|
ไบโอเทคกรุยทางพัฒนาดีเอ็นเอวัคซีน
โพสต์เมื่อ:
03:29 วันที่ 8 มิ.ย. 2550 ชมแล้ว:
518 ตอบแล้ว:
0
ไบโอเทคกรุยทางพัฒนาดีเอ็นเอวัคซีน
14 มีนาคม พ.ศ. 2550 17:32:00 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชิมลางเทคโนโลยีดีเอ็นเอวัคซีน ใช้เป็นทางเลือกป้องกันโรคไข้เลือดออก ชี้ผลการทดสอบในหนูสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี หนุนนักวิจัยต่อ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : รศ.ดร.วัชระ กสิณฤกษ์ จากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เริ่มต้นทดลองฉีดดีเอ็นเอวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกให้กับหนู แล้วนำแอนติบอดี้ที่หนูสร้างขึ้นมาทดสอบกับเชื้อไวรัสในหลอดทดลอง ได้ผลเป็นที่น่าพอใจแต่ยังต้องทำการศึกษาต่อไป ที่ผ่านมา มีหลักฐานทางวิชาการระบุว่าดีเอ็นเอวัคซีนเหมาะใช้ป้องกันเชื้อเอชไอวี แต่สำหรับโรคไข้เลือดออกยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันผลได้ชัดเจน จากการทดลองเบื้องต้นพบว่าดีเอ็นเอวัคซีนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และยับยั้งเซลล์ไวรัสในเม็ดเลือดขาวได้ดีกว่าวัคซีนชนิดอื่น นักวิจัยกล่าว โดยทั่วไปแล้ว นักวิทยาศาสตร์จะพัฒนาวัคซีนโดยใช้เชื้อไวรัสตัวก่อโรคมาทำให้อ่อนฤทธิ์ หรือเรียกว่าเชื้อเป็น แล้วฉีดเข้าในร่างกายเพื่อให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายรู้จักและส่งกองทัพออกมาทำลายเชื้อทำให้เมื่อได้รับเชื้อครั้งต่อไป ภูมิคุ้มกันซึ่งจดจำรูปลักษณ์ของเชื้อได้จะปล่อยสารออกมากินไวรัสอย่างรวดเร็ว บางครั้งนักวิทยาศาสตร์นำเชื้อไวรัสที่ถูกทำให้ตายแล้ว หรือที่เรียกว่าเชื้อตายมาพัฒนาเป็นวัคซีนเช่นกัน สำหรับดีเอ็นเอวัคซีนเป็นเทคนิคใหม่ที่ต่างประเทศศึกษาและพัฒนาเป็นวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสไข้เลือดออกมาสิบกว่าปีแล้ว โดยทดสอบในสัตว์ทดลอง อาทิเช่น หนู และลิง ในห้องปฏิบัติการ โดยพบว่าเมื่อฉีดดีเอ็นเอวัคซีนเข้าไปในหนูทดลองสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี้ ในสัตว์ทดลองให้เพิ่มขึ้นได้ รศ.ดร.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กล่าวว่า ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กำลังมองหาทางเลือกใหม่เพื่อนำพัฒนาเป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเชื้อตัวเป็นอ่อนฤทธิ์ ซึ่งเป็นการศึกษาที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด โดยทดลองเลี้ยงเชื้อในสมองหนู และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ แต่ยังไม่สามารถใช้ได้กับไวรัสไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ สำหรับข้อดีของดีเอ็นเอไวรัสนั้นสามารถผลิตวัคซีนได้ง่าย จึงสนองตอบความต้องการใช้งานได้ทันสถานการณ์ และสามารถเก็บรักษาได้โดยไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ทำให้ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก อีกทั้งสามารถปรับปรุงให้เข้ากับเชื้อโรคได้หลายชนิด ถึงเวลากลับมาให้ความสำคัญกับวัคซีนไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคที่สร้างปัญหาด้านสุขภาพในบ้านเราเช่นกัน อีกทั้งงานวิจัยในบ้านเรามีการศึกษาไข้เลือดออกมาพอสมควร และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ห้องปฏิบัติชั้นสูงในการวิจัย เมื่อเทียบกับการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดนก รองผู้อำนวยการไบโอเทคกล่าว ทั้งนี้ ไบโอเทคได้เปิดเวทีระดมสมองนักวิจัยด้านไข้เลือดออก ในการค้นหาเทคโนโลยีต้นน้ำที่มีความเหมาะสมกับการผลิตไวรัสตัวเลือกในประเทศไทย เพื่อจัดทำแผน 5 ปี (2011-2015) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา http://www.bangkokbiznews.com/2007/03/14/WW54_5402_news.php?newsid=59038 ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|