คลีโอพัตราคือใคร มีชู้เพราะอะไร??

คลีโอพัตราคือใคร?? มีชู้เพราะอะไร??

เรื่องนี้อยากรู้มาก แต่ก็ไม่ค่อยได้อ่านหรือศึกษามากเท่าไหร่ พอได้อ่านกระทู้กระทู้หนึ่ง ที่มีเนื้อหาประมาณว่า คลีโอพัตรา ชู้รักบันลือโลก ซึ่งมันไม่เหมือนกับที่เคยอ่านมา

เคยอ่านในหนังสือเล่มนึง เค้าบอกว่า พี่สาวของคลีโอพัตราโดนน้องสาว(พี่สาวคนรองของคลีโอพัตรา)วางยาพิษ ซึ่งพี่สาวคนรองเนี่ย แต่งงานกับแม่ทัพโรมันที่มารุกรานอียิปย์ขณะนั้น(ซึ่งก็เหมือนทรยศชาติ) ก่อนตายนางได้บอกกับคลีโอพัตราว่า อย่าให้คนชั่วมาทำลายบ้านเมือง คลีโอพัตราโกรธแค้นมาก ตั้งแต่นั้นมานางก็ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ใครมาทำลายบ้านเมืองได้ แล้วเมื่อน้องชายของนางได้ขึ้นครองราชย์นางก็ได้แต่งงานกันตามประเพณี แล้วด้วยความที่นางเป็นคนฉลาด นางก็ได้ช่วยน้องชายซึ่งอายุน้อยมากบริหารบ้านเมืองบ้าง วางแผนการรบบ้าง ทำให้เสนาอำมาตย์ไม่พอใจ จึงยุยงให้ฟาโรเนรเทศนาง นางจึงจำเป็นต้องแต่งงานกับซีซาร์เพื่อที่จะใช้กองกำลังของเขาไปชิงบัลลังค์คืน ซึ่งก็สำเร็จ แต่แล้วซีซาร์ก็ตาย ทำให้นางรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงแต่งงานกับแอนโทนี่ ซึ่งเป็นแม่ทัพที่จงรักภัคดีต่อซีซาร์ แต่ลูกเลี้ยงของซีซาร์ คือ ออตเตเวียนก็ทำสงครามกับแอนโทนี่ เมื่อเห็นว่าแอนโทนี่กำลังจะแพ้ นางจึงฆ่าตัวตายพร้อมกับแอนโทนี่ เราเลยคิดว่า ที่นางมีความสัมพันธุ์กับชายหลายคนก็เพราะว่า นางต้องการที่จะปกป้องบ้านเมืองของนางจากคนชั่ว แต่นั่นก็เป็นเพียงเพราะเราอ่านหนังสือมาแค่เล่มเดียว ไม่ได้ค้นคว้าเยอะ ถ้าใครมีข้อมูลเยอะกว่านี้ก็ช่วยมาแบ่งปันกันด้วยนะคะ สับสนอย่างแรงค่ะ






ความคิดเห็นที่ 13


27 ก.พ. 2551 17:41
  1. ม่ะรุ้-



ความคิดเห็นที่ 12

27 ก.พ. 2551 17:33
  1. <P>คลีโอพัตราคือสุดยอดของการเสียสละที่แท้จริง</P>
    <P>&nbsp;</P>
    <P>นางไม่ได้สวย แต่มีเสน่ห์ใช้มัดใจชายทั้งสิ้น</P>



ความคิดเห็นที่ 18

manowgy
11 ธ.ค. 2551 18:17
  1. [[122108]]
    ประวัติ คลีโอพัตราที่ 7 เป็นชาวกรีกที่กำเนิดในดินแดนอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ได้ขึ้นครองราชย์หลังจากที่ ปโตเลมีที่ 12 แห่งอียิปต์ ขณะนั้นพระนางเบเนไซน์และแม่ทัพอาร์เชลล์ได้ร่วมกันก่อการกบฏขึ้น ทำให้ฟาโรห์ปโตเลมีที่ 12 ออเลติส ต้องไปขอกำลังเสริมจากสภาซีเนตแห่งกรุงโรม ออกัส กาบิเนียส จึงได้ให้องค์ฟาโรห์จ่ายเงินเป็นจำนวน 10,000 เทลแลนด์ แต่องค์ฟาโรห์มีเงินไม่พอ จึงได้ไปขอยืมเงินจากคหบดีผู้ร่ำรวยนาม ราบีเรียส โพลตูมัส เมื่อได้กำลังเสริมแล้วก็กลับไปอียิปต์เพื่อจัดการกับผู้ก่อการกบฏ และได้สั่งประหารพระนางเบเนไซน์และแม่ทัพอาร์เชลล์ ทำให้ราบีเรียสได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระคลังของอียิปต์ ราบีเรียสได้รีดไถชาวอียิปต์อย่างหนัก ทำให้ชาวอียิปต์ไม่พอใจลุกฮือกันต่อต้านราบีเรียส ทำให้ราบีเรียสต้องรีบหนีกลับไปยังกรุงโรม เมื่อพระบิดาของพระนางสวรรคตในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่ 51 ก่อนคริสตกาล พระนางเป็นพระราชธิดาองค์โตของออเลติส เมื่อพระเชษฐภคินีอีกสองพระองค์สิ้นพระชนม์ลง พระนางยังมีพระขนิษฐาอีกองค์ที่มีชื่อว่าอาร์สิโนเอ ในช่วงแรกของการขึ้นครองราชย์ พระนางได้ครองราชย์ร่วมกับพระบิดาเป็นระยะเวลาสั้นๆ ต่อมาก็ได้ครองราชย์ร่วมกับพระอนุชาอีกสองพระองค์ ได้แก่ ปโตเลมีที่ 13 ผู้ซึ่งต่อต้านการปกครองของพวกโรมัน และปโตเลมีที่ 14 แต่เนื่องด้วยการสืบราชบัลลังก์ของราชวงศ์ปโตเลมีนั้นนิยมการสืบเชื้อสายทางมารดา พระอนุชาทั้งสองพระองค์จึงต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระเชษฐภคินี คือคลีโอพัตรา เพื่อจะสามารถขึ้นครองราชย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎมนเทียรบาล ภายหลังจากที่กษัตริย์ผู้เป็นพระอนุชา - สวามีของพระนางสวรรคตลงทั้งสองพระองค์ คลีโอพัตราได้แต่งตั้งให้โอรสของพระนางเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป มีพระนามว่าปโตเลมีที่ 15 ซีซาเรียน โดยการครองบัลลังก์ร่วมกัน ระหว่างปีที่ 44 - 30 ก่อนคริสตกาล ในปีที่48 ก่อนคริสตกาล คณะที่ปรึกษาของปโตเลมีที่ 13 นำโดยขันทีโปธินุส ได้ยึดอำนาจของคลีโอพัตราและบังคับให้พระนางหนีไปจากอียิปต์ โดยมีอาร์สิโนเอ พระขนิษฐาของพระนางติดตามไปด้วย ต่อมาในปีเดียวกันนี้ อำนาจของปโตเลมีที่ 13ได้ถูกริดรอนเมื่อนำตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโรม เมื่อนายพลปอมเปอุส มักนุส (ผู้ซึ่งแต่งงานกับลูกสาวของจูเลียส ซีซาร์ โดยที่นางได้เสียชีวิตขณะคลอดบุตรชาย) ที่กำลังหลบหนีจูเลียส ซีซาร์ ได้มาหาที่หลบซ่อนในเมืองอเล็กซานเดรีย ก็ถูกปโตเลมีที่ 13ปลิดชีพ เพื่อสร้างความดีความชอบแก่ตนให้ซีซาร์ได้เห็น จูเลียส ซีซาร์รู้สึกขยะแขยงกับแผนการอันโสมมดังกล่าว จึงได้ยกทัพบุกเข้ายึดเมืองหลวงของอียิปต์ และตั้งตนเป็นผู้ตัดสินคดีชิงบัลลังก์ระหว่างปโตเลมีที่ 13และคลีโอพัตรา หลังจากการสู้รบช่วงสั้นๆ ปโตเลมีที่ 13ก็ถูกสังหาร และ จูเลียส ซีซาร์ได้คืนบัลลังก์ให้แก่คลีโอพัตรา โดยมีปโตเลมีที่ 14เป็นผู้ครองบัลลังก์ร่วม จูเลียส ซีซาร์ได้พำนักในอียิปต์ตลอดช่วงฤดูหนาว ระหว่างปีที่48 ก่อนคริสตกาล - 47 ก่อนคริสตกาล และคลีโอพัตราได้สร้างความได้เปรียบทางการเมืองให้แก่ตนด้วยการเป็นคนรักของซีซาร์ ทำให้อียิปต์ยังคงเป็นความเป็นเอกราชไว้ได้ แต่ยังคงมีกองกำลังทหารโรมันสามกองประจำการอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างคลีโอพัตรากับซีซาร์ในช่วงฤดูหนาวได้ทำให้นางตั้งครรภ์และให้กำเนิดพระโอรสชื่อปโตเลมี ซีซาร์ (หรือมีชื่อเล่นว่าซีซาเรียน ซึ่งแปลว่าซีซาร์น้อย) อย่างไรก็ดี จูเลียส ซีซาร์ปฏิเสธการให้ซีซาเรียนเป็นผู้สืบทอดของตน และได้แต่งตั้งให้หลานชายชื่อ ออกุสตุส ซีซาร์ อ็อกตาเวียน เป็นผู้สืบทอดอำนาจแทน คลีโอพัตรากับซีซาเรียนได้ไปเยือนกรุงโรมในระหว่างปีที่ 46 ก่อนคริสตกาล และ 44 ก่อนคริสตกาล และอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่ซีซาร์ถูกลอบสังหาร ก่อนเดินทางกลับถึงอียิปต์เพียงเล็กน้อย ปโตเลมีที่ 14ก็สวรรคตอย่างลึกลับ คลีโอพัตราจึงได้แต่งตั้งให้ซีซาเรียนเป็นผู้ครองบัลลังก์ร่วมกับพระนาง มีการสันนิษฐานว่านางได้ลอบวางยาพิษปโตเลมีที่ 14 ผู้เป็นอนุชาของตนเอง ในปีที่42 ก่อนคริสตกาล มาร์ค แอนโทนี หนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการชุดที่สองของโรม ผู้ซึ่งปกครองกรุงโรมในช่วงที่เกิดสูญญากาศทางอำนาจ หลังการถึงแก่อสัญกรรมของซีซาร์ ได้ขอให้คลีโอพัตราเดินทางมาพบเขาที่เมืองทาร์ซุส ในแคว้นซิลิเซีย เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความจงรักภักดีของพระนางต่ออาณาจักรโรมัน เมื่อคลีโอพัตราเดินทางมาถึง เสน่ห์ของพระนางทำให้มาร์ค แอนโทนีเลือกที่จะใช้เวลาช่วงฤดูหนาวระหว่างปีที่42 ก่อนคริสตกาล - ปีที่41 ก่อนคริสตกาล กับพระนางในอเล็กซานเดรีย ในช่วงฤดูหนาวนั้น พระนางได้ทรงพระครรภ์เป็นโอรส - ธิดาฝาแฝด ผู้มีพระนามว่าอเล็กซานเดอร์ เฮลิออส และ คลีโอพัตรา เซเลเน สี่ปีต่อมา ในปีที่ 37 ก่อนคริสตกาล มาร์ค แอนโทนี ได้เดินทางเยือนอเล็กซานเดรียอีกครั้ง ระหว่างทางไปออกรบกับจักรวรรดิพาร์เธีย เขาได้สานสัมพันธ์กับคลีโอพัตรา และถือเอาอเล็กซานเดรียเป็นบ้านนับแต่นั้นเป็นต้นมา มาร์ค แอนโทนีอาจจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับคลีโอพัตราตามประเพณีอียิปต์ (ตามที่กล่าวไว้ในจดหมายของสุเอโตนิอุส) แต่อย่างไรก็ดี เขาได้แต่งงานแล้วกับอ็อกตาเวีย น้องสาวของเพื่อนชื่ออ็อกตาเวียน หนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการชุดที่สองของโรม เขามีบุตรกับคลีโอพัตราอีกหนึ่งคน ชื่อว่าปโตเลมี ฟิลาเดลฟุส ในพิธีมอบดินแดนอเล็กซานเดรียเป็นของขวัญชิ้นใหญ่แก่คลีโอพัตราและโอรสธิดา ช่วงปลายปีที่ 34 ก่อนคริสตกาล หลังจากที่มาร์ค แอนโทนีได้มีชัยเหนืออาร์เมเนีย คลีโอพัตรากับซีซาเรียนได้ปกครองอียิปต์กับไซปรัสร่วมกัน อเล็กซานเดอร์ เฮลิออส ได้เป็นกษัตริย์ปกครองอาร์เมเนีย เมเดีย และ พาร์เธีย คลีโอพัตรา เซเรเน ได้เป็นราชินีปกครองซีเรไนกา และ ลิเบีย ส่วนปโตเลมี ฟิลาเดลฟุสได้เป็นกษัตริย์ปกครองโฟนิเซีย ซีเรีย และ ซิลิเซีย นอกจากนี้แล้วคลีโอพัตรายังดำรงตำแหน่งราชินีแห่งราชาทั้งปวงอีกด้วย มีเหตุการณ์อันโด่งดังเกี่ยวกับคลีโอพัตราหลายเหตุการณ์ แต่เรื่องที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดและไม่อาจตรวจสอบได้ว่าจริงหรือไม่ ได้แก่เหตุการณ์เกี่ยวกับพระกระยาหารค่ำของพระนางกับมาร์ค แอนโทนีมื้อหนึ่งที่มีราคาแพงลิบ พระนางได้หยอกเย้ากับมาร์ค แอนโทนีด้วยการพนันกันว่า เขาเชื่อหรือไม่ว่าพระนางจะสามารถใช้เงินสิบล้านเซสเตอร์ซีอุสกับพระกระยาหารมื้อเดียวได้ ซึ่งเขาก็รับพนัน ในคืนต่อมา พระนางได้เสิร์ฟพระกระยาหารค่ำธรรมดาไม่ได้หรูหราอะไร ทำให้พระนางถูกมาร์ค แอนโทนีล้อ แต่พระนางก็ได้รับสั่งให้เสิร์ฟพระกระยาหารสำรับต่อมา ซึ่งมีเพียงน้ำส้มสายชูอย่างแรงหนึ่งถ้วย จากนั้นพระนางก็ถอดต่างหูไข่มุกอันประมาณค่ามิได้ของพระนางออก หย่อนลงไปในน้ำส้มสายชู ปล่อยให้ไข่มุกละลาย แล้วดื่มส่วนผสมนั้น พฤติกรรมของมาร์ค แอนโทนี นับว่ากระด้างกระเดื่องมากในสายตาของพวกโรมัน อ็อกตาเวียนจึงได้โน้มน้าวให้วุฒิสภาเปิดสงครามกับอียิปต์ ในปีที่ 31 ก่อนคริสตกาล กองกำลังของมาร์ค แอนโทนีได้เผชิญหน้ากับทหารโรมันด้วยทัพเรือนอกชายฝั่งแอคติอุม คลีโอพัตราได้ร่วมออกรบโดยมีทัพเรือของพระนางเอง แต่พระนางก็ได้เห็นกองเรือของมาร์ค แอนโทนี ที่มีเรือขนาดเล็กและขาดแคลนยุทโธปกรณ์ต้องพ่ายแพ้กับกองเรือโรมันที่มีเรือขนาดใหญ่กว่า พระนางต้องหลบหนีและมาร์ค แอนโทนีได้เลิกรบและหนีตามพระนางไป อัตวินิบาตกรรมของคลีโอพัตรา โดย เรจินัลด์ อาร์เธอร์หลังจากการรบที่อ่าวแอคติอุม อ็อกตาเวียนก็ได้ยกพลขึ้นบกบุกอียิปต์ ในขณะที่ทัพของอ็อกตาเวียนเกือบจะถึงอเล็กซานเดรีย กองกำลังทหารของมาร์ค แอนโทนีก็หนีทัพไปร่วมกับกองกำลังของอ็อกตาเวียน คลีโอพัตรากับมาร์ค แอนโทนีตัดสินใจปลิดชีพตนเองด้วยกันทั้งคู่ โดยที่คลีโอพัตราได้ใช้งูพิษปลิดชีพพระองค์เองเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ในปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล ซีซาเรียน โอรสของพระนางที่เกิดกับจูเลียส ซีซาร์ก็ถูกอ็อกตาเวียนปลงพระชนม์ โอรสธิดาอีกสามพระองค์ที่เกิดกับมาร์ค แอนโทนีได้รับการไว้ชีวิตและนำกลับไปยังกรุงโรมโดยอ็อกตาเวีย อดีตภรรยาของมาร์ค แอนโทนี มักกล่าวกันว่าคลีโอพัตราได้ใช้ แอสพฺ (งูพิษชนิดหนึ่ง) ปลิดชีพพระองค์เอง "asp" เป็นศัพท์เทคนิค หมายถึงงูพิษหลากหลายประเภทในอาฟริกาและยุโรป แต่ในที่นี้ หมายถึงงูเห่าอียิปต์ ซึ่งใช้ในการประหารนักโทษในบางครั้ง ยังมีเรื่องเล่าว่าคลีโอพัตราได้ทดสอบวิธีการฆ่าตัวตายต่างๆนานากับข้าราชบริพารหลายคน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีการที่พระนางเห็นว่ามีประสิทธิภาพที่สุด ด้วยที่เป็นชนเชื้อสายกรีก - มาเซโดเนีย ทั้งในด้านภาษาและวัฒนธรรม คลีโอพัตรามีชื่อเสียงในแง่ที่ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 300 ปีที่ราชวงศ์ปโตเลมีปกครองอียิปต์นั้น พระนางเป็นสมาชิกคนแรกของปโตเลมีในที่เรียนรู้ภาษาอียิปต์ได้แตกฉาน และ ยังเรียนรู้ภาษาอื่นๆถึง 14 ภาษา ได้แตกฉาน



ความคิดเห็นที่ 4

13 พ.ย. 2550 19:17
  1. เคยอ่านคลีโอพัตรา ราชินีแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ไหมคะ มีข้อมูลที่น่าจะทำให้เข้าใจนะคะ



ความคิดเห็นที่ 9

5 ธ.ค. 2550 11:03
  1. อยากรู้จังอ่ะ ว่าคลีโอพัตราน่ะสวยมากขนาดไหน เห็นว่าคลีโอพัตราสามารถใช่เสน่ห์มัดใจแม่ทัพใหญ่ได้ 2 คน มี จูเลียส ซีซ่าร์ และก็ มาร์ก แอนโทนีล่ะ



ความคิดเห็นที่ 14

4 เม.ย. 2551 14:19
  1. <P><FONT size=5><STRONG><EM>ข้อมูลของพระนางคลีโอฯตอนสุดท้ายส่วนใหญ่ไม่ค่อยตรงกันเลย</EM></STRONG></FONT></P>



ความคิดเห็นที่ 5

คริสตัล
14 พ.ย. 2550 09:46
  1. อืมนะ ถ้าได้คำตอบบอกด้วยละกันนะอยากรู้เหมือนกัน



ความคิดเห็นที่ 16

3 ก.ย. 2551 10:58
  1. คุณต้องเข้าใจเค้าหน่อยน่ะ ในสมัยก่อน ใครอยากจะมีชู้มั่ง สายเลือดก็ไม่ใช่ เครือญาติก็ไม่ใช่ ที่เค้าทำทุกอย่างไป ก็เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนทั้งนั้น ชู้เค้าน่ะแก่ๆ น่ะคุณ 30 ขึ้นทั้งนั้น แต่ที่เค้าทำเค้ามีเหตุผล



ความคิดเห็นที่ 3

3 ก.ย. 2550 16:16
  1. คลีโอพัตรานั้นในเรี่องที่เราดูมานั้นเป็นมักใหญ่ใฝ่สูงได้คืบจะเอาศอก



ความคิดเห็นที่ 8

นพบุราดิศร
4 ธ.ค. 2550 21:03
  1. ไมรู้สิ รู้แต่สวามีของพระองค์ชื่อจูเลียส ซีซาร์



ความคิดเห็นที่ 11

12 ม.ค. 2551 17:08
  1. คงต้องให้คำจำกัดความก่อนว่า ชู้ หมายความว่าอย่างไร ... เข้าใจว่าคือ การมีชายหรือหญิงอื่นขณะที่ภรรยาหรือสามีมีชีวิตอยู่และครองเรือนอยู่ด้วยกัน ถ้าการมีชีวิตคู่กับคนอื่นของพระนางคลีโอพัตรา(ถึงจะหลายคน) แต่ต่างกรรมต่างวาระก็ไม่น่าจะเรียกว่า มีชู้ (แต่พระองค์เป็นชู้กับผู้อื่นถ้าเขามีภรรยาอยู่แล้วค่ะ)

    ส่วนเรื่องของพระนางคลีโอพัตราพระองค์นี้(ประวัติศาสตร์อียิปต์มีหลายพระองค์)เข้าใจว่ากระทำลงไปเพื่อความอยู่รอดของราชวงศ์และอาณาจักรที่พระองค์ปกครองอยู่ ดังนั้น จึงพยายามทุกวิถีทางในการเอาใจและทำให้ผู้ที่กำลังครองคู่อยู่หลงรักและเชื่อฟังหรือเห็นใจ ณ เวลานั้น ศึกษากันในประเด็นนี้จะสนุกกว่าการมองว่าเป็นเพียงสตรีที่มีสามีหลายคนค่ะ



ความคิดเห็นที่ 6

Singnoi
14 พ.ย. 2550 09:51
  1. น่าจะขึ้นอยู่กับว่ามุมที่เรามองมากกว่า



ความคิดเห็นที่ 17

14 ต.ค. 2551 19:43
  1. เรื่องของพระนางน่าสงสารยิ่ง หากพระนางก็ได้ทำเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อลูกๆ ชีวตของพระนางแม้บางครั้งจะต้องตกระกำลำบาก แต่ก็ทรงหาหนทางเพื่อให้ตนอยู่รอดปลอดภัย เสียงยิปซีเล่าอ้างถึงตำนานแห่งจักรวาล เหล่ายิปซีผู้เร่ร่อนไปทุกห้วงมิติจักรวาล ตราบบัดนี้ร่วมพันปีจนมิอาจคณาตน



ความคิดเห็นที่ 7

30 พ.ย. 2550 17:48
  1. หนูอยากเห็นคลีโอตัวจริงหนูนึกว่าหนูเป็นคนเดียวที่ชื่อ คลีโอ หนูรู้ว่าไม่ใช่ตอนอายุ 5 ปีแต่ตอนนี้หนูยายุ 10 ปี



ความคิดเห็นที่ 1

meeyungchum
16 พ.ค. 2550 21:11
  1. [[9087]]
    อีกรูป



ความคิดเห็นที่ 20

25 พ.ค. 2552 19:21
  1. คลีโอพัตรา ไม่ได้มีชู้หรอกค่ะ� ที่เธอทำเพราะปกป้ปงบ้านเมืองและชื่อเสียงของเธอค่ะ� ที่เธอทำน่ายกย่องมากนะค่ะ




ความคิดเห็นที่ 2

muffin
31 ส.ค. 2550 06:08
  1. มีความรู้สึกว่า
    แต่งการเมืองทั้งนั้น

    จริงๆนางอาจจะไม่ได้สวยอย่างที่คิด แต่ที่ผู้ชายอยากได้เป็นเมียก็เพราะอียิปต์เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนั้น



ความคิดเห็นที่ 10

6 ม.ค. 2551 19:20
  1. อยากบอกว่าคลีโอพัตราไม่ได้รูปโฉมงดงามอย่างที่คิด พระนางมีรูปร่างอวบอ้วน ตาคม ปากเรียวสวย มีจมูกที่ใหญ่และงุ้ม เสน่ห์ที่แท้จริงของพระนางคือพระปรีชาของพระนางซึ่งมัดใจของ2แม่ทัพกรุงโรม



ความคิดเห็นที่ 19

28 มี.ค. 2552 17:51
  1. อยากรู้จักนางมากกว่านี้ค่ะ ^^




ความคิดเห็นที่ 21

25 ก.ค. 2552 17:03
  1. คห.18  อ่านเล่มเดียวกันรึป่าวเนี่ยะ

    แต่เป็นดังที่ว่าจริงๆนะ  ปอยอ่านแบบละเอียดยิบเลย

    ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่าพระนางคลีโอพัตราที่ 7 นั้น น่าจะเป็นคนยังไง

    ที่เขียนว่ามีชู้นั้น เป็นเพราะว่าชาว กรุงโรม นั้นมักจะเขียนเข้าข้างประเทศตนเองอยู่แล้วจึงเป็นสาเหตุให้คิดว่าพระนางเป็นคนยังไงกันแน่    แค่นั้นแหละ .. 


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น