วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
กลั่นเมธิลแอลกอฮอล์จากกลีเซอรีนของไบโอดีเซล
โพสต์เมื่อ: 06:56 วันที่ 22 เม.ย. 2550         ชมแล้ว: 39,304 ตอบแล้ว: 70
เครื่องกลั่นเมธิลแอลกอฮอล์จากกลีเซอรีน ที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตไบโอดีเซลในที่สุดผมก็ทำเสร็จแล้วครับ ..เครื่องนี้เป็นการให้ความร้อนโดยตรงจากเตากลีเซอรีนที่ผมพัฒนาขึ้น สำหรับหม้อต้มเป็นแบบ 2 ชั้น Bouble Boiler ไม่สัมผัสเปลวไฟโดยตรง ความจุของถังกลั่นใบนี้จุได้ 500 ลิตร แยกไปคอลัมน์ต่างๆ ความสูงประมาณ 5.15 เมตร ควบแน่นโดยการสูบน้ำผ่าน

ความเข้มข้นของเมธิลกอฮอล์ที่ได้ อยู่ประมาณ 98-99.5 % ครับ
7460


ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 69 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- 3| 4|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 พ.ค. 2550 (10:10)
ก็เป็นคติที่ผมใช้เวลาขี้เกียจ ..พอนึกถึงบทนี้ ..ก็ไม่อยากจะนอน อยากจะลุกขึ้นมา เสาะแสวงหาความหายให้กับตัวเอง ..เท่านั่นเองครับ..บทนี้ผมไม่แต่งเองหรอกครับ..น่าจะเป็นบทที่ท่านอาจารย์อังคาร กวีซีไรท์ท่านแต่งไว้นานแล้ว ผมจำได้ตั้งแต่ผมยังเรียนประถมครับ ..วันนี้เลยเอามาแบ่งให้อ่านกัยเพลินๆ ใครอยากจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรก็ตามใจครับ ..ยกความดีและโยชน์ที่ได้รับให้กับท่านอาจารย์อังคาร ..ด้วยความสำนึก..และรำลึกถึงในพระคุณที่ท่านได้ฝากบทกวีดีๆให้เราได้เอามาคิดเป็นคติประจำใจนี้.

ถ้าถามก็ต้องตอบสิครับ..ขนาดไม่ถามยังบอกเลย...

หลักการ Condensor ต้องยาวให้มากที่สุด เพื่อจะให้เวลา Conden ได้นานที่สุด
ที่เห็นผมใช้ท่อแดงขนาด 3 หุนอย่างหนา 1 ม้วนน่าจะประมาณ 15 เมตร ขดม้วนแบบชิดกันจนหมดม้วน เลยทำให้ดูสั้น จริงๆถ้าม้วนห่างๆก็จะดูยาวระยะทางเท่านั้นนั่นแหละครับ ..เชื่อถือเรื่องแบบยิ่งยาวยิ่งดีครับ

วาล์วน้ำมันเข้าจากด้านล่าง วงสีน้ำเงิน วาล์วน้ำล้นออกด้านบน วงสีแดง เหตุผลน้ำเข้าด้านล่างก็เพราะ เข้าจะเข้าจนเต็มท่อได้ก่อนจะล้นออก ถ้าปล่อยให้เข้าทางด้านบน แล้วออกล่างน้ำจะไม่โอกาสเต็มท่อเพื่อหล่อเย็นให้ Condensor วาล์วอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ครับ ที่ผมมีไว้ก็เพื่อคุณจะได้เห็นและวงกลมมาถามแค่นั้นเองครับ

ส่วนวาล์ววงสีแดง วาล์วนี้จำเป็น เป็นวาล์กลีเซอรีนเข้าครับ
ที่ถามก็ตอบหมดแล้ว..ถ้ายังสงสัยอยู่อยู่ก็ถามมาได้ครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 พ.ค. 2550 (10:40)
9183
ทำไบโอดีเซลนี่จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่ว่า ..เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราทำปฏิกริยาสมบูรณ์หรือไม่ การเปลี่ยนไตรกลีเซอไรด์ให้เป็น เอสเตอร์นั้นมีความสมบูรณ์แค่ไหน ซึ่งมาตรฐานได้กำหนด % ของเมธิลเอสเตอร์ไว้ 96.5 % เป็นไปได้ไหมเราทดสอบด้วยตัวเองง่ายๆแบบนี้ครับ

1.ผสม เมธิลแอลกอฮอล์ 500 ML กับ KOH 3 กรัม เก็บไว้ในขวดที่อากาศเข้าไม่ได้ แสงส่องไม่ได้
2.ใช้ไบโอดีเซลตัวอย่าง 20ML ใส่ในหลอดทดลองแล้วอุ่นด้วยตะเกียงสักเล็กน้อย
3.ผสมเมทอกไซด์ที่เตรียมไว้ 4-5 ml แล้วเขย่าให้เข้ากันสักพักทิ้งไว้ให้ตกตะกอน

เราจะพบว่ามีกลีเซอรีนตกเพิ่มขึ้น ตามภาพครับ หลอดขวามือเราผมเคยเอาตัวอย่างนี้ส่งทดสอบหาค่า เมธิลเอสเตอร์ได้ประมาณ 80% ส่วนหลอดกลางจะเห็นว่า % ดีกว่าเนื่องจากตกน้อยกว่า แต่ผมยังไม่ได้ส่งตัวอย่างนี้ไปทดสอบจึงไม่รู้ค่าครับ ..แต่ที่แน่ๆน่าจะดีกว่าหลอดขวามือเรา ..วิธีนี้อาจจะลูกทุ่งไปหน่อยแต่ก็น่าจะพอบอกอะไรเราได้บ้างครับ..ลองดูนะครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 18 พ.ค. 2550 (12:39)
ขอบคุณครับพี่ศุภชัย ที่ช่วยข้อข้องใจ

ส่วนเรื่องการเทสไบโอดีเซลด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ

เคยเห็นพี่โพสท์ไว้ที่เวป มอ. http://www.utahbiodieselsupply.com/methtestvideo/test.html


แต่มันเปิดไม่ได้แล้วอ่ะ พอดี ภาษาอังกฤษของผม snake ๆ fish ๆ มากกกกกกกกก

เลย งง ๆ ว่ามันต้องเอาไบโอดีเซล ก่อนล้าง หรือ หลังล้าง

แล้วก็ ตัวอย่าง 1 รึ 2 ที่ได้มาตรฐาน อ่ะครับพี่ พอจะบอกได้ไหมคร๊าบบบ

แบบว่าเสียงมันก็ฟังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ด้วย

ขอบคุณล่วงหน้า ด้วยคร๊าบบบบจ้าวนายยยยยยยยยยยยยย

มีอีกนิดนึงึครับพี่ ผมอ่านเจอว่า มีการทำปฏิกริยา Tranesterification

แบบไม่ต้องใช้ด่าง ใส่แต่แอลกอฮอล์ อย่างเดียว แต่ต้องทำปฏิกริยาที่ความดันสูง

พี่พอจะทราบรายละเอียด ไหมครับผม ที่ผมอ่าน มันบอกมาแค่นี้เองครับ

ถ้าทำได้ก็ดีนะครับ ไม่ใส่ด่างก็ไม่ต้องล้าง ไม่ต้องไล่ความชื้นด้วย

น่าจะดีนะครับ ทุ่นเวลา แถมไม่ต้องเสียแอลกอฮอล์ไปในการล้างด้วย

น่าจะดีนะครับจ้าวนายยยยยยยยยยยยยยย
Bio Lammm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 18 พ.ค. 2550 (14:58)
9241
การทดสอบแบบที่นำพูดถึงนี้เป็นคนละแบบกับของ Utah ครับ ..ลองอ่านดูก่อนไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยถามแล้วกันนะครับ

การทำน้ำมันเชื้อเพลิงมีเทคโนโลยี่มากมาย ผมว่าใส่ด่างก็ไม่เห็นจะยุ่งยากอะไร แต่ถ้าหากคุณไม่ใช่ด่าง อาจจะสบายในสายตาคุณแต่ก็ไม่ยุ่งยากอย่างอื่นเ เช่น ต้องทำในระบบแว็คคัม แบบนี้ก็ต้องลงทุนสูงขึ้น ..ในขณะที่ทุกวันนี้คุณสามารถทำแบบพึ่งพาตัวเองได้ ผมว่าพัฒนาสิ่งที่เราทำให้ได้คุณภาพ ให้ได้มาตรฐาน ให้เป็นที่ยอมรับ ถ้าพูดถึง ไบโอดีเซลภายใต้สัญญลักษณ์ Biopot เดียวกันนี้ จะต้องเชื่อถือได้ มีคุณภาพเท่าเทียมกันโดยทั่วไปไม่ดีกว่าหรือครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 21 พ.ค. 2550 (09:22)
อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน

อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน

อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน

อ่านของพี่ศุภชัยเข้าใจดีแล้วครับ แต่อยากจะถามไว้ประดับความรู้ครับผม

พออ่านของพี่ เมื่อวานนี้เลย ลองเอา ไบโอที่ยังไม่ได้ล้าง

กลับมาลองทำปฏิกริยาดูอีก 1 รอบ โดยใส่เมทรอคไซด์ 10 % ผลปรากฏว่า

มีกลีเซอรีนออกมาอีก พอสมควรครับผม ไบโอที่ออกมา ใสกว่าเดิมเล็กน้อย

แต่ พอเอาไปล้างน้ำดู ล้าง ง่ายมากครับผม ไม่นานก็ได้น้ำมันมาต้มไล่ความชื้นแล้ว

แต่คิดว่าคงไม่ติดใจวิธีนี้แน่ เพราะ เปลือง แอลกอฮอล์ครับผม แต่วิธีทดสอบไบโอที่พี่ศุภชัย

บอกมานี้ก็ดีครับง่ายดี บอกได้ว่ามีกลีเซอรีนตกค้างอีกเท่าไหร่ในไบโอของเรา

ขอบคุณนะคร๊าบบบบบจ้าววนายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
Bio Lammm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 21 พ.ค. 2550 (09:37)
โอ๊ยยยยยย สงสัย สงสัย สงสัย อีกแล้วคร๊าบบบบบบ

พี่ครับพี่ เราจะรู้ได้อย่างไรครับว่า กลีเซอรีนที่กลั่นมันหมดแอลกอฮอล์แล้วครับผม
ให้ดูว่ามันหยุดไหลออกมาแล้วหรือยังใช่ไหมครับ

ซึ่งอันนี้เราก็ต้องควบคุมอุณภูมิให้ดีด้วยใช่ไหมครับ เพราะเห็นพี่ใช้โซลินอยวาล์วคุมการปิดเปิดของแก๊ซ เพื่อจะได้ป้องกัน ไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไปซึ่งจะทำให้มีสารตัวอื่นระเหยออกมาปนกับแอลกอฮอล์ ผมเข้าใจถูกไหมครับพี่

หลังจากกลั่นเอาแอลกอฮอล์ออกแล้วกลีเซอรีนจะเปลี่ยนไปมากไหมครับ หมายถึงลักษณะทางกายภาพของมันน่ะครับ เช่นความหนืดเพิ่มมากขึ้นรึว่าสีเข้มขึ้น ปริมาณลดลงอะไรพวกนี้อะคร๊าบบบบบบจ้าวนายยยยยยยยยย
Bio Lammm เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 22 พ.ค. 2550 (11:35)
สวัสดีครับท่านศุภชัย ขอถามหน่อยครับว่า ที่ท่านกลั่นเมทานอลใช้อุณหภูมิในการกลั่นสูงสุดเท่าไหร่ครับ ขอบคุณครับ
สายธาร (IP:202.143.151.242)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 พ.ค. 2550 (20:19)
วิธีดูว่ากลั่นหมดแล้วหรือยัง ก็วัด T ของกลีเซอรีนนะคับ เอาว่าถ้าถึงสัก 85 oC ก็หยุดได้แล้วหละ เพราะแอลกอฮอ มันไปหมดแล้วหล่ะคับ
นาวิน / Navin@renewableenergy.co.th (IP:202.139.223.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 23 พ.ค. 2550 (07:22)
9582
อุณหภูมิที่ผมวัดมี 2 ตัวครับ

1.วงกลมที่ 1 อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องใช้แล้วที่ผมเทไว้ในระหว่างถังทั้ง 2 ชั้น ตัวนี้ต้องการดูว่า ใช้ความร้อนสัมพันธ์กับอุณหภูมิของ Vapour อย่างไร พบว่าอุณหภูมิตั้วนี้ไม่เกิน 90c ครับ
2.วงกลมที่ 2 อุณหภูมิของ Vapour หรือของ MeOH ที่ระเหยไปยัง Condesor ตัวนี้ผมติดต่ำไปหน่อยครับ ซึ่งถ้าจะดีผมควรติดไว้ที่ตำแหน่งหมายเลข 3 แต่ไม่เป็นครับ ..จุดนี้ผมใช้เป็นนจุดควบคุมอุณหภูมิสำหรับเปิดปิดแก๊ส โดยผมตั้งต่อและตัดอุณหภูมิไว้ที่ 65/68c แต่ถ้าหากผมไปติดที่ตำแหน่งเลข 3 อุณหภูมิน่าลดลงกว่านี้อีกครับ
3.สังเกตุว่า ไม่ได้วัดอุณหภูมิของกลีเซอรีนเลย

คำถามว่า เมื่อไหร่จะรู้ว่ากลั่นหมดหรือยัง ..ผมว่าต้องลองดูครับ.หมายถึงถ้าหากเราควบคุมอุณหภูมิในระดับที่ต้องการแล้ว ต้องทดลองกลั่น 10 ชั่วโมง 12 ชั่งโมง 14 ชั่วโมง ไปเรื่อยๆว่า MeOH ที่ได้นั้นจำนวนเพื่มขึ้นหรือแตกต่างอย่างไร ถ้าหากใช้เวลามากแต่ได้ MeOH ไม่ต่างก็หาจำนวนชั่วโมงที่คุ้มค่าในการกลั่นได้จริงไหมครับ ..ซึ่งแน่นอนว่าเราอาจจะไม่จำเป็นข้องกลั่นให้หมด ดูว่าคุ้มค่ากับแก๊สที่จ่ายไปตรงไหนก็พอตรงนั้นครับ จากตัวเลขเครื่องตัวนี้ผมกลั่นได้ 25% หมายถึงกลีเซอรีน 500 ลิตร ได้ MeOH 125 ลิตรโดยประมาณ ค่าความถ่วงจำเพาะของ MeOH ที่ได้ 0.8 วัดลูกลอยได้ 99.5% กำลังส่งไปทำสอบโดยใช้เครื่อง Karl ได้ผลยังไงจะแจ้งนะครับ

กลีเซอรีนหลังจากการกลั่นถ้าหากยังร้อนอยู่ก็จะเหลวเป็นน้ำถ้าปล่อยให้เย็นก็หนืดเป็นจารบี เอาไปทำกระบวนการอื่นต่อไปครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 23 พ.ค. 2550 (17:53)
เราคงไม่ต้องกลั่นเมทานอลออกจากเฟสกลีเซอรอล จนหมดหรอกครับ เพราะโดยหลักการแล้วยังไงก็ไม่หมด เพียงแต่กำหนดว่าเท่าไหร่จึงจะพอ
ในการกลั่นแยกเมทานอลแบบแบทช์นั้น เมื่อเมทานอลมี 25% จะกลั่นออกมาได้ง่าย พอเหลือ 15% ก็เริ่มยากขึ้น อาจต้องเพิ่มอุณหภูมิการกลั่นอีก และเมื่อเหลือ 5% ก็จะแยกยากขึ้นไปอีก
ทฤษฎีการกลั่นสารผสมอุดมคติ (ideal) ดูจาก Raoult's Law ครับ
เมื่อถึงจุดสมดุลการเพิ่มเวลาจะไม่ช่วยให้ได้เมทานอลออกมาอีก แต่หากเพิ่มอุณหภูมิจะได้เมทานอลเพิ่มออกมาครับ
chakrit.t@psu.ac.th (IP:202.12.74.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 25 มิ.ย. 2550 (18:48)
เรารู้ขั้นตอนทำไบโอดีเซล แบบโมเดล รวมถึงกระบวนการผลิตจริง เพราะทำวิจัยเรื่องนี้มาและเป็นผู้ช่วยของผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งที่ในวงการอุตสาหกรรมน่าจะรู้ดี ... ปรึกษาได้
เด็กน้อย (muay0301@hotmail.com) (IP:203.156.26.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 25 มิ.ย. 2550 (20:28)
เมธิลแอลกอฮอล์จากกลีเซอรีนที่ผลิตได้ เราสามารถใช้กับการผลิตไบโอดีเซลได้หรือไม่ครับ หากเราเอาไปขายในตลาดได้ราคาประมาณเท่าไหร่ครับ
glycerine เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 17 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 26 มิ.ย. 2550 (19:33)
สามารถนำมาใช้ได้ครับ ..ถ้าหากสามารถกลั่นได้ความเข้มข้นที่สูงพอ ส่วนราคานั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 486 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 28 มิ.ย. 2550 (12:12)
เรียน ท่านอาจารย์ชาคริต
จากความเห็นของคุณเด็กน้อย ผมเข้าใจว่าการเรียกคืน MeOH แบบ Total Recovery ไม่ว่าจะได้ Yield เท่าไหร่ เราก็จะได้ MeOH ที่ความชื้นเกิน 5000 PPM เสมอซึ่งไม่ Economic ถ้าจะนำ Wet MeOH แบบนั้นมาทำ Transesterification เพราะมันจะเกิด Soap สูงมากๆ Yield ของ ME จะตกไม่ถึง 1 Kg Fat / 1 Kg ME ครับ
ในความเห็นของของผม การกลั่นแยก MeOH ออกจาก Reacted Transesterification Liquid โดยไม่ต้องแยก Grude Gly ออกจาก Ceude Biodiesel น่าจะเป็นการออกแบบหอกลั่นเพียง 1 หอเท่านั้นน่าจะประหยัดกว่าครับ
จึงเรียนมาเพื่อขอความเห็นจากท่านอาจารย์และคุณเด็กน้อยด้วยครับ
Bio-Warning (IP:124.157.225.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 28 มิ.ย. 2550 (18:14)
ในความกังวลของผมคือ ปฏิกิริยาทรานส์เอสเตอริฟิเคชัน เป็นปฏิกิริยาที่ผันกลับได้
เมื่อทำปฏิกิริยาไปนานเพียงพอปฏิกิริยาจะเข้าใกล้สถานะสมดุล เมื่อระเหยเมทานอลซึ่งมากเกินพอออก ระบบจะเข้าสู่สภาวะสมดุลใหม่ที่มีเมทานอลในระบบน้อยลง ซึ่งหมายความว่าไบโอดีเซลจะเปลี่ยนกลับไปเป็นโมโนกลีเซอไรด์ หรือไดกลีเซอไรด์ กระทั่งไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งทำให้ความบริสุทธิ์ของเอสเตอร์น้อยลง หากจากออกจาก transesterification liquid ยกเว้นการระเหยจะเร็วมาก (อุปกรณ์ราคาสูง) หรือหยุดปฏิกิริยาผันกลับได้ โดยวิธีต่าง ๆ
ในต่างประเทศเสนอการล้างไบโอดีเซลด้วยน้ำและนำน้ำล้างไปรวมกับกลีเซอรอลและระเหยในขั้นตอนเดียวด้วยครับ
chakrit.t@psu.ac.th (IP:202.12.74.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 28 มิ.ย. 2550 (18:17)
หากจากออกจาก transesterification liquid ข้อแก้ครับ
เป็นหากระเหยเมทานอลออกจาก transesterification liquid
chakrit.t@psu.ac.th (IP:202.12.74.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 30 มิ.ย. 2550 (21:00)
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ ในประเด็นการหยุดปฏิกิริยาผันกลับได้ ก่อนทำการเรียนคืน MeOH ครับ ในเอกสารวิทยานิพนธ์ของ ป.โท หลายๆสถถาบันมักใช้ กรดในการหยุดปฏิกิริยาผันกลับได้ แต่มักจะพบว่า ME จะมีค่า FFA หรือ AV สูงเกิน Spec ครับ
bio-warning (IP:222.123.5.28)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 8 ก.ค. 2550 (13:34)
ค่า Acid Value ที่เกินมา อาจมาจากกรดที่เติมเพื่อหยุดปฏิกิริยาไม่เพียงแต่ สะเทินด่างที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเท่านั้น แต่ยังเหลือไปทำปฏิกิริยากับสบู่ ทำให้เกิดกรดไขมันอิสระ และเกลือขึ้นอีกด้วย
chakrit.t@psu.ac.th (IP:202.12.74.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 10 ก.ค. 2550 (06:44)
ขอบพระคุณครับ เป็นเรื่องที่ทางราชการกำลังปวดหัวกับไบโอดีเซลชุมชน เมื่อวานได้มีโอกาสพบ จนท.กองควบคุมคุณภาพเชื้อเพลิงที่มาเก็บตัวอย่างไบโอดีเซล ท่านบ่นว่า Biodiesel B100 จากโรงงานเล็กๆ จะตก Spec เรื่อง FFA/AV และความชื้นเสมอ ส่วนค่า Oxidation Stability เป็นปัญหาของโรงกลางๆเช่นกันที่ค่านี้ไม่นิ่งครับ
bio-warning (IP:124.157.214.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 22 ส.ค. 2550 (08:58)
ต้องการซื้อกลีเซอลีน tel 084-9811309 นัท email : natforestry55@hotmail.com
นัท/natforestry55@hotmail.com (IP:203.113.61.103)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.