ประวัติรำวงมาตรฐาน

อยากได้ค่ะต้องรีบเอาไปทำงาน เพลงด้วยก็ดีนะคะ ขอบคูณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 118


12 ม.ค. 2551 08:20
  1. อยากได้รูปท่ารำของแต่ละเพลงด้วยอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 119

14 ม.ค. 2551 09:56
  1. สมัยนี้รำวงมีความสำคัญในการเรียนการสอนมากใครสนใจติดต่อสอบถามได้จากหนูจ่ะ0896131704

ความคิดเห็นที่ 120

14 ม.ค. 2551 15:12
  1. หนูอยากให้มีบอกภาคของเพลงด้วยอ่ะคะ

ความคิดเห็นที่ 121

15 ม.ค. 2551 14:47
  1. เบื่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่ต้องเรียนเรื่องเนี๊ย?

ความคิดเห็นที่ 122

16 ม.ค. 2551 20:48
  1. จังหวะมันเป็นยังไงอ่าคะ ร้องม่ายเป็นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 125

26 ม.ค. 2551 10:11
  1. ขอประวัติรำวงมาตรฐาน คือ มี -ประวัติ -ชื่อเพลง 10 เลพง -เนื้อร้อง -ท่ารำ -รูปแบบการแต่งกาย

ความคิดเห็นที่ 127

28 ม.ค. 2551 17:29
  1. รักน่ะเด็กโง่

ความคิดเห็นที่ 128

28 ม.ค. 2551 18:16
  1. lkjpouklpou6lp

ความคิดเห็นที่ 129

28 ม.ค. 2551 18:19
  1. love บอมเสมอน่ะ

ความคิดเห็นที่ 130

29 ม.ค. 2551 12:20
  1. รักเธอ

ความคิดเห็นที่ 131

29 ม.ค. 2551 16:38
  1. ฉันอยากให้รู้ว่ารำวงมาตรฐานมีกี่เพลงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 134

31 ม.ค. 2551 11:31
  1. สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 136

2 ก.พ. 2551 18:07
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 137

2 ก.พ. 2551 18:08
  1. ขอบคุรมากมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 140

จิงไจ
9 ก.พ. 2551 20:22
  1. หาตามเอกสาร หนังสือ อินเตอร์ ฯ ดุ สิคร้าฟ


ความคิดเห็นที่ 141

10 ก.พ. 2551 19:43
  1. <P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #cc33ff" face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" size=3>ถ้ารำเพลงแต่ละเพลงง่ายโดยเฉพาะเพลงหญิงไทยใจงาม</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 142

13 ก.พ. 2551 09:54
  1. <P><FONT face="courier new, courier, mono" size=7>อยากให้เนื้อหาสรุปให้หน่อยอ่ะค่ะ</FONT></P> <P><FONT face="Courier New" size=7>ย่อประวัติให้หน่อยอ่ะค่ะ</FONT></P> <P><FONT face="Courier New" size=7>อย่างนี้มันเยอะเกินไป</FONT></P> <P><FONT face="Courier New" size=7>ขอบคุณค่ะ</FONT></P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 151

27 ก.พ. 2551 17:23
  1. 123

ความคิดเห็นที่ 152

27 ก.พ. 2551 18:40
  1. <U>ชอบวิชานาฏศิลป์มากเลยค่ะ</U>

ความคิดเห็นที่ 153

27 ก.พ. 2551 18:54
  1. <P>1. เพลงงามแสงเดือน (ท่าสอดสร้อยมาลา)<BR>2. เพลงชาวไทย (ท่าชักแป้งผัดหน้า)<BR>3. เพลงรำมาซิมารำ (ท่ารำซ่าย)<BR>4. เพลงคืนเดือนหงาย (ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง)<BR>5. เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ (ท่าแขกเต้าเข้ารัง ท่าผาลาเพียงไหล่)<BR>6. เพลงดอกไม้ของชาติ (ท่ารำยั่ว)<BR>7. เพลงหญิงไทยใจงาม (ท่ายูงฟ้อนหาง ท่าพรหมสี่หน้า)<BR>8. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า (ท่าช้างประสานงา ท่าจันทร์ทรงกลด)<BR>9. เพลงยอดชายใจหาญ หญิง (ท่าชะนีร่ายไม้) ชาย (ท่าจ่อเพลิงกาฬ) <BR>10. เพลงบูชานักรบ หญิง ท่าขัดจางนาง (ซ้อนมือแบ) ชาย (ท่าจันทร์ทรงกลด แบมือ 2 ข้าง )<BR>หญิง (ท่าล่อแก้ว ชาย ท่าขอแก้ว)</P> <P><BR>เพลงชาวไทย<BR>คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)<BR>ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท<BR><BR>ชาวไทยเจ้าเอ๋ย ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่<BR>การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้<BR>เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์<BR>เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำรูญ<BR>เพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเรา เอย <BR><BR>ความหมาย หน้าที่ที่ชาวไทยพึงมีต่อประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำ อย่าได้ละเลยไปเสีย ในการที่เราได้มาเล่นรำวงกันอย่างสนุกสนาน ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวงนี้ก็เพราะว่าประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทำสิ่งใดๆ ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันเชิดชูชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อความสุขยิ่งๆ ขึ้นของไทยเราตลอดไป<BR>เพลงงามแสงเดือน<BR>คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)<BR>ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท<BR><BR>งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ)<BR>เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำ<BR>ขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอย<BR><BR>ความหมาย ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำให้โลกนี้ดูสวยงาม ผู้คนที่มาเล่นรำวงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความงดงามด้วย การรำวงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป<BR></P>

ความคิดเห็นที่ 156

13 พ.ค. 2551 16:32
  1. <P>กฟฝ...........</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 157

13 พ.ค. 2551 18:38
  1. <P>เอ๋อ.......งงมากมาย</P> <P>เยอะมากๆๆๆ จาเอาอันไหน นิ สรุปอันไหนถกกัลแน่ค่ะ</P> <P>เอาหั้ยมันแน่ ๆๆ นะค่ะ</P>

ความคิดเห็นที่ 158

22 พ.ค. 2551 15:22
  1. <P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff" face="Georgia, Times New Roman, Times, Serif" color=#660099 size=6>ทำไมมีแปลและเนื้อเพลงน้อยจังค่ะ</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 159

24 พ.ค. 2551 13:41
  1. <P>อยากรู้ความหมายเพลงดอกไม้ของชาติ</P> <P>ทำไมไม่มีอ่ะ&nbsp; (ฮือๆๆ)</P>

ความคิดเห็นที่ 162

3 มิ.ย. 2551 18:10
  1. อยากได้ข้อมูลค่ะหาที่เว็บไหนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 163

4 มิ.ย. 2551 18:14
  1. <P>ฉันชอบการรำมากอยู่เหมือนกันเพราะอะไรรู้ไหมคะก็เพราะว่าฉันเคยเป็นนักรำมาก่อนไงละคะก็เลยชอบ</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 164

4 มิ.ย. 2551 18:20
  1. ฉันก็ยังไม่ค่อยรู้จักรำวงมาตรฐานเท่าไรหรอนะคะแต่ที่รู้รู้มันคือท่ารำที่ใช้กันมานานแล้วพอสมควรคะฉันเคยเป็นนักรำมาก่อนที่แสดงที่โรงเรียนของฉันตอนนั้นฉันอยู่ป.5แต่ตอนนี้ฉันอยู่ม.1ฉันจำไม่ได้เเล้วว่าฉันเคยรำเพลงอะไรแต่ว่าการรำเป็นสิ่งที่อยากเหมือนกันสำหรับคนอื่นแต่สำหรับฉันก็พอได้เลยได้เป็นนักรำไงละคะอยากจะบอกกับทุกคนที่มาอ่านนะคะว่าทุกคนควรจะตั้งใจเรียนและเป็นเด็นดีของพ่อแม่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 165

9 มิ.ย. 2551 15:46
  1. โหลดมาเลย

ความคิดเห็นที่ 166

12 มิ.ย. 2551 16:10
  1. <P>การรำวงธรรมดา</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 167

15 มิ.ย. 2551 15:04
  1. <FONT size=3>งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง</FONT>

ความคิดเห็นที่ 168

15 มิ.ย. 2551 15:07
  1. <FONT style="BACKGROUND-COLOR: #ff6699">อยากได้เฉพาะประวัติรำวงเท่านั้น</FONT>

ความคิดเห็นที่ 169

15 มิ.ย. 2551 23:13
  1. <P>ขอยบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 171

20 มิ.ย. 2551 20:27
  1. <P><FONT face="courier new, courier, mono" size=5>สวัสดีค่ะหนูอยากได้เนื้อหารเกี่ยวกับ ท่ารำประจำเพลง&nbsp;ดนตรีที่ใช้ในการแสดง&nbsp;ลักษณะการแต่งกาย&nbsp;โอกาสที่ใช้ในการแสดง มีให้ไหมค๊ะหนูจะทำรายงานส่งครู</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 172

20 มิ.ย. 2551 20:36
  1. <P><FONT size=4>ช่วยหน่อยค่ะ&nbsp; เกี่ยวกับลักษณะการแต่งกาย&nbsp; ท่ารำประจำเพลง&nbsp; โอกาสที่ใช้แลดง&nbsp; ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงช่วยตอบหน่อยน๊ะค๊ะ</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 173

20 มิ.ย. 2551 20:41
  1. <FONT size=3>ลักษณะการแต่งกายของรำวงมาตรฐานเป็นแบบไหนไครู้ช่วยตอบที</FONT>

ความคิดเห็นที่ 175

28 มิ.ย. 2551 11:16
  1. เเ

ความคิดเห็นที่ 176

1 ก.ค. 2551 18:36
  1. อยากได้ชื่อผู้คิดท่ารำอ่ะ

     


ความคิดเห็นที่ 178

9 ก.ค. 2551 18:06
  1. hjkl.;kjhgfghjiutreuytf

ความคิดเห็นที่ 179

10 ก.ค. 2551 18:01
  1. ประวัติรำวงมาตรฐาน รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า "มาตรฐาน" จะเรียกกันเพียงว่า "รำวง" เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า "รำโทน" ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด เมื่อประมาณ พ.ศ. 2488 ชาวบ้านนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุความนิยม เป็นอย่างมากนี้เองจึงได้มีผู้คิดแต่งบทร้องและทำนองขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังคงจังหวะหน้าทับของโทนไว้เช่นเดิม ส่วนเนื้อร้องใดที่นิยมก็จะร้องกันอยู่ได้นาน เพลงใดเนื้อร้องไม่เป็นที่นิยมก็จะไม่นำมาร้องเท่าใดนักและก็จะเป็นที่ลืมเลือนไปในที่สุด จากนั้นก็จะมีเนื้อเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่ ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2484 - 2488 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 เพื่อเจรจาขอตั้งกองทัพในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางต่าง ๆ ในแผ่นดินไทยลำเรียงเสบียงอาหาร อาวุธและกำลังพล เพื่อใช้ในการต่อสู้กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมี จอม พล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยอมให้ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธคงจะถูกปราบปรามแน่ ด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบจากการรุกรานของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ส่งกองทัพเข้ามาโจมตีฐานทัพญี่ปุ่นทางอากาศโดยเฉพาะในยามที่เป็นคืนเดือนหงาย จะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย ข้าศึกมักจะเข้ามาโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายทำลายชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่น เมื่อช่วงคืนเดือนหงายผ่านไป คืนเดือนมืดเข้ามา ข้าศึกจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนจึงพักการรุกราน ประชาชนชาวไทย ได้รับความเดือนร้อน ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้หาวิธีการผ่อนคลายความตึงเคลียด ความหวาดผวา ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านที่ซบเซาไป กลับมาร้องรำทำเพลง นั้นก็คือ "การเล่นรำโทน" คำร้อง ทำนองและการแต่งกาย ก็ยังคงเรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย สนุกสนาน เช่นเดิม เพลงที่นิยมได้แก่ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ช่อมาลี ตามองตา ยวนยาเหล เป็นต้น ต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นศิลปะพื้นบ้านอันสวยงามของไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายควรที่จะเชิดชูให้มีระเบียบแบบแผนตามแบบนาฏศิลป์ไทย เพราะหากชาวต่างชาติมาพบเห็นจะตำหนิได้ว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยนี้มิได้มีความสวยงาม ประณีตแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีศิลปะที่แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม จึงได้มอบให้ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงและพัฒนาการรำ (รำโทน) ขึ้นใหม่ให้มีระเบียบ แบบแผน มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเนื้อร้อง ทำนอง ตลอดจน เพลงของรำวงมาตรฐาน 1. เพลงงามแสงเดือน(ท่าสอดสร้อยมาลา) 2. เพลงชาวไทย(ท่าชักแป้งผัดหน้า) 3. เพลงรำมาซิมารำ(ท่ารำส่าย) 4. เพลงคืนเดือนหงาย(ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง) 5. เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ(ท่าแขกเต้าเข้ารัง และท่าผาลงเพียงไหล่) 6. เพลงดอกไม้ของชาติ(ท่ารำยั่ว) 7. เพลงหญิงไทยใจงาม(ท่าพรหมสี่หน้า และนกยูงฟ้อนหาง) 8. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า(หญิงท่าช้างประสานงา ชายท่าจันทร์ทรงกลด) 9. เพลงยอดชายใจหาญ(หญิงชะนีร่ายไม้ ชายท่าจ่อเพลิงกาล) 10. เพลงบูชานักรบ(เที่ยวที่ 1หญิงท่าขัดจางนาง ชายท่าจันทร์ทรงกลด) (เที่ยวที่ 2หญิงท่าล่อแก้ว ท่าขอแก้ว) 1เพลงงามแสงเดือน งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่อยู่วงรำ (ซ้ำ) เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำ ขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอย 2เพลงชาวไทย ชาวไทยเจ้าเอย ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่ การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้ เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์ เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำรูญ เพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเราเอย 3เพลงรำซิมารำ รำมาซิมารำ เริงระบำกันให้สนุก ยามงานเราทำงานจริงๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขุก ถึงยามว่างเราจึงรำเล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์ ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรม เล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ มาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำของไทยเราเอย 4เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ ดวงจันทร์วันเพ็ญ ลอยเด่นอยู่ในนภา ทรงกลดสดสี รัศมีทอแสงงามตา แสงจันทร์อร่าม ฉายงามส่องฟ้า ไม่งามเท่าหน้า นวลน้องยองใย งามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทย งามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา จริตกิริยานิ่มนวลละไม วาจากังวาน อ่อนหวานจับใจ รูปทรงสมส่วน ยั่วยวนหทัย สมเป็นดอกไม้ ขวัญใจชาติเอย 5เพลงคืนเดือนหงาย ยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพรายโบกพริ้วปลิวมา เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา เย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอย 6เพลงดอกไม้ของชาติ สร้อย) ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาศนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ) เอวองค์อ่อนงาม ตามแบบนาฎศิลป์ ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น เจริญวัฒนธรรม (สร้อย) งานทุกสิ่งสามารถ สร้างชาติช่วยชาย ดำเนินตามนโยบาย สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ (สร้อย) 7เพลงหญิงไทยใจงาม เดือนพราว ดาวแวววาวระยับ แสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่น ดวงหน้า โสภาเพียงเดือนเพ็ญ คุณความดีที่เห็น เสริมให้เด่นเลิศงาม ขวัญใจ หญิงไทยส่องศรีชาติ รูปงามพิลาศ ใจกล้ากาจเรือนงาม เกียรติยศ ก้องปรากฎทั่วคาม หญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรว 8เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่ จันทร์ประจำราตรี แต่ขวัญพี่ประจำใจ ที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตย ถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอย 9เพลงยอดชายใจหาญ โอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี น้องขอร่วมชีวี กอปกรณีย์กิจชาติ แม้สุดยากลำเค็ญ ไม่ขอเว้นเดินตาม น้องจักสู้พยายาม 10เพลงบูชานักรบ น้องรัก รักบูชาพี่ ที่มั่นคง ที่มั่นคงกล้าหาญ เป็นนักสู้เชี่ยวชาญ สมศักดิ์ชาตินักรบ น้องรัก รักบูชาพี่ ที่มานะ ที่มานะอดทน หนักแสนหนักพี่ผจญ เกียรติพี่ขจรจบ น้องรัก รักบูชาพี่ ที่ขยัน ที่ขยันกิจการ บากบั่นสร้างหลักฐาน ทำทุกด้าน ทำทุกด้านครันครบ น้องรัก รักบูชาพี่ ที่รักชาติ ที่รักชาติยิ่งชีวิต เลือดและเนื้อพี่พลีอุทิศ ชาติคงอยู่ คงอยู่คู่พิภพ ประวัติเพลงรำวงมาตรฐาน รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า "มาตรฐาน" จะเรียกกันเพียงว่า "รำวง" เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า "รำโทน" ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด เมื่อประมาณ พ.ศ. 2488 ชาวบ้านนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุความนิยม เป็นอย่างมากนี้เองจึงได้มีผู้คิดแต่งบทร้องและทำนองขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังคงจังหวะหน้าทับของโทนไว้เช่นเดิม ส่วนเนื้อร้องใดที่นิยมก็จะร้องกันอยู่ได้นาน เพลงใดเนื้อร้องไม่เป็นที่นิยมก็จะไม่นำมาร้องเท่าใดนักและก็จะเป็นที่ลืมเลือนไปในที่สุด จากนั้นก็จะมีเนื้อเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่ ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2484 - 2488 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 เพื่อเจรจาขอตั้งกองทัพในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางต่าง ๆ ในแผ่นดินไทยลำเรียงเสบียงอาหาร อาวุธและกำลังพล เพื่อใช้ในการต่อสู้กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมี จอม พล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยอมให้ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธคงจะถูกปราบปรามแน่ ด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบจากการรุกรานของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ส่งกองทัพเข้ามาโจมตีฐานทัพญี่ปุ่นทางอากาศโดยเฉพาะในยามที่เป็นคืนเดือนหงาย จะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย ข้าศึกมักจะเข้ามาโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายทำลายชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่น เมื่อช่วงคืนเดือนหงายผ่านไป คืนเดือนมืดเข้ามา ข้าศึกจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนจึงพักการรุกราน ประชาชนชาวไทย ได้รับความเดือนร้อน ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้หาวิธีการผ่อนคลายความตึงเคลียด ความหวาดผวา ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านที่ซบเซาไป กลับมาร้องรำทำเพลง นั้นก็คือ "การเล่นรำโทน" คำร้อง ทำนองและการแต่งกาย ก็ยังคงเรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย สนุกสนาน เช่นเดิม เพลงที่นิยมได้แก่ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ช่อมาลี ตามองตา ยวนยาเหล เป็นต้น ต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นศิลปะพื้นบ้านอันสวยงามของไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายควรที่จะเชิดชูให้มีระเบียบแบบแผนตามแบบนาฏศิลป์ไทย เพราะหากชาวต่างชาติมาพบเห็นจะตำหนิได้ว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยนี้มิได้มีความสวยงาม ประณีตแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีศิลปะที่แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม จึงได้มอบให้ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงและพัฒนาการรำ (รำโทน) ขึ้นใหม่ให้มีระเบียบ แบบแผน มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเนื้อร้อง ทำนอง ตลอดจนเครื่องแต่งกาย เมื่อประมาณ พ.ศ. 2487 กรมศิลปากรได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่ 4 บทคือ " เพลง งามแสงเดือน" "เพลงชาวไทย" "เพลงรำซิมารำ" "เพลงคืนเดือนหงาย" ต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่อีก 6 บท คือ " เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ" "เพลงดอกไม้ของชาติ" "เพลงหญิงไทยใจงาม" "เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า" "เพลงยอดชายในหาญ" "เพลงบูชานักรบ" ในด้านทำนองนั้นรับผิดชอบโดยกรมศิลปากรและกรมประชาสัมพันธ์ ส่วนท่ารำนั้นนาฏศิลปินอาวุโสของกรมศิลปากร คือ จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) และนางลมุล ยมะคุปต์ ร่วมกันคิดท่ารำขึ้นประกอบการรำโดยนำท่ารำมาจากการรำ "แม่บท" และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกการ "รำโทน" เป็น "รำวง" ตามลักษณะของการเล่น ซึ่งวิธีการเล่นนั้นจะเล่นรวมกันเป็นวง และเคลื่อนย้ายเวียนกันไปเป็นวงทวนเข็มนาฬิกา เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ชาวไทยก็ยังคงให้ความนิยมการเล่นรำวง สืบมาจนถึงปัจจุบัน และชาวต่างชาติก็นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในงานเต้นรำต่าง ๆ จนกระทั้งมีนักประพันธ์ผู้หนึ่งเป็นชาวอเมริกัน ที่ชื่อว่า Foubion Bowers ที่ได้มาพบเห็นศิลปะการรำวงของไทย และนำไปกล่าวไว้ในหนังสือ Theatre in the East ซึ่งมีสำเนียงการเรียก "รำวง" เพี้ยนไปบ้างเล็กน้อยเป็น "รำบอง" (Rombong) ( อมรา กล่ำเจริญ , 2531 : 111) แต่อย่างไรก็ดี วัตถุประสงค์ของกรมศิลปากร ในการปรับปรุงศิลปะการรำวงทั้งหมด 10 เพลง ก็เพื่อเป็นศิลปะการรำวงที่มีระเรียบแบบแผน ทั้งคำร้อง ทำนอง ท่ารำ ตลอดจนการแต่งกายให้เป็นแบบฉบับมาตรฐาน สะดวกในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทยและสืบสานต่อไป ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงเรียก "รำวง" ที่มีศิลปะเป็นแบบฉบับมาตรฐาน ว่า "รำวงมาตรฐาน" สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ การแต่งกายในรำวงมาตรฐาน การแต่งกายของชายและหญิงในสมัยก่อนจะแต่งตามความสะดวกสบายของผู้เล่นเท่านั้นต่อมาเมื่อปรับปรุงเป็นรำวงมาตรฐานการแต่งกายจึงเน้นให้มีความพิถีพิถันมากขึ้นและนิยมแต่งกายเข้าคู่กันการแต่งกายที่นิยมเป็นส่วนมากสามารถแยกได้เป็น 4 รูปแบบคือ การแต่งกายของฝ่ายชายที่ใช้ในรำวงมาตรฐาน 1.ชุดไทยพื้นบ้าน นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อคอกลมหรือแพร 2.ชุดไทยสมัยรัชกาลที่5 นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน 3.ชุดสากล ชายใส่สูท ผูกเนทไท 4.ตามสมัยนิยม แต่งตามความเหมาะสม ตามสมัยนิยม การแต่งกายของฝ่ายหญิงที่ใช้ในรำวงมาตรฐาน 1.ชุดไทยพื้นบ้าน นุ่งผ้าถุงหรือโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนกระบอกห่มสไบ หรือ ไม่ใส่เสื้อแขนกระบอกห่มสไบก็ได้ 2.ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อคอหมูแฮมแขนพอง 3. แต่งชุดไทยเรือนต้น หรือ ไทยจักษ์กรี หรือชุดไทยอื่น ๆ ก็ได้ 4. แต่งตามสมัยนิยม หรือ แต่งตามความเหมาะสมของลักษณะงาน ซึ่งบางครั้งอาจใส่ชุดราตรีก็ได้ เครื่องดนตรี เครื่องดนตรีที่ใข้ในการ “รำโทน” หรือ “รำวง” นั้น แต่เดิมมีเครื่องดนตรีประกอบการรำ คือ โทน ฉิ่ง กรับ ต่อมาเมื่อมีการพัฒนารำโทนขึ้น จนเป็นรำวงมาตรฐานมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้เพิ่มเครื่องดนตรีประกอบเป็นวงดนตรีไทย หรือใช้ในวงดนตรีสากล บรรเลงประกอบการรำวงมาตรฐาน เช่น วงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย วงมโหรีและวงดนตรีสากล อธิบายท่ารำ งามแสงเดือน=สอดสร้อยมาลา ชาวไทย=ชักแป้งผัดหน้า รำซิมารำ=รำสาด คืนเดือนหงาย=สอดสร้อยมาลาแปลง ดวงจันทร์วันเพ็ญ=ผาลาเพียงไหล่,แขกเต้าเข้ารัง ดอกไม้ของชาติ=รำยั่ว หญิงไทยใจงาม=ยูงฟ้อนหาง,พรหมสี่หน้า ดวงจันทร์ขวัญฟ้า=ช้างประสานงา,จันทร์ทรงกลด ยอดชายใจหาญ=หญิง=ชะนีร่ายไม้ ชาย=จ่อเพลิงกาฬ บูชานักรบ=หญิง=ขัดจางนาง,ล่อแก้ว ชาย=จันทร์ทรงกลด,ขอแก้ว เพลง บูชานักรบ คำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานบ น้องรักรักบูชาพี่ ที่มั่นคงที่มั่นคงกล้าหาญ เป็นนักสู้เชี่ยวชาญ สมศักดิ์ชาตินักรบ น้องรักรักบูชาพี่ ที่มานะที่มานะอดทน หนักแสนหนักพี่ผจญ เกียรติพี่ขจรจบ น้องรักรักบูชาพี่ ที่ขยันที่ขยันกิจการ บากบั่นสร้างหลักฐาน ทำทุกด้านทำทุกด้านครันครบ น้องรักรักบูชาพี่ ที่รักชาติที่รักชาติยิ่งชีวิต เลือดเนื้อพี่พลีอุทิศ ชาติยงอยู่ยงอยู่คู่พิภพ ความหมาย น้องรักและบูชาพี่ เพราะมีความกล้าหาญ เป็นนักสู้ที่เก่งกล้าสามารถสมกับเป็นชายชาตินักรบที่มีความมานะอดทน แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญ พี่ก็ต่อสู้จนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว นอกจากนี้ยังขยันขันแข็งในงานทุกอย่าง อุตส่าห์สร้างหลักฐานให้มั่นคง และพี่ยังมีความรักในชาติบ้านเมืองยิ่งกว่าชีวิต ยอมสละได้แม้ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ชาติไทยคงอยู่คู่โลกต่อไป เพลง ยอดชายใจหาญ คำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน โอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี น้องขอร่วมชีวี กอบกรณีย์กิจชาติ แม้สุดยากลำเค็ญ ไม่ขอเว้นเดินตาม น้องจักสู้พยายาม ทำเต็มความสามารถ ความหมาย ขอผูกมิตรไมตรีกับชายผู้กล้าหาญ และจะขอมีส่วนในการทำประโยชน์ทำหน้าที่ของชาวไทย แม้จะลำบากยากแค้น ก็จะขอช่วยเหลือจนเต็มความสามารถ เพลง ดวงจันทร์ขวัญฟ้า คำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่ จันทร์ประจำราตรี แต่ขวัญพี่ประจำใจ ที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตย ถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอย ความหมาย ในเวลาค่ำคืนท้องฟ้ามีดวงจันทร์ประจำอยู่ ในใจของชายก็มีหญิงอันเป็นสุดที่รักประจำอยู่เช่นกัน สิ่งที่เทิดทูนยกย่องไว้ก็คือชาติไทยที่เป็นเอกราช มีอิสระแก่ตนไม่ขึ้นกับใคร และสิ่งที่แนบสนิทอยู่ในใจของชายก็คือหญิงอันเป็นสุดที่รัก เพลงหญิงไทยใจงาม คำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน เดือนพราว ดาวแวววาวระยับ แสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่น ดวงหน้า โสภาเพียงเดือนเพ็ญ คุณความดีที่เห็น เสริมให้เด่นเลิศงาม ขวัญใจ หญิงไทยส่งศรีชาติ รูปงามวิลาส ใจกล้ากาจเรืองนาม เกียรติยศ ก้องปรากฎทั่วคาม หญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรว ความหมาย ดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้ามีความงดงามมาก และยิ่งได้แสงอันระยิบระยับของดวงดาวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดวงจันทร์นั้นงามเด่นยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนกับดวงหน้าของหญิงสาวที่มีความงดงามอยู่แล้ว ถ้ามีคุณความดีด้วย ก็จะทำให้หญิงนั้นงามเป็นเลิศ ผู้หญิงไทยนี้เป็นขวัญใจของชาติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาติ รูปร่างก็งดงาม จิตใจก็กล้าหาญ ดังที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ทั่วไป เพลงดอกไม้ของชาติ (สร้อย) ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาสนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ) เอวองค์อ่อนงาม ตามแบบนาฎศิลป์ ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น เจริญวัฒนธรรม (สร้อย) งานทุกสิ่งสามารถ สร้างชาติช่วยชาย ดำเนินตามนโยบาย สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ (สร้อย) เพลง ดวงจันทร์วันเพ็ญ คำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท ดวงจันทร์วันเพ็ญ ลอยเด่นอยู่ในนภา ทรงกลดสดสี รัศมีทอแสงงามตา แสงจันทร์อร่าม ฉายงามส่องฟ้า ไม่งามเท่าหน้า นวลน้องยองใย งามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทย งามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา จริตกิริยานิ่มนวลละไม วาจากังวาน อ่อนหวานจับใจ รูปทรงสมส่วนยั่วยวนหทัย สมเป็นดอกไม้ขวัญใจชาติเอย ความหมาย พระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นช่างดูสวยงาม เพราะเป็นพระจันทร์ทรงกลด คือมีแสงเลื่อมกระจายออกรอบดวงจันทร์ทั้งดวง แต่ถึงจะงามอย่างไรก็ยังไม่เท่าความงามของดวงหน้าหญิงสาว ที่ดูผุดผ่องมีน้ำมีนวล อีกทั้งรูปร่างก็ดูสมส่วน กิริยาวาจาก็อ่อนหวานไพเราะ สมแล้วกับที่เปรียบว่าหญิงไทยนี้คือดอกไม้ของชาติไทยเรา เพลง คืนเดือนหงาย คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท ยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมา เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา เย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอย ความหมาย เวลากลางคืน เป็นคืนเดือนหงาย มีลมพัดมาเย็นสบายใจ แต่ก็ยังไม่สบายใจเท่ากับการที่ได้ผูกมิตรกับผู้อื่น และที่ร่มเย็นไปทั่วทุกแห่งยิ่งกว่าน้ำฝนที่โปรยลงมา ก็คือการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นเอกราช มีธงชาติไทยเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ร่มเย็นทั่วไป เพลง รำซิมารำ คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท รำซิมารำ เริงระบำกันให้สนุก ยามงานเราทำงานจริง ๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขลุก ถึงยามว่างเราจึงรำเล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์ ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรม เล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ มาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำของไทยเราเอย ความหมาย ขอพวกเรามาเล่นรำวงกันให้สนุกสนานเถิดในยามว่างเช่นนี้จะได้คลายทุกข์ ถึงเวลางานเราก็จะทำงานกันจริงๆ เพื่อจะได้ไม่ลำบาก และการรำก็จะรำอย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรมไทยของเราแล้วจะดูงดงามยิ่ง เพลงชาวไทย คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท ชาวไทยเจ้าเอ๋ย ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่ การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้ เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์ เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำรูญ เพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเรา เอย ความหมาย หน้าที่ที่ชาวไทยพึงมีต่อประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำ อย่าได้ละเลยไปเสีย ในการที่เราได้มาเล่นรำวงกันอย่างสนุกสนาน ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวงนี้ก็เพราะว่าประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทำสิ่งใดๆ ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันเชิดชูชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อความสุขยิ่งๆ ขึ้นของไทยเราตลอดไป เพลงงามแสงเดือน คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ) เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำ ขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอย ความหมาย ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำให้โลกนี้ดูสวยงาม ผู้คนที่มาเล่นรำวงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความงดงามด้วย การรำวงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป

ความคิดเห็นที่ 180

13 ก.ค. 2551 11:25
  1. พ่อตายหลอ

ความคิดเห็นที่ 181

16 ก.ค. 2551 23:04
  1. ดะเทืดเสมรีวใดเมทืสใรนั


ความคิดเห็นที่ 183

8 ส.ค. 2551 20:20
  1. ดีค่ะ....ทุกคน เราเรียนที่ อนุบาลจันทบุรี ฉันชอบเรียน ดนตรี - นาฏศิลป์

ความคิดเห็นที่ 185

21 ส.ค. 2551 17:29
  1. รำเกือบทุกเพลงแล้ว ขอบอกค่ะง่ายมักๆๆ รองรำดูสิแล้วจะรู้เอง

ความคิดเห็นที่ 186

21 ส.ค. 2551 17:36
  1. งามแสงเดือนรำง๊ายง่าย


ความคิดเห็นที่ 187

25 ส.ค. 2551 21:54
  1. ควรที่จะย่อตัวหนังสือให้กระชับไม่ยาวเกินไปและไม่ควรอฐิบายอ่ะไรที่ไม่เกี่ยวข้องมาลงในเว็บเพราะคนมันรีบ

ความคิดเห็นที่ 188

26 ส.ค. 2551 14:10
  1. บ้านน้อกนอก

ความคิดเห็นที่ 189

27 ส.ค. 2551 17:40
  1. ดีมากได้นำไปใช้ในการเรียนได้

ความคิดเห็นที่ 192

4 ก.ย. 2551 13:31
  1. ดีมากเหมือนทุกอย่าง

ความคิดเห็นที่ 193

7 ก.ย. 2551 09:31
  1. มีภาพประกอบของแต่งและเพลง


ความคิดเห็นที่ 195

11 ก.ย. 2551 19:41
  1. เอ่อขอภาพด้วยได้ไหมคับภาพประกอบง่ะไม่งั้นทำงานไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 196

11 ก.ย. 2551 20:11
  1. ขอเพลงรำวงมาตราฐาน

ความคิดเห็นที่ 197

30 ก.ย. 2551 18:16
  1. ไกล้สอบเเย้วอะ55+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5+5

ความคิดเห็นที่ 200

18 พ.ย. 2551 10:39
  1. อยากได้รูปท่ารำด้วยค่ะ จะให้หลานทำรายงาน ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 202

21 พ.ย. 2551 15:00
  1. อยากสื่อความหมายของรำวงมาตรฐานให้มากกว่านี้เพื่อให้ได้ใจความสำคัญและเพื่อนำไปใช้ประโยชน์หลายด้านเบอร์โทรติดต่อ 0804364245

ความคิดเห็นที่ 203

3 ธ.ค. 2551 16:07
  1. นะเรนส่หกระพหทื้พทืรั้กืดีกั้อกีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมาะ รีพ้ทื้ดดดเเดกด


ความคิดเห็นที่ 204

5 ธ.ค. 2551 07:55
  1. ขอบคุนมาก คร๊าบ


ความคิดเห็นที่ 205

10 ธ.ค. 2551 09:24
  1. ก็อ่านไปสิ มันมีอยุแล้ว ครบแล้ว จะเอาอะไรอีก มีเว็บให้ดู ดีกว่าไม่มีดูเรื่องมากวะ


ความคิดเห็นที่ 206

10 ธ.ค. 2551 09:41
  1. รำซิมารำ เริงระบำกันให้สนุก ยามงานเราทำงานจริง ๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขลุกถึงยามว่างเราจึงรำเล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรมเล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำมาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำของไทยเราเอย


ความคิดเห็นที่ 207

10 ธ.ค. 2551 12:11
  1. นดลดดีค่ะÍ


ความคิดเห็นที่ 208

13 ธ.ค. 2551 14:15
  1. อยากได้ความหมายเพลงดอกไม้ของชาติอ่ะค่ะ ช่วยหาให้ทีนะคะน้า


ความคิดเห็นที่ 209

15 ธ.ค. 2551 18:55
  1. ขอเพลงหน่อยสิจะสอบรำอ่ะใครรุช่วยบอกหน่อยนะ


ความคิดเห็นที่ 210

18 ธ.ค. 2551 17:39
  1. ไม่มีท่ารำเพลงรำวงมาตรฐานหรอคะ


ความคิดเห็นที่ 211

29 ธ.ค. 2551 09:16
  1. ประวัติเพลงรำวงมาตรฐานรำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า "มาตรฐาน" จะเรียกกันเพียงว่า "รำวง" เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า "รำโทน" ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2488 ชาวบ้านนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุความนิยมเป็นอย่างมากนี้เองจึงได้มีผู้คิดแต่งบทร้องและทำนองขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังคงจังหวะหน้าทับของโทนไว้เช่นเดิม ส่วนเนื้อร้องใดที่นิยมก็จะร้องกันอยู่ได้นาน เพลงใดเนื้อร้องไม่เป็นที่นิยมก็จะไม่นำมาร้องเท่าใดนักและก็จะเป็นที่ลืมเลือนไปในที่สุด จากนั้นก็จะมีเนื้อเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่ ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2484 - 2488 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 เพื่อเจรจาขอตั้งกองทัพในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางต่าง ๆ ในแผ่นดินไทยลำเรียงเสบียงอาหาร อาวุธและกำลังพล เพื่อใช้ในการต่อสู้กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมี จอม พล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยอมให้ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธคงจะถูกปราบปรามแน่ ด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบจากการรุกรานของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ส่งกองทัพเข้ามาโจมตีฐานทัพญี่ปุ่นทางอากาศโดยเฉพาะในยามที่เป็นคืนเดือนหงาย จะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย ข้าศึกมักจะเข้ามาโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายทำลายชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่นเมื่อช่วงคืนเดือนหงายผ่านไป คืนเดือนมืดเข้ามา ข้าศึกจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนจึงพักการรุกราน ประชาชนชาวไทย ได้รับความเดือนร้อน ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้หาวิธีการผ่อนคลายความตึงเคลียด ความหวาดผวา ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านที่ซบเซาไป กลับมาร้องรำทำเพลง นั้นก็คือ "การเล่นรำโทน" คำร้อง ทำนองและการแต่งกาย ก็ยังคงเรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย สนุกสนาน เช่นเดิม เพลงที่นิยมได้แก่ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ช่อมาลี ตามองตา ยวนยาเหล เป็นต้น ต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นศิลปะพื้นบ้านอันสวยงามของไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายควรที่จะเชิดชูให้มีระเบียบแบบแผนตามแบบนาฏศิลป์ไทย เพราะหากชาวต่างชาติมาพบเห็นจะตำหนิได้ว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยนี้มิได้มีความสวยงาม ประณีตแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีศิลปะที่แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม จึงได้มอบให้ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงและพัฒนาการรำ (รำโทน) ขึ้นใหม่ให้มีระเบียบ แบบแผน มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเนื้อร้อง ทำนอง ตลอดจนเครื่องแต่งกายเมื่อประมาณ พ.ศ. 2487 กรมศิลปากรได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่ 4 บทคือ " เพลง งามแสงเดือน" "เพลงชาวไทย" "เพลงรำซิมารำ" "เพลงคืนเดือนหงาย" ต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่อีก 6 บท คือ " เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ" "เพลงดอกไม้ของชาติ" "เพลงหญิงไทยใจงาม" "เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า" "เพลงยอดชายในหาญ" "เพลงบูชานักรบ" ในด้านทำนองนั้นรับผิดชอบโดยกรมศิลปากรและกรมประชาสัมพันธ์ ส่วนท่ารำนั้นนาฏศิลปินอาวุโสของกรมศิลปากร คือ จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) และนางลมุล ยมะคุปต์ ร่วมกันคิดท่ารำขึ้นประกอบการรำโดยนำท่ารำมาจากการรำ "แม่บท" และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกการ "รำโทน" เป็น "รำวง" ตามลักษณะของการเล่น ซึ่งวิธีการเล่นนั้นจะเล่นรวมกันเป็นวง และเคลื่อนย้ายเวียนกันไปเป็นวงทวนเข็มนาฬิกาเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ชาวไทยก็ยังคงให้ความนิยมการเล่นรำวง สืบมาจนถึงปัจจุบัน และชาวต่างชาติก็นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในงานเต้นรำต่าง ๆ จนกระทั้งมีนักประพันธ์ผู้หนึ่งเป็นชาวอเมริกัน ที่ชื่อว่า Foubion Bowers ที่ได้มาพบเห็นศิลปะการรำวงของไทย และนำไปกล่าวไว้ในหนังสือ Theatre in the East ซึ่งมีสำเนียงการเรียก "รำวง" เพี้ยนไปบ้างเล็กน้อยเป็น "รำบอง" (Rombong) ( อมรา กล่ำเจริญ , 2531 : 111) แต่อย่างไรก็ดี วัตถุประสงค์ของกรมศิลปากร ในการปรับปรุงศิลปะการรำวงทั้งหมด 10 เพลง ก็เพื่อเป็นศิลปะการรำวงที่มีระเรียบแบบแผน ทั้งคำร้อง ทำนอง ท่ารำ ตลอดจนการแต่งกายให้เป็นแบบฉบับมาตรฐาน สะดวกในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทยและสืบสานต่อไป ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงเรียก "รำวง" ที่มีศิลปะเป็นแบบฉบับมาตรฐาน ว่า "รำวงมาตรฐาน" สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้การแต่งกายในรำวงมาตรฐานการแต่งกายของชายและหญิงในสมัยก่อนจะแต่งตามความสะดวกสบายของผู้เล่นเท่านั้นต่อมาเมื่อปรับปรุงเป็นรำวงมาตรฐานการแต่งกายจึงเน้นให้มีความพิถีพิถันมากขึ้นและนิยมแต่งกายเข้าคู่กันการแต่งกายที่นิยมเป็นส่วนมากสามารถแยกได้เป็น 4 รูปแบบคือการแต่งกายของฝ่ายชายที่ใช้ในรำวงมาตรฐาน1.ชุดไทยพื้นบ้าน นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อคอกลมหรือแพร2.ชุดไทยสมัยรัชกาลที่5 นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน3.ชุดสากล ชายใส่สูท ผูกเนทไท4.ตามสมัยนิยม แต่งตามความเหมาะสม ตามสมัยนิยมการแต่งกายของฝ่ายหญิงที่ใช้ในรำวงมาตรฐาน1.ชุดไทยพื้นบ้าน นุ่งผ้าถุงหรือโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนกระบอกห่มสไบ หรือ ไม่ใส่เสื้อแขนกระบอกห่มสไบก็ได้2.ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อคอหมูแฮมแขนพอง3. แต่งชุดไทยเรือนต้น หรือ ไทยจักษ์กรี หรือชุดไทยอื่น ๆ ก็ได้4. แต่งตามสมัยนิยม หรือ แต่งตามความเหมาะสมของลักษณะงาน ซึ่งบางครั้งอาจใส่ชุดราตรีก็ได้เครื่องดนตรีเครื่องดนตรีที่ใข้ในการ “รำโทน” หรือ “รำวง” นั้น แต่เดิมมีเครื่องดนตรีประกอบการรำ คือ โทน ฉิ่ง กรับ ต่อมาเมื่อมีการพัฒนารำโทนขึ้น จนเป็นรำวงมาตรฐานมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้เพิ่มเครื่องดนตรีประกอบเป็นวงดนตรีไทย หรือใช้ในวงดนตรีสากล บรรเลงประกอบการรำวงมาตรฐาน เช่น วงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย วงมโหรีและวงดนตรีสากลอธิบายท่ารำงามแสงเดือน=สอดสร้อยมาลาชาวไทย=ชักแป้งผัดหน้ารำซิมารำ=รำสาดคืนเดือนหงาย=สอดสร้อยมาลาแปลงดวงจันทร์วันเพ็ญ=ผาลาเพียงไหล่,แขกเต้าเข้ารังดอกไม้ของชาติ=รำยั่วหญิงไทยใจงาม=ยูงฟ้อนหาง,พรหมสี่หน้าดวงจันทร์ขวัญฟ้า=ช้างประสานงา,จันทร์ทรงกลดยอดชายใจหาญ=หญิง=ชะนีร่ายไม้ชาย=จ่อเพลิงกาฬบูชานักรบ=หญิง=ขัดจางนาง,ล่อแก้วชาย=จันทร์ทรงกลด,ขอแก้วเพลงบูชานักรบคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานบน้องรักรักบูชาพี่ ที่มั่นคงที่มั่นคงกล้าหาญเป็นนักสู้เชี่ยวชาญ สมศักดิ์ชาตินักรบน้องรักรักบูชาพี่ ที่มานะที่มานะอดทนหนักแสนหนักพี่ผจญ เกียรติพี่ขจรจบน้องรักรักบูชาพี่ ที่ขยันที่ขยันกิจการบากบั่นสร้างหลักฐาน ทำทุกด้านทำทุกด้านครันครบน้องรักรักบูชาพี่ ที่รักชาติที่รักชาติยิ่งชีวิตเลือดเนื้อพี่พลีอุทิศ ชาติยงอยู่ยงอยู่คู่พิภพความหมาย น้องรักและบูชาพี่ เพราะมีความกล้าหาญ เป็นนักสู้ที่เก่งกล้าสามารถสมกับเป็นชายชาตินักรบที่มีความมานะอดทน แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญ พี่ก็ต่อสู้จนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว นอกจากนี้ยังขยันขันแข็งในงานทุกอย่าง อุตส่าห์สร้างหลักฐานให้มั่นคง และพี่ยังมีความรักในชาติบ้านเมืองยิ่งกว่าชีวิต ยอมสละได้แม้ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ชาติไทยคงอยู่คู่โลกต่อไปเพลงยอดชายใจหาญคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานโอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรีน้องขอร่วมชีวี กอบกรณีย์กิจชาติแม้สุดยากลำเค็ญ ไม่ขอเว้นเดินตามน้องจักสู้พยายาม ทำเต็มความสามารถความหมาย ขอผูกมิตรไมตรีกับชายผู้กล้าหาญ และจะขอมีส่วนในการทำประโยชน์ทำหน้าที่ของชาวไทย แม้จะลำบากยากแค้น ก็จะขอช่วยเหลือจนเต็มความสามารถเพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้าคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่จันทร์ประจำราตรี แต่ขวัญพี่ประจำใจที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตยถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอยความหมาย ในเวลาค่ำคืนท้องฟ้ามีดวงจันทร์ประจำอยู่ ในใจของชายก็มีหญิงอันเป็นสุดที่รักประจำอยู่เช่นกัน สิ่งที่เทิดทูนยกย่องไว้ก็คือชาติไทยที่เป็นเอกราช มีอิสระแก่ตนไม่ขึ้นกับใคร และสิ่งที่แนบสนิทอยู่ในใจของชายก็คือหญิงอันเป็นสุดที่รักเพลงหญิงไทยใจงามคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานเดือนพราว ดาวแวววาวระยับแสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่นดวงหน้า โสภาเพียงเดือนเพ็ญคุณความดีที่เห็น เสริมให้เด่นเลิศงามขวัญใจ หญิงไทยส่งศรีชาติรูปงามวิลาส ใจกล้ากาจเรืองนามเกียรติยศ ก้องปรากฎทั่วคามหญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรวความหมาย ดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้ามีความงดงามมาก และยิ่งได้แสงอันระยิบระยับของดวงดาวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดวงจันทร์นั้นงามเด่นยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนกับดวงหน้าของหญิงสาวที่มีความงดงามอยู่แล้ว ถ้ามีคุณความดีด้วย ก็จะทำให้หญิงนั้นงามเป็นเลิศ ผู้หญิงไทยนี้เป็นขวัญใจของชาติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาติ รูปร่างก็งดงาม จิตใจก็กล้าหาญ ดังที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ทั่วไปเพลงดอกไม้ของชาติ(สร้อย) ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาสนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ)เอวองค์อ่อนงาม ตามแบบนาฎศิลป์ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น เจริญวัฒนธรรม(สร้อย) งานทุกสิ่งสามารถ สร้างชาติช่วยชายดำเนินตามนโยบาย สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ(สร้อย) เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทดวงจันทร์วันเพ็ญ ลอยเด่นอยู่ในนภาทรงกลดสดสี รัศมีทอแสงงามตาแสงจันทร์อร่าม ฉายงามส่องฟ้าไม่งามเท่าหน้า นวลน้องยองใยงามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทยงามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา จริตกิริยานิ่มนวลละไมวาจากังวาน อ่อนหวานจับใจรูปทรงสมส่วนยั่วยวนหทัย สมเป็นดอกไม้ขวัญใจชาติเอยความหมาย พระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นช่างดูสวยงาม เพราะเป็นพระจันทร์ทรงกลด คือมีแสงเลื่อมกระจายออกรอบดวงจันทร์ทั้งดวง แต่ถึงจะงามอย่างไรก็ยังไม่เท่าความงามของดวงหน้าหญิงสาว ที่ดูผุดผ่องมีน้ำมีนวล อีกทั้งรูปร่างก็ดูสมส่วน กิริยาวาจาก็อ่อนหวานไพเราะ สมแล้วกับที่เปรียบว่าหญิงไทยนี้คือดอกไม้ของชาติไทยเราเพลงคืนเดือนหงายคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมาเย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอาเย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอยความหมาย เวลากลางคืน เป็นคืนเดือนหงาย มีลมพัดมาเย็นสบายใจ แต่ก็ยังไม่สบายใจเท่ากับการที่ได้ผูกมิตรกับผู้อื่น และที่ร่มเย็นไปทั่วทุกแห่งยิ่งกว่าน้ำฝนที่โปรยลงมา ก็คือการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นเอกราช มีธงชาติไทยเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ร่มเย็นทั่วไปเพลงรำซิมารำคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทรำซิมารำ เริงระบำกันให้สนุก ยามงานเราทำงานจริง ๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขลุกถึงยามว่างเราจึงรำเล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรมเล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำมาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำของไทยเราเอยความหมาย ขอพวกเรามาเล่นรำวงกันให้สนุกสนานเถิดในยามว่างเช่นนี้จะได้คลายทุกข์ ถึงเวลางานเราก็จะทำงานกันจริงๆ เพื่อจะได้ไม่ลำบาก และการรำก็จะรำอย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรมไทยของเราแล้วจะดูงดงามยิ่งเพลงชาวไทยคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทชาวไทยเจ้าเอ๋ย ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำรูญเพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเรา เอย ความหมาย หน้าที่ที่ชาวไทยพึงมีต่อประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำ อย่าได้ละเลยไปเสีย ในการที่เราได้มาเล่นรำวงกันอย่างสนุกสนาน ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวงนี้ก็เพราะว่าประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทำสิ่งใดๆ ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันเชิดชูชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อความสุขยิ่งๆ ขึ้นของไทยเราตลอดไปเพลงงามแสงเดือนคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทงามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ)เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอยความหมาย ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำให้โลกนี้ดูสวยงาม ผู้คนที่มาเล่นรำวงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความงดงามด้วย การรำวงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป


ความคิดเห็นที่ 213

18 ม.ค. 2552 14:24
  1. เราอยากให้คนที่แต่งรำวงมาตรฐานด้วยอ่ๅๅๅๅ ครายช่วยบอกในเมลล์ นี้นะ

    pukkylove2200@hotmail.com ด้วยช่วยบอกที่เราทำงายอยู่นะ เราไม่รู้จิงๆๆๆๆบอกที่เมลล์นี้ด้วยนะถ้ารู้อ่ๅ


ความคิดเห็นที่ 217

25 ม.ค. 2552 07:37
  1. ประวัติเยอะจังเรยอะ   จดมะไหวววววววว


ความคิดเห็นที่ 218

27 ม.ค. 2552 16:31
  1. ลายน่ารักๆ


ความคิดเห็นที่ 219

4 ก.พ. 2552 09:52
  1. อยากได้รูปภาพประกอบเพลง หญิงไทยใจงาม และจังหวะ ฉิ่งฉับประกอบเนื้อเพลงด้วย

ความคิดเห็นที่ 220

4 ก.พ. 2552 20:00
  1. ปรวัดรำวงมาตตาฐาน-เพลงรำวงมาตตาฐาน½


ความคิดเห็นที่ 222

14 ก.พ. 2552 15:01
  1. ดีมากอ่า


ความคิดเห็นที่ 223

24 ก.พ. 2552 19:14
  1.   ที่เกิดมาจากพื้นบ้าน  มีเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบรำโทนคือ  โทน  ฉิ่ง  ฉาบ  และกรับ  ส่วนเพลงที่นิยมกันอย่างแพร่หลายก็คือเพลงใกล้เข้ามาอีกนิด  ช่อมาลี  ตามองตา  ยวนย่าเหล  เป็นต้นในช่วง พ.ศ. 2484 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่2 ญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพที่ประเทศไทย  ไทยจึงตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตร  ทำให้คนไทยต่างหวาดผวา  ตึงเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  จึงได้ชักชวนกันเล่นเพลงพื้นเมืองที่ซบเซามานาน  คือการรำโทน  ขึ้นมาเล่นเพื่อผ่อนคลายทำให้สนุกสนานขึ้นบ้าง   การรำโทนเป็นการละเล่นที่ใช้ภาษาเรียบง่ายเนื้อร้องเป็นเชิงเย้าแหย่  หยอกล้อกันระหว่างหนุ่มสาว    ทำนองเพลง  การร้อง  ท่ารำ  การแต่งกายก็เรียบง่าย มุ่งแต่ความสนุกสนาน  มิได้ประณีตแต่อย่างใด  จอมพล ป. พิบูลสงคราม เกรงว่าชาวต่างชาติที่ได้พบเห็นจะเข้าใจว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยมิได้ประณีตงดงาม  มิได้แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม  ท่านจึงได้ให้มีการพัฒนาการรำโทนขึ้นอย่างมีแบบแผน  ประณีตงดงามทั้งท่ารำ  คำร้อง  ทำนองเพลงเครื่องดนตรี  ตลอดจนเครื่องแต่งกาย ท่ารำ   ท่ารำนั้น  มีคุณครูศุภลักษณ์  ภัทรนาวิก  คุณครูมัลลี  คงประภัศร์และคุณครูลมุล  ยมะคุปต์  ร่วมกันประดิษฐ์ท่ารำขึ้นทั้งหมด  14  แม่ท่า (ที่เรียกว่าแม่ท่า เพราะเป็นชื่อเรียกท่ารำที่อยู่ในรำแม่บท  ซึ่งบรมครูได้บัญญัติไว้และมีทั้งหมด  10  เพลงเรียกว่ารำวงมาตรฐาน)คำร้อง  จมื่นมานิตย์นเรศ  (เฉลิม  เศวตนันท์)  หัวหน้ากองสังคีตกรมศิลปากรได้ประพันธ์ขึ้นในนามกรมศิลปากรไว้ 4 เพลง  คือ1.  เพลงงามแสงเดือน2.  ชาวไทย3.  รำซิมารำ4.  คืนเดือนหงายท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลสงครามได้ประพันธ์คำร้องไว้ 6 เพลง  คือ 1.  ดวงจันทร์วันเพ็ญ 2.  ดอกไม้ของชาติ 3.  หญิงไทยใจงาม 4.  ดวงจันทร์ขวัญฟ้า 5.  ยอดชายใจหาญ 6.  บูชานักรบ ทำนอง  อาจารย์มนตรี  ตราโมท  ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยกรมศิลปากรได้แต่งทำนองไว้ 6 เพลง   คือ1.  งามแสงเดือน2.  ชาวไทย3.  รำซิมารำ4.  คืนเดือนหงาย5.  ดวงจันทร์วันเพ็ญ6.  ดอกไม้ของชาติครูเอื้อ  สุนทรสนานหัวหน้าวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ได้แต่งทำนองไว้ 4 เพลงคือ1.  หญิงไทยใจงาม2.  ดวงจันทร์ขวัญฟ้า3.  ยอดชายใจหาญ4.  บูชานักรบเครื่องดนตรีเมื่อมีการพัฒนารำโทนขึ้นจึงได้พัฒนาเครื่องดนตรีให้ใช้วงดนตรีไทยหรือดนตรีสากลบรรเลง1.เครื่องแต่งกายแบบในราชสำนักสมัยโบราณหญิง  ใส่ชุดไทยสมัยรัชกาลที่  6ชาย  ใส่เสื้อราชประแตน  นุ่งผ้าม่วง 2. แต่งแบบสากลนิยมหญิง  ชุดไทยจักรีชาย  ชุดสากล  3.  แต่งแบบชาวบ้านหญิงนุ่งโจงกระเบน  ห่มสไบเฉียงชาย  นุ่งโจงกระเบนใส่เสื้อคอพวงมาลัยแขนสั้น ผ้าคาดพุง 4.แต่งกายแบบปัจจุบันหญิง  ชุดไทยศิวาลัยชาย  เสื้อพระราชทานแขนยาวกางเกงขายาวมีผ้าผูกเอว5.แต่งกายแบบปัจจุบันหญิง  ชุดไทยเรือนต้นชาย  เสื้อพระราชทานแขนสั้นกางเกงขายาวเนื่องจากรำวงมาตรฐานมีด้วยกัน  10  เพลง  ดังนั้นแต่ละเพลงจึงใช้ท่ารำแตกต่างกันออกไปดังนี้1. เพลงงามแสงเดือนใช้ท่ารำ : สอดสร้อยมาลา   2. เพลงชาวไทย          ใช้ท่ารำ : ชักแป้งผัดหน3. เพลงรำซิมารำใช้ท่ารำ : รำส่าย4.    เพลงคืนเดือนหงายใช้ท่ารำ : สอดสร้อยมาลาแปลง5.  เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า (ใช้ท่ารำ 2 ท่า) คือใช้ท่ารำ : แขกเต้าเข้ารัง                                                    ใช้ท่ารำ : ผาลาเพียงไหล่                                  6.    เพลงดอกไม้ของชาติใช้ท่ารำ : รำยั่ว7.  เพลงหญิงไทยใจงาม (มี 2 ท่า )ใช้ท่ารำ : ยูงฟ้อนหางและใช้ท่ารำ  :  พรมสี่หน้า8. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า (ใช้ท่ารำ 2 ท่า)ใช้ท่ารำ  :  ช้างประสานงา และใช้ท่ารำ : จันทร์ทรงกลด (แปลง)9.  ยอดชายใจหาญใช้ท่ารำ : หญิง : ชะนีร่ายไม้ชาย : จ่อเพลิงกาล10.  เพลงบูชานักรบเที่ยวที่ 1  ใช้ท่ารำ :  ขัดจางนางซ้อนมือจีบ          เพลงบูชานักรบเที่ยวที่ 2 ใช้ท่ารำ :  ขัดจางนางซ้อนมือจีบ


ความคิดเห็นที่ 224

16 พ.ค. 2552 14:25
  1. ขอบคุณมากๆเลยค่าจากใจเลยถ้าไม่ได้ข้อมูลจากที่นี่หละก็แย่แน่ๆเลยเเค่เปิดเทอมงานก็เยอะมากๆเเล้วเฮ้อแย่ๆๆ


ความคิดเห็นที่ 225

31 พ.ค. 2552 13:51
  1. ช่วยสอนหน่อยครับ


ความคิดเห็นที่ 226

21 มิ.ย. 2552 15:36
  1. ขอบคุณค่ะสำหรับประวัติรำวงมาตรฐาน

ความคิดเห็นที่ 227

21 มิ.ย. 2552 16:52
  1. รำวงมาตรฐาน วิวัฒนาการมาจากการรำโทน เป็นการละเล่นพื้นเมืองของไทย ต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งเนื้อร้องและมอบให้กรมศิลปากรบรรจุท่ารำไว้เป็นมาตรฐาน เป็นเพลงที่มีเนื้อร้องสุภาพ ใช้คำง่าย ทำนองเพลงง่าย มุ่งให้เห็นวัฒนธรรมของชาติเป็นส่วนใหญ่ การแสดงจะใช้ผู้แสดงหญิงชายไม่น้อยกว่า ๕ คู่ท่ารำ คุณครูศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก คุณครูมัลลี คงประภัศร์ และคุณครูลมุล ยมะคุปต์ ได้ร่วมกันประดิษฐ์ท่ารำขึ้น ทั้งหมด ๑๔ แม่ท่า เป็นชื่อท่ารำที่อยู่ในรำแม่บท มีทั้งหมด ๑๐ เพลง ได้แก่ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลง รำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบคำร้องจมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร ได้ประพันธ์ขึ้น ๔ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลง รำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงายคุณหญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้ประพันธ์คำร้องไว้ ๖ เพลง คือ เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบทำนองอาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย กรมศิลปากร ได้แต่งทำนองไว้ ๖ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลง รำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติครูเอื้อ สุนทรสนาน หัวหน้าวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ แต่งทำนองไว้ ๔ เพลง คือ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบเครื่องดนตรีเดิมนั้น รำโทนมีเครื่องดนตรีประกอบ คือ ฉิ่ง กรับ ฉาบ และโทน เมื่อมีการพัฒนาการรำขึ้น จึงได้พัฒนาเครื่องดนตรีที่ใช้ด้วย โดยใช้วงดนตรีสากลบรรเลงการแต่งกายมิได้กำหนดเฉพาะเจาะจงว่าต้องแต่งชุดไทยอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน แต่สามารถแต่งได้หลายอย่าง เช่น แต่งชุดไทยจักรี ชุดไทยสมัย ร.๖ ชุดไทยแบบชาวบ้านคือห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน หรือชุดไทยสมัยใดก็ได้ ขอให้เป็นแบบไทย ขอให้ดูสุภาพ งดงาม ชายก็แต่งได้ทั้งชุดไทยแบบชาวบ้าน คือ นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อคอพวงมาลัย แขนสั้น ผ้าคาดเอว หรือชุดไทยเสื้อพระราชทาน กางเกงขายาว ชุดราชปะแตน หรือชุดสากลใส่เสื้อสูท ผูกเนคไทก็ได้เนื้อเพลงและความหมายของเพลงต่างๆ1.เพลง บูชานักรบคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานบน้องรักรักบูชาพี่ ที่มั่นคงที่มั่นคงกล้าหาญเป็นนักสู้เชี่ยวชาญ สมศักดิ์ชาตินักรบน้องรักรักบูชาพี่ ที่มานะที่มานะอดทนหนักแสนหนักพี่ผจญ เกียรติพี่ขจรจบน้องรักรักบูชาพี่ ที่ขยันที่ขยันกิจการบากบั่นสร้างหลักฐาน ทำทุกด้านทำทุกด้านครันครบน้องรักรักบูชาพี่ ที่รักชาติที่รักชาติยิ่งชีวิตเลือดเนื้อพี่พลีอุทิศ ชาติยงอยู่ยงอยู่คู่พิภพความหมาย น้องรักและบูชาพี่ เพราะมีความกล้าหาญ เป็นนักสู้ที่เก่งกล้าสามารถสมกับเป็นชายชาตินักรบที่มีความมานะอดทน แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญ พี่ก็ต่อสู้จนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว นอกจากนี้ยังขยันขันแข็งในงานทุกอย่าง อุตส่าห์สร้างหลักฐานให้มั่นคง และพี่ยังมีความรักในชาติบ้านเมืองยิ่งกว่าชีวิต ยอมสละได้แม้ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ชาติไทยคงอยู่คู่โลกต่อไป2.เพลง ยอดชายใจหาญคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานโอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรีน้องขอร่วมชีวี กอบกรณีย์กิจชาติแม้สุดยากลำเค็ญ ไม่ขอเว้นเดินตามน้องจักสู้พยายาม ทำเต็มความสามารถความหมาย ขอผูกมิตรไมตรีกับชายผู้กล้าหาญ และจะขอมีส่วนในการทำประโยชน์ทำหน้าที่ของชาวไทย แม้จะลำบากยากแค้น ก็จะขอช่วยเหลือจนเต็มความสามารถ3.เพลง ดวงจันทร์ขวัญฟ้าคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่จันทร์ประจำราตรี แต่ขวัญพี่ประจำใจที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตยถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอยความหมาย ในเวลาค่ำคืนท้องฟ้ามีดวงจันทร์ประจำอยู่ ในใจของชายก็มีหญิงอันเป็นสุดที่รักประจำอยู่เช่นกัน สิ่งที่เทิดทูนยกย่องไว้ก็คือชาติไทยที่เป็นเอกราช มีอิสระแก่ตนไม่ขึ้นกับใคร และสิ่งที่แนบสนิทอยู่ในใจของชายก็คือหญิงอันเป็นสุดที่รัก4.เพลงหญิงไทยใจงามคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานเดือนพราว ดาวแวววาวระยับแสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่นดวงหน้า โสภาเพียงเดือนเพ็ญคุณความดีที่เห็น เสริมให้เด่นเลิศงามขวัญใจ หญิงไทยส่งศรีชาติรูปงามวิลาส ใจกล้ากาจเรืองนามเกียรติยศ ก้องปรากฎทั่วคามหญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรวความหมาย ดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้ามีความงดงามมาก และยิ่งได้แสงอันระยิบระยับของดวงดาวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดวงจันทร์นั้นงามเด่นยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนกับดวงหน้าของหญิงสาวที่มีความงดงามอยู่แล้ว ถ้ามีคุณความดีด้วย ก็จะทำให้หญิงนั้นงามเป็นเลิศ ผู้หญิงไทยนี้เป็นขวัญใจของชาติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาติ รูปร่างก็งดงาม จิตใจก็กล้าหาญ ดังที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ทั่วไป5.เพลงดอกไม้ของชาติ(สร้อย) ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาสนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ)เอวองค์อ่อนงาม ตามแบบนาฎศิลป์ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น เจริญวัฒนธรรม(สร้อย) งานทุกสิ่งสามารถ สร้างชาติช่วยชายดำเนินตามนโยบาย สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ(สร้อย) 6.เพลง ดวงจันทร์วันเพ็ญคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทดวงจันทร์วันเพ็ญ ลอยเด่นอยู่ในนภาทรงกลดสดสี รัศมีทอแสงงามตาแสงจันทร์อร่าม ฉายงามส่องฟ้าไม่งามเท่าหน้า นวลน้องยองใยงามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทยงามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา จริตกิริยานิ่มนวลละไมวาจากังวาน อ่อนหวานจับใจรูปทรงสมส่วนยั่วยวนหทัย สมเป็นดอกไม้ขวัญใจชาติเอยความหมาย พระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นช่างดูสวยงาม เพราะเป็นพระจันทร์ทรงกลด คือมีแสงเลื่อมกระจายออกรอบดวงจันทร์ทั้งดวง แต่ถึงจะงามอย่างไรก็ยังไม่เท่าความงามของดวงหน้าหญิงสาว ที่ดูผุดผ่องมีน้ำมีนวล อีกทั้งรูปร่างก็ดูสมส่วน กิริยาวาจาก็อ่อนหวานไพเราะ สมแล้วกับที่เปรียบว่าหญิงไทยนี้คือดอกไม้ของชาติไทยเรา7.เพลง คืนเดือนหงายคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมาเย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอาเย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอยความหมาย เวลากลางคืน เป็นคืนเดือนหงาย มีลมพัดมาเย็นสบายใจ แต่ก็ยังไม่สบายใจเท่ากับการที่ได้ผูกมิตรกับผู้อื่น และที่ร่มเย็นไปทั่วทุกแห่งยิ่งกว่าน้ำฝนที่โปรยลงมา ก็คือการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นเอกราช มีธงชาติไทยเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ร่มเย็นทั่วไป8.เพลง รำซิมารำคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทรำซิมารำ เริงระบำกันให้สนุก ยามงานเราทำงานจริง ๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขลุกถึงยามว่างเราจึงรำเล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรมเล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำมาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำของไทยเราเอยความหมาย ขอพวกเรามาเล่นรำวงกันให้สนุกสนานเถิดในยามว่างเช่นนี้จะได้คลายทุกข์ ถึงเวลางานเราก็จะทำงานกันจริงๆ เพื่อจะได้ไม่ลำบาก และการรำก็จะรำอย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรมไทยของเราแล้วจะดูงดงามยิ่ง9.เพลงชาวไทยคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทชาวไทยเจ้าเอ๋ย ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำรูญเพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเรา เอย ความหมาย หน้าที่ที่ชาวไทยพึงมีต่อประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำ อย่าได้ละเลยไปเสีย ในการที่เราได้มาเล่นรำวงกันอย่างสนุกสนาน ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวงนี้ก็เพราะว่าประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทำสิ่งใดๆ ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันเชิดชูชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อความสุขยิ่งๆ ขึ้นของไทยเราตลอดไป10.เพลงงามแสงเดือนคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทงามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ)เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอยความหมาย ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำให้โลกนี้ดูสวยงาม ผู้คนที่มาเล่นรำวงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความงดงามด้วย การรำวงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป


ความคิดเห็นที่ 228

21 มิ.ย. 2552 16:56
  1. รำวงมาตรฐาน วิวัฒนาการมาจากการรำโทน เป็นการละเล่นพื้นเมืองของไทย ต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งเนื้อร้องและมอบให้กรมศิลปากรบรรจุท่ารำไว้เป็นมาตรฐาน เป็นเพลงที่มีเนื้อร้องสุภาพ ใช้คำง่าย ทำนองเพลงง่าย มุ่งให้เห็นวัฒนธรรมของชาติเป็นส่วนใหญ่ การแสดงจะใช้ผู้แสดงหญิงชายไม่น้อยกว่า ๕ คู่ท่ารำ คุณครูศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก คุณครูมัลลี คงประภัศร์ และคุณครูลมุล ยมะคุปต์ ได้ร่วมกันประดิษฐ์ท่ารำขึ้น ทั้งหมด ๑๔ แม่ท่า เป็นชื่อท่ารำที่อยู่ในรำแม่บท มีทั้งหมด ๑๐ เพลง ได้แก่ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลง รำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบคำร้องจมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร ได้ประพันธ์ขึ้น ๔ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลง รำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงายคุณหญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้ประพันธ์คำร้องไว้ ๖ เพลง คือ เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบทำนองอาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย กรมศิลปากร ได้แต่งทำนองไว้ ๖ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย เพลง รำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติครูเอื้อ สุนทรสนาน หัวหน้าวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ แต่งทำนองไว้ ๔ เพลง คือ เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบเครื่องดนตรีเดิมนั้น รำโทนมีเครื่องดนตรีประกอบ คือ ฉิ่ง กรับ ฉาบ และโทน เมื่อมีการพัฒนาการรำขึ้น จึงได้พัฒนาเครื่องดนตรีที่ใช้ด้วย โดยใช้วงดนตรีสากลบรรเลงการแต่งกายมิได้กำหนดเฉพาะเจาะจงว่าต้องแต่งชุดไทยอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน แต่สามารถแต่งได้หลายอย่าง เช่น แต่งชุดไทยจักรี ชุดไทยสมัย ร.๖ ชุดไทยแบบชาวบ้านคือห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน หรือชุดไทยสมัยใดก็ได้ ขอให้เป็นแบบไทย ขอให้ดูสุภาพ งดงาม ชายก็แต่งได้ทั้งชุดไทยแบบชาวบ้าน คือ นุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อคอพวงมาลัย แขนสั้น ผ้าคาดเอว หรือชุดไทยเสื้อพระราชทาน กางเกงขายาว ชุดราชปะแตน หรือชุดสากลใส่เสื้อสูท ผูกเนคไทก็ได้เนื้อเพลงและความหมายของเพลงต่างๆ1.เพลง บูชานักรบคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานบน้องรักรักบูชาพี่ ที่มั่นคงที่มั่นคงกล้าหาญเป็นนักสู้เชี่ยวชาญ สมศักดิ์ชาตินักรบน้องรักรักบูชาพี่ ที่มานะที่มานะอดทนหนักแสนหนักพี่ผจญ เกียรติพี่ขจรจบน้องรักรักบูชาพี่ ที่ขยันที่ขยันกิจการบากบั่นสร้างหลักฐาน ทำทุกด้านทำทุกด้านครันครบน้องรักรักบูชาพี่ ที่รักชาติที่รักชาติยิ่งชีวิตเลือดเนื้อพี่พลีอุทิศ ชาติยงอยู่ยงอยู่คู่พิภพความหมาย น้องรักและบูชาพี่ เพราะมีความกล้าหาญ เป็นนักสู้ที่เก่งกล้าสามารถสมกับเป็นชายชาตินักรบที่มีความมานะอดทน แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญ พี่ก็ต่อสู้จนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว นอกจากนี้ยังขยันขันแข็งในงานทุกอย่าง อุตส่าห์สร้างหลักฐานให้มั่นคง และพี่ยังมีความรักในชาติบ้านเมืองยิ่งกว่าชีวิต ยอมสละได้แม้ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ชาติไทยคงอยู่คู่โลกต่อไป2.เพลง ยอดชายใจหาญคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานโอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรีน้องขอร่วมชีวี กอบกรณีย์กิจชาติแม้สุดยากลำเค็ญ ไม่ขอเว้นเดินตามน้องจักสู้พยายาม ทำเต็มความสามารถความหมาย ขอผูกมิตรไมตรีกับชายผู้กล้าหาญ และจะขอมีส่วนในการทำประโยชน์ทำหน้าที่ของชาวไทย แม้จะลำบากยากแค้น ก็จะขอช่วยเหลือจนเต็มความสามารถ3.เพลง ดวงจันทร์ขวัญฟ้าคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่จันทร์ประจำราตรี แต่ขวัญพี่ประจำใจที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตยถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอยความหมาย ในเวลาค่ำคืนท้องฟ้ามีดวงจันทร์ประจำอยู่ ในใจของชายก็มีหญิงอันเป็นสุดที่รักประจำอยู่เช่นกัน สิ่งที่เทิดทูนยกย่องไว้ก็คือชาติไทยที่เป็นเอกราช มีอิสระแก่ตนไม่ขึ้นกับใคร และสิ่งที่แนบสนิทอยู่ในใจของชายก็คือหญิงอันเป็นสุดที่รัก4.เพลงหญิงไทยใจงามคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนานเดือนพราว ดาวแวววาวระยับแสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่นดวงหน้า โสภาเพียงเดือนเพ็ญคุณความดีที่เห็น เสริมให้เด่นเลิศงามขวัญใจ หญิงไทยส่งศรีชาติรูปงามวิลาส ใจกล้ากาจเรืองนามเกียรติยศ ก้องปรากฎทั่วคามหญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรวความหมาย ดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้ามีความงดงามมาก และยิ่งได้แสงอันระยิบระยับของดวงดาวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดวงจันทร์นั้นงามเด่นยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนกับดวงหน้าของหญิงสาวที่มีความงดงามอยู่แล้ว ถ้ามีคุณความดีด้วย ก็จะทำให้หญิงนั้นงามเป็นเลิศ ผู้หญิงไทยนี้เป็นขวัญใจของชาติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาติ รูปร่างก็งดงาม จิตใจก็กล้าหาญ ดังที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ทั่วไป5.เพลงดอกไม้ของชาติ(สร้อย) ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาสนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ)เอวองค์อ่อนงาม ตามแบบนาฎศิลป์ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น เจริญวัฒนธรรม(สร้อย) งานทุกสิ่งสามารถ สร้างชาติช่วยชายดำเนินตามนโยบาย สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ(สร้อย) 6.เพลง ดวงจันทร์วันเพ็ญคำร้อง ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทดวงจันทร์วันเพ็ญ ลอยเด่นอยู่ในนภาทรงกลดสดสี รัศมีทอแสงงามตาแสงจันทร์อร่าม ฉายงามส่องฟ้าไม่งามเท่าหน้า นวลน้องยองใยงามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทยงามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา จริตกิริยานิ่มนวลละไมวาจากังวาน อ่อนหวานจับใจรูปทรงสมส่วนยั่วยวนหทัย สมเป็นดอกไม้ขวัญใจชาติเอยความหมาย พระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นช่างดูสวยงาม เพราะเป็นพระจันทร์ทรงกลด คือมีแสงเลื่อมกระจายออกรอบดวงจันทร์ทั้งดวง แต่ถึงจะงามอย่างไรก็ยังไม่เท่าความงามของดวงหน้าหญิงสาว ที่ดูผุดผ่องมีน้ำมีนวล อีกทั้งรูปร่างก็ดูสมส่วน กิริยาวาจาก็อ่อนหวานไพเราะ สมแล้วกับที่เปรียบว่าหญิงไทยนี้คือดอกไม้ของชาติไทยเรา7.เพลง คืนเดือนหงายคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมาเย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอาเย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอยความหมาย เวลากลางคืน เป็นคืนเดือนหงาย มีลมพัดมาเย็นสบายใจ แต่ก็ยังไม่สบายใจเท่ากับการที่ได้ผูกมิตรกับผู้อื่น และที่ร่มเย็นไปทั่วทุกแห่งยิ่งกว่าน้ำฝนที่โปรยลงมา ก็คือการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นเอกราช มีธงชาติไทยเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ร่มเย็นทั่วไป8.เพลง รำซิมารำคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทรำซิมารำ เริงระบำกันให้สนุก ยามงานเราทำงานจริง ๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขลุกถึงยามว่างเราจึงรำเล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรมเล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำมาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำของไทยเราเอยความหมาย ขอพวกเรามาเล่นรำวงกันให้สนุกสนานเถิดในยามว่างเช่นนี้จะได้คลายทุกข์ ถึงเวลางานเราก็จะทำงานกันจริงๆ เพื่อจะได้ไม่ลำบาก และการรำก็จะรำอย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรมไทยของเราแล้วจะดูงดงามยิ่ง9.เพลงชาวไทยคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทชาวไทยเจ้าเอ๋ย ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำรูญเพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเรา เอย ความหมาย หน้าที่ที่ชาวไทยพึงมีต่อประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำ อย่าได้ละเลยไปเสีย ในการที่เราได้มาเล่นรำวงกันอย่างสนุกสนาน ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวงนี้ก็เพราะว่าประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทำสิ่งใดๆ ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันเชิดชูชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อความสุขยิ่งๆ ขึ้นของไทยเราตลอดไป10.เพลงงามแสงเดือนคำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมทงามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ)เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอยความหมาย ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำให้โลกนี้ดูสวยงาม ผู้คนที่มาเล่นรำวงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความงดงามด้วย การรำวงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป


ความคิดเห็นที่ 229

21 มิ.ย. 2552 16:59
  1. อ ะ ข อ บ น ะ คุ น น ะ ค่ ะ เ อ่ อ อมั น ถู ก แ น่ ๆช่ า ย ป่ ะ


ความคิดเห็นที่ 230

24 มิ.ย. 2552 20:22
  1. นี่จ้า...

    เพลงงามแสงเดือน

    คำร้อง   จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)

    ทำนอง   อาจารย์มนตรี  ตราโมท

         งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า    งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ)

         เราเล่นเพื่อสนุก    เปลื้องทุกข์วายระกำ

         ขอให้เล่นฟ้อนรำ    เพื่อสามัคคีเอย

    ความหมาย  ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำให้โลกนี้ดูสวยงาม  ผู้คนที่มาเล่นรำวงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความงดงามด้วย  การรำวงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป

    เพลงชาวไทย

    คำร้อง   จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)

    ทำนอง   อาจารย์มนตรี  ตราโมท

         ชาวไทยเจ้าเอ๋ย    ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่

         การที่เราได้เล่นสนุก    เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้

         เพราะชาติเราได้เสรี    มีเอกราชสมบูรณ์

         เราจึงควรช่วยชูชาติ    ให้เก่งกาจเจิดจำรูญ

         เพื่อความสุขเพิ่มพูน    ของชาวไทยเรา เอย

    ความหมาย  หน้าที่ที่ชาวไทยพึงมีต่อประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำ อย่าได้ละเลยไปเสีย  ในการที่เราได้มาเล่นรำวงกันอย่างสนุกสนาน ปราศจากทุกข์โศกทั้งปวงนี้ก็เพราะว่าประเทศไทยเรามีเอกราช ประชาชนมีเสรีในการคิดจะทำสิ่งใดๆ  ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันเชิดชูชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อความสุขยิ่งๆ ขึ้นของไทยเราตลอดไป

    เพลงรำซิมารำ

    คำร้อง   จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)

    ทำนอง   อาจารย์มนตรี  ตราโมท

                 รำซิมารำ    เริงระบำกันให้สนุก

         ยามงานเราทำงานจริง ๆ     ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขลุก

         ถึงยามว่างเราจึงรำเล่น    ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์

         ตามเยี่ยงอย่างตามยุค    เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรม

         เล่นอะไรให้มีระเบียบ    ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ

         มาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ    มาเล่นระบำของไทยเราเอย

    ความหมาย  ขอพวกเรามาเล่นรำวงกันให้สนุกสนานเถิดในยามว่างเช่นนี้จะได้คลายทุกข์  ถึงเวลางานเราก็จะทำงานกันจริงๆ เพื่อจะได้ไม่ลำบาก และการรำก็จะรำอย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรมไทยของเราแล้วจะดูงดงามยิ่ง

    เพลงคืนเดือนหงาย

    คำร้อง   จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร)

    ทำนอง   อาจารย์มนตรี  ตราโมท

         ยามกลางคืนเดือนหงาย    เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมา

         เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต    เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา

         เย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า    เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอย

    ความหมาย  เวลา กลางคืน เป็นคืนเดือนหงาย มีลมพัดมาเย็นสบายใจ แต่ก็ยังไม่สบายใจเท่ากับการที่ได้ผูกมิตรกับผู้อื่น และที่ร่มเย็นไปทั่ว ทุกแห่งยิ่งกว่าน้ำฝนที่โปรยลงมา ก็คือการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นเอกราช มีธงชาติไทยเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ร่มเย็นทั่วไป

    เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ

    คำร้อง  ท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลสงคราม

    ทำนอง   อาจารย์มนตรี  ตราโมท

         ดวงจันทร์วันเพ็ญ    ลอยเด่นอยู่ในนภา

         ทรงกลดสดสี    รัศมีทอแสงงามตา

         แสงจันทร์อร่าม    ฉายงามส่องฟ้า

         ไม่งามเท่าหน้า    นวลน้องยองใย

         งามเอยแสนงาม    งามจริงยอดหญิงชาติไทย

         งามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา    จริตกิริยานิ่มนวลละไม

         วาจากังวาน    อ่อนหวานจับใจ

         รูปทรงสมส่วนยั่วยวนหทัย    สมเป็นดอกไม้ขวัญใจชาติเอย

    ความหมาย  พระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นช่างดูสวยงาม เพราะเป็นพระจันทร์ทรงกลด คือมีแสงเลื่อมกระจายออกรอบดวงจันทร์ทั้งดวง แต่ถึงจะงามอย่างไรก็ยังไม่เท่าความงามของดวงหน้าหญิงสาว ที่ดูผุดผ่องมีน้ำมีนวล อีกทั้งรูปร่างก็ดูสมส่วน กิริยาวาจาก็อ่อนหวานไพเราะ สมแล้วกับที่เปรียบว่าหญิงไทยนี้คือดอกไม้

    เพลงดอกไม้ของชาติ

         (สร้อย)   ขวัญใจดอกไม้ของชาติ    งามวิลาสนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ)

         เอวองค์อ่อนงาม    ตามแบบนาฎศิลป์

         ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น    เจริญวัฒนธรรม

         (สร้อย)    

         งานทุกสิ่งสามารถ    สร้างชาติช่วยชาย

         ดำเนินตามนโยบาย    สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ

    เพลงหญิงไทยใจงาม

    คำร้อง   ท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลสงคราม

    ทำนอง  ครูเอื้อ  สุนทรสนาน

         เดือนพราว    ดาวแวววาวระยับ

         แสงดาวประดับ    ส่องให้เดือนงามเด่น

         ดวงหน้า    โสภาเพียงเดือนเพ็ญ

         คุณความดีที่เห็น    เสริมให้เด่นเลิศงาม

         ขวัญใจ    หญิงไทยส่งศรีชาติ

         รูปงามวิลาส    ใจกล้ากาจเรืองนาม

         เกียรติยศ    ก้องปรากฏทั่วคาม

         หญิงไทยใจงาม    ยิ่งเดือนดาวพราวแพรว

    ความหมาย  ดวง จันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้ามีความงดงามมาก  และยิ่งได้แสงอันระยิบระยับของดวงดาวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดวงจันทร์นั้นงามเด่นยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนกับดวงหน้าของหญิงสาวที่มีความงดงามอยู่แล้ว ถ้ามีคุณความดีด้วย ก็จะทำให้หญิงนั้นงามเป็นเลิศ  ผู้หญิงไทยนี้เป็นขวัญใจของชาติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาติ รูปร่างก็งดงาม จิตใจก็กล้าหาญ ดังที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ทั่วไป

    เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า

    คำร้อง   ท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลสงคราม

    ทำนอง  ครูเอื้อ  สุนทรสนาน

         ดวงจันทร์ขวัญฟ้า    ชื่นชีวาขวัญพี่

         จันทร์ประจำราตรี    แต่ขวัญพี่ประจำใจ

         ที่เทิดทูนคือชาติ    เอกราชอธิปไตย

         ถนอมแนบสนิทใน    คือขวัญใจพี่เอย

     

     

     

    ความหมาย  ในเวลาค่ำคืนท้องฟ้ามีดวงจันทร์ประจำอยู่  ในใจของชายก็มีหญิงอันเป็นสุดที่รักประจำอยู่เช่นกัน  สิ่งที่เทิดทูนยกย่องไว้ก็คือชาติไทยที่เป็นเอกราช มีอิสระแก่ตนไม่ขึ้นกับใคร และสิ่งที่แนบสนิทอยู่ในใจของชายก็คือหญิงอันเป็นสุดที่รัก

    เพลงยอดชายใจหาญ

    คำร้อง   ท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลสงคราม

    ทำนอง  ครูเอื้อ  สุนทรสนาน

         โอ้ยอดชายใจหาญ    ขอสมานไมตรี

         น้องขอร่วมชีวี    กอบกรณีย์กิจชาติ

         แม้สุดยากลำเค็ญ    ไม่ขอเว้นเดินตาม

         น้องจักสู้พยายาม    ทำเต็มความสามารถ

    ความหมาย  ขอผูกมิตรไมตรีกับชายผู้กล้าหาญ  และจะขอมีส่วนในการทำประโยชน์ทำหน้าที่ของชาวไทย แม้จะลำบากยากแค้น ก็จะขอช่วยเหลือจนเต็มความสามารถ

    เพลงบูชานักรบ

    คำร้อง   ท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลสงคราม

    ทำนอง  ครูเอื้อ  สุนทรสนาน

         น้องรักรักบูชาพี่    ที่มั่นคงที่มั่นคงกล้าหาญ

         เป็นนักสู้เชี่ยวชาญ    สมศักดิ์ชาตินักรบ

         น้องรักรักบูชาพี่     ที่มานะที่มานะอดทน

         หนักแสนหนักพี่ผจญ    เกียรติพี่ขจรจบ

         น้องรักรักบูชาพี่    ที่ขยันที่ขยันกิจการ

         บากบั่นสร้างหลักฐาน    ทำทุกด้านทำทุกด้านครันครบ

         น้องรักรักบูชาพี่    ที่รักชาติที่รักชาติยิ่งชีวิต

         เลือดเนื้อพี่พลีอุทิศ    ชาติยงอยู่ยงอยู่คู่พิภพ

    ความหมาย  น้อง รักและบูชาพี่ เพราะมีความกล้าหาญ เป็นนักสู้ที่เก่งกล้าสามารถสมกับเป็นชายชาตินักรบที่มีความมานะอดทน แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญ พี่ก็ต่อสู้จนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว  นอกจากนี้ยังขยันขันแข็งในงานทุก อย่าง อุตส่าห์สร้างหลักฐานให้มั่นคง และพี่ยังมีความรักในชาติบ้านเมืองยิ่งกว่าชีวิต ยอมสละได้แม้ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ชาติไทยคงอยู่คู่โลกต่อไป


ความคิดเห็นที่ 231

2 ก.ค. 2552 21:29
  1. มาคุยเอ็มกันได้น่ะค่ะแต่ของเป็นผู้หญิงนะไม่อยากคุยกับผู้ชาย

ความคิดเห็นที่ 232

3 ก.ค. 2552 18:15
  1. โค้ชรักมีมี่


ความคิดเห็นที่ 233

12 ก.ค. 2552 12:06
  1. ชอบมากมายค่ะ.............และแป้งอยากจะถ้ารำมากๆๆๆค่ะอิอิ


ความคิดเห็นที่ 235

19 ก.ค. 2552 15:25
  1. รำวงมาตรฐานมีทั้งหมด10เพลงมีเพลง  1งามแสงเดือน  2ชาวไทย 3รำมาซิมารำ4คืนเดือนหงาย 5ดวงจันทร์วันเพ็ญ 6ดอกไม้ของาติ 7หญิงไทยใจงาม 8ดวงจันขวัญฟ้า 9ยอดชายใจหาญ  10บูชานักรบ                 


ความคิดเห็นที่ 236

24 ก.ค. 2552 21:34
  1. บ้า.................................................................อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 237

26 ก.ค. 2552 11:56
  1. thank you

ความคิดเห็นที่ 238

31 ก.ค. 2552 18:32
  1. หาอยากจัง

ความคิดเห็นที่ 239

5 ส.ค. 2552 21:03
  1. ชีวิต งานเยอะมาก

ความคิดเห็นที่ 240

9 ส.ค. 2552 09:34
  1. ก็ดีอ่ะ


ความคิดเห็นที่ 241

9 ส.ค. 2552 14:34
  1. ขอบใจจ้า


ความคิดเห็นที่ 242

12 ส.ค. 2552 12:46
  1. วันนี้วันแม่แล้วดีใจจัง

    วันแม่วันที่สิบสองสิงหาคม

ความคิดเห็นที่ 243

12 ส.ค. 2552 12:52
  1. คนทำดีย่อมได้ดี คนทำชั่วย่อมได้ชั่ว จำเอาไว้นะพวกคนนิสัยไม่ดีทั้งหลาย


ความคิดเห็นที่ 244

16 ส.ค. 2552 08:34
  1. เอารำวงประยุกต์ไม่รำวงมาตรฐานโปรดเข้าไว้นะ


ความคิดเห็นที่ 245

23 ส.ค. 2552 19:24
  1. ตอนนี้กำลังเรียนรำวงมาตรฐานอยู่เลย

ความคิดเห็นที่ 246

29 ส.ค. 2552 14:22
  1. ไม่เห็นดีเลย

ความคิดเห็นที่ 247

30 ส.ค. 2552 15:12
  1. ยากได้ที่เยอะกว่านี้คับ

ความคิดเห็นที่ 249

6 ก.ย. 2552 12:06
  1. ขอบคุณมั่กมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 250

8 ก.ย. 2552 20:41
  1. ทำไมไม่มีความหมายของเพลงดอกไม้ของชาติอะ


ความคิดเห็นที่ 251

19 ก.ย. 2552 22:05
  1. อยากได้ประวัติเรวงมาตรฐานตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่2


ความคิดเห็นที่ 254

11 พ.ย. 2552 17:30
  1. ทัมมัยไม่มีอะไรไห้ดูเลยอ่ะ มีนิดเดียวเอง:(


ความคิดเห็นที่ 259

19 ธ.ค. 2552 13:31
  1. ขอบคุงคร่า


ความคิดเห็นที่ 260

8 ก.ค. 2553 19:02
  1. รักมุกกกกกกกกกกกกกกกกก:))

ความคิดเห็นที่ 261

20 ส.ค. 2553 12:48
  1. ดีมากนะ รักปอ

ความคิดเห็นที่ 262

19 ธ.ค. 2553 09:49
  1. ฉันก็ยังไม่ค่อยรู้จักรำวงมาตรฐานเท่าไรหรอนะคะแต่ที่รู้รู้มันคือท่ารำที่ใช้กันมานานแล้วพอสมควรคะฉันเคยเป็นนักรำมาก่อนที่แสดงที่โรงเรียนของฉันตอนนั้นฉันอยู่ป.5แต่ตอนนี้ฉันอยู่ม.1ฉันจำไม่ได้เเล้วว่าฉันเคยรำเพลงอะไรแต่ว่าการรำเป็นสิ่งที่อยากเหมือนกันสำหรับคนอื่นแต่สำหรับฉันก็พอได้เลยได้เป็นนักรำไงละคะอยากจะบอกกับทุกคนที่มาอ่านนะคะว่าทุกคนควรจะตั้งใจเรียนและเป็นเด็นดีของพ่อแม่นะคะ อ๋อหรอค่ะ จะบอกทำไมไม่รู้ ใครอยากรู้ประวัติของคุณมิทราบค่ะ ถึงต้องบอกคนอื่นเค้าเนี่ย ข้างบนนี้ไม่มีอะไรทำหรอ ทำเป็นแต่การอวด อ๋อหรอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 265

22 มิ.ย. 2554 17:26
  1. เบื่อจังเลยค่ะ ทำการบ้านก็ไม่ได้ ใครทำได้ช่วยบอกที ว่ารำวงมาตรฐานเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไรคับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น