วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
วิถีประชาธิปไตย หัวใจธรรมาภิบาล
โพสต์เมื่อ: 09:44 วันที่ 5 มี.ค. 2550         ชมแล้ว: 20,593 ตอบแล้ว: 87
“การพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญยิ่งขึ้นไปนั้น ย่อมต้องพัฒนาบุคคลก่อน การที่จะพัฒนาบุคคลนั้นต้องด้วยปัจจัยประการเดียวคือการศึกษา” ( พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, 2543 , หน้า 80 ) สภาพสังคม และการดำรงชีวิตของคนเราในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในขณะที่มนุษย์มีความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คือ ความสุข ความสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิต ความต้องการดังกล่าวของมนุษย์ในขณะนี้ไม่เรียบง่ายเหมือนอดีต แต่กลับมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งสังคมและตัวมนุษย์เองมีการแข่งขัน แย่งชิง เอารัดเอาเปรียบในทุกๆ วิถีทาง ทำเพื่อตนเองมากขึ้น ละเลยสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความเห็นแก่ตัว นำไปสู่ปัญหาต่างๆ ของสังคม มาตรา 4 มาตรา 6 มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ว่าด้วยการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการ ถ่ายทอด ความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขภายใต้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นโยบายปฏิรูปการศึกษา ในปีงบประมาณ2550 ยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนัก สำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันทางศาสนา และสถาบันการศึกษาโดยมียุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้คือการศึกษาต่างๆ มักเอาความรู้นำโดยไม่มีปัญญาตาม ความรู้ไม่มีพลังพอที่จะต้านทานอำนาจของความไม่ดีได้ความรู้จึงถูกนำไปใช้ในเรื่องไม่ดีต่างๆ หรือถูกบงการด้วยความไม่ดี สังคมและโลกจึงวิกฤต การพัฒนาควรจะใช้ความดีหรือคุณธรรมนำแล้วตามด้วยความรู้ ยุทธศาสตร์การศึกษาที่คุณธรรมนำความรู้จึงสำคัญยิ่ง ธรรมาภิบาล (Good Governance) เป็นพื้นฐานที่จะช่วยพัฒนาสังคมทั้งระบบให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพโดยยึดถือหลัก 6 ประการ คือ ความซื่อสัตย์สุจริตความเปิดเผยโปร่งใส ความรับผิดชอบที่สามารถตรวจสอบได้ ความชอบธรรมและยุติธรรม(หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และ หลักความคุ้มค่า) ความมีคุณภาพและประสิทธิภาพรวมถึงความมีคุณธรรมจริยธรรมสามารถนำหลักดังกล่าวมาปรับใช้ เพื่อเป็นแนวทางนำพาสังคมก้าวไปสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กัน เมื่อมนุษย์และสังคมมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่น่าที่น่าวิตก การนำวิถีประชาธิปไตย หัวใจธรรมาภิบาลมาประยุกต์ใช้ ในสถานศึกษา ชุมชน สังคม สังคมไทย ซึ่งสังคมไทยที่พึงปรารถนาในอนาคตคือ สังคมที่มีความสงบสุข เป็นสังคมที่มีความสุข เป็นสังคมที่มีสมรรถภาพ มีความยุติธรรม มีความเมตตากรุณา มีครอบครัวที่อบอุ่น มีชุมชนที่เข้มแข็ง และมีหลักศาสนา วิถีประชาธิปไตย หลักธรรมมาภิบาลเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการดำรงชีวิตของคนในสังคมไทยเพื่อให้ประเทศไทยมีความเป็นไทอยู่ตลอดไป

ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 77 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| 3| 4|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 5 มี.ค. 2550 (09:53)
การพัฒนาประเทศเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่เจริญขึ้น ด้วยเหตุนี้การปฏิรูปการศึกษาให้เป็นไปตามที่ต้องการ คือ คุณภาพผู้เรียนสูงขึ้น ดังนั้นการที่มนุษย์มี ความรู้สึกนึกคิด ที่ดีขึ้น เมื่อมีความรู้สึกนึกคิดที่ดี ก็จะเกิด ค่านิยมที่ดี เมื่อมีค่านิยมที่ดี ก็ส่งผลถึงการมี เจตคติที่ดีงามและใฝ่ดี ดังนั้นคนเรามีเจตคติที่ดีแล้ว พฤติกรรมต่างๆ ก็ย่อมแสดงออกปฏิบัติไปในทางที่ดีงาม เพราะมีจิตที่ดีงาม ถ้าทุกคนปฏิบัติดี สังคมก็มีความสุขเกิดการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงในทางเจริญขึ้นอย่างสมดุลระหว่างวัตถและจิตใจ อีกอย่างมนุษย์ควรเป็นผู้บริโภคที่ดีคือ บริโภคอย่างรู้กาละและเทศะหรือรู้จักคัดสรรว่าอันไหนไม่เหมาะหรือเหมาะกับตัวเอง เมื่อรู้จักคัดสรรสิ่งที่ดีๆให้กับตนเองแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง ก็เป็นการสร้างเจตคติที่ดี เช่นมีแนวคิด ความเชื่อที่ดีงาม การแต่งกาย เหมาะสม ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากการบริโภคที่ผ่านการคัดสรร ตัวกระผมเองก็เกี่ยวข้องกับการศึกษาเราควรปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง(การพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี) คือ การพัฒนาให้เกิด ผลสัมฤทธิ์ ทั้ง ปริมาณ และ คุณภาพ โดยเฉพาะ ด้านคุณภาพ (ในที่นี้ คือ การเป็น คนดี และ คนเก่ง) จะเรียกว่า เป็นการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้น ก็โดยการ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พาหะที่จะนำพาไปสู่จุดมุ่งหมายก็คือ หลักสูตร จะได้ผลอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับผู้ขับเคลื่อนในที่นี้คือ ครู ควรจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม สุดท้ายจะได้ผลหรือไม่ ก็อยู่ที่ การวัดผลที่หลากหลาย ผลออกมาเป็นเช่นไร ก็นำข้อพกพร่อง ไป ปรับปรุง พัฒนา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่พึงประสงค์ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่พึงประสงค์นั้น มีสาเหตุหรือปัจจัย ก็คือ จิตใจ นั้นเอง หากจิตใจของมนุษย์ได้รับการพัฒนา ให้ คิดดี สำนึกดี มีค่านิยมที่ดี จนได้เป็นบุคคลที่มีเจตคติที่ดีทั้งต่อตนเอง และสังคมในทุกๆ ด้าน ทุกๆ ระดับ วันนั้น สังคม จะเป็นสังคมที่มีความสุขอย่างแน่นอนครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 มี.ค. 2550 (12:03)
ขออภัยค่ะ

กระทู้นี้ถูกปิดไว้ชั่วคราว และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบโดยทีมงาน ...

..................................................................................

ขอบคุณทีมงานมากๆ ต่อไปจะระมัดระวังในการนำเสนอมากกว่านี้ครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 มี.ค. 2550 (22:18)
จุดมุ่งหมายของการศึกษาจริง ๆ ก็คือ การพัฒนาคน ดังนั้นการจัดการศึกษาต้องจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ถ้าคนมีประสิทธิภาพประเทศจะเจริญรุดหน้าอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จุดมุ่งหมายของการศึกษา 1. จุดมุ่งหมายระดับบุคคล 2. จุดมุ่งหมายระดับสังคม ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จะเป็นปจจัยในการกำหนดคุณภาพการศึกษาหรือการศึกษาที่มีคุณภาพ เช่น การเมืองจะมีอิทธิพลในด้านนโยบายมหภาค สู่จุลภาคโดยเฉพาะสถานศึกษาเป็นหน่วยที่ต้องปฏิบัติอย่างแท้จริง(ปฏิรูป) เพื่อเป้าหมายผู้เรียนเป็นคนดี เก่งและมีความสุข ดี เช่น มีวินัย มีความรับผิดชอบ เสียสละตรงต่อเวลา เป็นต้น คนเก่ง เช่น มีคุณลักษณะเป็นไปตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด (คนละส่วนกับผู้ที่ทำคะแนนสูงหรือเกรดสูงอาจจะไม่ใช่คนเก่งเพราะอาจจะไม่มีคุณลักษณะเป็นไปตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนด ) สุดท้าย มีสุข เช่น นักเรียนได้เรียนในสิ่งที่เขาอยากรู้ อยากเรียน เหมาะสมกับวัย เรียนแล้วรู้เรื่อง เป็นต้น สำหรับการพัฒนาการศึกษา 1. หาวิธีการและดำเนินงานตองสนองทั้งปริมาณและคุณภาพ คุณภาพ คือได้มาตรฐาน มีลักษณะพึงประสงค์ มีคุณธรรม 2. ควรดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการประหยัดทรัพยากรที่สุด คือ มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และ ประหยัด 3. จัดให้มีการวางแผนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 4.จัดให้มีการวัดผล ประเมินผล (กลไก กำกับ ติดตาม และนิเทศ ) สรุป คนเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ การพัฒนาคนก็ด้วยการศึกษา หากคนมีประสิทธิภาพย่อมจะพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าและยั่งยืนต่อไป
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 มี.ค. 2550 (07:22)
อรุณสวัสดิ์ ครับ
สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบราชการเพื่อบริการประชาชน ดังนั้นด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ขึ้น เพื่อให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการถือปฏิบัติ ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า " ธรรมาภิบาล" มาบูรณาการในการบริหารและจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโรงเรียน ด้วยหลักการ ได้แก่
1. หลักนิติธรรม
2. หลักคุณธรรม
3. หลักความโปร่งใส
4. หลักการมีส่วนร่วม
5. หลักความรับผิดชอบ
6. หลักความคุ้มค่า
ในการจัดการศึกษายึดหลักธรรมาภิบาลบูรณาการเข้ากับกฎหมายการศึกษา แผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานจัดการศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายการศึกษา พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 1 บททั่วไป ความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้ง ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มาตรา 6 นี้ ถือเป็นหัวใจของการจัดการศึกษาเพื่อให้เป็นไปตามความมุ่งหมาย คือ การพัฒนาคนให้มีคุณภาพสูงขึ้นนั้นเอง โดย หมวด 4 ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา ถือว่าสำคัญที่สุด มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักการว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ

จากหลักธรรมาภิบาล ทั้ง 6 ด้าน โดยเฉพาะด้านที่ 1 หลักนิติธรรม พระราชบัญญัติการศึกษา มาตรา 6 มาตรา 22 ถ้าหากต้องการการปฏิรูปการศึกษา ผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษาโดยเฉพาะสถานศึกษา ควรยึดหลักให้เป็นไปตามกฎหมายตั้งแต่ ระดับมหภาค สอดคล้องเชื่อมโยง สู่ระดับจุลภาค ตั้งแต่ ธรรมนูญโรงเรียน แผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการประจำปี โครงการ กิจกรรม ควรประกอบด้วยกรอบงาน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบริหารงานบุคคล และด้านบริหารทั่วไป (อาจปรับและยึดหยุ่นได้) ดังนั้น หากสถานศึกษานำหลักนิติธรรม ตลอดจนหลักธรรมาภิบาล มาประยุกต์ใช้ลงสู่ภาคปฏิบัติตามอย่างแท้จริงตามกรอบทิศทางตามกฎหมาย แน่นอนว่าการปฏิรูปการศึกษาจะสำเร็จตามความมุ่งหมายและเจตนารมณ์ คือ ผู้เรียน เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุขครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 9 มี.ค. 2550 (20:10)
สำหรับหลักคุณธรรมนั้น ผมใคร่เสนอความหมายของคำที่เกี่ยวข้องกับหลักธรรม ซึ่งอ้างอิงจากตำราเตรียมสอบวิชาสังคมศึกษา พ.ศ. 2527 ปกหน้าขาดและหายครับ แต่ปกหลังเขียนว่า ภูมิบัณฑิต ผมว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อหลายท่านผมจึงนำบางส่วนมาเรียบเรียงเสนออีกครั้งดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ครับ

จริยศาสตร์ หมายถึง ความรู้ทางด้านความประพฤติ การกระทำ การปฏิบัติตนการละเว้นความชั่ว
จริยธรรม หมายถึง หลักคำสอน ว่าด้วยความประพฤติ ซึ่งจะกล่าวถึงเฉพาะสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เราควรประพฤติปฏิบัติโยเอาแต่สิ่งที่ดีมาพูด
ศีลธรรม เป็นเรื่องของความประพฤติดีประพฤติชอบ โดยยึดหลักคำสอนเป็นเกณฑ์ในการปฏิบัติ
จริยศึกษา เป็นการศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และสามารถนำไปปฏิบัติได้
คุณธรรม หมายถึงคุณสมบัติทางกาย วาจาใจ ที่เป็นสุข เป็นฝ่ายดีอย่างเดียว ที่ทุกคนยกย่องสรรเสริญ ว่าดีถูกต้อง และควรแก่การที่ต้องเอาไปเป็นแบบอย่าง
จากประเด็นต่างที่กล่าวมานั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือการอยู่ในสังคมก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ตนเอง สังคม ประเทศชาติ เช่น
1. ทำให้มนุษย์เข้าใจเรื่องของชีวิตได้
2. ทำให้มนุษย์รู้ถึงบาป บุญ โทษ
3. ทำให้มนุษย์ เข้าใจถึงผลที่เกิดจากการกระทำ
4. ทำให้มนุษย์มีความสุขจากการตัดกิเลส
5. ทำให้มนุษย์ไม่ยึดมั่นในขันธ์ 5
6. ทำให้คนพัฒนาตนเอง สนใจตนเอง
7. มนุษย์มีความรักความเมตตากรุณาซึ่งกันและกัน
8. ทำให้สังคมเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย
9. นำความรู้ไปเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
10. ทำให้เกิดผลดีแก่สังคม ประเทศชาติเป็นส่วนรวม ทำให้คนมีระดับจิตใจที่สูงขึ้น
คุณธรรมมีความจำเป็นอย่างไร
บุคคลใดจะดีจะต้องมีคุณธรรม คนเกิดมานั้นเป็นผู้บริสุทธิ์เมื่อเติบโตมาพ่อแม่ย่อมปลูกฝังคุณธรรมให้ตั้งแต่เล็ก เช่น พูดจาไพเราะ ให้ความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ให้เป็นผู้มีอัธยาศัยไมตรี ให้มีมารยาทเรียบร้อย เมื่อโตขึ้นมาก็ให้รู้จักระเบียบของสังคม เป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยความเป็นมนุษย์ทุกประการ นี้ก็คือ การพัฒนาบุคคลโดยใช้คุณธรรมเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนา เพื่อให้คนเหล่านั้นเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ถ้าหากสถานศึกษา ที่ทำงาน นำคุณธรรมไปประยุกต์ใช้ก็จะทำให้คนพัฒนา ใช้ระเบียบวินัย ประพฤติตนตามมาตรฐานที่สังคมกำหนด ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ในปีงบประมาณ 2550 ที่ยึดคุณธรรมนำความรู้ ดังนั้นหากมนุษย์มีการพัฒนาในเรื่องดังกล่าว การพัฒนาเรื่องอื่นๆ ย่อมจะง่ายแก่การพัฒนากลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า เป็นกำลังหลักในการพัฒนาสังคม ประเทศไทยจะเป็นสังคมคุณธรรม สังคมแห่งความมั่งคั่งอย่างแน่นอน
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 มี.ค. 2550 (20:56)
เรียนครูชิตที่เคารพ
เราขอขอบคุณที่ได้มีโอกาสอ่านสิ่งที่เป็นสาระและมีประโยชน์มาก อย่างน้อยก็คนที่พยายามอ่านจนจบ แต่เราเป็นคนหัวช้าแม้จะชอบอ่านแต่ก็พยายามอ่านช้าๆ อ่านแล้วก็เกิดปัญหาว่า
1. คนเราได้เรียน ได้รู้แล้วไม่ปฏิบัติตาม เราจะช่วยเขาอย่างไร ส่วนมากระดับครู อาจารย์ก็ผ่านมหาวิทยาลัยมาแล้วท้งนั้น นอกจากนี้ข้อมูลสนเทศ การสื่อสารก็มีให้เห็นมากมาย
2. โครงการรักการอ่านเห็นท่าจะล้มเหลว ครูไม่มีนิสัยรักการอ่านแล้วนักเรียนจะรักการอ่านอย่างไร เพราะครูไม่มีประสบการณืที่จะรู้จักเลือกหรือแนะนำหนังสือ สื่อแต่ละประเภท
3. เรื่องศีลธรรม จรรยา คุณธรรม จริยธรรมก็เป็นปัญหาระดับประเทศชาติ ใคร ๆ ก็บอกได้ว่าหลักสูตรต้องการพัฒนาอะไร แต่ผู้ปฏิบัติไม่ร่วมมือกัน

จะพยายามติดตามความเคลื่อนไหวของครูชิตค่ะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 9 มี.ค. 2550 (21:31)
สวัสดีครับ ครูคิม ผมพึ่งเข้าไปอ่านบทความที่เขียนโดยครูคิม ผมยังไม่กล้ามีความเห็นมากแค่เข้าไปทักทายครับ
.................................................
โครงงานหนูน้อยมือปราบ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 ความเห็นนี้เป็นของฉัน มันยังไม่ถึง 7 วัน และฉันอยากจะ แก้ไข แจ้งลบความเห็นนี้
21:13 9 มี.ค. 2550 IP:hidden

สวัสดีครับ คุณ ครูคิม
...................................................

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 แจ้งลบความเห็นนี้
20:56 9 มี.ค. 2550 IP:58.181.190.200

...................................................
ขอบคุณมากครับ ครูคิม ยินดีที่ได้รู้จัก ผมอยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม นั้นหมายความว่า ไทยจะมีความเป็นไทอย่างยั่งยืนตลอดไปอย่างแน่นอนครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 มี.ค. 2550 (22:17)
............................การปฏิรูปการศึกษามุ่งปฏิรูป 4 ด้าน คือ.......................
1. ปฏิรูปด้านสถานศึกษา
2. ปฏิรูปครู
3. ปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน (เป็นจุดเน้น)
4. ปฏิรูประบบการบริหารการจัดการศึกษา

........................................การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้............................

การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ เป็นการเปลี่ยนแนวคิด วิธีการในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

เหตุผลและความจำเป็น
1. ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพของคนไทย
2. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อเพิ่อมพูนความเข้มแข็งของสังคมไทย
3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการเรียนรู้ ในยุคโลกาภิวัฒน
4. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง และสังคมไทย
5. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย

หลักการและแนวทางสำคัญการปฏิรูปการเรียนรู้
ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งประมวลสรุปเป็นหลักการสำคัญ ๆ ได้แก่
1. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้
2. การเรียนรู้เกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา และต่อเนื่องตลอดชีวิต
3. การเรียนรู้ ควรสนองความต้องการ และความแตกต่างของผู้เรียน
4. การเรียนรู้ ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนารอบด้าน อย่างสมดุล เป็นไปตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ
5. ผู้เรียนควรได้เรียนอย่าง อย่างมีความหมาย บูรณาการสัมพันธ์กับชีวิตจริง และนำไปใช้ประโยชน์ได้
6. ผู้เรียนควรมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ ได้ค้นคว้าหาความรู้ ได้คิด ได้ปฏิบัติจริง ได้สรุป หรือได้สร้างความรู้ด้วยตนเอง
7. ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีส่วนในกระบวนการพัฒนาผู้เรียน
8. การวัดและประเมินผล เป็นไปตามสภาพคล่อง มุ่งประโยชน์ต่อการปรับปรุงพัฒนาผู้เรียนต่อเนื่อง

การปฏิรูปการเรียนรู้ นั้น หมายความว่า ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างมีการเปลี่ยนแปลงให้มีคุณภาพสูงขึ้น

กระบวนการพัฒนาผู้เรียน คือ คุณภาพผู้เรียนสูงขึ้น --->เปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียนใฝ่ดี --->ได้ค่านิยมที่ดี ---> ได้เจตคติที่ดี ---> ได้พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ---> คุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้นโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ---> หลักสูตร ---> ผู้ขับเคลื่อนคือ ครู ---> กระบวนการเรียนการสอน ---> การวัดผลที่หลากหลาย ---> ปรับปรุง ---> ผู้เรียนมีคุณภาพ (ดี และ เก่ง )

การพัฒนาประเทศเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่เจริญขึ้น ด้วยเหตุนี้ การปฏิรูปการศึกษาให้เป็นไปตามที่ต้องการ คือ คุณภาพผู้เรียนสูงขึ้น ดังนั้นการที่มนุษย์มี ความรู้สึกนึกคิด ที่ดีขึ้น เมื่อมีความรู้สึกนึกคิดที่ดี ก็จะเกิด ค่านิยมที่ดีงาม เมื่อมีค่านิยมที่ดีงาม ก็ส่งผลถึงการมี เจตคติที่ดีและใฝ่ดี ดังนั้นคนเรามีเจตคติที่ดีแล้ว พฤติกรรมต่างๆ ก็ย่อมแสดงออกปฏิบัติไปในทางที่พึงประสงค์ เพราะมีจิตที่ดีงาม ถ้าทุกคนปฏิบัติดี สังคมก็มีความสุขเกิดการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงในทางเจริญขึ้นอย่างสมดุลระหว่างวัตถุและจิตใจ อีกอย่างมนุษย์ควรเป็นผู้บริโภคสิ่งที่ดีคือ บริโภคอย่างรู้กาละและเทศะหรือรู้จักคัดสรรว่าอันไหนไม่เหมาะหรือเหมาะกับตัวเอง เมื่อรู้จักคัดสรรสิ่งที่ดีๆให้กับตนเองแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง ก็เป็นการสร้างเจตคติที่ดี เช่นมี แนวคิด ความเชื่อที่ดีงาม การแต่งกาย เหมาะสมเป็นต้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากการบริโภคที่ผ่านการคัดสรร ผู้เขียนเองก็เกี่ยวข้องกับการศึกษา ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง(การพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี) คือ การพัฒนาให้เกิด ผลสัมฤทธิ์ ทั้ง ปริมาณ และ คุณภาพ โดยเฉพาะ ด้านคุณภาพ (ในที่นี้ คือ การเป็น คนดี และ คนเก่ง) จะเรียกว่า เป็นการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้น ก็โดยการ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พาหะที่จะนำพาไปสู่จุดมุ่งหมายก็คือ หลักสูตร ปรับปรุงหลักสูตรให้มีสาระสอดคล้องกับการดำรงชีวิตในสังคม สังคมโลก ซึ่งจะได้ผลอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับผู้ขับเคลื่อนในที่นี้คือ ครู ควรจัดการเรียนการสอน ปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้เลือกเรียนในสิ่งที่สอดคล้องกับความสนใจ แสวงหาความรู้ รู้จักคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาด้วยตนเอง สุดท้ายจะได้ผลหรือไม่ ก็อยู่ที่ การวัดผลที่หลากหลาย ผลออกมาเป็นเช่นไร ก็นำข้อพกพร่อง ไป ปรับปรุง พัฒนา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่พึงประสงค์ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่พึงประสงค์นั้น มีสาเหตุหรือปัจจัย ก็คือ จิตใจ มุ่งพัฒนาจิตให้ยึดมั่นในวิถีประชาธิปไตย หัวใจธรรมาภิบาล ยึดมั่นในสันติสุข อยู่ในกรอบศิลธรรมของแต่ละศาสนา ผดุงความดีงามของจิตมนุษย์ให้สูงขึ้น หากจิตใจของมนุษย์ได้รับการพัฒนา ให้ คิดดี สำนึกดี มีค่านิยมที่ดี จนได้เป็นบุคคลที่มีเจตคติที่ดีทั้งต่อตนเอง และสังคมในทุกๆ ด้าน ทุกๆ ระดับ วันนั้น คนไทยจะมีชีวิตที่ ดี เก่ง และมีความสุข สังคมไทยจะได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืนและอยู่ดีมีสุขของคนไทย

ดังนั้น หากต้องการปฏิรูปการศึกษาก็ต้องปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ คือการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่หลักสูตรหรือมาตรฐานชาติ สถานศึกษากำหนดไว้ ครูควรจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียนให้มีเจตคติที่ดี เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ นั้นก็หมายความว่า เกิดการปฏิรูปการศึกษา ทั้งระดับบุคคล สถานศึกษา สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามเป้าหมายการศึกษา คือ ผู้เรียนเป็น คนดี คนเก่ง และ มีความสุข ยึดคุณธรรมนำความรู้ สู่สังคมไทย
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 10 มี.ค. 2550 (11:14)
สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) ที่เกี่ยวกับ ธรรมาภิบาลแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 - 2544) และ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 - 2549) มี คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงหลายบริบท ทั้งที่เป็นโอกาสและข้อจำจัด ดังนั้นจึงต้องปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและแสวงหาผลประโยชน์อย่างรู้เท่าทันโลกาภิวัตน์ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทุกภาคส่วนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
วิสัยทัศน์ประเทศไทย
มุ่งพัฒนาสู่ "สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน (Green and Happiness Society) คนไทยมีคุณธรรมนำความรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพ เสถียรภาพ และเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพ และทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืนอยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี"

พันธกิจ
มุ่งสู่ " สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน " ภายใต้แนวปฏิบัติของ " ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง " จึงได้กำหนดพันธกิจพัฒนาประเทศ ดังนี้
1. พัฒนาคนให้มีคุณภาพ คุณธรรม นำความรู้อย่างเท่าทัน มีสุขภาวะที่ดี
2. เสริมสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพ และเป็นธรรม
3. ดำรงความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความมั่งคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ
4. พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศให้เกิดธรรมาภิบาลภายใต้ระบอบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มุ่งสร้างกลไกและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนาสู่ทุกภาคี ควบคู่กับการเสริมสร้างความโปร่งใส สุจริต ยุติธรรม รับผิดชอบต่อสาธารณะมีการกระจายอำนาจและกระบวนการที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ สู่ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ทรัพยากร
วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลัก
วัตถุประสงค์ ด้านการธรรมาภิบาล คือ เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศสู่ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน และขยายบทบาทขีดความสามารถขององค์กรปกครองครองส่วนท้องถิ่น ควบคู่กับการเสริมสร้างและกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
เป้าหมาย
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่ได้กำหนดไว้มีดังนี้
1. เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพคน
2. เป้าหมายการพัฒนาชุมชนและแก้ปัญหาความยากจน
3. เป้าหมายด้านเศรษฐกิจ
4. เป้าหมายการสร้างความมั่งคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
5. เป้าหมายด้านธรรมาภิบาล
มุ่งให้ธรรมาภิบาลของประเทศดีขึ้น มีคะแนนภาพลักษณ์ของความโปร่งใส 5.0 ภายในปี 2554 ระบบราชการมีขนาดที่พอเหมาะ และมีการดำเนินงานที่คุ้มค่าเพิ่มขึ้น ลดกำลังคนภาคราชการให้ได้รอยละ 10 ภายในปี 2554 ธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจเอกชนเพิ่มขึ้น ท้องถิ่นมีความสามารถในการจัดเก็บรายได้ และมีอิสระในการพึ่งตนเองมากขึ้นและภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง รู้สิทธิ หน้าที่ และมีส่วนร่วมมากขึ้นในการตัดสินใจและรับผิดชอบในการบริหารจัดการประเทศ รวมทั้งให้มีการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในบริบทไทยเพิ่มขึ้น
จากที่กล่าวมาเป็นสาระบางส่วนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) ที่เกี่ยวกับ ธรรมาภิบาล ที่มุ่งให้ คนเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การขับเคลื่อนต้องใช้ "ความรู้ " ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ สอดคล้องกับวิถีของสังคมไทย ตลอดจนสร้างศีลธรรมและจิตสำนึกใน " คุณธรรม " ดำรงรงตนอย่างมั่นคงในกระแสโลกาภิวัตน์ ในการพัฒนาดังกล่าวจะต้องมีวัตถุประสงค์ ทิศทางหรือเป้าหมายที่ชัดเจน เชื่อมโยงสอดคล้องทุกระดับ ดังนั้น สมควรที่คนไทย ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคราชการ สถานศึกษา ต้องมีความชัดเจนในเรื่องแผนมหภาคเชื่อมโยงปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องเป็นกรอบทิศทางกับนโยบายการบริหารงาน โดยเฉพาะแผนการศึกษาเพื่อการดำเนินการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย และหากสังคมไทย ภาครัฐ เอกชน สถานศึกษายึดหลักธรรมาภิบาลควบคู่กับการเสริมสร้างและกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยเป็นพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยพัฒนาสังคมทั้งระบบให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความโปร่งใส สุจริต ยุติธรรม มีรับผิดชอบต่อสาธารณะให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี ด้วยวิถีประชาธิไตย หัวใจธรรมาภิบาลครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 10 มี.ค. 2550 (22:13)
เรียนคุณครูชิตที่เคารพ



ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ท่านได้มอบสิ่งดี ๆ ไว้ให้ใคร ๆ ได้อ่าน เราพอใจมากกับเรื่องของ "พหุปัญญา" ขออนุญาตบันทึกไว้ และจะให้ข้อมูลนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะกำลังต้องการพอดี จะวางแผนพัฒนาการเรียนรู้ในปีการศึกษาหน้าค่ะ....ล้มแล้วลุก...ลุกแล้วล้ม....บางครั้งก็ท้อแท้...บางครั้งก็สุขอยู่ลึก ๆ.....ถ้าได้ผลประการใดก็จะแจ้งให้ท่านทราบ ท่านเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาการศึกษาและสังคม ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 มี.ค. 2550 (22:40)
ขอบคุณ ครับ ครูคิม จริง ๆ แล้ว บทความ “เส้นทางสู่ฝันบ้านของเรา" ผมแทรกทฤษฎีพหุปัญญา โดยเป็นผู้เพียงรวบรวมเรียบเรียงจาก บทความ ข้อเขียน ตำรา ผลงานวิจัย และเว็ปไซด์ของท่านอื่นอีกทีหนึ่ง มีจุดมุ่งหมายให้เป็นทางเลือกสำหรับการจัดการเรียนการสอน ไม่มีอะไร ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับการนำไปประยุกต์ใช้จนเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน อ้อ เรียกผมโดยไม่ต้องมีท่านได้ไหมครับ ผมเป็นคนธรรมดา ผมจะเรียกครูคิมว่า ครูคิม ครับ ครูคิมอยู่อำเภอนครไทย ใช่ไหมครับ ผมเคยเห็นเมื่อครั้งไปภาคเหนือทิวทัศน์สวยงามดีมากครับ(ขับรถผ่าน) ขอบคุณครูคิมมากครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 10 มี.ค. 2550 (23:18)
ขอบพระคุณค่ะ



โรงเรียนอยู่ที่อำเภอนครไทย ส่วนบ้านอยู่ที่พิษณุโลก และคุณครูชิตอยู่ภาคอิสานใช่ไหมคะ บทความของคุณครูชิต สะดวกต่อพวกครูที่ไม่มีเวลาไปห้องสมุดของมหาวิทยาลัย จะได้นำไปแนะนำให้กับครูที่โรงเรียน



โครงงานหนูน้อยมือปราบเจ้าของเขาทำแล้วได้ผลดี แต่ผู้สรุปคือเรา ไม่มีความสามารถในทางสรุปสักเท่าไร คุณครูช่วยแนะนำติติงให้บ้างซิคะ จะได้พัฒนาให้เก่ง ๆ ขึ้น วันนี้ก็ได้อ่านงานวิจัยของคุณครูโรงเรียนการศึกษาพิเศษ (เขาเอามาให้ตรวจดู) และได้ประการณ์ทีดี ๆ เยอะเลย อยากจะเอาลงบ้าง แต่ต้องขออนุญาตเขาก่อน



จะรอคำแนะนำจากคุณครูค่ะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 11 มี.ค. 2550 (15:58)
ครูคิมครับ
ผมเป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ เป็นครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 เกี่ยวกับที่ครูคิม ขอความคิดเห็นนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีครับ ส่วนตัวผมจะจะเสนอแนะทั้งที่เป็นประสบการณ์ ความรู้ และจากผู้รู้มานำเสนอในการจัดการเรียนการสอนแบบต่าง สอดคล้องกับแนวปฏิรูปการศึกษาโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญหนึ่งในนั้น คือ การจัดการเรียนรู้จากการทำโครงงาน อันดับแรกควรมองไปที่ผลลัพธ์ของงานเป็นที่ตั้ง(สิ่งที่ได้จากผลผลิต) หาวิธีการ ขั้นตอน เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น ในการจัดทำผลงานหรืองานหรือโครงการควรมีการเตรียมความพร้อม ต้องเตรียมความรู้สู่ความพร้อม เช่น ศึกษาหลักสูตรเพื่อให้เข้าใจหลักการ จุดหมาย โครงสร้าง สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ การทำวิจัย การทำโครงงาน คู่มือการจัดการเรียนการสอน หนังสือแบบเรียน เอกสารที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต วิเคราะห์ขั้นตอนการจัดทำโครงงาน วิเคราะห์หลักสูตร คำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง กำหนดการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ วิเคราะห์และกำหนดจุดประสงค์ปลายทางและวิเคราะห์เป็นจุดประสงค์นำทางวิเคราะห์เนื้อหาสาระโดยใช้สัมพันธ์กับเวลาเรียน ศึกษาตัวอย่างโครงงาน แผนการจัดการเรียนรู้และทำแผนการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้ วางแผนจัดหา จัดทำสื่อการเรียนการสอน จัดทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การเตรียมเวลา การเตรียมตนเอง แนวการจัดกิจกรรมมีหลากหลานรูปแบบ ขึ้นอยู่กับจะเลือกใช้ให้เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาวิชา สภาพแวดล้อม ความสนใจ ความสามารถ ความแตกต่างระหว่างผู้เรียน และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน

การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน
โดยมุ่งจัดประสบการณ์เรียนรู้ ให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความสนใจ และสร้างกระบวนการเรียนรู้ เรื่องด้วยตนเอง โดยใช้วิธีการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ตลอดจนสามารถนำผลการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิจริงได้
ลักษณะสำคัญของโครงงาน
1. เป็นเรื่องที่นักเรียนสนใจ
2. เป็นการเรียนรู้ที่เป็นกระบวนการ มีระบบ ครบกระกระบวนการ
3. เป็นบูรณาการการเรียนรู้
4. นักเรียนใช้ความสามารถหลายด้าน
5. มีความสอดคล้องกับชีวิตจริง
6. มีการศึกษาอย่างลุ่มลึก ด้วยวิธีการและแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
7. เป็นการแสวงหาความรู้ และสรุปความด้วยตนเอง
8. เป็นการเรียนรู้โดยกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่ในชั้นเรียน หรือร่วมกันทั้งชั้น หรือเพียงคนเดียวก็ได้
9. มีการนำเสนอโครงงานด้วยวิธีการที่เหมาะ ในด้านกระบวนการและผลงานที่ค้นพบ
10. ข้อค้นพบ สิ่งที่ค้นพบ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ขั้นตอนและตัวอย่างกิจกรรม
ขั้นที่ 1 ครูให้ความรู้เกี่ยวกับโครงงาน เช่น ให้ดูตัวอย่างโครงงานอื่น ให้ศึกษาตัวอย่างโครงงาน อธิบาย อภิปราย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อในเค้าโครง โครงงาน ประโยชน์ขอโครงงาน ศึกษาบทคัดย่อ เค้าโครงโครงงานตัวอย่าง
ขั้นที่ 2 นักเรียนนำหัวข้อ / ปัญหา มาปรึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น ครูใช้คำถามนำฝึกกระตุ้นให้เด็กสนใจปัญหา จัดประสบการณ์ศึกษานอกสถานที่ ศึกษากรณีตัวอย่าง นักเรียนรวมกลุ่มระดมความคิด หลอมรวมปัญหาเรื่องที่สนใจ นำเสนอปัญหาเขียนหัวข้อเรื่องส่งครู
ขั้นที่ 3 นักเรียนวางแผนการจัดทำโครงงาน ออกแบบกิจกรรม(ทดลอง) เช่น จัดกลุ่มตามความสนใจ ร่วมกันวางแผนจัดทำโครงงาน ออกแบบทดลอง กำหนดปัญหา ระบุตัวแปร ตั้งสมมติฐาน ขอบเขตการศึกษา ครูให้คำอธิบาย จัดหาเอกสารอุปกรณ์ และแนะนำแหล่งการเรียนรู้
ขั้นที่ 4 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม(ทดลอง) นักเรียนบันทึกข้อมูลการทำงาน ทำการทดลองมาเล่าให้ครู หรือกลุ่มฟังครูติดตามผลการทำงาน
ขั้นที่ 5 ขั้นสรุป อภิปราย เช่น เขียนรายงานโครงการ จัดทำแผนโครงการ ครูตรวจแก้ไขข้อพกพร่องและข้อเสนอแนะ
ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล และจัดแสดงนิทรรศการ เช่น นำเสนอโครงงานด้วยวาจา ตอบข้อซักถาม และจัดนิทรรศการ
* การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน, ลักษณะสำคัญของโครงงาน ,และขั้นตอนและตัวอย่างกิจกรรม (สุพน ทิมอ่ำ, มปป : 18 - 24)
แบบรายงายการจัดการเรียนรู้โดยโครงงาน
ชื่อโครงงาน
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................
ความเป็นมา / เหตุผลที่ทำ
1. ..................................................................................................................
2. ..................................................................................................................
3. ..................................................................................................................
4. ..................................................................................................................
ที่ปรึกษา
.......................................................................................................................
บทคัดย่อ (วิธีการศึกษาและผลการดำเนินการ)
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................
ข้อควรคำนึงถึงในการทำโครงการ
1. การทำโครงงานเป็นการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง ดังนั้นครูควรเป็นผู้อำนวยความสะดวก กระตุ้นชี้แนะให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบ
2. โครงงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรเท่านั้น โดยโครงงานไม่อาจจะทดแทนหลักสูตรทั้งหมดได้
3. เวลาที่ใช้ในการทำโครงงานแต่ละโครงงานอาจจะใช้เวลาหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับหัวเรื่อง อายุ และความตั้งใจของผู้เรียน(สุพน ทิมอ่ำ, มปป : 26)
การประเมินผล, การรายงาน,รายงานการวิจัย, สรุป
การสร้างแบบประเมินควรหาค่าความเชื่อมั่น และอำนาจจำแนกของเครื่องมือ การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การตรวจสอบประสิทธิภาพของสื่อ สำหรับการนำเสนอนั้นอาจจะนำเสนอ
1. รูปแบบรายงานการวิจัย 5 บท 1. บทนำ 2. วรรณกรรม/เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3. การดำเนินงาน 4. ผลการดำเนินงาน 5. สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ , รายงานผลการประเมิน
2. รายงานสรุปผลการประเมิน
2.1 มีส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย ปก ปกหน้า ปกหลัง สันรายงาน ใบรองปก สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ
2.2 ส่วนเนื้อเรื่อง ประกอบด้วย บทนำ เนื้อเรื่อง บทสรุป(นำเสนอในรูปของสถิติ ความเรียง ตาราง แผนภูมิ สารสนเทศ )
2.3 ส่วนประกอบตอนท้าย ประกอบด้วย บรรณานุกรม ภาคผนวก (คำสั่งปฏิบัติการสอน , โครงการ , รูปภาพ , ตาราง , แผนภูมิ , อธิบายศัพท์, กิจกรรม, แบบประเมิน, แบบทดสอบ )
3. รายงายการจัดการเรียนรู้โดยโครงงาน
4. รายงานการใช้แผนการสอน
5. รายงานระบบการช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคลหรือกลุ่ม
หมายเหตุ ควรเก็บร่องรอยการดำเนินงาน(บันทึกข้อความนำเสนอผู้บริหารทราบเป็นระยะ)ที่เป็นข้อมูลดิบแยกเก็บไว้ต่างหากไม่ต้องไปรวมกับรายงาน ส่วนรายงานให้นำเสนอเป็นสารสนเทศตามขั้นตอนที่กล่าวมา
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 12 มี.ค. 2550 (17:55)
ต้องขออภัยที่ผมขัดจังหวะท่วงทำนองของกระทู้ของครูชิต

ผมก็เลยแจ้งลบ คหพ.ของผมก่อนหน้านี้

ต้องขอโทษจริงๆครับ (ผมเข้าใจเจตนาของกระทู้คลาดเคลื่อนไปเองน่ะครับ )
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1988 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 12 มี.ค. 2550 (18:29)
ครูชิตเล่นโกะไหมอะคะ
Pom_ooPs เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 9 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 12 มี.ค. 2550 (19:33)
ไม่เป็นไรครับ อาจารย์ MathGuy แค่เข้ามาชมผมก็ดีใจแล้วครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 12 มี.ค. 2550 (19:56)
ครูชิตเล่นโกะไหมอะคะ ?

ขอบคุณครับ คุณPom_ooPs หมากล้อมผมไม่ค่อยถนัดครับ ถ้าเป็นสนุกเกอร์พอไหวครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 12 มี.ค. 2550 (22:44)
ขอขอบคุณครูชิตเป็นอย่างสูงที่ให้ข้อมูล ที่เป็นเอกสารทางการสำหรับอ้างอิงได้ และแนวทางในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และจะพยายามฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถในการสรุปงานของคนอื่น ๆ ให้มีคุณภาพกว่านี้ และวันนี้ได้พิมพ์ตำราส่วนนี้ไปเผยแพร่ให้ครูในโรงเรียนแล้วค่ะ ทุกคนฝากคำขอคุณมาด้วยค่ะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 13 มี.ค. 2550 (13:40)
ขอขอบคุณครูคิมเป็นอย่างสูง ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความสนใจใน งานเขียน + ความคิดเห็นส่วนตัวจะมีค่าหรือไม่ก็ต่อเมื่อนำไปปฏิบัติจนเกิดผลลัพธ์ทางบวกต่อผู้เรียนหรือมีคุณภาพสูงขึ้น ............ เป็นเอกลักษณ์ของผมที่มักจะเขียนออกมาในรูปความคิดเห็นส่วนตัว + งานเขียนที่อ้างอิง ครูคิมคงไม่ว่า คงไม่รำคาญในวิธีการนำเสนอของผมนะครับ เพราะมีเจตนาดีต่อการศึกษาของไทย ---> การพัฒนาคนไทย ---> การพัฒนาประเทศไทย ซึ่งหนทางที่ดีที่สุดคือการศึกษาครับ ดังนั้น หากเราปฏิรูปการศึกษาที่เป็นรูปเป็นร่างผมเชื่อว่าประเทศไทยจะพัฒนาไปกว่านี้อย่างแน่นอนครับ แต่วันนี้ผมกลับไปทบทวนบทบาท ที่จะนำนำเสนอแนวคิด วิธีการของตัวเองต่อไปอีกหรือไม่ หรือมีวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมกว่านี้อย่างไร ต้องใช้เวลาพัฒนาตนเองมากน้อยเพียงใด ใครจะให้คำปรึกษาได้เหมาะสม วิธีหรือทางเลือกที่ดีที่เหมาะสมที่สุดอยู่ตรงไหน และวิธีสุดท้ายคือหยุดพักการนำเสนอชั่วคราวเพื่อพัฒนาตนเองครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 14 มี.ค. 2550 (19:34)
ขอให้คุณครูชิตประสบผลสำเร็จในการพัฒนา...งาน...นะคะ...ดิฉันก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ก็คงพยายามพัฒนาตนเองเกี่ยวกับการสอนนี่แหละ...ชิ้นแรกก็เกี่ยวกับงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบคือสาระ...และงานด้านการแก้ปัญหาพฤติกรรม....ถ้าถามว่างานที่พัฒนาสำเร็จและเดห็นผลไหม...ก็ขอตอบว่าเห็นผลที่ดี...แค่มันก็ยากที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจเจตนารมณ์ของเราใช่ไหมคะ....
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.