วิชาการดอทคอม ptt logo

การเรียนสายวิทย์ เรียนไปเพื่ออะไร

โพสต์เมื่อ: 19:00 วันที่ 4 ม.ค. 2544         ชมแล้ว: 7,244 ตอบแล้ว: 24
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
สวัสดีค่ะหนูอยากทราบว่าเรียนสายวิทย์แล้วเราได้ประโยชน์อะไร เรียนไปเพื่ออะไร เพราะตอนนี้หนูเริ่มท้อกับการเรียนสายนี้แล้งค่ะ


แขก(203.155.33.182)





จำนวน 23 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 ธ.ค. 2543 (10:21)
ขนาดนั้นเลยเหรอครับ อืมม..แย่จัง :-(

Z-1
ร่วมแบ่งปัน455 ครั้ง - ดาว 166 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 ธ.ค. 2543 (13:57)
ก็หนุกดีเรียนสายวิทย์ อย่าเพิ่งท้อเลย

เราศ.น (IP:203.149.1.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 2 ธ.ค. 2543 (22:02)
ผมคืดว่าการเรียนสายวิทย์จะเป็นพื้นฐานสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคตนะครับแม้ว่ามันจะทำให้ปวดหัว ท้อแท้บ้าง ก็อย่าเพิ่งเกลียดสายวิทย์เลยนะ สายนี้มันน่าสนใจดีออก ได้รู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้หรือช่วยทำให้รู้ดีขึ้น ถ้าไม่ชอบทั้งหมดก็ชอบบางวิชาก็ยังดีนะ

เด็กน้อยอยากรู้ (IP:202.183.157.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 ธ.ค. 2543 (07:26)
วันก่อนผมดู ใน tv เขาพาไปดูพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่รังสิต มีการสาธิตการทดลองต่างๆทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนุก และในนักเรียนที่ไปลองทำเอง เห็นนักเรียนสนุกมากครับ


นักเรียนหลายๆคนออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเพิ่งเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์นี่เอามาใช้ มาอธิบายเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันได้มาก ถ้าเรียนแต่ทฤษฎีแล้วก็ไม่สนุก


เลยเอามาฝากครับ ลองไปดูซิครับ




หรือเข้ามาถามความเห็นต่างๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในนี้ก็ได้ครับ อย่ากังวลว่ามันเป็นปัญหาง่ายๆ ไม่ต้องกลัวคนอื่นว่า


ในนี้มีผู้ที่ทรงความรู้มากหลายๆคน คิดว่าคงทำให้คำตอบและความคิดของน้องสนุกได้


เช่น น้องไม่อยากรู้หรือว่าทำไมท้องฟ้าต้องมีสีฟ้า มีสีชมพูได้ไหม


ทำไมการคิดค้น window ของ บิล เกตส์และทีมงานจึงเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่


ทำไมมะเร็งส่วนใหญ่ จึงยังรักษาไม่หายขาด


ฯลฯ

Batman (IP:203.147.49.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 ธ.ค. 2543 (17:08)
ถ้าหนูเบื่อสายวิทย์ ก็ เรียน สายอะไร ก็ ได้ ที่ หนู คิดว่า เหมาะสม กับ หนู สิิ ลูก


ลองไป ปรึกษาที่ฝ่าย แนะ แนวดู หา งาน ที่ เราชอบ ทำ นะครับ


ถ้าหนู ลอง เล่า ให้ อา ดู บางที อาอาจ ให้ คำแนะนำ ได้

napat@britannica.com (IP:203.148.255.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ธ.ค. 2543 (19:54)
มัรก้อขึ้นอยู่กับตัวน้องเองครับ ว่าชอบ


อะไร แต่ถ้าถามผมที่ชอบวิทยาศาสตร์ ก้อแนะนำให้เรียนวิทย์ครับ


เพราะทุกอย่างไมม่ได้มั่วมา มีเหตุผล ไม่เหมือนบางอย่างที่พอไม่รู็อะไร ๆ ก้อบอกว่ามันคือผีบ้าง ปีศาจบ้าง

Nat (IP:168.120.63.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 3 ธ.ค. 2543 (21:53)
หุหุ พยายามเข้านะครับ ไหนๆก็เลือกมาแล้ว


คิกๆ ท้องฟ้าสีชมพูหรือคุณBatman
17324
K7 (IP:213.120.62.70)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 4 ธ.ค. 2543 (02:05)
การเรียนสายวิทย์ในระดับมัธยมปลายนะครับก็เรียนไปเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับสายวิชา แพทย์ วิศวะ วิทยาศาสตร์ เภสัช เศรษฐศาสตร์




ถ้าน้องคิดว่าสนใจที่จะประกอบอาชีพในสาขาวิชาข้างต้น ก็ถามตัวเองดูว่า เราสนใจจริงหรือปล่าว ถ้าสนใจจริง เราก็ต้องเรียนสายวิทย์นะครับ และ ก็พยายามทำใจให้สนุก ชอบที่จะเรียนรูกับสายวิทย์ อย่าพึ่งท้อใจนะครับ

เชาว์ (IP:38.38.135.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 ธ.ค. 2543 (12:43)
ยังมีสาขาวิชาต่าง ๆ ให้เรียนได้อีกมากมาย


ผมก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าทำไม เด็กๆไทยม.ปลายถึงได้แห่กันเรียน


สายวิทย์กันมากมายนักหนา


พอเรียนกันมาก ๆ แล้วก็หาครู(ดีๆที่มีความรู้วิทย์จริงๆ)สอนก็ยาก


รัฐบาลก็มากีดกันอีกว่าถ้าเรียนจบมาสายวิทยาศาสตร์ไม่มีวิชาครู


ก็สอนหนังสือในโรงเรียนรัฐบาลไม่ได้(เฮ้อ แล้วต่อไปประเทศไทยจะเป็นอย่างไร)


สอนแล้วเด็กก็ไม่มีความรู้วิทย์กันเสียเลย


ผมติดตามผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็ก ๆ มาหลายปี


แล้วก็กลุ้มใจแทนประเทศไทย


คะแนนเฉลี่ยเด็กที่เข้าสอบวิชาทางวิทยาศาสตร์อยู่ที่ประมาณ 24-25 คะแนน


เท่านั้น


รัฐน่าจะจำกัดจำนวนเด็กที่เรียนสายวิทยาศาสตร์ให้น้อยลง


ให้มีจำนวนไม่มากกว่าความต้องการบุคคลากรในอนาคตให้มากเกินไปนัก


ไม่ใช่เอาใจไอ้พวกหัวคะแนนที่มาฝากเด็กแล้วก็บีบให้โรงเรียนรับไม่อั้น


แล้วก็ควบคุมคุณภาพบุคคลากรให้มีประสิทธิภาพ


ไม่ดีก็ไล่ออกไปเสียบ้าง แล้วเอาเงินเดือนไปเพิ่มให้พวกดี ๆ ที่เหลืออยู่


จะได้มีกำลังใจทำงาน


ผมเห็นหลายโรงเรียน มีบุคคลากรที่ไม่ทำงาน ก็เลี้ยงกันเอาไว้


คนที่ดีมีความสามารถก็เอาอย่าง เช้าชามเย็นชามกันทั้งหน่วยงาน


ที่จริงแล้วเรียนวิทยาศาสตร์นั้น ผมคิดว่าสนุกมาก น่าเรียนสำหรับทุกคน


แต่ถ้าไม่ต้องมีอาชีพทางวิทยาศาสตร์ก็เรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ทั่วๆ ไปก็พอ


ไม่ต้องเคร่งเครียดกับฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์


เด็กทุกคนน่าจะได้เรียนวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันเช่น


การต่อฟิวส์ สะพานไฟ เครื่องซักผ้า การทำงานของเตาไมโครเวฟ ฯลฯ


น่าสนุก น่าสนใจทั้งนั้น


ผมเห็นใจหนูแขก


ครูวิทยาศาสตร์มัธยมส่วนใหญ่อ้างว่าตัวเองสอนวิทยาศาสตร์


แต่ที่จริงแล้วสอนทำโจทย์ ทำข้อสอบ


สอนสูตรลัด สอนแทนค่า คิดเลขโดยไม่รู้ว่าวิทยาศาสตร์ที่จริงคืออะไร


(ผมขอโทษนะครับ สำหรับหลาย ๆ ท่านที่เป็นครูวิทย์ที่ดีอยู่แล้วก็มีไม่น้อย


แต่เทียบเป็นเปอร์เซ็นแล้ว พวกที่สอนทำแต่โจทย์จะมีจำนวนมากกว่ามาก)


มุ่งกันแต่สอนเพื่อทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบมัลติเปิ้ลช้อย


ขอโทษนะครับ บ่นเสียมากเชียว


ลองเถียงผมดูก็ได้ว่าจริง หรือไม่จริงอย่างไร ที่ผมเขียนมานี่ครับ

นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน27042 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 ธ.ค. 2543 (22:43)
เคยได้ยินคนพูดมาว่า เรียนเลลข เพื่อหาเหตุผลต่างๆคิดหาทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เรียน ภาษาก็เห็นๆ ว่าใช้ทำอะไร เรียน ฟิสิกส์ไป อย่างน้อยๆ ก็น่าจะทำให้เราได้ใช้หัวคิดรูว่าจินตนาการมนุษย์ไม่มีเขตจำกัด คิดฝันอะไรไว้ก็ทำได้เป็นส่วนมาก แม้ในช่วงแรกๆจะมีคนหาว่าบ้าก็ตาม เรียน เคมีชีวะ เพื่อให้เขาใจชีวิตมากขึ้น เมื่อเรียนไปมากขึ้นก็จะรู้ว่า วิชาการทั้งหลายนั้น ต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด ใครเชื่อมโยงได้มากกว่ากันก็ จะคิดอะไรได้ดีกว่าเอามาใช้ในชีวิตได้ดีกว่า การเรียนสายไหนไม่สำคัญหรอกนะผมว่า เรียนด้วยความชอบดีกว่า ไม่ต้องคิดถึงเกรด และผลการเรียนให้วุ่นวายใจ เอาแค่ว่าเราเรียนแล้วรู้อะไรมากกว่าที่ไม่ได้เรียนก็ดีแล้วล่ะครับ ผมเป็นเด็กวิทย์ก็จริง แต่ก็ชอบ เรื่องภาษาก็ หาหนังสือมาอ่านเอาเอง ทั้ง ญี่ปุ่น ละติน ก็ ค่อยๆเรียนรู้ไป สนุกดีออก (ตอนนี้อยากลองอ่าน อักษรภาพhieroglphics ดู555) แล้วก็เห็นด้วยกับ อ. นิรันด์นะครับเรื่องเรียนไปสอบเนี่ย ไม่ได้เรื่องจริงๆ ที่เราไปคิดแค่ว่าเรียนต้องให้ได้เกรดดีๆ สอบเข้า มหาวิทยาลัยดังๆ ไม่ได้คิดว่าจะเรียนอไร ยิ่งพวกคนทีเลือกคณะเอาไว้ ไม่ให้หลุด เพื่อที่จะได้มีชื่อว่าสอบติดนั้น ไม่ได้เรื่องจริงๆ ไม่มีความคิดเลย ไม่สมควรสอบได้ด้วยซ้ำ ผมรูสึกว่าไม่เป็นการให้เกียรติสถาบันนั้นๆ เลย ไม่ติดก็ไม่ติด สิ ไม่เห็นต้องแคร์เลย 5555 คนจบ ป. 4 บางคน ยังรูดีกว่านี้เลย คุณรูไหม คนจบป. 4 คนนึง ตั้งคำถามที่ผมก็ตอบไม่ได้ว่า ทำไม รพ.มากขึ้น แทนที่คนป่วยจะลดลง กลายเป็นว่า คนป่วยกลับเพิ่มขึ้นทุกทีๆ ลองไปคิดดูนะครับ


แหะๆ บ่นยาวกว่า อ.นิรันด์อีก ไม่ค่อยเกี่ยวกับหัวข้อเท่าไรอะนะ แต่อยากบ่นอะครับ อิอิ

kazu (IP:202.28.159.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 ธ.ค. 2543 (23:13)
อ่านไปอ่านมา พอดี เจอคำถามที่คุณ kazu บอกว่าเคยมีคนจบ ป.4 ถามว่าทำไม่ รพ.


มากขึ้น แทนที่คนป่วยจะลดลง กลับเพิ่มขึ้นทุกทีๆ


ผมขอตอบหน่อยละกันครับ เพราะอยู่ใน


field ผมพอดี ผมว่าเป็นเพราะ


1. เราสอนกันมาตั้งแต่ชั้นประถมว่า เจ็บป่วยให้ไปหาหมอ ( ก่อนหน้านี้ผมว่าเขา


รักษากันไปตามมีตามเกิด อาจใช้สมุนไพรหรือรอให้มันหายเอง )


2. เรามีประชากรมากขึ้น และจากวิทยาการทางการแพทย์ ทำให้คนอายุยืนขึ้น จึงมีการเจ็บป่วยมากขึ้น เช่น ต้อกระจก ( ถ้าตายตอนอายุ 30-40 เหมือนสมัยก่อน ก็ไม่ทันเป็นต้อกระจก เพราะตายก่อน )


3. บางเรื่องถ้านับกันจริงๆ ไม่น่านับว่าป่วย แต่ต้องพึ่งหมอ เช่น อยากเสริมจมูก ปลูกคิ้ว


4. สภาวะแวดล้อมเลวร้ายลง มีสารปนเปื้อนในอาหาร อากาศ น้ำ มากขึ้น ( มีการคาดคะเนว่า มีเด็กเป็นโรคภูมิแพ้ถึง 15-20% )


5. ประชาชนบางส่วนคิดไปเองว่าตัวเองป่วย แต่ที่จริงไม่ได้ป่วย ( เอ้า แต่ถ้าจะถึอว่าป่วยทางใจก็เอา ) เช่น เหงื่อออกมากที่มือ


แน่นหน้าอกนิดหน่อย ปวดหัวเวลาไม่มีเงินจ่ายหนี้ มือสั่นใจสั่นเวลาอ่านหนังสือไม่ทันก่อนสอบ เจ็บหน้าอกเวลาเห็นสาวสวยๆ

Batman (IP:203.147.49.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 ธ.ค. 2543 (12:09)
ุถ฿ึงน้องจะไม่เรียนสายวิทย์ น้องก็สมควรต้องมีความรู้ทางวิทย์บ้าง เพราะชีวิตประจำวัน


เราหลายอย่างต้องอาศัยหลักวิทยาศาสตร์มาอธิบายตลอดในปัจจุบัน


ขนาดพี่เรียนวิทย์ พี่ยังต้องเรียนศิลป์ และอื่นๆ จนหัวปลักหัวปลำเลย


เพราะคนเราต้องใช้ประกอบกันหมดค่ะ ทั้งวิทย์ทั้งศิลป์ แต่ถ้าน้องถามเกี่ยว


กับความจำเป็นในการสอบเรียนต่อ ก็อย่างพี่เชาว์ บอกน่ะค่ะ แต่ถ้าบอกถ฿ึงการอธิบาย


สิ่งต่างๆ ตามเหตุและผลก็อย่างที่ พี่ Batman- บอกตอนต้นน่ะค่ะ




ที่ท้อนี่เพราะว่าเรียนไม่รู้เรื่อง หรือว่า ท้อเพราะไม่ชอบเรียนคะ ไม่เหมือนกันนะ


คนที่เรียนไม่รู้เรื่อง สามารถเปลี่ยนมารู้เรื่องได้ ถ้าแก้ไขตัวเองและปัจจัยอื่นๆ


เช่นครูที่สอน แต่ถ้าไม่ชอบเพราะไม่สนใจนี่ ก็คงต้องหาอาชีพอื่นในการประกอบในอนาคตนะ


แต่ก็อย่าได้ละทิ้ง ความรู้ทางวิทย์นะคะ เพราะพี่ๆเองยังต้องหาตลอด ไม่ว่าวิทย์หรือศิลป์ค่ะ

ยู้ (IP:129.22.214.139)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 6 ธ.ค. 2543 (23:48)
อ้าว ลืมไป ขอบคุณ คุณ K7 สำหรับท้องฟ้าสีชมพูครับ


ผมชอบถ่ายภาพท้องฟ้าเหมือนกัน แต่ยัง


post ลง internet ไม่เป็นครับ

Batman (IP:203.147.49.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 7 ธ.ค. 2543 (07:29)
ขอตอบ อ.นิรันดร์ หน่อยครับ




รัฐบาลก็มากีดกันอีกว่าถ้าเรียนจบมาสายวิทยาศาสตร์ไม่มีวิชาครู


ก็สอนหนังสือในโรงเรียนรัฐบาลไม่ได้




พอดีมีเพื่อนจบจาก ฟิสิกส์ มช. แล้ว ได้ไปสอนอยู่ ม.ปลาย ในโรงเรียนยุพราชนะครับ เลยไม่แน่ใจว่า รัฐบาลกีดกันรึปล่าว รึว่าเพื่อนเรียนวิชาครูเพิ่มนะครับ




เหมือนอย่างที่ผมเคยเอ่ยไว้นะครับ ว่าระบบ Entrance นี่มันทำใหเด็กมุ่งหวังจะพิชิตอย่างเดียวโดยลืมสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะ พอ Ent เข้าไปอยู่คณะที่คะแนนสูงๆ ก็ดูเท่ห์ เก๋กัน แต่พอจบมา แล้วก็เปลี่ยนสาขาเรียนกันยกใหญ่




อยากเปลี่ยนระบบ Ent ให้เด็กได้เรียนสิ่งที่ชอบจริงๆ แต่ ไม่รู้จะใช้ระบบไหนที่มันจะยุติธรรมสำหรับคนไทย

เชาว์ (IP:38.38.134.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 7 ธ.ค. 2543 (12:00)
ถ้าเป็นครูมาก่อนหน้านี้นานแล้วก็ไม่เป็นปัญหา


แต่บัญฑิตที่จบใหม่ ถ้าไม่มีวุฒิทางครูก็เข้าสอนในโรงเรียนรัฐบาลไม่ได้


เป็นครูใหญ่โรงเรียนเอกชนก็ไม่ได้


เช่นพวกโรงเรียนกวดวิชาที่สอนโดยพวกจบวิศวะ หรือ แพทย์ หรือบัญชี ฯลฯ


หากต้องการเป็นครูใหญ่ ก็ต้องไปเรียนเพิ่ม ไม่ก็ต้องไปจ้างคนที่จบครูมา


ให้เป็นครูใหญ่แทนครับเฉพาะในนาม


เรียนวิทยาศาสตร์ ผมว่าดีมากเลยนะครับ แต่ต้องเรียนวิทยาศาสตร์จริง ๆ


นะครับ ไม่ใช่เรียนทำโจทย์


เรียนวิทยาศาสตร์เพื่อค้นหาความเป็นจริงของสรรพสิ่งครับ

นิรันดร์ (IP:203.149.23.215)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 16 ธ.ค. 2543 (10:45)
แก้มก็เป็นอีกคนที่เรียนสายนี้เหมือนกัน แต่ก่อนแก้มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแก้มเรียนทำไม คงเป็นเพราะคุณแม่แก้มให้แก้มเรียน แต่ก่อนแก้มก็รูสึกอย่างคุณค่ะเหนื่อยมาก เรียนหนักมาก แต่ก่อนแก้มไม่ชอบมากเลยแต่อแก้ได้ฟังอาจารย์ แนะแนวแก้มพูดเรื่องแนวทางการศึกษาให้ฟังแก้มก็เริ่มเปลี่ยนความรู้สึก ตอนที่แก้มคิดว่าแก้มชอบเรียน เชื่อมั้ยว่า วิชาพวกนี้มันไม่ยาก เลยขอเพียงเราตั้งใจ สนใจ อย่าท้อเลยนะคะ ยังงัยคุณก็เลือกเรียนแล้ว ตั้งใจเถอะคะทำให้ดีที่สุด ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

แก้มใส ม.5 อ.ส.ช.คอนแวนต์ (IP:203.148.223.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 16 ธ.ค. 2543 (20:18)
"The scientist does not study nature because it is useful;


he studies it because he delights in it, and he delights in it because it is beautiful.


If nature were not beautiful, it would not be worth knowing,


and if nature were not worth knowing, life would not be worth living."




H. Poincare

Anonymous (IP:202.28.159.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 18 ธ.ค. 2543 (16:58)
คุณชอบอะไร


คุณคิดว่าถ้าคุณจะอยู่กับมันได้ตลอดชีวิต


อยู่กับมันนานกว่าคู่รักหรือหวานใจของคุณ


แล้วคุณก็เลือกเส้นทางที่คุณจะเรียน


ตะกายให้ถึงเป้าหมายให้ได้




อย่าไปเรียนเพราะคนเก่งๆ เขาเรียนกัน


อย่าไปเรียนเพราะทำงานนี้แล้วจะรวย


อย่าไปเรียนเพราะงานนี้ทำแล้วสบาย(แบบไม่มีอะไรให้ทำ)


รักสิ่งที่คุณเรียน แล้วมันจะตอบแทนความรักของคุณเอง




สิ่งที่ดีกับคนหนึ่ง อาจจะเป็นพิษภัยสำหรับอีกคนก็ได้นะครับ

นิรันดร์ (IP:203.149.23.215)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 23 ธ.ค. 2543 (17:57)
เรียนไปเพราะอะไร อันนี้ตอบง่าย ก็เพราะใจรักใจชอบ มีความสุขกับสิ่งที่เรียนไงล่ะ


เรียนไปแล้วทำประโยชน์อะไรได้บ้าง ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น อันนี้ก็ตอบง่าย สาธยายได้เป็นหน้า




แต่ถ้าถามว่า เรียนไปเพื่ออะไร เรียนไปทำไม


อันนี้ตอบยาก ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล




ถามตัวเองอีกที ว่าตั้งใจจะถามคำถามไหนกันแน่

สุรัชน์
ร่วมแบ่งปัน702 ครั้ง - ดาว 158 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 4 ม.ค. 2544 (21:15)
เช่น ถ้าเราอยากเป็นหมออ่ะ แต่เราไม่เก่งคณิต แต่ทุกวิชาอื่นเราทำได้ดี คิดว่าควรจะเรียนสายไรดีค่ะ

99* (IP:202.183.152.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 5 ม.ค. 2544 (13:35)
ถ้าอยากเป็นหมอก็ต้องเรียนหมอซิครับ ก็ต้องถามตัวเองอีกนั่นแหละว่าอยากเป็นหมอเพราะอะไร


ถ้าอยากเป็นหมอผ่าตัดแต่กลัวมีดกลัวเลือด อันนี้ค่อยมาคุยกันใหม่

สุรัชน์
ร่วมแบ่งปัน702 ครั้ง - ดาว 158 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 5 ม.ค. 2544 (19:53)
คนจะเรียนหมอ ตอนแรกต้องสอบไปให้ได้ พอเข้าไปเรียน


ความขยันเป็นหนึ่ง ความฉลาดเป็นสอง ต้องขยันจึงรอดแล้วก็เรียนได้ดี


ถ้าน้องเรียนก็จะจบแพทย์ทั่วๆไปก่อน หลังจากนั้นก็อาจจะใช้ทุน


แล้วก็มาเรียนสาขาเฉพาะซึ่งในระหว่างเรียนนี่ ก็จะได้ความคิด


ไปเรื่อยๆว่าจะเรียนหมอเฉพาะทางด้านไหน แต่พี่ขอบอกว่า


ตอนนี้หมอมีปัญหาคือการผลิตมาไม่ใช่น้อย มีการเพิ่มนโยบายผลิตหมอ


มากแต่หมอในชนบทกลับขาดแคลนเพราะหมอมากระจุกตก


ส่วนกลาง จะพูดว่าหมอขาดแคลนในประเทศคงไม่ถูก เพราะเรา


เพิ่มการผลิตแบบนี้ แต่การเพ่ิมการกระจายนี่สิยังเป็นปัญหา

ร่วมแจมเด้อ (IP:129.22.7.119)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 5 ม.ค. 2544 (19:55)
แก้เป็นมากระจุกตรงส่วนกลางคือ แถวเมืองหลวงหมอล้น แต่แถวชนบท


หมอไม่พอการใช้ ดังนั้น อิอิ คาดกันว่าในอนาคตคนเรียนแพทย์คงต้องเจอ


ปัญหาเรื่องหมออาจล้นตลาดเมืองหลวง นอกจากน้องจะไปทำงานในชนบท


เพราะหมอในชนบทยังขาดแคลนกันอยู่

แจมแก้ (IP:129.22.7.119)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม