|
ฉันท์
โพสต์เมื่อ:
15:45 วันที่ 8 มิ.ย. 2550 ชมแล้ว:
73,954
ตอบแล้ว:
190
...แต่งกลอนกันเยอะแล้ว มาหาเรื่องยากยากทำกันดีกว่า
เรามาแต่งฉันท์กันดีกว่า....เพื่อพัฒนาความสามารถในเชิงกวี ฉันท์นั้นหนาฉันท์แต่งมาไม่ได้เรื่อง จะคุยเขื่องกะใครเขาเราโง่เอ๋ย ฉันท์แต่งยากแต่งเย็นกระไรเลย บังคับเอ่ยครุลหุพลัน ..... มัตตาฉันท์ ๑๐..... .....แสงจันทร์แจ่มกว้าง...........รศมิกระจ่างไกล วาวแวววับไว.........................ทศทิศเมียงมอง .....อ้าโสมส่องแสง................ระกะดุจแข่งทอง เรื่อเหลืองเรืองรอง.................ชนะอุระสั่นไหว .....แต่ในใจข้า......................มิบ่มิประภาใส ดุจแสงนวลใย.......................ศศิรศมีมี ไปไม่เป็นเลยล่ะครับ มาแล้วนะเพื่อนพ้อง........ธุระต้องสะสางก่อน หวังท่านจะไม่งอน..........กุธโกรธดนูนา อันฉันทลักษณ์กลอน......ครุสอนวะยากหนา ต้องสรรค์สุภาษา...........เสนาะรสะลงไป เช่นนี้ผิทำครบ...............จะประสบ ณ ภูมิใจ อันฉันทใครใคร.............ก็ประดิษฐได้เอย เห่ห่มโฉมใจข้า........มิห่างหาว่าไปไหน อยู่ยั่งข้างเจ้าไป......กันปกปักษ์รักลูกยา ยามใดได้ร้องให้.....พ่ออยู่ใกล้มิหายหน้า ปัดริ้นบินว่อนมา......กล่อมจากใจได้พัดวี นอนเปลเอ่เอเอย.....นอนหลับเฉยเปรยผ่องศรี ลูกรักมักทางดี........พ่อนั้นสุขมิทุกข์ใจ ปล.ใช้ได้ไหมครับ แต่งบทแรกเลย ครุ ลหุ ท่านยังไม่ดี เราแต่งไม่เป็นแต่ดูออก ฮือๆ คุณโนวาใช้ฉันท์อะไรเหรอครับผมดูไม่ออกเลย สาลินี หรือ อินทรวิเชียรก็ไม่เชิง ผมไม่รู้ผมไม่เคยแต่ง ง๊า ฮือๆ เหรอครับ แต่งไม่ยากหรอกดู ๆ ไปเดี๋ยวก็ได้เอง ครุหาบน้ำกับน้ำมันละหุ่ง โอ้ชีวิตนี่นี้ยากแสนเข็ญ สุดลำเค็ญฟ้าแกล้งให้ฉันดำ มีเพื่อนซี้หัวหยิกสุดหน้าขำ ฟ้าช่างทำให้เรานั้นเศร้าใจ Amonrat55@hotmail.com (IP:61.7.179.74) ความรักละเหี่ยอุระระทด.........เพราะมิอาจจะคลอเคลีย ความรักระทดอุระระเหี่ย.........ฤจะหายเพราะเคลียคลอ มัทนะพาธา ( ร.6 ) คล้ายกลบทพวงพู่ร้อยดอกไม้เลย o แสงสีตะวัน ณ เช้าตรู่..............ระ ฤดูวสันต์จะพลัน สาดแสงประโจมประจัญ.............ผิ-วปานระเรื่อทอง o มวลฝูงภะมะสกุณา.................ชะร่อนหาอาหารปะทะท้อง ที่เหลือ เผื่อแผ่ ธ จะจ้อง............สุขซะซร้อง นรกมล o แสงสีตะวัน ณ จะเช้า..........ระริกเร้า จะสะสาดส่อง ยองใยวนดุจทอง..................ดนูจ้อง วะวับจับใจ o แมกไม้โบกไหวระรื่น..........ทั่วดาษดื่นวนสุกใส เพื่อนแก้วจักจะละจากไกล......ฤ ทัยหายวรกมล o แสงจันทร์จะสาดส่อง.......ทั่วท้องนภเวหน เมฆคล้อยพเยียะประโลม....ลมฝน มึดคลั่งคลุ้มไป o แสงดาววะวิบผัดผ่อง........พื้นท้องฟากฟ้าจะไกล ส่องราวทะลุหทัย...............หวั่นไหววนกมล เมฆวิปผุชชิตาฉันท์ 19 จะจากบ้านเกิดเมืองนอนกมลระอุถอน ทุกข์อาวรณ์ มิสำราญ ละเพื่อนอยู่กินถิ่นเดิมรมยมนบาน ไกลสถานปาน จะสิ้นชนม์ ละเพื่อนอยู่ชิดคิดแทบมรณเพราะละลน ใจก็กังวล มิลืมเลือน พิโธ่เอ๋ยเคยอยู่ชิดสมิตสหเยือน จากจะเป็นเหมือน กะจากตาย ไร้ปิ่นดิลกราชย์.........ละก็ชาติจะภินท์พัง ไหนเลยจะคงตั้ง........อิศรานุภาพครอง โลกเราสง่างาม.........ก็เพราะแสงตะวันส่อง สิ้นแสงระวีต้อง.........มละทั่วนะฉันใด อันปวงประชาเปรม....ฤดิพึ่งพระเดชไท้ เดชดับก็มืดใน..........ฤดิหม่นละแน่นอน ราตรสว่างแจ่ม..........ก็เพราะแสงนิศากร โกฎิดาว ณ อัมพร.... .ก็บ่เท่าพระจันทร์เดียว อันว่าพระคุณเปรียบ... วรโสมนั่นเทียว ไร้นาถะข้าเหลียว.......จะประสบพระเจ้าไหน ? นันทิวรรธนะพูดห้ามท้าวชัยเสนที่กำลังปลงพระชนม์ชีพเนื่องจากสั่งเสียใจที่สั่งประหารพระนางมัทนา ( มัทนะพาธา ร.6 ) แบบนี้ถ้าจะเริ่มฝึกคงจะง่ายกว่าแบบอื่นแฮะ ยลแสงระวิส่อง..........ละจะจ้องสุขกมล เทพใดฤจะดล...........ฤทัยห่อน ณ รตี โสมฉายประกายฉัตร..นฤวัตรธบดี สิ้นแสงรุ่งระวี............มละนี้จักจะตรม |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |