|
ใช้คะแนน O-NET ได้ครั้งเดียวในชีวิต
โพสต์เมื่อ:
12:25 วันที่ 11 พ.ค. 2550 ชมแล้ว:
7,222
ตอบแล้ว:
45
ทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง
ท่านมีความเห็นเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับนโยบายที่ นักเรียนสามารถใช้ผลสอบ O-net ได้ครั้งแรกครั้งเดียวในชีวิต ยกเลิกการสอบ O-net และ A-net ได้ไหม แล้วหาวิธีการอื่นที่ดีกว่า การสอบ O NET... A NET ก็ไม่ใช่จะไม่มีอะไรดี การยกเลิก ไปก็เป็นที่น่าเสียดาย ผมเห็นว่า คะแนน O NET... A NET น่าจะถูกนำมาใช้ในการถ่วงน้ำหนัก GPA ของโรงเรียนต่าง ๆ ว่ามาตรฐานเป็นอย่างไร แต่การสอบเพื่อเข้าคณะนั้น ควรเป็นการออกข้อสอบเลือกเองของแต่ละคณะ เพราะการเรียนมหาวิทยาลัยเป็นการเรียนเฉพาะทาง ไม่ใช่ใช้ความรู้ทั่ว ๆ ไป ข้อสอบความถนัดก็เป็นเครื่องมือที่ดี และถ้าผู้ออกข้อสอบสามารถววัดทักษะทุกด้านที่ต้องการสำหรับอาชีพนั้นได้ ก็เป็นเรื่องวิเศษ แต่ในความเป็นจริงนั้น เป็นไปไม่ได้ เช่นความสามารถทางการต่อวงจรไฟฟ้า การทำความสะอาดแผล ฯลฯ คนออกข้อสอบเก่ง ๆ ก็อาจออกข้อสอบเพื่อบ่งชี้พฤติกรรมที่พึงประสงค์ และคัดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ออกไปได้ ถ้าเราจะใช้ข้อสอบความถนัด ผมเสนอว่า ในชั้น ม.6 ควรจะมีวิชาเลือกความถนัด ให้ครอบคลุมทุกสาขา ที่เปิดรับ และต้องสอบความถนัด ส่วนจะสอนอย่างไร อันนั้นต้องพูดกันอีกทีหนึ่ง หรือจะให้เป็นการศึกษาด้วยตัวเองก็ได้ กำหนดเนื้อหา กิจกรรม ทักษะกลางๆ ที่น่าจะเรียนรู้ได้เองไม่ยาก จะเป็นการเตรียมนักเรียนไปในตัวด้วย ความถนัดอันเดียวกันนั้น ผมยังอยากให้เป็นข้อสอบระดับประเทศ คณะต่างๆ ของสถาบันต่างๆ อาจจะต้องกำหนดทิศทางร่วมกัน แล้วก็ให้หน่วยงานกลางเป็นผู้ออกข้อสอบ (ใช้คนจากสถาบันต่างๆเป็นกรรมการออก) คืออยากให้เริ่มต้นในระดับประเทศให้ได้มาตรฐานก่อน เพราะจะได้เป็นมาตรฐานบ่งชี้ หรือใช้ในการเปรียบเทียบได้ เรื่อง เด็กซิ่ล ยังงัยเราก็ต้องให้โอกาส ไปฟ้องร้องขึ้นศาลที่ไหน ก็น่าจะชนะความทั้งนั้น ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ทัดเทียมกัน ก็ต้องเปิดโอกาสเป็นกรณีพิเศษ จะใช้เกณฑ์อะไร เพิ่มเงื่อนไขพิเศษอะไร ก็ต้องคิดกันออกมา ให้สมเหตุสมผล ที่ต่างประเทศ เขามีเกรดเฟ้อเหมือนบ้านเราไหม เมื่อคืนดูเสวนาเรื่องนี้อยู่เหมือนกันในทีวี ปัญหาเรื่องหนึ่งที่สำคัญเหมือนกันคือครูที่โรงเรียนให้เกรดนักเรียนของตนสูงเกินจริงไปมาก หวังดีกับลูกศิษย์ ต้องการให้ศิษย์มีโอกาสมากขึ้น เด็กที่ดรงเรียนจะได้เข้ามหาวิทยาลัยได้มากขึ้น โรงเรียนก็จะดูดีขึ้น คนที่มาออกรายการระบุคำว่า ปัญหาจริยธรรมของครู เด็กไม่อยากเรียนรู้ในห้องเรียน ครูสอนไม่น่าสนใจเท่าโรงเรียนกวดวิชา เด็กที่มาออกรายการพูดเอง มีหลายองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาร่วมกัน df (IP:202.41.187.247) เรียน คุณ df ผมขอเสนอว่า ข้อความ "ครูที่โรงเรียนให้เกรดนักเรียนของตนสูงเกินจริงไปมาก" ยังเป็นเชิงความรู้สึกอยู่มาก จริงๆแล้วเราต้องการข้อมูลเชิงสำรวจ ข้อมูลเชิงสถิติว่า ข้อความดังกล่าว จริงเท็จเพียงใด เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด และเกิดขึ้นในลักษณะใดบ้าง ถ้าเราเปลี่ยนเป็นว่า < "เป็นไปได้มั้ย ที่โรงเรียนส่วนใหญ่โดยรวม ก็มีการให้เกรดตามมาตรฐานของโรงเรียนนั้นๆอยู่แล้ว ไม่ได้มีใครที่จะจงใจไปปล่อยเกรด หรือถ้ามีก็มีน้อยมาก หรือถ้ามี ก็เกิดขึ้นได้ ไม่แตกต่างกันเลยในแต่ละโรงเรียน" ลองอ่านดู แล้วข้อความนี้น่าเชื่อถือได้หรือไม่ คือผมมองว่า "การปล่อยเกรด" กับ "การที่เกรดของโรงเรียนที่ต่างกันอาจจะเทียบกันไม่ได้" นั้น อาจจะเป็นคนละประเด็น ข้อความนี้ก็เช่นกัน "เด็กไม่อยากเรียนรู้ในห้องเรียน ครูสอนไม่น่าสนใจเท่าโรงเรียนกวดวิชา เด็กที่มาออกรายการพูดเอง" ฟังแล้วเรายิ่งต้องแยกแยะ พิจารณาให้ดี ผมเชื่อว่า มีห้องเรียนจำนวนมาก ที่มีครูที่ดี และมีบรรยากาศที่ดี น่าเรียน และผมก็เชื่อว่า มีนักเรียนจำนวนมากที่ไม่ตั้งใจเรียนในห้องเรียน เพราะคิดว่าจะไปกวดวิชา เมื่อไปกวดวิชา ซึ่งต้องเสียตังส์ ก็เป็นธรรมชาติที่จะหาข้ออ้างเข้าข้างตัวเอง โดยการตำหนิคนอื่น ผมยังไม่เห็นใคร แสดงความคิดเห็น โดยการตำหนิตัวเองเลย หรืออย่างน้อยก็ควรต้องมองตัวเขาเองก่อนร่วมไปด้วย เราจึงควรมีใจที่เปิดกว้างมากๆ พร้อมที่จะวิเคราะห์ แยกแยะเป็นกรณีๆ ไปครับ น่าจะได้มีการวิเคราะห์ว่า เกรด หรือคะแนนที่ได้จากโรงเรียน มีความสัมพันธ์กันได้หรือไม่ กับ คะแนน A NET ... O NET เท่าที่ผมสัมผัส มันค่อนข้างจริงตามความคิดเห็นที่ 29 แต่ความคิดเห็นของผมก็ไม่น่าจะเป็นตัวแทนของประชากร เพราะมันอาจจะไบแอสไปทางใดที่ผมรู้สึกเองเหมือนกัน น่าจะมีหน่วยงานกลาง ที่ไม่อยู่ใต้อิทธิพลของกระทรวงศึกษา เข้ามาสำรวจทำวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง ที่จริงผมเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเด็กที่เอ็นท์ติดในม.ของรัฐฯแล้วมาเอ็นท์ใหม่ ที่เรียกว่าเด็กซิ่ว จนกระทั่ง ลูกของผมกลายเป็นเด็กซิ่วเอง ฟังจากเหตุผลของลูกแล้วก็สมควรให้ลูกเอ็นท์ใหม่ พอผมเสนอให้มองกันกลางๆ ตาม คหพ#30 ไปเช่นนั้น วันนี้มานั่งตรวจคะแนนที่เกี่ยวข้องกับที่มีส่วนบ่งชี้ถึงความแตกต่าง ผมก็เริ่มจะสัมผัสได้ว่า เกรดของโรงเรียนต่างๆ น่าจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะน่าจะขึ้นอยู่กับ ตัวผู้สอน ความสามารถของนักเรียนโดยรวม ของห้องเรียนนั้น วิชานั้น ของโรงเรียนนั้นๆ มีแนวโน้มเป็นไปได้สูงว่า เกรดของนักเรียน จากโรงเรียนที่มีชื่อ ในเรื่องของการสอบ ทำคะแนนได้สูงในอดีต น่าจะมีนักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีครูที่น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อันนี้ ผมหมายถึง ดี หรือ เก่ง ในเรื่องการทำคะแนน การทำข้อสอบ (ไม่รวมไปถึง กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ จริยธรรม คุณธรรม ... ซึ่งต้องวัดกันวิธีอื่น) แต่อย่างไร ผมก็มองว่า ไม่น่าจะเป็นประเด็นของ "การปล่อยเกรด" แต่น่าจะเป็นประเด็นของ ความยากง่ายของเนื้อหา และข้อสอบที่ใช้ในการสอบ ให้คะแนน และตัดเกรด ของผู้สอน ของแต่ละโรงเรียน ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว แตกต่างกันได้ และอาจจะแตกต่างกันได้มากๆ ถ้าผู้สอนมีความรู้ดี สอนได้ดี นักเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เกรดหรือคะแนนที่ออกมา ก็จะบอกความสามารถในเรื่องความรู้ที่วัดด้วยการสอบ ได้เป็นอย่างดี ถ้าผู้สอนไม่เข้มข้นในเนื้อหา นักเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ที่อ่อน ข้อสอบก็อาจจะออกมาง่าย เพื่อให้นักเรียนทำได้บ้าง ดังนั้นเกรดที่ได้มา ก็จะดูสูงเกินจริง เมื่อเทียบกับกลุ่มก่อนหน้านี้ ผมว่า อันนี้เป็นธรรมชาติ ที่น่าจะมองเห็นอยู่แล้ว เราจึงใช้ เกรด ในการคิดคะแนน admission เพียง 10 - 20 % ซึ่งจุดประสงค์จริงๆ ก็เพียงที่จะสนับสนุนให้นักเรียนตั้งใจเรียนในโรงเรียน ขออนุญาตสรุป ดังนี้นะครับ เกรดแต่ละโรงเรียนนั้น คงจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ โดยเฉพาะ โรงเรียน ที่มีศักยภาพของผู้เรียน ผู้สอน สิ่งแวดล้อม และปัจจัยสนับสนุน แตกต่างกัน ส่วนการใช้เกรด ในการคิดคะแนน admission ในสัดส่วน 10 - 20 % นั้น มีจุดประสงค์ เพื่อที่จะสนับสนุนให้นักเรียนตั้งใจเรียนในโรงเรียน เรียน อ.นิรันดร์ วันนี้ผมได้มีโอกาสสัมผัสโดยตรงเลยว่า (ในส่วนของวิชาคณิตศาสตร์) เกรดของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ นั้น ไม่มีความสัมพันธ์กับ คะแนน O-net และบางที คะแนน O-net กับ A-net ก็ดูจะไม่สัมพันธ์กันนักด้วยซ้ำไป และก็ ไม่สัมพันธ์ กับทักษะ การคิดแก้ปัญหา (บางข้อที่เราใช้ทดสอบ) นักเรียนที่ได้เกรดสูงหลายคน จะพยามนึกถึงสูตร หรือคิดในกรอบที่เคยได้รู้มา ในขณะที่ก็มีนักเรียนเกรดที่ต่ำกว่า ที่มีทักษะการสังเกต ในการแก้ปัญหาดีกว่า ( ไม่ถึงกับฟันธงครับ แต่จากกลุมตัวอย่าง ประมาณ 50 คน พอจะมองได้ว่า มีความเป็นไปเชิงคุณภาพ หลากหลาย พอสมควร ) อาจารย์ MG ครับ ผมตั้งกระทู้ขึ้นมาก็เพราะมองเห็นว่า กฎในการคัดเลือกคนเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ให้โอกาสคนแก้ตัว คือให้ใช้ผลสอบเพียงครั้งเดียว เด็กบางคน ระหว่างเรียนม.ปลายไม่ค่อยตั้งใจเท่าไร สอบ O NET ก็ได้คะแนนไม่ดี ก็สอบเอ็นท์ไม่ติด เพราะทั้งคะแนนม. 4 5 6 ก็ไม่ได้เรื่อง กลับไปเรียนใหม่ก็ไม่ได้ คะแนน O NET ก็เอาผลสอบครั้งแรกครั้งเดียว กฎแบบนี้ เหมือนเป็นการประหารชีวิตจากการเข้ามหาวิทยาลัยหรือคณะยอดนิยมไปเลย อาจารย์ลองดูว่า ถ้าคณะหนึ่ง จะเข้าได้มีคะแนนรวมสำหรับการสอบ A NET O NET 500 คะแนน คนที่จบม.ปลายด้วยคะแนน 4.00 แล้วได้คะแนนโรงเรียน 10% ก็หมายถึงได้ไว้แล้ว 50 คะแนน กับคนที่จบด้วยเกรด 2.00 ก็จะได้เพียง 25 คะแนน แค่นี้ก็ทิ้งกันขาดแล้วครับ แล้วยังคะแนน O NET ที่สอบได้ครั้งเดียวในชีวิตตอนที่ไม่ตั้งใจเรียน อย่างนี้ ระหว่างที่ว่าง เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ 1 ปี จะขยันแก้ตัวอย่างไรก็ไม่มีทางเข้ามหาวิทยาลัยได้ เรียกว่าไม่ให้โอกาสคนแก้ตัว เพราะเอาคะแนนเก่า ๆ มาแข่ง มันก็ต้องแพ้วันยังค่ำ ครับ พิจารณาดูตาม อ.นิรันดร์ ก็ให้เห็นด้วยว่า การใช้คะแนน O NET ครั้งเดียว นั้นก็มีข้อด้อย หรือข้อเสียที่เด่นชัดเหมือนกัน ทีนี้ถ้าเรา จะลองปรับแก้ ให้มีทางเลือกที่ดีขึ้นนั้น เราจะพอทำอะไรได้ (เรื่องคะแนนเกรด 10% ส่วนตัวผม คิดว่า มีข้อดี มากกว่าข้อเสีย) ถ้าเราดูจากคะแนนจริงๆแล้ว คนส่วนมาก ได้คะแนนไม่เกินครึ่ง ในแต่ละรายวิชา ผมขอลองเสนอว่า เราจะเปิดโอกาสให้นักเรียน ม.5 สอบ O-net ได้หรือไม่ แล้ว ม.6 ก็ให้สอบได้อีกครั้งหนึ่ง รวมเป็น 2 ครั้ง (อันนี้ บนพื้นฐานที่เชื่อกันว่า ข้อสอบในแต่ละปีนั้นมีมาตรฐานในระดับเดียวกัน และทุกคนได้โอกาส 2 ครั้งเท่ากัน ... ถ้าคิดว่ายังไม่พอ ก็ให้สอบได้ตั้งแต่ ม.4 เลย ก็จะได้มีโอกาสสอบเพิ่มเป็น 3 ครั้ง) ส่วนกรณีของเด็กซิ่ล ที่เราควรเปิดโอกาสให้เขาแก้ตัวนั้น ตอนนี้ ผมยังมองไม่ออกว่า เราต้องเพิ่มเงื่อนไขอะไรพิเศษหรือไม่ เด็กซิ่ว ค่อนข้างจะได้เปรียบคนอื่นมาก เพราะมีที่เรียนอยู่แล้ว แต่ที่ผมเป็นห่วงคือเด็กที่เอ็นท์ไม่ติดตั้งแต่ตอนที่จบม.๖ ใหม่ ๆ รุ่งขึ้นอีกปี จะเอ็นท์อีกแต่ต้องเอาคะแนนเก่าที่เอ็นท์ไม่ติดมาใช้สมัครใหม่ อีกกี่ชาติจะเอ็นท์ติดกันล่ะครับ ก็คะแนนเก่ามันไม่ดี ใช้กี่รอบ ๆ ก็ไม่ทีทางเข้าได้หรอก ในความเห็นของผม ก็คือ เด็กอยากจะสอบสักกี่รอบก็ให้สิทธิ์เขาไปเท่าเทียมกัน จะเลือกคะแนนครั้งไหนก็ให้โอกาสเขา แต่คนที่เอ็นท์ใหม่โดยเอาเปรียบคนอื่น คนถูกปรับให้ชดใช้ตามสมควร ถ้าเราแยกกรณีของเด็กซิ่ล ออกจากเด็กที่แก้ตัวใหม่ ที่พลาดไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี และไม่ใช่เด็กซิ่ล เช่นนี้แล้ว ผมเห็นด้วยกับ อ.นิรันดร์ เต็มที่ว่า เขาควรจะสอบได้ใหม่ และให้ใช้คะแนนที่ดีที่สุด ทำอย่างไรจะให้ รมต.ศึกษาเห็นด้วยกับเรา? นั่นนะซิครับ ! หลายๆความคิดเห็น ที่หลายๆท่านพูดคุยกระจัดกระจายอยู่ตามกระทู้ต่างๆ ซึ่งเป็นความคิดเห็นที่ดี ที่เราต่างพยายามคิด วิเคราะห์ แทนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ ต้องรับผิดชอบ ใช้อำนาจโดยตรง ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงๆนั้น สงสัยว่าต้องเรียนถาม ท่านผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่นๆ คุณ np ครูไผ่ คุณ SR ครูชิต ท่านอื่นๆอีกหลายท่าน รวมทั้งคุณอ๊อฟ และทาง vTeam ว่า ถ้าเราจะผลักดันความคิดเห็น ข้อเสนออะไรที่เห็นพ้องต้องกัน และสมมติว่า ยินยอมตกลงใจกันว่า เป็นมติ เป็นข้อสรุปของวิชาการดอทคอมนี่ พวกเราพอจะทำอะไร อย่างไร ได้หรือเปล่าครับ?? อยากทาบว่าถ้าจะซิ่ลไปเรียนมหาวืทยาลัยที่อื่นแต่คณะเดียวกับที่กำลังเรียนอยู่จะได้หรือไม่ ต้องลาออกก่อนหรือไม่ ช่วยตอบด้วยนะคะ ******* (IP:203.113.51.5) ควรลาออกให้ถูกต้อง จะได้ไม่เป็นคนที่ถูกคัดชื่อออกครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 21 มิ.ย. 2551 (17:55) <P><FONT face="courier new, courier, mono">ขอความอนุเคราะห์ ส่งข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการสอบ O-Net และการสอบ NT ขอบคุณล่วงหน้าคะ</FONT></P> cbualuang@gmail.com (IP:202.28.66.23) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 21 มิ.ย. 2551 (21:10) ลองไปหาดูที่นี่นะครับ |