รบกวนช่วยแปลกาพย์เห่เรือบทนี้ให้หน่อยนะค่ะ

พอดีอาจารย์ให้ออกไปแปลหน้าห้องค่ะ ช่วยแปลให้หน่อยนะค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ

โคลง

ปางเสด็จประเวศด้าว ชลาไลย

ทรงรัตนพิมานไชย กิ่งแก้ว

พรั่งพร้อมพวกพลไกร แหนแห่

เรือกระบวนต้นแพร้ว เพลิศพริ้งพายทอง ฯ

ช้าลวะเห่

พระเสด็จโดยแดนชล ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย

กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย พายอ่อนหยับจับงามงอน

นาวาแน่นเป็นขนัด ล้วนรูปสัตว์แสนยากร

เรือลิ่วปลิวธงสลอน สาครสั่นครั้นครื้นฟอง



เรือครุฑยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผันผยอง

พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา

สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา

ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแย่งมังกร

สมรรถไชยไกรกาบแก้ว แสงแวววับจับสาคร

เรียบเรียงเคียงคู่จร ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน



สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลือนเตือนตาชม

เรือไชยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม

เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน ฯ

มูละเห่

คชสีทีผาดเผ่น ดูดังเป็นเห็นขบขัน

ราชสีห์ทียืนยัน คั่นสองคู่ดูยิ่งยง

เรือม้าหน้ามุ่งน้ำ แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง

เพียงม้าอาชาทรง องค์พระพายผายผันผยอง

เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝาฟอง

ดูยิ่งสิงห์ลำพอง เป็นแถวท่องล่องตามกัน

นาคาหน้าดังเป็น ดูขะเม่นเห็นขบขัน

มังกรถอนพายพัน ทันแข่งหน้าวาสุกรี

เลียงผาง่าเท้าโผน เพียงโจนไปในวารี

นาวาหน้าอินทรีย์ ที่ปีกเหมือนเลื่อนลอยโพยม

ดนตรีมี่อึงอล ก้องกาหลพลแห่โหม

โห่ฮึกครึกครื้นโครม โสมนัสชื่นรื่นเริงพล

กรีฑาหมู่นาเวศ จากนคเรศโดยสาชล

เหิมหื่นชื่นกระมล ยลมัจฉาสารพันมี ฯ



ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 108 

mod_kihae_sj@hotmail.com (Guest)
5 มิ.ย. 2552 17:38
  1. ช่วยแปลบทชมนกให้ทีน้า พลีส




ความคิดเห็นที่ 102

เดอะแมท (Guest)
20 พ.ค. 2552 19:48
  1. อยากได้เห่ครวญอ่ะค่ะ




ความคิดเห็นที่ 107

หนุ่ยยย (Guest)
4 มิ.ย. 2552 23:04
  1. ขอบคุณมากคับบบบบ




ความคิดเห็นที่ 74

เปิ้ล (Guest)
31 ส.ค. 2551 12:24
  1. เอามาจากเขาอีที



    เห่ชมไม้



    ถอดได้ว่า

    กระบวนเรือเคลื่อนมาพบต้นไม้กลากหลายชนิดขึ้นริทน้ำ ผลิดอกออก

    ช่อผสมกัน มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกลิ่นกายน้อง



    พี่ชมดอกนางแย้มเป็นพวง แย้มกลีบชดช้อยเห็นเกสร ทำให้นึกถึงน้อง

    ยามแย้มปากยิ้มอย่างงดงาม



    ดอกจำปาดกแน่นต้น ต่างคลี่กลีบสีเหลืองกระจ่างสวย คิดถึงผิวน้องที่

    เป็นสีเหลืองสวยกว่าสีดอกจำปา



    ดอกประยงค์เป็นพวงห้อยระย้า เปรียบเหมือนอุบะที่น้องร้อยแขวนประดับให้พี่ดู



    ดอกพุดจีบมีกลีบ ทั้งดอกพิกุลขึ้นแซมดอกสุกรมนั้น ต่างโชยกลิ่นหอม

    ระรวยมาตามลม หอมเหมือนกลิ่นของน้องที่พี่ติดใจ



    ดอกสายหยุด ดอกพุทธชาติ บานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด นึกถึงน้องซึ่งเคยร้อย

    มาลัยวางไว้ข้างที่นอนให้พี่



    ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ก็บานส่งกลิ่นหอมหวานกระจายไปทั่ว หากน้องมาเห็น

    ก็คงอ้อนวอนให้พี่เก็บให้



    ต้นเต็ง ต้นแต้ว ต้นแก้ว และต้นกาหลง ต่างก็มีดอกบานหอม อบอวนไม่รู้หาย

    เหมือนกลิ่นผ้าของน้อง



    มะลิวัลย์เลื้อยพันต้นจิก ต้นจวง มีดอกเป็นพวง กลิ่นหอมอ่อนๆชื่นใจ

    ทำให้นึกถึงน้อง



    ดอกลำดวนก็หอมตระหลบติดจมูก คิดถึงกลิ่นบุหงารำไป (ดอกไม้ที่อบเครื่องหอม ห่อด้วยผ้าโปร่ง)

    ที่น้องทำ แล้วเศร้าใจนัก



    กลิ่นดอกไม้หอมรวยรินมากับสายลม ทำใหคิดถึงกลิ่นแก้มน้อง ยามนั่งแนบชิด

    ไม่เคยเว้นว่างห่างไกลกัน



    พี่ชมดอกไม้หลากหลายชนิด แล้วคิดว่า หากน้องมาด้วยคงอ้อนวอนให้พี่ช่วย

    ชี้ชมดอกไม้ด้วยกัน



ความคิดเห็นที่ 103

Gift_Beauty_@hotmail.com (Guest)
21 พ.ค. 2552 20:55
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์เห่ชมนกให้ด้วยน๊าค๊า..ฮือๆ



ความคิดเห็นที่ 89

กุหลาบสีเงิน
4 ม.ค. 2552 12:36
  1. อยากช่วยนะคะ แปลได้ด้วย แต่ไม่มีเวลาTOT
    ไม่เป็นไรเนาะ มีคนช่วยแล้วนี่
    ขอให้ได้คะแนนเต็มนะคะ




ความคิดเห็นที่ 70

por33 (Guest)
23 ก.ค. 2551 18:41
  1. ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ถอดความออกมาได้ดีมากๆๆ
    อาจารย์ให้แปลพอดีเลย ขอบคุณมากๆๆค่ะ




ความคิดเห็นที่ 99

jija_yayee@hotmail.com (Guest)
16 พ.ค. 2552 14:26
  1. เห่ชมนก
    กระบวนเรือเคลื่อนมาพบต้นไม้กลากหลายชนิดขึ้นริทน้ำ ผลิดอกออก
    ช่อผสมกัน มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกลิ่นกายน้อง

    ���� พี่ชมดอกนางแย้มเป็นพวง แย้มกลีบชดช้อยเห็นเกสร ทำให้นึกถึงน้อง
    ยามแย้มปากยิ้มอย่างงดงาม

    ���� ดอกจำปาดกแน่นต้น ต่างคลี่กลีบสีเหลืองกระจ่างสวย คิดถึงผิวน้องที่
    เป็นสีเหลืองสวยกว่าสีดอกจำปา

    ���� ดอกประยงค์เป็นพวงห้อยระย้า เปรียบเหมือนอุบะที่น้องร้อยแขวนประดับให้พี่ดู

    ���� ดอกพุดจีบมีกลีบ ทั้งดอกพิกุลขึ้นแซมดอกสุกรมนั้น ต่างโชยกลิ่นหอม
    ระรวยมาตามลม หอมเหมือนกลิ่นของน้องที่พี่ติดใจ

    ���� ดอกสายหยุด ดอกพุทธชาติ บานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด นึกถึงน้องซึ่งเคยร้อย
    มาลัยวางไว้ข้างที่นอนให้พี่

    ���� ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ก็บานส่งกลิ่นหอมหวานกระจายไปทั่ว หากน้องมาเห็น
    ก็คงอ้อนวอนให้พี่เก็บให้

    ���� ต้นเต็ง ต้นแต้ว ต้นแก้ว และต้นกาหลง ต่างก็มีดอกบานหอม อบอวนไม่รู้หาย
    เหมือนกลิ่นผ้าของน้อง

    ���� มะลิวัลย์เลื้อยพันต้นจิก ต้นจวง มีดอกเป็นพวง กลิ่นหอมอ่อนๆชื่นใจ
    ทำให้นึกถึงน้อง

    ���� ดอกลำดวนก็หอมตระหลบติดจมูก คิดถึงกลิ่นบุหงารำไป (ดอกไม้ที่อบเครื่องหอม ห่อด้วยผ้าโปร่ง)
    ที่น้องทำ แล้วเศร้าใจนัก

    ���� กลิ่นดอกไม้หอมรวยรินมากับสายลม ทำใหคิดถึงกลิ่นแก้มน้อง ยามนั่งแนบชิด
    ไม่เคยเว้นว่างห่างไกลกัน

    ���� พี่ชมดอกไม้หลากหลายชนิด แล้วคิดว่า หากน้องมาด้วยคงอ้อนวอนให้พี่ช่วย
    ชี้ชมดอกไม้ด้วยกัน




ความคิดเห็นที่ 76

นู๋ไหม (Guest)
7 ก.ย. 2551 10:24
  1. ช่ว่ยแปลเห่ชมเรือให้หน่อยได้ป่ะคะ

    รีบค่ะ



ความคิดเห็นที่ 88

yui-oop@hotmail.com (Guest)
2 ม.ค. 2552 19:18
  1. ช่วยถอดความกาพย์เห่เรือ ตอนเห่ชมนก ให้หน่อยนะค่ะ
    ขอบคุณล่วงหน้า (ด่วนมากๆ)




ความคิดเห็นที่ 46

bas_grilandlove@hotmail.com (Guest)
21 พ.ค. 2551 12:09
  1. <P>ช่วยแปลเห่ชมเรือกระบวนทั้งกาพย์ให้หนูหน่อยนะค่ะ</P>

    <P>แปลไม่ได้จิงๆ</P>

    <P>ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ</P>



ความคิดเห็นที่ 80

อัดนัน (Guest)
6 พ.ย. 2551 10:51
  1. ช้ายแปลเห่ชมนกหน่อยครับ




ความคิดเห็นที่ 62

opkungtum@hotmail.com (Guest)
13 มิ.ย. 2551 09:58
  1. อยากให้ช่วยแปล เห่ชมไม้&nbsp; เห่ชมนก&nbsp; และก็เห่ครวญหน่อยได้ไหมค่ะ&nbsp; หนูแปลไม่ค่อยเปงเลยอ่าค่ะ&nbsp; ขอบคุงมากๆเลยนะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 58

jattgant -thaimail.com (Guest)
2 มิ.ย. 2551 19:41
  1. <P><STRONG><FONT face="arial, helvetica, sans-serif">หาบทเห่ครวญ</FONT></STRONG></P>



ความคิดเห็นที่ 78

palm.830_2@hotmail.com (Guest)
20 ก.ย. 2551 14:58
  1. ช่วยแปล เห่ชมนก ให้หน่อยนะคร่ะ

    ขอบคุนล่วงหน้าคร้ะ



ความคิดเห็นที่ 50

anurak_iamla-or@hotmail.com (Guest)
24 พ.ค. 2551 12:05
  1. ปางเสด็จประเวศด้าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ชลาไลย<BR>ทรงรัตนพิมานไชย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กิ่งแก้ว<BR>พรั่งพร้อมพวกพลไกร&nbsp;&nbsp; แหนแห่<BR>เรือกระบวนต้นแพร้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพลิศพริ้งพายทอง ฯ<BR>พระเสด็จโดยแดนชล&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย<BR>กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย&nbsp;&nbsp; พายอ่อนหยับจับงามงอน<BR>นาวาแน่นเป็นขนัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ล้วนรูปสัตว์แสนยากร<BR>เรือลิ่วปลิวธงสลอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สาครสั่นครั้นครื้นฟอง <BR>เรือครุฑยุดนาคหิ้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ลิ่วลอยมาพาผันผยอง<BR>พลพายกรายพายทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp; ร้องโห่เห่โอ้เห่มา<BR>สรมุขมุขสี่ด้าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพียงพิมานผ่านเมฆา<BR>ม่านกรองทองรจนา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังคาแดงแย่งมังกร<BR>สมรรถไชยไกรกาบแก้ว&nbsp;&nbsp; แสงแวววับจับสาคร <BR>เรียบเรียงเคียงคู่จร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน<BR>สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ <BR>เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์&nbsp; ลินลาศเลือนเตือนตาชม<BR>เรือไชยไวว่องวิ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp; รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม<BR>เสียงเส้าเร้าระดม&nbsp;&nbsp; ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน&nbsp;<BR>คชสีทีผาดเผ่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดูดังเป็นเห็นขบขัน<BR>ราชสีห์ทียืนยัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คั่นสองคู่ดูยิ่งยง<BR>เรือม้าหน้ามุ่งน้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง <BR>เพียงม้าอาชาทรง&nbsp;&nbsp;&nbsp; องค์พระพายผายผันผยอง<BR>เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน&nbsp;&nbsp; โจนตามคลื่นฝืนฝาฟอง<BR>ดูยิ่งสิงห์ลำพอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นแถวท่องล่องตามกัน<BR>นาคาหน้าดังเป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดูขะเม่นเห็นขบขัน<BR>มังกรถอนพายพัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทันแข่งหน้าวาสุกรี <BR>เลียงผาง่าเท้าโผน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพียงโจนไปในวารี<BR>นาวาหน้าอินทรีย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ที่ปีกเหมือนเลื่อนลอยโพยม<BR>ดนตรีมี่อึงอล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; ก้องกาหลพลแห่โหม<BR>โห่ฮึกครึกครื้นโครม&nbsp;&nbsp; โสมนัสชื่นรื่นเริงพล<BR>กรีฑาหมู่นาเวศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากนคเรศโดยสาชล <BR>เหิมหื่นชื่นกระมล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ยลมัจฉาสารพันมี ฯ <BR>



ความคิดเห็นที่ 73

www.bw.com. (Guest)
27 ส.ค. 2551 12:30
  1. ช่วยแปลเห่ชมปลาให้หน่อยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 104

nattida_sedchankon3@hotmail.com (Guest)
2 มิ.ย. 2552 15:16
  1. รบกวนช่วยแปลกาพย์เห่เรือให้หน่อยค่ะจะออกไปพูดหน้าห้อง
    สรมุขมุขสี่ด้าน������������เพียงพิมานผ่านเมฆา
    ม่านกรองทองรจนา����� �หลังคาแดงแย่งมังกร
    สมรรถไชยไกรกาบแก้ว�� แสงแวววับจับสาคร
    เรียบเรียงเคียงคู่จร������� ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน




ความคิดเห็นที่ 86

pimjunghappy
28 ธ.ค. 2551 12:47
  1. เรื่องกาพย์เห่เรือ


    การพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ เรื่องกาพย์เห่เรือ
    1. เนื้อหา แบ่งออกเป็น 5 ตอน คือ
    1.1 การชมขบวนเรือในเวลาเช้า ได้พรรณนาไว้อย่างละเอียด พิสดาร
    1.2 การชมฝูงปลาในเวลาสายอุปมาอุปไมยอย่างแจ่มชัดและกินใจอย่างยิ่ง
    1.3 การชมพรรณนาดอกไม้ในเวลากลางวัน สอดใส่ความรู้สึก และอารมณ์ให้ผู้อ่านคล้อยตาม
    1.4 การชมฝูงนกในเวลาเย็น อุปมาอุปไมยแจ่มชัด เด่นชัด
    1.5 การคร่ำครวญถึงนาง ในเวลากลางคืน สร้างบรรยากาศเชิงอรรถรสและวังเวง
    2. รูปแบบ ลักษณะคำประพันธ์ ใช้กาพย์ห่อโคลง คือ แต่งโคลงสี่สุภาพแล้วแต่งกาพย์เลียนแบบพรรณนาเพิ่มเติม
    ศิลปการประพันธ์ทำให้เกิดภาพพจน์ แบะความรู้สึกทางสุนทรียะอันได้แก่ ความ ชื่นชมในสิ่งสวยงามตามธรรมชาติ ความไพเราะของดนตรี ความรู้สึกแยบคายทาง อารมณ์สะเทือนใจ


    *                       การพิจารณาคุณค่าด้านสังคม เรื่องกาพย์เห่เรือ
    1. สะท้อนภาพชีวิตคนไทยด้านการคมนาคม แสดงการสัญจรทางน้ำให้เห็นว่าเมืองไทยมีแม่น้ำลำคลองมาก
    2. แสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ประเพณีการแต่งกาย ผู้หญิงห่มผ้าสไบคลุมไหล่ เป็นต้การไว้ทรงผม ผู้หญิงนิยมไว้ผมยาวประบ่า แล้วเก็บไรที่ถอนผมออกเป็นวงกลมการบอกเวลา นิยมใช้กลอง ฆ้องเป็นเครื่องบอกเปลี่ยนเวลา


    *                       ลักษณะการแต่ง


    ๑.     ร้อยกรอง ประเภทกาพย์เห่เรือ จบด้วย กาพย์ห่อโคลง ( บางตำราใช้กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ )


    ๒.     กาพย์เห่เรือ ๑ บท ประกอบด้วย โคลงสี่สุภาพนำ ๑ บท แล้วกาพย์ยานี ๑๑ ไม่จำกัด
    จำนวนบท โดยให้กาพย์ยานี ๑๑ บทแรก มีเนื้อความเดียวกันกับโคลงสี่สุภาพที่นำกาพย์


    *** กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) มี ๒ ตอน ตอนแรกกล่าวชมกระบวนเรือ ชมปลา ชมไม้ ชมนกและแทรกบท คร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่รัก ตอนที่ ๒ เป็นบทเห่เรียกว่าเห่กากี ีเป็นบทคร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่รักเพียงอย่างเดียวลักษณะการ แต่งประกอบด้วย โคลงสี่สุภาพ ๑ บทใช้เป็นบทนำกระบวนความ พรรณนาแต่ละตอน แล้วต่อด้วยกาพย์ยานี 11พรรณนาความถึง เนื้อหาในเรื่อง จนจบตอนหนึ่งๆ โดยไม่จำกัดจำนวนบท


     


              เจ้าฟ้าธรรมบิเบศร์


     สารานุกรมประเทศไทย...สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์ มีพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ หรือขานพระนามกันโดยทั่วไปว่า เจ้าฟ้ากุ้ง


              เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรประสูติ พ.ศ.๒๒๔๘ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระซึ่งเป็นพระปิตุลา (ลุง) ของพระองค์ ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จ พระบรมโกศหรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ กับกรมหลวงอภัยนุชิต พระมเหสีใหญ่ ทรงมีพระอนุชาต่างพระมารดา ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าเอกทัศ(พระเจ้าเอกทัศ) และพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าดอกเดื่อ (ขุนหลวงหาวัด)


              จุลศักราช ๑๑๐๓ ปีระกา ตรีศก พ.ศ. ๒๒๘๔ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ได้เข้าพระราชพิธีอุปราชาภิเษกเถลิงถวัลยราชสถิต ที่พระมหาอุปราช เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าหญิงอินทสุดาวดี เมื่อเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลและ พระองค์ได้เป็นกองการปฎิสังขรณ์ วัดพระศรีสรรเพชญ์และวัดอื่นๆ มากมาย


              เจ้าฟ้าธรรมบิเบศร์ทรงพระปรีชาสามารถหลายด้าน โดยเฉพาะด้านวรรณกรรม พระองค์ทรงเป็นกวีที่ยิ่งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์เพราะเหตุที่มีผู้ไปกราบทูลว่าพระองค์ลอบเป็นชู้กับเจ้าฟ้านิ่ม หรือเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งเป็น เจ้าจอมของ พระราชบิดา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจึงทรงลงพระอาญาเฆี่ยนจนสิ้นพระชนม์พร้อมด้วยเจ้าฟ้าสังวาลย์ แล้วนำพระศพไปฝังยังวัดไชยวัฒนาราม


              ผลงานด้านวรรณกรรมที่พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้นั้นจัดเป็นวรรณกรรมอันเลอค่า โดยเฉพาะคำประพันธ์ประเภทกาพย์ห่อโคลงดูจะมีมากกว่างานพระนิพนธ์ชนิดอื่น ๆ งานนิพนธ์ที่เหลือจนบัดนี้มีที่รวบรวมได้ดังนี้
    ๑. กาพย์เห่เรือ
    ๒. บทเห่เรื่องกากี ๓ ตอน
    ๓. บทเห่สังวาสและเห่ครวญอย่างละบท
    ๔. กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก
    ๕. กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง
    ๖. นันโทปนันทสูตรคำหลวง ทรงพระนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๗๙ ขณะทรงผนวช
    ๗. พระมาลัยคำหลวง ทรงพระนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๘๐ ขณะทรงผนวช
    ๘. เพลงยาวบางบท


     


    ลักษณะพิเศษของกาพย์เห่เรือ       


    1. ลักษณะของสำนวนและความหมาย  ใช้สำนวนกะทัดรัด มีความหมายเด่นชัดเข้าใจง่ายและมีน้ำหนักอย่างเหมาะสม เช่น                       
           พระเสด็จโดยแดนชล         ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย                
     กิ่งแก้วแพรวพรรณราย               พายอ่อนหยับวับงามงอน       


     2. ลักษณะถ้อยคำ ใช้ถ้อยคำเกลี้ยงเกลาสละสลวย ไพเราะด้วยการสัมผัสและทำให้เกิดภาพพจน์ เช่น                        
       เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ                เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย    
    ใครต้องข้องจิตชาย                   ไม่วายนึกตรึกตรึงทรวง        


    3. ลักษณะการพรรณนา การพรรณนาความรู้สึกลึกซึ้งและแยบคายมาก เช่น     
         แก้มช้ำช้ำใครต้อง               อันแก้มน้องช้ำเพราะชม                
    ปลาทุกทุกข์อกตรม                   เหมือนทุกข์ที่พี่จากนาง       


     4. ลักษณะอารมณ์ เกิดอารมณ์สะเทือนใจ เช่น                        
       เพรางายวายเสพรส                แสนกำสรดอดโอชา                 
    อิ่มทุกข์อิ่มชลนา                    อิ่มโศกาหน้านองชล        


    5. ลักษณะการแต่ง แต่งถูกต้อง มีการเล่นอักษร มีสำนวนอุปมาอุปไมย  เช่น                        


      รอนรอนสุริยโอ้         อัสดง                                       
    เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง       ค่ำแล้ว                                 
    รอนรอนจิตจำนง        นุชพี่ เพียงแม่                         
    เรื่อยเรื่อยเรียมคอบแก้ว    คลับคล้ายเรียมเหลียว


     


     


     


    เห่ชมไม้


    เนื้อหาจากการถอดความ


    ..........กระบวนเรือของเจ้าฟ้ากุ้งที่แล่นอยู่ในแม่น้ำต่างก็พากันชื่นชมพรรณไม้


    ที่กำลังพากันบานชูช่อและส่งกลิ่นหอมมาจากชายตลิ่งทั้งดอกนางแย้มที่บานแย้ม


    เกสรออกมาพอพระองค์เห็นดังนั้นก็คิดถึงนางผู้เป็นที่รักยิ้มออกมาอย่างร่าเริง


    ดอกจำปาที่ขึ้นอยู่หนาแน่นคลี่กลีบสีเหลืองอร่ามออกมาเมื่อพระองค์เห็นก็นึกถึง


    นางผู้เป็นที่รักที่มีผิวสีเหลืองนวลดอกประยงค์ที่ห้อยกันเป็นพวงดูแล้วก็เหมือน


    ูอุบะที่ห้อยพวงมาลัยที่นางทำแขวนไว้ให้ผู้ชายชื่นชมดอกพุดจีบกลีบบานก็มีดอก


    พิกุลและต้นสุกรมขึ้นแซมที่ดอกต่างส่งกลิ่นหอมเหมือนกับกลิ่นเนื้อของนางที่


    เคยอยู่ด้วยติดตามมา ดอกสาวหยุดกับดอกพุทธชาดที่บานอยู่เกลื่อนกลาดเต็มตลิ่ง


    เมื่อพระองค์เห็นก็นึกถึงนางผู้เป็นที่รักที่เคยอยู่ด้วยกันร้อยมาลัยวางไว้ให้ที่


    ี่ข้างหมอน ดอกพิกุลกับดอกบุนนาคที่บานส่งกลิ่นหอมหวาน ซาบซ่านเหมือนกับ


    คำหวานที่นางผู้เป็นที่รักใช้อ้อนเวลาพูดด้วยต้นเต็งต้นแต้วต้นแก้วและดอกกาหลง


    ต่างพากันบานส่งกลิ่นหอมอยู่ โดยไม่รู้หาย คล้ายกับกลิ่นเสื้อผ้าของนางผู้เป็นที่รัก


    ดอกมะลิวัลย์ดอกจิกดอกจวงพันกันเป็นพวงส่งกลิ่นหอมโชยมาชื่นใจยิ่งนักเมื่อได้กลิ่น


    ก็ทำให้พระองค์คิดถึงนางผู้เป็นที่รักดอกลำดวนก็มีกลิ่นหอมตลบอบอวลเมื่อพระองค์


    ์ได้กลิ่นก็ทำให้มีความรู้สึกคิดถึงนางผู้เป็นที่รักอย่างเศร้าใจกลิ่นดอกรำเพยก็โชยมา


    เรื่อยๆทำให้คิดถึงเมื่อครั้งเคยเชยชมนางผู้เป็นที่รักอยู่ทุกวันไม่มีห่างเมื่อนั่งชมเหล่า


    ดอกไม้ที่สวยงามหลากหลายพรรณก็ทำให้คิดไปว่าถ้าหากนางผู้เป็นที่รักมาด้วยก็คง


    จะอ้อนให้พระองค์นั้นชี้ให้ดูดอกไม้เหล่านั้นเหล่านี้เป็นแน่


     


    เห่ชมเรือกระบวน


    โคลง


    ........เมื่อพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จทางชลมารคแล้วทรงประทับเรือกิ่งซึ่งพรั่งพร้อมด้วยกำลังพลทหารห้อมล้อมกันไปเป็นขบวนภาพของเรือต้นแวววาวระยิบระยับจากแสงสะท้อนที่มาจากพายสีทอง


     


    ถอดคำประพันธ์


     


    .........ส่วนที่เป็นกาพย์ยานี ๑๑



    ..........พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จพระราชดำเนินโดยทางชลมารคได้ประทับบนเรือต้นในการเดินทางภาพของเรือกิ่งนั้นดูแพรวพราวภาพการพายเรือนั้นก็ดูอ่อนไหว.......งดงามอย่างพร้อมเพรียงกัน
      .......ขบวนเรือนั้นแน่นเป็นแถวเป็นแนวประกอบด้วยเรือที่หัวเรือเป็นรูปสัตว์หลายๆชนิดมองเห็นธงเด่นสะพรั่งมาแต่ไกลการเดินขบวนเรือทำให้เกิดเป็นคลื่นน้ำระลอก
              เรือครุฑซึ่งบนเรือนั้นมีพลทหารกำลังพายเรืออย่างเป็นจังหวะพร้อมกับเปล่งเสียงโห่ร้อง
              เรือสรมุขลอยมาเปรียบสวยงามดั่งพิมานบนสวรรค์ที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านหมู่เมฆ เรือสรมุขตกแต่งไปด้วยม่านสีทอง หลังคาสีแดงมีลวดลายมังกรประดับอยู่
              เรือสมรรถชัยซึ่งกำลังแล่นมาเทียบเคียงกับเรือสรมุขนั้นประกอบไปด้วยกาบแก้วขนาดใหญ่มีการเกิดแสงแวววับสะท้อนกับแม่น้ำมีความงดงามมากเหมือนดั่งว่ากำลังร่อนลงจากสวรรค์ฟากฟ้าลงสู่พื้นดิน
              เรือสุวรรรณหงส์มีพู่ห้อยอย่างสวยงามล่องลอยอยู่บนสายน้ำเปรียบดั่งหงส์ที่เป็นพาหนะของพระพรหมเตือนตาให้ชม
              เรือชัยนั้นแล่นด้วยความรวดเร็วเหมือนดั่งลม มีเสียงเส้าที่คอยให้จังหวะท้ายเรือให้แล่นไปเคียงคู่กันไปกับเรือพระที่นั่งลำอื่นๆ
              เรือคชสีห์ที่กำลังแล่นไปนั้นดูแล้วชวนขบขันส่วนเรือราชสีห์ที่แล่นมาเคียงกันนั้นดูมั่นคงแข็งแรง
    เรือม้านั้นกำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้าซึ่งเรือม้าทีลักษณะที่สูงโปร่งเหมือนกับม้าทรงของพระพาย
               เรือสิงห์ดูเหมือนกับว่ากำลังจะกระโจนลงสู่แม่น้ำและมีความลำพองใจนั้นก็แล่นป็นแถวตามๆกันมา
               เรือนาคนั้นมองดูเหมือนกับมีชีวิตแล้วชวนขบขันกำลังจะถูกเรือมังกรแล่นตามมาทัน
               เรือเลียงผานั้นทำท่าเหมือนกับกำลังจะกระโจนลงแม่น้ำ ส่วนเรืออินทรีย์ก็มีปีกที่เหมือนกับกำลังจะลอยไปในอากาศ
               เสียงดนตรีนั้นดังลั่นมีเสียงก้องมาจากแตรงอน เสียงพลทหารโห่ร้องอย่างครึกครื้นทำให้เกิดความความรื่นเริงในหมู่พลทหาร


               การเคลื่อนขบวนออกจากนั้นดูเข้มแข็งเป็นภาพที่ทำให้ชื่นอกชื่นใจมองดูเหมือนฝูงปลาที่มีมากมายในสายน้ำ


     


     


    เห่ชมปลา

    ถอดคำประพันธ์


    พันธุ์ปลาชนิดต่างๆว่ายวนเวียนอยู่ในสายน้ำทำให้มีจิตใจเศร้าหมอง ปลาทั้งหลายยังรู้ว่าไม่มีใจที่จะว่ายน้ำอยู่ในสายน้ำ พระจันทร์ส่องแสงสว่างมีความงามราวกับเนื้อตัวของปลาซึ่งมีความงามราวกับเนื้อตัวของปลาซึ่งมีคางไม่โค้งมนเหมือนกับใบหน้ารูปร่างหน้าตาของผู้ชาย เปรียบดังทองไม่เหมือนกับน้องที่ห่มผ้าสไบ ปลากระแหซึ่งมีรูปร่างคล้ายปลาตะเพียนทอง ดั่งปลาที่ว่ายจากกันไปอย่างเหมาะสม ปลานั้นแก้มช้ำเหมือนมีคนมาจับต้องคล้ายกับว่า ปลาอันอมทุกข์ไว้มาก เหมือนกับการจากลาไปจากคนรัก สีน้ำเงิน เปรียบเสมือนสีขาวผ่องเป็นมันวาวของปลาไม่เหมือนความงามของหญิงสาว งามราวกับมีเนื้อตัวสองสี ปลากรายว่ายเวียนไปเคียงคู่กันแต่นางกลับตีจากพี่ไป เห็นปลาแล้วรู้สึกเศร้าใจ ปลาหางไก่ซึ่งเป็นปลาทะเลชนิดหนึ่ง แหวกว่ายอยู่ในน้ำ ปลาชนิดนี้ไม่มีหงอน คิดเพลงยาว รูปเอวอร มีผมประบ่าเอี่ยมอร ปลาสร้อยล่องลอยว่ายวนอยู่ในแม่น้ำเหมือนปลาสร้อยในวัยในเด็ก ไม่เห็นมีความโศกเศร้าในจิตใจ ปลาเนื้ออ่อนนั้นอ่อนแต่ชื่อ เนื้อน้องหรือจะอ่อนไปทั้งกาย ใครจับต้องก็ไม่นึกอายและช้ำใจปลาเสือตาแหลมกว่าปลาทั้งหลายเปรียบเสมือนดวงตา ซึ่งดูแหลมคม มีหอยแมลงภู่เวียนว่ายน่าชื่นชม คิดความต่างๆในยามเหมาะสม เจ้าที่มีหน้าที่สระสางเส้นผมต่างสละสลวยมีกลิ่นหอม ว่ายวนไปตามแนวฝั่งน้ำและมักจะมีปลาชะวาดว่ายปนอยู่ด้วยเหมือนกับพี่มาดูแลน้องอย่างทะนุถนอม พันธุ์ปลาต่างๆแหวกว่ายมาในแหล่งน้ำ

    ความคิดเห็นที่ 87

    pimjunghappy
    28 ธ.ค. 2551 12:51
    1. เรื่องกาพย์เห่เรือ


      การพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ เรื่องกาพย์เห่เรือ
      1. เนื้อหา แบ่งออกเป็น 5 ตอน คือ
      1.1 การชมขบวนเรือในเวลาเช้า ได้พรรณนาไว้อย่างละเอียด พิสดาร
      1.2 การชมฝูงปลาในเวลาสายอุปมาอุปไมยอย่างแจ่มชัดและกินใจอย่างยิ่ง
      1.3 การชมพรรณนาดอกไม้ในเวลากลางวัน สอดใส่ความรู้สึก และอารมณ์ให้ผู้อ่านคล้อยตาม
      1.4 การชมฝูงนกในเวลาเย็น อุปมาอุปไมยแจ่มชัด เด่นชัด
      1.5 การคร่ำครวญถึงนาง ในเวลากลางคืน สร้างบรรยากาศเชิงอรรถรสและวังเวง
      2. รูปแบบ ลักษณะคำประพันธ์ ใช้กาพย์ห่อโคลง คือ แต่งโคลงสี่สุภาพแล้วแต่งกาพย์เลียนแบบพรรณนาเพิ่มเติม
      ศิลปการประพันธ์ทำให้เกิดภาพพจน์ แบะความรู้สึกทางสุนทรียะอันได้แก่ ความ ชื่นชมในสิ่งสวยงามตามธรรมชาติ ความไพเราะของดนตรี ความรู้สึกแยบคายทาง อารมณ์สะเทือนใจ


      *                       การพิจารณาคุณค่าด้านสังคม เรื่องกาพย์เห่เรือ
      1. สะท้อนภาพชีวิตคนไทยด้านการคมนาคม แสดงการสัญจรทางน้ำให้เห็นว่าเมืองไทยมีแม่น้ำลำคลองมาก
      2. แสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ประเพณีการแต่งกาย ผู้หญิงห่มผ้าสไบคลุมไหล่ เป็นต้การไว้ทรงผม ผู้หญิงนิยมไว้ผมยาวประบ่า แล้วเก็บไรที่ถอนผมออกเป็นวงกลมการบอกเวลา นิยมใช้กลอง ฆ้องเป็นเครื่องบอกเปลี่ยนเวลา


      *                       ลักษณะการแต่ง


      ๑.     ร้อยกรอง ประเภทกาพย์เห่เรือ จบด้วย กาพย์ห่อโคลง ( บางตำราใช้กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ )


      ๒.     กาพย์เห่เรือ ๑ บท ประกอบด้วย โคลงสี่สุภาพนำ ๑ บท แล้วกาพย์ยานี ๑๑ ไม่จำกัด
      จำนวนบท โดยให้กาพย์ยานี ๑๑ บทแรก มีเนื้อความเดียวกันกับโคลงสี่สุภาพที่นำกาพย์


      *** กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) มี ๒ ตอน ตอนแรกกล่าวชมกระบวนเรือ ชมปลา ชมไม้ ชมนกและแทรกบท คร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่รัก ตอนที่ ๒ เป็นบทเห่เรียกว่าเห่กากี ีเป็นบทคร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่รักเพียงอย่างเดียวลักษณะการ แต่งประกอบด้วย โคลงสี่สุภาพ ๑ บทใช้เป็นบทนำกระบวนความ พรรณนาแต่ละตอน แล้วต่อด้วยกาพย์ยานี 11พรรณนาความถึง เนื้อหาในเรื่อง จนจบตอนหนึ่งๆ โดยไม่จำกัดจำนวนบท


       


                เจ้าฟ้าธรรมบิเบศร์


       สารานุกรมประเทศไทย...สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์ มีพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ หรือขานพระนามกันโดยทั่วไปว่า เจ้าฟ้ากุ้ง


                เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรประสูติ พ.ศ.๒๒๔๘ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระซึ่งเป็นพระปิตุลา (ลุง) ของพระองค์ ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จ พระบรมโกศหรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ กับกรมหลวงอภัยนุชิต พระมเหสีใหญ่ ทรงมีพระอนุชาต่างพระมารดา ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าเอกทัศ(พระเจ้าเอกทัศ) และพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าดอกเดื่อ (ขุนหลวงหาวัด)


                จุลศักราช ๑๑๐๓ ปีระกา ตรีศก พ.ศ. ๒๒๘๔ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ได้เข้าพระราชพิธีอุปราชาภิเษกเถลิงถวัลยราชสถิต ที่พระมหาอุปราช เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าหญิงอินทสุดาวดี เมื่อเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลและ พระองค์ได้เป็นกองการปฎิสังขรณ์ วัดพระศรีสรรเพชญ์และวัดอื่นๆ มากมาย


                เจ้าฟ้าธรรมบิเบศร์ทรงพระปรีชาสามารถหลายด้าน โดยเฉพาะด้านวรรณกรรม พระองค์ทรงเป็นกวีที่ยิ่งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์เพราะเหตุที่มีผู้ไปกราบทูลว่าพระองค์ลอบเป็นชู้กับเจ้าฟ้านิ่ม หรือเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งเป็น เจ้าจอมของ พระราชบิดา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจึงทรงลงพระอาญาเฆี่ยนจนสิ้นพระชนม์พร้อมด้วยเจ้าฟ้าสังวาลย์ แล้วนำพระศพไปฝังยังวัดไชยวัฒนาราม


                ผลงานด้านวรรณกรรมที่พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้นั้นจัดเป็นวรรณกรรมอันเลอค่า โดยเฉพาะคำประพันธ์ประเภทกาพย์ห่อโคลงดูจะมีมากกว่างานพระนิพนธ์ชนิดอื่น ๆ งานนิพนธ์ที่เหลือจนบัดนี้มีที่รวบรวมได้ดังนี้
      ๑. กาพย์เห่เรือ
      ๒. บทเห่เรื่องกากี ๓ ตอน
      ๓. บทเห่สังวาสและเห่ครวญอย่างละบท
      ๔. กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก
      ๕. กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง
      ๖. นันโทปนันทสูตรคำหลวง ทรงพระนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๗๙ ขณะทรงผนวช
      ๗. พระมาลัยคำหลวง ทรงพระนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๘๐ ขณะทรงผนวช
      ๘. เพลงยาวบางบท


       


      ลักษณะพิเศษของกาพย์เห่เรือ       


      1. ลักษณะของสำนวนและความหมาย  ใช้สำนวนกะทัดรัด มีความหมายเด่นชัดเข้าใจง่ายและมีน้ำหนักอย่างเหมาะสม เช่น                       
             พระเสด็จโดยแดนชล         ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย                
       กิ่งแก้วแพรวพรรณราย               พายอ่อนหยับวับงามงอน       


       2. ลักษณะถ้อยคำ ใช้ถ้อยคำเกลี้ยงเกลาสละสลวย ไพเราะด้วยการสัมผัสและทำให้เกิดภาพพจน์ เช่น                        
         เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ                เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย    
      ใครต้องข้องจิตชาย                   ไม่วายนึกตรึกตรึงทรวง        


      3. ลักษณะการพรรณนา การพรรณนาความรู้สึกลึกซึ้งและแยบคายมาก เช่น     
           แก้มช้ำช้ำใครต้อง               อันแก้มน้องช้ำเพราะชม                
      ปลาทุกทุกข์อกตรม                   เหมือนทุกข์ที่พี่จากนาง       


       4. ลักษณะอารมณ์ เกิดอารมณ์สะเทือนใจ เช่น                        
         เพรางายวายเสพรส                แสนกำสรดอดโอชา                 
      อิ่มทุกข์อิ่มชลนา                    อิ่มโศกาหน้านองชล        


      5. ลักษณะการแต่ง แต่งถูกต้อง มีการเล่นอักษร มีสำนวนอุปมาอุปไมย  เช่น                        


        รอนรอนสุริยโอ้         อัสดง                                       
      เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง       ค่ำแล้ว                                 
      รอนรอนจิตจำนง        นุชพี่ เพียงแม่                         
      เรื่อยเรื่อยเรียมคอบแก้ว    คลับคล้ายเรียมเหลียว


       


       


       


      เห่ชมไม้


      เนื้อหาจากการถอดความ


      ..........กระบวนเรือของเจ้าฟ้ากุ้งที่แล่นอยู่ในแม่น้ำต่างก็พากันชื่นชมพรรณไม้


      ที่กำลังพากันบานชูช่อและส่งกลิ่นหอมมาจากชายตลิ่งทั้งดอกนางแย้มที่บานแย้ม


      เกสรออกมาพอพระองค์เห็นดังนั้นก็คิดถึงนางผู้เป็นที่รักยิ้มออกมาอย่างร่าเริง


      ดอกจำปาที่ขึ้นอยู่หนาแน่นคลี่กลีบสีเหลืองอร่ามออกมาเมื่อพระองค์เห็นก็นึกถึง


      นางผู้เป็นที่รักที่มีผิวสีเหลืองนวลดอกประยงค์ที่ห้อยกันเป็นพวงดูแล้วก็เหมือน


      ูอุบะที่ห้อยพวงมาลัยที่นางทำแขวนไว้ให้ผู้ชายชื่นชมดอกพุดจีบกลีบบานก็มีดอก


      พิกุลและต้นสุกรมขึ้นแซมที่ดอกต่างส่งกลิ่นหอมเหมือนกับกลิ่นเนื้อของนางที่


      เคยอยู่ด้วยติดตามมา ดอกสาวหยุดกับดอกพุทธชาดที่บานอยู่เกลื่อนกลาดเต็มตลิ่ง


      เมื่อพระองค์เห็นก็นึกถึงนางผู้เป็นที่รักที่เคยอยู่ด้วยกันร้อยมาลัยวางไว้ให้ที่


      ี่ข้างหมอน ดอกพิกุลกับดอกบุนนาคที่บานส่งกลิ่นหอมหวาน ซาบซ่านเหมือนกับ


      คำหวานที่นางผู้เป็นที่รักใช้อ้อนเวลาพูดด้วยต้นเต็งต้นแต้วต้นแก้วและดอกกาหลง


      ต่างพากันบานส่งกลิ่นหอมอยู่ โดยไม่รู้หาย คล้ายกับกลิ่นเสื้อผ้าของนางผู้เป็นที่รัก


      ดอกมะลิวัลย์ดอกจิกดอกจวงพันกันเป็นพวงส่งกลิ่นหอมโชยมาชื่นใจยิ่งนักเมื่อได้กลิ่น


      ก็ทำให้พระองค์คิดถึงนางผู้เป็นที่รักดอกลำดวนก็มีกลิ่นหอมตลบอบอวลเมื่อพระองค์


      ์ได้กลิ่นก็ทำให้มีความรู้สึกคิดถึงนางผู้เป็นที่รักอย่างเศร้าใจกลิ่นดอกรำเพยก็โชยมา


      เรื่อยๆทำให้คิดถึงเมื่อครั้งเคยเชยชมนางผู้เป็นที่รักอยู่ทุกวันไม่มีห่างเมื่อนั่งชมเหล่า


      ดอกไม้ที่สวยงามหลากหลายพรรณก็ทำให้คิดไปว่าถ้าหากนางผู้เป็นที่รักมาด้วยก็คง


      จะอ้อนให้พระองค์นั้นชี้ให้ดูดอกไม้เหล่านั้นเหล่านี้เป็นแน่


       


      เห่ชมเรือกระบวน


      โคลง


      ........เมื่อพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จทางชลมารคแล้วทรงประทับเรือกิ่งซึ่งพรั่งพร้อมด้วยกำลังพลทหารห้อมล้อมกันไปเป็นขบวนภาพของเรือต้นแวววาวระยิบระยับจากแสงสะท้อนที่มาจากพายสีทอง


       


      ถอดคำประพันธ์


       


      .........ส่วนที่เป็นกาพย์ยานี ๑๑



      ..........พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จพระราชดำเนินโดยทางชลมารคได้ประทับบนเรือต้นในการเดินทางภาพของเรือกิ่งนั้นดูแพรวพราวภาพการพายเรือนั้นก็ดูอ่อนไหว.......งดงามอย่างพร้อมเพรียงกัน
        .......ขบวนเรือนั้นแน่นเป็นแถวเป็นแนวประกอบด้วยเรือที่หัวเรือเป็นรูปสัตว์หลายๆชนิดมองเห็นธงเด่นสะพรั่งมาแต่ไกลการเดินขบวนเรือทำให้เกิดเป็นคลื่นน้ำระลอก
                เรือครุฑซึ่งบนเรือนั้นมีพลทหารกำลังพายเรืออย่างเป็นจังหวะพร้อมกับเปล่งเสียงโห่ร้อง
                เรือสรมุขลอยมาเปรียบสวยงามดั่งพิมานบนสวรรค์ที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านหมู่เมฆ เรือสรมุขตกแต่งไปด้วยม่านสีทอง หลังคาสีแดงมีลวดลายมังกรประดับอยู่
                เรือสมรรถชัยซึ่งกำลังแล่นมาเทียบเคียงกับเรือสรมุขนั้นประกอบไปด้วยกาบแก้วขนาดใหญ่มีการเกิดแสงแวววับสะท้อนกับแม่น้ำมีความงดงามมากเหมือนดั่งว่ากำลังร่อนลงจากสวรรค์ฟากฟ้าลงสู่พื้นดิน
                เรือสุวรรรณหงส์มีพู่ห้อยอย่างสวยงามล่องลอยอยู่บนสายน้ำเปรียบดั่งหงส์ที่เป็นพาหนะของพระพรหมเตือนตาให้ชม
                เรือชัยนั้นแล่นด้วยความรวดเร็วเหมือนดั่งลม มีเสียงเส้าที่คอยให้จังหวะท้ายเรือให้แล่นไปเคียงคู่กันไปกับเรือพระที่นั่งลำอื่นๆ
                เรือคชสีห์ที่กำลังแล่นไปนั้นดูแล้วชวนขบขันส่วนเรือราชสีห์ที่แล่นมาเคียงกันนั้นดูมั่นคงแข็งแรง
      เรือม้านั้นกำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้าซึ่งเรือม้าทีลักษณะที่สูงโปร่งเหมือนกับม้าทรงของพระพาย
                 เรือสิงห์ดูเหมือนกับว่ากำลังจะกระโจนลงสู่แม่น้ำและมีความลำพองใจนั้นก็แล่นป็นแถวตามๆกันมา
                 เรือนาคนั้นมองดูเหมือนกับมีชีวิตแล้วชวนขบขันกำลังจะถูกเรือมังกรแล่นตามมาทัน
                 เรือเลียงผานั้นทำท่าเหมือนกับกำลังจะกระโจนลงแม่น้ำ ส่วนเรืออินทรีย์ก็มีปีกที่เหมือนกับกำลังจะลอยไปในอากาศ
                 เสียงดนตรีนั้นดังลั่นมีเสียงก้องมาจากแตรงอน เสียงพลทหารโห่ร้องอย่างครึกครื้นทำให้เกิดความความรื่นเริงในหมู่พลทหาร


                 การเคลื่อนขบวนออกจากนั้นดูเข้มแข็งเป็นภาพที่ทำให้ชื่นอกชื่นใจมองดูเหมือนฝูงปลาที่มีมากมายในสายน้ำ


       


       


      เห่ชมปลา

      ถอดคำประพันธ์


      พันธุ์ปลาชนิดต่างๆว่ายวนเวียนอยู่ในสายน้ำทำให้มีจิตใจเศร้าหมอง ปลาทั้งหลายยังรู้ว่าไม่มีใจที่จะว่ายน้ำอยู่ในสายน้ำ พระจันทร์ส่องแสงสว่างมีความงามราวกับเนื้อตัวของปลาซึ่งมีความงามราวกับเนื้อตัวของปลาซึ่งมีคางไม่โค้งมนเหมือนกับใบหน้ารูปร่างหน้าตาของผู้ชาย เปรียบดังทองไม่เหมือนกับน้องที่ห่มผ้าสไบ ปลากระแหซึ่งมีรูปร่างคล้ายปลาตะเพียนทอง ดั่งปลาที่ว่ายจากกันไปอย่างเหมาะสม ปลานั้นแก้มช้ำเหมือนมีคนมาจับต้องคล้ายกับว่า ปลาอันอมทุกข์ไว้มาก เหมือนกับการจากลาไปจากคนรัก สีน้ำเงิน เปรียบเสมือนสีขาวผ่องเป็นมันวาวของปลาไม่เหมือนความงามของหญิงสาว งามราวกับมีเนื้อตัวสองสี ปลากรายว่ายเวียนไปเคียงคู่กันแต่นางกลับตีจากพี่ไป เห็นปลาแล้วรู้สึกเศร้าใจ ปลาหางไก่ซึ่งเป็นปลาทะเลชนิดหนึ่ง แหวกว่ายอยู่ในน้ำ ปลาชนิดนี้ไม่มีหงอน คิดเพลงยาว รูปเอวอร มีผมประบ่าเอี่ยมอร ปลาสร้อยล่องลอยว่ายวนอยู่ในแม่น้ำเหมือนปลาสร้อยในวัยในเด็ก ไม่เห็นมีความโศกเศร้าในจิตใจ ปลาเนื้ออ่อนนั้นอ่อนแต่ชื่อ เนื้อน้องหรือจะอ่อนไปทั้งกาย ใครจับต้องก็ไม่นึกอายและช้ำใจปลาเสือตาแหลมกว่าปลาทั้งหลายเปรียบเสมือนดวงตา ซึ่งดูแหลมคม มีหอยแมลงภู่เวียนว่ายน่าชื่นชม คิดความต่างๆในยามเหมาะสม เจ้าที่มีหน้าที่สระสางเส้นผมต่างสละสลวยมีกลิ่นหอม


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น