|
ความงามแห่งทุกข์
โพสต์เมื่อ:
18:13 วันที่ 21 พ.ค. 2550 ชมแล้ว:
4,255
ตอบแล้ว:
136
...ระรอกน้ำกระเพื่อมซ้ำเป็นเกลียวกลับ..ประกายวับวาบวามดูงามเหลือ
สะท้อนดวงตะวันรอนแสงอ่อนเจือ.........สีระเรื่อเรืองรองดุจทองทา สุริยนเย็นย่ำลงต่ำคล้อย......................รวิถอยศศิลอยมาคอยท่า หมุนเปลี่ยนเวียนผ่านกาลเวลา...............สนธยาเคลื่อต่ำคอยย้ำเตือน ให้หวนคิดชีวิตนี้มีผันผก.......................สุขและโศกเวียนวนระคนเหมือน โสมและสูรย์หมุนสลับลับโลกเยือน........ไม่คลาดเคลื่นเดือนปีทุกวี่วัน ถึงเคราะห์กรรมพัดโหมเข้าโถมทับ.........จงระงับสติคิดอย่าบิดผัน ตามความทุกข์โศกตรมที่โรมรัน.............คิดว่ามันผ่านมาแล้วก็ไป ไม่คงอยู่คู่เคียงเที่ยงแท้......................หาทางแก้ด้วยปํญญาสง่าใส ทุกข์บรรเทาเราก็โล่งปลอดโปร่งใจ........เหมือนอุทัยใสสว่างกระจ่างตา ![]() นิรชาได้ยินชื่อออกบ่อยบ่อย อันข้าฯน้อยว่าเป็นกลอนเก่าน๊า ฝีมือเจ๋งเล็งเอาไม่เบานา แต่ทว่าไหงมาบอกน้องฝากตัว คนแถวนี้เอง (IP:125.25.156.41) จะไปหาเรื่องเขาไมเนี่ย.... มาตามหาลูกสาว (IP:124.120.50.67) อ้าวป๋า หาว่าข้าฯเกเรเหรอ ลูกสาวของท่าน (IP:125.25.156.41) ไมได้ว่า...แต่เห็นว่ามันไม่งาม.. มาตามหาลูกสาว (IP:124.120.50.67) ความงามแห่งความทุกข์ มีสุขบ่มปนเพริศไป สุขทุกข์เคล้าหทัย เกาะกินใจใครทุกวัน หทัยดูหวาดหวั่น ประพรั่นไปไฉนนั่น ระแวงทุกวี่วัน มีใครกันเฝ้ารักเธอ จะถอยราก้าวหนึ่ง ถึงผาชันจิตใจเผลอ ร่วงตกเหวใจนะเออ เธอนะเธอเป็นฉันใด อันคนเรามีขันติเป็นที่ตั้ง อย่าพลาดพลั้งทะเลาะกันไปหนา เดี๋ยวโกรธกันพลันเพี้ยนเปลี่ยนกันมา ขันติว่าเป็นขันแตกแปลกกันดี ...ทุกข์คือความไม่สบายกายและจิต จำแนกคิดสิบเอ็ดประการบันดาลผล หนึ่งคือความเกิดคือทุกข์ทน สองคือความแก่ตนคือทุกข์กาย สามความตายพาให้ใจเป็นทุกข์ สี่เศร้าใจไม่สนุกพาสุขหาย ห้าความตรอมขมตรมระทมใจ หกไม่สบายกายก็เป็นทุกข์ เจ็ดนั้นหรือคือความไม่สบายใจ แปดพบสิ่งไม่รักเข้ารานรุก เก้าพลัดพรากจากของรักจึงไร้สุข สิบเป็นทุกข์ก็เพราะความคับแค้นใจ สิบเอ็ดปรารถนาแล้วแต่ผิดหวัง ไม่เป็นดังดวงใจที่หมายไว้ สิบเอ็ดข้อนี้คือทุกข์ถมฤทัย พึงจำไว้ไม่อยากทุกข์อย่าปลุกมัน ของเราไม่มีเข้าสักข้อ สงสัยจะสุขหมดนะ มีหมดทุกข์ข้อเลยนิ เราคงจะเป็นคนทุกข์หนาสาหัส ทุกข์ทนทุกข์กายทุกข์ตายทุกข์ทม ทุกข์รักไม่สมทุกข์พรากจากใจ ทุกข์คับทุกข์แค้นทุกข์แสนไฉน ทุกข์ยากทุกข์ไร้ทุกข์ใครใครทุกข์ ทุกขเวทนาน่าสงสาร ทุกข์นี้นั้นเกิดมาไม่น่าสน ทุกข์เกิดได้ไม่ว่าใครในทุกคน ทุกข์มีผลแต่เสียหายไม่น่าแล นำความทุกข์ทิ้งหมดไป อย่าไปจมจ่อมกับมัน ใครว่าใครทั้งนั้น ขอให้ฉันสนุกไป อารมณ์กลอนสนุก ไม่มีทุกข์เศร้าโศกใจ ใครใครที่ไหนไหน อยากได้กลอนสนุกกัน ๐ เมื่อเกิดมามีอะไรติดกายบ้าง ยามวายวางมีอะไรติดไปเล่า จงตริตรองลองคิดสักนิดเอา ว่าตัวเราทำอะไรให้เป็นคุณ ตัวเปลือยร่างเปล่าเมื่อเราเกิด ถือกำเนิดเกิดตนเริ่มต้นศูนย์ เริ่มเติบโตดีเลวเริ่มเพิ่มพูน ทวีคูณดีร้ายในกายตน จงใช้จิตลองคิดพินิจบ้าง ดี-เลวข้างใดเล่าที่เราสน บุญหรือกรรมที่เราทำประจำตน สร้างกุศลผลบุญก่อพอหรือยัง อย่ารีรอก่อกุศลเมื่อยามแก่ สังขารแย่เรี่ยวแรงน้อยถดถอยหลัง จงเร่งทำขณะที่มีกำลัง สั่งสมสร้างความดีมีเป็นทุน สิ้นชีวีกุศลดีที่ทำไว้ ไม่ไปไหนกายลับกลับเกื้อหนุน แม้นร่างกายไฟเผาเป็นเถ้าจุล ชนรุ่นหลังยังนับถือลือความดี ในความสุขมีทุกข์ทุกที่ ความสุขีมีทุกข์ไม่สุขสันต์ ทั้งสองอย่างต่างมีกันและกัน คอยผลักดันชีวานำพาไป งามจิตพินิจจ้อง งามใจปองต้องการหนา งามกายไร้จิตรา งามแต่หน้าข้ามิเอา ความงามใดไหนจะเท่างามแห่งรัก แท้ประจักษ์รักแท้มิแปรผัน งามแห่งรักของแม่แท้ทุกวัน มิแปรผันเป็นสิ่งใดไปได้เลย พอแม่ก่อกำเนิดเกิดลูกน้อย ตัวกระจ้อยแม่แสนรักนะเจ้าเอ๋ย เฝ้าฟูมฟักกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกเอย เคียงเขนยกอดถนอมเจ้าจอมใจ เฝ้าดูแลทุกข์สุขอยู่เคียงข้าง มิแรมร้างคนดีไปแห่งไหน ปลอบประโลมลูกคลายทุกข์ให้สุขไป ร้อยดวงใจร้อยมาลัยให้แม่เอย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 8 มี.ค. 2551 (19:50) อ๋อหลอ คนดี (IP:125.25.158.108) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 134 8 มี.ค. 2551 (20:12) นายโผล่มาอีกจนได้นะมีหลายไอพีจังเลยเปน10มังที่นับๆมาอ๋อเหรอแปลว่า ต..ล..อิอิ นิ่ม (IP:118.172.107.240) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 135 9 มี.ค. 2551 (22:54) ไม่เคยเข้ากระทู้นี้เลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 136 10 มี.ค. 2551 (21:20) อดีตกาลนานเนาเราจำได้ พนาไพรขจีมีมากแสน ทั้งพืชสัตว์หาได้ในทั่วแดน มิแร้นแค้นอดอยากปากหมองกัน แต่ว่านี้มองไปใจอดสู ดูเถิดดูไพรป่ามหาศาล เหลือเพียงตอติดดินเป็นตำนาน เป็นพยานก่นด่ามนุษย์เรา ผืนแผ่นดินที่เคยเขียวชอุ่ม คอยโอบอุ้มธาราบนป่าเขา บัดนี้แห้งแตกระแหงดั่งใจเรา ช่างน่าเศร้าไร้น้ำใจให้โลกา ทำเช่นนี้ใครเล่าจะรักษ์โลก แสนวิโยคกำสรดเสียจริงหนา คนก่อกรรมทำไปคิดไหมว่า อีกไม่ช้าผลออกมาเป็นเช่นไร สรรพสัตว์สูญหายมลายสิ้น มนุษย์เล่าจะหากินได้จากไหน สัตว์ต่างต่างต้องอยู่คู่ป่าไพร ตัดป่าไม้ไม่ละอายน่าระอา อันธาราไหลรินดั่งสายเลือด คงแห้งเหือดไร้น้ำยากจะหา ไร้พืชผล,เนื้อสัตว์,น้ำอันล้ำค่า อีกไม่ช้ามนุษย์เราจะสิ้นลม |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |