|
กาพยานีย์ 11 เรื่องแรกของผม
โพสต์เมื่อ:
22:57 วันที่ 30 พ.ค. 2550 ชมแล้ว:
29,504
ตอบแล้ว:
178
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > บันเทิง วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > แต่งกลอน
............บุญคุณของชาวนา.............
อาชีพของชาวนา หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน กลับบ้านดีดีละ ระวังนะเดี๋ยวแม่ตี พูดไปทำไมมี ปะป๋านี้เสียราคา ........................... ใครมาอ่านท่านตายแน่ ขายไม่ออกอีกแล้ว ปล.55+++++ ...ไม่เป็นไรลูกเอ๋ย...ค้างคานมาหลายปีดีดักแล้ว จะค้างอยู่ต่อไปป๋าก็ไม่สะทกสะท้านแล้ว ปะป๋าเอง (IP:124.120.51.231) ทำไมไม่กลับบ้าน จะเย็นค่ำนะท่านหนา พอค่ำมืดอันตรายมีมากนา เด๊ยวจะหาว่าเรานี้มิเตือน คุณกูเกิลกดไปได้รู้เรื่อง ปัญญาเลื่องเพราะเป็นคอมนี่ล่ะหนา มนุษย์นี้มีคนใดได้เทียบทา จักรกลว่ายิ่งใหญ่ในทุกวัน ยังคิดไม่ออกnong_gear@hotmail.com (IP:222.123.68.252) ยามเช้าแสนสดใส หมู่แมกไม้เขียวงามตา น้ำค้างต้องบุปผา และพร่างพรมลงผืนดิน เสียงนกกู้ก้องร้อง ดังแซ่ซร้องได้ยลยิน บินวกผกโผผิน ออกหากินป่าพงไพร น้องเกียร์คิดไม่ออก นะจาบอกเสียทีพลัน ลูกหว้าก็เหมือนกัล รอป๋าท่านมาช่วยเอย หรือพี่โนวาด้วย มารีบช่วยกันเถอะเหวย ยัยลูกหว้ากระไรเลย ได้แต่เอ่ยขอคนมา ทำไมไม่ดูตน ว่าเขาก่นนินทาหนา ช่วยเหลือตนสักครา แล้วปัญญาจะพางาม โรยรินทินกร อับแสงรอนเรี่ยฟ้าไกล เปรียบดั่งอย่างหัวใจ มีสดใสแลมืดมน ยากสุขไม่ทุกข์นัก ดีใจมักเมื่อได้ผล ทุกข์ร้าวเข้ามายล กลายเป็นล้นซึ่งปวดใจ ทิวานาตะวัน แสงเจ้านั้นพลันสาดส่อง ประกายดุจสีทอง ยามเช้าตรู่เมื่อครู่มา ฝูงนกออกหากิน บินทั่วถิ่นลดเลี้ยวหา อาหารเลี้ยงกายา ยามทิวาแสนสุขใจ เย็นย่ำตะวันรอน แสงอ่อนอ่อนระเรื่อไป นาตะวันแสงยวงใย ละแมกไม้ทอต่ำลง ย่ำค่ำสุรีย์ฉาน แสงทองผ่านเริ่มมืดลง ชีวีที่อยู่คง เริ่มมืดมนอนธกาล เจ้าซุปเปอร์โนวา แสงดาราจากดาวใหญ่ สว่างกระจ่างไกล สำแดงไว้ในมืดมน แต่ยามฟ้ามืดมิด พรหมณ์ลิขิตให้อับหน มีแสงกระจ่างมล จากเบื้องบนเพียงดวงเดียว ยามเช้าเราดูนั่น นาตะวันนั้นลอยเหลียว สวยงามล้ำจริงเชียว ประเดี๋ยวเดียวเดี๋ยวลับไป อนนธกาลแล้ว สว่างแพรวคือไฉน บินฟ้าคืออะไร หากไม่ใช่ซุปเปอร์โนวา ลูกหว้าจำนวนมาก หมักแล้วมักดีกรีแรง ดื่มแล้วผิดสำแดง เสียงดังแข่งยิ่งกว่าใคร จะเป็นนาตะวัน สุริยันสาดแสงไหน ซุปเปอร์โนวาไซร้ หาได้แข่งลูกหว้าเรา ซุปเปอร์โนวาบิน ดื่มรินเหล้าลูกหว้าเขลา คงบินเซเมาเอา ตกลงพื้นแบกะดิน ตะวันหากได้ดื่ม คงลืมสาดส่องแสงสิ้น แสงทองแทบพังภิณฑ์ เมื่อดื่มลิ้มลูกหว้าเมา ต่างคนต่างโปรโมทตัวเองกันเข้าไปนิ งานนี้ถ้าไม่โปรโมทตัวเอง ใครจะมาโปรโมทให้ล่ะ นักกลอนหัดใหม่ก็ยังงี้แหละ ถึงประกาศจัดไว้ให้คนอ่าน ฝีมือนั้นไม่มีมีใครสน ต่างจากเป็นเช่นดั่งบางบุคคล โปรโมทตนไม่มากมากฝีมือ แหม โปรโมตตัวเองกันจังเลยนะครับ แต่งโปรโมทตัวเองบ้างสิครับคุณศรา_อีปราส เราแค่โปรโมทตนนิดนิดติดใจหรือ เราแค่ดื้อดึงไปไม่เชื่อเขา เราแค่กล้าเกินไปไม่หูเบา เราไม่เขลาเราไม่โง่ไม่โก้พอ ก็ตัวเราแค่นี้ก็แค่นี้ ลูกหว้านี้จะยิ่งใหญ่แค่ไหนหนอ ก็แค่นี้แค่นี้รู้จักพอ ก็แค่ขอคุ้มแค่ตัวไม่กลัวใคร เรานักเลงใหญ่...อิ..อิ.. หาใดเทียบ เดินอาดอาดวาดแขนให้กว้างกว้าง ดูเป็นผู้กว้างขวางในโรงเรยนไหน เป็นนักเลงเบ่งจริงไม่กลัวใคร หน้าไหนไหนมาเถอะมาลุกหว้าลุย ลุย..... ลุย...สงกาสัย คุณพี่ซุปเปอร์โนวาจะกลัวแล้วนะ เคยบอกแล้วนี่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่อาจอวดใครได้หรอกคุณเอ๋ย ว่างว่างก็แต่งกลอนดูเปรยเปรย ไม่งั้นก็หลับเฉยเฉยไม่เลยกลัว เอ่อลูกหว้าอย่าสับกลับกันนะ นักเลงกับอันธพาลเหมือนตีนหัว มันต่างชั้นอย่าใช้ศัพท์ให้หมองมัว นักเลงไม่ใช่ชั่วตัวก็ดี ไม่เคยหาเรื่องใครเข้าไปก่อน ใครเดือดร้อนก็ไปช่วยไม่หลีกหนี นานนานมีเรื่องกันออกมันดี อันธพาลอันนี้ไม่ได้ความ วันวันกะจะหาเรื่องวิวาท หินชาติสมควรโดนเหยียดหยาม พวกนี้ต่างหากควรโดนประนาม จะขอตามกระทู้อื่นนะขอบาย จันทราหลบหลังเมฆ เมฆโยกเยกโยเยไป จันทราเคลื่อนคล้อยไป แสงนวลใยเมฆบดบัง จันทราเพียงฉายส่อง แสงนวลต้องดั่งมนต์ขลัง เรี่ยวแรงหมดพลัง ดุจดั่งต้องมนต์แสงไป คลื่นยักษ์จักกวาดโบก พัดวิโยกให้โศกศัลย์ เป็นการอัศจรรย์ สยามนั้นมิเคยมี ผู้คนทนเศร้ามอง ทางครรลองต้องหมองศรี ทรัพย์สินที่ดินมี ทั้งพื้นที่จมหายไป |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |