ความหมายของโครงงานวิทย์

ใครรู้บอกทีนะ



ความคิดเห็นที่ 43


3 มิ.ย. 2552 19:56
  1. - -ร้ากก เธอ คนเดียว ที่สุด ของหัว จัยยยยย




ความคิดเห็นที่ 35

25 ก.ค. 2551 08:24
  1. ม่ายยู้



ความคิดเห็นที่ 23

จิงไจ
16 ก.พ. 2551 21:00
  1. umm.......



ความคิดเห็นที่ 40

13 พ.ย. 2551 10:18
  1. อยากรู้วิธีเขียนโครงงานง่ะ




ความคิดเห็นที่ 34

10 ก.ค. 2551 13:14
  1. เรื่งปลากัด



ความคิดเห็นที่ 42

19 ก.พ. 2552 15:38




ความคิดเห็นที่ 19

13 ก.พ. 2551 09:17
  1. กูรักมึง    ซึ้งหรือยัง



ความคิดเห็นที่ 22

16 ก.พ. 2551 20:34
  1. <P>&nbsp;(ตัวอย่างโครงงานม.1 ง่ายๆ ร.ร.เทพิทร์พิทยา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี €-mail closefrind@windowslive.com)โครงงาน เรื่องปลากัดมีดีที่อาหาร เอามาให้เล่นๆ ทดลองโดย การนำปลากัด จีน 10 ตัว โหล 10 โหล ทดลองเกี่ยวกับเรื่องอาหารปลากัด 5 ชนิด ได้แก่ ลูกน้ำ ลูกไร ข้าวสุก อาหารเม็ดโดยเฉพาะ อาหารเม็ดปลากัดสำเร็จรูป โดยทดลอง 2 ชุด หฟรือมากกว่านั้น เพื่อประโยชน์ <STRONG><U>ที่มาแลความสำคัญของโครงงาน</U></STRONG> เนื่องจากปัจจุบัน มีการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเยอะ โดยเฉพาะปลากัด ในประเทศไทยก็มีความนิยม ซึ่งอาหารก็มีส่วน โดยอาหารบางชนิดอาจราคาแพงคุณภาพต่ำ แต่บางชนิดคุณภาพดีแต่ราคาถูก เราจึงจัดทำโครงงานเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอาหารปลากัด <STRONG><U>วัตถุประสงค์</U></STRONG> ต้องการศึกษาเกี่ยวกับอาหารปลา เพื่อเป็นการประหยัดในการลดค่าใช้จ่ายในอาหารปลา ต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (สำหรับประโยชน์ก็เหมือนกัน แต่เปลี่ยนคำว่า เพื่อ รหือ ต้องการ เป็นได้ ) <STRONG><U>สมมติฐาน </U></STRONG>ถ้าชนิดของอาหารปลามีผลต่อคุณภาพที่ดีของปลากัด ดังนั้น ลูกน้ำ ทำให้ปลากัดมีการเจริญเติบโตดีที่สุด(ศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโต) <STRONG><U>ขอบเขตของการศึกษา </U></STRONG>สถานที่-------&nbsp; เวลา--------- ตัวแปรต้ร คือ ชนิดอาหารปลากัด 5 ชนิด ได้แก่ ตามข้างบน ตัวแปรตาม ความเจิญเติบโตของปลากัด คือ การที่ปลากัดได้กินลูกน้ไปนประจำจะมีลักษณะการเจริญเติบโตดีที่สุด (ที่เหลือก็บ่งบอกอย่างอื่นเพิ่มได้ เช่น อาหารเม็ดปลากัดโดยเฉพาะคืออาราย) <STRONG><U>ข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง </U></STRONG>หาที่เกี่ยวกับปลากัดมา ในทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำโครงงาน <STRONG><U>อุปกรณ์ </U></STRONG>เท่าที่ใช้ในการทดลอง <STRONG><U>วิธีการทดลอง EX </U></STRONG>1.ใส่น้ำเลี้ยงปลากัดในโหล่5โหล่ในชุดที่1 โดยแต่ละโหล่ใส่น้ำ 1 ลิตร 2.ใส่ปลากัดจีนลงในโหล่ 5 ใบ โดย 1 ใบ ใส่ปลากัด 1 ตัว 3.ให้อาหารปลากัด 5 ชนิดได้แก่ 1-2-3-4-5 (เขียนเอง) ลงในโหล5โหล โดยแต่ละโหลให้อย่างละ 1 ชนิด ชนิดละ 1 ช้อนเบอร์1 โดยให้2มื้อหรือ1มื้อแล้วแต่ (ในที่นี้กำหนด2มื้อ)ให้เช้า-เย็น 4.บันทึกผล พร้อมอภิปราย สรุป และข้อเสนอแนะ พร้อมเสนอโครงงาน</P>
    <P>บทที่ 4 ผลการทดลอง ควรเสนอในรูปแบบตาราง ที่เราต้องสำรวจ(เป็นโครงงานประเภททดลองและสำรวจ)เมื่อทดลองเสร็จก็สำรวจ โดยเราต้องนำปลากัดที่เรากำหนดเลี้ยงกี่วัน ไปให้บุคคลอื่นดู เพื่อยืนยันว่า ปลากัดชนิดใดเจริญดีที่สุด โดยบันทึกข้อมูลในเรื่องตารางบันทึกผล ที่สำรวจ บทที่5 อภิปราย สรุป และข้อเสนอแนะ (คิดเอง) บรรณนานุกรม ควรมีเยอะกว่า2 คือบรรณนานุกรม น้อยกว่า2 คือเอกสารอ้างอิง ไม่ควรมีแต่เวป การเขียนหนังสือควรเขียนตามหลักการ (จำหลักการไม่ได้หาเอง) ภาคผนวก คิดรูปที่เราทำการสำรวจ ทดลอง อภิปราย มา ให้ดู หร้อมเขียนข้อความใต้ภาพ จบ</P>



ความคิดเห็นที่ 18

24 ม.ค. 2551 15:00
  1. เกลียดการทำโครงงานมากที่สุด เลยโว้ย หาก้อยาก ม่ายทามมันแล้ว



ความคิดเห็นที่ 16

23 ม.ค. 2551 13:25
  1. ไม่เบื่อแต่ไอยากทำ



ความคิดเห็นที่ 17

23 ม.ค. 2551 13:26
  1. หาโครงงานยากมากคับ
    ไม่ยากทำที่สุดคือโครงงานคับ



ความคิดเห็นที่ 39

27 ต.ค. 2551 16:50
  1. เรียนเคมีหมดเล่มแล้วจารย์ให้ทำโครงงานวิทย์ด้วยยากโครต




ความคิดเห็นที่ 21

14 ก.พ. 2551 09:14
  1. แค่ดูกิ้งกือเดิน ก็เป็นโครงงานระดับโลกแล้ว

    ไม่ต้องทำให้ยาก หาของใกล้ตัวเล่นๆ เดี่ยวก็มีเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบ แล้วก็หาคำตอบ ก็แค่นั้น (ก็ยากแค่นั้น ถ้ามัวแต่คิดว่ายาก)

    ช่วยได่ไหมนี่



ความคิดเห็นที่ 37

22 ส.ค. 2551 14:14
  1. yyyyyyyyy




ความคิดเห็นที่ 31

12 มิ.ย. 2551 21:11
  1. <P><FONT color=#333399>งง</FONT></P>
    <P><FONT color=#333399>แต่ก็ขอบคุงมากกกกกกกกกก</FONT></P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>
    <P><FONT color=#333399></FONT>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 8

11 พ.ย. 2550 15:19
  1. เบื่อที่สุดเลยการทำโครงงานทำไม่เป็นคะ



ความคิดเห็นที่ 41

5 ม.ค. 2552 14:27
  1. ชอบมากๆค่ะ




ความคิดเห็นที่ 51

17 มี.ค. 2553 21:55
  1. ทำโครงงาลดโลกร้อนยากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกมาก



ความคิดเห็นที่ 1

MathGuy
17 พ.ค. 2550 15:32
  1. คัดลอกจาก http://www.bmaeducation.in.th/content_view.aspx?con=426


    ...........................................................................................................

    โครงงานวิทยาศาสตร์

    - ดร.ธีระชัย ปูรณโชติ

    โครงงานวิทยาศาสตร์
    การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น

    1. ความหมายของกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์
    กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ คือ กิจกรรมสำหรับนักเรียนในการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ภายใต้คำแนะนำปรึกษาของครูหรือผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมนี้อาจทำเป็นกลุ่มหรือรายบุคคลก็ได้ และจะกระทำในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนก็ได้ โดยไม่จำกัดสถานที่ เช่น อาจทำนอกห้องเรียน ในห้องปฏิบัติการ หรือนอกโรงเรียน แม้กระทั่งที่บ้านของนักเรียนก็ได้
    กิจกรรมการทำโครงงานวิทยาศาสตร์นี้เรียกได้ว่า เป็นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้นสำหรับนักเรียน

    2. หลักการของกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์
    2.1 เน้นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง โดยนักเรียนจะเป็นผู้ริเริ่มวางแผน และดำเนินการศึกษาด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเพียงผู้ชี้แนะแนวทางและให้คำปรึกษา
    2.2 เน้นกระบวนการแสวงหาความรู้โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มจากการกำหนดปัญหา เลือกหัวข้อที่ตนสนใจจะศึกษา วางแผนการศึกษาค้นคว้า ดำเนินการรวบรวมข้อมูล ทำการทดลอง และสรุปผลการศึกษาค้นคว้า
    2.3 เน้นการคิดเป็น ทำเป็น และการแก้ปัญหาเป็นด้วยตนเอง

    3. ความสำคัญและคุณค่าของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
    จุดมุ่งหมายระหว่างการเรียนวิทยาศาสตร์ทีกำหนดไว้ในหลักสูตรนั้น นอกจากจะต้องการให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของวิชาวิทยาศาสตร์แล้ว ยังต้องการให้นักเรียนมีทักษะในการศึกษาค้นคว้า มีความสนใจวิทยาศาสตร์ มีเจตคติและค่านิยมทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย เช่น มีความใฝ่รู้ ซื่อสัตย์ มีเหตุผล มีใจเป็นกลาง มีความเพียรพยายาม มีความละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจ เป็นต้น
    แต่การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพียงในชั้นเรียนตามเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเท่านั้น ไม่อาจช่วยให้จุดมุ่งหมายดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลโดยสมบูรณ์ได้ ทั้งนี้เพราะครูจำเป็นจะต้องสอนเนื้อหาต่าง ๆ ในหลักสูตรให้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด นักเรียนจึงไม่ค่อยมีโอกาสมีประสบการณ์ตรงในการใช้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอนในกระบวนการเรียนรู้
    การให้นักเรียนกระทำกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ จะช่วยส่งเสริมให้จุดมุ่งหมายของหลักสูตรสัมฤทธิ์ผลโดยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะในการทำโครงงาน นักเรียนจะได้มีโอกาสดำเนินการศึกษา จะศึกษาเอง การวางแผนการศึกษาเพื่อตอบปัญหานั้น ๆ ด้วยตนเอง ออกแบบการทดลองหรือวิธีการศึกษาด้วยตนเอง ลงมือทดลองเพื่อตรวจสอบสมมุติฐาน ตลอดจนสรุปผลของการศึกษาด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาและชี้แนะ สรุปได้ว่านักเรียนจะมีโอกาสได้รับประสบการณ์ตรงในกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ทุกขั้นตอน มีโอกาสได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ และจะช่วยพัฒนาคุณสมบัติอื่น ๆ ให้แก่นักเรียนด้วย เช่น ความเป็นคนช่างสังเกต มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีวินัยและซื่อสัตย์ในการทำงาน มีความละเอียดรอบคอบ มีความรับผิดชอบ ยอมรังฟังคำติชมและความคิดเห็นของผู้อื่น มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ รู้จักแบ่งเวลาในการทำงานและการกระทำกิจกรรมอื่น ๆ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เป็นต้น

    4. ประเภทต่าง ๆ ของโครงงานวิทยาศาสตร์
    โครงงานวิทยาศาสตร์ อาจแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ
    4.1 โครงงานประเภทการสำรวจ
    4.2 โครงงานประเภทการทดลอง
    4.3 โครงการประเภทการพัฒนาหรือการประดิษฐ์
    4.4 โครงงานประเภทการสร้างทฤษฎีหรือการอธิบาย

    4.1 โครงงานประเภทการสำรวจ เป็นการศึกษารวบรวมปัญหาจากธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เพื่อศึกษาหาความรู้ที่มีอยู่หรืออยู่ในธรรมชาติ โดยใช้วิธีสำรวจและรวบรวมข้อมูล แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดกระทำให้เป็นระบบระเบียบและสื่อความหมาย แล้วนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิ และคำอธิบายประกอบ
    การทำโครงงานประเภทนี้ ไม่มีการจัดหรือกำหนดตัวแปรหรือควบคุมตัวแปร อาจกระทำในลักษณะใดลักษณะหนึ่งต่อไปนี้
    1) การเก็บรวบรวมข้อมูลในสนามหรือในธรรมชาติได้ทันทัน โดยไม่ต้องนำวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น “การศึกษาพฤติกรรมของสัตว์บางชนิดในธรรมชาติ” “การศึกษามลพิษในสิ่งแวดล้อม” “การศึกษาการเจริญเติบโตของตัวอ่อนของสัตว์บางชนิด” เป็นต้น
    2) การเก็บรวบรวมวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เช่น โครงงานเรื่อง “การศึกษาปริมาณของอะฟลาทอกซินในถั่งลิสงป่นตามร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง” “การสำรวจหมู่เลือดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง” เป็นต้น
    3) จำลองธรรมชาติขึ้นในห้องปฏิบัติการ แล้วสังเกตและศึกษารวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เช่น โครงงานเรื่อง การเลี้ยงผึ้ง ด้วยการนำผึ้งมาเลี้ยงแล้วทำการศึกษารวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของผึ้ง
    4.2 โครงงานประเภทการทดลอง เป็นการศึกษาหาคำตอบของปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยการออกแบบการทดลอง และดำเนินการทดลอง ลักษณะสำคัญของโครงการประเภทนี้คือ มีการออกแบบทดลอง เพื่อศึกษาผลของตัวแปรที่มีต่อตัวแปรอีกตัวหนึ่งที่ต้องการศึกษา โดยควบคุมตัวแปรอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษาไว้ ตัวอย่างของโครงงานประเภทนี้ ได้แก่
    - การศึกษาอิทธิพลของแสงสีต่าง ๆ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด
    - การศึกษาการเจริญเติบโตของพืชในสนามแม่เหล็ก
    - การศึกษาอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายในสัตว์ตัวเมีย
    - การทดลองใช้ผักตบชวาในการกำจัดน้ำเสีย
    4.3 โครงงานประเภทการพัฒนาหรือการประดิษฐ์ เป็นการพัฒนาหรือประดิษฐ์ หรือการสร้างอุปกรณ์ หรือเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อประโยชน์ใช้สอย โดยการประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการ ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาหรือการประดิษฐ์ดังกล่าว อาจะเป็นการประดิษฐ์สิ่งใหม่ หรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพขึ้นก็ได้ หรืออาจเป็นการเสนอแบบจำลองทางความคิดเพื่อแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งก็ได้ เช่น
    - โครงงานเรื่อง “เครื่องเตือนอัคคีภัยระบบความดัน”
    - การประดิษฐ์เครื่องร่อน
    - บ้านยุคนิวเคลียร์
    - รูปแบบการจัดการจราจรบริเวณทางแยก ฯลฯ
    4.4 โครงงานประเภทการสร้างทฤษฎีหรือการอธิบาย เป็นโครงงานที่เสนอทฤษฎีหรือ คำอธิบายสิ่งต่าง ๆ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ ๆ โดยมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือทฤษฎีอื่น ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ สนับสนุน ทฤษฎีหรือคำอธิบายดังกล่าวอาจใหม่ หรือขัดแย้ง หรือขยายแนวความคิด หรือคำอธิบายเดิมที่มีผู้ให้ไว้ก่อนแล้วก็ได้ อาจเป็นการอธิบายปรากฏการณ์เก่าในแนวใหม่ อาจเสนอในรูปของคำอธิบาย สูตร หรือสมการก็ได้ แต่จะต้องมีข้อมูลหรือทฤษฎีอื่นมาสนับสนุนอ้างอิง
    ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ ได้แก่ โครงงานเรื่อง “กำเนิดของทวีปและมหาสมุทร”
    เป็นการสร้างแบบจำลองทฤษฎี อธิบายการเกิดของทวีปและมหาสมุทรว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง ซึ่งเป็นแนวความคิดที่แตกต่างไปจากแนวความคิดเดิมที่เคยมีผู้เสนอไว้ก่อนแล้ว
    5. วิธีการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
    การทำโครงงานวิทยาศาสตร์มีขั้นตอนที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
    ขั้นที่ 1 การคิดและเลือกชื่อเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา
    ขั้นตอนนี้เป็นขั้นที่สำคัญที่สุดและยากที่สุด ตามหลักการแล้วนักเรียนควรจะเป็นผู้คิดและเลือกหัวข้อเรื่องที่จะศึกษาด้วยตนเอง แต่ครูอาจมีบทบาทหรือมีส่วนช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถคิดหัวข้อเรื่องได้ด้วยตนเอง ดังจะได้กล่าวต่อไป
    ขั้นที่ 2 การวางแผนในการทำโครงงาน
    ได้แก่ การวางแผนวิธีดำเนินงานในการศึกษาค้นคว้าทั้งหมด เช่น วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องใช้ในการออกแบบการทดลอง และควบคุมตัวแปร วิธีดำเนินการรวบรวมข้อมูล การวางแผนปฏิบัติงานอย่างคร่าว ๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้างเป็นขั้นตอน แล้วนำเสนออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม และขอความเห็นชอบ
    ขั้นที่ 3 การลงมือทำโครงงาน
    ได้แก่ การลงมือปฏิบัติตามแผนงานที่ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้วในขั้นที่สองนั่นเอง ประกอบด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างหรือการประดิษฐ์ การปฏิบัติการทดลอง ซึ่งสุดแล้วแต่จะเป็นโครงงานประเภทใดและการค้นคว้าจากเอกสารต่าง ๆ แล้วดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งความหมายของข้อมูล และสรุปผลของการศึกษาค้นคว้า
    ขั้นที่ 4 การเขียนรายงาน
    เป็นการเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นเอกสาร เพื่ออธิบายให้ผู้อื่นทราบรายละเอียดทั้งหมดของการทำโครงงาน ซึ่งจะประกอบด้วยปัญหาที่ทำการศึกษาวัตถุประสงค์ของการศึกษา วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ ข้อมูลต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ ผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ตลอดจนประโยชน์และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้จากการทำโครงงานนั้น ๆ
    วิธีเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ก็มีลักษณะและแนวทางในการเขียน เช่นเดียวกับการเขียนรายงานผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์นั่นเอง
    ขั้นที่ 5 การแสดงผลงาน
    เป็นการเสนอผลงานที่ได้ศึกษาค้นคว้าสำเร็จลงแล้วให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจ ซึ่งอาจกระทำได้หลายรูปแบบ เช่น การจัดนิทรรศการ การสาธิตแสดงประกอบการรายงานปากเปล่า ฯลฯ
    ในการจัดแสดงผลงานของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ครูอาจกระทำได้ในหลายระดับ เช่น - การจัดเสนอผลงานภายในชั้นเรียน
    - การจัดแสดงนิทรรศการภายในโรงเรียนเป็นการภายใน
    - การจัดแสดงนิทรรศการในงานประจำปีของโรงเรียน
    - การส่งโครงงานเข้าร่วมในงานแสดงหรือประกวดภายนอกโรงเรียนในระดับต่าง ๆ เช่น ระดับกลุ่มโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับเขตการศึกษา และระดับชาติ เป็นต้น

    6. การเปรียบเทียบบทบาทของครูและนักเรียนในขั้นตอนต่าง ๆ ของการทำโครงงาน
    เพื่อให้เข้าใจกระบวนการเรียนการสอน ให้นักเรียนทำโครงงานงวิทยาศาสตร์ชัดเจนยิ่งขึ้น จะขอเสนอตารางแสดงการเปรียบเทียบบทบาทของนักเรียนและครูในขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    ตาราง บทบาทของนักเรียนและครูในขั้นตอนต่าง ๆ ของการทำโครงงาน
    กิจกรรมในขั้นตอนต่าง ๆ บทบาทของนักเรียน บทบาทของครู
    1. การคิดและเลือก
    หัวข้อเรื่องหรือปัญหา - สัมผัสกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหา
    - ตระหนักถึงปัญหา
    - สนใจที่จะค้นคว้าหาคำตอบ
    - อภิปรายและสนทนากับอาจารย์/
    เพื่อน ๆ - กระตุ้นให้นักเรียนสนใจที่จะทำ
    โครงงาน โดย
    * จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยให้
    นักเรียนสัมผัสกับปัญหา เพื่อที่
    นักเรียนจะได้มอบเห็นปัญหา
    2. การวางแผนในการทำ
    โครงงาน - กำหนดขอบเขตของปัญหา
    - ตั้งวัตถุประสงค์ - ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนในการ
    วางแผนทำโครงงาน เช่น
    - ศึกษาเอกสาร
    - ตั้งสมมุติฐาน * ให้ความคิดเห็นในเรื่องความเป็นไปได้ของโครงงาน
    - ออกแบบการทดลองและกำหนด
    ตัวแปร * ชี้แนะแหล่งความรู้ต่าง ๆ
    * ติชมแผนงานในการทำโครงงาน
    ทั้งหมดของนักเรียน
    3. การลงมือทำโครงงาน - สร้าง/จัดหาเครื่องมือ
    - ทดลอง/รวบรวมข้อมูล - อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่
    นักเรียน
    - วิเคราะห์ข้อมูลและแปรความหมาย
    ข้อมูล - ติดตามการทำงานของนักเรียน
    ทุกระยะ
    - ให้กำลังใจ
    - ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ เมื่อจำเป็น
    - ให้ข้อติดชม วิธีวิเคราะห์ และ
    แปรผลของการวิเคราะห์
    4. การสรุปผลของการ
    ศึกษาและเขียนรายงาน - สรุปข้อค้นพบ
    - เขียนรายงานโครงงาน - แนะนำและให้ข้อติชมการเขียน
    รายงานโครงงานของนักเรียน
    5. การแสดงผลงาน - เสนอผลของการศึกษาในรูปแบบ
    ต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาสาธารณสุข - จัดกิจกรรมเพื่อให้โอกาสนักเรียน
    ได้แสดงผลงาน
    - ส่งผลงานของนักเรียนเข้าร่วม
    แสดงหรือประกวด
    - ประเมินผลการทำโครงงานของ
    นักเรียน


    สรุปแนวปฏิบัติในการสอนนักเรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์
    1. กระตุ้นให้นักเรียนสนใจในการจะทำโครงงาน
    2. แนะแนวให้นักเรียนรู้วิธีการทำโครงงาน
    3. จัดกิจกรรมเพื่อช่วยให้นักเรียนมองเห็นปัญหา
    4. แนะแนวทางนักเรียนในการเลือกหัวข้อหรือปัญหาที่ตนสนใจ
    5. ให้คำปรึกษานักเรียนในการวางแผนทำโครงงาน
    6. อำนวยความสะดวกแก่นักเรียนในการทำโครงงาน
    7. ติดตามการทำโครงงานของนักเรียนทุกระยะ
    8. ให้คำปรึกษาในการเขียนรายงาน
    9. ให้โอกาสนักเรียนแสดงผลงาน
    10. ประเมินผลการทำโครงงานของนักเรียน


    บรรณานุกรม

    ธีระชัย ปูรณโชติ. การสอนกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ : คู่มือสำหรับครู. กรุงเทพมหานคร :

    โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2531.

    . กรณีศึกษาการทำโครงงานวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์

    มหาวิทยาลัย, 2533.

    ผู้เขียน

    ดร.ธีระชัย ปูรณโชติ อดีตรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชามัธยมศึกษา คณะครุศาสตร์
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันข้าราชการบำนาญ



ความคิดเห็นที่ 36

20 ส.ค. 2551 12:13
  1. 555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น