อบรมผลงานอาจารย์3หลักเกณฑ์ใหม่

ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมสังเกตและติดตามการอบรมผลงานอาจารย์3หลักเกณฑ์ใหม่ จากวันที่ 1-วันที่12ของการอบรมก็พอดีใจอยู่บ้าง แต่พอมาสอบเป็นรายวิชาที่ตนส่งผลงาน เดาไม่ออกจริงๆว่าข้อสอบจะออกมาแบบนี้ สงสารครูที่ทำการสอนระดับประถมศึกษาบ้างท่าน ทิ้งความรู้ไว้กับระดับชั้นที่ทำการสอน ก็แย้หน่อย


ความคิดเห็นที่ 67

asma_2221@hotmail.com (Guest)
23 พ.ค. 2552 21:47
  1. ในการทำคศ.3นั้นป็นการพัฒนาการเรียนการสอนก็จริงแต่ต้องทำเอกสารหลักฐานมากพอสมควรสมกับเงินที่ได้รับ บางครั้งครูเราก็ต้องการกำลังใจจาก���� ครู คศ.2� สพท.ปัตตานี เขต2




ความคิดเห็นที่ 41

ครูไทย (Guest)
12 ม.ค. 2551 15:20
  1. ประสบการณ์ 20 ปีของการเป็นครู

    ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ยังมองความเคลื่อนไหวของการทำผลงาน คศ.3 อยู่ว่าจะนิ่งเมื่อไหร่ แล้วที่มีการเปลี่ยนอยู่รุ่นต่อรุ่นนี่ มันด้วยเหตุผลใด

    จากประสบการณ์ 10 ปีแรกของการเป็นครู ดิฉันกับเด็กนักเรียนมีความสุขมาก เรามีสิ่งใหม่ ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่เสมอ ๆ การทำงานไม่เน้นเอกสาร มีเวลาพูดคุยกับเด็ก ไปเที่ยวไปเล่นร่วมกิจกรรมกับพวกเขา ส่งเสริมทั้งกายใจและความรู้แก่กัน มีเวลามากมายสำหรับการหาความรู้ในทุก ๆ เรื่อง รู้สึกดีใจที่ได้มาเป็นครู

    10 ปีต่อมา เมื่อระบบการประเมินเข้ามาในโรงเรียน ดิฉันมีแต่เรื่องที่ต้องประชุม กับประชุม มีการกำหนดและสร้างแบบฟอร์มมากมายให้ครูกรอก ให้ครูเขียนจริงบ้างเท็จบ้างตามประสาตัวหนังสือพาไป ยิ่งวันยิ่งแย่ลงเมื่อกระดาษทำให้คนได้รับเงินและเกียรติยศสูงขึ้น ครูหลายต่อหลายคนหันมาทำกระดาษแทนการอยู่กับนักเรียน วิชาชีพที่สูงส่งทั้งปัญญาและจิตใจกำลังถูกทำลาย ดิฉันมองอยู่นานว่าการทำผลงานนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นในวิชาชีพไหม ในเมื่อไม่ได้ขัดสนสิ่งใด

    วันนี้ ดิฉันได้คำตอบแล้ว สังคมยอมรับกระดาษมากกว่าตัวตนของความเป็นครู

    ดิฉันตั้งใจว่าจะเริ่มทำกระดาษ และเมื่อสำเร็จแล้ว ดิฉันจะเป็นครู ที่ไม่ให้กระดาษมาครอบงำและจะใช้ชีวิตครูที่เป็นอิสระ ต่อไปให้สมกับการที่อุตส่าห์ออกจากเมืองหลวงมาเพื่อเด็กในชนบทที่กำลังไล่ตามแสงสี กับเทคโนโลยี จนลืมธรรมชาติของชีวิต

    ยังคงดีใจที่ได้เป็นครู /ครูไทย



ความคิดเห็นที่ 51

คนนอก (Guest)
22 พ.ค. 2551 17:52
  1. <P>งานนี้มีทั้งคนบ่นและคนหัวเราะ เพราะอาจารย์ ๓ เป็นเหตุ</P>

    <P>สงสารประเทศไทย อาจารย์ ๓ เกลื่อนประเทศ แต่เด็กที่เรียนแล้วอ่านนหนังสือไม่ค่อยได้ก็ยังเกลื่อนเมือง</P>

    <P>ตกลง&nbsp;เงินที่เพิ่มให้ จ้างทำผลงานหรือ เพื่อให้พัฒนาเด็ก คนใน ศธ ควรคิดนะ เงินประจำตำแหน่ง มหาศาลทีเดียว ประเทศชาติขาดทุนย่อยยับหากยังเป็นอยู่เช่นนี้</P>

    <P>แต่อย่างไรก็ตาม ครูที่ยังไม่ได้ก็ไม่น่าจะโวยวายไปหรอก เพราะได้ข่าวว่า นักการเมืองเขาคิดจะให้โดยไม่ต้องทำผลงาน เหมือน ๒-๗ อีกแล้ว รอไปสักหน่อยก็ได้</P>

    <P>ดูแล้ว อาจารย์ ๓ ไม่เห็นเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา หรือการทำงานของครูเลย ไม่รู้จะให้ทำกันให้เปลืองเงินทำไม</P>

    <P>เอายังงี้ดีกว่า ตั้งงบไว้สักหมื่นล้าน สำหรับมอบให้ครูที่เสนองานพัฒนาการเรียนการสอน โดยวัดกันที่ผลการสอบระดับชาติ ถ้ามีโครงการดี ทำงานได้ผล นักเรียนสอบระดับชาติอยู่ในระดับดี มากกว่า ๗๕% มีรายงาน หลักฐานการจัดสอน การประเมินผลการสอน ที่แสดงถึงการพัฒนาเป็นที่พึงพอใจของกรรมการ ๘ ใน ๑๐ คน และสามารถนำมาปรับใช้ในการศึกษาของเขต หรือชาติได้จริง(กล่าวคือ เขตพื้นที่ หรือชาติให้การยอมรับผลงานที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาของเขต/ชาติต่อไป)&nbsp;ก็ให้เงินรางวัลไปเลยงานละ ๑๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐บาท(ขึ้นอยู่กับการนำมาใช้ประโยชน์ทางการศึกษาโดยรวมได้จริง มากน้อยเพียงใด) โดยไม่ต้องมีเงินตำแหน่งดังเช่นปัจจุบัน จะทำปีละกี่เรื่องก็ได้ถ้ามีความสามารถ</P>

    <P>ดีไหม? โกงกันไม่ได้ คุ้มค่าเงิน และเป็นประโยชน์จริง ไม่เป็นหนทางหาเสียงของนักกินเมือง ขอโทษ นักกานเมืองต่อไป</P>



ความคิดเห็นที่ 52

j_sawat@hotmail.com (Guest)
22 พ.ค. 2551 18:12
  1. <P>ความจริง การทำผลงานทางวิชาการเพื่อขออาจารย์ ๒, ๓ นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากหยั้งที่คิดกันเลย</P>

    <P>ปัญหาอยู่ที่</P>

    <P>๑. ครูไม่พยายามทำงานให้เป็นระบบ คือ ทำแล้วตรวจสอบได้ว่า ทำอะไรไปบ้าง แต่ละงานได้ผลอย่างไร ปัญหามีอะไรบ้าง ทำไปค้นห้าไป บันทึกไว้ พบแล้วหาทางแก้ไข เก็ผลงานแก้ไขหรือพัฒนาการเรียนการสอนไว้ใน พอร์ทของตนเอง</P>

    <P>๒. พัฒนาความคิดเชิงเหตุผลให้กับตนเอง ให้สามารถใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความสามารถนี้ต้องใช้อย่างมากทั้งในงานสอน งานพัฒนา งานที่ได้รับมอบหมาย การทำผลงานทางวิชาการ และการดำรงชีวิตที่เดียวนะ จะบอกให้</P>

    <P>๓. ก่อนทำงานต้องมีการวางแผน คิดทำงานให้เป็นระบบ สอดคล้องกันตลอดแนว ตั้งแต่จุดประสงค์ยันประเมินผล ซึ่งครูยังทำไม้ได้เลย แถมยังโวยวายว่าให้ทำทำไม น่าสงสารโรงเรียนที่มีครูประเภทนี้ ยิ่งมีมากยิ่งน่าสงสารมาก เพราะเขาเองยังไม่รู้หน้าที่เลยว่าครูต้องทำอะไรบ้าง ทำไมต้องทำแผนการสอน ที่สอนแล้วเด็กไม่รู้ก็เพราะไม่มีแผนนี่แหละ ดีแต่ดุด่าเด็กว่าไม่ฉลาด แต่ความจริงเป็นการดุด่าตัวเองที่สอนเด็กให้ฉลาดไม่ได้มากกว่า ลองคิดดูดีดีนะ</P>

    <P>๔. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เพิ่มพูนอยู่เสมอ เพราะความสามารถนี้ใช้มากทุกงานที่ทำแล้วเกิดปัญหา และไม่ละเลยปัญหาที่เกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความคิดสร้างสรรต์มากทีเดียว แถมยังเป็นทางที่จะก่อให้เกิดผลงาน เพื่อขอ อาจารย์ ๒, ๓ หรืออะไรก็ได้ โดยไม่ต้องหัวปักหัวปำทำกันเช่นทุกวันนี้ และไม่ต้องเครียด และรับรองผลเป็นเชิงประจักษ์ แน่นอน</P>

    <P>ความจริง อยากช่วยคนที่ทำไม่ได้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร?</P>

    <P>อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทำได้ด้วยตนเองดีที่สุด ถ้าหมดปัญญาจริงๆ ก็ต้องหาตัวช่วย</P>

    <P>สวัสดี ขอให้โชคดี</P>



ความคิดเห็นที่ 65

narissara.srikhong8@gmail.com (Guest)
29 เม.ย. 2552 11:55
  1. คนที่ทำอ.3ไม่ได้เห็นแก่เงินทุกคนหรอกนะคะแต่ทำเพราะว่าเป็นศักดิ์ศรีของตนเองและครอบครัวและต้องการจะพัฒนาตนเองและพัฒนานักเรียนให้คู่กันไปเพื่อความเจริญของประเทศชาติ� อย่ามองว่าคนที่ทำอ.3จะเห็นแก่เงินเกินไปเลยนะคะ
    จากใจของครูไทยคนหนึ่ง




ความคิดเห็นที่ 47

kingpakp@hotmail.com (Guest)
27 มี.ค. 2551 08:49
  1. <P>ขอทราบรายละเอียดที่ชัดเจนของหลักเกณฑ์ใหม่ในการทำ คศ.3 ปัจจุบัน&nbsp; ค่ะ&nbsp; </P>



ความคิดเห็นที่ 66

sahakarn.pc.th@hotmail.com (Guest)
7 พ.ค. 2552 14:07
  1. สำหรับผู้ต้องการเยี่ยวยา


    เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2552 นายลือชัย ศรีหาคลัง ประธานเครือข่ายครู ค.ศ.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (webmaster@khaokru.com) พร้อมด้วยนายคจิตร คงคำพันธ์ นายคำพัน ยะโส นายอำนวย โทธุโย และผู้แทนครูกว่า 50 คน ได้เข้าพบและติดตามสอบถามความคืบหน้าและความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินการประเมินวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษในส่วนของผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินด้านที่ 3 กว่า 23,000 คน ที่มีความสับสนวิตกกังวลเสียเวลาเสียโอกาสมากว่าหนึ่งปีแล้ว โดยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยตัวแทนสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง 5 คน มารับทราบปัญหาและให้แนวทางที่ชัดเจน จนได้ข้อสรุปเป็นที่พึงพอใจของกลุ่มครูที่มาในครั้งนี้ ดังนี้
    1. ติดตามข้อเรียกร้อง ตามมติ ก.ค.ศ. 14 พฤศจิกายน 2552 ที่เห็นชอบในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน ตาม ว 25 ฉบับปรับปรุงในส่วนของเกณฑ์การตัดสินผลงานทางวิชาการด้านที่ 3 และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของกรรมการประเมินด้านที่ 3 ใหม่ให้มีกรรมการที่มาจาก คนใน สพท. ต่าง สพท. และผู้ที่เกษียณ และให้แต่งตั้งกรรมการดังกล่าวตรงตามกลุ่มสาระของผู้ถูกประเมิน
    คำตอบและความชัดเจน หลักเกณฑ์และองค์ประกอบของกรรมการใหม่จะมีผลใช้ประเมินกับครูทุกคนที่ยื่น วฐ.1 ดังนี้
    1.1 ผู้ที่ยื่นเมื่อ 15 ตุลาคม 2551 - 15 พฤศจิกายน 2551 (สำหรับรุ่นที่ยื่นก่อนหน้านั้นให้ใช้กรรมการเดิม ตาม ว 25) โดยกำหนดส่งผลงานทางวิชาการภายใน 30 กันยายน 2552
    1.2 ผู้ที่ขอกลับไปใช้สิทธิ ตาม วฐ.1 ในข้อ 1.1 ภายในวันที่ 20 เมษายน 2552 จะต้องผ่านการประเมินด้านที่ 1 -2 ใหม่ จึงจะมีสิทธิ์ในการส่งผลงานด้านที่ 3 ได้ โดยกำหนดส่งผลงานทางวิชาการภายใน 30 กันยายน 2552
    ส่วนผู้ที่ยืนยันเข้ารับการอบรมพัฒนาตามกระบวนการ E – Trianing ที่จะต้องมีการทดสอบก่อนนั้นยังคงใช้กรรมการตาม ว25 เดิม สำหรับกลุ่มที่ 1 ส่วนกลุ่มที่ 2 ใช้หลักเกณฑ์และกรรมการตาม ว 25 ฉบับปรับปรุง กำหนดส่งผลงานทางวิชาการภายใน 30 มีนาคม 2553
    1.3 ผู้ที่ขอยื่น วฐ.1ใหม่ ตั้งแต่รุ่นวันที่ 1- 30 เมษายน 2552 เป็นต้นไป
    สำหรับผู้ที่วิตกกังวลสับสนคิดว่าตัวเองเสียเวลาเสียโอกาส ตามข้อ 1.1 และ 1.2 ก็ควรที่จะตัดสินใจเลือกหรือเริ่มต้นใหม่เลยตามข้อ 1.3
    ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการแจ้งหนังสือของ ก.ค.ศ. และเป็นช่วงที่หยุดราชการติดต่อกันที่อาจจะทำให้ครูเสียสิทธิ์เสียโอกาสตัดสินใจเลือกตามข้อ 1.2 รวมทั้งความชัดเจนในเรื่องของกรรมการประเมินที่ยังสับสนที่มีส่วนประกอบในการตัดสินใจของครู ซึ่ง ก.ค.ศ. ไม่ได้แจ้งรายละเอียดและแนวทางการปฏิบัติมาโดยตลอด
    2. เร่งรัดให้ ก.ค.ศ. กำหนดห้วงเวลาดำเนินการตาม ข้อ 1.1 และ ข้อ 1.2 เป็นกรณีพิเศษให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2552 โดยเฉพาะกำหนดการสอบและการอบรมทั้งสามครั้งให้ชัดเจนซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สับสนในวันเวลาและลือกันว่าวันนั้นวันนี้
    คำตอบ ขณะนี้ ก.ค.ศ. ยังไม่ได้กำหนดปฏิทินการสอบและการอบรมแต่อย่างใด ต้องรอข้อมูลต่างๆหลังจากวันที่ 30 เมษายน 2552
    3. ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ซักซ้อมและแจ้งรายละเอียดการดำเนินการทุกด้านให้ทุก สพท.ได้รับทราบเข้าใจเพื่อเป็นแนวปฏิบัติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

    ทั้งนี้ เครือข่ายครู ค.ศ.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องขอขอบคุณที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และตัวแทนสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ให้โอกาสและให้การต้อนรับด้วยดีในทุกๆครั้งที่พวกเราได้เข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังข้อเสนอแนะข้อเรียกร้องด้วยเหตุด้วยผลและด้วยความเข้าใจ
    เครือข่ายครู ค.ศ.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องกราบขออภัยเพื่อนครูผู้ทุกข์ทนทรมานทุกคนที่มีส่วนทำให้ท่านสับสนและที่มีส่วนทำให้การทดสอบเมื่อ วันที่ 20 เมษายน 2552 ต้องล่าช้าและเลื่อนออกไป แต่ก็หวังว่าการที่พวกเราเรียกร้องให้ทุกท่านได้มีโอกาสเลือกและตัดสินใจเลือกครั้งนี้คงจะมีส่วนช่วยให้ท่านได้มีสิทธิ์ในการที่จะได้ส่งผลงานทางวิชการอย่างแน่นอน พวกเราแกนนำไม่มีส่วนได้เสียในประโยชน์ทั้งหมดแต่พวกเรามองเห็นว่าหลักเกณฑ์ที่เรียกว่าเยียวยาที่เป็นความหวังของครูเรานั้นมันไม่ใช่และไม่สมควรที่จะเรียกว่าเยียวยา พวกเราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการอบรมพัฒนาครูไม่ว่าจะโดยวิธีการใดๆ เพราะจะทำให้ครูได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง หากจะมีการทดสอบก่อนหรือหลังก็น่าจะเป็นเพียงการเปรียบเทียบให้เห็นถึงการพัฒนาเท่านั้น แต่พวกเราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่จะมีการทดสอบแล้วนำเอาผลการสอบมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินได้ตกที่จะทำให้ครูมีส่วนได้หรือเสียสิทธิ์ โดยเฉพาะต้องผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 70 หากสอบผ่านจึงจะมีสิทธิส่งผลงานทางวิชาการเท่านั้น เพราะการจะผ่านหรือไม่ผ่านและได้รับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษของครูที่ได้รับความเจ็บปวดท้อแท้มาแล้ว ยังไงๆก็ต้องตัดสินด้วยผลงานทางวิชาการอยู่ดี
    พวกเรา เครือข่ายครูฯ จึงเรียกร้องเพื่อหาทางเลือกให้กับทุกท่าน ที่มีข้อจำกัดและกังวลในการที่ต้องสอบตามหลักสูตรและหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีความปรารถนาดีที่อยากเห็นอยากให้ทุกท่านได้มีสิทธิ์ได้รับสิทธิ์ในการส่งผลงานทางวิชการและก็ผ่านการประเมินอย่างทั่วหน้ากัน เพราะทุกท่านมีคุณสมบัติเพียบพร้อมแต่ต้องเสียเวลาเสียโอกาสขากขวัญกำลังใจมาตั้งแต่ปี 2550 แล้ว
    ขอเป็นกำลังใจกับทุกท่าน และจะอยู่เคียงข้างช่วยเหลือผลักดันแทนพวกท่านตลอดไป




ความคิดเห็นที่ 80

wanyachum@hotmail.com (Guest)
10 ธ.ค. 2553 23:10
  1. อยากทำอาจารย์ 3กับเขาเหมือนกันแต่เมื่อเข้า web วิชาการ.คอม แล้วเห็นอาจารย์ 3ในอนาคตแสดงความคิดเห็นแล้วก็เกิดอาการท้อเสียแล้วสู้สอนเด็กให้เป็นคนดีก็พอแล้วกระมัง



ความคิดเห็นที่ 55

yukikun.com (Guest)
25 มิ.ย. 2551 14:32
  1. <P>หลักเกณฑ์ใหม่ทำไมไม่เห็นใจครูที่สอนมาสิบปีบ้างจะทำคศ.2ตอนเมษา51ก็ไม่ได้เงินเดือนไม่ถึงยังขาดแค่ไม่ถึงร้อย พฤศจิกานี้มาใหม่ให้ไปทำพร้อมน้องที่เพิ่งบรรจุมาแค่6ปีทำไมถึงซวยอย่างนี้</P>



ความคิดเห็นที่ 58

xx
13 ส.ค. 2551 09:04
  1. เฮ้อ




ความคิดเห็นที่ 42

ครูทำจริง โกหกไม่เป็น (Guest)
13 ม.ค. 2551 19:48
  1. ดิฉันขอชมว่าเยี่ยมยอดจริง ๆ คนที่ทำจริงและผ่านคศ.3ได้สำเร็จ ดิฉันเองมีความสนใจที่จะทำเหมือนกัน พอศึกษาดูทำไมถึงยากนัก แค่ทำแผนจัดการเรียนรู้ โดนแก้ถึง 2 - 3 ครั้งก็ชักจะระอาแล้ว ยิ่งเขียนงาน ก็ยิ่งเพลิน จนเลยเวลานอน น้ำหนักตัวลดลง ตาเป็นหมีแพนต้า

    ท้องอืด ไม่อยากหุงข้าว ไม่อยากทำงานอื่น ๆ อยากเขียนงานเรื่อย ๆ ข่มตาไม่ลง ผลสุดท้ายต้องถอย ถ้าไม่ถอย คงตายก่อนได้ คศ.3 อายุใกล้ 50 ปีแล้ว เงินเดือนก็จะตัน จะมีหนทางใดที่ขยับเงินเดือนให้เพิมขึ้นได้บ้าง สอนหลายวิชา ระดับเด็กมัธยมขยายโอกาส เตรียมการสอน ตรวจงาน ทำงานอื่นตามโครงการของโรงเรียนก็หมดเวลาแล้ว กลางคืนต้องมานั่งเขียนเอกสาร เครียดมาก ความก้าวหน้าของครูมีแค่นี้เองหรือ



ความคิดเห็นที่ 48

Siriluk 0102gmail com (Guest)
11 เม.ย. 2551 19:53
  1. <P>ได้อ่านความในใจของคุณครูทุกท่าน และมีอีกหลายพัน หลายหมื่นคนทีคิดเหมือนกัน ว่าอาชีพครูในสังคมไทย ทำไมเป็นอย่างนี้&nbsp; ชีวิตของเราอยู่กับนักเรียน&nbsp; ให้วิชาความรู้ หล่อหลอมความเป็นคน ให้มีจริยธรรม คุณธรรม ซึ่งยากเย็น แสนเข๊ญเพราะเขาเหล่านันแตกต่างกัน&nbsp; มึปัญหาครอบครัว&nbsp; ครอบครัวแตกแยก&nbsp;&nbsp; ครูต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวซึ่งต้องใช้เวลาและวิธีการท่จะให้เขาจบการศึกษาออกไป&nbsp; ไม่ออกกลางคัน</P>

    <P>การทำผลงานเป็นการพัฒนาครู ให้พัฒนาตนเอง ครูเองก็ต้องพัฒนาในด้านเทคโนโลยี เช่นการทำเอกสารประกอบการเรียนการสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp; การจัดทำรายงานการใบ้สื่อ การวิจัยความพึงพอใจของผู้เรียนท่มีต่อผู้สอน&nbsp;&nbsp; การจัดทำสิ่อการสอน&nbsp; ซึงครูรุ่นใหม่คงไม่มีปัญหา แต่ครูรุ่นเก่า พวกเทคโนโฟเบีย&nbsp;คงยากมาก</P>

    <P>ขอให้ครูทั้งหลายจงอยู่กับศิษย์ อย่างมีความสุข&nbsp; บ่มเพาะเขาเเหล่านั้น ให้ออกไปอยู่ในสังคม และโลกท่เป็นความจริงให้ตลอดรอดฝั่ง&nbsp; นี่คือความพอใจของครู&nbsp; </P>



ความคิดเห็นที่ 43

คนสู้ โรงเรียนขนาดเล็ก (Guest)
16 ม.ค. 2551 22:32
  1. คนที่ทำอาจารย์ 3 ได้น่าจะมีคุณภาพดีกว่า แต่กับ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเด็กนอนก็นอนด้วยไม่ทราบว่าผู้บริหารมีตาหรือเปล่า ทำไมไม่มีจิตสำนึกเลยเสียดายเงิน่าตอบแทน แต่บางคนทำงานทุกอย่างจนไม่มีเวลาจะบันทึกทำผลงานหรอกเพราะเหนื่อยจากการสอนเด็ก และภาระงานพิเศษที่ต้องรับผิดชอบ แต่คนที่ได้อาจารย์ 3 มามีแต่จ้างทำไม่ได้ทำด้วยความสามารถจึงทำให้เขาขาดจิตสำนึก ท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยกำจัดสิ่งเหล่านี้จากวิชาชีพชั้นสูงด้วย



ความคิดเห็นที่ 63

คนร้อยเอ็ด (Guest)
1 ก.พ. 2552 13:04
  1. ครูที่ได้อ.3 ทำดีแล้วหรืองานบางอย่างยังหนีไม่พ้นครู คศ.2ทำให้แม้แต่ผลงานทักษะทางวิชาการยังไม่มีเท่ากับครูคศ. 2 ถ้าแน่จริงผู้ที่ตรวจผลงานลองติดตามผลดูซิว่าเขาอยู่โรงเรียนเขาทำอะไรใหม มีแต่ว่าคนที่ยังไม่ได้ทำเอานะส่วนฉันพอแล้วรอเกษียณไม่ทำอะไรแล้ว� คำพูดนี้ไม่น่าจะมาจากครูที่ได้อ. 3� ความเสียเปรียบก็ต้องมีในกลุ่มโรงเรียนผลตกอยู่กับใครไม่ใช่ที่เด็กผู้ที่ตรวจผลงานก็อย่าเข้มเกินไปนักถ้าเขาเก่งจริงลงพื้นที่ให้เห็นชัด ๆ เลยว่าเขาทำอะไรให้กับชุมชนและโรงเรียนบ้าง� ท้อแทนคนทำงานเพื่อเด็กและโรงเรียนจริง ๆ



ความคิดเห็นที่ 59

satianngn@gmail.com (Guest)
5 ก.ย. 2551 11:44
  1. ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ส่งผลงานเพื่อประเมินครู คศ.3 อยากทราบว่าคนที่ส่งภายใน 31 มีนาคม

    2551 นั้น ผลจะประกาศไม่เกินเดือนอะไร ขอบคุณมากค่ะ



ความคิดเห็นที่ 74

janyatrue@hotmail.com (Guest)
7 เม.ย. 2553 13:53
  1. ผู้เกี่ยวข้องจะทำอย่างไรกับครูที่ได้ อ.3แล้วแต่เด็กบอกว่าสอนไม่รู้เรื่องไม่น่าสนใจ
    และผู้ไม่สอนหรือไม่มีคุณภาพการสอนอย่างมากแต่สอบผู้บริหารได้แล้วกำลังรอที่จะไปบริหารโรงเรียนสร้างเยาวชนของชาติต่อไป มีความสามารถเพียงแค่ท่องหนังสือได้จำเก่งแต่ไม่ชอบสอนหนังสือและไม่ใส่ใจพัฒนาพฤติกรรมเด็ก

    น่าสงสารเด็กไทยชาติไทยเพราะมีครูแบบนี้มากๆ เคยถามคนที่สนิทกันยังบอกว่าพยายามสอบผู้บริหารเพราะเบื่อสอน?????????????????????



ความคิดเห็นที่ 64

weeradet2508@yahoo.co.th (Guest)
1 มี.ค. 2552 23:50
  1. ยังไม่รู้ว่าการทำผลงานวิชาการ  มันทำให้ครูเหิรห่างนักเรียนตรงไหน  ครูทำผลงานเองได้คะแนนประเมินน้อย  ก็ให้นักเรียนช่วยทำหรือทำร่วมกับนักเรียนจะได้คะแนนมาก  การทำงานของนักเรียนร่วมกับครูจัดว่าเป็นการเรียนการสอนที่เอื้อต่อกัน  ครูเข้าใจผู้เรียนๆก็เข้าใจครู   ผลงานการวิจัยก็ได้จากเด็กนักเรียน  ไม่ได้วิจัยดาวอังคารที่ไหน   ขอรับรองว่าการทำผลงานวิชาการไม่ทำให้ครูห่างเด็กแน่นอน   สิ่งที่ทำให้ครูห่างจากเด็กคือต่อไปนี้   1.สั่งให้ไปอบรม   ประชุม  สัมมนา   กิจกรรม  โครงการต่างๆ  ทั้งของหน่วยงานต้นสังกัด   ของกลุ่มโรงเรียน  ของอำเภอ-จังหวัด   งานของ อบต.  งานชุมชน   และเอกสารรายงานต่างๆ    เอกสารเร่งด่วนต้องขาดชั่วโมงสอน  รีบทำรีบส่ง  มีมากด้วยและมีบ่อยๆ   ยังสงสัยคาใจอยู่ว่าทำผลงานมันเหิรห่างนักเรียนตรงไหน  หรือว่างานวิจัยเขาให้วิจัยกับอะไรก็ได้  สัปดาห์หนึ่งผมสอน27ชั่วโมง  เข้าห้องนี้ออกห้องโน้นวนเวียนอยู่อย่างนี้  เลิกเรียนบ่าย3โมงครึ่ง  แล้วก็เก็บงานจนถึง6โมงเย็นก็กลับบ้าน   ถ้าจะบอกว่าเหิรห่างบ้านเป็นคำตอบที่ถูกต้อง




ความคิดเห็นที่ 60

สิรินทร์ (Guest)
10 ก.ย. 2551 19:41
  1. ไม่ต้องต่อว่ากันไปมาเลย ต่งคนต่างความคิด
    ทำงานของเราให้ดีที่สุดเป็นพอ



ความคิดเห็นที่ 56

caithai@hotmail.com (Guest)
1 ส.ค. 2551 20:21
  1. ให้คำปรึกษา ทำผลงาน อ.3 ฟรี

    -สื่อนวัตกรรม

    -รายงาน 5 บท

    -คู่มือการใช้งาน

    -คู่มือครู



    ติดต่อ caithai@hotmail.com



ความคิดเห็นที่ 54

ครูคศ.2ผู้มีประสบการณ์ 27 ปีเต็ม (Guest)
22 มิ.ย. 2551 10:43
  1. <P><FONT size=3><FONT color=#0000ff>จากการที่เป็นครูมานานไม่เคยคิดี่จะทำผลงานวันๆมีความสุขอยู่กับการหาวิธี&nbsp; หาความรู้แปลกๆใหม่ๆมาให้นักเรียนได้เรียนรู้ แต่ไม่เคยสนใจที่จะทำเพื่อตัวเอง&nbsp; แต่มาเครียดมากเมื่อคิดถึงการทำผลงาน เราทำจริงแต่เขียนตลบแตลงไม่เป็น&nbsp; แต่เมื่อดูครูคศ. 3ที่เขาได้ๆกันมาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ไม่เอาไหนของโรงเรียนวันๆนั่งถักโครเชท์&nbsp; บางคนก็ทิ้งชั่วโมงสอน บางคนสอนภาษาไทยโดยให้เด็กท่องว่าคำนี้อ่านอย่างไรเมื่อเห็นคำที่แตกต่างก็อ่านไม่ออก เวลาทำผลงานก็โกหกตอ....เขียนเสียจนเลิศเลอ ก็ได้ครูคศ.3กันไป <FONT color=#ff0033><STRONG>ตรงกันข้ามกับครูที่มุ่งมั่นอยู่กับการสอนนักเรียนจริงๆเขียนแต่งเติมไม่เป็นและไม่มีความพยายามที่จะตอ....&nbsp; ก็เป็นแค่ครูคศ.2 ต่อไป <FONT color=#9900ff>และยิ่งแย้เข้าไปใหญ่&nbsp; เมื่อ</FONT></STRONG></FONT>ผลงานของบางคนเอาไปให้ลูกน้องของพี่ชายซึ่งเป็นผอ.โรงเรียนช่วยกันทำให้&nbsp; <STRONG><FONT color=#ff0000>ถูกบ้างผิดบ้างเอาเนื้อหาของ 2 วิชามาทำรวมกันก็ยังผ่านโดยไม่มีการแก้ไข &nbsp;</FONT></STRONG>ลอกเสียจนไม่ดูตาม้าตาเรือ</FONT>&nbsp; ดูเหมือนว่าอาศัยมีเส้นเลยแค่ส่งชื่อเข้าว่าทำคศ.3ก็ผ่านฉลุย โดยที่ไม่มีการตรวจผลงาน&nbsp; หรือถ้ามีการตรวจคนตรวจก็คงโง่มากๆหรือไม่ก็ใช้ตาตุ่มตรวจแทนตาละมั้ง&nbsp; ทำกันอย่างนี้ประเทศชาติถึงกำลังจะถึงคราวหายนะ&nbsp; <FONT color=#ff0000>ครูคศ. 3&nbsp;, คศ.4 เต็มประเทศ</FONT>แต่เด็กโง่ทั้งประเทศจบป.6 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้&nbsp; <FONT color=#ff0000>ไม่ใช่เพราะครูเอาเวลาที่ต้องสอนนักเรียนไปทำผลงานหรอกหรือ&nbsp;เมื่อเราตำหนิพวกครูคศ.3 &nbsp;ก็ว่าเราอิจฉา&nbsp; </FONT>เด็กไทยกำลังจะโง่ที่สุดในเอเชียอยู่แล้ว&nbsp; แต่ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็ไม่คิดจะแก้ไข ยังคงมุ่งมั่นเห็นแก่พวกพ้องของตนเอง</FONT></P>

    <P><FONT color=#ff0000 size=6>ก็ให้มันรู้ไปว่าครูคศ.2ที่ไม่ทำผลงาน มีประสิทธิภาพด้อยกว่าครูคศ.3 จริงๆ</FONT></P>

    <P><FONT color=#ff0000 size=6></FONT>&nbsp;</P>

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น