหลัก ส่วนมากเป็นเวปต่างประเทศเพราะเวปบ้านเราข้อมูลทางวิชาการน้อยมากเกี่ยวกับไบโอฯ คงต้องขอให้ กรม Dede เพิ่มเติมไว้ให้ศึกษาบ้าง
ส่วนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเพราะว่า ยังไม่มีเวลาตอนนี้กำลังสร้างบ้านอยู่และกำลังได้ลูกสาวคนที่ 2 ครับ
เวปนี้น่าสนใจดี ผมก็ติดตามตั้งแต่ภาคแรกปลาย ๆ และเคย Post ถามนิดหน่อย

ส่วนเรื่องที่ลับที่แจ้งนี่ผมว่าทุกคนทราบดีอยู่แล้วเพราะว่าที่มี IP show และของผมก็เช็คได้ครับ

ที่ถามเพราะไม่ใช่นักวิชาการ และอยากทราบความคิดของท่านอื่น ๆ จึงตั้งเป็นคำถามเปิดครับ

บางเรื่องเราอาจคิดต่างกันแต่ concept ไม่ต่างกันคือการพยายามใช้และพัฒนาไบโอเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกสะอาดกว่าและยั่งยืนครับ
ขอบคุณครับ

นุ ตอนตาหน่าย
ร่วมมือร่วมใจ พัฒนาไบโอดีเซลไทย ให้สว่างใสวโชติช่วง
นุ (IP:203.155.29.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 14 มี.ค. 2550 (19:06)
หากใครเคยติดตามกระทู้นี้ ตั้งแต่เริ่มเปิดกระทู้ เมื่อปีที่แล้ว จนมาถึง ณ เวลานี้ จะเห็นความแตกต่าง ของผู้คนที่วนเวียน เข้ามาตอบ มาถาม หรือการตั้งคำถาม มันแตกต่างกันอะไรจะป่านนั้น ผมยากให้กลับไปให้มีคำถามเหมือนที่เริ่มเปิดกระทู้ มันมีความน่าพิศมัย มนต์ขลัง ของกระทู้ไบโอดีเซล ทุกวันนี้ ดูเหมือนมันการเมืองเข้าไปทุกขณะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันซ้ำๆ ยังงัยไม่รู้ ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร
คนเก่าแก่(งัก) (IP:124.120.29.185)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 15 มี.ค. 2550 (02:26)
เอามาแบ่งกันอ่าน

การใช้ Biodiesel ในเยอรมนี

เยอรมนีเป็นประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ เนื่องจากจำนวนประชากร เพิ่มสูงขึ้น มีการใช้พลังงานจำนวนมาก ในภาคการขนส่ง โดยเฉพาะรถยนต์์ดีเซล
ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก และรถโดยสารประจำทาง มลพิษไอเสียที่ถูกปล่อย ออกจากยานยนต์มีปริมาณสูงมาก ทั้งในรูปของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (Particulate Matter)และ
มลพิษอื่นที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการรัฐบาลเยอรมนีจึงมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในการ
ลดแก๊สเรือนกระจก และลดฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล โดยสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนประเภทพลังงานหมุนเวียนที่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าเชื้อ
เพลิงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไบโอดีเซลจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ทดแทนน้ำมันดีเซล เพราะสามารถผลิตได้จากพืช น้ำมันที่มีปริมาณมากภายในประเทศ ผ่านขบวนการทางเคมี (Transesterification) ด้วยแอลกอฮอล์ ได้เป็น Fatty Acid Methyl Ester (FAME) หรือเรียกว่าไบโอดีเซล ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายน้ำมันดีเซลและเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด
ปัจจุบันนี้เยอรมนีจึงได้มีการพัฒนาและสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลจนมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และในอนาคตจะมีการเพิ่มพื้นที่ี่เพาะปลูกพืชน้ำมันเพื่อผลิตไบโอดีเซลให้มากขึ้น
การพัฒนาไบโอดีเซลในเยอรมนี

ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่มีพื้นที่การเกษตรกรรมในการผลิตพืชน้ำมันจำนวนมาก มีการพัฒนาน้ำมันพืชบริสุทธิ์มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซลมานานแล้ว
โดยเริ่มใช้กับเครื่องยนต์ทางการเกษตร ในปี ค.ศ. 1990 มีการร่วมมือกันระหว่างสมาคมชาวนา บริษัทผู้พัฒนาและจำหน่ายเมล็ดพันธ์พืชหลายแห่งก่อตั้งสมาคม UFOP (Union for Promotion of Oilseed and Protien plants) สนับสนุนการผลิตพืชน้ำมันจนผลิตได้ปริมาณสูงมาก และทำให้มีพืชน้ำมันเหลือจากการใช้เป็นอาหาร
จำนวนมาก เยอรมนีจึงเริ่มมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลจาก rapeseed oil ขึ้นเป็นโรงงานแรก ในปี ค.ศ. 1991 และในปีนี้เองเยอรมนีมีการจำหน่ายไบโอดีเซลได้ถึง 200 ตัน ประกอบกับราคาน้ำมันดิบถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเยอรมันจึงเร่งส่งเสริมการปลูก rapeseed และสนับสนุนให้มีการผลิต rapeseed oil สำหรับผลิตไบโอดีเซล
เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อเสถียรภาพในด้านพลังงานของประเทศ โดยมีนโยบาย Common Agricultural Policy ในปี ค.ศ.1992 เพื่อเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตต่อไร
่ของพืชน้ำมัน ต่อมาปี ค.ศ. 1994 เยอรมนีมีสถานีบริการจำหน่ายไบโอดีเซลถึง 251 แห่ง สามารถจำหน่ายไบโอดีเซลได้ถึง 25,000 ตัน เยอรมนีมีการสนับสนุนให้มีการผลิต rapeseed oil เรื่อยมา จนทำให้สามารถผลิต rapeseed oil ได้ถึง 5 เท่า จาก 110,000 ตัน ในปี ค.ศ. 1995 เป็น 533,000 ตัน ในปี ค.ศ. 2001 ปัจจุบันนี้สามารถผลิต rapeseed oil ได้ประมาณ 1,000,000 ตัน อุตสาหกรรมการผลิตไบโอดีเซลในประเทศเยอรมันมีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก ปัจจุบันเยอรมนีมีโรงงานผลิต
ไบโอดีเซลทั้งหมด 19 โรง และมีกำลังการผลิตไบโอดีเซลประมาณปีละ 1,100,000 ตัน มีสถานีบริการจำหน่ายไบโอดีเซลมากกว่า 1,500 แห่ง และมีรถยนต์ใช้ไบโอดีเซลเป็น เชื้อเพลิงมากกว่า 2,500,000 คัน
การใช้ไบโอดีเซลในเยอรมนี

ไบโอดีเซลที่ผลิตในเยอรมนี ส่วนใหญ่ผลิตจาก rapeseed oil ซึ่งจะมีการนำไปใช้เป็น เชื้อเพลิงโดยนำไปใช้เผาไหม้ ให้ความร้อนโดยตรงและใช้แทนน้ำมันดีเซล
กับรถยนต์ดีเซลทั้งในภาคคมนาคมและขนส่ง ซึ่งการใช้ผสมในน้ำมันดีเซล ในอัตราส่วนไม่เกิน 5% จะต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานน้ำมันดีเซล และใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์
์ทั่วไปโดยไม่ต้อง มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ แต่ถ้าใช้ไบโอดีเซล 100 % จะต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานไบโอดีเซล และใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ ที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับ
ไบโอดีเซลแล้วเท่านั้น

เนื่องจากเยอรมนีได้พัฒนาและทดสอบวิจัยการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil (Rapeseed Methyl Ester, RME) เป็นเชื้อเพลิงมานานหลายปีแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ในเยอรมนีจึงยอมรับการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil ดังนั้นในสถานีบริการทั่วไปจึงเป็นไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil นอกจากนี้ยังผลิตไบโอดีเซลจาก Soybean oil และน้ำมันพืชใช้แล้ว แต่ในปริมาณไม่มากนัก เพราะใช้เฉพาะในกิจการของบริษัทขนส่งเท่านั้น

คุณสมบัติของไบโอดีเซล

เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของไบโอดีเซลกับน้ำมันดีเซลแล้ว โมเลกุลของไบโอดีเซลจะมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 11% จึงช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทำให้ลดมลพิษต่างๆ ลงได้ เช่น ลด Carbonmonoxide 15% Hydrocarbons 40% Particles 60% แต่ NOx เพิ่มเล็กน้อย นอกจากนี้ ไบโอดีเซลยังมีค่า Cetane Index สูง ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่ายและเดินเรียบ มีปริมาณกำมะถันน้อยมาก ไม่มีสารอะโรมาติก และในระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ ไบโอดีเซลสลายในดินได้ 99% ส่วนน้ำมันดีเซลได้ 70% แต่อย่างไรก็ตามไบโอดีเซลมีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์ เช่น อุดตันไส้กรอง ละลายพลาสติกและ Rubber material เป็นต้น แต่ผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นกับเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้ผลิตรถยนต์ในเยอรมนีหลายแห่งได้ปรับปรุงรถยนต์ใหม่ให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานกับ ไบโอดีเซลได้แล้ว

การควบคุมคุณภาพไบโอดีเซล

ปี ค.ศ. 1994 เยอรมนีร่างมาตรฐานไบโอดีเซลเป็นครั้งแรก (DIN V 51606) สำหรับพืช น้ำมัน เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ยอมการันตีการใช้ไบโอดีเซล และในปี ค.ศ.1997 เยอรมนีได้ปรับปรุงร่าง มาตรฐานไบโอดีเซลใหม่เป็น DIN E 51606 สำหรับ Fatty Acid Methyl Ester (FAME) เพื่อให้ ผู้ผลิตรถยนต์ยอมรับและผู้ใช้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ต่อมามีผู้ร้องเรียนว่าใช้ไบโอดีเซลแล้วมีปัญหากับเครื่องยนต์ เนื่องจากสถานีบริการบางแห่งจำหน่ายไบโอดีเซลคุณภาพต่ำ ทำให้ผู้ใช้ไบโอดีเซลขาดความเชื่อถือ ในปี ค.ศ. 1999 ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายไบโอดีเซลจึงได้ก่อตั้งกลุ่มปฏิบัติการควบคุมคุณภาพไบโอ-ดีเซล (Working group on quality management biodiesel) "Arbeitsgemeinachaft Qualitats- Management Biodiesel e.V." (AGQM) เพื่อตรวจติดตามผู้ผลิตและผู้จำหน่ายไบโอดีเซลให้มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ โดยมี special seal ปิดตามสถานีบริการ เพื่อแสดงให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจในคุณภาพไบโอดีเซล และสำหรับการค้าในกลุ่มประชาคมยุโรปมีมาตรฐานไบโอดีเซล (DIN EN 14214) ขึ้นในปีค.ศ. 2002

การพัฒนาเครื่องยนต์เพื่อใช้ไบโอดีเซล

ในปี ค.ศ. 1987-1990 เริ่มมีการศึกษาวิจัยและทดสอบการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจาก rapeseed oil กับเครื่องยนต์ ในห้องปฏิบัติการ (bench tests)
ปี ค.ศ. 1994 ผู้ผลิตรถยนต์ VOLKSWAGEN ทดสอบไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์ดีเซลแล้วพบว่าใช้ได้ จนกระทั่งปี ค.ศ.1995 ผู้ผลิตรถยนต์จึงได้สนันสนุนการใช้ไบโอดีเซล
และการันตีรถยนต์ดีเซลยี่ห้อ AUDI, SEAT, SKODA และ VOLKSWAGEN ที่ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 เป็นต้นไปว่าสามารถใช้กับไบโอดีเซล หลังจากผู้ผลิตรถยนต์
ประกาศการันตีการใช้ไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์แล้ว ได้มีผู้ผลิตรถยนต์หลายบริษัทประกาศรถยนต์ที่ใช้กับไบโอดีเซลได้ เช่น Audi, Volkswaken, SEAT, Scoda model TDI ทุกรุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996, BMW model 525 TDI ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 และรถยนต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001, Daimler-Chrysler (Mercedes-Benz) series C และ E 220, C 200 และ 250 CDI, VOLVO รุ่น S80-D, S70-TDI และ V/70-TDI , รถโดยสารและรถบรรทุก M.A.N., รถ tractor อีกหลายยี่ห้อ เป็นต้น

นโยบายรัฐที่ให้การสนับสนุน

อย่างไรก็ตามไบโอดีเซลที่ผลิตได้ในปัจจุบันก็ยังมีราคาแพงกว่าน้ำมันดีเซล รัฐบาล เยอรมนีจึงได้ออกกฎหมาย mineral oil tax break ให้การสนับสนุนการ
ใช้ไบโอดีเซล โดยยกเว้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตจากพืชน้ำมัน โดยคิดตามอัตราส่วนของไบโอดีเซล ที่ผสมลงในน้ำมันดีเซล เช่น การใช้ ไบโอดีเซล 5% (B5)
ก็จะได้ลดภาษีเพียง 5% หรือถ้าใช้ไบโอดีเซล 100% (B 100) เป็นเชื้อเพลิงก็จะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด ทำให้ราคาไบโอดีเซลสามารถแข่งขันกับราคาน้ำมันดีเซลได้ เช่น ในปี ค.ศ. 2002 ราคาจำหน่ายไบโอดีเซล (B 100) ประมาณ 69.9-79 Eurocents/liter ส่วนราคาน้ำมันดีเซล 76.98-85 Eurocents/liter ราคาไบโอดีเซลจึงถูกกว่า
ราคาน้ำมันดีเซล 3-10 Eurocents/liter

การพัฒนาในอนาคต

เนื่องจากทั่วโลกประสบปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ส่งผลให้มีการปล่อย
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นไปสะสมในบรรยากาศ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันเนื่องมาจากภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) จึงได้มีการตกลง
ตามพันธกรณีของพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เพื่อลดภาวะดังกล่าว ปี 2001 กลุ่มประชาคมยุโรป (EU) จึงออกมาตรการ European Commission เพื่อรองรับตาม พิธีสารเกียวโตสนับสนุนการใช้ biofuels เช่น biodiesel bioethanol หรือ biooils เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลผลิต biofuels เพิ่มขึ้น 2% ทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม ในปี 2005 และเพิ่มขึ้น 0.75 % ทุกปี จนได้ 5.75% ในปี 2010 ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ในปี 2005 เยอรมนีต้องใช้พื้นที่เพาะปลูก rapeseed oil ถึง 936,000 เฮกตาร์ เพื่อผลิตไบโอดีเซลให้ได้ 1,200,000 ตัน และในปี 2010 ต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกให้ได้ถึง 2,570,000 เฮกตาร์ เพื่อให้ผลิตไบโอดีเซล
ให้ได้ 3,400,000 ตันตามเป้าหมาย แต่เยอรมนีมี กฎหมาย Blair House Agreement (BHA) จำกัดพื้นที่การเพาะปลูก rapeseed oil สำหรับผลิตเป็นอาหาร และพื้นที่เพาะปลูก rapeseed oil สำหรับผลิตไบโอดีเซล ทำให้เยอรมนีอาจไม่สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูก rapeseed oil เพื่อผลิตไบโอดีเซลได้ตามเป้าหมาย ถ้าหากไม่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ตามเป้าหมายแล้ว เยอรมนีอาจจะต้องนำเข้า rapeseed oil, soybean oil หรือพืชน้ำมันอื่นจากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิตไบโอดีเซล ขณะนี้เยอรมนีกำลังดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซลเพิ่มอีก 5 แห่ง และมีโครงการจะขยายสถานีบริการเพิ่มอีกกว่า 1,000 แห่งในอนาคต เอกสารอ้างอิง :
1. Foreign Agricultural Service, GAIN Report " Germany Oilseeds and Products Biodiesel in Germany - an overview 2002 " October 2002.
2. International Energy Agency " Biodiesel A Success Story - The Development of Biodiesel in Germany " February 2002.



สำนักคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง
กรมธุรกิจพลังงาน
มีนาคม 2547
นุ (IP:203.146.169.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 15 มี.ค. 2550 (06:01)
Linkและข้อมูลของคุณนุมีประโยชน์มาก ทำให้เราเห็นได้ชัดว่า ถ้ารัฐบาลมีเจตนาและความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ก็จะมีผลอย่างยิ่งในการพัฒนาเพื่อการปรับตัวเข้าสู่งการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง ซึ่งถือได้ว่า ประเทศเยอรมันนี้ เป็นตัวอย่างที่กระทรวงพลังงาน ควรจะเอามาศึกษาและหาทางในการดำเนินโนบายแบบใดจึงจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม จึงจะเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ ไม่ใช่เอาบทความนี้มาปะข้างฝาแล้วนึกไม่ออกมาว่า..จะเริ่มต้นตรงไหน เพราะนึกไปทางไหนก็ตันไปหมด ...

จะไม่ตันได้อย่างไรล่ะครับ ในเมื่อนโยบายพลังงานของชาตินั้น ผูกติดอยู่กับ ปตท.และกลุ่มผลประโยชน์ทางด้านพลังงานอื่นๆไปเสียหมด และที่สำคัญ กระทรวงพลังงานไม่มีสถาบันวิจัยพลังงาน ไม่มีสถาบันทดสอบคุณภาพเชื้อเพลิงด้วยตัวเอง และจะเอาอิสระไหนมากำหนดทิศทางพลังานด้วยตัวเองได้ล่ะครับ

อย่างกรณีนโยบายส่งเสริมการผลิตไบโอดีเซล กระทรวงพลังงานมีทางออกให้เกิดได้แค่ 2 กรณีเท่านั้น พร้อมกับออกบทลงโทษไว้ว่า ถ้าฝ่าฝืนจำคุก 1 หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (จากบทลงโทษนี้ เห็นได้ชัดว่า กระทรวงพลังงานมองผู้ผลิตผู้ผลิตไบโอดีเซลเป็นอาชญากรไปแล้ว..นี่คือการส่งเสริมของกระทรวงพลังงานอย่างงั้นหรือ..) มาดูว่า 2 ข้อนี้มีอะไรบ้าง

1.ผลิตตามมาตรฐาน 24 ข้อ เพื่อขายส่งให้ ปตท.และบางจาก (ต้องส่งทดสอบ Lab ปตท.ค่าใช้จ่าย 4-50,000 บาท) ขายตามราคากลางที่กระทรวพลังงานประกาศไว้ เพื่อนำไบโอดีเซลมาผสมเป็น B5 จำหน่ายในปั้มน้ำมันของ ปตท.และบางจาก ซึ่งแน่นอนว่า ปตท.และบางจากอาจจะรับซื้อหรือไม่รับซื้อก็ได้
2.ผลิตตามมาตรฐาน 14 ข้อ หรือที่เรียกว่า ไบโอดีเซลชุมชน เพื่อขายให้กับเครื่องยนต์การเกษตรสูบเดียวแกนนอนเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้กับเครื่องยนต์อื่นๆ

นี่คือทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมบอกว่า กระทรวงพลังงานส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศ..ส่งเสริมตรงไหน..ในทางตรงข้ามผมกับมองว่า เป็นการกดไม่ใช้ไบโอดีเซลเกิดต่างหากล่ะ เพราะที่แน่ๆ โรงงานไบโอดีเซลขนาดกลางและขนาดย่อมไม่มีปัญหาส่งขายให้ ปตท. นี่ก็เท่ากับว่า เป็นนโยบายที่เลือกปฏิบัติส่งเสริมผลประโยชน์ที่กับผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่เท่านั้น ...

ในแง่ไบโอดีเซลชุมชนนั้นก็เท่ากับเป็นการบีบให้ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงชั้น 2 มี คนส่วนใหญ่ก็เข้าว่า ไบโอดีเซลใช้ได้แค่เครื่องยนต์การเกษตรเท่านั้น มีชุมชนไหนที่ขออนุญาตผลิตกับกระทรวงพลังงานกี่รายครับ ตัวเลขนี้ตรวจสอบล่าสุดมีไม่ถึง 50 รายทั่วประเทศ...แสดงให้เห็นว่านโยบายการส่งเสริมพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงานในส่วนของไบโอดีเซลนี้ลุ้มเหลวโดยสิ้นเชิง..นี่คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างพลังงานทดแทนที่เป็นพลังงานของชาติอย่างงั้นหรือ?? ถึงแม้กระทรวงพลังงานจะพยายามเพิ่มตัวเลขแจกเครื่องผลิตไบโอดีเซลให้กับชุมชุน ปี 400 เครื่องปีนี้และปีหน้า ตัวเลขนี้อาจจะเพิ่มขึ้น แต่นั่นเป็นการเพิ่มทางตัวเลขหรือเพิ่มทางปฏิบัติ กระทรวงพลังงานก็ย่อมจะรู้ประจักษ์อยู่แล้วครับ ..ถ้าหากยังสงสัยว่านโยบายส่งเสริมไบโอดีเซลชุนชนได้ผลอย่างที่ว่านี้หรือเปล่า กระทรวงพลังงานก็เปิดเผยข้อมูลมาเลยครับ ว่าแจกเครื่องผลิตไบโอดีเซลให้กับชุมชนไปแล้วกี่เครื่องที่ไหนบ้าง ผมจะรบกวนสมาชิกเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลแห่งประเทศไทนของพวกเราที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไปสำรวจติดตามความคืบหน้าการใช้เครื่องไบโอดีเซลที่กระทรวงพลังงานแจกให้ชุมชุนไปแล้ว ว่าเขาใช้ประโยชน์ตามเป้าหมายหรือเปล่า ..โดยพวกเราจะเอาข้อมูลนี้มาโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของกระทรวงพลังงานให้ โดยไม่มีค่าใช่จ่าย..โดยไม่ต้องขอบคุณพวกเราหลอกครับ เพราะพวกเราถือว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม

ผมต้องขออภัยท่านที่ติดตามพวกเรา ผมต้องขออภัยคุณคนเก่าแก่(งัก) ที่ต้องพูดแล้วพูดอีก ผมเองก็เบื่อ มันรู้สึกซ้ำซากอย่างที่หลายๆท่านรู้สึก แต่ผมก็ต้องพูด..ต้องบอกว่า นี่คือปัญหาและอุปสรรคของการพลังงานทดแทนของชาติ นี่เป็นปัญหาในระดับนโยบายที่กระทรวงพลังงานจะต้องรีบเร่งเข้ามาแก้ไข ไม่ใช้ปัญหาผู้ผลิตไบโอดีเซลอย่างพวกเราจะแก้ไขได้

ปัญหาข้อที่ 1 ..พวกเราอยากจะเห็นกระทรวงพลังงานเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายพลังงานของชาติ เพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อ...ปตท. หรือกลุ่มผู้ประโยชน์ใดๆ ก็ตาม
ปัญหาข้อที่ 2 ..พวกเราอยากจะทางออกของการพัฒนาและส่งเสริมการผลิต และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่มีข้อชัดเจนที่ปฏิบัติได้ทุกกลุ่มการผลิตโดยเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติได้เฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผลประโยชน์ในข้อ 1 เท่านั้น

ยังมีอีกมากมายที่พวกเราอยากจะเห็นครับ

*** รบกวนคุณนุติดต่อผมด้วยครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 15 มี.ค. 2550 (09:35)
"... มันมีความน่าพิศมัย มนต์ขลัง ของกระทู้ไบโอดีเซล ทุกวันนี้ ดูเหมือนมันการเมืองเข้าไปทุกขณะ..."
บางทีการเมืองก็ทำให้ทุกอย่างยืดยาด วกวนจนเกือบไร้สาระ แต่หลายครั้งมันนำไปสู่การวิจารณ์จนกลายเป็นกฏหมายที่ดีได้เช่นกัน หลายท่านที่เริ่มแต่แรกอาจจะเบื่อสังคม เบื่อการเดินทางที่ยืดเยื้อของกระทู้นี้และอีกหลายคนที่เริ่มก็กลับสู่สภาวะเดิมคือทำเองใช้เองไม่อยากยุ่งด้วย หลายท่านก็ไปทำอย่างอื่นที่มันดูมีอนาคตมากกว่านี้เพราะนำมันเริ่มถูกลง เป็นวัฎจักรของทุกสิ่ง ปีสองปีก่อนไบโอดีเซลเป็นของใหม่ เป็นน้องใหม่ของวงการพลังงานทดแทนของไทย ณ วันนี้มันอาจจะเป็นของเก่าของหลายคน แต่มันยังคงเป็นของใหม่สำหรับผม สำหรับ ผู้คนที่วนเวียน เข้ามาตอบ มาถามครับ จึงไม่แปลกหากท่านที่เคยติดตามจะรู้สึกหมดเสน่ของเวปนี้
บทพิสูจน์ของไบโอดีเซลยังมีให้ค้นคว้าอีกเยอะครับ ยืนยัน เพียงแต่หลายท่านเริ่มทิ้งไบโอดีเซลไปจุดหมายอื่นแล้วเพราะเพียงแต่เจออุปสรรคในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนของน้ำมันพืช การที่ราคาของน้ำมันปาล์มสูงกว่าราคาที่รับได้ พวกเราคร่ำครวญเรื่องซ้ำๆซากๆเพราะเราต่างมุ่งที่จะข้ามอุปสรรคนี้ไปให้จงได้ เราต่างรู้ว่าทางมันเปลี่ยวโดดเดี่ยวขวากหนามเยอะ บางครั้งทำไปก็มีแต่คนหัวเราะ มีคนหลายกลุ่มเขาเยาะเย้ยว่าเดี๋ยวมันก็เลิกเองไม่ต้องทำอะไรหรอก เชื่อเถอะครับว่าเมืองไทยยังไม่ไร้ซึ่งคนดี คนที่มีอุดมการณ์ พวกเขาเป็นคนที่ไม่ย่อท้อง่ายๆ เขามีความเพียร ถึงแม้จะไม่รวยล้นฟ้าล้นแผ่นดินแต่ก็จะไม่ทิ้งชาติ ไม่โลภจนสามารถโกงได้แม้แต่ขนมและนมจากปากเด็กๆ ลึกๆอดภูมิใจไม่ได้ที่ยังคงยืนหยัดอยู่บนหนทางที่เรารู้ว่ามีแสงสว่างที่ปลายทาง(บนแนวทางของพ่อ)
ซตพ
-วิธีกำจัด แยก สบู่ออกจากไบโอดีเซลก่อนล้างน้ำโดยไฟฟ้า
-วิธีลดปริมาณกรดไขมันอิสระในน้ำมันพืชใช้แล้วอย่างง่ายและถูก
-วิธีบำบัดน้ำให้ได้มาตราฐานอย่างถูก
-วิธีแยกกรีเซอรีนกับไบโอดีเซลอย่างรวดเร็วและถูก
-กรรมวิธีการกลั่นที่ถูกต้องปลอดภัยและประหยัดพลังงานแบบย่อม
ที่ต้องเน้นว่าถูถเพราะถ้ามีสตางค์ก็สามารถทำได้เลยไม่ต้องพิสูจน์แต่อย่างใด แต่ทำเองด้วยวิถีชาวบ้านภูมิปัญญาเราๆเอง ดัดแปลงจากฝรั่งบ้างไม่เสียหายหรอกครับ เงินทองไม่รั่วไหล ชาติไทยก็จะเจริญ
นีโอดีเซล (IP:203.114.124.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 15 มี.ค. 2550 (12:06)
ผมได้อ่านประกาศกระทรวง เรื่อง มาตรฐานไบโอดีเซล 24 ข้อ เพื่อจำหน่าย นะครับ

และได้ อ่านพรบควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงพบว่าผู้จำหน่ายหมายถึงรวมผู้ผลิต ด้วย
ดังนั้น ถึงแม้ผลิตเพื่อใช้เองไม่ได้ขายให้ใครก็ต้องผ่านมาตรฐาน 24 ข้อ ด้วยไม่งั้นผิดกฏหมาย

สรุป ผู้ที่ผลิตไบโอดีเซลเพื่อใช้เองก็มีโทษตามกฏหมาย

จริงหรือเปล่าครับ
wee (IP:203.155.179.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 15 มี.ค. 2550 (17:14)
4603
ถ้าอ่านตามตัวบทกฎหมายอาจจะตีความอย่างที่คุณวีว่าไว้ก็เป็นได้ครับ แต่เราขอไม่สนใจ เพราะเราถือว่าเป็นสิทธิของเราที่จะเอาก้อนหินก้อนดินหรืออะไรก็แล้วแต่ยัดใส่ ถังน้ำมันของรถเราต่อให้มันพังก็เป็นเรื่องของเรา ถ้าหากยังไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน ก็ยังน่าจะเป็นสิทธิของพวกเราที่จะพึ่งกระทำได้ภายใต้สุจริตชนพึ่งกระทำ

เคยมีเรื่องแบบนี้มามากแล้วครับที่คนมีอำนาจก็อาศัยร่างกฎหมายให้เกิดความชอบธรรมใส่ตัวเองและพวกพ้องได้ โดยไม่คำนึงถึงว่าบ้านเมืองจะเดือนร้อนอย่างไร ประชาชนชาวไทยจะต้องตามไปใช้หนีความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นมาอดีตนั้นอย่างไรบ้าง

อย่างกรณีไบโอดีเซล คุณภาพในการตรวจสอบตามมาตรฐานรับรองทั้ง 24 ข้อตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานนั้น ได้เชื่อถือตามการทดสอบของสถาบันวิจัย ปตท.เป็นหน่วยงานหลักอ้างอิงเชื่อกันว่าถูกต้อง แต่ปัญหาก็คือ...

1.ค่าทดสอบทั้ง 24 ข้อ ปตท.เรียกเก็บ 4-50,000 บาท ค่าใช้จ่ายแบบนี้ เป็นการจูงใจให้ผู้ผลิตรายย่อยและขนาดกลางส่งตรวจสอบอย่างงั้นหรือครับ...อย่างผมทำ 200 ลิตร ถ้าส่งตรวจสอบเอามาตรฐานมาโชว์ ผมต้องทำน้ำมันอีกสักแค่ชาติจึงจะคุ้ม..หรือถ้าผมส่งตรงตรวจสอบไม่ได้ผมควรจะเลิกทำอย่างงั้นหรือครับ...คนที่มีความคิดแบบนี้..น่าจะตายตามออกญาจักรีที่เป็นใส้ศึกทำให้กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 ไปนานแล้วครับ

2.ผมตั้งข้อสงสัย สถาบันวิจัยพลังงานของ ปตท. ที่รับทดสอบและคิดค่าใช้จ่ายข้างต้นนั้น อากจะให้ ปตท.ตอบให้หายสงสัยว่า
2.1.ปตท.ทดสอบตัวอย่างน้ำมันภายใต้การอ้างอิง ISO หรือมาตรฐานใดรับรองผลของการทดสอบ
2.2.ปตท.สามารถทดสอบการวิธีกรมธุรกิจพลังงานได้ประกาศวิธีทดสอบของแต่ละข้อนั้นได้ทุกอย่างงั้นจริงหรือ?

3.ในเมื่อค่าใช้จ่ายในทดสอบแพงและไม่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลในทุกระดับการลงทุนแล้ว ทำไมกระทรวงพลังงานจึงละเว้นที่จะส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงๆจังๆ

เห็นไหมล่ะครับ ในเมื่อคุณวีถามมาผมก็ขอตอบแบบอย่างที่เลยเขียนเคยบอก เพื่อสะท้อนปัญหาเหล่านี้ โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะนำเข้าไปสู่การแก้ไขในระดับต่างๆต่อไปครับ

*** ตัวอย่างไบโอดีเซลจากน้ำมันใช้แล้ว สีสรรแบบนี้หลายคนลงจะอยากได้ ผมยังไม่ล้างครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 15 มี.ค. 2550 (19:07)
อ่านบทความของคุณนุเกี่ยวกับการพัฒนาและสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลของประเทศเยอรมันแล้ว สงสัยจังเลยว่า ฝรั่งมังค่าอย่างเยอรมัน เขาโง่หรือเขาฉลาด ที่สนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลอย่างจริงๆจังๆ ยอมแม้กระทั่งชดเชย ภาษีให้ตามสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล อย่างใช้ B5 ก็ลดภาษีทันที 5% ใช้ B100 ก็ไม่มีภาษีเรียกเก็บ ดูท่าวิธีนี้ประเทศไทยจะฉลาดหรือโง่ก็ไม่รู้ บอกว่า ไบโอดีเซลใช้ได้แค่เครื่องยนต์สูบเดียวแกนนอนเท่านั้น ถ้าจะใช้ก็ให้ใช้แค่ B5 แต่จะไปผสมขายเองผิดกฎหมายต้องผ่านหัวจ่ายของ ปตท.และบางจากเท่านั้น ..(นี่หรือคืออิสระของพลังงานทางเลือก นี่หรือคือความจริงใจในการสนับสุนพลังงานทดแทนอย่างเป็นรูปธรรม) แต่ถ้าจะใช้ B10 หรือ B20 หรือ BXXX ไม่แนะนำให้ใช้เพราะบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ไม่รับรอง ..ถามหน่อยเถอะครับ

1.แก๊สโซฮอล 91 และแก๊สโซฮอล 95 "ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รับรองแล้วไช่หรือไม่?"
2.NVG ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน "ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รับรองแล้วไช่หรือไม่?"
2.NVG ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ทั้งแบบใช้ร่วมกับน้ำมันดีเซล และแบบใช้ NGV 100% "ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รับรองแล้วไช่หรือไม่?"

รบกวนตอบพร้อมแสดงหลักฐานให้ผมหายส่งสัยหน่อยเถอะครับ...ไม่เช่นนั้นผมจะถือว่า นโยบายของกระทรวงพลังงานนี้ต้องมีนัยยะแอบแผงอย่างแน่นอนครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 15 มี.ค. 2550 (19:38)
"สรุป ผู้ที่ผลิตไบโอดีเซลเพื่อใช้เองก็มีโทษตามกฏหมายจริงหรือเปล่าครับ"
ไม่จริงครับ เพราะไบโอดีเซลยังไม่ใช่น้ำมันเชื้อเพลิงและเมื่อมีคนคิดแบบโง่ๆเอาไประบุว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงความสับสนมันก็เกิด (แบบว่าน้ำมันพืชใช้แล้วคือวัตถุไวไฟห้ามมีไว้ในครอบครองเกิน.....) ถ้าโดนจับพวกเราส่วนมากก็จะโดนข้อหามีน้ำมันเชื้อเพลิงไว้มากเกินจุดที่เขากำหนด เขาไม่มาจับเพราะผลิตดอกครับ ถ้าจับและฟ้องศาลได้ก็คงต้องไปจับตามมหาวิทยาลัยก่อนซึ่งเขาก็ไม่กล้าทำกลัวประชาชีจะสาปแช่ง ในส่วนที่มีมากเกินที่เขาระบุยังเป็นสิ่งที่เราต้องผลักดันให้ถูกและยังคงช่วยกันค้นหาคำอยู่ ซึ่งหลายประเทศเขาก็ระบุชัดเจนว่าการมีไบโอดีเซลในครอบครองไม่มีปัญหาหากการจัดเก็บมีการบ่งชี้อย่างถูกต้องเป็นระเบียบแบ่งแยกสถานที่ชัดเจน การตุนน้ำมันพืชใช้แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหากจะจับว่ามีมากเกิน ก็ต้องไปจับยี่ปั๊ว โลตัส แมคโครด้วยเพราะเขาก็เก็บเยอะเหมือนกันโอยจะพูดไป แนะนำครับให้มีเส้นสายไว้ ทำอะไรเจ้าหน้าที่เขาจะได้เกรงใจ ทำถูกต้องขี่มอเตอร์ไซด์น้ำมันเต็มถังยังโดนเลยครับ...นี่แหละประเทศไทย

คำตอบมันเป็นสิ่งกำกวมเหมือนรัฐตอนนี้ ถ้าคุณผลิตใครจะมาจับครับ ใครจะตรวจสอบคุณทั้ง24ข้อ ใครจะจ่าย?
นีโอดีเซล (IP:203.188.22.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 15 มี.ค. 2550 (19:49)
ทำใช้ไปเถิดไม่ต้องห่วงติดคุกติดตะรางถ้าติดเดี๋ยวจะให้สมาคม เลี้ยงข้าวผัดกับโอเลี้ยงเองหากต้องโทษกันจริงๆ แถมทีไอทีวีมาทำข่าวถึงซังเตให้ด้วยว่าไอ้ใครหน้าไหนมันบอกว่าเมทิลเอสเตอร์คือน้ำมันเชื้อเพลิง (เดี๋ยวให้พี่ชาติส่งกฤษฎีกาตีความก่อนครับ...)
นีโอดีเซล (IP:203.188.22.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 15 มี.ค. 2550 (20:14)
(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม ๑๒๒ ตอนพิเศษ ๓๐ ง ลงวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘)
ประกาศกระทรวงพลังงาน
เรื่อง ให้เอทานอล และไบโอดีเซล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓
พ.ศ. ๒๕๔๘
-----------------------------------
เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน และให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ให้เอทานอล และไบโอดีเซล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ พ.ศ. ๒๕๔๘ ”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“ เอทานอล ” หมายความว่า แอลกอฮอล์ หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เอทิลแอลกอฮอล์ มีสูตรทางเคมี CH3CH2OH ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ โดยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรง หรือใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้
“ ไบโอดีเซล ” หมายความว่า แอลคิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน ( fatty acid alkyl ester ) มีสูตรทางเคมี R1COOR2 ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ โดยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรง หรือใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้
R1 หมายถึง กลุ่มแอลคิลจากกรดไขมัน
R2 หมายถึง กลุ่มแอลคิลจากแอลกอฮอล์
ข้อ ๔ ให้เอทานอล และไบโอดีเซล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓
ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘
รับรองสำเนาถูกต้อง
ลงชื่อ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
( นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช )
นุ (IP:202.129.50.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 15 มี.ค. 2550 (20:22)
ทำไมผมต้องใช้เวทีวิชาการ.คอม มาตำหนิปตท.ว่า ปตท.ตรวจคุณภาพไบโอดีเซลไม่น่าเชื่อถือ ทำไม่ผมไม่ไปสร้าง Webboard ไว้ด่า ปตท.เองนำหรือว่าผมทำไบโอแล้วไม่ผ่านมาตรฐานเองแล้วอารมณ์เสียเองนะ และที่กระทรวงพลังงานใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนราครไบโอดีเซลที่ขายในสถานีบริการน้ำมันให้ต่ำลง ผมก็ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ากระทรวงพลังงานเขาทำผิดหลักเศรษฐศาสตร์มหาภาพอย่างไร แต่ก็ไม่รู้ตัวเองว่าด่าเขาได้อย่างไร
ศุภชัย2 (IP:222.123.5.24)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 15 มี.ค. 2550 (20:25)
การที่ มหาวิทยาลัยไม่โดนจับคิดว่าเพราะ
มีข้อยกเว้นตาม ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พศ 2548
ข้อ 5 (3) ไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันสำหรับการนำไปใช้ตามโครงการหรือ
นโยบายของรัฐบาล หรืองานวิจัย

ครับ

นุ
ร่วมมือร่วมใจ พัฒนาไบโอดีเซลไทย ให้สว่างใสวโชติช่วง
นุ (IP:202.129.50.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 16 มี.ค. 2550 (05:15)
4615
มีคำถามหนึ่งทำให้ผมสงสัยมากว่า "มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์นั้นให้การรับรอง?" มีโอกาสผมจึงได้เรียนถามประเด็นนี้กับท่าน รศ.ดร.กุลเชษย์ เพียรทอง ผอ.ศูนย์บริการวิชาการและพลังงาน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผมจึงขอถอดข้อความที่เรียนปรึกษาท่านวันนั้นมาเผยแพร่กันในแบบบทสัมภาษณ์..

ศุภชัย : กรณีใช้ B100 กับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ในแง่วิศวกรรมยานยนต์แล้ว มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้อง ปรับแต่เครื่องยนต์ดีเซลเพื่อใช้ไบโอดีเซลโดยเฉพาะ ?

ดร.กุลเชษย์ : จากการวิจัยการใช้ B100 ที่ได้ทำมาหลายครั้ง ตามคุณภาพไบโอดีเซลที่ทำอยู่ปกติ อาจจะไม่ได้มาตรฐานทุกข้อใน 24 ข้อนั้น ถ้าใช้ B100 เทียบกับน้ำมันดีเซลแล้ว พบว่า กำลังของเครื่องยนต์ลดลงประมาณ 10% และอัตราการสิ้นเปลื้องน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ผลที่ออกมานี้ถ้าหากจะอธิบายทางวิชาการ จะสามารถอธิบายได้ดังนี้

1.เครื่องยนต์ดีเซลออกแบบให้ใช้กับคุณภาพมาตรฐานของน้ำมันดีเซล ถึงแม้ว่าดัชนีซีเทนของไบโอดีเซลจะสูงกว่าดีเซลก็ตามจะองศาของจุดระเบิดที่ถูกกำหนดไว้ เป็นจุดระเบิดตามมาตรฐานดัชนีซีเทนของน้ำมันดีเซล เมื่อนำมาใช้กับไบโอดีเซลซึ่งค่าดัชนีซีเทนที่แตกต่างย่อมทำให้จุดระเบิดที่ให้กำลังสูงสุดนั้นแตกต่างไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าหากต้องการการใช้ประโยชน์จากไบโอดีเซลสูงสุดก็อาจจะต้องปรับแต่งองศาของการจุดระเบิดบ้างเล็กน้อย เพื่อให้เกิดกำลังที่ได้สูงสุดนั่นเอง

2.ในแง่ความร้อนน้ำมันไบโอดีเซลมีความความร้อนน้อยกว่าดีเซล ทำให้ต้องใช้จำนวนมากกว่าจึงจะได้พลังงานเท่ากับดีเซล จึงทำให้ต้องมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่สูงกว่าเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามถึงแท้ค่าจะน้อยกว่า แต่ในแง่ทางวิศวกรรมเครื่องกลแล้วถ้าหากพิจารณาเรื่องประสิทธิภาพการใช้ความร้อนแล้วจะส่งผลให้ดีกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป

3.เกี่ยวกับเรื่องซีนต่างๆ ปัจจุบันไม่ต้องกังวลแล้วเพราะรถยนต์ดีเซลได้เปลี่ยนจากยางธรรมชาติมาเป็นยางสังเคราะห์ที่ทนต่อสิ่งแปลกปลอมอยู่แล้ว

การปรับแต่งเครื่องยนต์ อาจจะจำเป็นเรื่องอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ แต่ถ้าหากจะปรับแต่งเพื่อใช้กับไบโอดีเซลให้ได้คุณภาพสูงสุด เพื่อแก้ไขเรื่องกำลังหรือเรื่องอัตราการสิ้นเปลื้องได้ แต่ถ้าหากนำมาใช้กับน้ำมันดีเซลทั่วไปก็อาจจะพบปัญหาความเหมาะสมของน้ำมันดีเซลกับเครื่องยนต์ดีเซลได้เช่นกัน ทั้งนี้เพราะไม่มีเครื่องไหนที่จะออกแบบเพื่อใช้น้ำมันที่หลากหลายได้โดยไม่มีข้อบกพร่องนี้

ศุภชัย : ถ้าหากเราไม่ต้องการปรับแต่งเครื่องยนต์เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องข้างต้น เมื่อใช้ B100 แล้วจะพบปัญหาต่อเครื่องยนต์ในระยะสั้นหรือระยะยาวอย่างใดหรือไม่?

ดร.กุลเชษฐ์ :จากการวิจัย การใช้ B100 กับเครื่องยนต์ดีเซลมีอยู่ทั่วไป ไม่ได้ปรับแต่เครื่องยนต์ใด โดยทดสอบใช้งานจริง มี Load ให้กับเครื่องยนต์ 70-80% โดยการจดสถิติ 1000 ชั่วโมง พบว่า สามารถใช้ได้ ไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์ใดๆ แต่จะปัญหาสอดคล้องกับงานวิจัยอื่นๆที่ได้ทำมาคือ อัตราการสิ้นเปลื้องเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นประมาณ 10% กำลังของเครื่องยนต์ลดลง 10% ถ้าหากสามารถยอมรับเกี่ยวกับข้อบกพร่องเหล่านี้ก็อาจจะไม่มีจำเป็นต้องปรับแต่งเครื่องยนต์แต่อย่างใด
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 16 มี.ค. 2550 (06:15)
ผมเปลี่ยนใจมาอ้างอิงนักวิชาการด้านไบโอดีเซลแล้วครับให้อภัยผมนะครับเพราะผมเป็นนักปฏิบัติวิชาเกินครับ
ศุภชัย2 (IP:222.123.5.24)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 16 มี.ค. 2550 (21:00)
เอากันเข้าไป เอาให้หนักๆเอาให้สะใจซะงั้น มือไม่พาย ดันใช้เครื่องทุ่นแรงแทนเบรค เอาเลยอย่าได้มีความสามัคคีกันให้มันได้อย่างนี้ ดีเหมือนกัน
ศุภชัย3 (IP:202.57.165.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 17 มี.ค. 2550 (05:14)
4657
วันนี้ผมได้ปรับปรุงระบบการใช้อากาศ การ Flow ของลม สำหรับเตากลีเซอรีนอีกครั้ง เลยขอถ่ายภาพมาให้ชมกันครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 18 มี.ค. 2550 (13:00)
4732
บางคนอาจจะภูมิใจที่ เป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่และมีโอกาสเข้าถึงการทดสอบมาตรฐานได้มากกว่า ผู้ผลิตไบโอดีเซลขนาดกลางและขนาดย่อม แต่ด้วยเหตุที่ไบโอดีเซลสามารถผลิตได้หลากหลายระดับการลงทุน ซึ่งผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมอาจจะไม่สามารถทุ่มทุนเพื่อส่งตัวอย่างไปทดสอบทุกหัวข้อในราคาสูงนั้นได้ แต่พวกเราก็ได้ทดสอบภาคสนามกับรถยนต์ที่เราใช้อยู่จริง ใช้กับ B100ไม่เคยเปลี่ยนมากว่าปี ทุกวันนี้ก็ใช้อยู่ และจะใช้ต่อไป สิ่งที่พวกเราภูมิใจคือการพึ่งพาตัวเอง และได้เป็นอิสระจากพลังงานทางเลือกที่เรามีสิทธิเลือกได้ นอกจากนั้นพวกเรายังภูมิที่ได้มีส่วนในการลดภาระการนำเข้าเชื้อเพลิงของชาติ ถึงแม้จะเป็นจำนวนน้อยนิด และเป็นกลุ่มที่ไม่เคยได้รับความสนใจสนับสนุนใดจากกระทรวงพลังงาน นอกจากจะถูกกล่าวหาซ้ำเติมว่าเป็นพวกผลิตไม่ได้มาตรฐานก็ตามเท่านั้น

เจตนารมณ์ที่พวกเราจะเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ของการพึ่งพาตัวนี้เหล่านี้ ไปยังผู้สนใจ ขยายต่อยอดไปสูงชุมชน ทำให้ผมได้มีการโอกาสต้อนรับคณะผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน โรงงานผลิตไบโอดีเซลเล็กๆของผมอยู่เสมอๆ เมื่อวานก่อนก็มาจากวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ โดยรองผู้อำนวยการนำคณะมาเอง ส่วนวันนี้คุณนิวัฒร เทียมพิภพ รองผู้อำนวยการรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก สระบุรี ได้ขอนำคณะอาจารย์และนักศึกษาเทียบโอนประสบการณ์ ระดับปวส.ของวิทยาลัยจำนวนกว่า 40 คนเพื่อเข้าเยี่ยมชมการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลของผม

ซึ่งแน่นอนว่า จะเป็นตัวผมเอง หรือสมาชิกในเครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลของพวกเราทุกคนก็ย่อมภูมิใจและยินดีมากกว่า ที่พวกเราได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตัวเองตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านสืบต่อไป...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 18 มี.ค. 2550 (20:09)
ผมจะภาคภูมิใจแทนคนทั้งประเทศตามที่คุณศุภชัยพยายามอวดอ้างว่าคุณเป็นอิสระจากพลังงานทางเลือกที่คุณทำบโอดีเซลเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะคุณศุภชัยทำไบโอดีเซลได้ก็ก็ต่อต่อเมื่อเมื่อ
1.คุณศุภชัย ระบุข้อมูลให้สาธารณชนรับรู้ว่า คุณศุภชัยมีต้นทุนด้านสารเคมีในการผลิตไบโอดีเซลกี่บามต่อลิตรเมื่อคุณผลิตในปริมาณมาณมากเต็มกำลังการผลิต( ช่วยตอบว่าคุณใช้ MeOH และ KOH เฉลี่ยแล้วกี่บาทต่อลิตรของไบโอดีเซล กรุณาอย่าตอบว่าคุณศุภชัยผลิตไบโอดีเซลได้ในราคต้นทุนเท่าไรเพราะ คุณแฝงต้นทุนไบโอดีเซลใว้ในราคาน้ำมันพืชเก่าที่คุณซื้อได้ในราคาต่ำ
เช่นคุณสามารถผลิตไบโอดีเซลโดย MeOH เพียง 12.0% ของน้ำหนักน้ำมันพืชวัตถุดิบเพราะ Lurgi เขายืนยันว่าเขาผลิตไบโอดีเซล B100 มาตรฐาน EN ที่อัตราการใช้ MeOH เพียงเท่านั้น
ถ้าคุณใช้ MeOH มากกว่านี้คุณจะไม่สามารถแอบอ้างได้ว่าคุณเป็นอิสระทางด้านพลังงานเพราะคุณทราบหรือไม่ว่าประเทศต้องนำเข้า MeOH มาให้คุณใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ และคุณก็ใช้น้ำมันพืชเก่าอย่างไม่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน
คุณต้องตอบมาให้ได้เรื่องประสิทธิภาพการใช้ MeOH ของคุณก่อนที่จะทำหน้าที่แม่ปูสอนลูกปูให่เดินตรงทาง
ทั้งหมดก็คือเรื่องประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของประเทศนั้นเองไม่มีอะไรแอบแผงมากกว่านี้
งานอดิเรกของผมก็คือ ชี้นำให้ลูกปูที่พยายามทำตัวเป็นแม่ปูแต่ตัวเองยังเดินไม่ตรงทางคือใช้ สารเคมีผลิตไบโอดีเซลไม่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า ช่วยตอบสาธารณชนด้วย
นับถือผู้ที่คำนึงถึงการผลิตที่มีประสิทธิภาพที่เข้ามาใช้ Webboard นี้เพราะเป็น web board ทางวิชาการไม่ใช่ มีวัตถุประสงค์แอบแฝง อายเยาวชนเท่าเข้ามาอ่านครับ
ศุภชัย2 (IP:124.157.210.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 19 มี.ค. 2550 (06:30)
จริงๆ ผมคิดว่า จะไม่โย้ตอบใดๆ กับคุณอีก เพราะผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณศุภชัย2 คุณเป็นใคร ผมจึงไม่อยากจะสนใจ ผมก็ทำในสิ่งที่ผมทำต่อไป คือการเผยแพร่และสนับสนุนการพึ่งพาตัวเองต่อไป แต่วันนี้เหลืออดจริงๆครับ เพราะปล่อยครั้งเหลือเกินที่คุณทำตัวเบบนี้ ผมถามคุณหลายครั้งว่าคุณมีเจตนาอย่างไร เอาเป็นว่าวันนี้ผมอาจจะเข้ามา Post ครั้งสุดท้ายก็แล้วแต่ว่า..สมาชิกใน Webboard นี้จะพิจารณาแล้วกันครับ

จริงๆคุณศุภชัย2 ก็คือ คุณวรารัตน์ (wararat) นั่นแหละครับ ผมว่าทุกคนคงจะแปลกใจ ซึ่งผมเองก็แปลกใจเช่นกัน เพราะไม่คิดว่า คุณวรารัตน์ ที่เคย Post สาระและความรู้ แบบกักๆที่ผ่านมาจะมีนิสัยแบบนี้ ตั้งแต่ Post ใช้ชื่อศุภชัย2 ครั้งแรก

>>>>

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 แจ้งลบความเห็นนี้
20:22 15 มี.ค. 2550 IP:222.123.5.24

ทำไมผมต้องใช้เวทีวิชาการ.คอม มาตำหนิปตท.ว่า ปตท.ตรวจคุณภาพไบโอดีเซลไม่น่าเชื่อถือ ทำไม่ผมไม่ไปสร้าง Webboard ไว้ด่า ปตท.เองนำหรือว่าผมทำไบโอแล้วไม่ผ่านมาตรฐานเองแล้วอารมณ์เสียเองนะ และที่กระทรวงพลังงานใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนราครไบโอดีเซลที่ขายในสถานีบริการน้ำมันให้ต่ำลง ผมก็ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ากระทรวงพลังงานเขาทำผิดหลักเศรษฐศาสตร์มหาภาพอย่างไร แต่ก็ไม่รู้ตัวเองว่าด่าเขาได้อย่างไร

ศุภชัย2

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 แจ้งลบความเห็นนี้
06:15 16 มี.ค. 2550 IP:222.123.5.24

ผมเปลี่ยนใจมาอ้างอิงนักวิชาการด้านไบโอดีเซลแล้วครับให้อภัยผมนะครับเพราะผมเป็นนักปฏิบัติวิชาเกินครับ

ศุภชัย2

--------------------------------

**** ดูเลข IP :222.123.5.24 ****

ที่นี้มาดูกระทู้ การผลิตไบโอดีเซลมาตรฐานโลก ที่คุณ"Wararat เปิดประเด็นตั้ง กระทู้ของตัวเอง >>> http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=67053





ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 แจ้งลบความเห็นนี้
22:36 15 มี.ค. 2550 IP:222.123.5.24

จากบทความใน คคห.ที่32 Biodiesel ต้องได้มาตรฐาน 24 ทางโรงกลั่นดีเซลเขาถึงจะยอมรับซื้อคะ ซึ่งไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ทำให้ผ่านมาตรฐาน B100 ทั้ง 24 ข้อได้ยากคะเพราะเห็นใสๆแต่%Methyl Ester ไม่ถึง 90% ด้วยซ้ำไปคะ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ และการสูญเสียประสิทธิภาพการผลิตในส่วนไขมันที่เป็นสบู่และMeOH นำกลับมาใช้ใหม่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจึงเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมในระดับมหภาพ ด้วยทางเราคิดว่าจะตั้งโครงการรับซื้อน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ทั่วประเทศไทย ในสูตรราคาดังนี้คะ
ราคารับซื้อน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ที่ผ่านการกรอง 5 ไมครอนแล้ว = ราคาไขมันปาล์มบริสุทธิ์จากโรงกลั่นน้ำมันพืช - %FFA - % ความชื้น - ค่าขนส่งจากแหล่งรวบรวมถึง กทม.
โดยน้ำมันพืชเก่าและไขมันสัตว์ทั้งหมดไม่ได้นำไปผลิตไบโอดีเซลคะแต่นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นและไม่ได้น้ำกลับไปใช้ซ้ำในวงจารอาหารสัตว์และไม่ได้นำกลับเข้าสู่วงจรบริโภคเพราะผิดกฎหมายคะ
ท่านสมาชิกมความเห็นอย่างไร ยินดีรับฟังขอเสนอแนะคะ

wararat

>>>>>

เลข IP เดียวกัน...นั่นก็หมายความว่า มาจากเครื่องเดียวกัน และที่ Post ความเห็น 54 หลังสุดนี้ ก็เป็นสำนวนเดิมๆของคุณอีกนั่นแหละ ..ผมไม่คิดหรอกว่าคนมีความรู้อย่างคุณไม่น่าจะเป็นคนแบบนี้ครับ

สิ่งที่ผมได้ทำมาตั้งแต่ ไบโอดีเซลภาค 1 ไบโอดีเซลภาค 2 และมาถึงไบโอดีเซลภาค 3 ขอให้สมาชิกทั้งหลายที่เข้ามาติดตามกระดานนี้ ช่วยตัดสินครับว่า ..เป็นอย่างไร แนวทางนี้ก็เส้นทางของการพึ่งพาตัวเองที่ทำได้จริงหรือไม่ แนวทางนี้ควรจะส่งเสริมหรือไม่

ผช.ดร.กุลเชษฐ์ เพียรทอง ผู้อำนวยการศูนย์บริการด้านวิชาการและพลังงาน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวไว้ว่า

"เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันในออกแบบมาเพื่อใช้กับน้ำมันดีเซลโดยตรง ซึ่งพวกเราก็กำลังพยายามปรับปรุงผลิตไบโอดีเซลให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด แต่ก็ไม่เหมือนเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อใช้ไบโอดีเซลแล้วประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ก็ย่อมจะลดลง แต่ยังไงกตามในระดับของการผลิตเพื่อการพึ่งพาตัวเองนี้ ผมได้ทำการวิจัยหลายครั้งถึงผลกระทบต่อการใช้ในน้ำมันไบโอดีเซลที่ไม่ได้มาตรฐานทุกข้อใน 24 ข้อ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน หลังสุดผมก็ได้ทดสอบกับเครื่องคอมมอนเรลรุ่นใหม่ กำลังจะส่งรายการผลของการทดสอบนี้ไปเผยแพร่ในสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ ซึ่งผลออกมาใช้ไบโอดีเซลใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปได้อย่างแน่นอน ..สิ่งหนึ่งที่เราควรใจก็คือ..การพึ่งพาตัวเองครับ..."

--------------

ผมว่าสมาชิกผู้อ่านทั้งหลายที่นี่จะสามารถใช้วิจารณญานในการพิจารณา ในการเลือกที่จะเชื่อ เลือกที่จะตัดสินใจ เลือกที่รับรู้ข้อมูล ได้ด้วยตัวเองครับ

...อ้อ..เมื่อก่อนผมอาจจะเคยใช้ MeOH 15% เพื่อประหยัดเนื่องจากต้นสูงของ MeOH สูงขึ้นผมไม่เคยบอกว่าผมใช้ 12% ไปค้นดูครับ แต่ผมได้เปลี่ยนมาใช้ 20% มานานแล้วครับ...

ต่อไปผมจะไม่เข้ามาโต้ตอบใดๆ กับคุณอีกครับ..คุณวรารัตน์
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.