ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 18 พ.ย. 2547 (17:53) รูปแบบการสอบเข้าจะคล้ายๆกับคณะอื่นขอรับ
คือมี 1) โควต้า --> จะคัดเกรดหาเด็กในพื้นที่
2) Entrance
3) โครงการพิเศษ --> ส่วนนี้มหาลัยจะรับตรงครับ ค่าเทอมจะแพงกว่าปกติ
วิชาที่ใช้ในการสอบ
คือพี่สอบตั้งแต่ปี 40 นะ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เปลี่ยนหรือยัง
ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ อังกฤษ ไทย สังคม
วิชาที่ต้องเรียน(แต่ละที่จะไม่ค่อยต่างกันมาก)
ช่วงปี 1 จะเรียนรวมกับคณะอื่นขอรับ
ก็จะเป็นวิชาพื้นฐานทั้งหมดเหมือนที่น้องใช้สอบเข้า
ปี2 ถึง ปี3 จะเน้นวิชาเคมี ชีวะ เป็นหลัก (วิชาคำนวณยากๆนี่จะลดลงอย่างน่าใจหาย
ปี4 จะเริ่มมีการแยกสาขาวิชาชีพ ซึ่งพี่จะพูดถึงในย่อหน้าต่อไป
ปี5 มักจะเน้นไปที่การฝึกงานตามสถานที่ต่างๆกับการทำ Project
ปี6 จะมีเฉพาะผู้ที่เลือกหลักสูตร 6 ปี ซึ่งมีข้อดีอย่างไรจะกล่าวถึงอีกที โดยจะเน้นไปที่การฝึกงาน Project แล้วก็เรียนรู้จากงานวิจัยต่างๆ
โดยทั่วไปแล้วจะไม่แตกต่างไปจากนี้มากนัก โดยแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีวิชาสอดแทรกที่เป็นของตนเอง อย่างที่ศิลปากร(เผอิญพี่จบที่นี่น่ะขอรับ

) ก็จะมีวิชา Art for Pharm ซึ่งเป็นวิชาจัดสวน(โอ้ โน ไหงให้ตูมาจัดสวน -_-'') แหม่ พูดเล่นครับ เป็นวิชาเกี่ยวกับศิลปะของวิชาชีพ เพื้อเน้นให้มีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น(แต่เรื่องแข่งจัดสวน นี่มีจริงๆน้อ

)
ปล. ยกเว้นที่นเรศวรนะ เพราะที่นั่นไม่มีสาขาให้เลือก มีแต่ Pharm D ฉะนั้นต้องเรียน 6 ปี 100%
สาขาวิชาชีพ
Pharm D เป็นเพียงสาขาเดียวที่ต้องเรียน 6 ปี โดยจะเน้นไปที่งานด้านคลินิก ซึ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโดยตรง ว่ายานี้แก้อะไร มีผลข้างเคียงยังไง (เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเป็นหลัก)
Clinic คล้ายๆ Pharm D แต่เรียนไม่ลึกเท่า
Pharmaco เน้นไปทางกลไกการออกฤทธิ์ของยา ว่ายานั้นออกฤทธิ์ยังไง แตกตัวที่ไหน ดูดซึมที่ไหน ออกฤทธิ์เร็ว/ช้า แล้วออกฤทธิ์กี่ชั่วโมง ฯลฯ (เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับยาเป็นหลัก)
Bothany เน้นเรื่องสมุนไพร
Admin เน้นเรื่องการบริหาร เช่นจะบริหารห้องยาอย่างไรให้จัดยาได้เร็วขึ้น จะบริหารองค์กรอย่างไรให้ได้ตามเป้าที่หวังไว้ จะเก็บสถิติอย่างไรให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด
Phar Tech เน้นเรื่องการผลิตยา รูปแบบในการผลิต
QC เน้นเรื่องการควบคุมคุณภาพยา
Phar Chem ดูเรื่ององค์ประกอบทางเคมีของยา
อยากรู้เรื่องไรก็ถามเพิ่มได้ขอรับ
รองเท้าแตะ (IP:203.148.252.234,210.203.178.24,)