|
ฉันท์
โพสต์เมื่อ:
15:45 วันที่ 8 มิ.ย. 2550 ชมแล้ว:
68,931
ตอบแล้ว:
187
...แต่งกลอนกันเยอะแล้ว มาหาเรื่องยากยากทำกันดีกว่า
เรามาแต่งฉันท์กันดีกว่า....เพื่อพัฒนาความสามารถในเชิงกวี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 10 ก.พ. 2551 (01:00) อ่านม่ายรุ้เรื่อง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 10 ก.พ. 2551 (02:38) เอามาให้ใหม่ครับ กาพย์ฉบัง 16 ยามนภาฟ้าเจิดเพริศพราย.......ทอรุ้งเหลื่อมลาย ฟ้าคราพิรุณพ้น..........ทิคะหน-รพิฉาย
อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 10 ก.พ. 2551 (02:59) ทำไมต้องโพสซ้ำๆ ด้วย ???? ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 10 ก.พ. 2551 (15:37) ความผิดพลาดของผมเองครับคุณจิงไจ
อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 10 ก.พ. 2551 (15:42) (-*- ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 12 ก.พ. 2551 (23:09) เพราะดีนะครับ ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณนพบุราดิศร
อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 14 ก.พ. 2551 (22:04) ครับ ผมชม อ. โป่ง นั่นแหละครับ ยินดีที่ได้ร่วมแบ่งปันความรู้ครับ แต่ไม่ไม่เข้าใจการแบ่งคำบทสุดท้ายตรง ( หวังว่าคงชี้แจงด้วยครับ ) จวบรุ้งจรัสฟ้า..............จรเว-หนใด และอีกอย่างหนึ่ง ถวิลอ้าง ตามอินทรวิเชียรฉันท์ ต้องเป็นลหุ 2 คำครับ เช่น มนอ้างเทวษองค์ หวังว่าคงไม่โกรธนะครับที่ติงไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 14 ก.พ. 2551 (22:11) " ไม่มีคำติติงใดจะมีคุณค่ามากไปกว่าการติติงที่ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น "
อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 14 ก.พ. 2551 (22:33) จรเว-หนใด (จะระเว-หะนะใด) ผมแบ่งโดยที่ตั้งใจใช้ 2 คำคือ จร(อยู่หรือไปในอากาศ) กับ เวหน(ฟ้า)ครับ และเพื่อเลี่ยงที่หลายๆท่านจะเห็นเป็นคำว่า "หนใด" ซึ่งมีความหมายว่า "เมื่อใด" ผมก็เลยปรับใหม่แล้ว สำหรับที่คุณนพบุราดิศรติงมา(เรื่องที่ต้องเป็นลหุ 2 คำ)นั้น ผมดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ต่อไปจะรอบคอบให้มากกว่านี้ครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ ปล. คุณนพบุราดิศรมีอะไรชี้แนะไม่ต้องเกรงใจว่าผมจะโกรธ ผมดีใจเสียอีกที่มีผู้ยินดีให้วิทยาทานแก่ผม ได้กุศลครับ ในโลกของความรู้ มีเรื่องราวสาระต่างๆที่ผมยังไปไม่ถึงอีกมากมาย และผมชอบที่จะเรียนรู้ครับ
อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว อินทรวิเชียรฉันท์ 11 สร้างสรรค์ประพันธ์พจน์..............บริบทจรดคำ เจิมแต่งแสดงนำ.......................ศุภลักษณ์ประจักษ์ความ อันที่ ณ ชี้บอก.........................ก็จะตอกมิยอกขาม หวังเพียงจะเลี่ยงตาม.................นิติที่มิดีบรรรพ์ ก็กลัวเพราะตัวข้า.....................พิเคราะห์ว่าทิชานั้น เกรงโกรธพิโรธกัน...................ณ อภัยก็ได้มี แต่ท่านมิหันหุน.......................มนบุญและสุนทรีย์ ไม่เคือง ณ เรื่องนี้...................ดนุได้สบายใจ มาเถิดประเสริฐผู้....................รติสู้และชูไป ให้ฉันทเกรียงไกร..................จริกาลนิรันดร์เทอญ ขอบคุณในความใจกว้างและรักการเรียนรู้ของอาจารย์นะครับ ตอนแรกก็หวั่น ๆ ที่ไปติงระดับอาจารย์อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้เบาใจแล้วครับ ไว้ว่าง ๆ ผมจะมาร่วมบรรเลงฉันท์อีกครับ ผมว่าไม่มีคำประพันธ์ไทยใด ๆ แล้วที่จะแต่งยาก เข้าใจยาก และอ่านยากเท่าฉันท์ ฉะนั้นถ้าเรามักที่จะใช้ศัพท์สูงหรือศัพท์โบราณด้วยแล้ว ย่อมไปกันใหญ่ ถ้าหัดเริ่มที่จะแต่งฉันท์ใช้ศัพท์ง่าย ๆ ดูสิครับ จะช่วยได้เยอะเลย ขอบคุณครับ อย่างไรก็ตามแต่ ขอให้คุณนพบุราดิศรว่างบ่อยๆ จะได้มีะไรดีๆมาให้ผมลักจำได้เรื่อยๆ ฉันท- ๑, ฉันท์ ๑ [ฉันทะ] น. ชื่อคําประพันธ์ประเภทหนึ่งที่วางคํา ครุ ลหุ เป็นแบบต่าง ๆ. (ป.). ฉันท์ จึงต้องเกิดจากความรู้และเข้าใจในการใช้ ครุ ลหุ ควบคู่ไปกับขนบธรรมเนียมการใช้ภาษาอันเป็นประเพณีนิยมของไทย นอกจากนั้น ที่จะขาดเสียมิได้คือต้องมี "อารมณ์" ทั้งความพอใจ ความรักใคร่ ความชอบใจ ความยินดี ที่จะเรียนรู้เก็บเกี่ยวเรื่องราวเกี่ยวกับฉันท์ และที่น่าจะสำคัญไม่น้อยคือ ความร่วมความคิดความเห็นกันว่า ภาษาเหล่านั้นยอมรับที่จะให้ใช้กันได้หรือไม่ ฉันท์ ในความคิดของผม เป็นร้อยกรองหรืองดงามทั้งภาษาและท่วงทำนองที่แฝงไว้กับการสื่อความหมายผ่านแต่ละประโยคในแต่ละบท สำหรับผมแล้ว การจะหาครุลหุให้ได้ตรงกับความหมายที่ต้องการจะสื่อก็ยากเอาการอยู่แล้ว ไหนยังจะต้องให้ความคล้อยตามกันอีก และไม่รู้ว่าทำไมรู้ทั้งรู้ก็ยังดันมาเล่นของยากอีก แต่พอจะเล่นของยาก ก็นับว่าเป็นวาสนาของผมที่มีผู้ใจดีให้คำแนะนำและท้วงติงในทางที่เป็นประโยชน์ ถูกต้องอย่างคุณนพบุราดิศรบอกครับ การทำแต่งฉันท์ให้ออกมาไพเราะนั้น จะต้องเรียนต้องฝึก โดยเริ่มจากง่ายไปหาสลับซับซ้อน กลเม็ดเด็ดพรายในการใช้คำ หรือเล่นคำให้ร้อยเรียงออกมาอย่างมีความหมายไม่สะดุด ตรงนี้เองที่ต้องการผู้รู้แนะนำในเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยควบคู่กันไปด้วย คุณนพนี่ก็ใช่ย่อยนะครับ แต่งฉันท์ตอบมาให้ผมเสียด้วย ก็อย่ากังวลไปเลยครับ คุณนพบุราดิศรก็แก้ไขตามหลักวิชาที่ผมเลินเล่อในเรื่องฉันทลักษณ์ ผมต้องขอบคุณด้วยซ้ำ สิ่งที่คุณนพบุราดิศรทำ เป็นการช่วยดำรงเอกลักษณ์ ควบคู่กับการอนุรักษ์ความงดงามและวิจิตรพิสดารของฉันท์ 1 ในแบบฉบับของร้อยกรองที่นับวันจะเลือนไปจากบริบทของสังคม จงภูมิใจนะครับ -------------------------------------------------------------------------------- วสันตดิลกฉันท์ 14 ประพันธ์คำฉันทวจะร้อย..............สุวรสจรดคำ อินทรวิเชียรฉันท์ 11 ใยเกรงฤทัยคิด.................กลจิตพิโรธรวน ------------------------------------------------------- "ลัก"คำของคุณนพมาใช้ คงไม่ว่ากันนะครับ
อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 19 ก.พ. 2551 (21:00) มาลินีฉันท์ 15 มธุรพจนรำพัน........................กล่าวสราญบรรพ์ วิชาชาญ อคติมิปะทะอาจารย์................จึ่งจะสรรค์งาน ประทานชม สุจิปุลิมิละความคม................ขอนิยมบ่ม วิชาฉันท์ ก็จิระและอนุรักษ์กัน..............วงศ์กวีวรรณ ประชันตาม ณ สติพิริยะบทความ.............เพื่อสพรั่งขาม ประจักษ์แดน สวัสดีครับอาจารย์ ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ ลหุนั้นคือคำที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นไม่มีตัวสะกด ( ตามความเข้าใจผมนะครับ ) ยกเว้น อำ ไอ ใอ เอา ซึ่งตรงนี้ก็หมายความว่า เราจักใช้ คำว่า "คำ" ในตำแหน่งลหุไม่ได้ แต่ว่าถ้าหาคำไม่ได้จริง ๆ กวีท่านก็อนุโลมให้ใช้ได้ครับ แต่ถ้าไม่จำเป็นท่านก้ว่าอย่าใช้ ซึ่งตรงนี้ผมเจ็บใจมากเพราะลหุนั้นหายากมาก แทนที่จะใช้คำเหล่านั้นได้กลับใช้ไม่ได้ ( ขอระบายหน่อยครับ ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 19 ก.พ. 2551 (22:28) ด้วยความยินดีครับ
อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 21 ก.พ. 2551 (23:35) นั่นสิครับ ตอนนี้ว่าจะรวบรวมคำลหุเท่าที่ทราบอยู่แล้วจะนำมาลงไว้เพื่อเป้นวิทยาธาน วสันตดิลกฉันท์ 14 คมฉันท์ประพันธ์พิริยะเถิด...............เพราะจะเกิดประเสริฐคำ แม้ยากจะจากอคตินำ.....................ก็ระงับลุดับเทอญ วงวรรณกวีนิติระเบียบ....................พิเคราะห์เฉียบระเบียบเกิน การเป็นกวีมนเจริญ........................ละก็ต้องประพฤติตาม ตามแต่จะคิดมนจะโน้ม...................อนุโลมก็พองาม แต่งเสร็จประดุจพิชิตความ...............อภิสูงไศลเมรุ
อินทรวิเชียรฉันท์ 11<BR> <P>ฟ้าคราพิรุณพ้น..........ทิคะหน-รพิฉาย<BR>อณูละอองพราย..........ระยิบยับวะวับวาว<BR>โพยมจะแจรง..........ประสมแสงจ้าเจริดพราว<BR>เรืองรุ้งอร่ามราว..........กลแต้มระคนสี<BR>งามเรื่อระรุ้งส่อง..........ผิวะต้องจะสุขมี<BR>เฉกองค์ขัตติย์นรี..........กรุณส่องพสกไทย<BR>ครั้นคราทิพาแสง..........ฤทธิแรงระเหยไอ<BR>พลันรุ้งคลาไคล..........มิใยผินถวิลหา<BR>ดุจองค์ ธ เสด็จ..........สัคคะสรวงมฤคา<BR>พระคุณกรุณา..........ฤ ห่อนร้าง ณ กลางใจ<BR>จวบรุ้งจรัสฟ้า..........จรเว-หนใด<BR>จวบนั้นจะอาลัย..........ถวิลอ้างเทวษองค์ ฯ<BR>-----------------------------------------------------------------</P> flame_v555hotmail.com (IP:202.69.141.192) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 25 ก.พ. 2551 (21:06) เลานกอปมาเลยหรอครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 25 มิ.ย. 2551 (17:38) คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ <FONT face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif"><STRONG><U>ใครเก่งแต่งฉันท์บ้างครับข้อร้องนะแต่งให้หน่อยสิครับ เกี่ยวกับความรักนะครับ 4 บทนะถ้าใครแต่งให้จะขอบพระคุณเป็นอย่างมาก</U></STRONG></FONT> จะเข้ามาดูใหม่นะประมาณ 2 วัน คนขอความช่วยเหลือ (IP:117.47.184.80) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 26 มิ.ย. 2551 (23:15) คุณ ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ ช่วยอธิบาย ความหมายชื่อฉันท์ประเภทต่างๆได้มั๊ยคะ อยากรู้จริงค่ะ สมาสชนสนธิอะไร มาจากไหนแปลอะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ คนกำลังจะทำรายงาน (IP:202.12.97.100) |