|
กาพยานีย์ 11 เรื่องแรกของผม
โพสต์เมื่อ:
22:57 วันที่ 30 พ.ค. 2550 ชมแล้ว:
29,497
ตอบแล้ว:
178
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ
วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > บันเทิง วิชาการ.คอม > พักผ่อนหย่อนใจ > แต่งกลอน
............บุญคุณของชาวนา.............
อาชีพของชาวนา หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน โลกร้อนรุนแรงร้าย เราร้อนกายไม่วายเว้น รู้ไหมทำไมเป็น นั่นเพราะเราเฝ้าทำลาย ป่าไม้เคยอุดม ก็โค่นล้มจนสูญหาย จากที่มีมากมาย อึดใจเดียวราบเลี่ยนเตียน ควันพิษจากโรงงาน ก็พ่นพล่านหมุนวนเวียน เห็นแล้วชวนคลื่นเหียน อากาศพิษมากมายมี รถราก็มากโข มาวิ่งโชว์ทำไมนี่ เพิ่มไอพิษทวี แล้วเมื่ไหร่โลกหายตรม เพียงแค่สองมือน้อย ช่วยกันหน่อยไม่ขื่นขม ลดเลิกค่านิยม ความฟุ่มเฟืยที่ตนมี ต้นไม้คนละต้น ทุกทุกคนปลูกแทนที่ ป่าร้างที่เคยมี จะหายลับกลับเขียวพลัน โลกก็จะหายไข้ มนุษย์ไซร้สบายพลัน มาเถิดมาช่วยกัน สร้างโลกสวยด้วยมือเรา ..กลอนเด็ก ป.6 ตะวันหลบหลังเมฆ เมฆโยกเยกโยเยไป เคลื่อนคล้อยลอยหนไหน รีบคลาไคลเลื่อนไหลมา ตะวันแสงบรรเจิด ประกายเพริดเฉดแสงหา ทะลุหมู่เมฆา หาแก้วตายอดยาใจ สาดแสงแรงกล้าส่อง เฝ้าจ้องมองน้องอยู่ไหน เฝ้าเที่ยวเทียวไล้ไป ห้ามใจรักตลอดกาล พลันพบคนเหงาหม่น ทอแสงจนดาวร้าวฉาน เจิดจ้าทิวาวาร วานขับหมองน้องนวลใจ เพียงทอประกายแสง ขับแรงหม่นได้ไฉน จำเพาะเจาะกลางใจ ขับแสงไล่ใครหม่นตรม แสงจ้าจากตะวัน ช่างเฉิดฉันท์เสียกระไร สว่างกระจ่างไกล ร้อนแรงให้ได้แก่คุณ แสงจันทร์อันน้อยนิด ยังมีฤทธิ์ประดิษฐ์หนุน สว่างยังค่ำจุน เมื่อแสงสูรย์แลลับไป แสงดาวพราวสว่าง ส่องกระจ่างกลางผ่องใส แม้น้อยค่อยดูไป สว่างไสวในราตรี แต่แสงใจแห่งข้า ริบเรราว่าแทบสิ้น มีใครจักได้ยิน มาช่วยรินเติมเชื้อไฟ แสงเอย..แสงโนวา ดูเจิดจ้าเฉิดฉันพลันสุกใส ขับความมืดมิดแห่งราตรีใย ประกายใสสว่างฟ้าราตรีกาล แสงใดใดก็มีค่าแก่มวลโลก แสงใจโศกใจเศร้าเพราะเขาหรือ แสงแห่งข้าฯพลอยหม่นด้วยกระนั้นฤา เพราะท่านยื้อแบ่งแสงแห่งข้าไป แสงประกายลูกหว้าพราพราวใส กระจ่างไกลด้วยน้ำค้างหยั่งวิถี ดั่งตัวท่านนั้นได้ในสิ่งมี หยดน้ำนี้ดั่งกวีที่เชิดชู นาตะวันทอแสงร้อนแรงยิ่ง ประกายพริ้งเฉิดฉายพรายวับแสง เฉดสีสรรค์อันบรรเจิดเพริศดาวแดง เปลวร้อนแรงแผดเผาใครให้เป็นจุล แต่ยามรอนอ่อนแสงโรยแรงท้า กลับลับฟ้าคืนค่ำยามราตรีหนุน รอพลังแห่งวันใหม่รุ่งอรุณ แสงอบอุ่นจึงกลับมาอีกคราครั้ง แสงอบอุ่นแห่งนาตะวัน อรุณฉานส่องไปทั่วโลกหล้า ยามทิวาแหวกม่านแห่งฟากฟ้า จงอยู่ดีเถิดหนาเจ้ายาใจ แสงอรุณอบอุ่นลมุนนัก ให้ประจักษ์รักนี้พิศมัย ทั่วหล้าโลกเจ้าเหนือเกินสิ่งใด โลกคงไร้ชีวาถ้าขาดตะวัน พระพาย (IP:124.157.237.35) พระพายนั้นเป็นใคร ทำอย่างไรจึงจะรู้ มาตรองคิดคิดดู คงจะอยู่แถวแถวนี้(เอง) ตอบแทน คห.75ที่ชมฯข้า โนวาแสงเฉดสี ดุจมณีสีสวยสด พรุ่งฟ้าเวลาพลบ สีสวยกลบลบตะวัน แสงอันประกายส่อง ดุจสีทองเลิศแพรวพรรณ แสงฉายประกายตะวัน เจิดจ้าพลันลบโนวา...(อ้าว..ชมอยู่ดีดี เป็นงั้นไป) เอ๋ กระทู้นี้ผมว่าผมตอบไปแล้วหนา แต่งกลอนอย่างเนี้ยบเลยด้วยนิครับ พระนุชนาถนวลน้อง............พระพี่มองท่องตามหา ล่วงเลยหลายเพลา.............มิพบหน้าน้องยาใจ.. ค่ำค่ำใจรอนรอน................เพ้ออาวรณ์เป็นห่วงให้ น้องจากพรากไปไกล..........พี่คร่ำไห้คิดถึงนาง..
เสียงเปียโนเหงาใต้เงาเทียน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 152 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ผมเดาว่านุชนาถต้องเป็นชื่อคนที่คุณเปียโนชอบ เห็นพูดถึงจังเลย นุชนาถนวลน้องเจ้า จงบอกเขาไปเถิดหนา เขารักเจ้าเจนตา จงบอกเห็นเป็นพยาน เจ้ารักจักบอกเถิด จงเผยเปิดให้รู้กัน เปียโนโอ้โลมท่าน อย่าเหหันพลันบอกไป พระพี่เหงาระทมทุกข์..........มิได้สุขคร่ำครวญหา นุชน้องเจ้าจากลา...............ค่ำค่ำมาคิดถึงนาง.. ท่องเที่ยวจนเหี่ยวจิต..........แม่เพริศพิศพี่ร้องคราง มองหาทุกเส้นทาง.............มิพบนางนงค์นุชพี่....
เสียงเปียโนเหงาใต้เงาเทียน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 152 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ผมฝากกลอนบทนี้ด้วย ฝนตกฟ้าร่ำร้อง กบเอย เขียด(แล) แสนสุขใจแท้ ฟังเสียงฝน พรำ ฟ้ามัวมืดมิด สนิทดำ ทั่ว (นา) พี่ไม่รอช้า ชวนน้องยา จับกบเอย (อิอิ) กลอนอะไรครับ จะว่ากลอนเปล่าก็ไม่ใช่ ไร้คลื่นเพียงเหงาเหงา หาได้เอาจริงไฉน พูดไล้เทียวทั้วไป หาได้โอ้โลมใครจริง ใต้คลื่นเพียงขาดรัก หาสมัครรักใครยิ่ง พูดทีเล่นทีจริง มีเพียงสิ่งสนุกไป เราเองเพียงสนุก คลุกกับคำกลอนกล่าว ต่อกันทุกวันเล่า เอาสนุกหาใช่จริง ชีวิตดั่งชายหาด ถูกซัดสาดด้วยทะเล กลิ้งเกลื่อนเลี่อนเอ้เก ได้ทะเลเห่กล่อมไป บางคราวเข้าพายุ มุทะลุดุดันให้ ทะเลมิเป็นใจ สาดซัดให้หาดสะเทือน บางคราวพราวสงบ ตะวันพลบมิมีเสมือน แสงดาวเคล้าแสงเดือน ส่องมิเลือนในทะเล เกิดเป็นเจ้าหายทราย ช่างประไรใกล้ทะเล มิซ้ำซากไม่จำเจ เพราะทะเลไม่เหมือนกัน ทะเลสุดลึกหยั่ง เหมือนดั่งน้ำใจคนมี หยั่งลึกสุดวิถี ชีวีนี้มีแต่คม คำคนมีความหมาย หยั่งลึกได้หมายเหมาะสม ทั้งลึกและทั้งคม คมจนบาดอารมณ์ไป ทะเลที่กว้างใหญ่ พอวัดได้ไม่เกินกล้ำ แต่ใจชายยิ่งล้ำ สุดลึกล้นยากค้นใจ ทะเลที่ไร้คลื่น หาจุดยืนชั่งยากแสน หากถ้ามิแร้นแค้น ขอแฟนแฟนเอื้ออาทร ทะเลซัดพลัดพรากถิ่น จะถวิลคืนนคร มิพบแม้นุชอร จะลาจรรักษาใจ...
เสียงเปียโนเหงาใต้เงาเทียน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 152 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |