|
กาพยานีย์ 11 เรื่องแรกของผม
โพสต์เมื่อ:
22:57 วันที่ 30 พ.ค. 2550 ชมแล้ว:
29,498
ตอบแล้ว:
178
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > บันเทิง วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > แต่งกลอน
............บุญคุณของชาวนา.............
อาชีพของชาวนา หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ...รอนรอนอ่อนแสงสูรย์.......สุดอาดูรย์รันทดใจ สีแสงอันอำไพ...................จะจากไกลลับโลกลา ส่องแสงลำสุดท้าย..............ทอประกายสวยสง่า เรืองรองทองทาบทา............จับฟ้ากว้างยามสายัณห์ สิ้นแสงก็สิ้นสี.....................เมื่อราตรีทาบทับพลัน สิ้นสุดแสงตะวัน..................ความมืดคลื้มเข้าครอบคลุม มืดมนสกลทั่ว.....................บ่เห็นตัวเข้ามั่วสุม ม่านดำเข้าล้อมรุม................ก็ห่อนเห็นที่เป็นจริง สิ้นแสงที่ส่องทาบ................ก็สิ้นภาพของทุกสิ่ง ร้างไร้ไออุ่นอิง....................ไม่ร้างไร้ใจทนง ความมืดที่ทาบทับ................มาจองจับให้จิตหลง มั่วมัวไม่รู้องค์.....................ไขว่คว้าใครให้นำทาง หวังเป็นดั่งที่พึ่ง...................ไม่คำนึงว่าหลุมพลาง ตกร่องปักขวากขวาง............ต้องช้ำตรมเพราะลมลวง โอ้แสงลำสุดท้าย................สาดส่องใหม่อย่าแหนหวง แด่ข้าผู้ช้ำทรวง...................หลงลมคนต้องทนตรอม เยอะจริงๆเลย ข้าน้องขอคารวะ ...เรียมร่ำฤทัยหมาย.........หวังข้างกายมีคู่สม เคียงกอดพรอดภิรมย์.......ชมเชยชิดทุกนิทรา แต่หวังคงสูญเปล่า...........เนื่องจากเจ้ามาหนีหน้า ร้างไกลไม่หวนมา............พาพี่เศร้าต้องเหงาตรม ก่อนเคยได้คียงคู่.............แม่โฉมตรูช่างงามสม แม่ร้างห่างชิดชม..............เหมือนหนึ่งดาวทิ้งฟ้าจร ดูดาวดวงฟากฟ้า............ส่องแสงมาทั่วเวหน ใครเล่าจักเฝ้ายล............มิใช่ตนคนข้าเดียว อยากได้ใครสักผู้...........มาคอยดูคู่แลเหลียว รักข้าเพียวคนเดียว.........ไม่ทองเทียวเลี้ยวไปไกล .....เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ผืนนภากระจ่างขจาย รัศมีแพรวพราย กระทบท้องนภาพรรณ .....ดอกฟ้าระยิบยับ วาบวับวะวาววรรณ พริบพริบกระพริบสรร สเนาะเสียงเรไรรงม .....สิ้นสูรย์ก็โสมส่อง ท้องนภาบ่เหงางม แต่ฉันไร้คู่สม ต้องตรมเหงาเศร้าคนเดียว .....มองจันทร์ไม่แจ่มใจ จะหาใครมาคู่เคียง ฟ้ามืดก็มืดเสียง มีเพียงโสมให้เรียมชม แลดูสุริยัน หายไปพลันนั้นเย็นยิ่ง จัทร์แรมแซมขึ้นอิง ตะวันทิ้งดิ่งนาวา แขไขได้ส่องแสง ประกายแจ้งแสงส่องหรา พิศท่วงทั้งทิวา ไร้จันทราว่ามืดมน ดั่งดวงใจแห่งข้า ขาดกายามาทั่วหน ดวงจินต์หมิ่นกังวล อยากได้ยลคนข้างกาย นางใดให้ข้ารัก แลประจักษ์สกาวใส สว่างกลางดวงใจ นั้นคือใครได้จากคุณ แล้วไม่มีผังกันหรือไง แล้วข้าพเจ้าจะแต่งได้อย่างไรกันนี่ แต่ดูดูไป มีแบบ ห้า และ หก ห้า และหก ถ้าจะใช่ ถูกต้องแล้วครับท่าน เข้าดูกันในกูเกิล ดูกันเสียให้เพลิน เซิร์จดำเนินเดินเข้าไป กาพยานีย์สิบเอ็ด ข้ามิเท็จบอกผิดหมาย เชื่อข้าเถิดท่านนาย ลองเข้าไปได้ผังมา ผืนแผ่นพสุธา ใต้ผืนผ้าร่มธงไทย ไตรรงค์จุดรวมใจ ประชาทั่วถิ่นสยาม ร่วมรักสมัครมั่น สมานฉันท์ทุกเขตคาม อุปสรรคและขวากหนาม ก็ฝ่าฟันมิหวั่นไหว อริราชศัตรู ที่โจมจู่อธิปไตย บุกรุกและทำลาย หวังยึดครองแผ่นดินเรา อดีตบรรพชน ต่างพลีตนใช้เลือดเขา เข้าแลกเพื่อจะเอา ผืนแผ่นดินถิ่นไทยคืน เพื่อสุขของประชา เหล่าผู้กล้าจึงหยัดยืน ต่อสู้และขัดขืน หวังเพื่อไทยอยู่เป็นไทย ผืนแผ่นพสุธา บัดนี้มาน้ำตาใหล เพราะไทยทำร้ายไทย รุกรบราฆ่ากันเอง แผ่นดินถิ่นแดนทอง กลับเนืองนองเลือดละเลง ใช่ใครมาข่มเหง แต่เพราะเราเข้าทำลาย ต่างศาสน์อุดมการณ์ ก็ต่างกันแค่เพียงใจ แต่เชื้อชาติเป็นไทย ใต้ไตรรงค์แผ่นดินเดียว หนูก็รู้ว่าคุณนี้รักชาติ มิบังอาจว่ากล่าวเล่นเป็นไฉไฉ เพราะเรานี้ชาติไตรรงค์ผืนเดียวไทย จะร่วมใจร่วมรักสามัคคี ......................จะไปเดินขบวนรวมพลรักชาติไทยไหม จะไปด้วย ........... (IP:125.25.57.75) ...ไม่ไป...เรารักสงบ--แต่ถึงรบก็ขลาด...(ไม่อยากเพิ่มความวุ่นวาย ไม่พอใจอะไรก็เดินขบาน เมื่อไหร่จะสงบ....เฮ้อออออออ...กลุ้ม.....) นู๋เปิดสื่อดูข่าวคราวในช่วงนี้ ดูช่างมีความวุ่นวายเสียเจียวหนา ช่างไม่รักประเทศกันเลยสักครา มีแต่บ้าแย่งอำนาจฉันจะครอง ฉันจะครองฉันจะใหญ่ในพิภพ แล้วเมื่อไหร่จะจบกันเสียทั้งผอง มัวแต่บ้าแก่งแย่งกันฉันจะครอง ฉันจะต้องเป็นใหญ่ใครช่างมัน ..................คุณคิดถูกแล้ว แหย่เสือเฉยๆ......น่าสงสารประเทศไทยจัง นู๋ก็กลุ้ม (IP:125.25.57.75) เก่งจัง เป็นอะไรไปห้องไหนก็เก่งจัง ข้าฯตามฟังคุณจนเบื่อเชื่อไหมหนา เขียนเข้าสิให้ต่อกลอนเพิ่มเข้ามา ผุ้คุมกฏเข้ามาไม่ด่าไป ...................แต่ข้าพเจ้าก็ผิดกฎ อยู่ไม่เขียนกาพย์ยานี นู๋ละกลุ้ม (IP:125.25.57.75) แต่ได้ในทุกด้าน หากเหล่าท่านต้องการเขียน รู้จักมีความเพียร รู้รักเรียนเขียนการกลอน เท่านี้ก็ดีโข คนเล็กโตมีคนสอน กลอนไซร้ไม่ริดรอน หายผุกร่อนเพราะคนดี ผู้คนก็มากมาย แต่ทำไมฉันยังเหงา ข้างกายมีเพียงเงา ที่คอยเฝ้าปลอบดวงใจ ตั้งแต่วันที่เธอจาก เหมือนกระชากรื้อทำลาย ความรักพลันสลาย ตายจากใจพร้อมคำลา แต่มันก็แสนนาน กับเวลาที่ผ่านมา ยังไม่ลืมใบหน้า กับแววตาเอื้อาทร ยังจำคำว่ารัก ที่ออกจากปากครั้งก่อน ไม่อาจขุดฉุดถอน ให้หลุดกร่อนออกจากใจ วันนี้มองฟ้ากว้าง สุดอ้างว้างแสนห่างไกล อยากถามฟ้าเหงาไหม ยามร้างไร้เดือนและดาว ....อันนี้ลงให้อ่านกันรึยังไม่รู้...จำไม่ได้ แต่งไว้วันที่ ๒๖ มิย ๕๐ ลงแล้วก็ขอโทษที แก่แล้ว ขี้ลืม แต่ไม่ลืขี้นะ...ฮ่าฮ่า... น่าเกลียดมาก ท่านป๋าลอว์ เดี๋ยวพี่นาตะวันมาได้ตีตายเลย ..................................... จะตีจายเรื่องไฉนหรือท่านพี่ กลอนไม่ดีหรืออย่างไรได้บอกหนา อยากจะรู้จริงจริงนะพี่ยา อยากรู้ว่านาตะวันตีทำไม ก็ที่เขียนประโยคท้ายไงคุณพี่ ลูกหว้านี้แสนขำขำคุณท่านอยู่ พูดไปได้ไม่เข้าส้วมให้ลองดู ก็รู้อยู่นาตะวันไม่ชอบฟัง ...ขำขำอย่าคิดมาก พี่ก็อยากให้สรวลเส พูดจากันฮาเฮ อย่าถือโทษโกรธโกรธา พี่นี้ก็ขี้เล่น มองเห็นเป็นตลกฮา หากน้องไม่เมตตา พี่คงตายวายชีวี ด้วยเหตุขาดคนรัก ปันใจปักมอบรักพี่ หากแม้นจะให้ดี วานน้องช่วยร่วมอวยชัย ให้มีคนเมตตา มอบรักมาให้ได้ไหม พี่นี้ยอมรับใช้ ใต้โอวาทไม่คลาดคลา ...น้ำเน่าไปหน่อยนะ..... |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |