|
ราศีไทย กับ ราศีฝรั่ง
โพสต์เมื่อ:
06:47 วันที่ 4 ส.ค. 2545 ชมแล้ว:
22,025
ตอบแล้ว:
64
เนื่องจากมีความสับสนระหว่างการกำหนดว่า ราศีที่มีความเหลื่อมลำ้กันระหว่างราศีไทย และราศีฝรั่ง เลยขอมองจากด้านดาราศาสตร์เป็นเกณฑ์ เพราะแท้จริงแล้ว ที่มาของสองระบบนี้ ก็คือตำแหน่งดาวบนท้องฟ้า อันเป็นที่มาของวิชาดาราศาสตร์นั่นเอง ขออภัยที่ต้องเขียนคำสันสกฤตด้วยภาษาอังกฤษ ที่ใส่สันสกฤตลงไปด้วยก็มั่วเอาเป็นหลักค่ะ ขออภัยถ้าหากผิดไปนะคะ
ราศีไทย ได้มาจากตำราพระเวทย์(Veda)ของฮินดู ซึ่งนับอายุย้อนหลังไปได้ 5-6000 ปี โดยชาว ภารตะ ได้รู้จักเอาตำแหน่งของดวงจันทร์มากำหนดวันเวลา จากตำแหน่งของดวงจันทร์ที่เคลื่อนผ่าน กลุ่มดาว ในแต่ละคืน เป็นแต่ละนักษัตร จากการที่ ดวงจันทร์ โคจรรอบโลก(และรอบตัวเอง) ไปตามเส้นรอบวงโคจรครบ 1 รอบ(sidereal month) ในเวลา 27.32144 วัน(solar day) เดือนทางนักษัตรที่กำหนดให้มี 27 วันเต็มๆ จึงขาดไป 1/3 วัน ทำให้ต้องมีการชดเชยในภายหลัง จากภาพจะเห็นว่า หากเอาวันพระจันทร์เต็มดวง ที่เรามองเห็นจากโลกเป็นหลัก (ภาพ a) เมื่อดวงจันทร์เดินทางไปครบเส้นรอบวงรอบโลกได้ 1 รอบ (ภาพ b) ที่เรียกว่า sidereal month นั้น จะใช้เวลา 27.32144 วัน แต่ถึงตอนนั้นแล้ว โลกก็เดินทางเคลื่อนออกไปจากจุดที่เรานับเริ่มแรก เพราะโลกเองก็โคจรรอบดวงอาทิตย์ คนบนโลกก็จะเห็นว่า พระจันทร์ยังไม่เต็มดวง คือตำแหน่งของดวงจันทร์ โลก และ ดวงอาทิตย์ ไม่ได้เรียงอยู่บนเส้นตรงแล้ว ดวงจันทร์ต้องเดินทางต่อไปอีกหน่อย ให้มากกว่าเส้นรอบวงรอบโลก 1 รอบ จึงจะตามโลกได้ทันให้คนบนโลกเห็นว่า ดวงจันทร์เต็มดวงอีกที จึงต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น เดือนๆหนึ่งทางจันทรคติ ตามสายตาชาวโลก จึงใช้เวลา 29.53059 วัน (ภาพ c) เรียกว่า synodic month (ภาพจาก Universe: Origins & Evolutions โดย Ted Snow and Kenneth Brownsberger) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 10 มี.ค. 2544 (23:20) และมีการกำหนดให้แต่ละเดือนนักษัตร มี 30 วัน ด้วยการแบ่งดวงจันทร์เป็นเสี้ยวส่วน เวลา 1วันทางนักษัตร ที่เรียกว่า Thiti จะมีเวลาสั้นกว่า เวลาที่นับด้วยดวงอาทิตย์เป็นหลัก(solar day) และกำหoด 15 thiti ก่อนวันเพ็ญเป็น Shukla paksha(ศุขลปักษ์?) และ 15 วันหลังเป็น Krishna paksha(กฤษณปักษ์?) ปฤิทินนักษัตรใช้กันในอินเดียโบราณ เดือนทางจันทรคติ เรียกตามกลุ่มดาวที่ดวงจันทร์วันเพ็ญโคจรไปพบ คือ Chitra, Vishakha, Jyeshta, Ashaada, Sharavna, Bhadrapda, Ashwija, Kaartika, Margashira, Pushya, Maagha, Phalguna. (จิตรา วิสาขา เชษฐา อัษฎา ศรวณา พัตราภา อัศวิชา การติกา มฤคศิรา ปุษยา มาฆะ พลคุณา ?) ดังนี้ นับเป็นระบบ ภารติยนักษัตร แต่เดิม นักษัตรเหล่านี้ อาจเป็นดาวเดี่ยวๆดวงเดียว จากการเอาคนบนโลกเป็นจุดอ้างอิง ก็ดูเหมือนดาวเคลื่อนไปบนท้องฟ้า หาใช่โลกหมุนไปไม่ คนโบราณเชื่อว่ามีโดมลูกกลมๆครอบเหนือหัวเรา และดาวทั้งหลายก็ติดอยู่บนโดมที่เคลื่อนไปรอบๆ เรียกว่า Celestial Sphere เป็นดังภาพข้างล่าง โดยระนาบศูนย์สูตรของ celestial sphere นี้คือ ระนาบศูนย์สูตรของโลก และ จุดเหนือหัว (zenith) ของโดมสมมตินี้ ก็คือขั้วโลกเหนือนั่นเอง ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 มี.ค. 2544 (23:27) แต่เรารู้กันแล้วว่า โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่แกนหมุนของโลก เอียงทำมุม 23.5 องศา กับ ระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่า Ecliptic Plane ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 มี.ค. 2544 (23:30) ดังนั้น ระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ก็ทำมุม 23.5 องศากับระนาบศูนย์สูตรของโลก หรือ celestial plane ไปด้วย ตามสายตาของคนที่ยืนบนโลก จะดูเหมือนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์(รวมทั้งดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ) โคจรข้ามท้องฟ้า ในแถบทางเดินเดียวกัน เรียกว่า Ecliptic ในภาพ พื้นสีฟ้าคือระนาบศุนย์สูตร ที่เป็น celestial equator ด้วย ทำมุม 23.5 องศากับ ecliptic plane คือพื้นสีเหลือง (ขออภัยที่ต้องย่อรูปจนอ่านตัวหนังสือไม่ออก ไม่งั้นแปะไม่ติดค่ะ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 10 มี.ค. 2544 (23:31) รูปแปะยังไม่ติดค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 มี.ค. 2544 (23:33) เมื่อมองจากโลก ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ จะโคจรบนฟ้าไปตามแนว Ecliptic แต่ละคืนที่ผ่านไป เนื่องจากตำแหน่งของโลก(และดวงจันทร์ที่ตามโลกไปด้วย) จะหันออกสู่จักรวาลในทิศที่ต่างๆกันไป ทำให้ดูเหมือนว่า ดวงจันทร์ไปพ้องกับดาวที่ต่างกันไปทุกคืน คนอินเดียโบราณ จึงผูกเป็นตำนานว่า พระจันทร์ไปเยี่ยมชายาคืนละองค์ ณ ตำหนักต่างๆกันทุกคืน คือกลุ่มดาว นักษัตร เหล่านี้ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปคืนละคน จนครบรอบ 27 องค์นักษัตร กลุ่มดาวที่มีตำแหน่งพ้องกับระนาบ ecliptic จึงกลายมาเป็นนักษัตรทางจันทรคติไป ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 10 มี.ค. 2544 (23:42) แต่อารยธรรมตะวันตก ที่ถือกำเนิดมาในดินแดน เมโสโปเตเมีย ได้ใช้ดวงอาทิตย์เป็นตัวกำหนดวันเวลา โดยเริ่มจากชาว Chaldean และ Akkadian (ในอิรัค และอียิปต์ปัจจุบัน) มีหลักฐานปรากฏ ว่าในครั้งแรกที่ได้ได้เริ่มใช้จักรราศีตามตำแหน่งของกลุ่มดาวที่พ้องกับ ตำแหน่งของ ดวงอาทิตย์ เป็นหลักนั้น เป็นเวลาที่นับย้อนไปในปี 1800 ก่อนคริสตกาล การใช้ปฏิทินที่มีดวงอาทิตย์เป็นตัวชี้ จึงมีความแม่นยำกว่า ปฏิทินทางจันทรคติมาก เพราะปีทางสุริยคติ ใกล้เคียงกับ เวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์มากกว่า จึงทำให้ทำนายฤดูกาลได้แม่นยำกว่า อันส่งผลให้ ปลูกพืชผลได้ผลดีกว่า ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 มี.ค. 2544 (23:49) กลุ่มดาวที่พ้องกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ 12 กลุ่ม จึงเรียกว่าเป็น จักราศี(Zodiacs) ส่วนกลุ่มดาวอื่นๆ ที่อยู่เหนือและใต้ ecliptic plane ออกไป ก็ไม่ได้นักเป็น จักรราศี เพียงเรียกเป็นกลุ่มดาว(Constellations)เท่านั้น (ซึ่งขอเว้นไว้ไม่กล่าวในที่นี้นะคะ) เมื่ออินเดียได้รับอิทธิพลอารยธรรมตะวันตกที่เข้ามาภายหลังจากที่ พระเวทย์ ได้ถูกกำหนดลงไปอย่างแน่นอนแล้ว นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า พราห์มอินเดียได้ผสมผสาน ตำราทางจักราศีทางตะวันตก เข้ากับ ระบบนักษัตรของพระเวทย์เก่า มาเป็น Jyotishya Shaastra (ชโยทิศยศาสตรา ?) ในราว 400 ปีก่อนคริสตกาล และรับเอา จักรราศี มาใช้ แต่ความที่ เดือนทางจันทรคติ เหลื่อมกันกับ เดือนทางสุริยคติ การนับราศี โดยเอาปฏิทินจันทรคติเป็นเกณฑ์ จึงทำให้เกิดความเหลื่อมลำ้กันไปด้วย เพราะต้องเอา 27 นักษัตร มาแปลงลงให้เข้ากับ 12 จักรราศี ด้วยการแบ่งนักษัตรเป็น 1/4 โดยให้ 9/4 นักษัตร เท่ากับ 1 ราศี ตำแหน่งของกลุ่มดาวที่เห็นได้บนท้องฟ้า ก็ยังมีความสูงตำ่จากขอบฟ้าต่างไป ตามแต่ว่า ผู้สังเกตการณ์จะอยู่ที่ไหนบนโลก ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 10 มี.ค. 2544 (23:54) แต่ต้องใช้เวลานานเป็นพันๆปี จึงจะสังเกตการเปลี่ยนแปลงนี้ออก เนื่องจากระบบนักษัตรนี้มีอายุห้าหกพันปีแล้ว ตำแหน่งของดาวนักษัตรจึงเปลี่ยนไปบ้าง คนรุ่นหลังที่พยายามควานหาว่าดาวดวงไหน อยู่นักษัตรอะไรเมื่อเทียบกับตำแหน่งดาวสมัยใหม่ จึงได้แต่อาศัยตำราพระเวทย์มาเทียบให้ใกล้เคียงที่สุดกับตำแหน่งดาวปัจจุบันที่เปลี่ยนไปแล้ว จึงจำต้องอนุโลมว่า ตำแหน่งนักษัตรเหล่านี้ มีเฉออกไปบ้างจากแนว ecliptic ไป 5 องศา จากตัวอย่างภาพข้างล่าง โดย S. Balakrishna, Ph.D. แสดง 3 นักษัตร คือ กฤติกา โรหินี และ มฤคศิร ซึ่งพ้องกับกลุ่มดาววัว Taurus ซึ่งมีเขาสองข้างที่ El Nath และ Zeta Tauri พ้องกับ มฤคศิรนักษัตร และ หน้าวัวคือกลุ่ม Hades ไปพ้องกับ โรหินี และ กระจุกไพลอาดีส(หรือ ดาวลูกไก่) บนไหล่วัว ไปพ้องกับ นักษัตร กฤติกา เป็นต้น ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 10 มี.ค. 2544 (23:55) อ้่างอิง S. Balakrishna, Ph.D, "Names of Stars from the Period of Vedas", http://www.geocities.com/vijayabalak/stars/nakshathra.html Nick Strobel, "Astronomy Without a Telescope", http://astronomynotes.com/nakedeye/nakedeya.htm Eirik L. Harris, "Astronomy of Vedic India", http://arcturus.pomona.edu/india/as-india.html Porter Wiseman, "The Context of Vedic India" http://arcturus.pomona.edu/india/as-india.html และคำสันสกฤตสำหรับ นักษัตร ที่ใช้บางส่วน มาจากที่คุณ วีณาแกว่งไกวไปตั้งกระทู้ไว้ที่ห้องมองอดีตที่กระทู้ http://pantip.inet.co.th/cafe/klaibann/topic/H860645.html ค่ะ ขอขอบคุณคุณวีณาฯด้วยนะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 มี.ค. 2544 (15:20) ดิฉันขอรับข่าวสารทางวิทยาศาสตร์ ด้วยคน นะ คะ ขอบคุณคะ aunlee (IP:202.22.34.110) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 17 มี.ค. 2544 (00:49) ด้วยความยินดีค่ะ คุณ aunlee จะลงชื่อในลิสต์ให้แล้วงวดหน้าจะได้รับนะคะ คิดว่าคงวันสองวันนี้หละค่ะ ถ้าเห็นเงียบไปไม่ได้รับอะไรก็มาตามอีกทีที่นี่ก็ได้นะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 ส.ค. 2545 (06:16) ตามมาอ่านครับ ชื่อดาวตามที่คุณพวงร้อยถอดไว้จากที่ฝรั่งเขียนชื่อแขก ขอผม contribute มั่ง Phalguna นั้นตรงกับที่ไทยโบลราณ (ซึ่งรับความรู้ทางนี้มาจากครูแขกเหมือนกัน) เรียกว่า ผลคุนี ว่าเป็นชื่อดาวนักษัตรมี 4 ดวง เรียกว่าดาวเพดาน หรือดาวแรด มีแรดตัวผู้ตัวเมียด้วย ดวง Jyeshata ไทยเรียกว่าดาวเชษฐาถูกแล้วครับ ดาวที่คุณพวงร้อยถอดไว้ว่าอัษฎา นั้นมาจาก Ashaada ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต ว่า อาษาฒะ แปลเป็นบาลีที่เราคุ้นมากกว่า คือ อาสาฬหะ กฤติกานั้นคือดาวลูกไก่ถูกต้อง ศุกลปักษ์ ก.ไก่ ครับ แปลว่าข้างขึ้น กฤษณ แปลว่าดำ มืด กฤษณปักษ์ จึงแปลว่าข้างแรม (ผมเคยได้ยินอีกคำว่า กาฬปักษ์) พระกฤษณะทรงมีพระกายสีคล้ำครับ ดาว พัตราภา นั้นคือ ดาวภัทรบท ตามตำราไทย เป็นชื่อดาวนักษัตรมีสี่ดวง สองดาวหน้าเรียกว่าดาวราชสีห์ตัวผู้ สองดวงหลังว่าเป็นราชสีห์ตัวเมีย Ashwija คืออะไรยังค้นไม่พบ ปุษยะ ไทยเรียกบุษยะ เป็นชื่อหมู่ดาวว่ามี 5 ดวง เรียกว่าดาวสมอสำเภา หรือดาวปุยฝ้าย ดาวพวงดอกไม้ ดาวดอกบัว หรือดาวโลง ปุษยมาส เป็นชื่อเดือน ส่วน "บุษยมาส" เป็นนามปากกาของนักเขียนไทยรุ่นเก่าท่านหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิด คือท่านที่เขียนเรื่อง บ้านทรายทอง ครับ นกข. (IP:156.106.223.98) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 5 ส.ค. 2545 (06:47) อ่านไปอีกนานในลิ้งก์ที่ทำไปที่บทความของ BalaKrishnan นั่นแหละ จึงเจอว่า เดือน Ashwija นั้นเป็นช่วงที่พระจันทร์ใกล้กับดาว Ashอini รู้เสียอย่างนี้ค่อยยังชั่ว เพราะ อัศวิน นั้นเป็นชื่อเทวดาแขกแฝดคู่หนึ่ง เป็นสารถีขับรถม้าในอากาศ นกข. (IP:156.106.223.98) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 27 พ.ย. 2547 (10:56) ช่วยเล่าประวัติความเป็นมาของราศีมังกรให้หน่อยคะ จะเอาไปทำรายงาย ขอบคุณคะ กะล้อห่อง (IP:202.29.37.40,192.168.8.74,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 27 พ.ย. 2547 (11:15) ใครที่ได้อ่านข้อความของข้าพเจ้าแล้วได้โปรดตอบให้ด้วยเพราะต้องการนำไปทำรายงานอยากได้ภายในวันนี้ได้โปรดช่วยด้วย ขอบคุณ กะล้อห่อง (IP:202.29.37.40,192.168.8.74,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 4 ธ.ค. 2547 (15:04) ขอบคุณมากครับ ผมตามค้นคว้ามาหลายปีแล้ว ผมอยากได้ ข้อมูล แบบครบ 27 ราศีอินเดีย เลยจะได้ไหมครับ มีใครพอจะเรียบเรียงให้ได้บ้าง ถ้าเปรียบเทียบราศีไทยกับฝรั่ง จะตรงอันไหนบ้าง ความจริงอย่าง 3 กลุ่มในพฤษภ พอรู้แล้ว เมถุนก็พอเดาออก แล้วขอเสริม จิตราฤกษ์ ก็ในกันย์ ปาริชาต ในพิจิก แล้วที่เหลือมันมีอะไรอีกบ้างหว่า ครูตี๋ (IP:202.47.247.146,10.1.4.38,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 21 ม.ค. 2548 (19:30) ใครเป็นผู้ตั้งชื่อจักราศีคนแรก จาตุรน (IP:203.150.218.197,203.150.97.198,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 21 ม.ค. 2548 (19:31) ตอบหน่อยนะคับผมจำเป็นต้องทำรายงาน จาตุรน (IP:203.150.218.197,203.150.97.198,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 21 ก.พ. 2548 (03:54) เรื่องตั้งจักราศีคนแรกนั้น หาที่มาไม่ได้หรอกครับ ไม่ต้องไปคิดให้เสียเวลา เพราะมันเป็นภูมิปัญญาที่ใช้เวลาสั่งสมกันมาเป็นร้อยๆ พันๆ ปีครับ ในโลกโบราณ อารยธรรมที่เจริญล้วนมีรากฐานมาจากการศึกษาจักรวาลวิทยากันทั้งนั้น อิยิปต์ เมโสโปเตเมีย กรีก โรมัน อินเดีย จีน มายา อินคา ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีตำราโหราศาสตร์ของตัวเองกันทั้งนั้น แต่ว่าใครจะให้อิทธิพลใครนั้น นี่สิเป็นเรื่องที่น่าศึกษาครับ ส่วนของไทยเรา เชื่อได้ว่ารับแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องจักรวาลวิทยามาจากเขมรครับ ซึ่งเขมรเองก็รับมาจากอินเดียอีกต่อหนึ่ง (คนไทดั้งเดิมนั้น รับอิทธิพลการวันเดือนปีมาจากจีนครับ หลักฐานคือ สิบสองนักษัตร แต่ว่าชื่อของสิบสองนักษัตรน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากเขมร แล้วหลักอีกอย่างคือ พวกใบลานของล้านนาครับ ซึ่งในนั้นยังคงใช้ระบบนับวันเดือนปีที่ดัดแปลงมาจากจีนอยู่) เห็นว่าคุณครูตี๋ต้องการทราบกลุ่มดาวทั้ง ๒๗ กลุ่ม ผมเลยขอนำเสนอดังนี้ครับ "นักษัตร" ที่หมายถึง ดาว หรือ ดาวฤกษ์ มี ๒๗ หมู่ คือ ๑. อัศวินี, อัสสนี (ดาวม้า ดาวคู่ม้า หรือ ดาวอัศวยุช) มี ๗ ดวง ๒. ภรณี (ดาวก้อนเส้า หรือ ดาวแม่ไก่) มี ๓ ดวง ๓. กฤติกา, กฤตติกา, กัตติกา (ดาวธงสามเหลี่ยม หรือ ดาวลูกไก่) มี ๘ ดวง ๔. โรหิณี (ดาวพราหมี ดาวปลาตะเพียน หรือ ดาวคางหมู) มี ๗ ดวง ๕. มฤคศิร, มฤคเศียร, มิคสิระ (ดาวหัวเต่า ดาวหัวเนื้อ ดาวศีรษะเนื้อ ดาวศีรษะโค ดาวมฤคศิรัส หรือ ดาวอาครหายณี) มี ๓ ดวง ๖. อารทรา, อทระ (ดาวอัททา ดาวตัวโค หรือ ดาวตาสำเภา) มี ๑ ดวง ๗. ปุนัพสุ, ปุนัพพสู (ดาวหัวสำเภา ดาวสำเภาทอง ดาวสะเภา ดาวยามเกา หรือ ดาวตาเรือชัย) มี ๓ ดวง ๘. บุษยะ, บุษย์, ปุษยะ, ปุสสะ (ดาวปุยฝ้าย ดาวพวงดอกไม้ ดาวดอกบัว ดาวโลง ดาวปู ดาวสมอสำเภา หรือ ดาวสิธยะ) มี ๕ ดวง ๙. อาศเลษา, อสิเลสะ (ดาวเรือน หรือ ดาวนกอยู่ในปล่อง) มี ๕ ดวง ๑๐. มฆ, มฆา, มาฆะ (ดาวโคมูตร ดาววานร ดาวงอนไถ หรือ ดาวงูผู้) มี ๕ ดวง ๑๑. บุรพผลคุนี, ปุรพผลคุนี, ปุพพผลคุนี (ดาววัวตัวผู้ หรือ ดาวงูเมีย) มี ๒ ดวง ๑๒. อุตรผลคุนี, อุตตรผลคุนี (ดาวเพดาน หรือ ดาววัวตัวเมีย) มี ๒ ดวง ๑๓. หัสต, หัสตะ, หัฏฐะ (ดาวศอกคู้ หรือ ดาวศีรษะช้าง) มี ๕ ดวง ๑๔. จิตระ, จิตรา (ดาวต่อมน้ำ ดาวไต้ไฟ หรือ ดาวตาจระเข้) มี ๑ ดวง ๑๕. สวาดิ, สวาตี, สวัสติ (ดาวช้างพัง หรือ ดาวงูเหลือม) มี ๕ ดวง ๑๖. วิศาขา, วิสาขะ (ดาวคันฉัตร หรือ ดาวศีรษะกระบือ) มี ๕ ดวง ๑๗. อนุราธ, อนุราธะ, อนุราธา (ดาวประจำฉัตร หรือ ดาวนกยูง) มี ๔ ดวง ๑๘. เชฏฐะ, เชษฐา (ดาวงาช้าง ดาวช้างใหญ่ ดาวคอนาค หรือ ดาวแพะ) มี ๑๔ ดวง ๑๙. มูล, มูละ, มูลา (ดาวช้างน้อย หรือ ดาวแมว) มี ๙ ดวง ๒๐. ปุรพษาฒ, บุรพอาษาฒ, บุพพาสาฬหะ (ดาวสัปคับช้าง หรือ ดาวราชสีห์ตัวผู้) มี ๓ ดวง ๒๑. อุตราษาฒ, อุตตรอาษาฒ, อุตตราสาฬหะ (ดาวแตรงอน หรือ ดาวราชสีห์ตัวเมีย) มี ๕ ดวง ๒๒. ศรวณะ, ศระวณ, สาวนะ (ดาวหลักชัย หรือ ดาวพระฤๅษี) มี ๓ ดวง ๒๓. ธนิษฐะ, ธนิษฐา (ดาวศรวิษฐา ดาวเศรษฐี หรือ ดาวไซ) มี ๔ ดวง ๒๔. ศตภิษัช, สตภิสชะ (ดาวพิมพ์ทอง หรือ ดาวยักษ์) มี ๔ ดวง ๒๕. บุรพภัทรบท, ปุพพภัททะ (ดาวโปฐบท ดาวแรดตัวผู้ หรือ ดาวหัวเนื้อทราย) มี ๒ ดวง ๒๖. อุตรภัทรบท, อุตตรภัทรบท, อุตตรภัททะ (ดาวแรดตัวเมีย หรือ ดาวไม้เท้า) มี ๒ ดวง ๒๗. เรวดี (ดาวปลาตะเพียน หรือ ดาวนาง) มี ๑๖ ดวง. คำว่า "นักษัตร" เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า "นกฺษตฺร" (อ่านว่า นัก-สัด-ตฺระ) ตรงกับคำที่มาจากภาษาบาลีว่า "นกฺขตฺต" (อ่านว่า นัก-ขัด-ตะ) หรือที่ไทยใช้ว่า "นักขัต" ส่วนกลุ่มดาวเหล่านี้เทียบกับฝรั่งแล้วตรงกับกลุ่มใดนั้น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ คาดว่าคงจะเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ คงมีการคาบเกี่ยวกับอยู่ของหมู่ดาว อันเนื่องมาจาก คนกรีก กับคนอินเดียมองการเรียงตัวของกลุ่มดาวต่างกัน จีนเองก็เช่นกันครับ ก็มองการเรียงตัวของกลุ่มดาวต่างไปจากกรีก และอินเดีย ถ้าผู้ใดทราบก็ช่วยอธิบายเพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์มากเลยครับ อันนี้แถมครับ ชื่อเดือนทางจันทรคติ(ซึ่งอาศัยวิถีโคจรของดวงจันทร์เป็นเกณฑ์)ทั้ง ๑๒ ชื่อก็เช่นกัน คือ เดือนอ้าย - มฤคศิรมาส เดือนยี่ - ปุษยมาส เดือน ๓ - มาฆมาส เดือน ๔ - ผคุณมาส เดือน ๕ - จิตรมาส เดือน ๖ - วิสาขมาส เดือน ๗ - เชษฐมาส เดือน ๘ - อาสาฬหมาส (อา-สาน-หะ-มาด) เดือน ๙ - สวนมาส (สะ-วะ-นะ-มาด) เดือน ๑๐ - ภัทรบทมาส (พัด-ทะ-ระ-บด-ทะ-มาด) เดือน ๑๑ - อัศวยุชมาส (อัด-สะ-วะ-ยุด-ชะ-มาด) เดือน ๑๒ - กัตติกมาส (กัด-ติ-กะ-มาด) เป็นชื่อเดือนที่สมัยโบราณใช้เรียกกันครับ ในสมัยอยุธยาก็เรียกกันแบบนี้ (ดูได้ในกฎหมายตราสามดวงครับ) ในศิลาจารึกโบราณก็เรียกกันแบบนี้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าเป็นการนำชื่อของกลุ่มดาวดังกล่าวมาเรียก ผมคิดว่าคงเป็นเพราะในเดือนนั้น มีตำแหน่งที่ตรงสัมพันธ์กับกลุ่มดาวนั้นๆ นั่นเองครับ อันนี้ผมสันนิษฐานนะครับ ผู้รู้ ถ้าจะช่วยให้ความกระจ่ายเพิ่มเติมก็จะดีมากครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 21 ก.พ. 2548 (15:02) ขอบคุณมากค่ะ คุณ Hotacunus ถ้าคุณเลือก วิธีแสดงกระทู้ Default ให้ แสดง ทุก ความเห็น แล้วจะได้หน้าเต็มๆทุกความเห็นของกระทู้นี้เลยค่ะ คลิกตรงนี้เลยค่ะ ดิฉันเปิดไว้แล้ว http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=101&Pid=9446&ooc=3 จะเห็นเว็บที่ดิฉันอ้างอิงไว้ ที่ S. Balakrishna, Ph.D เขียนไว้เรื่อง "Names of Stars from the Period of Vedas", ที่ http://www.geocities.com/vijayabalak/stars/nakshathra.html ค่ะ ท่าน พลกฤษณา โพสต์แผนผังดวงดาว ที่ท่านพากเพียรสานเข้ากับ นักษัตรตามความเชื่อชาวฮินดู จากพระเวทย์โบราณ เพราะตำแหน่งดาวต่างๆคลาดเคลื่อนไปจากสมัยที่ ตำราพระเวทย์เขียนเรื่องนักษัตรไว้เมื่อ ๔๕๐๐ ปีมาก่อนน่ะค่ะ ท่านได้ให้ชื่อนักษัตร ดังนี้ค่ะ (ตัวเลข คือ จำนวนดาว ชื่อที่สอง เป็นชื่ออีกแบบที่เรียกต่างกันไปในบางตำราค่ะ) Krittika 6 Agni Rohini 5 Prajaapati Mrigasheerisham 3 Soma Aardharaa 1 Rudra Punarvasu 2-4 Aditi Tishya 3 Pushya Brihaspati Aaslesha 1 Ashresha Sarpa Maghaa 5 Pitru Poorva Phalguni 2 Pubba Bhaga Uttara Phalguni 2 Uttara Hastaa 3 Savitru Chitra 1 Chitta Indra Swati 1 Vaayu Vishaaka 2 Indraagni Anooradha 4 Mitra Jyeshta 3 Indra Vichruta 11 Moola Pitru Aashada 2 Purvashada Aapah Aashada(Abhijit) 3 Uttarashada Vishvedeva Shrona 3 Shravana Vishnu Shravishta 4 Dhanishta Vasu ShathaBhishaja 100 Indra Proshtapada 2 Purvabhadra Proshtapada 2 Uttarabhadra Ahirbadhni Revathi 32 Pausha Ashwini 3 Ashwini Bharani หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |