|
โพสต์เมื่อ:
07:00 วันที่ 1 ม.ค. 2513 ชมแล้ว:
720 ตอบแล้ว:
28
vArticle() จำนวน 25 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- มาช่วยกันประหยัดพลังงาน ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อลูกหลานของเราในอนาคตกันดีกว่าค่ะ เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 5 เราควรเริ่มจากตัวเราก่อน * น่าจะมีโครงการแข่งกันลดใช้ไฟฟ้าในแต่ละจังหวัดนะคะ * ดีใจๆจริงๆครับที่มีคนสนใจเรือง climate change เพิ่มมากขึ้นและขอบคุณสำหรับบทความดีๆอย่างนี้ะครับ โลกร้อนขึ้นมากเลย เราต้องช่วยกันรักษานะคะ ไม่อย่างนั้นน้ำอาจท่วมโลก หนูขอเป็นส่วนหนึ่งของวิชาการ.คอม ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ รักษาสภาพแวดล้อม
~~สวย เชิ่ด เริ่ด (ไม่) หยิ่ง~
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 16 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว แล้วจาช่วยยังไงละ ต้นไม้ 1 ต้นสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ประมาณ 1 ตัน ตลอดช่วงชีวิตของมันครับ อีกอย่างนึง ใช่ว่าโลกร้อนจะส่งผลกระทบกับมนุษย์อย่างเดียวนะครับ มันยังกระทบต่อสัตว์ด้วย อย่างเช่น หมีขั้วโลกตอนนี้ต้องว่ายน้ำกว่า 40 ไมล์ เพื่อข้ามไปยังผืนน้ำแข็งถัดไป ทำให้มีบางตัวจมน้ำตาย ครับ โลกเราเนี่ยควรจะมีมนุษย์ประมาณเท่าไร โลกพอจะรับได้ ผมรู้สึกว่ามันเกินมานานอาจตั้งแต่ WW1 zผมรู้สึกพูดถึงสิ่งแวดล้อมคนรอบตัว เขามองผมตลกไร้สาระ เป็นไปไม่ได้ไกลตัว อะไรเงี้ย แม้เราจะพูดนานกว่า 15 ปี รู้สึกไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เจ้านายผมแกอีก2ปีเกษียณพูดไม่เกี่ยวนี้เราเดี่ยวก็ไป (ตาย) เรื่องคนรุ่นหลังทั้งบ้านแกติดเจ้าพระยาเลย และมีหลายคนมากพูดแบบนี้ เด็กจะบอกว่าไกลตัว ผมว่านะคนเราส่วนใหญ่ไฟไหม้ก้นก่อนถึงรู้สึกว่า สายเกินไปแล้ว ผู้แข็งแรงจึงอยู่รอดซึ่งมนุษย์กว่า 95% ไมใช่่แน่ครับ ทำไมอเมริกาถึงได้เบี้ยวสนธิสัญญาเกียวโดอ่าครับ แล้วเราจะกลัวไปทำไมอเมริกายังไม่กลัวเลย อย่าวิตกให้มากครับ ถ้ากลัวนักก็ขุดรูอยู่เหอะ (สนธิสัญญาเกียวโต ว่าด้วยเรื่องการลดมลภาวะที่ทำให้เกิดเรือนกระจกครับ) แล้วยังงี้คุณยัง จะเห็นอเมริกาเป็นตำรวจโลกที่แสนดีอีกฤปล่าว ถึงจะเป็นส่วนเล็กๆแต่ถ้าช่วยกันมันก็เกิดขึ้นได้ ไม่ต้องมาตกใจตอนนี้หรอกคับ...ถึงจะมาพยายามอะไรกันตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้วอย่างมากก็แค่ชะลอเวลาที่มันจะเกิดขึ้นให้ช้าลง...สรุปมนุษย์อย่างเราๆนี่ละเป็นคนทำลายทุกสิ่งบนโลกใบนี้ หรือไม่จริง !! T_T ![]() ดร.โสภณ พรโชคชัย {1} ประธานกรรมการ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย {2} โลกร้อนขึ้นคงไม่มีใครสงสัย การรักษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่ดี แต่การรณรงค์เรื่องโลกร้อนทำให้ใครได้ ใครเสียประโยชน์ ประเด็นนี้เป็นกรณีศึกษาของการโฆษณาชวนเชื่อในการทำให้ประชาชนมืดบอดหรือไม่ และถือเป็น เครื่องมือทำมาหากิน สำหรับใครบางคนหรือไม่ ทุกวันนี้ แทบทุกคนคงได้ยินเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และเชื่อว่าทุกคนที่ได้ฟังคงชักห่วงใยต่อโลกในประเด็นนี้เช่นกัน แต่เมื่อนายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการรณรงค์เรื่องโลกร้อน {3} ผมกลับเริ่มสงสัยว่าสันติภาพไม่น่าจะเกี่ยวกับโลกร้อนโดยตรง ที่ผ่านมาคนอื่นที่โด่งดังเช่นท่านติช นัท ฮันห์ {4} ผู้นำพระสงฆ์ในสมัยสงครามเวียดนาม ก็ยังพลาดรางวัลนี้มาแล้ว ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ผู้คนมักเชื่อไปในแนวทางเดียวกันโดยไม่มีโอกาสไตร่ตรองด้วยเหตุผล ผมจึงขอเสนอบทความนี้เพื่อต่อกรกับการครอบงำ และการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง An Inconvenient Truth: เท็จหลายเรื่อง ท่านที่อ่านหนังสือหรือชมภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth (AIT) {5} คงรู้สึกตรงกันอย่างหนึ่งว่า อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน . . . คงจะไม่เป็นการเกินเลยไปนัก หากจะเรียกขบวนการดังกล่าวว่าเป็นภารกิจกู้โลก เพราะวิกฤตการณ์เกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนนั้นเกิดขึ้นแล้วจริงๆ และกำลังส่งผลกระทบอย่างกว้างไกลเกินจินตนาการ {6} วลีที่อ้างถึงนี้สะท้อน อารมณ์ ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม AIT เป็นการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง และยังแสดงข้อมูลที่เป็นเท็จหลายเรื่อง {7} ซึ่งสังคมมักไม่มีโอกาสรับรู้ เช่น: 1. การมองด้านเดียว: AIT ไม่เคยมองถึงบทบาทที่จำเป็นของน้ำมัน ก๊าซและถ่านหิน (Hydrocarbon) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจน ช่วยเพิ่มอายุขัยของประชากร ฯลฯ AIT ละเลยอัตราการตายที่สูงขึ้นในยามที่โลกเย็นลงในอดีตที่ผ่านมา 2. ความเข้าใจผิด: สาเหตุหลักของการตายของมนุษย์ปัจจุบันไม่ใช่เป็นเพราะภัยธรรมชาติ คล้ายกับการตื่นกลัวไข้หวัดนกจนเกินเหตุทั้งที่โรคปอดบวมทำคนไทยตายมากมาย โดยในปี 2550 ไม่พบคนป่วยและตายด้วยไข้หวัดนกในประเทศไทย แต่คนไทยป่วยด้วยโรคปอดบวมจนต้องนอนโรงพยาบาลถึง 88,841 ราย และตาย 765 รายในปี 2549 {8} นอกจากนี้ AIT ยังอ้างทำนองว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกับตน แต่ความจริงเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงข้ามกับ AIT 3. การพูด ใส่ไข่ จับเอาปรากฏการณ์ครั้งคราวมาเป็นสรณะ: การอ้างว่าหมีขั้วโลกจมน้ำตายเพราะน้ำแข็งละลายทั้งที่เป็นเพราะพายุ การกล่าวถึงฝนตกหนักถึง 37 นิ้วในนครมุมไบในปี 2548 ทั้งที่ตลอด 45 ปี ไม่พบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นเลย การโยงเรื่องโลกร้อนกับอุทกภัยในจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งที่ใน 1-2 ศตวรรษก่อนมีอุทกภัยที่รุนแรงยิ่งกว่านี้มากมาย การโทษว่าโลกร้อนทำให้แนวปะการังเสียหายทั้งที่เป็นเพราะปัจจัยทางเฉพาะภูมิภาค ปัจจัยทางสังคมและอื่น ๆ การกล่าวว่าธารน้ำแข็งเกาะกรีนแลนด์จะเลื่อนลงสู่ทะเลทั้งที่ตั้งอยู่ในแอ่งที่ไม่มีทางออก 4. การพูดผิดความจริง เช่น การอ้างว่าโลกร้อนในอดีตเป็นเพียงระยะสั้น ทั้งที่มีระยะเวลานับร้อยปีในอดีตที่เคยร้อนกว่าปัจจุบัน จนทำให้ครั้งหนึ่งชาวไวกิ้งสามารถไปตั้งถิ่นฐานในเกาะกรีนแลนด์ที่หนาวเย็นในขณะนี้ได้ การอ้างว่าโลกร้อนขึ้นมากทั้งที่เพิ่มเพียง 0.17 องศาเซลเซียสในรอบ 30 ปีล่าสุด และร้อนขึ้น 0.5 องศาเซลเซียสในรอบ 100 ปี และที่ผ่านมาก็มีลักษณะขึ้น ๆ ลง ๆ การอ้างว่าคลื่นร้อนยุโรปที่ทำให้คนตายมากมายเป็นผลจากโลกร้อนทั้งที่เป็นเพราะสาเหตุอื่น ในประเทศอังกฤษ มีการฟ้องศาลให้ห้ามฉาย AIT ในโรงเรียนมัธยม ศาลเห็นว่า AIT มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ผิดไปถึง 9 ประการ แต่ให้ฉายได้โดยต้องเพิ่มเติมข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ครูที่จัดฉายต้องชี้ให้นักเรียนเข้าใจถึงข้อผิดพลาดของ AIT ด้วย {9} แต่ในประเทศไทย เรากลับปล่อยให้ฉายหลอกลวงประชาชนอย่างหน้าตาเฉย ตัวอย่างความผิดพลาดสำคัญ ได้แก่ การกล่าวว่าหิมะบนยอดเขาคิลิมันจาโรซึ่งสูงถึง 6 กิโลเมตร ละลายเพราะภาวะโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นแย้ง สาเหตุการละลายคงเป็นเพราะแสงอาทิตย์ การใช้ที่ดินโดยรอบตลอดจนความร้อนใต้พิภพหรืออื่น ๆ เพราะหากแม้ผิวโลกจะร้อนขึ้น อุณหภูมิบนยอดเขาก็ยังต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอยู่ดี นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นแย้ง กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 19,000 คนได้ร่วมกันลงชื่อใน The Petition Project {10} ว่า จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าการใช้ Hydrocarbon เพิ่มขึ้นทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือภาวะเรือนกระจกแต่อย่างใด แม้โลกได้ร้อนขึ้นเล็กน้อย ก็ไม่ได้มีผลเสียหายร้ายแรง (อาจมีไวรัสบางชนิดเกิดขึ้น แต่ในช่วงโลกเย็นก็อาจเกิดโรคอื่น) แต่กลับเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกในเขตอบอุ่น การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเป็นผลดีต่อชีวิตสัตว์และทำให้การเพาะปลูกพืชผลได้มากขึ้น นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้จึงหนุนให้สหรัฐอเมริกาไม่ลงนามในพิธีสารเกียวโต {11} ซึ่งได้กำหนดข้อผูกพันทางกฎหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศภาคี บทวิพากษ์ของ The Petition Project ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า 1. การกลับหนาว-ร้อนของโลกมีลักษณะที่เป็นวัฏจักร ไม่ใช่มีแต่ร้อนขึ้นอย่างเดียว ที่ผ่านมามียุคน้ำท่วมโลก และยุคน้ำแข็งสลับกันมาหลายครั้งแล้ว 2. ธารน้ำแข็งเริ่มละลายมานานก่อนการใช้ Hydrocarbon เสียอีก และละลายเร็วในอัตราเดียวกันมาตลอด 150 ปีแล้ว 3. อากาศที่ร้อนขึ้นเกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ภาวะเรือนกระจกอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีสาเหตุอื่นอีกมาก เช่น แสงแดด เมฆ ความชื้น การเปลี่ยนแปลงของผิวน้ำในมหาสมุทร ความร้อนใต้พิภพ ฯลฯ 4. พายุทอร์นาโดมีแนวโน้มลดลง ส่วนพายุเฮอริเคนจากมหาสมุทรแอตแลนติก ก็มีแนวโน้มคงที่ พายุขนาดใหญ่ เช่น Katrina {12} ในปี 2548 อาจเกิดได้เป็นครั้งคราว เราจึงไม่ควรถือเอาปรากฏการณ์ชั่วคราว มาทึกทักปะติดปะต่อกับภาวะโลกร้อน 5. ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 7 นิ้วในรอบศตวรรษแต่เพิ่มมาก่อนยุคที่ใช้ Hydrocarbon ด้วยซ้ำไป 6. ป่าไม้ (ไม่ใช่สวนป่า) ในสหรัฐอเมริกาได้รับการปลูกเพิ่มขึ้น 40% ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการปลูกป่าก็อาจไม่ได้ช่วยแก้ไขโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญนัก {13} อย่าให้ใครลวงให้ตื่นตูม มีอยู่ภาพหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพทะเลสาบ Aral Sea ในคาซัคสถาน {14} ซึ่งแต่เดิมมีขนาดใหญ่มาก แต่กลับแห้งไป มีเรือจอดอยู่บนพื้นคล้ายทะเลทราย ภาพดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ห่วงใยโลกเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็เป็นภาพแห่งการโกหกอย่างร้ายกาจ เพราะการเหือดหายไปของทะเลสาบนี้ เป็นผลมาจากการสูบน้ำและเป็นที่คาดหมายมานานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนแม้แต่น้อย [img]http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200712623182.jpg[/img] ถ้าวันนี้เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ระดับเดียวกับ กรากะตัว ในอินโดนีเซียเมื่อปี 2426 เราคงลืมเรื่องโรคร้อนในบัดดล และนึกว่าโลกต้องแตกแน่แล้ว เพราะ แรงระเบิดนั้นคร่าชีวิตทุกคนที่ยังอยู่บนเกาะ พื้นที่ร้อยละ 65.52 ของเกาะกลายเป็นเถ้าธุลี (รวมทั้งแก๊สมากมาย) ลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร ในรัศมี 240 กิโลเมตร เถ้าธุลีบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิดคล้ายตอนกลางคืน . . . อยู่ห่างถึง 4,776 กิโลเมตรก็ได้ยิน (เสียงระเบิด) . . . เกิดคลื่นสึนามิ สูงกว่า 30 เมตร เดินทางไปถล่มเกาะหลายแห่ง แรงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นตรวจจับได้แม้แต่ที่สหราชอาณาจักร รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 36,000 คน (อากาศยังเย็นลง 1.2 องศาทั่วโลกเป็นเวลาถึง 5 ปี) {15} ดังนั้นเราจึงไม่ควรปริวิตกกับปรากฏการณ์ชั่วคราวจนเกินเหตุ กรณีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในไทย หลายคนเน้นใช้ความรู้สึกมาบอกว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ รุนแรงขึ้น แต่ความจริงก็คือ พายุหมุนเขตร้อนที่เข้ามาในประเทศไทยมีปริมาณลดลงตลอดในช่วงปี 2494-2549 รวมทั้งอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง พ.ศ.2539-2549 ก็ไม่แตกต่างกันเลย {16} ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยกลับลดลงนับแต่ปี 2483 ที่สำรวจ {17} ความรู้สึกที่ไม่อิงข้อมูล มักทำให้คิดตรงข้ามกับความจริง และมักจะรีบเชื่อเมื่อมีผู้ทำให้ตกใจ [img]http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126231851.jpg[/img] . . . [img]http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200712623201.jpg[/img]. . . [img]http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126232043.jpg[/img] ส่วนที่เห็นน้ำท่วมโบสถ์วัดขุนสมุทร {18} นั้น คงเป็นเพราะการทรุดตัวของดินจากผลของการสูบน้ำบาดาลเกินขนาด การทำลายป่าชายเลน การพังทลายของตลิ่งและอื่น ๆ ซึ่งเป็นมาโดยตลอด ไม่ใช่เพราะภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด เป็นธรรมชาติรอบอ่าวไทย ที่บางส่วนของพื้นที่อาจถูกกัดเซาะ บางบริเวณก็กำลังเกิดที่งอก ในสมัยโบราณ บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาแต่เดิมเป็นทะเลทั้งหมด ทุกวันนี้ใต้ท้องนาในจังหวัดอยุธยา ยังขุดทรายมาขายกันได้เป็นล่ำเป็นสัน วัดเจดีย์หอยที่อำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ก็ยังพบเปลือกหอยทะเลมากมาย แค่น้ำทะเลกัดเซาะวัดขุนสมุทรและบริเวณใกล้เคียงเพียงเท่านี้ ยังเทียบอะไรไม่ได้กับการเกิดภาคกลางของประเทศไทยแต่อย่างใด [img]http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2007126233254.jpg[/img] ในประเทศไทยของเรา การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศยังเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา และเอ็นโซ ตามกระแสน้ำอุ่น {19} แต่กลับมีการกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะภาวะโลกร้อนเป็นสำคัญ สิ่งที่ต้องคิดทบทวน โปรดอย่าไพล่เข้าใจผิดว่า เราไม่ควรใส่ใจกับเรื่องโลกร้อนและพาลเข้าใจว่า เราละเลยการรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน บทความนี้เพียงมุ่งตรวจสอบการโฆษณาชวนเชื่อที่ขาดจรรยาบรรณ ทำให้สังคมขาดความรอบรู้และเกิดการคิดอย่างไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เราควรมีเวทีการถกเถียงเพื่อให้การศึกษาแก่ประชาชนในวงกว้าง เป็นการส่งเสริมสังคมอุดมปัญญา มีบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่สังคมที่สักแต่เชื่อกันด้วยศรัทธาอย่างมืดบอดอันถือเป็นอันตรายต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและปัญญา-ความรู้ของประชาชนในระยะยาว การใช้อวิชชาหลอกล่อให้คนเชื่อ เป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ประหนึ่งเห็นชาวบ้านเป็นวัวควายที่อธิบายกันดีๆ ไม่ได้ ต้องหลอกล่อด้วยความกลัวถึงผลร้ายของภาวะโลกร้อนจนเกินจริง และด้วยการใช้ความน่ารัก-น่าสงสารของคน สัตว์และสิ่งของเพื่อให้คล้อยตาม โปรดสังเกตว่า หมัดเด็ด ในการปิดปากผู้สงสัยเรื่องโลกร้อนก็คือการป้ายสีพวกเขาว่าเป็นผู้ไม่หวังดีต่อโลก เราจึงควรมีการวินิจฉัยด้วยตนเองให้ชัดเจนตามหลักธรรมกาลมสูตร {20} ก่อนที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ ผู้ที่กล้าพูดความจริงบางส่วนเพื่อเอาประโยชน์ใส่ตนนับเป็นผู้ที่น่ากลัว สังคมพึงทราบว่าบ้านของนายอัล กอร์เองกลับใช้ไฟฟ้ามากกว่าคนอเมริกันทั่วไปถึง 20 เท่า ใช้เงินค่าไฟฟ้าและแก๊สรวมกันปีละเกินกว่า 1 ล้านบาท {21} คนทำดีพูดดีเรื่องโลกร้อนอาจสั่งสมบารมีจนได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา บางคนได้อาชีพเป็นนักอนุรักษ์ นักประท้วง นักแบกป้ายเพื่อ กู้โลก หาเลี้ยงชีพไปได้ชั่วชีวิต เป็นต้น การบิดเบือนความจริงเคยส่งผลเสียหายมากมายมาแล้ว เช่น การที่ NGO บางแห่งเคยให้ข้อมูลที่เป็นเท็จอย่างร้ายแรงว่า ประเทศไทยมีโสเภณี 2 ล้านคน ทำให้พจนานุกรมลองแมน เคยให้คำจำกัดความของกรุงเทพมหานครว่าเป็นนครแห่งโสเภณีในปี 2536 {22} จะสังเกตได้ว่านักเคลื่อนไหวทางสังคมมักพยายามโฆษณาว่าปัญหาที่ตนเกี่ยวข้องอยู่มีขนาดใหญ่ ด้วยหวังให้สังคมให้ความสนใจ แต่น่าเสียดายที่ทุกคนก็ใช้วิธีเดียวกันจนเฝือ สังคมเลย มึน และกลับคิดว่าปัญหาทั้งหลายนั้นสุดแก้ไข กลายเป็นปัญหาโลกแตกไป ทางออกสุดเท่ห์ของการแก้โลกร้อนก็คือการปลูกป่า (ซึ่งถือเป็นรูปแบบการทำดีที่นำสมัยและมีระดับ ไม่ใช่พื้น ๆ แบบการบริจาคให้มูลนิธิการกุศล) โดยไม่นำพาว่าจะรณรงค์ปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง ปีหนึ่ง ๆ ป่าไม้ไทยถูกทำลายไปมหาศาลกว่าป่าที่ปลูกใหม่ ต้นไม้ที่ปลูกอย่างลูบหน้าปะจมูกนี้ก็คงตายไปมากกว่าจะอยู่รอดได้ บาปของแฟชั่นการปลูกป่านี้ก็คือการช่วยบิดเบือน ปกปิดไม่ให้อาชญากรรมทำลายป่าได้รับการตระหนักโดยสังคมส่วนรวม การเคลื่อนไหวเรื่องนี้ยังอาจถือเป็นการเบี่ยงประเด็นสาระสำคัญของปัญหาในโลกนี้ อันได้แก่ โรคภัยไข้เจ็บที่เผชิญอยู่ทุกวัน การกดขี่เอารัดเอาเปรียบต่อผู้ด้อยโอกาส สงครามและการก่อการร้าย อำนาจเผด็จการที่ปิดกั้นเสรีภาพประชาธิปไตย ตลอดจนการปล้นสดมภ์ของประเทศมหาอำนาจต่อประเทศกำลังพัฒนา เป็นต้น บางทีถ้าเราเอาเงินรณรงค์เรื่องโลกร้อนไปช่วยคนทุกข์ยากทางอื่น ยังอาจได้ประโยชน์ต่อสังคมมากกว่านี้ บางที นักบุญ ที่พูดกับท่านถึงภาวะโลกร้อนนั้น แท้จริงอาจเป็น ซาตาน ผู้ก่ออาชญากรรม ตักตวงประโยชน์ทางการเมือง ฉกฉวยหาประโยชน์เฉพาะตน คนที่กล้า แหกตา พวกเราถึงเพียงนี้ น่าจะเป็นบุคคลอันตราย เราควรรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน แต่เราก็ควรส่งเสริมการระดมความคิด ถกเถียงค้นคว้าอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และมีสติ และต่อต้านความงมงายอย่างมืดบอดในทุกรูปแบบ ประเทศชาติจึงจะเจริญด้วยสังคมอุดมปัญญาที่แท้จริง ที่มา: {1} ดร.โสภณ พรโชคชัย เป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สินและนักวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นกรรมการที่ปรึกษาหอการค้าไทยสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผู้แทนสมาคมประเมินค่าทรัพย์สินนานาชาติ (IAAO) ประจำประเทศไทย และกรรมการสภาที่ปรึกษา Appraisal Foundation ซึ่งก่อตั้งโดยสภาคองเกรสเพื่อการควบคุมการประเมินค่าทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกา Email: sopon@thaiappraisal.org {2} มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งให้ความรู้แก่สาธารณชนด้านการประเมินค่าทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาเมือง ปัจจุบันเป็นองค์กรสมาชิกหลักของ FIABCI ประจำประเทศไทย ถือเป็นองค์กรเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีกิจกรรมคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยจนได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiappraisal.org {3} ข่าว 'อัล กอร์'-ไอพีซีซี โนเบลสันติภาพ ไทยรัฐ 13 ต.ค. 50 http://www.thairath.com/offline.php?section=hotnews&content=64404 {4} รายละเอียดเกี่ยวกับพระติช นัท ฮันห์ http://en.wikipedia.org/wiki/Nhat_Hanh ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก {5} เว็บไซต์เกี่ยวกับภาพยนต์นี้ดูได้ที่ http://www.climatecrisis.net และ http://www.an-inconvenient-truth.com {6} เพชร มโนปวิตร บทความ รายงานโลกใบใหญ่ / สิ่งแวดล้อม : An Inconvenient Truth กับภารกิจกู้โลก ในนิตยสารสารคดี พฤศจิกายน 2549: http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=633 {7} โปรดอ่านบทวิพากษ์ภาพยนต์เรื่อง An Inconvenient Truth ได้ที่ Marlo Lewis A Skeptic's Guide to An Inconvenient Truth: http://www.cei.org/pages/ait_response-book.cfm และ Mary Ellen Tiffany Gilder Diagnosing Al Gore: Truth in the Balance http://sitewave.net/news/MaryEllenGilder.htm {8} ฝ่ายวิเคราะห์และประมวลข่าวสาร สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข 11 ตุลาคม 2550: ในปี พ.ศ. 2549 . . . ผู้ป่วยโรคปอดบวมที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลอีก 88,841 ราย/ ตาย 765 ราย ซึ่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นต้นเหตุ สำหรับในปี พ.ศ. 2550 จนถึงสัปดาห์ที่ 39 . . . มีรายงานผู้ป่วย. . . โรคปอดบวมที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลอีก 60,188 ราย ตาย 619 ราย . . . อย่างไรก็ตามจากการสำรวจของกรมควบคุมโรคในปี 2550 นี้ยังไม่พบผู้ป่วยจากโรคไข้หวัดนก หรือผู้เสียชีวิต ที่ http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=9516 {9} โปรดอ่านข่าว Gore climate film's nine 'errors' BBC News, October 11, 2007: http://news.bbc.co.uk/1/hi/education/7037671.stm {10} โปรดดูรายละเอียดของโครงการนี้ได้ที่ Petition Project http://www.oism.org/pproject/s33p1845.htm {11} พิธีสารเกียวโต Kyoto ดูรายละเอียดภาค ภาษาอังกฤษฉบับเต็มได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Kyoto_Protocol หรือภาคภาษาไทยได้ที่ http://www.jgsee.kmutt.ac.th/greenhouse/unfccc/unfccc.php#unfccc {12} ดูรายละเอียดพายุ Katrina ถล่มนครนิวออลีนส์ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Hurricane_Katrina {13} ผลการศึกษาของ Lawrence Livermore National Laboratory เรื่อง Plant a tree and save the Earth? ที่ http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2006/NR-06-12-02.html และเรื่อง Models show growing more forests in temperate regions could contribute to global warming ที่ http://www.llnl.gov/pao/news/news_releases/2005/NR-05-12-04.html {14} อ่านรายละเอียด Aral Sea ได้ที่ http://unimaps.com/aral-sea/print.html {15} อ่านรายละเอียดภูเขาไฟกรากะตัวได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7 {16} ข้อมูลพายุจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ www.tmd.go.th/programs/uploads/cyclones/track-56y.pdf และข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยต่อเดือนจาก http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/table/files/1100400/2549/000/00_1100400_2549_000_000000_00500.xls {17} ข่าว อัล กอร์ มั่ว น้ำทะเลอ่าวไทยลดลงทุกปี ไทยรัฐ 17 ตุลาคม 2550 http://www.thairath.com/news.php?section=society03&content=64807 และข่าว อย่าตระหนก โลกร้อนไม่ทำให้กรุงเทพจมบาดาล http://www.tei.or.th/hotnews/071116-globalwarming1-manager.htm {18} โปรดดูได้ที่เว็บไซต์วัดขุนสมุทร สมุทรปราการ http://www.khunsamut.com {19} ปรากฎการณ์เอลนีโญและลานีญา โปรดศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=17 {20} กาลามสูตร 10 คือ อย่าปลงใจเชื่อ 1.ด้วยการฟังตามกันมา 2.ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา 3.ด้วยการเล่าลือ 4.ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ 5.ด้วยตรรก 6.ด้วยการอนุมาน 7.ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล 8.เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน 9.เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ และ 10.เพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา เราจะเชื่อก็ต่อเมื่อพิจารณาเห็นด้วยปัญญา (ที่มาคือ http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/002684.htm) {21} ข่าว เมื่อกระแสโลกร้อนย้อนมาเล่นงานอัล กอร์ สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ 7-15 มีนาคม 2550 โปรดอ่านข่าวภาษาอังกฤษที่ http://www.guardian.co.uk/international/story/0,,2022869,00.html (The Guardian) และ http://www.usatoday.com/news/washington/2007-02-27-gore-house_x.htm (USA Today) {22} โปรดอ่านข่าวดังกล่าวได้ที่ http://www.prospect-magazine.co.uk/article_details.php?id=6889 หมายเหตุ: ดูทั้งหมดที่: http://www.thaiappraisal.org/Thai/Market/Market166.htm โปรดอ่านเพิ่มเติมในกระทู้ กระทู้รวมพล คนที่ ไม่เชื่อ ว่ามนุษย์ทำให้โลกร้อน และประจักษ์หลักฐานรวมทั้งความเห็นเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่มีต่อกระทู้นี้ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5912617/X5912617.html เลิกกินหมูกะทะ ลูกชิ้นปิ้ง ปลาดุกย่าง เลิกเพื่อลดภาวะโลกร้อน แม้แต่น้อยยังดีกว่าไม่ อยากให้ทุกคนช่วยกัน อย่างที่รู้ๆกัน ดิฉันคิดว่าหลยคนล่ะที่รู้ข่าวนี้ ข่าวที่ว่าน้ำแข็วขั้วโลกละลายมากขึ้นมากๆ และจะมากขึ้นเรื่อยๆและรวดเร็วหากเรายังไม่ช่วยกันแก้ปัญหา น้ำเเข็งจะต้องละลายหมดในไม่ช้าอย่างแน่นอน และวิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ก็คือ ห้ามใช้น้ำมัน ห้ามใช้แก้ส ห้ามใช้ถ่านหิน ห้ามเผาใดๆทั้งสิ้น ซึ่งมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ขอให้พวกคุณลองคิดดู 1คุณคิดว่า ขยะของฉัน มีเพียง 1 ชิ้น และหากทุกคนในประเทศคิดอย่างคุณ เราจะมีขยะกว่า 70 ล้านชิ้น 2คุณคิดว่า คุณใช้น้ำมันเพียงอาทิตย์ละ 10-20 ลิตรไม่เกิน และหากทุกคนในประเทศคิดอย่างคุณ เราจะต้องใช้น้ำมันกว่า อาทิตย์ละ 700 ล้านกว่าลิตร นี่ยกตัวอย่างเพียง 2 ข้อ ดิฉันคิดก็ลมเเทบจับ อย่างที่เขาบอกละค่ะ การแก้ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่แค่คิด แต่ต้องลงมือทำ ถ้าทุกคนช่วยกัน คนละไม้คนละมือ จะทำให้ไม่ทิ้งภาระ หนักไว้ที่ใครบางคน ทุกคนควรช่วยกัน ป้องกันโลกร้อน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เราควรไม่ปล่อยก๊าซพิษที่ทำให้เกิดภาวะ โลกร้อนนะครับ ก๊าซพิษตัวใหญ่ๆ จะมีอยุ่ 5 ตัวนะคับ ซึ่งจะมี - CO 2 หรือว่า Carbon Dioxide นะคับ ซึ่งก๊าซนี้ จะปล่อยได้จาก การกระทำของ มนุษย์และธรรมชาติ ครับ - CH 4 หรือว่า Methane นะครับ ซึ่งก๊าซนี้ จะปล่อยได้จาก การกระทำของ มนุษย์ และธรรมชาตินะคับ - N 2 O หรือว่า Nitrous Oxide นะครับ ซึ่งก๊าซนี้ จะปล่อยได้จาก การกระทำของ มนุษย์ และ ธรรมชาตินะครับ แต่ว่าก๊าซ อีก 2 ตัว จะเป็นการกระทำของ มนุษย์ครับ ซึ่งจะได้แก่ - CFC หรือว่า Chlorofluorocarbons นะคับ จะเป็นการกระทำของมนุษย์ อย่างเดียวคับ และอีกตัวคือ - HCFC หรือว่า Hydro - Chlorofluorocarbons นะคับ จะเป็นการกระทำของ มนุษย์เช่นกันคับ ถ้าส่งใส อันไหน ถามได้ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 7 ก.พ. 2551 (08:52) อย่างที่รู้ๆกันอยู่แล้วว่า CO2 CH4 CFC พวกนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อน แล้วก๊าซพวกนี้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกับ O2 N2 หรือก๊าซอื่นๆที่ไม่ใช่ก๊าซเรือนกระจกอย่างไร??? ขอความกรุณาผู้ที่รู้ช่วยตอบทีค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 14 เม.ย. 2551 (21:02) ปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขนะครับ ผมคิดว่า เราควรที่จะหันมาใส่ใจอย่างจิงๆจังๆนะครับ ช่วยกันปลูกต้นไม้ รักษาสิ่งแวดล้อม มีจิตสำนึกที่ดีต่อธรรมชาติ และปลูกจิตสำนึกที่ดีต่อเยาวชนนะครับ " เรากำลังก้าวสู่ยุค ของผลที่ตามมา " ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 25 เม.ย. 2551 (17:44) ผมว่าความที่จะปลูกฝังเด็กให้รู้จักการรักธรรม รักชาติ รักแผ่นดิน (ตั้งแต่อายุน้อยๆ) จะได้เหมือนประเทศที่เจริญแล้ว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 28 เม.ย. 2551 (14:04) อย่าเชื่อทุกเรื่องจนไม่ไตร่ตรอง บางครั้งข่าวมันเเรง เพราะกระแส ด้านให้อนุรักษ์มันปั่นกันง่าย เเล้วคนก็อยากฟัง
รักษ์ธรรมชาติเป็นสิ่งดี แต่เราต้องเเยกแยะข้อมมูล ลองหาข้อมูลฝ่ายที่แย้งอ่านดูบ้างนะคะ เปิดหูเปิดตาค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 3 พ.ค. 2551 (17:31) สำหรับผมนะครับ การที่นักวิทยาศาสตร์ หรือ ใครก็ตาม ให้ข้อมูลเรื่องนี้ที่บางทีมันอาจจะมีการใส่ไข่บ้าง เหมือนที่คุณด็อกเตอร์ในความเห็นที่15บอก แต่มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรอครับมันทำไห้เรามีความคิดที่จะช่วยกันดูแลโลกของเรา เชื่อสิคับว่าถ้าเรายังทำลายโลกของเราอยู่แบบนี้ต่อไป ซักวันมันจะต้องเกิดเหตุการณ์ที่ทำไห้พวกเราเสียใจอย่างแน่นอนแล้วมันก็แก้ไขไม่ได้ด้วย แล้ววันนั้นแหละที่คุณจะมานั่งคิดว่าทำไม ถึงไม่ช่วยกันดูแลโลกตั้งแต่แรก ที่กล่าวเป็นเพียงข้อคิดนะครับอย่าคิดมาก แต่เก็บไปคิดบ้างก็ดี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 7 ส.ค. 2551 (19:43) เรื่องของโลกร้อน |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |