|
นักธรณีวิทยาเผยความลับเบื้องหลังการระเบิดของซูเปอร์โวคาโน
โพสต์เมื่อ:
14:04 วันที่ 8 มี.ค. 2550 ชมแล้ว:
40,875
ตอบแล้ว:
6
นักธรณีวิทยาใช้เทคนิคการติดตามปริมาณของธาตุไทเทเนียมในผลึกแร่ควอร์ตซ (quartz) เพื่อหาอุณหภูมิที่แร่ควอร์ตซตกผลึก โดยชี้ให้เห็นว่าขอบด้านนอกของผลึกแร่มีการตกที่อุณหภูมิสูงกว่าผลึกด้านใน ซึ่งแสดงว่ามีหินหลอมเหลวร้อนเข้ามาเพิ่มในมวลหินอัคนีเดิม ซึ่งเป็นสาเหตุของการระเบิดของซูปเปอร์โวลแคโน (supervolcano)
เดวิด วาร์ค (David Wark) นักวิจัยแห่งสถาบันโปลิเทคนิคเรนเซลเออร์ (Rensselaer Polytechnic Institute) ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทความวิชาการของเขาและคณะวิจัยใน Journal of Geology ฉบับเดือนมีนาคม 2550 โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นตัวการที่ทำให้มีการระเบิดของซูปเปอร์โวลแคโน และสามารถช่วยให้นักธรณีวิทยาพัฒนากระบวนการเพื่อทำนายการระเบิดในอนาคต ซูเปอร์โวลแคโนที่ปะทุขึ้นเมื่อประมาณ 760,000 ปีก่อน ปัจจุบันกลายเป็น Long Valley Caldera ในแคลิฟอร์เนีย เคยทำให้พื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของฝั่งตะวันตกของอเมริกาถูกปกคลุมด้วยขี้เถ้าภูเขาไฟ มีการระเบิดเป็นบริเวณกว้าง และทำให้กลายเป็นหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยปล่องภูเขาไฟ Long Valley Caldera มีความยาวกว่า 20 ไมล์ ในการวิจัยนักธรณีวิทยามุ่งความสนใจไปที่หินตะกอนภูเขาไฟ หน่วยหิน Bishop Tuff ซึ่งเกิดจากขี้เถ้าภูเขาไฟร้อนที่ภายหลังเย็นตัวแข็งกลายเป็นหิน นักวิจัยศึกษาการกระจายตัวของไทเทเนียม (titanium) ในผลึกแร่คอวร์ตซของหินตัวอย่าง ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มนักวิจัยได้ค้นพบว่ามีปริมาณไทเนียมเพียงเล็กน้อยแต่เพียงพอที่จะใช้วิเคราะห์หาอุณหภูมิที่แร่ควอร์ตซตกผลึก โดยวาร์คและคณะวิจัยยืนยันว่าขอบนอกของผลึกแร่คอวรตซก่อตัวขึ้นที่อุณหภูมิสูงกว่าผลึกด้านในมาก นักวิจัยจึงสรุปว่าหลังจากมีการเกิดของผลึกแร่ด้านในแล้ว ยังมีหินหลอมเหลวร้อนฉีดดันตัวเข้ามาในมวลหินอัคนี ทำให้แร่ควอร์ตซบางส่วนถูกหลอม ก่อนที่จะเริ่มตกผลึกอีกครั้งที่อุณหภูมิสูงกว่า ผลจากการวิเคราะห์หาไทเทเนียมยังแสดงให้เห็นว่าการเกิดของขอบผลึกที่อุณหภูมิสูง ได้เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 100 ปีหลังการระเบิด ซึ่งชี้ว่าการเพิ่มเข้ามาของหินหลอมเหลวมีผลกระทบต่อสมบัติทางกายภาพของมวลหินอัคนีในmagma chamber จึงทำให้เกิดการระเบิดของซูปเปอร์โวลแคโน และทำให้พื้นที่กว่าพันตารางไมล์ถูกปกคลุมด้วยขี้เถ้า วาร์คกล่าวว่ามีการศึกษาปล่องภูเขาไฟ Long Valley ในหลายรูปแบบ แต่การใช้ผลึกคอวรตซเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิทางธรณี (geothermometer) ทำให้เข้าใจกับสาเหตุของการระเบิดครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดได้ และการวิจัยครั้งนี้จะช่วยให้นักธรณีวิทยาเข้าใจการทำงานของซูปเปอร์โวลแคโน สิ่งที่ทำให้เกิดการระเบิด ในทำนองเดียวกันก็อาจช่วยในการทำนายการระเบิดในอนาคต อ้างอิง http://www.sciencedaily.com/releases/2007/03/070305140950.htm http://www.rpi.edu/ เกี่ยวกับ titanium http://en.wikipedia.org/wiki/Titanium ประเด็นกำลังร้อน ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ supervocano ได้ที่ http://dsc.discovery.com/convergence/supervolcano/others/others_05.html http://www.bbc.co.uk/sn/tvradio/programmes/supervolcano/index.shtml จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- ![]() ![]() ![]() และจากการแปลความหมายด้าน seismic ระบุว่าส่วนบนของ magma chamber อยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 6-7 กม ของขอบทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของ resurgent dome และมวลหินหลอมเหลวที่แทรกเข้ามาใหม่อยู่ที่ระดับประมาณ 4.5 กม จากด้านบนของ chamber ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจพบบริเวณที่มีความหนาแน่นน้อย แต่พบว่ามีการแผ่กระจายความร้อนสูง ดังนั้นส่วนที่กำลังหลอมเหลวอาจอยู่เพียงใต้ฝ่าเท้า ! ข่าวเก่า ในเว็บวิชาการเรื่อง Supervolcano ครับ - Supervolcanoes อาจถล่มโลกในอีก 70 ปี http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=24&Pid=5730 |