วิชาการดอทคอม ptt logo

การศึกษาไทยต้องการอะไร ...

โพสต์เมื่อ: 00:35 วันที่ 30 มี.ค. 2550         ชมแล้ว: 4,458 ตอบแล้ว: 31
วิชาการ >> กระทู้ >> ครูอาจารย์ >> ครูคุยทั่วไป
ผมคุยกับเด็กหลายๆ คน ...

ตอน ป.6 กำลังจะเข้า ม.1 ... พี่ๆ ผมเรียนที่ไหนดีครับ ...
ตอน ม.3 กำลังจะเข้า ม.4 ... พี่ๆ ผมเรียนสายอะไรดีครับ ที่ไหนดีครับ ...
ตอน ม.6 กำลังจะเข้า ปี 1 ... พี่ๆ ผมเรียนคณะอะไรดีครับ ที่ไหนดีครับ ...
ตอนกำลังจะจบปริญญาตรี ... พี่ๆ ผมทำงานอะไรดีครับ ที่ไหนดีครับ ... หรือเรียนต่อดี ...

ผมก็ตอบไปว่า ... พี่ช่วยเอ็งไม่ได้หรอกไอ้น้อง ...
ชีวิตของเอ็ง เอ็งก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ... ไม่ใช่ให้พี่ไปลิขิตชีวิตเอ็ง ...

ตกลงแล้ว ... การศึกษาไทยต้องการอะไรครับ ...
ช่วยผมด้วยครับ ... ผมอยากรู้ ...


นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง





จำนวน 30 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 30 มี.ค. 2550 (15:16)
ผมล๊ออินไม่ได้ ส่งอีเมล์ไปแล้วไม่มีการตอบ ใครจะช่วยแก้ไขให้ได้บ้างครับ



ปัญหาการศึกษาของเราอย่างหนึ่งก็คือ การขาดการแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ นักเรียนขาดการวางแผนในระยะยาว ทุกอย่างดูเหมือนตำข้าวสารกรอกหม้อไปหมด
tkesmala@yahoo.com (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 30 มี.ค. 2550 (16:42)
กระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักเรื่องการแนะแนว โดยให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้มีความรับผิดชอบในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้มีทักษะในการดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นสุข รู้จักเลือกและตัดสินใจ คือพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์(EQ) ซึ่งเป็นรากฐานในการพัฒนาความเก่ง(IQ) คุณธรรมจริยธรรม(MQ) และความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอุปสรรค (AQ) และให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาอย่างจริงจัง และสถานศึกษาจะต้องมีกระบวนการบริหารจัดการที่เอาจริงเอาจัง.....เพื่อให้เป็นไปตามปรัชญาการจัดการศึกษาต้องการคนดี คนเก่งและมีความสุข......อ่านแล้วดูเหมือนไม่ตรงประเด็น....เพราะกำลังศึกษาเรื่องจิตสาธารณะอยู่นิดหน่อย...โรงเรียนอื่นเขาปิดกันแล้ว แต่พวกเราตกลงกันทั้งโรงเรียนว่าไม่ต้องปิด.....มาโรงเรียนกันทุกวัน มาเฝ้าซากโรงเรียนมี่เหลืออยู่ค่ะ...
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 มี.ค. 2550 (18:38)
อย่างนี้ตอบยากน่ะ

กศธ.เขาก็ เน้นน่ะเรื่องอยากให้ เก่ง ดี มีสุข หรือคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัยหาเป็นเหมือนกันน่ะ

ในระดับพื้นฐาน ก็วางกรอบไว้ให้รู้ในสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ และต่อไปให้มีอาชีพสุจริต

แต่ กศธ. ก็เป็นหน่วยงานที่ใหญ่อุ้ยอ้ายมาก เพราะต้องดูแลคนทั้งประเทศ คนรับนโยบายไปปฏิบัติ ก็มีความเป็นมนุษย์ทั่วๆไปแหละ

ทำไปถูกบ้าง ผิดบ้าง ตามปัจเจกบุคคล

มันก็เลยออกมา หลายรูปแบบที่เห็นนั่นแหละ อย่าโทษแต่ กศธ. และครูก็แล้วกัน มองครอบครัวเด็กบ้าง ครอบครัวที่ดี ก็ให้อะไรดีดี กับเด็กมากมาย สังคมก็ช่วยกันด้วยสิ เห็นแล้วอย่าละเลย สอดส่องดูแล สิ่งมีชีวิตเหมือนกัน ทุกคนมีความทุกข์ของตนเอง ปล่อยวางให้มากๆหน่อยก็ดี เป็นธรรมดาโลก จะให้สมบูรณ์แบบคงไม่ได้ พยายามทำดีทีสุดล่ะกัน เหมือนที่คุณพยายาม กระตุ้นต่อมคิดของคนนี่แหละ คุณ สร.
ตองสี่ (IP:125.25.53.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 5 เม.ย. 2550 (21:33)
นายสติ



อ้าว หายไปไหน ตอนแรกเข้าใจว่า คุณมีอีกนามแฝงว่า สร.บนเวบนี้นะอย่าไปแปลเป็นอย่างอื่นละ เข้าใจว่า สร. กะคุณเป็นคน ๆเดียวกันนะ ขอโทษทีที่เขียนชื่อผิดอย่าน้อยใจล่ะ ความคิดคุณเหมือนคนแก่อายุมากนะเพราะเข้าใจอะไรได้ลึกซึ้ง แต่ดูชื่อแล้วเหมือนเด็กหนุ่ม ไม่เกิน 30 นะ ถ้ายังไม่แต่งงาน จะขอเป็นลูกชายซะหน่อย สำนวนคุณเหมือน คุณ MG คุณ xx เหมือนอีกคน ไม่บอกเดี๋ยวเขาจะด่าเอาเพราะ

ดุมาก อยู่ในเวบนี้แหละ
ตองสี่ (IP:125.25.51.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 เม.ย. 2550 (06:57)
เรียนคุณครูนายสติและคุณตองสี่

เรานำข้อคิดจากกระทู้ของนายสติไปวางแผนพัฒนางานการเรียนการสอนในโรงเรียนของเรานะคะคือโครงการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชิงระบบ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน นี่แหละค่ะถ้าพวกครูลงมือทำ...และถ้าทำอย่างต่อเนื่อง..จนกว่าจะบรรลุจุดประสงค์ นับว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากทีเดียว เราใช้ระบบการเรียนรู้มาดูแลเพื่อเป็นการแก้ปัญหาและการป้องกันภัยพิบัติ...และให้มีความสามารถในการประเมินค่าของตนเอง เลือกแนวทางในการศึกษาต่อและอาชีพที่สนใจได้

การคิด การทำ การติดตาม และการสานต่อ....ทำคนเดียวเป็นไปได้ยากต้องเกิดจากการร่วมมือของคนหลาย ๆ ฝ่าย...โดยระบบบริหารจัดการที่พอดีกับโรงเรียนและท้องถิ่น...ความรู้และประสบการณ์ที่ครูร่ำเรียนกันมา ควรนำออกมาใช้..และร่วมกันรับผิดชอบอย่างจริงจัง...

อยากทราบไหมว่าเราทำกันอย่างไร...แค่พวกเราร่วมมือกันวางแผนพัฒนาโครงการ...ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ปลื้มแล้วนะคะ...

ขอให้ท่านผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่เข้ามาตรงนี้ ให้ความกรุณาชี้แนะ ชี้นำและเสนอแนะที่เป็นประโยชน์แก่พวกเราด้วยค่ะ พวกเราชาวครูและชาวบ้านจะรอคอยความปรารถนาดีจากท่านค่ะ
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 เม.ย. 2550 (23:17)
เรียน ครูคิม



ยินดีครับ ที่ครูคิม เอาข้อคิดที่ได้จากกระทู้ที่ผมตั้ง ไปประยุกต์ใช้ ...

จะเป็นประโยชน์กับเด็กนร.มากเลยล่ะครับ ...



และจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ครับ หากครูคิมสามารถเผยแพร่สิ่งที่ครูคิมได้ทำให้เกิดขึ้นกับเด็กครับ ...



ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำครับ
นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 6 เม.ย. 2550 (23:28)
เรียน คุณตองสี่



ครับ ผมเป็นคนละคนกับ สร. ครับ ไม่เป็นไรหรอกครับผม



ที่ผมตั้งคำถาม เพราะผมอยากให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ครับ

ผมอยากให้การศึกษาของประเทศนี้เป็นสิ่งที่ควรเป็น ... เป็นการศึกษาอย่างคนที่มีหัวใจครับ ...
นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 7 เม.ย. 2550 (10:38)
เรียนคุณนายสติ

สังคมของชาวครูที่โรงเรียนของเรา ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและรักใคร่ สามัคคี ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ตอนนี้พวกเราช่วยกันพัฒนาใหม่คือปฏิรูปทั้งโรงเรียนอย่างเป็นระบบ(นำทฤษฏีทางวิชาการมาช่วย) เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส.. ผลเป็นประการใดก็จะเผยแพร่ทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ (ความล้มเหลวของคนหนึ่งอาจจะเป็นบทเรียนของอีกคนหนึ่งก็ได้) ใช่ไหมคะ คนเราเมื่อกล้าคิดก็ต้องทำตามที่คิด ไม่ได้คิดอย่างเพียงเดียวแต่ไม่ทำ ทำแล้วต้องติดตามผล เรียกว่า"ต้องรับผิดชอบ" ต่อการกระทำ ต่อความคิด ต่อผลที่เกิดขึ้น
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 9 เม.ย. 2550 (11:25)
เรียน ครูคิม



ควรเป็นเช่นนั้นแหละครับ ...
นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 15 เม.ย. 2550 (20:38)
ครูก็คือครู ในโลกนี้ก็ต้องมีคนเก่งกว่าแต่ไม่ได้มามีอาชีพครู ก็ควรให้ข้อเสนอแนะคิดเห็นที่สามารถนำไปปฏิบัติตามได้ ครูทั้งหลายจะถือเป็นคุณอย่างยิ่ง
ญานนท์ (IP:125.25.52.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 เม.ย. 2550 (11:13)
การศึกษา ควรมีเป้าหมายที่ ทำให้คนเป็นคนดี และมีศิลปะที่จะเป็นทักษะด้านอาชีพ



ถ้าเราตอบได้ว่า คนดี นี่เป็นอย่างไร



และศิลปะที่เป็นทักษะด้านอาชีพ ที่ควรส่งเสริมสนับสนุนนี้ มีอะไรบ้าง





ก็น่าจะพอมองเห็นได้แล้วแหละว่า การศึกษาควรเป็นอย่างไร



( จริงๆ แล้วตอบได้ง่ายมาก ถ้าหากจริงใจจะตอบ ด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยความปรารถนาดี)
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 18 เม.ย. 2550 (19:42)
น่าจะมีครู หรือนักการศึกษาเข้ามาแลกเปลี่ยนกันมาก ๆ กว่านี้นะ ทุกท่านที่แสดงความคิดมาทั้งหมดอ่านแล้วได้แนวคิด
กัณฑิกานต์ (IP:58.181.180.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 18 เม.ย. 2550 (21:44)
เรียนทุกท่านครับ



ลองสมมติกันดูนะครับ ... ถ้าหากเราได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ...

สามารถออกนโยบายการศึกษาของไทยได้ ...

เราอยากออกนโยบายในหัวข้อ ... การศึกษาไทยต้องการอะไร อย่างไรครับ ...



เชิญได้เต็มที่เลยครับ ไม่มีถูก ไม่มีผิด ครับ

ถ้าหากมีนักการศึกษาทั้งหลาย เข้ามาคุยกันมากกว่านี้ก็ดีซินะครับ
นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 18 เม.ย. 2550 (23:18)
เรียนทุกท่าน



ได้รับรู้ความคิดเห็นและข้อเสนอของหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะบางท่านหายหน้าไปหลายวัน ไปปฏิบัติธรรมมาหรือ ขอแสดงความยินดีด้วย
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 19 เม.ย. 2550 (17:30)
ไม่แน่ใจว่าครูคิม หมายถึงผมหรือเปล่า

แต่ที่คาดเดานั้น เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ



สงกรานต์ปีนี้ ได้ทำอะไรให้กับวันเกิดตัวเองที่เป็นสิ่งที่ดีมากๆ

ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม ด้วยศรัทธา ด้วยฉันทะของเราเอง



ได้รู้ว่าหนังสือธรรมะต่างๆที่ผมได้อ่านมาแล้วมากมายนั้น

บอกอะไรผมได้เพียงบางส่วน

ที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมยังไม่รู้ที่ "จิตใจ" ของเรานี้



ทำให้ผมได้ค้นพบเป้าหมายของชีวิตที่สำคัญว่า





ในช่วงชีวิตสั้นๆของเรานี้

เราจะเข้าไปรู้จักกับ "จิต" ของเราได้อย่างไร



ด้วยปฏิบัติบูชา ด้วยการภาวนา



อยากให้ทุกคน ได้ฝึกการทำสมาธิ ภาวนา

เพื่อที่เราจะได้ค้นพบ "จิต" ของเราที่แท้จริง

MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 เม.ย. 2550 (15:58)
เรียนคุณ MathGuy



ขอแสดงความยินดีที่มีโอกาสได้ไปปฏิบัติธรรม และขออวยพรย้อนหลัง"สุขสันต์วันเกิดนะคะ" ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและมีพลังในการทำงานต่อไป
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 23 เม.ย. 2550 (16:27)
ขอบคุณครับ ครูคิม



และขอแสดงความยินดีด้วยเช่นกันที่ครูคิมเองก็ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรม ปฏิบัติบูชา ซึ่งสิ่งที่ดี ที่ทำได้ยากยิ่ง



ผมจินตนาการไปว่า ถ้าชาวพุทธมีการอบรมจิต ดูจิตใจของเราเอง ฝึกทำจิตให้สงบ

เอาแค่วันละครึ่งชั่วโมง





จิตใจของเรา จะพัฒนาไปในทางที่ดีเพียงใด

สังคม จะเต็มไปด้วยการมีเมตากรุณา การช่วยเหลือกันเพียงใด

ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ การปองร้ายคิดร้ายต่อกัน



ข่าวหน้าหนึ่ง ของหนังสือพิมพ์ต่างๆ ก็คงจะหายไป
MG (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 24 เม.ย. 2550 (09:32)
การฝึกให้รู้จักตนเอง รู้ตัวโดยการมีสติอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ดีต่อผู้ปฏิบัติและเป็นประโยชน์ต่อสังคมรอบด้าน เพราะผู้มีสติจะไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ๆ
กันยายน (IP:125.25.61.215)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 25 เม.ย. 2550 (23:12)
ค่ะคุณ MathGuy



การที่เราได้ไปฝึกปฏิบัติธรรม อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้จิตใจของเรา(ดิฉัน)จากสีดำ ๆ เทา ๆ ได้จางสีลงเป็นเทาอ่อนลงบ้าง



การอ่านทำให้เรารู้จักธรรมะ แต่การปฏิบัติทำให้เรามีธรรมะ (ดีขึ้น)
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 เม.ย. 2550 (13:33)
คติประจำใจนักปฏิบัติ



" ไม่ว่าชีวิตเราจะเจอสิ่งที่ดี หรือสิ่งที่เลวร้ายเพียงใด ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่

ขออย่าให้ว่างเว้นจากการปฏิบัติ เมื่อมีเวลา เมื่อมีโอกาส ให้เราฝึกทำเป็นปกติ ...

ให้เราสัญญากับตัวเราเองว่า ... เราจะไม่ทิ้ง การภาวนา "
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 1 พ.ค. 2550 (10:11)
จากกระทู้ที่กล่าวมาก็มีส่วนตรงกับความจริงมาก การที่เด็กเรียนไปวันๆๆนี้ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะไปทำอไรในอนาคตและตอนที่จะเรียนต่อนั้นก็ต้องให้เลือกเองก็อยากจะบอกว่าเวลาของเด็กๆนั้นมีไม่มากหนักนะค่ะ ยิ่งถ้าเป็นม.ปลายการเรียนการสอนก็หนักพอตัว ไหนจะมีงานที่อาจารย์สั่ง กิจกรรมโรงเรียนอีกมากมาย ทางโรงเรียนน่าจะช่วยแนะแนวทางการศึกษาอย่างเข้มข้นมากหน่อยเพราะการแนะแนวไม่ได้ให้เด็กทำงานตามที่อาจารย์สั่งเอามาส่งแล้วเช็กผ่านให้ ขอให้มีความคิดที่ว่า การแนะแนวคือการเปิดทางให้เด็กเห็นตัวตนที่อยากเป็น
เด็กม.ปลาย (IP:203.114.103.199)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 1 พ.ค. 2550 (12:52)
ผู้ใหญ่ ที่ได้ผ่านการลองผิด ลองถูก มามากแล้ว



และเห็นแล้วว่าอะไร เป็นทิศทางที่ถูกต้อง (พิจารณาตนเอง ชีวิต สังคมแล้ว)



จึงควรต้องช่วยกัน สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ให้ทางเลือกที่ดี กับเด็ก
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 1 พ.ค. 2550 (12:59)
เด็ก ม.ปลายคะ



ทำไมเด็กส่วนมากถึงเลือกคณะเรียนตามคะแนนที่ได้ เห็นมีส่วนน้อยเลือกตามความชอบ ความสนใจ เห็นด้วยกับการสั่งงานมากๆ บังคับให้ทำโน่นทำนี่ อาจจะไปปิดกั้นเวลาที่เด็กจะได้ศึกษา ศาสตร์แขนงที่ตนเองชอบจริงๆ หนูคิดออกหรือยังละคะว่าหนูอยากเรียน

อะไร เห็นบางคนไปเรียนปริญญาโทแล้วพึ่งรู้ตัวเองว่าชอบอะไรกันแน่ แต่มาผิดทางแล้ว

เพราะเรียนตามคะแนนที่ผลักดันไป หนูคิดว่าเดินทางถูกหรือยังคะ
ตองสี่ (IP:125.25.33.75)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 2 พ.ค. 2550 (19:24)
เรียนคุณ MathGuy



วันนี้ได้รับหนังสือธรรมะ"พุทธะ : ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" จำนวน 2 เล่ม กลับมาจากโรงเรียนเห็นซองหนังสืออยู่บนโต๊ะ



ในนามของคณะครู นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนขอขอบคุณ คุณ MathGuy เป็นอย่างสูง หนังสือแบบนี้เด็กระดับชั้นมัธยมต้นเขาอ่านได้ค่ะ เพราะเขาเคยฝึกปฏิบัติธรรมตอนภาคฤดูร้อนมาแล้วทุกปี ๆ ละ 10 วัน แต่ปีนี้เราถูกงดก็เพราะมีเหตุนั่นเอง ทางโรงเรียนจะตอบเป็นจดหมายถึงผู้มีอุปการะคุณอีกครั้งค่ะ



ขอให้ผลแห่งการประกอบกรรมดีได้ดลบันดาลให้คุณ MathGuy และครอบครัวจงมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 3 พ.ค. 2550 (20:21)
สวัสดีค่ะ คุณตองสี่



วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี ครูทุกคนอยู่พร้อมหน้ากัน เปิดกล่องหนังสือของคุณตองสี่ค่ะ นับแล้วได้ 75 รายการ นักเรียนชั้น ม.2 ที่มาช่วยทำงานเกิดแย่งหนังสือกันอ่านใหญ่เลย ทำให้ไม่ได้งานเต็มที่ แต่ก็ช่างเถอะ ดูเขามีความสุขกันมาก...ที่ได้อ่านหนังสือแบบนี้ เขาบอกว่าหนังสือเล่มเล็ก ๆ น่าอ่าน



น้องที่ทำหน้าที่ธุรการ ทำที่อยู่ของคุณตองสี่หาย เพราะเขาเอาไปดูเพื่อที่จะตอบขอบคุณมาในนามของโรงเรียน วันนี้จึงขอรบกวนขอที่อยู่ใหม่อีกครั้งนะคะ ครูทุกคนฝากขอบคุณมายังคุณตองสี่ค่ะ
ครูคิม
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 8 พ.ค. 2550 (17:44)
การศึกษาไทยต้องการอะไรแน่

ใครจะแก้ปัญหาได้ให้เฉลย

จวบจนกาลผ่านมาเหมือนละเลย

หัวอกครูผู้นี้เอย..คอยอยู่ผู้ร่วมทาง
ครูพฤษภา (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 8 พ.ค. 2550 (22:21)
ขอเรียนเชิญทุกท่านพูดคุยต่อกันได้ที่นี่ครับ

มีหัวใจ พัฒนาการศึกษา ของ ชุมชนมีหัวใจ



กำลังหาแนวร่วมทางเดินในเส้นทางธรรมนิยมครับ

การศึกษา ในแนวทางธรรมนิยมเป็นอย่างไร พูดคุยกันได้เลยครับ
นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 25 พ.ย. 2550 (19:44)
นี่เป็นการตอบข้อเสนอแนะ ที่ผมได้ โพสไว้ในระบบรับความคิดเห็นหลังจบการศึกษา ป.ตรีนะคับ

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับหลักสูตร และสาขาวิชาที่เรียน



ควรจะมีวิชาที่แนะนำศาสตร์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจภาพรวมของสาขาวิชา (ซึ่งควรจะเรียนตั้งแต่ปีหนึ่ง) และยังขาดรายวิชาที่เป็นตัวเชื่อมโยงความรู้จากแต่ละส่วนย่อยมา บูรณาการ ยกcase ตัวอย่าง และ ลองปฏิบัติ จริง อย่างเต็มระบบ(คนละแบบกับวิชาโครงงานปีสี่ ที่มีแต่จะให้ทำโดยไม่มีการปูแนวคิดแบบบูรณาการมาก่อน) รวมทั้งตัวอย่างการประยุกต์ใช้ความรู้ในรูปแบบต่างๆที่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันในปัจจุบัน และแนวโน้มของเทคโนโลยีในอนาคต เพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ และกระตุ้นจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักพัฒนา (เรียนปีสุดท้าย)

สุดท้ายนี้ ยังมีเรื่องที่สำคัญที่สุด คือ ถึงแม้ว่าจะมีหลักสูตรที่ดีเพียงใด แต่ถ้าการเรียนการสอนนั้นไม่ได้เป็นไปตามหลักสูตรที่วางไว้ เท่ากับว่า หลักสูตรนั้นไม่มีความหมายใดๆ

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเรียนการสอน

ควรมีการอบรม อ.มหาลัย ให้มีจิตใจของความเป็นนักถ่ายทอดที่ดี หมายความว่า

1. มีความตั้งใจจริงที่จะถ่ายทอดความรู้วิทยาการให้กับนักศึกษา

2. มีความเข้าใจในระดับความรู้ของนักศึกษา เพื่อใช้ในการลำดับข้อมูลในการถ่ายทอด

3. มีเทคนิคในการถ่ายทอดที่ดี รวมถึงการกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของนักศึกษา

ฯลฯ

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา

จากที่ได้เสนอแนะมา แม้ว่าหลักสูตรต่างๆ และอาจารย์ทุกท่านจะดีเพียงใด แต่ถ้านักศึกษานั้น เป็นนักศึกษาแค่สถานภาพ หมายความว่า ขาดจิตใจที่กระหายใฝ่รู้ คิดเพียงแต่จะเรียนให้จบเพื่อได้ชื่อว่าเรียนจบ ก็ถือว่า ระบบการศึกษานั้น ตกม้าตาย ตั้งแต่ก่อนจะออกรบ ซึ่งสถานในขณะที่ผมกำลังศึกษาอยู่นั้น อาจเรียกได้ว่า ขาดวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ในหมู่นักศึกษาส่วนมาก

สาเหตุนั้นอาจเกิดจาก กระแสวัตถุนิยม อบายมุข สื่อต่างๆ ฯลฯ สร้างแรงดึงดูดเบี่ยงเบ่นความสนใจในการเรียนรู้ นอกจากนี้ อาจเกิดจากการที่นักศึกษา ไม่เข้าใจในตนเองว่าแท้ที่จริงนั้น ตนเองชอบในสิ่งใด หรือ ได้เรียนในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ เพราะถูกกรอบของค่านิยมสังคมไทย หรือความคิดของพ่อแม่จำกัดไว้

ด้วยเหตุนี้ จึงควรที่จะกลับมาแก้ไขที่ต้นเหตุต่างๆ ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ยากแต่เป็นหนทางแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวและยั่งยืน ผมขอเสนอแนะตัวอย่างแนวทางแก้ไขดังต่อไปนี้

1.การเรียนในระดับมัธยมนั้น ควรเน้นให้นักเรียนเข้าใจในตนเองเพื่อเลือกวิถีชีวิตในอนาคต ด้วยวิธีการต่างๆเช่น วิชาแนะแนวการศึกษาในระดับมัธยมนั้น ควรให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ สาขาต่างๆ ว่าเค้าต้องทำอะไรบ้าง ต้องรู้อะไรบ้าง วิถีชีวิต เป็นอย่างไร โดยอาจเชิญผู้ที่ทำอาชีพนั้นมาให้ความรู้แก่นักเรียน จุดประสงค์เพื่อ ให้นักเรียนได้เข้าใจอย่างแท้จริงถึงอาชีพต่างๆ รวมทั้งค้นหาตัวเองว่า ตนเองนั้นจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข หรือเหมาะสม ในวิถีชีวิตของอาชีพใด

2.การปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งตอนนี้ได้เลือนหายไปจากสังคมวัยรุ่นไทยไปแล้ว ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การจัดการกับสื่อ(เช่นการส่งเสริม ละครที่แฝงแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และแง่คิดข้อคิดต่างๆ ตัวอย่างจาก ซีรีย์ เกาหลี เรื่องซาดองโย(ได้แนวคิดของการเป็นนักประดิษฐ์) จูมง(ได้แนวคิดของการเป็นผู้นำที่ดี) เป็นต้น ลดจำนวนหรือปรับปรุงละครไทย ซึ่งปัจจุบัน ทำตามใจประชาชนส่วนใหญ่มากเกินไปโดยไม่ควบคุม คือ ทำแต่ละครที่เรียกกันว่า "ละครน้ำเน่า"(ตัวร้ายก็ร้ายสุดๆ ฝ่ายดี ก็ดีจนเซ่อ สุดท้ายก็ happy ending ดูจบ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา) ซึ่งอ้างว่า ทำตามใจรสนิยมประชาชนระดับรากหญ้า ซึ่งผมคิดว่า ควรนำเสนอสิ่งที่ดีๆให้แก่ประชาชนเพื่อให้เปลี่ยนทัศนคติไปในทางที่ดี จะดีกว่า) การจัดกิจกรรมปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้(เช่น ส่งเสริมกิจกรรมที่นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ การประประกวดสิ่งประดิษฐ์ ชมรมต่างๆ กิจกรรมที่ให้นักศึกษาหลายๆสาขาวิชามารวมตัวกันใช้ความรู้ในด้านต่างๆมาเชื่อมโยงพัฒนาให้เกิดผลงานที่เป็นประโยชน์ บริษัทจำลอง ฯลฯ) เป็นต้น

สุดท้ายนี้ ที่ผมเสียเวลากลั่นกรองความคิด และเสนอแนะมานี้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวผมเอง หรือเพื่อญาติพี่น้อง แต่ผมทำด้วยความหวังให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า เพื่อในหลวงของเรา ตามกระแสทำความดีเพื่อในหลวง และเพื่อชาวไทยทุกคนครับ ถ้าสิ่งที่ผมเสนอแนะมานั้นเป็นสิ่งที่หลายๆฝ่ายพยายามทำกันอยู่แล้ว ก็ขอให้พยายามสู้ต่อไปนะครับ

อย่าลืมนะครับว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด ของจัดทำระบบจัดเก็บข้อเสนอแนะนี้ขึ้นมา ก็คือ การวิเคราะห์ความคิดเห็น และนำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เกิดกระบวนการดังกล่าวนี้ เท่ากับว่า การลงทุนเสียทั้งเงิน(ของประชาชน) และเวลา นั้น สูญเปล่า รวมทั้ง ความหวังของชาวไทยคนหนึ่ง คนนี้ด้วยนะครับ
supachoke / sup_mce@hotmail.com (IP:58.8.196.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 27 พ.ย. 2550 (17:03)
ผมกลับมองว่า ผู้ปกครองต้องการอะไรจากการศึกษาในโรงเรียน แน่นอนว่า การศึกษาคิอการสร้างคนให้ออกไปทำงานเพื่อพัฒนาประเทศ ในอดีตแหล่งจ้างงานที่ใหญ่ที่สุด คือภาคราชการ พวกจบการศึกษาจึงมุ่งเข้ารับราชการ เกิดค่านิยม เรียนไปเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน แต่ปัจจุบันภาคเอกชนเป็นแหล่งจ้างงานที่โตกว่าภาคราชการ ภาคเอกชนจึงใช้เรื่องเงินเดือนที่สูงกว่ารับราชการเป็นตัวดูดให้คนไปทำงานด้วย ทำให้เกิดค่านิยมต้องการเงินเดือนมาก ๆ แต่ทำงานน้อย ๆ ค่านิยมถูกตอกย้ำโดยนิยายและละครน้ำเน่าในทีวี ทำให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองคาดหวังสูงจากเด็ก ทั้ง ๆ ที่มันผิดธรรมชาติ พอไม่ได้ดังใจหวังก็โทษครู-โทษโรงเรียน รัฐมนตรีศึกษาก็กลัวไม่ได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง ก็เลยออกนโยบายที่ปฏิบัติไม่ได้มากมาย สุดท้ายคนที่รับเคราะห์คือครูและโรงเรียน ผมเป็นแค่อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยของรัฐอยู่ 2 แห่ง ผิดหวังกับบัณฑิตทุกระดับในมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ทั้งของรัฐและเอกชน เพราะไม่มีเป้าหมายหรือตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาแต่ละระดับ การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากค่าหน่วยกิตเพิ่มขึ้น อาจารย์ก็เหมือนเดิม ครบสามปีก็ต่อสัญญาที ถ้าไม่เลวสุด ๆได้ต่อสัญญาทุกคน สุดท้ายเราก็ได้เด็กที่จบมหาวิทยาลัยแต่ก็ยังเป็นเด็กอมมือเหมือนเดิม ได้ปริญญาแต่ไม่ได้ปัญญา
TM
ร่วมแบ่งปัน472 ครั้ง - ดาว 172 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 19 ส.ค. 2551 (15:17)

การศึกษาของแต่ละคนขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำงาน� หรือความถนัด จึงไม่สามารถกำหนดได้ว่าอยากให้ลูกไปเรียนอะไรที่เขาไม่ถนัด พวกพ่อแม่ของเราก็เกิดค่านิยมมาว่า�พอลูกเรียนจบก็อยากให้ทำงานเป็นข้าราชการ เพราะว่าป็นงานที่มั่นคง แต่ความคิดของพวกเราดันผิดกับพวกท่าน คือ ทำงานอะไรก็ได้ที่เราชอบ และสามารถทำมันได้ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการ หรืออื่นๆ


ณันฐ์ฌญาธิภา วรัชอนันะ (IP:61.7.157.234)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม