ภาวะโลกร้อน (ประเทศไทย)

ภาวะโลกร้อน : ผลกระทบต่อประเทศไทย





ระดับน้ำทะเลขึ้นสูง



นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นอีกถึง 90 เซนติเมตรในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพต่างๆหลายประการ



สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยประเมินไว้ว่า มีสิ่งชี้ชัดในเรื่องความเป็นไปได้ของภาวการณ์ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และอุทกภัยที่ถี่ขึ้นและรุนแรงยิ่งขึ้นในพื้นที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะในบริเวณชายฝั่งของกรุงเทพฯที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง และอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง 1 เมตร โดย ระดับการรุกของน้ำเค็มจะเข้ามาในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาถึง 40 กิโลเมตร ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อความสมดุลของน้ำจืดและน้ำเค็มในพื้นที่ นอกจากนี้ กรุงเทพฯยังมีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งและอุทกภัย ที่จะก่อความเสียหายกับระบบสาธารณูปโภค ที่อยู่อาศัยของคนจำนวนมาก รวมถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่จะตามมา



ส่วนพื้นที่ชายฝั่งจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อพื้นที่ชายฝั่งแตกต่างกันไปเป็นกรณี เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่งหลายแบบ เช่น พื้นที่ชายฝั่งที่เป็นหน้าผา อาจจะมีการยุบตัวเกิดขึ้นกับหินที่ไม่แข็งตัวพอ แต่กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ส่วนชายหาดจากเพชรบุรีถึงสงขลาซึ่งมีลักษณะชายฝั่งที่แคบจะหายไป และชายหาดจะถูกร่นเข้ามาถึงพื้นที่ราบริมทะเล



ส่วนพื้นที่ป่าชายเลนจะมีความหนาของพรรณไม้ลดลง เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะทำให้พืชตาย แอ่งน้ำเค็มลดลงและถูกแทนที่ด้วยหาดเลน ในขณะที่ปากแม่น้ำจะจมลงใต้น้ำทำให้เกิดการชะล้าง พังทลายของพื้นที่ลุ่มน้ำ โดย ทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นแหล่งน้ำชายฝั่งจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นและอาจมีน้ำเค็มรุกเข้ามามากขึ้น



ตัวอย่างอื่นๆของพื้นที่ที่จะได้รับความเสียหาย คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอีก 1 เมตร พื้นที่ร้อยละ 34 ของจังหวัดจะถูกกัดกร่อนและพังทลาย ก่อให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่การเกษตรและนากุ้งในบริเวณดังกล่าวด้วย



ผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ



อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้การระเหยของน้ำทะเล มหาสมุทร แม่น้ำ ลำธาร และทะเลสาบเพิ่มมากขึ้น ยิ่งจะทำให้ฝนตกมากขึ้น และกระจุกตัวอยู่ในบางบริเวณ ทำให้เกิดอุทกภัย ส่วนบริเวณอื่นๆก็จะเกิดปัญหาแห้งแล้ง เนื่องจากฝนตกน้อยลง กล่าวคือ พื้นที่ภาคใต้จะมีฝนตกชุก และเกิดอุทกภัยบ่อยครั้งขึ้น ในขณะที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเผชิญกับภัยแล้งมากขึ้น



รูปแบบของฝนและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้วัฏจักรของน้ำเปลี่ยนแปลง ลักษณะการไหลของระบบน้ำผิวดิน และระดับน้ำใต้ดินก็จะได้รับผลกระทบด้วย ทั้งพืชและสัตว์จึงต้องปรับปรุงตัวเองเข้าสู่ระบบนิเวศที่เปลี่ยนไป ลักษณะความหลากหลายทางชีวภาพก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย



ระบบนิเวศทางทะเล ก็เป็นอีกระบบนิเวศหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และอุณหภูมิผิวน้ำที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้พืชและสัตว์ทะเลบางชนิดสูญพันธุ์ รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกสีทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน



ผลกระทบต่อการเกษตรและแหล่งน้ำ



การศึกษาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่า ในประเทศไทยมีแนวโน้มว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ปริมาณน้ำลดลง (ประมาณ 5 - 10 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งจะมีผลต่อผลผลิตด้านการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และต้องอาศัยปริมาณน้ำฝนและแสงแดดที่แน่นอน รวมถึงความชื้นของดินและอุณหภูมิเฉลี่ยที่พอเหมาะด้วย



สำหรับประเทศไทย ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคการเกษตรจะไม่รุนแรงมาก เพราะพื้นที่ชลประทานจะได้รับการป้องกัน แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอาจจะรุนแรงในบริเวณที่ขาดน้ำอยู่แล้ว



นอกจากนี้ ผลกระทบยังอาจเกิดขึ้นกับการทำประมง เนื่องจาก แหล่งน้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี อาจแห้งขอดลงในบางฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ ซึ่งจะทำให้จำนวนและความหลากหลายของชนิดของสัตว์น้ำลดจำนวนลงอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ และความอุดมสมบูรณ์ในแหล่งน้ำแถบลุ่มแม่น้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะลดลงอย่างต่อเนื่อง หากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงดำเนินต่อไป



เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง



จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง อากาศที่ร้อนขึ้น และความชื้นที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ภัยธรรมชาติต่างๆเกิดบ่อยครั้งและรุนแรง จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองบ่อยครั้งขึ้นและไม่เป็นไปตามฤดูกาล โดยภาคใต้ของประเทศซึ่งเคยมีพายุไต้ฝุ่นพัดผ่านจะเกิดพายุมากขึ้น และความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่นก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงอัตราเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของแนวโน้มอุทกภัยแบบฉับพลันด้วยเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัย และก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบนิเวศ



ภัยธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่คาดการณ์ว่าจะรุนแรงขึ้น ได้แก่ ภาวะภัยแล้ง เช่น ในช่วงกลางปี พ.ศ 2533 ประเทศไทยต้องประสบกับความแห้งแล้งรุนแรงจากปรากฏการณ์ เอล นินโญ่ ที่เชื่อกันว่าอาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ไฟป่าอาจจะเกิดบ่อยครั้งขึ้นสืบเนื่องมาจากภาวะภัยแล้ง



ผลกระทบด้านสุขภาพ



อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นและเหตุการณ์ตามธรรมชาติที่รุนแรงและเกิดบ่อยครั้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและอนามัยของคนไทย โรคระบาดที่สัมพันธ์กับการบริโภคอาหารและน้ำดื่ม มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงมากขึ้น โดยภัยธรรมชาติ เช่น ภาวะน้ำท่วมทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็น โรคบิด ท้องร่วง และอหิวาตกโรค เป็นต้น



โรคติดต่อในเขตร้อนก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น และจะคร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ ไข้มาลาเรีย ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ เนื่องจากการขยายพันธุ์ของยุงจะมากขึ้นในสภาวะแวดล้อมที่ร้อนขึ้นและฤดูกาลที่ไม่แน่นอน



แนวโน้มของผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากภัยธรรมชาติ อาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร และความอดอยาก ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร และภูมิต้านทานร่างกายต่ำ โดยเฉพาะในเด็กและคนชรา



ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ



ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นไม่เพียงแต่ส่งกระทบที่รุนแรงต่อประเทศไทยในทางกายภาพเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติเช่นเดียวกัน กล่าวคือ การยุบตัวของพื้นที่ชายฝั่ง ภูมิอากาศแปรปรวน โรคระบาดรุนแรง และผลกระทบอื่นๆ ส่งผลให้มีประชากรบาดเจ็บล้มตาย ทิ้งที่ทำกิน และไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ประชาชนยังจะได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มที่ถูกสุขลักษณะระหว่างภาวะน้ำท่วม และความเสียหายที่เกิดกับระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งโดยมาก ผู้ที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจะเป็นประชาชนที่มีความยากจน และไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะป้องกันผลกระทบของภาวะโลกร้อนได้ ยกตัวอย่างเช่น การป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มในพื้นที่ทำกิน อาจทำได้โดยการสร้างเขื่อน และประตูน้ำป้องกันน้ำเค็ม แต่วิธีการนี้ต้องลงทุนสูง ดังนั้นเมื่อราคาของการป้องกันสูงเกินกว่าที่ชาวนาจะสามารถรับได้ การทิ้งพื้นที่ทำกินในบริเวณที่ให้ผลผลิตต่ำจึงเป็นทางออกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น



นอกจากนี้ ความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญตามแนวชายฝั่งที่ยุบตัว ภัยธรรมชาติ และความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์ธรรมชาติที่รุนแรง ล้วนส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าออกหลักของประเทศมีปริมาณลดลง พื้นที่ที่คุ้มค่าแก่การป้องกันในเชิงเศรษฐกิจ และพื้นที่ที่มีการพัฒนาสูง อาจได้รับการป้องกันล่วงหน้า เช่น นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จำต้องมีโครงสร้างป้องกันกระแสคลื่น ซึ่งจะรุนแรงขึ้นเมื่อน้ำทะเลสูงขึ้น หรือการสร้างกำแพงกั้นน้ำทะเลหรือเขื่อน เพื่อป้องกันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร และการทำนาเกลือ เป็นต้น



การป้องกันดังกล่าวนั้นจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ดังนั้น ในพื้นที่ที่ไม่คุ้มค่าที่จะป้องกันในเชิงเศรษฐกิจจะถูกละทิ้งไป ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด เช่น การช่วยเหลือชาวนา ซึ่งจำเป็นที่จะต้องย้ายไปอยู่ที่ที่สูงขึ้นเนื่องจากน้ำทะเลรุก เป็นต้น



ทางออกของปัญหาภาวะโลกร้อน



หากมองย้อนกลับไปที่ต้นเหตุของปัญหา เราจะพบว่าสาเหตุของภาวะโลกร้อนนั้นคือการที่มนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตพลังงาน และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญที่สุดออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังจะเห็นได้จากความพยายามในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในระดับนานาชาติที่ระบุใน พิธีสารเกี่ยวโต (Kyoto Protocol) พิธีสารเกี่ยวโตเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ กำหนดให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ได้ 5.2 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าระดับการปล่อยก๊าซดังกล่าวของปี .พ.ศ .2533 ภายใน พ.ศ. 2555



แม้ว่าพิธีสารเกี่ยวโตไม่ได้กำหนดให้ประเทศกำลังพัฒนา อย่างเช่นประเทศไทยจะต้องมีพันธะสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราควรจะคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากประเทศไทยเองก็มีความเสี่ยงต่อผลกระทบที่รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกดังที่กล่าวไว้



ความคิดเห็นที่ 855


13 ม.ค. 2552 16:20
  1. ภาคภาษาอังกฤษไม่มีอีกเระเซ็งเป็ดเลย




ความคิดเห็นที่ 228

12 ส.ค. 2550 15:45
  1. ทำตัวเองในทุกๆวันให้มีคุณค่า ดีกว่าหายใจใช้ออกซิเจนโดยเปล่าประโยชน์



ความคิดเห็นที่ 814

21 มิ.ย. 2551 12:11
  1. <p>โลกร้อนมากเลยค่ะ5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555++++++</p>



ความคิดเห็นที่ 809

Dekd_Khonkaen
11 มิ.ย. 2551 12:30
  1. วันนี้โลกเราร้อนมากเลยครับ เราควรช่วยกันรักษาธรรมชาติครับ




ความคิดเห็นที่ 771

หมูอ้วนสีชมพู
16 ก.พ. 2551 16:37
  1. ทุกคนเคยตั้งคำถามในใจบ้างไหมว่า ปัจจุบันนี้รัฐบาลและหน่วงงานต่างๆ ได้รณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยต์ และอีกอย่างคือ น้ำมันที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ต้องใช้เวลาในการที่จะทำให้ได้น้ำมันดิบออกมานานมากๆ แต่สังเกตไหมว่าทำไมมีการใช้รถเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณน้ำมันในโลกน้อยลง ทางที่ดีนะเราหันมาร่วมลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลกัน หรือว่าใช้ร่วมกันคือ ไปด้วยกัน แค่นี้ก็สามารถลดปัญหาโลกร้อนและราคาน้ำมันในประเทศก็จะลดลงเพราะมีการใช้น้อยก็มีการสั่งซื้อน้ำมันดิบจากต่างประเทศน้อยลงอีกด้วย แต่นี้ก็ช่วยได้มากแล้ว ทุกคนว่าไหม..............



ความคิดเห็นที่ 620

19 พ.ย. 2550 14:12
  1. พระเจ้ากำลังลดน้ำอยู๋ มันอยู่ที่บน...............แงแงแงแงแงแงแงแงแ



ความคิดเห็นที่ 572

13 พ.ย. 2550 13:11
  1. น่ากลัว



ความคิดเห็นที่ 294

19 ส.ค. 2550 14:12
  1. ทางเดียวกันไปด้วยกัน ประหยัดพลังงาน ทิ้งขยะให้เป็นที่



ความคิดเห็นที่ 750

23 ม.ค. 2551 17:11
  1. ดีจิงๆ



ความคิดเห็นที่ 848

17 ต.ค. 2551 11:02
  1. มีแฟนยังงะเมย์อะ



ความคิดเห็นที่ 671

27 พ.ย. 2550 18:21
  1. ขอให้ปวงชนชาวไทยทุกคนช่วยกันลดปัณหาภาวะโลกร้อนนะครับ



ความคิดเห็นที่ 634

21 พ.ย. 2550 12:22
  1. อยากให้ทุกคน ปลูกต้นไม้



ความคิดเห็นที่ 635

21 พ.ย. 2550 12:26
  1. [tex]หนูไม่อยากให้ทุกคนต้องร้อน[/tex]



ความคิดเห็นที่ 636

21 พ.ย. 2550 12:31
  1. [tex]อยากให้ทุกคนปลูกต้นไม้[/tex]



ความคิดเห็นที่ 637

21 พ.ย. 2550 12:49
  1. เทมพะเรีพัรีดพะสรยว



ความคิดเห็นที่ 97

18 ก.ค. 2550 12:14
  1. อย่าตัดไม้



ความคิดเห็นที่ 793

29 มี.ค. 2551 22:34
  1. พวกเราช่วยกันลดภาวะโลกร้อนกันได้หรือไม่

     

    เรามีกิจกรรมดีๆมาฝากเพียงเเค่ทุกๆเดือนเราช่วยกันประหยัดไฟเเค่นี่ก้อลดภาวะโลกร้อนได้เเล้วเราต้องการคนมารวมกลุ่มกันเยอะๆจะได้ช่วยกันทำหั้ยโลกของเราน่าอยู่ขึ้น
    สนใจติดต่อเป็นสมาชิกหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ assywutbaa_weenal@hotmail.com
    โดยไม่เสียค่าอะไรใดๆทั้งสิ้นเพียงเเค่มีใจที่อยากจะช่วยลดภาวะโลกร้อนก้อพอเเล้ว(โดยเราจะมีวิธีประหยัดไฟฟ้าดีๆมาเเนะนำ)
    ทุกคนที่เป็นสมาชิกกับเราจะจัดว่าเป็นครอบครัวคนสีเขียวด้วยกัน
    ขอขอบคุณทุกท่านที่สนใจเเละร่วมกันลดภาวะโลกร้อนไว้นะที่นี้ด้วย

     







ความคิดเห็นที่ 792

29 มี.ค. 2551 22:33
  1. พวกเราช่วยกันลดภาวะโลกร้อนกันได้หรือไม่

     

    เรามีกิจกรรมดีๆมาฝากเพียงเเค่ทุกๆเดือนเราช่วยกันประหยัดไฟเเค่นี่ก้อลดภาวะโลกร้อนได้เเล้วเราต้องการคนมารวมกลุ่มกันเยอะๆจะได้ช่วยกันทำหั้ยโลกของเราน่าอยู่ขึ้น
    สนใจติดต่อเป็นสมาชิกหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ assywutbaa_weenal@hotmail.com
    โดยไม่เสียค่าอะไรใดๆทั้งสิ้นเพียงเเค่มีใจที่อยากจะช่วยลดภาวะโลกร้อนก้อพอเเล้ว(โดยเราจะมีวิธีประหยัดไฟฟ้าดีๆมาเเนะนำ)
    ทุกคนที่เป็นสมาชิกกับเราจะจัดว่าเป็นครอบครัวคนสีเขียวด้วยกัน
    ขอขอบคุณทุกท่านที่สนใจเเละร่วมกันลดภาวะโลกร้อนไว้นะที่นี้ด้วย



ความคิดเห็นที่ 554

Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
10 พ.ย. 2550 12:21
  1. ในตอนนี้เราใช้ไปเรื่อยๆ เราไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรหรอก แต่ถ้าถึงวันไหนที่วิกฤติมาถึงตัวแล้ว วันนั้นก็จะเป็นเวลาที่สายเกินแก้ แล้วเราก็จะโทษใครไม่ได้เลย นอกจากตัวเราเอง



ความคิดเห็นที่ 803

30 พ.ค. 2551 19:17
  1. <P>ร้อนมากมายยย ช่วยๆกานหน่อยงับพี่น้อง</P>
    <P>คนคลั่งเพราะโลกมันร้อน อิอิ อย่าพากานเครียดปายหมดน๊า</P>

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น