|
ปะการังทนอยู่ในสภาวะน้ำที่เป็นกรดได้
โพสต์เมื่อ:
15:37 วันที่ 31 มี.ค. 2550 ชมแล้ว:
102,336
ตอบแล้ว:
6
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > วิทย์ทั่วไป
วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ชีววิทยา วิชาการ.คอม > วิทยาศาสตร์ > ธรณีวิทยา
ปะการังที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ถูกทำลายหลุดออก แต่ไม่ตาย เนื่องจากสภาวะของอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ปะการังที่สร้างขึ้นมาจนเป็นเหมือนโขดหินอาจฟื้นคืนกลับมาสู่สภาพเดิมดีกว่าที่คิดได้เมื่อสภาวะอากาศทีเปลี่ยนแปลงได้ทำลายมัน นักวิจัยได้ค้นพบว่าปะการังบางสายพันธุ์สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้แม้ในสภาวะที่น้ำทะเลเป็นกรด ถึงแม้ว่าตัวของพวกมันจะหลุดลอกเป็นอันๆ เพราะสูญเสียโครงสร้างแข็ง แคลเซียมคาร์บอเนตที่ช่วยปกป้องตัวเอง นี่อาจเป็นข่าวดีสำหรับปะการังแต่ละตัว แต่มันไม่ทำให้ทัศนียภาพของระบบนิเวศน์ของปะการังสวยงามขึ้น จากการที่ระดับคาร์บอนไออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นระดับของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ละลายในน้ำทะเลจึงเพิ่มสูงขึ้นด้วย ทำให้ระดับของกรดคาร์บอนิคในน้ำเพิ่มขึ้นด้วย Maoz Fine นักสัตววิทยาทางทะเลจาก Bar-Ilan University ในอิสราเอล กล่าวว่า นี่จะเป็นปัญหาหลักของปะการัง ความเป็นกรดของน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปะการังเป็นปะการังเปลือย นักวิจัยคาดการณ์ว่าระดับ pH ของพื้นผิวมหาสมุทรจะลดลงจาก 8.2 ไปเป็น 7.8 ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ซึ่งเป็นกรดมากที่สุดเท่าทีเคยเป็นมาในช่วง 20 ล้านปีที่ผ่านมาก (ref.1) Fine ได้ศึกษาถึงผลของความเป็นกรดของมหาสมุทรต่อปะการังเมดิเตอร์เรเนียน 2 ชนิด ได้แก่ ปะการังสปรีชีร์ Oculina patagonica และ Madracis pharencis เขาได้ทำการใส่ตัวอย่างในห้องทดลองในสภาวะที่เป็นกรดเพิ่มขึ้น ภายใน 2-3 สัปดาห์โครงสร้างแคลเซียมคาร์บอเนตของมันเริ่มถูกทำลาย และตัวก็จะเหลือแต่ตัวของมัน เขารายงานไว้ในวารสาร Science (ref.2) เป็นที่น่าแปลกใจว่าตัวของมันจะเจริญเติบโตได้ดีภายใต้สภาวะเช่นนี้ มันโตขึ้นถึง 3 เท่าของขนาดเดิม ไม่มีใครคาดคิดว่าปะการังจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสภาวะที่ pH ต่ำเช่นนี้ Fine กล่าว มันเหมือนกับว่าโคโลนีของปะการังพวกนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจากการที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน กลายเป็นแบบที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ ภายใต้สภาวะปกติตัวของปะการังจะเชื่อมต่อกันด้วยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า coenosarcs ซึ่งสามารถทำให้พวกมันแบ่งปันสารอาหารกันได้และแพร่กระจายพลังงานที่ต้องการไปทั่วทั้งโคโลนี Fine อธิบายว่าสมาชิกทุกตัวจะมีความเท่าเทียมกันและแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกัน ถ้าตัวหนึ่งได้แพลงตอนค์ มันจะมีการแบ่งกันไปทั่วทั้งโคโลนี แต่ในสภาวะที่เป็นกรดมากๆ ตัวปะการังแต่ละตัวจะดึงเอาส่วนของ coenosarc ออก และดำเนินการปกป้องตัวของมันเอง ในครั้งแรกของการวิจัย นักวิจัยได้เห็นการตอบสนองชนิดนี้ Fine กล่าวว่ากรดเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอนุมูลอิสระซึ่งนักวิจัยไม่สามารถที่จะชี้เฉพาะลงไปได้ เมื่อระดับ pH กลับไปเป็นปกติ ตัวปะการังจะรีบกลับไปหาโคโลนีและกลับสู่สภาพเดิม สร้างโครงสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และหดกลับสู่ขนาดเดิม กลายเป็นโคโลนีอีกครั้ง การสำรวจของ Fine ยังคลอบคลุมไปถึงร่องรอยฟอสซิลของปะการัง การสร้างโครงสร้างแข็งของปะการังดูเหมือนว่าปรากฏเห็นอย่างทันทีเป็นจำนวนมากระหว่างยุค Triassic (เมื่อประมาณ 237 ล้านปีมาแล้ว เป็นยุคที่มีภูเขาไฟระเบิดมาก) ซึ่งในยุคก่อนหน้านี้ไม่เคยปรากฏซากฟอสซิลมาก่อนเลยในช่วงระหว่างที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศสูง (ref.3) Daphne Fautin นักสัตววิทยาทางทะเลจาก University of Kansas กล่าวว่า โครงสร้างแคลเซียมคาร์บอเนตของปะการังที่เป็นตัวบ่งบอกถึงลักษณะของปะการังหินจริงๆ แล้วอาจเป็นลักษณะเพียงชั่วคราวที่เคลือบเอาไว้และจะค่อยๆ หายไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป Fautin เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะเป็นอัตราซึ่งสะสมระดับของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ อาจไม่สามารถจะทนเก็บมันไว้ การทำงานนี้ยังคงมีความหวัง Allen Collins นักสัตววิทยาของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จาก US National Oceanic & Atmospheric Administration ในกรุงวอชิงตันดีซี กล่าวว่า มันง่ายที่จะคิดว่าปะการังจะไม่ตายทันทีทันใดแม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดของน้ำทะเล แต่ยังมีปะการังชนิดอื่นอีกเป็นร้อยๆ สปีชีร์ และก็ยังไม่มีใครรู้ว่าความเป็นกรดของน้ำทะเลจะมีผลอย่างไรกับมัน Fine ชี้ว่าการค้นพบของเขาไม่เป็นผลดีต่อแนวปะการังในอนาคต รวมทั้งปลาที่อาศัยพวกมันในการหาอาหารและปกป้องตัวเอง เราต้องจำไว้ว่าแม้ว่าตัวปะการังจะยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่แนวปะการังอยู่ไม่ได้ References 1.Caldeira M. & Wickett M. E. Nature, 425. 365 (2003). http://www.nature.com/nature/journal/v425/n6956/abs/425365a.html 2.Maoz F. & Maoz F. Science, 315 . 1811 (2007). 3.Stanley G. D. & Fautin D. G. Science, 291 . 1913 - 1914 (2001). ที่มา http://www.nature.com/news/2007/070326/full/070326-13.html ![]() จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- ![]() ปะการัง (Coral) เป็นสัตว์ทะเลประเภทสัตว์ชั้นต่ำ ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่จัดอยู่ใน (Phylum Coelenterate) อยู่ใน (Class Anthozoa) มีโครงสร้างภายนอกเป็นหินปูน ที่ตัวปะการังสร้างขึ้น มาเองโดยอาศัยแคลเซียม ซึ่งมีอยู่มากมายในท้องทะเล ตัวปะการัง อยู่ภายในโครงสร้างหินปูน เรียกว่า โพลิป ( Polyp ) มีลักษณะเป็นถุงอ่อนนิ่มขนาดเล็ก เมื่อมีอยู่จำนวนมากจะก่อตัวเป็นแนวปะการัง ซึ่ง ระบบนิเวศปะการัง มีความหลากหลายทางชีววิทยา ทั้งพันธุ์พืชและสัตว์ โครงสร้างของระบบนิเวศปะการัง ( Colony ) ที่สำคัญคือ พืช เช่น ผู้ผลิตอาหารเบื้องต้น จากแร่ธาตุและแสงสว่างมีทั้งพืชเซลล์เดียว ที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ อยู่บนพื้นและในตัวปะการัง จนถึงพืชที่งอกงามเป็นลำต้น เช่น สาหร่ายและหญ้าทะเล จัดเป็นสังคมของสัตว์ที่กินพืชที่มี ทั้งอาศัยอยู่ในพื้นทราย ในโพรงหินปะการัง และชีวิตเล็กๆ ที่ล่องลอยในน้ำ คือ แพลงตอน ซึ่งจะเป็นอาหารของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งเป็น ที่ผู้ล่าและผู้ถูกล่าเป็นทอดๆ กันไป เป็นการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีสัตว์และพืชนานาชนิด อยู่อย่างหนาแน่นในพื้นที่จำกัด มีหลายรูปแบบของการ มีชีวิตอยู่ร่วมกัน ทั้งที่เป็นการอยู่อาศัยแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เช่น ดอกไม้ทะเลกับปลาการ์ตูน ปลาพยาบาลหรือกุ้งพยาบาลที่คอยกำจัด ปาราสิตให้กับปลาขนาดใหญ่ หรือการอยู่อาศัยที่ทำให้ผู้ให้การพักพิงเสื่อมโทรมผุพัง เช่น หนอนทะเล หรือหอยสองฝา ที่ฝั่งตัวอยู่ในปะการังโขด จึงอาจจัดได้ว่าแนวปะการัง เป็นระบบนิเวศที่มีความสลับซับซ้อน และมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อระบบนิเวศทางทะเล รูปแบบโครงสร้างการก่อตั้งของแนวปะการัง สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ 1) แนวปะการังชายฝั่ง เป็นแนวปะการังขนาดเล็ก ๆ ที่ก่อตัวและแพร่กระจายตามบริเวณชายฝั่งทะเล 2) แนวปะการังแบบกำแพง เป็นแนวปะการังที่อยู่ห่างจากชายฝั่ง มีโครงสร้างแบ่งตามเขตน้ำต่างๆ ในช่วงน้ำลง อีกทั้งถูกกันจากชายฝั่งโดยทะเลสาปน้ำเค็ม (Lagoon) 3) แนวปะการังแบบเกาะ เป็นแนวปะการังที่ก่อตัวในน่านน้ำลึก มีลักษณะเป็นวงแหวนหรือเกือกม้า ซึ่งอาจเกิดจากการที่ภูเขาไฟยุบตัว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dnp.go.th/npo/Html/Research/Coral_struc/Coral.html ![]() สงสัย บัฟเฟอร์เบสในน้ามทะเลโดนทำลายไปเยอะแน่เลย pHลดลงในรอบ20ล้านปี - - แต่ก็ทำให้พวกปะการังเจริญเติบโตแทน
Colodinate Colvalent
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1113 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 ก.พ. 2551 (10:50) <P><STRONG><FONT size=4><EM></EM></FONT></STRONG> </P> <P><STRONG><EM><FONT size=4></FONT></EM></STRONG> </P> เมลดา ไก่คำ (IP:58.137.145.230) |