วิชาการดอทคอม ptt logo

ยีน โครโมโซม DNA สามคำนี้ต่างกันอย่างไร

โพสต์เมื่อ: 16:22 วันที่ 19 มี.ค. 2544         ชมแล้ว: 105,150 ตอบแล้ว: 155
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ยีน โครโมโซม DNA สามคำนี้ต่างกันอย่างไร
ช่วยอธิบายหน่อยนะครับ
อ่านมาแล้วหลายที่ ยังไม่เข้าใจเลย


นที(131.111.8.68)





จำนวน 141 ความเห็น, หน้าที่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 22 พ.ค. 2549 (21:53)
ความหมายของยีน
w w w mi jai hron (IP:203.154.51.47,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 22 พ.ค. 2549 (21:57)
พันธุกรรมเเละคความหมายของยีน
w.w.w.เอมมี่ เเละ เดวิด (IP:203.154.51.47,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 พ.ค. 2549 (09:46)
< ขอบคุณครับสำหรับความรู้



...



dna ของผมกับพ่อแม่

คงจะต่างกันพอดู



os เปลี่ยนสี Comment ทีสิครับ

ทรมานจริงๆ >



ช่วยตอบทีสิค่ะ คือไม่เข้าใจว่าเขาต้องการคำตอบแบบไหน เกี่ยวกับ DNA
wt_pnd (IP:221.128.107.66,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 24 พ.ค. 2549 (14:12)
อยากทราบเรื่องการสืบพันธ์ที่นอกเหนือจากกฎเมนเดลอ่ะค่ะ?? ขอแบบด่วนๆเลยได้มั้ยค่ะ??
salapao (IP:124.120.80.154,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 25 พ.ค. 2549 (19:41)
ที่ว่ากฏของเมนเดลมี 3 ข้อ แล้วแต่ละข้อมีความหมายว่าอย่างไรบ้างเหรอ ช่วยหน่อยนะค่ะ

ถ้าใครออนอยู่ก็ตอบเดี่ยวนี้เลยนะค่ะ หรือถ้าใครเล่น m ก็เอ็ดไว้และตอบให้หน่อยจะรอค่ะ pukkad_aom@hotmail.com
ผักกาด (IP:203.172.122.47,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 30 พ.ค. 2549 (13:49)
อยากได้รูปอีกค่ะ ลงอีกได้ไหม โดยเฉพาะรูปยีนและโคโมโซมค่ะ
แอล (IP:203.150.134.184,192.168.0.100,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 30 พ.ค. 2549 (20:07)
ได้รู้เรื่องโครโมโซมมากขึ้นค่ะ
เมย์ (IP:203.113.16.241,203.113.51.132,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 31 พ.ค. 2549 (10:33)
โครโมโซม อยู่บน ยีนหรือยีนอยู่บนโครโมโซมค่ะ
พิชญารัชต์ (IP:203.113.16.241,203.113.61.105,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 31 พ.ค. 2549 (10:33)
โครโมโซม อยู่บน ยีนหรือยีนอยู่บนโครโมโซมค่ะ
พิชญารัชต์ (IP:203.113.16.241,203.113.61.105,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 31 พ.ค. 2549 (10:41)
DNA เป็นกรด แต่ว่ามีส่วนประกอบเป็นเบสหนูไม่เข้าใจค่ะช่วยอธิบายหน่อย ?
น้องนิล (IP:203.113.16.241,203.113.61.105,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 31 พ.ค. 2549 (11:04)
โครโมโซม

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1 โครโมโซมร่างกายมีจํานวน 22 คู่

2 โครโมโซมเพศมีจํานวน 1 คู่

แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ

1โครโมโซมเพศชาย

2โครโมโซมเพศหญิง
ลลิตา (IP:203.113.16.241,203.113.61.105,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 31 พ.ค. 2549 (11:08)
ยีนอยู่บนโครโมโซมเเละโครโมโซมอยู่บนนิวเคลียส

โดยปาปารัสซี่
อาทิตยา จุฑามาศ (IP:203.113.16.241,203.113.61.105,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 31 พ.ค. 2549 (11:17)
โครโมโซมของคนมีรูปร่างคล้ายอะไร

ใครรู้ช่วยตอบหน่อยเร็วค่ะ

ขอบคุณค่ะที่ช่วยตอบ

ปาปารัสซี่
อาทิตยา จุฑามาศ (IP:203.113.16.241,203.113.61.105,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 1 มิ.ย. 2549 (18:00)
จิโนไทป์กับฟีโนไทป์ต่างกันยังไงง่ะ
เอริ (IP:203.113.41.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 2 มิ.ย. 2549 (18:29)
ผมอยากรู้ว่า การตรวจหลักฐานทางนิติเวชของคุณหมอพรทิพย์ เป็นการตรวจสอบสารที่อยูใน โครโมโซม สารดังกล่าวคืออะไรครับ (ชื่อย่อและชื่อเต็มด้วยครับ) กรุณาส่งมาทางเมล์ก็ได้ครับ madtok_p2@hotmail.com หรือตอบมาในเสดงความคิดเห็นก็ได้ครับ ขอบคุณครับที่ตอบคำถามผม
มัดตอกครับ (IP:61.19.163.254,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 4 มิ.ย. 2549 (12:40)
อบากรู้ว่าแล้วยีนเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์ยังไงกับโครโมโซมว่าง่ายๆๆความสัมพันธ์ระหว่างโครโมโซมกับยีนเป็นยังไง
ความลับ (IP:58.8.46.83,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 4 มิ.ย. 2549 (15:36)
อยากรุลักษณะเด่นและก้ด้อยของคนอ่ะ

เอาเยอะๆๆนะ

ต้องทัมงานอ่ะ
ซัมวัน (IP:58.9.173.114,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 4 มิ.ย. 2549 (16:13)
อยากทราบว่าโครโมโซมและยีนมีความสัมพันธ์กันอย่างไรคะ
เด็กน้อย....-*- (IP:203.113.81.100,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 5 มิ.ย. 2549 (17:23)
DNAเป็นที่ถ่ายถอดพันธุกรรมจากพ่อแม่สู้ลูก
555 (IP:124.120.26.99,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 8 มิ.ย. 2549 (22:42)
รุ่นf1เปงพันทางแสดงลักณะเด่นทั้งหมด แต่มีลักณะด้อยแฝงอยู่

รุ่นf2เปงพันแท้เด่น:พันแท้ด้อย:พันทาง

= 1:1:2

จะแสดงลักษณะเด่น:ลักษณะด้อย

=3:1
wi_dong@hotmail.com (IP:203.107.200.186,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 9 มิ.ย. 2549 (15:27)
อยากจะทราบว่าเหตุใดสัตว์บางชนิดหรือพืชบางชนิด หรือทั้งพืชและสัตว์บางชนิดมีจำนวนโครโมโซมเท่ากันล่ะคะ
book (IP:203.107.214.229,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 10 มิ.ย. 2549 (20:05)
อยากทราบเหมือนกับความคิดเหนที่71คะ
ea12th (IP:203.172.59.143,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 12 มิ.ย. 2549 (18:20)
อยากทราบเกี่ยวกับเรื่องยีนและโครโมโซม
TL (IP:58.136.194.155,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 12 มิ.ย. 2549 (19:24)
การแสดงออก หรือ การทำงานของเซลล์คือ การที่ยีนบนสายโครโมโซมคลายตัวและสร้าง mRNA และทำงานร่วมกับ tRNA และ rRNA เพื่อสร้างกรดอะมิโน ต่อกันเป็นโปรตีนไปทำหน้าที่ต่างๆแล้วแต่หน้าที่ของเซลล์นั้น เช่น เอนไซม์ ฮอร์โมน



ยีน (gene) หมายถึง รหัสพันธุกรรม หรือรหัสสำหรับสร้างโปรตีน 1 ชนิด ซึ่งพบว่า DNA ส่วนที่เป็นยีนมีเพียง 5 %



จีโนม (genome=gene+ome) หมายถึงยีนทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตนั้น



สารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต จะเป็น DNA หรือ RNA แล้วแต่ชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ



DNA (deoxyribonucleic acid=Deoxyribose sugar+base(A,T,C,G) ต่อเป็นสายยาวและขดพันรอบโปรตีน histone ประกอบกันเป็นสาย โครโมโซม (Chromosome) จนเล็กพอที่จะบรรจุในเซลล์ได้ ซึ่งถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็จะมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสคอยแยกโครมโซมออกต่างหาก



RNA (Ribonucleic acid=Ribose sugar+base (A,U,C,G)
P_Nat (IP:58.9.111.228,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 14 มิ.ย. 2549 (11:00)
รักและคิดถึงนะร้ป่าว
อาริยา ช่องทอง (IP:203.172.193.50,192.168.1.68,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 14 มิ.ย. 2549 (11:27)
อยากรู้เกี่ยวกับการวิจัยของ ยีน
ตุ๊กติ๊ก (IP:202.12.74.8,172.28.91.35, unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 15 มิ.ย. 2549 (14:30)
ยีนคือโครโมโซมชนิดที่เราเรียกว่า dna
yuthana_powerband@chaiyo.com (IP:203.172.218.99,192.168.1.229,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 15 มิ.ย. 2549 (19:49)
ยีนเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอ ที่มีส่วนประกอบของเบส สี่ตัวเรียงราย กันอยู่ อาจอยู่บนโครโมโซม หรือส่วนอื่นใดของเซลล์ก็ได้ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด จะมีมวลสารดีเอ็นเอ และจำนวนยีนแตกต่างกัน เช่น แบคทีเรีย มียีนประมาณ 4,000 ยีน แมลงหวี่ 20,000 ยีน พืชชั้นสูง 30,000-50,000 ยีน และ มนุษย์ประมาณ 100,000 ยีน



ยีนในสิ่งมีชีวิตอาจจัดเป็นสามกลุ่ม คือ กลุ่มแรก ทำหน้าที่สร้างโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในโครงสร้าง และการทำปฏิกริยาทางเคมี กลุ่มที่สอง ทำหน้าที่ กำกับ การทำงานของยีนตัวอื่น ที่จะกำหนดให้ทำหน้าที่ตรง ไหนและเมื่อใด (regulatory genes) และกลุ่มที่สามเป็นยีน ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม ให้การใช้ ข้อมูลซึ่งเก็บอยู่ ในดีเอ็นเอนั้น ได้ถูกใช้อย่างถูกต้อง



ความรู้เรื่องยีนนั้นมีมากมาย งานวิจัยจีโนม ทั้งของมนุษย์ พืช และสิ่งมีชีวิตอื่น จะเป็น เสมือนการเปิดตำราแห่งชีวิต เรื่องของยีนจะถูกเปิดเผยมากขึ้น ในขั้นนี้ เรารู้เพียงว่าการทำงาน ของยีนนั้นสลับซับซ้อนมาก แม้จะรู้ว่ายีนอะไร อยู่ตรงส่วนไหน ของเส้นดีเอ็นเอ แต่การแสดงออก ของยีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับยีนตัวอื่น ๆ อีกหลายตัว อย่าลืมว่ายีนก็คือ ดีเอ็นเอส่วนหนึ่งซึ่งมีขนาด ความยาวแตกต่างกัน ยีนและตัวมีหน้าที่ แตกต่างกันดังได้กล่าวมาแล้ว ยีนที่สร้างโปรตีนจะทำงาน เมื่อได้รับคำสั่งจาก ยีนอีกตัวหนึ่ง หรือหลายตัว ดังนั้น การที่ยีนตัวหนึ่งหรือดีเอ็นเอชิ้นหนึ่ง หลุดเข้าไป ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่น จึงไม่อาจทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง นอกจากนั้นธรรมชาติ มีกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ (natural selection) อยู่แล้ว ที่พร้อมจะขจัด ชิ้นส่วนดีเอ็นเอ นั้นออกไป หรือแม้แต่ขจัดสิ่งมีชีวิตนั้นออกไป หากไม่มีความสามารถ ปรับตัวได้



สิ่งมีชีวิตทุกรูปนามเติบโตมาจากเซลล์เดียวทั้งนั้น เป็นเรื่องแปลกที่ทำไม จากเซลล์เริ่มต้น เซลล์เดียวจึงสามารถเจริญเป็นจุลินทรีย์ เป็นพืช สัตว์ ได้ เมื่อละอองเกสรพืช ผสมกับรังไข่ก็ กลายเป็นเอ็มบริโอเซลล์เดียว แล้วจึงเจริญเติบโต เป็นพืช เอ็มบริโอจากสัตว์ก็เจริญเป็นสัตว์ คำตอบในเรื่องนี้ก็คือ แต่ละเซลล์ มีมวลยีน ที่ต่างกันและทำหน้าที่ต่างกันนั่นเอง แท้จริงแล้วเซลล์ แต่ละเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ชนิดพันธุ์เดียวกัน จะมีมวลยีนเหมือนกันหมด เช่น ในมนุษย์หากมียีน อยู่ทั้งหมด หนึ่งแสนยีนไม่ว่าจะเป็นเซลล์จากอวัยวะอะไร ตับ ไต ปอด ก็ย่อมมียีนจำนวนหนึ่งแสน เช่นเดียวกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยีนเหล่านั้นจะไม่แสดงออกหรือทำงานพร้อมกัน ดังนั้นยีนทุกตัว จึงมีช่วงทำงาน (turn-on) และช่วงพักตัว (turn-off) ทั้งสิ้น



ยีนเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นส่วนที่มีการแสดงออก (ยีนแสดงออกโดยการควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน) แล้วเจ้าดีเอ็นเอสายยาวที่บรรจุลักษณะต่างๆ มากมายของเรานั้นก็ขดตัวโดยใช้โปรตีนฮีสโตนช่วยกลายเป็นโครโมโซมนั่นแหละค่ะ



ออโตโซม (autosome) ซึ่งหมายถึง โครโมโซมร่างกาย ในคนเรานั้นมี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง

ถ้าเป็นโรคจากความผิดปกติระดับโครโมโซม ก็ได้แก่ โรคคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrom) เกิดจากแขนข้างสั้นของโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไป, โรคดาวน์ซินโดรม (down's syndrome) เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง เป็น 3 แท่ง เมื่อรวมทั้งโครโมโซมร่างกายและโครโมโซมเพศแล้วจะกลายเป็น 47 แท่ง เป็นต้น

แต่ถ้าเป็นความผิดปกติในระดับยีนบนโครโมโซมร่างกายหรือออโตโซม อันทำให้เกิดเป็นโรคทางพันธุกรรม ก็ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย (thalassemia) เป็นต้น



ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38



ขณะที่เซลล์กำลังแบ่งตัวเราจะเห็นโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้นใยเล็กๆขดพันกันอยู่นั้นคือ โครมาทิน( Chomatin ) ซึ่งประกอบด้วย DNA ขดจับกับโปรตีน เมื่อมีการแบ่งเซลล์ ปริมาณของ DNA จะเพิ่มเป็น 2 เท่า เส้นโครมาทินจะขดกันแน่นขึ้นจนมีลักษณะเป็นแท่งๆ เรียกว่า โครโมโซม ( Chromosome ) บนโครโมโซมมีส่วนประกอบสำคัญที่เรียกว่า ยีน ( Gene )และภายยีนมีสารเคมีที่เรียกว่า DNA



และDNA มีส่วนที่เป็นสารพันธุกรรมเพียง 5 %



กฎของเมนเดล มีด้วยกันอยู่ 3 ข้อค่ะ



1.กฎแห่งการแยกลักษณะ

2.กฎแห่งการเลือกกลุ่มอย่างอิสระ

3.กฎแห่งลักษณะเด่น



โครโมโซม

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1 โครโมโซมร่างกายมีจํานวน 22 คู่

2 โครโมโซมเพศมีจํานวน 1 คู่

แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ

1โครโมโซมเพศชาย

2โครโมโซมเพศหญิง



ยีนอยู่บนโครโมโซมเเละโครโมโซมอยู่บนนิวเคลียส



รุ่นf1เปงพันทางแสดงลักณะเด่นทั้งหมด แต่มีลักณะด้อยแฝงอยู่

รุ่นf2เปงพันแท้เด่น:พันแท้ด้อย:พันทาง

= 1:1:2

จะแสดงลักษณะเด่น:ลักษณะด้อย

=3:1



การแสดงออก หรือ การทำงานของเซลล์คือ การที่ยีนบนสายโครโมโซมคลายตัวและสร้าง mRNA และทำงานร่วมกับ tRNA และ rRNA เพื่อสร้างกรดอะมิโน ต่อกันเป็นโปรตีนไปทำหน้าที่ต่างๆแล้วแต่หน้าที่ของเซลล์นั้น เช่น เอนไซม์ ฮอร์โมน



ยีน (gene) หมายถึง รหัสพันธุกรรม หรือรหัสสำหรับสร้างโปรตีน 1 ชนิด ซึ่งพบว่า DNA ส่วนที่เป็นยีนมีเพียง 5 %



จีโนม (genome=gene+ome) หมายถึงยีนทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตนั้น



สารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต จะเป็น DNA หรือ RNA แล้วแต่ชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ



DNA (deoxyribonucleic acid=Deoxyribose sugar+base(A,T,C,G) ต่อเป็นสายยาวและขดพันรอบโปรตีน histone ประกอบกันเป็นสาย โครโมโซม (Chromosome) จนเล็กพอที่จะบรรจุในเซลล์ได้ ซึ่งถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็จะมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสคอยแยกโครมโซมออกต่างหาก
ยีน (IP:203.209.122.133,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 16 มิ.ย. 2549 (10:59)
โครโมโซมมี23แต่คนที่มี24อาจมีสติปัญญามากและกำลังอาจมากมายมหาสานทำไห้เป็นยอดมนุษย์ได้จากที่ผมรู้เคยมีจริงและอาจจะมีอีกหลายคนแต่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนขอบคุณครับ><
ต่อครับ (IP:61.19.25.27,192.168.0.225,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 16 มิ.ย. 2549 (11:02)
โครโมโซมมี23แต่คนที่มี24อาจมีสติปัญญามากและกำลังอาจมากมายมหาสานทำไห้เป็นยอดมนุษย์ได้จากที่ผมรู้เคยมีจริงและอาจจะมีอีกหลายคนแต่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนขอบคุณครับ><
ต่อครับ> (IP:61.19.25.27,192.168.0.225,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 16 มิ.ย. 2549 (16:58)
คริดูชาต์คืออะไรคะ
แอนนี่ (IP:203.172.138.178,192.168.1.57,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 17 มิ.ย. 2549 (16:16)
อยากทราบเกี่ยวกับสัตว์พวก กวาง นก เเมว ปลา เสือ กระต่าย เป็ด ไก่ งู ผีเสื้อ ช้าง พร้อมกับชื่อวืทยาศาสตร์ จำนวนโครโมโซมค่ะ
reme_l@yahoo.com (IP:58.9.15.140,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 17 มิ.ย. 2549 (21:48)
ตอบคุณแอนนี่

กรุณาขึ้นไปดูกระทู้ที่ 36 ครับ
fantail (IP:202.44.135.35,172.27.104.47, unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 18 มิ.ย. 2549 (15:46)
การที่ผูหญิงเป็นทอม และ ผู้ชายเป็นเกร์ เกิดจากอะไรครับ
นิรนาม (IP:203.113.71.169,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 18 มิ.ย. 2549 (17:53)
โรคคริดูชาต์ มันมีอาการอย่างไรคะ เคยได้ยินเเต่ไม่รู้จักค่ะ
อยากรุมากค่ะ (IP:61.91.48.47,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 19 มิ.ย. 2549 (19:00)
อยากทราบว่าเรื่องยีน
เอดำ (IP:203.151.140.116,203.113.51.5,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 20 มิ.ย. 2549 (19:09)
ช่วยบอกความหมายของดีเอนเอหน่อย
พิทักษ์ ชินวงศ์ (IP:58.147.119.68,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 20 มิ.ย. 2549 (20:35)
ดีเอ็นเอ คือ สารพันธุกรรมที่พบเป็นส่วนใหญ่ในสิ่งมีชีวิต
[-Constantine-]
ร่วมแบ่งปัน392 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 23 มิ.ย. 2549 (10:10)
อยากได้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการของยีน
คนน่ารัก (IP:203.151.24.16,192.168.1.63,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 23 มิ.ย. 2549 (20:45)
ยีนคืออะไร
po (IP:203.113.76.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 26 มิ.ย. 2549 (21:24)
^

^

^

ยีนก็คือตัวกำหนดคุณลักษณะอ่า เช่น คนนี้ผมจะหยิก อารายแบบนี้อ่า
Bankkysang
ร่วมแบ่งปัน80 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 29 มิ.ย. 2549 (19:58)
โครโมโซมมีรูปร่างคล้ายปลาท๋องโก๋ค่า

ถ้าเราจัมมะผิดนะ อิอิ

ความรู้ของเด็กมอสามจะช่วยรัยด้ายมั้ยเนี่ย =[]=
Kim PapaZ • (IP:61.47.127.41,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 3 ก.ค. 2549 (11:09)
อยากทราบเรื่องโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของโครโมโซมร่างกาย
yuthana_powerband@chaiyo.com (IP:61.19.202.116,192.168.1.24,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 4 ก.ค. 2549 (08:13)


17424
DNA = DeoxyriboNuleicAcid

ประกอบ ด้วย phosphate group , deoxyribose แล้วก้มี เบส ที่เรียกว่า nitrogenous bases ในDNA มี guanine adenine cytosine แล้วก้ thymine ไอ้พวกนี้ จะ ต่อกันด้วย H bond เบสพวกนี้จะแบ่งเปน สอง แบบ คือ แบบ purine & pyrimidine

panCUD
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 4 ก.ค. 2549 (10:19)
ช่วยบอกเรี่องเทคโนโลยีชีวภาพหน่อยครับ
lilk-123hotmail.com (IP:203.172.214.122,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 4 ก.ค. 2549 (10:23)
emailด้านบนมันผิดครับ DNA คือเลือด
lilk-123@hotmail.com (IP:203.172.214.122,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 5 ก.ค. 2549 (20:28)
โรคโคโซมเกี่ยวกับโรคใด ช่วยตอบหน่อยนะค่ะหนูจะทำรายงานส่งครูค่ะ
Bing2006_@hotmail.com (IP:124.157.228.157,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 12 ก.ค. 2549 (19:57)
ยีนที่ควมคุมความสูงของคนมีอีกยีน

ไครรู้แอ็ดมาตอบทีจิ
nuaoyzaa@hotmail.com (IP:202.133.139.67,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 15 ก.ค. 2549 (00:06)
ยีน ( jeans )

ยีนคือหน่วยพันธุกรรมที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นตัวที่จะส่งต่อลักษณะเด่นและด้อยจากรุ่นพ่อแม่ไปสู่ยังรุ่นลูกได้ ทำให้ลูกที่เกิดมามีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ของคน

โครโมโซม ( chromosome )

โครโมโซม เกิดมาจากการที่ยีนหลายๆหน่วยได้เข้ามาประกอบตัวกันให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จึงถือได้ว่าโครโมโซมคือหน่วยพันธุกรรมที่มีขนายใหญ่กว่ายีน

ดีเอ็นเอ ( DNA , Deoxyribonucreic Acid )

ดีเอ็นเอ เป็นหน่วยพันธุกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกายของมนุษย์ ดีเอ็นเอ เกิดสายโครโมโซมมาเรียงตัวกัน เป็นสายเกลียวคู่ ซึ่งดีเอ็นเอประกอบไปด้วยโปรตีน 4 ชนิด ได้แก่ อะดีนีน กัวนีน ไทมีน และไซโทซีน โดยดีเอ็นเอสามารถตรวจว่าเป็นบิดามารดาและบุตรกันจริงหรือไม่ โดยใช้เครื่องตรวจดีเอนเอที่เรียกว่า DNA test


supernova (IP:58.147.78.15,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 15 ก.ค. 2549 (13:42)
โครโมโซมมักจะอยู่เป็นคู่ ๆ เหมือนปาท่องโก๋อย่างว่าละครับแต่ไม่เสมอไป ขั้นอยู่กับว่าสี่งมีชีวิตนั้นคืออะไร โครโมโซมมีที่สิงสถิตย์อยู่ในนิวเคลียสครับ



เส้นสายดีเอนเอต่อก้นจะกลายเป็นโครโมโซม ซุดโครโมโซมทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่งเรียกว่าจีโนมครับ



ดีเอนเอเป็นสารพันธุกรรมที่เรียกว่ากรดนิวคลีอิกประกอบด้วยน้ำตาล หมู่ฟอสเฟต และไนโตรเจนเบส ต่อเรียงกันเป็นเส้นสายสองเส้นกลับหัวท้ายกันเซื่อมต่อกันด้วยพันธะไฮโรเจนครับ แต่ว่ามันมี 2 และ 3 คู่ ของไฮโดรเจนสลับกันจึงเกิดแรงบิด รูปร่างดีเอนเอจึงเหมือนบันไดเวียน



ยีนคือส่วนของดีเอนเอที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดพันธุกรรมได้ครับ คือถ้าเป็นแต่ดีเอนเอแต่ไม่สามารถถ่ายทอดพันธุกรรมได้ไม่เรียกว่ายีน อาจเรียกว่าขยะของยีนหรืออะไรก้แล้วแต่ มันก็มีส่วนควบคุมการแสดงออก ส่วนที่เป็นรหัสของกรดอะมิโน และส่วนที่บอกการสิ้นสุดของรหัสกรดอะมิโน



ก่อนจะรู้ว่ายีนมันทำงานได้อย่างไร ต้องรู้จักเบสเสียก่อน ดีเอนเอ มีอยู่ด้วยกัน 4 เบสครับ (ไนโตรเจนเบส) คือ เบส T จับกับเบส A และเบส G จับกับเบส C กฏนี้ตายตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลง เบสมันจะไม่สลับคู่กันเป็นอันขาด หมายถึงเส้น ดีเอนเอ เส้นตรงกันข้ามกันนะครับ



ตามกฏแล้ว 3 เบส ต่อเรียงกัน จะถอดรหันเป็น หนึ่งกรดอะมิโนครับ ยกตัวอย่างเช่น เบส TTT ATA CCG GGG อย่างนี้แหละครับก็จะได้รหัสกรดอะมิโนถึง 4 แบบ เมื่อเบส 4 ตัว แต่เข้ามาได้ทีละ 3 จะได้รหัสทั้งหมด ประมาณ 60 กว่า ๆ แต่ต้องการแค่ 20 รหัสเมื่อถ่ายทอดรหัสของกรดอะมิโนที่มีอยู่ทั้งหมดแค่ 20 กรดอะมิโน ดังนั้นจึงมีรหัสซ้ำกันบ้างและบางรหัสก็ไม่ได้ใช้ในการถ่ายทอดรหัสของกรดอะมิโน หมายถึงว่าเบสที่มีอยู่ 4 เบสและเข้ามาได้ทีละ 3 เบสนี้มีมากเกินพอสำหรับถ่ายทอดรหัสของกรดอะมิโนครับ



กรดอะมิโนเรียงต่อกันจะได้โปรตีนชนิดต่าง ๆ เส้นสายโปรตีนยังมีการพับไปพับมาไม่เหมือนกันนะครับเหมือนเราพับผ้าพับอย่างหนึ่งก็ได้ผ้าแบบหนึ่ง นอกจากนั้นโปรตีนยังมีการจับกับโปรตีนอื่น ๆ ทำหน้าที่เป็นตะตะไลซ์แตกต่างกันไปในกระบวนการทางชีวเคมีชองส่งมีชีวิต ดังนั้นยีนจึงสามารถถ่ายทอดรหรัสของส่งมีชีวิตได้ ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะด้อยวิวัฒนาการหรือมีวิวัฒนาการอย่างสลับซับซ้อนเพียงใดก็ตาม



ภาษาของดีเอนเอเหมือนกันกับภาษาหนังสือที่เราเรียนกันครับ และดีเอนเอก็คล้ายกับหนังสือสำรองซึ่งมีอยู่เพียงเล่มเดียวในห้องสมุด เวลาจะต้องการใช้ข้อมูลต้องคัดลอกออกมาเท่านั้นยืมออกมาทั้งเล่มไม่ได้ และนิวเคลียสก็เปรียบได้กับห้องสมุดนั่นเอง เพราะเป็นที่เก็บหนังสือสำรองของเซล



การคัดลอกก็คือการถ่ายเอกสาร การถ่ายเอกสารของยีนจะถ่ายในรูปแบบของ อาร์เอนเอครับ และนำข้อมูลพันธุกรรมนี้ไปสร้างโปตีนที่ไรโบโซมครับ



ยีนมันเกิดและตายได้ครับ หมายถึงว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับเบสทำให้การถ่ายทอดรหัสเปลี่ยนไป การทำงานของเอนไซมืก็เปลี่ยนไป หรือไม่สามารถทำงานได้ ยีนนี้ก็จะเป็นยีนที่ตาย แต่จกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้อีกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงลำดับเบส ทำให้เกิดวิวัฒนาการ



คงพอเท่านี้นะครับ
tkesmala@yahoo.com (IP:202.12.97.118,10.210.1.7,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 16 ก.ค. 2549 (12:48)
ยีน นี้ อยู่ในโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้น เรียกว่า โครโมโซม ซึ่งโครโมโซมอยู่ในนิวเคลียสของสิ่งมีชีวิตพวกยูคาริโอท เป็นคำกล่าวของใคร
bluzix_ren@hotmail.com (IP:203.113.38.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 17 ก.ค. 2549 (09:42)
ผมมีแต่ dna ที่คลาดว่ามันผิดปกติครับ
ตั้ม (IP:58.147.6.157,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 18 ก.ค. 2549 (11:04)
ถามกันเข้าไป ในหนังสือของสสวท. ก็น่าจะมีนะ
ไม้ขีด
ร่วมแบ่งปัน52 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 19 ก.ค. 2549 (18:03)
โครโทโซมอาศัยอยู่บนยีนงัยใช้เปล่าละใครรู้ช่วยตอบด้วย
ยุดสวย (IP:125.25.7.195,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107 25 ก.ค. 2549 (02:28)
การที่เป็น เกย์ เกิดจากโครโมโซม X ที่ตำแหน่ง q28
อิ่มจัง (IP:202.28.179.1,10.42.12.224,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 25 ก.ค. 2549 (16:08)
อยากได้ข้อมูลเรื่อง DNAค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ ใครก็ได้

จาก ริน VSmilies
machsuoka_147@hotmail.com (IP:203.172.148.157,192.168.212.7,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 27 ก.ค. 2549 (11:56)
โครโมโซม

Chromosomes

ถ้าใช้กล้องจุลทรรศนส่องดูนิวเครียส (ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์) ขณะกำลังแบ่งเซลล์ จะเห็นเป็นโครงสร้างยาวๆ เล็กๆ ขดไปมาเต็มไปหมด เรียกโครงสร้างนี้ว่า โครโมโซม

มนุษย์มีโครโมโซม 23 คู่ (46แท่ง)

Humans have 23 pairs of chromosomes:

ในขณะที่ลิงซิมแพนซีมี 24คู่, สุนัข 39คู่, แมว 19 คู่

เซลล์สืบพันธุ์ (เซลล์ไข่ และ อสุจิ) มีจำนวนโครโมโซม เพียงครึ่งนึงของ เซลล์ร่างกาย (23แท่งในมนุษย์)

เทื่อเซลล์ไข่ และ อสุจิ มารวมตัวกันเป็น ไซโกท(zygote) จะมีโครโมโซมครบ ตามที่เซลล์ร่างกายมี (46แท่งในมนุษย์) ซึ่งzygoteก็จะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น สืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป

1 คู่ เป็น โครโมโซมเพศ

1 pair of sex chromosomes

ที่เหลืออีก 22 คู่ เป็นโครโมโซมที่เรียกว่า ออโตโซม

22 pairs of autosomes



เกลียวของ DNA

Strands of DNA



ยีน

Genes

อ๊ะๆ ไม่เกี่ยวกับกางเกงยีนส์ นะครับ

ยีน คือ :

ส่วนหนึ่งของDNA( Segments of your DNA )

ในโครโมโซม 1 ตัว ประกอบด้วยยีนจำนวนมาก

รับผิดชอบการควบคุบการผลิตโปรตีน( Responsible for controlling what proteins are produced )

เป็นหน่วยของการถ่ายทอดและควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ลักษณะต่างๆ ที่สิ่งมีชีวิตถ่ายทอด จากพ่อแม่ไปสู่ลูก ยีนควบคุมลักษณะที่สามารถสังเกตได้ง่าย เช่น ความสูง สีตา สีผม ( การที่คนบนโลกหน้าตาไม่เหมือนกัน เพราะมียีนที่ต่างกันนั่นเอง และการที่ ฝาแฝดแท้ มีหน้าตาเหมือนกันทุกประการ ก็เพราะมียีนที่เหมือนกันทุกประการนั่นเอง ) ไปจนกระทั่ง ลักษณะที่สังเกตได้ยาก เช่น ลายนิ้วมือ สติปัญญา หมู่เลือด (รวมทั้งความเป็นเกย์ด้วยเช่นกัน)



ออโตโซม

autosomes

Dominant and Recessive Genes

ยีนควบคุมการแสดงออกอย่างไร

ยีนในส่วนที่เป็นออโตโซม จะมียีนควบคุมลักษณะมี2ชนิดคือ ยีนเด่น (Dominant) และ ยีนด้อย (Recessive)

ยีนจะมีการจับคู่กัน2ตัวโดย ตัวนึงได้รับจากพ่อ อีกตัวได้รับจากแม่

ยีนเด่น จะข่ม ยีนด้อยเสมอ

ลักษณะแต่ละอย่างจะมีความเด่นและความด้อย



ยกตัวอย่างเช่น สีตาของเรา

ตาสีดำจะเป็นลักษณะเด่น( ขอใช้สัญลักษณ์ว่า D )

ตาสีฟ้าจะเป็นลักษณะเด่น( ขอใช้สัญลักษณ์ว่า r )

ยีน(ที่ควบคุมสีตา)จะมีการจับคู่กัน2ตัวโดย ตัวนึงได้รับจากพ่อ อีกตัวได้รับจากแม่

การจับคู่มีโอกาสเกิดได้ดังนี้

* DD แสดงว่ายีนสีตาของเราทั้งสองตัวทำให้ตาเป็นสีดำ ดังนั้นเราจะมีตาสีดำแน่นอน

* Dr แสดงว่ายีนสีตาของเรามีทั้งยีนเด่นและยีนด้อย ซึ่งตามกฎที่ว่า ยีนเด่น จะข่ม ยีนด้อยเสมอ เนื่องจาก ตาสีดำเป็นยีนเด่น ก็จะข่ม ตาสีฟ้า ซึ่งเป็นยีนด้อย ไม่ให้แสดงออกมา ดังนั้นตาของเราก็จะเป็นสีดำ

* rr แสดงว่ายีนสีตาของเราทั้งสองตัวทำให้ตาเป็นสีฟ้า ดังนั้นเราจะมีตาสีฟ้าแน่นอน



การจับคู่แบบ DD เรียกว่า เด่นพันธุ์แท้

การจับคู่แบบ Dr เรียกว่า เด่นพันธุ์ทาง

การจับคู่แบบ rr เรียกว่า ด้อย

ลักษณะ ยีนเด่น ยีนด้อย

ลักยิ้ม มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม

ผิวหนังตกกระ ตกกระ ปกติ

สายตา ปกติ สั้น

ริมฝีปาก บาง หนา

ขนที่นิ้วมือข้อที่สอง มี ไม่มี

แนวผมที่หน้าผาก หยิก ตรง



จากตารางจะเห็นว่าลักษณะที่ถ่ายทอดทาง พันธุกรรมนั้นละเอียดอ่อนมาก แม้แต่ขนในแต่ละแห่ง จะมีหรือไม่ จะหยิกหรือตรง ต่างก็ขึ้นกับพันธุกรรม ลักษณะที่ปรากฎของแต่ละคนตั้งแต่หัวจรดเท้านั้น เป็นเพราะพันธุกรรมทั้งสิ้น

แต่สิ่งแวดล้อมก็มีผลต่อลักษณะของคนเช่นกัน เช่น สายตาสั้น อาจเกิดจากการใช้สายตาเพ่งมากไปก็ได้ และเราสามารถปิดบังลักษณะที่เกิดจากพันธุกรรมของเราได้ เช่นว่า เรามีตาสีดำ เราสามารถใส่ คอนแทคเลนส์ เปลี่ยนสีตาให้เป็นสีฟ้าใด้ หรือ ถ้าเรามีผมสีดำเราสามารถย้อมเป็นสีทองได้ แต่ไม่ว่าเราจะทำอย่างไรเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงยีนหรือDNAได้ เมื่อเราเกิดมามี DNA อย่างไร มันก็จะเป็นเช่นนั้นตลอดไป และจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนั้นๆ ต่อไปยังลูกหลานของเราต่อไป

ลักษณะผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมใน ออโตโซม

ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อย ได้แก่ ธาธาลัสซีเมีย, ผิวเผือก , เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว

ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนเด่น ได้แก่โรคท้าวแสนปม , คนแคระ , นิ้วมือสั้น

โครโมโซมเพศ

sex chromosomes

โครโมโซมของคน 23 คู่นั้น เป็น ออโตโซม 22คู่ อีก1คู่เป็น โครโมโซมเพศ

ในหญิงจะเป็นแบบ XX

ในชายจะเป็นแบบ XY

โครโมโซม Y มีขนาดเล็กมียีนอยู่เล็กน้อย ได้แก่ ยีนที่ควบคุมขนบนใบหูก็อยู่บนโครโมโซม Y ดังนั้นลักษณะการมีขนบนหูจะถูกถ่ายทอดโดยตรง จากพ่อ ไปยัง ลูกชาย สืบต่อไปยัง หลานชาย และ สืบต่อไปเรื่อยๆในทายาทที่เป็นชาย ดังนั้น การมีขนที่หูจึงไม่ปรากฎในลูกสาวหรือ หลานสาว

เมื่อเทียบกับ ออโตโซมแล้ว โครโมโซมYคือยีนเด่น(ทำให้มีเพศเป็นชาย) ส่วน โครโมโซมX คือยีนด้อย ต่างกันที่ว่าการจับคู่แบบ YY (เด่นพันธุ์แท้) ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย เนื่องจากคนที่เป็นชายกับคนที่เป็นชายไม่สามารถ ปฎิสนธิ ให้กำเนิดชีวิตใหม่ได้



มีลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างที่ อยู่บนโครโมโซม X ได้แก่ ตาบอดสี เลือดใหลไม่หยุด(haemophilia) หัวล้าน ( รวมทั้ง ความเป็นเกย์ ด้วยซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ q28 ของ โครโมโซม X)



ผู้ชายมี โครโมโซม X เพียงแท่งเดียว ส่วนอีกแท่งเป็น โครโมโซม Y ดังนั้นแม้ได้รับยีนด้อยที่ผิดปกติติดมากับ โครโมโซม X เพียงตัวเดียว ก็สามารถแสดงลักษณะทางพันธุกรรมนั้นออกมาได้ ส่วนผู้หญิงมี โครโมโซม X อยู่ 2 แท่ง ถ้าได้รับยีนด้อยที่ผิดปกติติดมากับ โครโมโซม X 1 แท่ง ก็จะยังไม่แสดง อาการของโรคพันธุกรรมให้ปรากฏ ทั้งนี้เพราะยีนปกติที่เหลืออีกตัวจะข่มลักษณะด้อยเอาไว้ ดังนั้นเราจะพบอาการหัวล้าน, ตาบอดสี ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง



การที่ลูกจะเป็นชายหรือหญิงนั้นขึ้นอยู่กับ โครโมโซมเพศที่ได้รับจากพ่อ เนื่องจาก แม่ให้ได้เฉพาะ โครโมโซม X ถ้าลูกได้รับโครโมโซม Y จากพ่อก็จะเป็นลูกชาย ถ้าได้รับโครโมโซม X จากพ่อก็จะเป็นลูกสาว



ในลูกชายนั้นจะได้รับ โครโมโซม Y จากพ่อเท่านั้น ( เพราะแม่ไม่มีโครโมโซม Y ) เพราะฉะนั้น โครโมโซม X ก็จะได้รับจากแม่เท่านั้น ดังนั้น หากลูกชาย ตาบอดสี , เลือดใหลไม่หยุด , เป็นเกย์ แสดงว่าแม่มี ลักษณะนั้นๆแฝงตัวอยู่ใน โครโมโซม X อย่างน้อย1ตัว ของแม่



หากชายที่ ตาบอดสี , เป็นเกย์ , เลือดใหลไม่หยุด มีลูกสาว ลักษณะนั้นๆก็จะแฝงไปยัง โครโมโซม X 1ตัว ที่ได้ถ่ายทอดไปยังลูกสาวอย่างแน่นอน



ฝาแฝด

Twins



--------------------------------------------------------------------------------



Monozygotic - การเกิดจากไซโกทตัวเดียวกัน

ทำให้เกิดฝาแฝดแท้

Identical twins

Fertilized egg cleaves apart



เกิดจาก ไข่ 1 ฟอง กับ อสุจิ 1 ตัว รวมกันเป็น 1 ZYGOTE ซึ่ง ZYGOTE ได้แตกตัวเป็น 2 อัน ทำให้ได้ฝาแฝดแท้ ซึ่งมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ

--------------------------------------------------------------------------------



Dizygotic - การเกิดจากไซโกทสองตัว

ทำให้เกิดฝาแฝดเทียม

Fraternal twins

Two egss fertilized by two sperm at same time





เกิดจาก ไข่ 2 ฟอง แต่ละฟองรวมกับอสุจิคนละตัว กลายเป็นคนละ ZYGOTE ซึ่งแต่ละ ZYGOTE ไดกลายเป็นพี่น้องฝาแฝดเทียม 2 คน ซึ่งมีลักษณะทางพันธุกรรมไม่เหมือนกัน
wechpanom@hotmail.com (IP:203.188.55.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 19 ส.ค. 2549 (15:22)
โครโมโซมของคนเรามี46แท่ง23คู่
เก่ง (IP:203.113.57.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 19 ส.ค. 2549 (15:50)
ผิด !!



คนเราไม่ได้มีโครโมโซมทั้งหมด 46 เเท่งหรือ 23คู่า เเต่เป็น



เพียงโครโมโซมในเซลล์ร่างกายเท่านั้น เเละคนเราก็ไม่ได้มี



เซลล์ร่างกายเพียง 1 เซลล์ด้วย เซลล์สิบพันธุ์ของคนมี



โครโมโซม 23 เเท่ง วึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของเซลล์ร่างกาย เช่นเดียว



กับสัตว์ที่จํานวนโครโมโซมในเซลล์สืบพันธุ์จะเป็นครึ่งหนึ่งของ



เซลล์ร่างกาย ยกเว้นสัตว์สังคม เช่นผึ้ง ผึ้งตัวเมียมีโครโมโซม



ร่างกาย 32 เเท่ง ดังนั้นเซลล์สืบพันธุ์คือ 16 เเท่ง เเต่ผึ้งตัวผู้มี



โครโมโซมเซลล์ร่างกาย 16 เเท่ง เเละโครโมโซมในเซลล์สืบ



พันธุ์ 16 เท่าเดิม เลยทําให้ผึ้งตัวผู้มีการเเบ่งเซลล์สืบพันธุ์



เเบบไมโตซิส ซึ่งตามจริงเซลล์สืบพันธุ์ต้องเเบ่งเเบบไมโอซิส ที่



เราเห็นผึ้งตัวใหญ่ๆนั่นเเหล่ะคือเพศเมียที่เรียกว่าาผึ้งนางพญาไง



ส่วนตัวเล็กๆเค้าก็เรียกว่าผึ้งงาน (ป่าวหว่า)



อีกนิด เรื่องผึ้ง*



ผึ้งตัวเมียมีเซลล์สืบพันธุ์ 16 เเละตัวผู้มีเซลล์สืบพันธุ์ 16 ทําให้รวมเป็น 32 อันนี้ต้องเป็นตัวเมียล่ะ



เเต่ที่มีตัวผู้ขึ้นมาได้คงเป็นเพราะกระบวนการที่เซลล์ไข่สามารถ



เจริญเป็นตัวเต็มวัยได้โดยไม่ต้องผ่านการปฏิสนธิเรียกว่า *พาที



โนจีนิซีส *(อันนี้เราคิดเองอ่ะ เเต่ก็คงใช่มั้ง 555+ คิดเองเออ



เอง หุหุ)
พญายม
ร่วมแบ่งปัน266 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 19 ส.ค. 2549 (15:51)
ผึ้งตัวเล็กๆอ่ะผึ้งตัวผู้
พญายม
ร่วมแบ่งปัน266 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 28 ส.ค. 2549 (19:43)
genetic code คืออะไรและประกอบด้วยอะไรบ้าง
suson.144@hotmail.com (IP:61.7.158.188,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115 3 ก.ย. 2549 (12:24)
ยีนในคนมีเท่าไร?
clasnovar@hotmail.com (IP:124.120.168.185,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 3 ก.ย. 2549 (14:15)
ยีนมันอยู่บนโครโมโซมอ่ะ (รึป่าว เหอะๆ) ไม่รู้อ่ะน่ะว่าคนทั้งตัว เอ้ย!ทั้งคนจะมีโครโมโซมกี่เเท่งล่ะ
พญายม
ร่วมแบ่งปัน266 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 117 4 ก.ย. 2549 (11:17)
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบแล้วค่ะว่ามนุษย์มียีนเพียง20,000-25,000ยีนเท่านั้นซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณืไว้ว่ามนุษยืจะมียีนมากกว่า30,000ยีน ซึ่งยีนอยู่บนโครโมโซมค่ะโครโมโซมเป็นสายของดีเอ็นเอที่พันกันจนเป็นรูปร่างของโครโมโซม เพราะฉะนั้นยีนจึงอยู่ในดีเอ็นเอ ซึ่งการลดล้างสมมุติฐานที่ว่า1ยีนเป็น1โปรตีนจึงมีขึ้นเปลี่ยนเป็น1ยีนได้1เอนไซม์เพราะ1ยีนจะได้หลายโปรตีนค่ะ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนั้นในโครโมโซมของมนุษย์จะมีอยู่ด้วยกัน23คู่หรือ46แท่งค่ะซึ่งใน46แท่งนี้หากมีแท่งไหนผิดปกติไม่ว่าจะขาดหรือเกินก็จะทำให้มีอาการแสดงออกมาค่ะในแต่ละคนจะมียีน23คู่เหมือนกันแต่จะมีเพียง0.1เปอ์เซ็นเท่านั้นที่จะทำให้เราทุกคนมีความแตกต่างกัน บางทีโรคที่เกิดขึ้นมันก็อาจเกิดจากการที่การสร้างโปรตีนจากสายของดีเอ็นเอมีความผิดปกติ เช่นเมื่อร่างกายได้รับสารบางอย่างที่สามารถไปเปลี่ยนเบสในดีเอ็นเอบางตัวจากเดิมไปเป็นอีกตัวหนึ่งก็จะทำให้การสร้างโปรตีนแทนที่จะได้ตัวนี้กลับได้อีกตัวหนึ่งซึ่งส่งผลให้ร่างกายผิดปกติและแสดงออกมาให้เห็นภายนอกค่ะ ในโครโมโซม23คู่จะมีโครโมโซมร่างกาย22คู่อีกหนึ่งคู่จะเป็นโครโมโซมเพศนะคะ
cheerbio (IP:202.29.60.161,192.168.12.170,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 4 ก.ย. 2549 (16:40)
ดีจังที่มีคนให้ข้อมูลที่เราไม่รู้ แต่อยากบอกอย่างนะ ถ้าใครที่ Post เข้ามาแบบว่ารู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ก็ไม่ดีอ่ะ เพราะข้อความส่วนมาเราจะเชื่ออ่ะ พอมันเยอะๆ ไม่ตรงกันเราก็งง ไม่รู้จะเชื่อใคร อย่างนี้เราน่าจะไปหาอ่านเองดีกว่า
easier_run@hotmail.com (IP:202.57.134.66,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 119 7 ก.ย. 2549 (16:05)
แฝดแท้ลายนิ้วมือไม่เหมือนกันค่ะ
momma (IP:61.19.231.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 120 19 ก.ย. 2549 (21:25)
ป๋มเด็ก ป 5 เอง
ัyen@hotmail.com (IP:203.113.77.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 121 20 ก.ย. 2549 (18:52)
มั่วกันค่อนข้างเยอะมากเลยอะนะ ทั้งๆที่คำถามที่เจ้าของกระทู้เค้าตั้งค่อนข้างง่ายและชัดเจนอยู่แล้ว ก็ช่วยกันตอบให้มันตรงคำถามหน่อยละกันเดี๋ยวคนที่เค้าม่ายรู้เค้าจะเข้าใจผิด เอาล่ะ ตอบคำถามของเจ้าของกระทู้ นะครับ โครโมโซม เป็นสายดีเอ็นเอที่พันรอบโปรตีนฮิสโตนเพื่อให้บรรจุสายดีเอ็นเอดังกล่าวสามารถบรรจุอยู่ในนิวเคลียสได้ซึ่งจะมองเห็นเป็นแท่งคล้ายปาท่องโก๋ นั่นแหละครับ พูดง่ายๆก็คือ โครโมโซม ใช้เรียกสายดีเอ็นเอ ทั้งสายที่รวมอยู่กับโปรตีน นะครับ จากนั้นมาต่อที่คำว่า ดีเอ็นเอ (Deoxynucleic acid) ก็หมายถึง สายดีเอ็นเอทั้งสายที่ประกอบด้วยหน่วยย่อย คือ น้ำตาลดีออกซีไรโบส ไนโตรจีนัสเบส (A T C ,G) และ หมู่ฟอสเฟต ครับ ส่วนสุดท้ายคำว่า ยีน (Genes) นั้นก็คือ ลำดับเบสภายในสายดีเอ็นเอที่สามารถ expression ได้ กล่าวคือ เป็นลำดับเบสภายในสายดีเอ็นเอที่สามารถถอดรหัสและแปลรหัสเพื่อใช้สร้างโปรตีนได้ นั่นเอง พอจะเข้าใจแล้วนะครับ พูดง่ายๆก็คือ ยีนเป็นส่วนหนึ่งของสายดีเอ็นเอที่ใช้ในการแสดงออกทางพันธุกรรมซึ่งถ้าหากสายดีเอ็นเออยู่รวมกับโปรตีนฮิสโตนเราจะเรียกว่า โครโมโซม
adjuvant
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 122 20 ก.ย. 2549 (19:46)
มาตอบให้นะสำหรับโรคCri du chat มันมีอีกชื่อหนึ่งว่าdeletion 5p syndrome, or 5p minus เป็นอาการผิปกติที่พบได้ยากมากเกิดจากการหายไปบางส่วนของ Chrmosome ที่5 โดยมีอาการเด่นๆคือในเด็นทารก (infant)เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายเสียงเเมวยอกจากนี้ยับงมีอาการอื่นๆอีกเช่น หัวเด็กมีขนาดเล็ก(microcephaly),น้ำหนักเด็กแรกคลอดน้อยกว่าปกติ,กล้ามเนื้อไม่มีแรง,ใบหน้าอ้วนกลม, epicanthal folds,การได้ยินผิดปกติ,Strabismus(ภาวะที่ตาไม่มองไปที่จุดเดียวกัน),ใบหน้าไม่สมส่วน
Chitaro
ร่วมแบ่งปัน93 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 123 25 ก.ย. 2549 (11:00)
อยากรู้ว่าจีโนไทน์กับฟีโนไทน์มันคืออะไร ช่วยตอบด้วย
ป.ปลาตากลมๆ (IP:203.155.74.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 124 25 ก.ย. 2549 (11:03)
อยากรู้ว่าทำไมเราต้องเขียนแสดงจีโนไทน์กับฟีโนไทน์ด้วย และเมื่อเวลาเราจะเขียนเราจะเขียนอย่างไรคะ
ป.ปลาตากลมๆ (IP:203.155.74.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 125 25 ก.ย. 2549 (11:18)
ให้คนไม่มั่วมาตอบดีกว่านะ น้อง ป. ปลาตากลม
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 126 25 ก.ย. 2549 (12:15)
เพื่อเห็นแก่นักเรียนนักศึกษาที่สนใจใฝ่รู้ ก็ขอตอบเท่าที่รู้ก็แล้วกัน คงยังไม่มีใครเห็น



ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจคอนเซ็ปสักเล็กน้อย เมื่อเราพูดถึงจีโนไทป์ และ ฟีโนไทป์ เราพูดถึงลักษณะใดลักษณะหนึ่งของสิ่งมีชีวิตสามารถที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ทั้งลักษณะทางปริมาณและคุณภาพ เช่นความสูง ผลผลิต และสีของดอก เป็นต้น



ฟีโนไทป์ คือลักษณะที่ปรากฏ ซึ่งเราสังเกตุได้ วัดได้

ส่วน จีโนไทป์ คือพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตที่เราสนใจศึกษา



ยกตัวอย่าง



สีของดอกถั่วเหลือมีสีขาวและสีม่วง ควบคุมด้วยยีนเพียงยีนเดียว โดยอัลลีลที่ควบคุมสีม่วง (A) ข่มอัลลีลที่ควบคุมสีขาว (a)



เมื่อผสมพันธุ์พ่อดอกสีม่วงพันธุ์แท้ (AA) กับแม่ดออแกสีขาวพันธุ์แท้ (aa) จะได้ลูกผสม (Aa) ซึ่งมีดอกสีม่วง



จีโนไทป์ AA และ Aa มีฟีโนไทป์เหมือนกัน คือ A (ดอกสีม่วง)

และ จีโนไทป์ aa มีฟีโนไทป์ a (ดอกสีขาว)



ที่เราต้องเขียนจีโนไทป์ และฟีโนไทป์ก็เพราะฟีโนไทป์เหมือนกันอาจมาจากจีโนไทป์ที่ต่างกันได้ (ดูตัวอย่างในกรณีดอกสีม่วง) ส่วนการเขียนก็ให้ดูตามตัวอย่างที่ให้ไว้
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 127 26 ก.ย. 2549 (15:43)
ค.ห.บนพูดถึงดอกไม้ เลยมีอะไรนิดหน่อยมาบอก monohybride cross การผสมโดยพิจารณาเพีง1ลักษณะ ซึ่งจะเเบ่งเป็น



1.complete dominance ลักษณะเด่นสมบูรณ์ ก็คือสมมุติ กําหนดให้ A สีเเดง a สีขาว เมื่อผสมเเล้วเป็น AA อันนี้คือสีเเองเเน่นอน เพราะมี A ถือว่าเป็น gene เด่น เเต่ถ้าเป็น Aa ก็ยังเป็นสีเเดงอยู่เพราะ geneเด่น ข่ม geneด้อย aa อันนี้ถึงจะเป็นสีขาวว



2.incomplete dominamce ลักษณะเด่นไม่สมบูรณ์ อันนี้ก็พวกนก , ดอกไม้อ่ะ อาจมีอย่างอื่นก็ได้มั้ง เหมือนเดิมกําหนดดังเดิม AA สีเเดง aa สีขาว เเต่พอมาเป็น Aa กลายเป็นสีชมพู อันนี้เป็นของดอกไม้น่ะ เเต่ถ้าเป็นนก A สีดํา a สีขาว = AA สีดํา, aa สีขาว, Aa สีนํ้าเงิน
พญายม
ร่วมแบ่งปัน266 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 128 28 ก.ย. 2549 (16:20)
คืองี้ค่ะพี่....ยีนอยู่ในโครโมโซม แล้วยีนเนี่ยมันเหมือนสารเคมีชนิดหนึ่งที่ต้องมีคุณสมบัติ 3 ข้อ จึงจะถือว่าเป็นยีน คือ

1.จำลองตัวเองได้ (replication)

2.เปลี่ยนแปลงได้ยาก แบบว่า เสถียรแล้ว

3.บรรจุข้อมูลทางพันธุกรรม

ซึ่งสารที่มีคุณสมบัติแบบนั้น ได้แก่ Nucleic acid ซึ่งมี 2 ประเภท คือ DNA และ RNA



---สรุป DNA คือประเภทหนึ่งของ Nucleic acid แล้วอีนี่ก็จัดเป็นยีน แล้วยีนก็อยู่บนโครโมโซม---จบเลยค่ะพี่น้อง
'๑'((*-*))P-A-N-G((*-*))'๑'
ร่วมแบ่งปัน23 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 129 31 ต.ค. 2549 (17:06)
ถ้าใครอยากรู้มากขึ้นก็ลองอ่านที่เราหาความรู้มาให้สิ รับรองเลยนะว่าไม่ไร้สาระแน่นอนเลยเพราะเราก็เอาข้อมูลนี้มาทำเป็นรายงานเหมือนกัน ได้คะแนนเยอะเลยด้วย

พันธุกรรม และการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม หนึ่งในคุณลักษณะของสิ่งมีชีวิต คือ มีความสามารถในการสืบเผ่าพันธุ์ ในอดีตระยะเริ่มต้นของการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ยังไม่ทราบถึงกลไกการถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิต จากตัวเดิมไปยังสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างแน่ชัด จึงเกิดการตั้งสมมุติฐานต่างๆขึ้นมากมาย แต่เมื่อมีการค้นคว้าและการศึกษาด้านพันธุศาสตร์มากขึ้น ทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตมากขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ ใน ปีค.ศ. 1875 ออสคาร์ เฮอร์ทริก (Oscar Hertwig) ค้นพบว่าการปฏิสนธิเกิดจากการรวมของอสุจิกับนิวเคลียสของไข่ วอร์เตอร์ เฟลมมิง (Walter Flemming) ค้นพบโครโมโซมในนิวเคลียส และการแบ่งตัวแบบไมโตซิส (mitosis) ในกระบวนการแบ่งเซลล์ แวน เบลนเดน (Van Benden) พบการแบ่งตัวแบบไมโอซิส (miosis) ในกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ จนกระทั่ง จอร์จ เมนเดล (Gregor Mendel ค.ศ.1822-1884) ได้สร้างทฤษฏีของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จากการศึกษาการผสมพันธุ์ถั่ว (Pisum satium) ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างกันอย่างเด่นชัดทีละลักษณะ เช่น ต้นสูง กับต้นเตี้ย เป็นรุ่นพ่อแม่ (parent generation ; P) ตรวจดูการแสดงลักษณะในรุ่นลูก F1 (First fillial generation) ทำการผสมกันเองในรุ่นลูกดูลักษณะที่ปรากฏในรุ่นหลาน F2 (second fillial generation) พบว่า การถ่ายทอดลักษณะไม่ได้เกิดจากผลของการนำเอาลักษณะต่างๆมารวมกัน แต่มีหน่วยเฉพาะที่ปรากฏแน่นอนในการผสม เช่น ในการผสมพันธุ์ ลักษณะของลูกรุ่น F1 ที่ได้มีลักษณะเพียงลักษณะเดียวที่ปรากฏ ลักษณะที่ปรากฏในลูก F1 เรียกว่า ลักษณะเด่น (dominance) ส่วนลักษณะที่หายไปเรียกว่า ลักษณะด้อย (Recessive) เมื่อผสมรุ่น F1 รุ่นหลาน F2 ที่ได้ ลักษณะด้อยที่หายไปจะปรากฏขึ้น โดยในรุ่น F2 มีอัตราส่วนที่แสดงออกเป็นลักษณะเด่นต่อลักษณะด้อยเป็น 3 : 1 การถ่ายทอดลักษณะมีหน่วยควบคุมเฉพาะที่เรียกว่า ยีน (gene) ซึ่งอยู่เป็นคู่เรียกว่า อัลลีย์ (allels) เมื่อเกิดกระบวนผสมพันธุ์และการถ่ายทอดลักษณะไปยังรุ่นลูก จะเกิดการแยกตัวออก ลูกจะได้รับยีนส่วนหนึ่งจากแม่ และอีกส่วนหนึ่งจากพ่อ (เป็นกฎข้อที่ 1 ของเมนเดล : principle of segregation) ลักษณะที่ถูกถ่ายทอดเป็นอิสระต่อกันไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะอื่น (กฎข้อที่ 2 ของเมนเดล : law of independent assortment) ลักษณะที่ปรากฏเป็นลักษณะเด่น ส่วนลักษณะด้อยจะถูกข่มการแสดงออก (กฎข้อที่ 3 ของเมนเดล :law of dominance) ลักษณะด้อยที่หายไปจะปรากฏในรุ่นหลานมีอัตราส่วนที่แสดงออกลักษณะเด่นต่อลักษณะด้อยเป็น 3 : 1 โดยที่พันธุ์ของพ่อ และแม่เป็นพันธุ์แท้ (homozygous) ในกรณีที่พันธุ์แท้ผสมกับพันธุ์ทาง (heterozygous) ลูกที่ออกมามีลักษณะภายนอกจะเหมือนพ่อ และแม่อย่างละครึ่งของลูกทั้งหมด ขณะที่พันธุ์ทางผสมกันลูกที่ได้จะเป็น พันธุ์แท้ที่มียีนเด่น 1 ส่วน พันธุ์แท้ที่มียีนด้อย 1 ส่วน และเป็นพันธุ์ทาง 2 ส่วน ลักษณะที่แสดงออกภายนอกถูกเรียกว่า ฟีโนไทป์ (phenotype) ซึ่งถูกควบคุมด้วย ยีน ที่วางตัวอยู่บนโครโมโซม ซึ่งลักษณะของยีนถูกเรียกว่า ยีโนไทป์ (genotype) เช่น

H แทนยีนเด่นแสดงลักษณะต้นสูง h แทนยีนด้อยแสดงลักษณะต้นเตี้ย

ยีนอยู่เป็นคู่ ซึ่งส่งผลต่อการแสดงที่ปรากฏภายนอก

ลักษณะ genotype ลักษณะ phenotype

HH ต้นสูง

Hh ต้นสูง

hh ต้นเตี้ย

ลักษณะข่มกันไม่ลง (incomplete dominance) โดยปกติบนอัลลีย์ หากมียีนเด่นและยีนด้อยอยู่รวมกันลักษณะที่แสดงออกมาภายนอกจะแสดงลักษณะที่ยีนเด่นควบคุม แต่บางลักษณะไม่เป็นเช่นนั้นซึ่งเกิดจากยีนเด่นไม่สามารถข่มลักษณะของยีนด้อยลงได้ เช่น การผสมวัวสีแดงกับวัวสีขาว ลูกที่ได้เป็นวัวสีแดงเทา (roan) ถ้าเอาลูกมาผสมกันลูกที่ได้จะมีอัตราส่วนของวัวสีแดง 1 ส่วน วัวสีแดงเทา 1 ส่วน เป็นต้น การถ่ายทอดทีละ 2 ลักษณะ (dihybrid cross) การถ่ายทอดทีละ 2 ลักษณะอัตราการกระจายตัวของลูกรุ่น F2 เป็น 9:3:3:1 เช่น การผสมหนูตะเภา 2 พันธุ์ คือ หนูพันธุ์ขนสั้นสีดำ (SSBB) ซึ่งมีลักษณะเด่นแท้ กับหนูพันธุ์ขนยาวสีน้ำตาล (ssbb) ซึ่งเป็นลักษณะด้อยแท้ ลูกรุ่น F1 ที่ได้มีลักษณะขนสั้นสีดำ (SsBb) ขณะที่ลูกรุ่น F2 มีการกระจายตัวดังนี้

ขนสั้นสีดำ (SSBB, SsBB, SsBb) 9 ส่วน

ขนสั้นสีน้ำตาล (SSbb, Ssbb) 3 ส่วน

ขนยาวสีดำ (ssBB, ssBb) 3 ส่วน

ขนยาวสีน้ำตาล (ssbb) 1 ส่วน

จาการพัฒนาความรู้ด้านพันธุศาสตร์ ทำให้ทราบว่าลักษณะทางพันธุกรรมถูกควบคุมโดย ยีน จากภายในที่วางตัวอยู่บนโครโมโซม ทำให้เกิดการศึกษาเกี่ยวกับ ยีน มากขึ้นเริ่มจาก ในปี ค.ศ.1908 ดับบลิว เอส ซัตตัน (W.S. Sutton) พบว่าหน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม หรือ ยีนมีตำแหน่งบนโครโมโซมเดียวกัน โดยที่อัลลีย์ที่ควบคุมลักษณะเดียวกันมีตำแหน่งที่ตรงกันบนโครโมโซมคู่เดียวกัน (homologous chromosome) ในบางกรณี ยีนมากกว่า 1 ควบคุมลักษณะเดียวกัน เช่น หมู่เลือดในคนมี 4 หมู่ (A, B, AB, O) เรียกว่า มัลติเปิลอัลลีย์ (multiple alleles) ต่อมา เอ โกสเซส (A. Kossel) ศึกษาคุณสมบัติของดีเอ็นเอ พบว่า ดีเอ็นเอประกอบด้วย สารประกอบไนโตเจน (nitrogenous compound) 2 กลุ่ม คือ สารประกอบพิวรีน (purine) ได้แก่ อะดินีน (Adenine ; A) กัวนีน (Guanine ; G) และสารประกอบไพริมิดีน (pyrimidine) ได้แก่ ไธมีน (Thymine ; T) ไซโตซีน (Cytosine ; C) ปี ค.ศ. 1934 พี เอ ลีวิน (P. A. Levene) เสนอว่า ดีเอ็นเอ ประกอบด้วยการเรียงตัวของกรดนิคลีอิก (nucleic acid) ที่มีนิวคลีโอไทด์ (nucleotide) เป็นส่วนประกอบ โดยที่นิวคลีโอไทด์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1. น้ำตาลคาร์บอน 5 ตำแหน่ง (pentose sugar) 2 ชนิด ได้แก่ ดีออกซีไรโบส ในดีเอ็นเอ และ ไรโบส ในอาร์เอ็นเอ 2. สารประกอบไนโตเจน (nitrogenous compound) 2 กลุ่ม คือ สารประกอบพิวรีน (purine) ได้แก่ อะดินีน (Adenine ; A) กัวนีน (Guanine ; G) และสารประกอบไพริมิดีน (pyrimidine) ได้แก่ ไธมีน (Thymine ; T) ไซโตซีน (Cytosine ; C) ในดีเอ็นเอ ขณะที่ในอาร์เอ็นเอมี ยูเรซิล (Uracil ; U) แทนที่ไธมีน (Thymine ; T) 3. สารประกอบฟอสเฟต ซึ่งกรดนิวคลีอิกประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ที่เป็นหน่วยย่อยจำนวนมาก ในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีปริมาณและชนิดของสารประกอบไนโตรเจนในกรดนิวคลีอิกในปริมาณที่แตกต่างกัน แต่พบว่า ปริมาณของ อะดินีน กับ ไธมีน และ กัวนีน กับไซโตซีน มีปริมาณที่เท่ากัน ดับบลิว คอห์น (W. Cohn) พบว่า หน่วยย่อยของนิวคลีโอไทด์ถูกเชื่อมต่อกันด้วยหมู่ฟอสเฟต ทำให้เกิดเป็นสายยาว โดยเชื่อมกันตรงตำแหน่งคาร์บอนตัวที่ 3 ของนิวคลีโอไทด์ตัวหนึ่งกับตำแหน่งคาร์บอนตัวที่ 5 ของนิวคลีโอไทด์อีกตัวหนึ่ง สามารถเขียนได้เป็น 5-3 หรือ 3-5 ตามทิศทางการเชื่อมของหมู่ฟอสเฟต ในปี ค.ศ. 1952 เจ ดี วัตสัน และ เอฟ เอช จี คริก (J.D. Watson and F.H.G. Crick) รายงานว่า ดีเอ็นเอมีโครงสร้างเป็นสาย 2 สายพันกันคล้ายบันไดเวียน แต่ละสายประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์จำนวนหลายโมเลกุลเรียงต่อกัน สายทั้งสองจับยึดกันด้วยพันธะไฮโดรเจนจากสารประกอบไนโตรเจนทั้ง 4 คือ อะดินีน จับกับ ไธมีน และ กัวนีน จับกับไซโตซีน ของอีกสายหนึ่ง ในทิศทางที่กลับทิศกัน โมเลกุลของดีเอ็นเอประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ตั้งแต่หลายพันคู่ จนถึง 20000 คู่ การเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างทำให้ลักษณะดีเอ็นเอมีความหลากหลาย ลักษณะทางพันธุกรรมที่ทำการถ่ายทอดจึงมีความแตกต่างกันด้วย การทำงานและหน้าที่ของยีนสามารถตรวจสอบโดยการชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ เช่น ในปี ค.ศ. 1941 จี ดับบลิว บีเดิล และ ดี แอล แทททัม (G.W. Beadle and D.L. Tatum) ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างยีน และ เอนไซม์ จากการชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการฉายรังสีอัลตร้าไวโอเลต ในราขนมปังที่ชื่อ นิวโรสสปอรา นำสายพันธุ์กลาย (mutants) มาทำการเพาะเลี้ยงบนอาหาร พบว่าสายพันธุ์กลายบางตัวไม่สามารถเจริญได้ในอาหารที่ขาดกรดอะมิโนบางชนิดเมื่อเทียบกับพันธุ์ปกติ (wild type) ทำให้ทราบว่า เมี่อยีนเปลี่ยนไปทำให้ไม่สามารถสร้างเอนไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์กรดอะมิโนบางชนิดได้ ทำให้ได้สมมุติฐานว่า ยีนตัวหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมหนึ่งเอนไซม์ (one gene one enzyme) คือ ยีนปกติจะควบคุมการสร้างเอนไซม์เป็นปกติ ถ้ายีนผิดปกติไปการสังเคราะห์เอนไซม์จะไม่เกิดขึ้น หรือผิดปกติไป ทำให้ไม่เกิดปฏิกริยาในกระบวนการต่างๆ ในร่างกายที่มีเอนไซม์นั้นเกี่ยวข้อง โดยมีดีเอ็นเอทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์ทำหน้าที่สังเคราะห์กรดอะมิโนที่เป็นองค์ประกอบของโปรตีนชนิดต่างๆ เบสไนโตรจินัสทั้ง 4 ชนิดบนสายดีเอ็นเอทำหน้าที่เป็นรหัสในการสังเคราะห์กรดอะมิโนทั้ง 20 ชนิด กรดอะมิโนเกิดจากการเรียงตัวของเบสจำนวน 3 เบส ที่เรียกว่า codon ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ anticodon บน tRNA ในกระบวนการลอกรหัสเพื่อสร้างเป็นโปรตีนต่อไป





โครโมโซมเพศ

sex chromosomes

โครโมโซมของคน 23 คู่นั้น เป็น ออโตโซม 22คู่ อีก1คู่เป็น โครโมโซมเพศ

&#61623; ในหญิงจะเป็นแบบ XX

&#61623; ในชายจะเป็นแบบ XY

โครโมโซม Y มีขนาดเล็กมียีนอยู่เล็กน้อย ได้แก่ ยีนที่ควบคุมขนบนใบหูก็อยู่บนโครโมโซม Y ดังนั้นลักษณะการมีขนบนหูจะถูกถ่ายทอดโดยตรง จากพ่อ ไปยัง ลูกชาย สืบต่อไปยัง หลานชาย และ สืบต่อไปเรื่อยๆในทายาทที่เป็นชาย ดังนั้น การมีขนที่หูจึงไม่ปรากฎในลูกสาวหรือ หลานสาว

เมื่อเทียบกับ ออโตโซมแล้ว โครโมโซมYคือยีนเด่น(ทำให้มีเพศเป็นชาย) ส่วน โครโมโซมX คือยีนด้อย ต่างกันที่ว่าการจับคู่แบบ YY (เด่นพันธุ์แท้) ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย เนื่องจากคนที่เป็นชายกับคนที่เป็นชายไม่สามารถ ปฎิสนธิ ให้กำเนิดชีวิตใหม่ได้

มีลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างที่ อยู่บนโครโมโซม X ได้แก่ ตาบอดสี เลือดใหลไม่หยุด(haemophilia) หัวล้าน ( รวมทั้ง ความเป็นเกย์ ด้วยซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ q28 ของ โครโมโซม X)

ผู้ชายมี โครโมโซม X เพียงแท่งเดียว ส่วนอีกแท่งเป็น โครโมโซม Y ดังนั้นแม้ได้รับยีนด้อยที่ผิดปกติติดมากับ โครโมโซม X เพียงตัวเดียว ก็สามารถแสดงลักษณะทางพันธุกรรมนั้นออกมาได้ ส่วนผู้หญิงมี โครโมโซม X อยู่ 2 แท่ง ถ้าได้รับยีนด้อยที่ผิดปกติติดมากับ โครโมโซม X 1 แท่ง ก็จะยังไม่แสดง อาการของโรคพันธุกรรมให้ปรากฏ ทั้งนี้เพราะยีนปกติที่เหลืออีกตัวจะข่มลักษณะด้อยเอาไว้ ดังนั้นเราจะพบอาการหัวล้าน, ตาบอดสี ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

การที่ลูกจะเป็นชายหรือหญิงนั้นขึ้นอยู่กับ โครโมโซมเพศที่ได้รับจากพ่อ เนื่องจาก แม่ให้ได้เฉพาะ โครโมโซม X ถ้าลูกได้รับโครโมโซม Y จากพ่อก็จะเป็นลูกชาย ถ้าได้รับโครโมโซม X จากพ่อก็จะเป็นลูกสาว

ในลูกชายนั้นจะได้รับ โครโมโซม Y จากพ่อเท่านั้น ( เพราะแม่ไม่มีโครโมโซม Y ) เพราะฉะนั้น โครโมโซม X ก็จะได้รับจากแม่เท่านั้น ดังนั้น หากลูกชาย ตาบอดสี , เลือดใหลไม่หยุด , เป็นเกย์ แสดงว่าแม่มี ลักษณะนั้นๆแฝงตัวอยู่ใน โครโมโซม X อย่างน้อย1ตัว ของแม่

หากชายที่ ตาบอดสี , เป็นเกย์ , เลือดใหลไม่หยุด มีลูกสาว ลักษณะนั้นๆก็จะแฝงไปยัง โครโมโซม X 1ตัว ที่ได้ถ่ายทอดไปยังลูกสาวอย่างแน่นอน

ยีน คือ :

&#61623; ส่วนหนึ่งของDNA( Segments of your DNA )

ในโครโมโซม 1 ตัว ประกอบด้วยยีนจำนวนมาก

&#61623; รับผิดชอบการควบคุบการผลิตโปรตีน( Responsible for controlling what proteins are produced )

&#61623; เป็นหน่วยของการถ่ายทอดและควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ลักษณะต่างๆ ที่สิ่งมีชีวิตถ่ายทอด จากพ่อแม่ไปสู่ลูก ยีนควบคุมลักษณะที่สามารถสังเกตได้ง่าย เช่น ความสูง สีตา สีผม ( การที่คนบนโลกหน้าตาไม่เหมือนกัน เพราะมียีนที่ต่างกันนั่นเอง และการที่ ฝาแฝดแท้ มีหน้าตาเหมือนกันทุกประการ ก็เพราะมียีนที่เหมือนกันทุกประการนั่นเอง ) ไปจนกระทั่ง ลักษณะที่สังเกตได้ยาก เช่น ลายนิ้วมือ สติปัญญา หมู่เลือด (รวมทั้งความเป็นเกย์ด้วยเช่นกัน)



ถ้าใช้กล้องจุลทรรศนส่องดูนิวเครียส (ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์) ขณะกำลังแบ่งเซลล์ จะเห็นเป็นโครงสร้างยาวๆ เล็กๆ ขดไปมาเต็มไปหมด เรียกโครงสร้างนี้ว่า โครโมโซม

มนุษย์มีโครโมโซม 23 คู่ (46แท่ง)

Humans have 23 pairs of chromosomes:

ในขณะที่ลิงซิมแพนซีมี 24คู่, สุนัข 39คู่, แมว 19 คู่

เซลล์สืบพันธุ์ (เซลล์ไข่ และ อสุจิ) มีจำนวนโครโมโซม เพียงครึ่งนึงของ เซลล์ร่างกาย (23แท่งในมนุษย์)

เทื่อเซลล์ไข่ และ อสุจิ มารวมตัวกันเป็น ไซโกท(zygote) จะมีโครโมโซมครบ ตามที่เซลล์ร่างกายมี (46แท่งในมนุษย์) ซึ่งzygoteก็จะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น สืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป

&#61623; 1 คู่ เป็น โครโมโซมเพศ

1 pair of sex chromosomes

&#61623; ที่เหลืออีก 22 คู่ เป็นโครโมโซมที่เรียกว่า ออโตโซม

22 pairs of autosomes





โครงสร้างที่พบอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์แต่ละเซลล์เรียกว่า โครโมโซม ในโครโมโซมมีโมเลกุลของข้อมูลที่จำเป็นต่อการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมเซลล์ โดยยีนเป็นตัวกำหนดลักษณะของคนแต่ละคน เช่น สีผม สีตา ในระหว่างที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เซลล์สืบพันธุ์เป็นตัวถ่ายยีนไปสู่รุ่นที่เกิดขึ้นใหม่





ยีน

โครโมโซมประกอบด้วย ดีเอ็นเอ ซึ่งขดตัวพันกันเป็นเกลียวแน่น โครงสร้างทางเคมีอันสลับซับซ้อนของดีเอ็นเอนี้จะคลายเกลียวออก เปิดตัวยีนออกมาเมื่อจำเป็นต้องใช้ ยีนสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์ขึ้นใหม่ ก่อนเซลล์จะมีการแบ่งตัว โครโมโซมจะจำลองรูปแบบของตนเองไว้



ไมโตซีส

ขณะที่มีการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เซลล์ของร่างกายจะแบ่งตัวออกเป็น 2 เซลล์ โครโมโซมที่อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ จะมีการจำลองตนเอง เซลล์ใหม่แต่ละเซลล์จะมีจำนวนโครโมโซม 46 แท่ง เหมือนเซลล์เดิมทุกอย่าง

ไมโอซีส

เซลล์สืบพันธุ์มีจำนวนโครโมโซม 23 แท่ง ในขณะที่เซลล์มีการแบ่งตัวแบบไมโอซีส จะเกิดการสลับที่และผสมยีนกันขึ้น เซลล์แบ่งตัวโดยที่เซลล์ที่เกิดใหม่ ได้รับโครโมโซม 23 แท่งเท่านั้น ในการแบ่งตัวเซลล์ขั้นที่ 2 โครโมโซมจะแยกตัวออกจากกัน กลายเป็นเซลล์สืบพันธุ์อีก 2 เซลล์

พันธุกรรม

ยีนถูกถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งต่อๆไป เด็กทารกจะได้รับยีนครึ่งหนึ่งจากพ่อ และอีกครึ่งหนึ่งจากแม่ 1 ใน 4 ของยีนในตัวมาจากรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย การสลับที่ของยีนในขณะที่เซลล์มีการแบ่งตัวแบบไมโอซีส หมายความว่าพี่ชายกับน้องสาว จะได้รับการถ่ายทอดยีนที่ไม่เหมือนกันจากพ่อแม่ อย่างไรก็ตาม ความ



เกร็ดน่ารู้

เซลล์เม็ดเลือดแดง ไม่มีนิวเคลียส จึงไม่มียีนอยู่

อายุยืนยาวสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม



โครโมโซน

โครโมโซม (chromosome) เป็นที่อยู่ของหน่วยพันธุกรรม ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดข้อมูล เกี่ยวกับ ลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น ลักษณะของเส้นผม ลักษณะดวงตา เพศและผิว

การศึกษาลักษณะโครโมโซม จะต้องอาศัยการดู โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ที่กำลังขยายสูงๆ จึงจะสามารถ มองเห็นรายละเอียด ของโครโมโซมได้

หน่วยพันธุกรรม หรือ ยีน (อังกฤษ: Gene) ปรากฏอยู่บนโครโมโซม ประกอบด้วยดีเอ็นเอ ทำหน้าที่กำหนดลักษณะ ทางพันธุกรรมต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต หน่วยพันธุกรรม จะถูกถ่ายทอดจากสิ่งมีชีวิต รุ่นก่อนสู่ลูกหลาน เช่น ควบคุมกระบวนที่เกี่ยวกับกิจกรรมทั่ว ๆ ไปทางชีวเคมี ภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงลักษณะปรากฏที่พบเห็น หรือสังเกตได้ด้วยตา เช่น รูปร่างหน้าตาของเด็กที่มีบางส่วนเหมือนกับแม่, สีสันของดอกไม้, รสชาติของอาหารนานาชนิด ล้วนแล้วแต่เป็นลักษณะที่บันทึกอยู่ในหน่วยพันธุกรรมทั้งสิ้น

การค้นพบ

ประมาณปีค.ศ.1860 เกรเกอร์ เมนเดล(Gregor Mendel) ลักษณะต่างๆของต้นถั่ว ที่มีการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่ง ไปยังต้นถั่วที่ปลูกในรุ่นถัดๆไป เขาตั้งสมมมติฐานว่า มีอะไรบางอย่าง นำลักษณะต่างๆ จากรุ่นพ่อแม่ ไปสู่รุ่นลูก

หน่วยพันธุกรรมที่เมนเดลค้นพบนั้น เมนเดลไม่ได้มองเห็นหน่วยพันธุกรรมจริง เพียงแต่อาศัยข้อมูล ที่ได้จากการทดลอง และหาเหตุผลทางคณิตศาสตร์ หน่วยพันธุ์กรรมที่เมนเดลค้นพบ เป็นเพียงนามธรรมเท่านั้น (และเขาก็ไม่ได้ใช้คำว่า ยีน หรือ หน่วยพันธุกรรม โดยตรง)

แล้วยีนอยู่ที่ไหน?

ในขณะที่เมนเดลค้นคว้าอยู่นั้น นักชีววิทยากลุ่มหนึ่งที่ใช้กล้องจุลทรรศน์ เป็นเครื่องค้นคว้า ได้พบรายละเอียดของเซลล์มากขึ้น จนกระทั้ง พ.ศ. 2432 นักชีววิทยาจึงสามารถ เห็นรายละเอียดภายในนิวเคลียส ขณะที่มีการแบ่งเซลล์ ได้พบว่าภายในนิวเคลียส มีโครงสร้างที่ติดสีได้และมีลักษณะเป็นเส้นใย เรียกว่า โครโมโซม (Chromosome)

ปี พ.ศ. 2445 หลังจากการค้นพบผลงานของเมนเดล 2 ปี วอลเตอร์ ซัตตัน นักชีววิทยาชาวอเมริกัน และ เทโอดอร์ โบเฟรี นักชีววิทยาชาวเยอรมัน ได้เสนอว่า "หน่วยพันธุ์กรรมที่เมนเดลค้นพบ อยู่ในโครโมโซม" ซัตตันได้ศึกษาเซลล์ในอัณฑะตั๊กแตน และเสนอไว้ว่าโครโมโซม ที่เข้าคู่กันในขณะที่มีการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส จะแยกจากกันไปอยู่ต่างเซลล์กัน เหมือนการแยกของยีนที่เป็นแอลลีนกัน ตามกฎแห่งการแยกตัว จึงสรุปได้ว่ายีนอยู่บนโครโมโซม



ลักษณะของโครโมโซม

ในภาวะปกติเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์จะเห็นโครโมโซมมีลักษณะคล้ายเส้นด้ายบางๆ เรียกว่า “โครมาติน (chromatin)” ขดตัวอยู่ในนิวเคลียส เมื่อเซลล์เริ่มแบ่งตัว เส้นโครมาตินจะหดตัวสั้นเข้ามีลักษณะเป็นแท่ง จึงเรียกว่า “โครโมโซม” แต่ละโครโมโซมประกอบด้วยแขนสองข้างที่เรียกว่า “โครมาทิด (chomatid)” ซึ่งแขนทั้งสองข้างจะมีจุดเชื่อมกัน เรียกว่า “เซนโทรเมียร์( centromere)

โครโมโซมเป็นโครงสร้างที่อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ ในขณะที่เซลล์ไม่แบ่งตัว โครโมโซมจะยืดยาวออกคล้ายๆ เส้นใยเล็กๆ สานกันอยู่ในนิวเคลียส เมื่อมีการแบ่งเซลล์จะมการแบ่งโครโมโซม โดยโครโมโซมจะจำลองตัวเองขึ้นมา เป็นเส้นคู่ที่เหมือนกันทุกประการ แล้วค่อยๆ ขดตัวสั้นเข้า โครโมโซมก็จะโตมาก การศึกษาโครโมโซมจึงต้องศึกษาในระยะแบ่งเซลล์ ถ้ามีเทคนิคในการเตรียมที่ดี ก็จะสามารถมองเห็นรูปร่างลักษณะ ของโครโมโซมจากกล้องจุลทรรศน์ และอาจนับจำนวนโครโมโซมได้

โครโมโซม เป็นโครงสร้างที่อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ ในขณะที่เซลล์ไม่แบ่งตัวหรืออยู่ในระยะอินเตอร์เฟต (interphase) เราจะไม่เห็นโครโมโซมเนื่องจากโครโมโซมอยู่ในลักษณะเป็นเส้นใยเล็กๆ สานกันอยู่ในนิวเคลียส เส้นใยนี้เรียกว่า โครมาทิด (Chromatin) แต่เมื่อเซลล์จะแบ่งตัวโครมาทินแต่ละเส้นจะแบ่งจาก 1 เป็น 2 เส้น แล้วขดตัวสั้นเข้า และหนาขึ้นจนมองเห็นเป็นแท่งในระยะโพรเฟส และ เมทาเฟต และเรียกชื่อใหม่ว่า โครโมโซม ทำให้เรามองเห็นรูปร่างลักษณะและจำนวนโครโมโซมได้ โครโมโซมที่เห็นได้ชัดในระยะเมทาเฟต ประกอบด้วย โครมาทิน 2 อัน ยึดติดกันตรงเซนโทรเมียร์ ส่วนของโครโมโซมที่ยื่นออกไปจากเซนโทรเมียร์ เรียกว่า แขน

อันสั้นเรียกว่า แขนสั้น อันยาวเรียกว่า แขนยาว ในโครโมโซมบางอัน มีเนื้อโครโมโซมเล็กๆ ยึดติดกับส่วนใหญ่โดยเส้นเล็กๆ เรียกว่า เนื้อโครโมโซมเล็กๆ นั้นว่า stellite และเส้นโครโมโซมเล็กๆ นั้น เรียกว่า secondary constriction

โครมาทิน เป็นสารนิวคลีโอโปรตีน ซึ่งก็คือ DNA สายยาวสายเดียวที่พันรอบโปรตีนที่ชื่อ ฮีสโทน (histone) เอาไว้ ทำให้รูปร่างโครมาทินคล้ายลูกปัดที่เรียงต่อๆ กัน แล้วมี DNA พันรอบลูกปัดนั้น ในเซลล์ทั่วๆ ไป เมื่อย้อมสีเซลล์ ส่วนของโครมาทินจะติดสีได้ดีและมองดูคล้ายตาข่างละเอียดๆ จึงเห็นนิวเคลียสชัดเจน



รูปร่าง ลักษณะ และจำนวนโครโมโซม

แต่ละโครโมโซมประกอบด้วย 2 โครมาทิน ที่เหมือนกัน ซึ่งเกิดจากการที่โครโมโซมจำลองตัวเองในระยะอินเตอร์เฟส เพื่อจะแยกออกจากกันในระยะแอนาเฟสของการแบ่งเซลล์ โครมาทินทั้งสองจะติดกันอยู่ตรงส่วนที่เรียกว่า เซนโทรเมียร์ รวมเรียกเซนโทรเมียร์แบ่งเป็น 2 ส่วน แต่ละโครมาทินก็เรียกว่าโครโมโซม นั่นคือ 1 โครโมโซม มี 1 เซนโทรเมียร์ โครโมโซม ของเซลล์ร่างกายจะอยู่กันเป็นคู่ๆ แต่ละคู่เรียกว่า โฮโมโลกัสโครโมโซม

การนำโครโมโซมขนาดต่างๆ มาเรียงกันกันเรียกว่า คารีโอไทป์ โดยจำแนกตามลักษณะ ขนาด และตำแหน่งของเซนโทรเมียร์อาจจะอยู่ตรงกลาง ค่อนไปทางปลาย หรือ ปลายโครโมโซม จึงแบ่งลักษณะโครโมโซมเป็นแบบต่างๆ ได้ดังนี้

1. เมตาเซนตริก เป็นโครโมโซมที่มีแขนยื่น 2 ข้างออกจากเซนโทรเมียร์เท่ากันหรือเกือบเท่ากัน

2. ซับเมตาเซนตริก เป็นโครโมโซมที่มีแขนยื่นออกมา 2 ข้างจากเซนโทรเมียร์ไม่เท่ากัน

3. อะโครเซนตริก เป็นโครโมโซมที่มีลักษณะเป็นแท่ง โดยมีเซนโทรเมียร์อยู่ใกล้กับปลายข้างใดข้างหนึ่ง จึงเห็นส่วนเล็กๆ ยื่นออกจากเซนโทรเมียร์

4. เทโลเซนตริก เป็นโครโมโซมที่มีลักษณะเป็นแท่ง โดยมีเซนโทรเมียร์อยู่ตอนปลายสุดของโครโมโซม



ยีนกับโครโมโซม

ยีน หมายถึง ส่วนของ DNA ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม โครโมโซม เป็นโครงสร้างที่มี DNA และโปรตีนเป็นองค์ประกอบ โครโมโซมจึงเป็นที่อยู่ของยีน และในแต่ละโครโมโซมมียีนอีกมากมายมาเรียงต่อๆกัน ดังนั้นลักษณะทางพันธุกรรม ที่ถูกถ่ายทอดไปจึงถูกควบคุม โดยยีนในโครโมโซมนั่นเอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยีนในออโตโซม และยีนในโครโมโซมเพศ



มัลติเปิลอัลลีนส์

มัลติเปิลอัลลีนส์ (Multiple alleles) คือ กลุ่มของอัลลีลส์ที่มียีนควบคุมลักษณะ มากกกว่า 2 แบบขึ้นไป กฎของเมนเดลสามารถใช้ทำนายโอกาสที่จะเกิดหมู่เลือด หมู่ใดหมู่หนึ่งได้



ยีนในโครโมโซมเดียวกัน

เนื่องจากในโครโมโซมแต่ละแท่งมียีนอยู่มากมาย ถ้ากลุ่มของยีนที่อยู่บนโครโมโซมเดียวกัน ถูกถ่ายทอดไปพร้อมกันโดยไม่แยกตัวไปรวมกลุ่มกันอย่างอิสระตามกฎข้อที่ 2 ของเมนเดล ยีนเหล่านี้เรียกว่า ยีนที่เกี่ยวเนื่องกัน หรือ ลิงค์ยีน(linked gene)



จำนวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต

จำนวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีจำนวนคงที่และเท่ากันเสมอแต่สิ่งมีชีวิตต่างชนิดก็จะมีจำนวนโครโมโซมต่างๆกัน ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงใช้จำนวนของสิ่งมีชีวิต มาจำแนกความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด แม้ว่าจำนวนโครโมโซมจะมาก แต่กลับไม่มีผลต่อขนาดของสิ่งมีชีวิต เช่น ยูกลีนา มีจำนวนโครมาโซมถึง 90 แท่ง หรือ 45 คู่

สิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ มีจำนวนโครโมโซมแตกต่างกันกัน จำนวนโครโมโซมในเซลล์ร่างกายท่วไปมีอยู่ 2 ชุด หรือเรียกว่า 2n ส่วนในเซลล์สืบพันธุ์มีจำนวนโครโมโซมเพียงชุดเดียวเรียกว่า n หรือ จำนวนแฮพลอยด์



การกำหนดเพศในมนุษย์

การกำหนดเพศของสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปจะพิจารณาจากลักษณะของโครโมโซม

สำหรับในมนุษย์มีจำนวนโครโมโซม 46 โครโมโซม หากนำมาจัดเป็นคู่จะได้ 23 คู่ซึ่งจะมี 22 คู่ ที่เหมือนกันในเพศชายและเพศหญิงเราจะเรียกคู่โครโมโซมเหล่านี้ว่า โครโมโซมร่างกาย (autosome) ซึ่งจะมีบทบาทในการกำหนดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆในร่างกาย

สำหรับโครโมโซมที่เหลืออีก 1 คู่จากทั้งหมด 23 คู่ จะเป็นโครโมโซมที่ทำหน้าที่กำหนดเพศ เรียกว่า โครโมโซมเพศ (Sex chromosome) โดยโครโมโซมจะเป็นการจับคู่กันของโครโมโซม 2 ตัวที่มีลักษณะต่างกันคือ โครโมโซม X ที่เป็นค่ากำหนดเพศหญิง และโครโมโซม Y เป็นตัวกำหนดเพศชายมีขนาดเล็กกว่าโครโมโซม X



การเกิดเพศหญิงเพศชาย

เซลล์เพศที่ถูกสร้างขึ้นมาแต่ละเซลล์จะมีโครโมโซมเพศเพียงชุดเดียวโดยที่เซลล์สืบพันธุ์เพศชาย (สเปิร์ม) จะมีเซลล์สืบพันธ์ ซึ่งมีโครโมโซม 2 ชนิด คือ 22+X และ 22+Y ส่วนเซลล์สืบพันธุ์ของเพศหญิงจะมีโครโมโซมชนิดเดียว คือ 22+X ดังนั้นโอกาสในการเกิดทารกเพศหญิงหรือทารกเพศชายจึงเท่ากัน ขึ้นอยู่กับสเปิร์มที่เข้าผสมกับไข่จะเป็นสเปิร์มชนิดใด













ยีนเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอ ที่มีส่วนประกอบของเบส สี่ตัวเรียงราย กันอยู่ อาจอยู่บนโครโมโซม หรือส่วนอื่นใดของเซลล์ก็ได้ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด จะมีมวลสารดีเอ็นเอ และจำนวนยีนแตกต่างกัน เช่น แบคทีเรีย มียีนประมาณ 4,000 ยีน แมลงหวี่ 20,000 ยีน พืชชั้นสูง 30,000-50,000 ยีน และ มนุษย์ประมาณ 100,000 ยีน



ยีนในสิ่งมีชีวิตอาจจัดเป็นสามกลุ่ม คือ กลุ่มแรก ทำหน้าที่สร้างโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในโครงสร้าง และการทำปฏิกริยาทางเคมี กลุ่มที่สอง ทำหน้าที่ กำกับ การทำงานของยีนตัวอื่น ที่จะกำหนดให้ทำหน้าที่ตรง ไหนและเมื่อใด (regulatory genes) และกลุ่มที่สามเป็นยีน ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม ให้การใช้ ข้อมูลซึ่งเก็บอยู่ ในดีเอ็นเอนั้น ได้ถูกใช้อย่างถูกต้อง



ความรู้เรื่องยีนนั้นมีมากมาย งานวิจัยจีโนม ทั้งของมนุษย์ พืช และสิ่งมีชีวิตอื่น จะเป็น เสมือนการเปิดตำราแห่งชีวิต เรื่องของยีนจะถูกเปิดเผยมากขึ้น ในขั้นนี้ เรารู้เพียงว่าการทำงาน ของยีนนั้นสลับซับซ้อนมาก แม้จะรู้ว่ายีนอะไร อยู่ตรงส่วนไหน ของเส้นดีเอ็นเอ แต่การแสดงออก ของยีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับยีนตัวอื่น ๆ อีกหลายตัว อย่าลืมว่ายีนก็คือ ดีเอ็นเอส่วนหนึ่งซึ่งมีขนาด ความยาวแตกต่างกัน ยีนและตัวมีหน้าที่ แตกต่างกันดังได้กล่าวมาแล้ว ยีนที่สร้างโปรตีนจะทำงาน เมื่อได้รับคำสั่งจาก ยีนอีกตัวหนึ่ง หรือหลายตัว ดังนั้น การที่ยีนตัวหนึ่งหรือดีเอ็นเอชิ้นหนึ่ง หลุดเข้าไป ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่น จึงไม่อาจทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง นอกจากนั้นธรรมชาติ มีกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ (natural selection) อยู่แล้ว ที่พร้อมจะขจัด ชิ้นส่วนดีเอ็นเอ นั้นออกไป หรือแม้แต่ขจัดสิ่งมีชีวิตนั้นออกไป หากไม่มีความสามารถ ปรับตัวได้



สิ่งมีชีวิตทุกรูปนามเติบโตมาจากเซลล์เดียวทั้งนั้น เป็นเรื่องแปลกที่ทำไม จากเซลล์เริ่มต้น เซลล์เดียวจึงสามารถเจริญเป็นจุลินทรีย์ เป็นพืช สัตว์ ได้ เมื่อละอองเกสรพืช ผสมกับรังไข่ก็ กลายเป็นเอ็มบริโอเซลล์เดียว แล้วจึงเจริญเติบโต เป็นพืช เอ็มบริโอจากสัตว์ก็เจริญเป็นสัตว์ คำตอบในเรื่องนี้ก็คือ แต่ละเซลล์ มีมวลยีน ที่ต่างกันและทำหน้าที่ต่างกันนั่นเอง แท้จริงแล้วเซลล์ แต่ละเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ชนิดพันธุ์เดียวกัน จะมีมวลยีนเหมือนกันหมด เช่น ในมนุษย์หากมียีน อยู่ทั้งหมด หนึ่งแสนยีนไม่ว่าจะเป็นเซลล์จากอวัยวะอะไร ตับ ไต ปอด ก็ย่อมมียีนจำนวนหนึ่งแสน เช่นเดียวกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยีนเหล่านั้นจะไม่แสดงออกหรือทำงานพร้อมกัน ดังนั้นยีนทุกตัว จึงมีช่วงทำงาน (turn-on) และช่วงพักตัว (turn-off) ทั้งสิ้น



ยีนเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นส่วนที่มีการแสดงออก (ยีนแสดงออกโดยการควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน) แล้วเจ้าดีเอ็นเอสายยาวที่บรรจุลักษณะต่างๆ มากมายของเรานั้นก็ขดตัวโดยใช้โปรตีนฮีสโตนช่วยกลายเป็นโครโมโซมนั่นแหละค่ะ



ออโตโซม (autosome) ซึ่งหมายถึง โครโมโซมร่างกาย ในคนเรานั้นมี 22 คู่ หรือ 44 แท่ง

ถ้าเป็นโรคจากความผิดปกติระดับโครโมโซม ก็ได้แก่ โรคคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrom) เกิดจากแขนข้างสั้นของโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไป, โรคดาวน์ซินโดรม (down's syndrome) เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง เป็น 3 แท่ง เมื่อรวมทั้งโครโมโซมร่างกายและโครโมโซมเพศแล้วจะกลายเป็น 47 แท่ง เป็นต้น

แต่ถ้าเป็นความผิดปกติในระดับยีนบนโครโมโซมร่างกายหรือออโตโซม อันทำให้เกิดเป็นโรคทางพันธุกรรม ก็ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย (thalassemia) เป็นต้น



ขณะที่เซลล์กำลังแบ่งตัวเราจะเห็นโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้นใยเล็กๆขดพันกันอยู่นั้นคือ โครมาทิน( Chomatin ) ซึ่งประกอบด้วย DNA ขดจับกับโปรตีน เมื่อมีการแบ่งเซลล์ ปริมาณของ DNA จะเพิ่มเป็น 2 เท่า เส้นโครมาทินจะขดกันแน่นขึ้นจนมีลักษณะเป็นแท่งๆ เรียกว่า โครโมโซม ( Chromosome ) บนโครโมโซมมีส่วนประกอบสำคัญที่เรียกว่า ยีน ( Gene )และภายยีนมีสารเคมีที่เรียกว่า DNA



และDNA มีส่วนที่เป็นสารพันธุกรรมเพียง 5 %

กฎของเมนเดล มีด้วยกันอยู่ 3 ข้อ

1.กฎแห่งการแยกลักษณะ

2.กฎแห่งการเลือกกลุ่มอย่างอิสระ

3.กฎแห่งลักษณะเด่น

โครโมโซม

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1 โครโมโซมร่างกายมีจํานวน 22 คู่

2 โครโมโซมเพศมีจํานวน 1 คู่

แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ

1โครโมโซมเพศชาย

2โครโมโซมเพศหญิง





ยีนอยู่บนโครโมโซมเเละโครโมโซมอยู่บนนิวเคลียส

รุ่นf1เปงพันทางแสดงลักณะเด่นทั้งหมด แต่มีลักณะด้อยแฝงอยู่

รุ่นf2เปงพันแท้เด่น:พันแท้ด้อย:พันทาง

= 1:1:2

จะแสดงลักษณะเด่น:ลักษณะด้อย

=3:1



การแสดงออก หรือ การทำงานของเซลล์คือ การที่ยีนบนสายโครโมโซมคลายตัวและสร้าง mRNA และทำงานร่วมกับ tRNA และ rRNA เพื่อสร้างกรดอะมิโน ต่อกันเป็นโปรตีนไปทำหน้าที่ต่างๆแล้วแต่หน้าที่ของเซลล์นั้น เช่น เอนไซม์ ฮอร์โมน



ยีน (gene) หมายถึง รหัสพันธุกรรม หรือรหัสสำหรับสร้างโปรตีน 1 ชนิด ซึ่งพบว่า DNA ส่วนที่เป็นยีนมีเพียง 5 %



จีโนม (genome=gene+ome) หมายถึงยีนทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตนั้น



สารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต จะเป็น DNA หรือ RNA แล้วแต่ชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ



DNA (deoxyribonucleic acid=Deoxyribose sugar+base(A,T,C,G) ต่อเป็นสายยาวและขดพันรอบโปรตีน histone ประกอบกันเป็นสาย โครโมโซม (Chromosome) จนเล็กพอที่จะบรรจุในเซลล์ได้ ซึ่งถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็จะมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสคอยแยกโครมโซมออกต่างหาก



ยีน ( jeans )

ยีนคือหน่วยพันธุกรรมที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นตัวที่จะส่งต่อลักษณะเด่นและด้อยจากรุ่นพ่อแม่ไปสู่ยังรุ่นลูกได้ ทำให้ลูกที่เกิดมามีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ของคน

โครโมโซม ( chromosom
ตัวเล็ก (IP:203.113.61.103,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 130 31 ต.ค. 2549 (18:49)
บางทีคนเค้าเข้ามาอ่านแล้วเข้าก็ถามเรื่องก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย จะไปตั้งกระทู้อื่นๆถามให้เสียพื้นที่ทําไม ตอบได้ก็ตอบตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องแค่นี้เท่านั้นเอง เหอะๆๆๆ กลุ้ม!!
พญายม
ร่วมแบ่งปัน266 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 131 10 พ.ย. 2549 (14:01)
อยากทราบว่าสัตว์ที่มีโครโมโซม 4
phattanan.d@hotmail.com (IP:203.158.175.4,203.158.175.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 132 16 พ.ย. 2549 (12:13)
โครโมโซมคือลิง
art_master@hotmail.com (IP:203.151.53.226,192.168.1.221,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 21 พ.ย. 2549 (10:07)
โครโมโซมเป็นส่วนหนึ่งของdna ซึ่งจะถ่ายทอดลักษณะจากพ่อแม่ไปสู่ลูก
เอ้/asasitorn@hotmail.com (IP:61.7.160.122,61.7.160.122,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 135 24 พ.ย. 2549 (15:47)
ตอบเจ้าของกระทู้นะครับ โครโมโซม คือ สายดีเอ็นเอที่พันอยู่กับโปรตีน ส่วนยีน คือ ลำดับเบสที่อยู่ภายในสายดีเอ็นเอที่สามารถนำไปใช้สร้างโปรตีนได้ นึกภาพออกมั้ยหนอ เอาง่ายๆ ยีนเป็นส่วนหนึ่งในสายดีเอ็นเอ เมื่อสายดีเอ็นเอรวมอยู่กับโปรตีนฮิสโตน (ในยูคาริโอต นะ) มันจะมีการแพ็คตัวแน่นเพื่อให้เก็บในนิวเคลียสได้ ทำให้เราเห็นเป็นแท่งคล้ายปาท่องโก๋เราเรียกว่า โครโมโซม (แต่ละแท่งของปาท่องโก๋ เรียก โครมาติด ดังนั้น โครโมโซม 1 แท่ง จึงมี 2 โครมาติด) ฉะนั้นแล้ว ดีเอ็นเอต่างหากล่ะครับที่เป็นส่วนหนึ่งของโครโมโซม
adjuvant
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 136 15 ธ.ค. 2549 (21:27)
อยากได้รูปโครโมโซมของ สัตว์ใครมีบ้างค่ะ
.......... (IP:58.9.191.237)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 137 18 ธ.ค. 2549 (22:01)
อยากได้จำนวนโครโมโซมของสัตว์กับพืช และก็แบ่งเป็นโครโมโซมร่างกาย

กับโครโมโซมเพศ ค่ะ
อยากได้จิงๆ (IP:168.120.63.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 19 ธ.ค. 2549 (16:21)
ผมอยากทราบเกี่ยวกับลักษณะ รูปร่าง โครโมโซม ของเเกะ แพะ สุนัข งับ

เเละลักษณะความผิดปรกติที่เกิดขึ้นที่เยวกับโคโมโซม

เพื่อทำรายงาน
tinnakron.tn@hotmail.com (IP:222.123.5.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 139 20 ธ.ค. 2549 (21:59)
สรุปคือยีนจะอยู่ใน DNA ใช่มั้ยคะ
hunter girl (IP:202.151.184.157)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 140 20 ธ.ค. 2549 (22:18)
เทคโนโลยีชีวภาพ ใครสงสัย เอาเมลล์ไปแล้วแอดมาคุยกัน เราทำวิจัยอยู่
sathitGolf@hotmail.com (IP:203.188.51.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 7 ม.ค. 2550 (21:51)
ยีนอยู่บนโครโมโซม แต่ไม่รู้ว่าอยู่ใน ดีเอ็นเอรึป่าว



ป.ล.ไอ้ค-วย กระทู้ข้างบนเนี่ยจะตั้งหาอะไรไม่ทราบ
พญายม
ร่วมแบ่งปัน266 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 8 ม.ค. 2550 (17:04)
สรุปให้ง่าย ๆ ว่า โครโมโซม คือ ปาท่องโก๋ ยีนคือจุดบนปาท่องโก๋ ส่วน DNA คือแป้งที่นำมาทำปาท่องโก๋ genotype คือรูปลักษณ์ในระดับ ยีน มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ส่วน Phenotype คือรูปลักษณ์ที่ปรากฏ มองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น สูง-ต่ำ ดำ-ขาว เป็นต้น genotype เปรียบเหมือนระหัส ดิจิตอลของภาพ ภาพนึง มันประกอบด้วย รหัส 0 และ 1 จำนวนมากมาย แต่เมื่อมาใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสม เราก็สามารถเห็นภาพนั้น ๆ (phenotype)
TM (IP:124.121.111.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 22 มิ.ย. 2550 (23:42)
ความสัมพันธ์ระหว่าง DNA โครโมโซม และยีน คือ

DNA คือ สารพันธุกรรมที่พบในโครโมโซม มี 2 ส่วน

- ส่วนที่ควมคุมลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่ง ก็คือ ยีน นั่นเอง

- ส่วนไม่ที่ควมคุมลักษณะทางพันธุกรรม
newmai16
ร่วมแบ่งปัน17 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 17 ก.ค. 2550 (15:18)
งง
นึกไม่ออก
ร่วมแบ่งปัน89 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 17 ส.ค. 2550 (11:56)
49060
โอ๊ย งง.......................ง คุณกรุณาเอาง่ายๆจะได้ไหม
madoo_madoo
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 6 ม.ค. 2551 (11:37)
เออ...คุณ"ตัวเล็ก"คะ ลอกมายาวยืดทั้งดุ้นเลยนะ จาก วิกิพีเดีย อ่ะดิ

ตอบคำถามกระทู้ข้างบนสุดอะนะ

โครโมโซม

คือ:โครงสร้างที่อยู่ภายในนิวเคลียส ลักษณะเป็นเส้นยาวๆขดไปขดมา

ตำแหน่ง:ก็ในนิวเคลียสไง

หน้าที่:เป็นตำแหน่งที่อยู่ของยีน(เป็นเพียงแค่ที่พักอาศัย~น่าเศร้า)

จำนวน:สิ่งมีชีวิตแต่ละอย่างจะมีโครโมโซมไม่เท่ากัน

ยีน

คือ:หน่วยพันธุกรรม(ทำหน้าที่ชี้เป็นชี้ตายให้สิ่งมีชีวิต สวย หรือ น่าเกลียด แถมยังถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น~กำ )

ตำแหน่ง:อยู่บนโครโมโซม(ซึ่งโครโมโซมก็อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์)~อย่า!!งงนะเฟ่ย

-----ก็ในเมื่อโครโมโซมอยู่กันเป็นคู่ๆและยีนอยู่บนโครโมโซม ทำให้ยีนอยู่เป็นคู่ๆด้วย ส่วน DNAก็เหมือนกับที่หลายคนพิมพ์ไว้ข้างบนนั่นแหละ (เมื่อยแล้วนะ บาย..)
Beam Teaw
ร่วมแบ่งปัน28 ครั้ง - ดาว 131 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 6 ม.ค. 2551 (14:11)
ใช้ "ค้นหากระทู้" สิครับ เจอไม่หวาดไม่ไหวแน่
ตุเช่
ร่วมแบ่งปัน198 ครั้ง - ดาว 160 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 20 ธ.ค. 2551 (21:49)

อ่านแล้วเบื่อไปเลย 555


Name2
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 15 ก.พ. 2552 (19:29)

แอลลีลของยีนหนึ่งจะจับคู่กันในช่วงไหนของกระบวนการสร้างอสุจิ  ช่วยตอบที่ด่วนนะคับ


sosay
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 8 ก.ค. 2553 (18:57)
ยีนมีชื่อย่อและชื่อเต็มว่าอะไร
sivakorn_20020@hotmail.com (IP:125.24.78.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 30 ก.ค. 2553 (18:38)
ดีเอ็นเอ โครโมโซม ยีน ช่วยเรียงลำดับใหญ่สุดไปย่อยให้หน่อย
Kung (IP:61.90.117.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 3 พ.ย. 2553 (18:20)
พอจะทราบ งานวิจัยที่เกียวกับการหาโครโมโซม ของแมลงไหมค่ะ ตอนนี้อยากได้งานวิจัยมากจะนำข้อมูล มาทำโปรเจ๊คค่ะ
biwty_sc35@hotmail.com (IP:223.207.34.77)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 5 พ.ย. 2553 (02:25)

เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีงานวิจัยพันธุกรรมของแมลง มักจะเป็นการศึกษาเจาะไปที่ยีนแต่ละยีนโดยตรง หรือไม่ก็เป็นการหาลำดับเบสของจีโนมแมลง


อย่างเช่นเมื่อเดือนที่ผ่านมาพึ่ง หาลำดับเบสของจีโนมยุงรำคาญ (Culex quinquefasciatus) ได้สำเร็จ


Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2439 ครั้ง - ดาว 306 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 13 ก.ย. 2555 (18:52)
DNA เป็นส่วนย่อยที่สุดของสารพันธุกรรมครับ

โครโมโซม คือหน่วยพันธุกรรมหนึ่งๆ ประกอบด้วย DNA ครับ

ยีน เป็นลักษณะของชีวิตที่ถูกกำหนดโดยโครโมโซมครับ เช่น สีผม สีผิว
Chanokporn_22_6/1_34211 (IP:223.206.24.200)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม