อบรมผลงานอาจารย์3หลักเกณฑ์ใหม่

ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมสังเกตและติดตามการอบรมผลงานอาจารย์3หลักเกณฑ์ใหม่ จากวันที่ 1-วันที่12ของการอบรมก็พอดีใจอยู่บ้าง แต่พอมาสอบเป็นรายวิชาที่ตนส่งผลงาน เดาไม่ออกจริงๆว่าข้อสอบจะออกมาแบบนี้ สงสารครูที่ทำการสอนระดับประถมศึกษาบ้างท่าน ทิ้งความรู้ไว้กับระดับชั้นที่ทำการสอน ก็แย้หน่อย



ความคิดเห็นที่ 67


23 พ.ค. 2552 21:47
  1. ในการทำคศ.3นั้นป็นการพัฒนาการเรียนการสอนก็จริงแต่ต้องทำเอกสารหลักฐานมากพอสมควรสมกับเงินที่ได้รับ บางครั้งครูเราก็ต้องการกำลังใจจาก���� ครู คศ.2� สพท.ปัตตานี เขต2




ความคิดเห็นที่ 35

10 พ.ย. 2550 13:08
  1. การทำอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ของดิฉันและเพื่อนๆ ที่ผ่านมา ขอยอมรับว่าโหด หินมาก แต่ด้วยความพยายามของพวกเรา จึงมีวันนี้ ขอความกรุณาคุณครูที่ยังไม่ได้ทำ โปรดใช้สมองคิดด้วยนะคะ เพราะดิฉันสังเกตดู จากความเห็นหลายๆ ความเห็น ก็มีแต่ครูเราเท่านั้นแหละที่คอยจ้องมาว่ามาด่าพวกเรากันเองว่าได้มาโดยไม่ได้ทำอะไรบ้าง ใหแค่ปีเดียวก็พอแล้ว บางคนก็ว่าให้แค่ 5,600 ก็เยอะแล้ว เพราะอาจารย์ 3ไม่เห็นมาผลงานอะไร ฯลฯ แล้วดิฉันขอถามว่า ท่านเหล่านั้น ทำไมไม่ลองทำดูละคะว่าทำไปแล้วมีประโยชน์ต่อเด็กต่อตนเองอย่างไรบ้าง อย่ามัวแต่ ติ คนอื่นเลย เพราะการทำอาจรย์ 3 เขาก็เปิดโอกาสให้ทำกันทุกคนอยู่แล้ว ไม่ลองไม่รู้นะคะ แล้วเงินที่เขาให้ ไม่ได้เอามาจากท่านสักหน่อย เดือดร้อนไปทำไมคะ สำหรับตัวดิฉันเอง เมื่อได้อาจารย์ 3 แล้ว รู้สึกว่าตนเองต้องทำงานให้หนักกว่ามาก เพื่อให้คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับ อาจารย์ 3 คนอื่นๆ คงคิดเหมือนกันกับดิฉัน ขอบคุณคะ



ความคิดเห็นที่ 41

12 ม.ค. 2551 15:20
  1. ประสบการณ์ 20 ปีของการเป็นครู
    ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ยังมองความเคลื่อนไหวของการทำผลงาน คศ.3 อยู่ว่าจะนิ่งเมื่อไหร่ แล้วที่มีการเปลี่ยนอยู่รุ่นต่อรุ่นนี่ มันด้วยเหตุผลใด
    จากประสบการณ์ 10 ปีแรกของการเป็นครู ดิฉันกับเด็กนักเรียนมีความสุขมาก เรามีสิ่งใหม่ ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่เสมอ ๆ การทำงานไม่เน้นเอกสาร มีเวลาพูดคุยกับเด็ก ไปเที่ยวไปเล่นร่วมกิจกรรมกับพวกเขา ส่งเสริมทั้งกายใจและความรู้แก่กัน มีเวลามากมายสำหรับการหาความรู้ในทุก ๆ เรื่อง รู้สึกดีใจที่ได้มาเป็นครู
    10 ปีต่อมา เมื่อระบบการประเมินเข้ามาในโรงเรียน ดิฉันมีแต่เรื่องที่ต้องประชุม กับประชุม มีการกำหนดและสร้างแบบฟอร์มมากมายให้ครูกรอก ให้ครูเขียนจริงบ้างเท็จบ้างตามประสาตัวหนังสือพาไป ยิ่งวันยิ่งแย่ลงเมื่อกระดาษทำให้คนได้รับเงินและเกียรติยศสูงขึ้น ครูหลายต่อหลายคนหันมาทำกระดาษแทนการอยู่กับนักเรียน วิชาชีพที่สูงส่งทั้งปัญญาและจิตใจกำลังถูกทำลาย ดิฉันมองอยู่นานว่าการทำผลงานนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นในวิชาชีพไหม ในเมื่อไม่ได้ขัดสนสิ่งใด
    วันนี้ ดิฉันได้คำตอบแล้ว สังคมยอมรับกระดาษมากกว่าตัวตนของความเป็นครู
    ดิฉันตั้งใจว่าจะเริ่มทำกระดาษ และเมื่อสำเร็จแล้ว ดิฉันจะเป็นครู ที่ไม่ให้กระดาษมาครอบงำและจะใช้ชีวิตครูที่เป็นอิสระ ต่อไปให้สมกับการที่อุตส่าห์ออกจากเมืองหลวงมาเพื่อเด็กในชนบทที่กำลังไล่ตามแสงสี กับเทคโนโลยี จนลืมธรรมชาติของชีวิต
    ยังคงดีใจที่ได้เป็นครู /ครูไทย



ความคิดเห็นที่ 57

12 ส.ค. 2551 21:51
  1. อยากให้ครูไทยทุกคนได้ คศ.3 ทุกคน แต่อยากให้ทำด้วยใจจริงและผลที่ได้รับจากการกระทำส่งผลต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง จะได้เป็นการพัฒนาเด็ก  พัฒนาตนเองและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น




ความคิดเห็นที่ 51

22 พ.ค. 2551 17:52
  1. <P>งานนี้มีทั้งคนบ่นและคนหัวเราะ เพราะอาจารย์ ๓ เป็นเหตุ</P>
    <P>สงสารประเทศไทย อาจารย์ ๓ เกลื่อนประเทศ แต่เด็กที่เรียนแล้วอ่านนหนังสือไม่ค่อยได้ก็ยังเกลื่อนเมือง</P>
    <P>ตกลง&nbsp;เงินที่เพิ่มให้ จ้างทำผลงานหรือ เพื่อให้พัฒนาเด็ก คนใน ศธ ควรคิดนะ เงินประจำตำแหน่ง มหาศาลทีเดียว ประเทศชาติขาดทุนย่อยยับหากยังเป็นอยู่เช่นนี้</P>
    <P>แต่อย่างไรก็ตาม ครูที่ยังไม่ได้ก็ไม่น่าจะโวยวายไปหรอก เพราะได้ข่าวว่า นักการเมืองเขาคิดจะให้โดยไม่ต้องทำผลงาน เหมือน ๒-๗ อีกแล้ว รอไปสักหน่อยก็ได้</P>
    <P>ดูแล้ว อาจารย์ ๓ ไม่เห็นเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา หรือการทำงานของครูเลย ไม่รู้จะให้ทำกันให้เปลืองเงินทำไม</P>
    <P>เอายังงี้ดีกว่า ตั้งงบไว้สักหมื่นล้าน สำหรับมอบให้ครูที่เสนองานพัฒนาการเรียนการสอน โดยวัดกันที่ผลการสอบระดับชาติ ถ้ามีโครงการดี ทำงานได้ผล นักเรียนสอบระดับชาติอยู่ในระดับดี มากกว่า ๗๕% มีรายงาน หลักฐานการจัดสอน การประเมินผลการสอน ที่แสดงถึงการพัฒนาเป็นที่พึงพอใจของกรรมการ ๘ ใน ๑๐ คน และสามารถนำมาปรับใช้ในการศึกษาของเขต หรือชาติได้จริง(กล่าวคือ เขตพื้นที่ หรือชาติให้การยอมรับผลงานที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาของเขต/ชาติต่อไป)&nbsp;ก็ให้เงินรางวัลไปเลยงานละ ๑๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐บาท(ขึ้นอยู่กับการนำมาใช้ประโยชน์ทางการศึกษาโดยรวมได้จริง มากน้อยเพียงใด) โดยไม่ต้องมีเงินตำแหน่งดังเช่นปัจจุบัน จะทำปีละกี่เรื่องก็ได้ถ้ามีความสามารถ</P>
    <P>ดีไหม? โกงกันไม่ได้ คุ้มค่าเงิน และเป็นประโยชน์จริง ไม่เป็นหนทางหาเสียงของนักกินเมือง ขอโทษ นักกานเมืองต่อไป</P>



ความคิดเห็นที่ 52

22 พ.ค. 2551 18:12
  1. <P>ความจริง การทำผลงานทางวิชาการเพื่อขออาจารย์ ๒, ๓ นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากหยั้งที่คิดกันเลย</P>
    <P>ปัญหาอยู่ที่</P>
    <P>๑. ครูไม่พยายามทำงานให้เป็นระบบ คือ ทำแล้วตรวจสอบได้ว่า ทำอะไรไปบ้าง แต่ละงานได้ผลอย่างไร ปัญหามีอะไรบ้าง ทำไปค้นห้าไป บันทึกไว้ พบแล้วหาทางแก้ไข เก็ผลงานแก้ไขหรือพัฒนาการเรียนการสอนไว้ใน พอร์ทของตนเอง</P>
    <P>๒. พัฒนาความคิดเชิงเหตุผลให้กับตนเอง ให้สามารถใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความสามารถนี้ต้องใช้อย่างมากทั้งในงานสอน งานพัฒนา งานที่ได้รับมอบหมาย การทำผลงานทางวิชาการ และการดำรงชีวิตที่เดียวนะ จะบอกให้</P>
    <P>๓. ก่อนทำงานต้องมีการวางแผน คิดทำงานให้เป็นระบบ สอดคล้องกันตลอดแนว ตั้งแต่จุดประสงค์ยันประเมินผล ซึ่งครูยังทำไม้ได้เลย แถมยังโวยวายว่าให้ทำทำไม น่าสงสารโรงเรียนที่มีครูประเภทนี้ ยิ่งมีมากยิ่งน่าสงสารมาก เพราะเขาเองยังไม่รู้หน้าที่เลยว่าครูต้องทำอะไรบ้าง ทำไมต้องทำแผนการสอน ที่สอนแล้วเด็กไม่รู้ก็เพราะไม่มีแผนนี่แหละ ดีแต่ดุด่าเด็กว่าไม่ฉลาด แต่ความจริงเป็นการดุด่าตัวเองที่สอนเด็กให้ฉลาดไม่ได้มากกว่า ลองคิดดูดีดีนะ</P>
    <P>๔. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เพิ่มพูนอยู่เสมอ เพราะความสามารถนี้ใช้มากทุกงานที่ทำแล้วเกิดปัญหา และไม่ละเลยปัญหาที่เกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความคิดสร้างสรรต์มากทีเดียว แถมยังเป็นทางที่จะก่อให้เกิดผลงาน เพื่อขอ อาจารย์ ๒, ๓ หรืออะไรก็ได้ โดยไม่ต้องหัวปักหัวปำทำกันเช่นทุกวันนี้ และไม่ต้องเครียด และรับรองผลเป็นเชิงประจักษ์ แน่นอน</P>
    <P>ความจริง อยากช่วยคนที่ทำไม่ได้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร?</P>
    <P>อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทำได้ด้วยตนเองดีที่สุด ถ้าหมดปัญญาจริงๆ ก็ต้องหาตัวช่วย</P>
    <P>สวัสดี ขอให้โชคดี</P>



ความคิดเห็นที่ 65

29 เม.ย. 2552 11:55
  1. คนที่ทำอ.3ไม่ได้เห็นแก่เงินทุกคนหรอกนะคะแต่ทำเพราะว่าเป็นศักดิ์ศรีของตนเองและครอบครัวและต้องการจะพัฒนาตนเองและพัฒนานักเรียนให้คู่กันไปเพื่อความเจริญของประเทศชาติ� อย่ามองว่าคนที่ทำอ.3จะเห็นแก่เงินเกินไปเลยนะคะ
    จากใจของครูไทยคนหนึ่ง




ความคิดเห็นที่ 47

27 มี.ค. 2551 08:49
  1. <P>ขอทราบรายละเอียดที่ชัดเจนของหลักเกณฑ์ใหม่ในการทำ คศ.3 ปัจจุบัน&nbsp; ค่ะ&nbsp; </P>



ความคิดเห็นที่ 49

21 เม.ย. 2551 12:20
  1. คนที่ได้คศ.3แล้วทำงานสอนเด็กก็น่าดูอยู่หรอกแต่ที่เห็น ๆ ก่อนทำ กำลังทำและหลังได้ก็ไม่สอนเด็กครูที่สอนคือคนไมได้ทำสอนเหงื่อไหลย้อน น่ารักจริง(คนหลังนะ)



ความคิดเห็นที่ 50

21 เม.ย. 2551 12:24
  1. <SUB>ช่วยบอกวิธีทำค.ศ.3(ใหม่สุด)ให้ด้วยค่ะ&nbsp; ขอบคุณค่ะ</SUB>



ความคิดเห็นที่ 66

7 พ.ค. 2552 14:07
  1. สำหรับผู้ต้องการเยี่ยวยา

    เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2552 นายลือชัย ศรีหาคลัง ประธานเครือข่ายครู ค.ศ.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (webmaster@khaokru.com) พร้อมด้วยนายคจิตร คงคำพันธ์ นายคำพัน ยะโส นายอำนวย โทธุโย และผู้แทนครูกว่า 50 คน ได้เข้าพบและติดตามสอบถามความคืบหน้าและความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินการประเมินวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษในส่วนของผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินด้านที่ 3 กว่า 23,000 คน ที่มีความสับสนวิตกกังวลเสียเวลาเสียโอกาสมากว่าหนึ่งปีแล้ว โดยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยตัวแทนสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง 5 คน มารับทราบปัญหาและให้แนวทางที่ชัดเจน จนได้ข้อสรุปเป็นที่พึงพอใจของกลุ่มครูที่มาในครั้งนี้ ดังนี้
    1. ติดตามข้อเรียกร้อง ตามมติ ก.ค.ศ. 14 พฤศจิกายน 2552 ที่เห็นชอบในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน ตาม ว 25 ฉบับปรับปรุงในส่วนของเกณฑ์การตัดสินผลงานทางวิชาการด้านที่ 3 และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของกรรมการประเมินด้านที่ 3 ใหม่ให้มีกรรมการที่มาจาก คนใน สพท. ต่าง สพท. และผู้ที่เกษียณ และให้แต่งตั้งกรรมการดังกล่าวตรงตามกลุ่มสาระของผู้ถูกประเมิน
    คำตอบและความชัดเจน หลักเกณฑ์และองค์ประกอบของกรรมการใหม่จะมีผลใช้ประเมินกับครูทุกคนที่ยื่น วฐ.1 ดังนี้
    1.1 ผู้ที่ยื่นเมื่อ 15 ตุลาคม 2551 - 15 พฤศจิกายน 2551 (สำหรับรุ่นที่ยื่นก่อนหน้านั้นให้ใช้กรรมการเดิม ตาม ว 25) โดยกำหนดส่งผลงานทางวิชาการภายใน 30 กันยายน 2552
    1.2 ผู้ที่ขอกลับไปใช้สิทธิ ตาม วฐ.1 ในข้อ 1.1 ภายในวันที่ 20 เมษายน 2552 จะต้องผ่านการประเมินด้านที่ 1 -2 ใหม่ จึงจะมีสิทธิ์ในการส่งผลงานด้านที่ 3 ได้ โดยกำหนดส่งผลงานทางวิชาการภายใน 30 กันยายน 2552
    ส่วนผู้ที่ยืนยันเข้ารับการอบรมพัฒนาตามกระบวนการ E – Trianing ที่จะต้องมีการทดสอบก่อนนั้นยังคงใช้กรรมการตาม ว25 เดิม สำหรับกลุ่มที่ 1 ส่วนกลุ่มที่ 2 ใช้หลักเกณฑ์และกรรมการตาม ว 25 ฉบับปรับปรุง กำหนดส่งผลงานทางวิชาการภายใน 30 มีนาคม 2553
    1.3 ผู้ที่ขอยื่น วฐ.1ใหม่ ตั้งแต่รุ่นวันที่ 1- 30 เมษายน 2552 เป็นต้นไป
    สำหรับผู้ที่วิตกกังวลสับสนคิดว่าตัวเองเสียเวลาเสียโอกาส ตามข้อ 1.1 และ 1.2 ก็ควรที่จะตัดสินใจเลือกหรือเริ่มต้นใหม่เลยตามข้อ 1.3
    ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการแจ้งหนังสือของ ก.ค.ศ. และเป็นช่วงที่หยุดราชการติดต่อกันที่อาจจะทำให้ครูเสียสิทธิ์เสียโอกาสตัดสินใจเลือกตามข้อ 1.2 รวมทั้งความชัดเจนในเรื่องของกรรมการประเมินที่ยังสับสนที่มีส่วนประกอบในการตัดสินใจของครู ซึ่ง ก.ค.ศ. ไม่ได้แจ้งรายละเอียดและแนวทางการปฏิบัติมาโดยตลอด
    2. เร่งรัดให้ ก.ค.ศ. กำหนดห้วงเวลาดำเนินการตาม ข้อ 1.1 และ ข้อ 1.2 เป็นกรณีพิเศษให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2552 โดยเฉพาะกำหนดการสอบและการอบรมทั้งสามครั้งให้ชัดเจนซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สับสนในวันเวลาและลือกันว่าวันนั้นวันนี้
    คำตอบ ขณะนี้ ก.ค.ศ. ยังไม่ได้กำหนดปฏิทินการสอบและการอบรมแต่อย่างใด ต้องรอข้อมูลต่างๆหลังจากวันที่ 30 เมษายน 2552
    3. ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ซักซ้อมและแจ้งรายละเอียดการดำเนินการทุกด้านให้ทุก สพท.ได้รับทราบเข้าใจเพื่อเป็นแนวปฏิบัติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

    ทั้งนี้ เครือข่ายครู ค.ศ.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องขอขอบคุณที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และตัวแทนสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ให้โอกาสและให้การต้อนรับด้วยดีในทุกๆครั้งที่พวกเราได้เข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังข้อเสนอแนะข้อเรียกร้องด้วยเหตุด้วยผลและด้วยความเข้าใจ
    เครือข่ายครู ค.ศ.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องกราบขออภัยเพื่อนครูผู้ทุกข์ทนทรมานทุกคนที่มีส่วนทำให้ท่านสับสนและที่มีส่วนทำให้การทดสอบเมื่อ วันที่ 20 เมษายน 2552 ต้องล่าช้าและเลื่อนออกไป แต่ก็หวังว่าการที่พวกเราเรียกร้องให้ทุกท่านได้มีโอกาสเลือกและตัดสินใจเลือกครั้งนี้คงจะมีส่วนช่วยให้ท่านได้มีสิทธิ์ในการที่จะได้ส่งผลงานทางวิชการอย่างแน่นอน พวกเราแกนนำไม่มีส่วนได้เสียในประโยชน์ทั้งหมดแต่พวกเรามองเห็นว่าหลักเกณฑ์ที่เรียกว่าเยียวยาที่เป็นความหวังของครูเรานั้นมันไม่ใช่และไม่สมควรที่จะเรียกว่าเยียวยา พวกเราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการอบรมพัฒนาครูไม่ว่าจะโดยวิธีการใดๆ เพราะจะทำให้ครูได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง หากจะมีการทดสอบก่อนหรือหลังก็น่าจะเป็นเพียงการเปรียบเทียบให้เห็นถึงการพัฒนาเท่านั้น แต่พวกเราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่จะมีการทดสอบแล้วนำเอาผลการสอบมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินได้ตกที่จะทำให้ครูมีส่วนได้หรือเสียสิทธิ์ โดยเฉพาะต้องผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 70 หากสอบผ่านจึงจะมีสิทธิส่งผลงานทางวิชาการเท่านั้น เพราะการจะผ่านหรือไม่ผ่านและได้รับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษของครูที่ได้รับความเจ็บปวดท้อแท้มาแล้ว ยังไงๆก็ต้องตัดสินด้วยผลงานทางวิชาการอยู่ดี
    พวกเรา เครือข่ายครูฯ จึงเรียกร้องเพื่อหาทางเลือกให้กับทุกท่าน ที่มีข้อจำกัดและกังวลในการที่ต้องสอบตามหลักสูตรและหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีความปรารถนาดีที่อยากเห็นอยากให้ทุกท่านได้มีสิทธิ์ได้รับสิทธิ์ในการส่งผลงานทางวิชการและก็ผ่านการประเมินอย่างทั่วหน้ากัน เพราะทุกท่านมีคุณสมบัติเพียบพร้อมแต่ต้องเสียเวลาเสียโอกาสขากขวัญกำลังใจมาตั้งแต่ปี 2550 แล้ว
    ขอเป็นกำลังใจกับทุกท่าน และจะอยู่เคียงข้างช่วยเหลือผลักดันแทนพวกท่านตลอดไป




ความคิดเห็นที่ 80

10 ธ.ค. 2553 23:10
  1. อยากทำอาจารย์ 3กับเขาเหมือนกันแต่เมื่อเข้า web วิชาการ.คอม แล้วเห็นอาจารย์ 3ในอนาคตแสดงความคิดเห็นแล้วก็เกิดอาการท้อเสียแล้วสู้สอนเด็กให้เป็นคนดีก็พอแล้วกระมัง



ความคิดเห็นที่ 55

25 มิ.ย. 2551 14:32
  1. <P>หลักเกณฑ์ใหม่ทำไมไม่เห็นใจครูที่สอนมาสิบปีบ้างจะทำคศ.2ตอนเมษา51ก็ไม่ได้เงินเดือนไม่ถึงยังขาดแค่ไม่ถึงร้อย พฤศจิกานี้มาใหม่ให้ไปทำพร้อมน้องที่เพิ่งบรรจุมาแค่6ปีทำไมถึงซวยอย่างนี้</P>



ความคิดเห็นที่ 20

xx
23 เม.ย. 2550 18:43
  1. ให้มี อ 3 เยอะๆ นั่นแหละดี ถ้าจะทำให้ครูมุ่งมั่นสอนนักเรียนได้ดีขึ้น
    คือถ้าคิดในแง่ดี คงจะเป็นอุบายของรัฐที่จะทำให้คนเก่งๆมาเป็นครู โดยเอาตำแหน่งและเงิน มาเป็นแรงจูงใจ



ความคิดเห็นที่ 58

xx
13 ส.ค. 2551 09:04
  1. เฮ้อ




ความคิดเห็นที่ 11

13 เม.ย. 2550 11:37
  1. ดวงแก้วรู้ไหมว่า ถ้าพวกครูไม่ทำอาจารย์ 3 แล้วยิ่งมีแต่สิ่งเก่าๆ เดิมๆ การเปลี่ยนที่ไม่เปลี่ยน พวกครูที่เขาทำอาจารย์ 3 นะ ถือว่าพวกแนวหน้า พวกนี้เขาต้องอบรมพัฒนาตนพัฒนางานสู่การสอนการเรียนอยู่เสมอ ถ้าดวงแก้วไม่เข้าใจแสดงว่าที่โรงเรียนของดวงแก้วไม่มีครูทำผลงาน เพื่อพัฒนาตนและพัฒนางานเลย มิน่าหนูถึงยังไม่เข้าใจ คงมีแต่ครูเก่าแก่สอนแบบเดิมซ้ำชาก
    ฝากให้ครูที่โรงเรียนหนูเข้าอบรมเพื่อเลื่อนวิทยฐานะในเดือนเมษายนนี้หน่อยนะแล้วหนูอาจจะเก่งขึ้น ฉลาดและเข้าใจในความก้าวหน้าครู ยังเรียนไม่ถึงไหนอย่าเพิ่งลืมบุญคุณครูเลยนะหนูมันจะไม่เจริญดังใจนึก ทุกคนในโลกนี้ได้ดีเพราะครูสอนในแต่ละระดับชั้น



ความคิดเห็นที่ 42

13 ม.ค. 2551 19:48
  1. ดิฉันขอชมว่าเยี่ยมยอดจริง ๆ คนที่ทำจริงและผ่านคศ.3ได้สำเร็จ ดิฉันเองมีความสนใจที่จะทำเหมือนกัน พอศึกษาดูทำไมถึงยากนัก แค่ทำแผนจัดการเรียนรู้ โดนแก้ถึง 2 - 3 ครั้งก็ชักจะระอาแล้ว ยิ่งเขียนงาน ก็ยิ่งเพลิน จนเลยเวลานอน น้ำหนักตัวลดลง ตาเป็นหมีแพนต้า
    ท้องอืด ไม่อยากหุงข้าว ไม่อยากทำงานอื่น ๆ อยากเขียนงานเรื่อย ๆ ข่มตาไม่ลง ผลสุดท้ายต้องถอย ถ้าไม่ถอย คงตายก่อนได้ คศ.3 อายุใกล้ 50 ปีแล้ว เงินเดือนก็จะตัน จะมีหนทางใดที่ขยับเงินเดือนให้เพิมขึ้นได้บ้าง สอนหลายวิชา ระดับเด็กมัธยมขยายโอกาส เตรียมการสอน ตรวจงาน ทำงานอื่นตามโครงการของโรงเรียนก็หมดเวลาแล้ว กลางคืนต้องมานั่งเขียนเอกสาร เครียดมาก ความก้าวหน้าของครูมีแค่นี้เองหรือ



ความคิดเห็นที่ 28

29 ส.ค. 2550 15:21
  1. ความคิดเห็นที่ผ่านมาพูดกันถึงเรื่อง อาจารย์ 3 (ครู คศ.3) ก็ขอพูดบ้าง ตอนนี้ กำลังทำผลงานอยู่ แต่มีความวิตกกังวลว่า ทำไปแล้วจะผ่านหรือเปล่า ขอยืนยันว่าทำจริง ใช้สอนจริง ตามสภาพของนักเรียนในชนบท การเขียนผลงานก็ ทำไปตามที่ใช้สอนจริง ไม่ได้เขียนเลิศหรูเกินความเป็นจริง ใช้สอนแล้วนักเรียนได้ความรู้จริง แต่ไม่ทราบว่าจะถูกใจคนตรวจผลงานหรือไม่
    อย่างไรก็ตาม อยากจะขอความเห็นใจจากผู้ตรวจผลงานว่าอย่าเข้มให้มากเกินไปนักให้เห็นใจครูที่เขาทำบ้าง คนที่ทำผลงานแล้วได้ส่งถือว่ามีความสามารถ ผลดีต้องเกิดขึ้นกับนักเรียนแน่นอนไม่มากก็น้อย หากทำแล้วไม่ผ่านก็เกิดความท้อแท้ หมดกำลังใจ คงไม่เป็นผลดีต่อนักเรียนแน่นอน
    ไม่ทราบว่าท่านผู้ตรวจผลงานเคยมีอาการแบบที่ว่า พอมีกำลังใจ ก็มีพลังที่จะทำอะไรต่อไปอีกมากมาย แต่ถ้าหมดหวัง ขาดกำลังใจ ทั้งร่างกายและจิตใจมันอ่อนล้าไปหมด ไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไรต่อไป การทำผลงานวิชาการก็เช่นเดียวกัน ขอความกรุณา ขอความเห็นใจด้วย



ความคิดเห็นที่ 29

29 ส.ค. 2550 15:45
  1. ขอพูดถึง ครู คศ.3 ต่อจากความคิดเห็นที่ 28 การที่พูดว่าครู เป็นวิชาชีพชั้นสูงนั้น ความจริงขัดกับความรู้สึกมาก เพราะไม่ได้ยกย่องให้เกียรติครูเท่าที่ควร ทั้งที่ครูเป็นคนปั้นและหล่อหลอมให้เด็กเป็นคนดีด้วยความยากลำบาก เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในสาขาอาชีพต่าง ๆ มากมาย
    เรื่องที่เห็นว่าไม่ได้ยกย่องให้เกียรติครูเท่าที่ควร เช่น
    1. การทำผลงานวิชาการก็ผ่านยากลำบาก เช่น พวกอบรม 2 ครั้งยังไม่ผ่าน
    2. ครูกู้ยืมเงินมีหนี้สินมากก็พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง เหมือนประจานครู ถ้าลองให้เงินเดือนมาก ๆ ดูซิว่าครูจะเป็นหนี้หรือไม่ ข้าราชการอื่นก็กู้เหมือนกัน ไม่เห็นพูดถึง
    3. การปูนบำเหน็จความชอบของข้าราชการครูที่ถูกยิงเสียชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยได้ยินว่า ครูที่เสียชีวิต ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งจาก ครู คศ.2 เป็นครู คศ.3 เลย แต่ทหาร ตำรวจเสียชีวิตได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง มาก (ไม่ได้ว่าทหาร ตำรวจ นะ ข้อนี้เห็นด้วย และถือว่าทำดีแล้ว) แต่ครูก็ควรมีเหมือนกัน



ความคิดเห็นที่ 48

11 เม.ย. 2551 19:53
  1. <P>ได้อ่านความในใจของคุณครูทุกท่าน และมีอีกหลายพัน หลายหมื่นคนทีคิดเหมือนกัน ว่าอาชีพครูในสังคมไทย ทำไมเป็นอย่างนี้&nbsp; ชีวิตของเราอยู่กับนักเรียน&nbsp; ให้วิชาความรู้ หล่อหลอมความเป็นคน ให้มีจริยธรรม คุณธรรม ซึ่งยากเย็น แสนเข๊ญเพราะเขาเหล่านันแตกต่างกัน&nbsp; มึปัญหาครอบครัว&nbsp; ครอบครัวแตกแยก&nbsp;&nbsp; ครูต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวซึ่งต้องใช้เวลาและวิธีการท่จะให้เขาจบการศึกษาออกไป&nbsp; ไม่ออกกลางคัน</P>
    <P>การทำผลงานเป็นการพัฒนาครู ให้พัฒนาตนเอง ครูเองก็ต้องพัฒนาในด้านเทคโนโลยี เช่นการทำเอกสารประกอบการเรียนการสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp; การจัดทำรายงานการใบ้สื่อ การวิจัยความพึงพอใจของผู้เรียนท่มีต่อผู้สอน&nbsp;&nbsp; การจัดทำสิ่อการสอน&nbsp; ซึงครูรุ่นใหม่คงไม่มีปัญหา แต่ครูรุ่นเก่า พวกเทคโนโฟเบีย&nbsp;คงยากมาก</P>
    <P>ขอให้ครูทั้งหลายจงอยู่กับศิษย์ อย่างมีความสุข&nbsp; บ่มเพาะเขาเเหล่านั้น ให้ออกไปอยู่ในสังคม และโลกท่เป็นความจริงให้ตลอดรอดฝั่ง&nbsp; นี่คือความพอใจของครู&nbsp; </P>

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น