วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ฉันท์
โพสต์เมื่อ: 15:45 วันที่ 8 มิ.ย. 2550         ชมแล้ว: 73,955 ตอบแล้ว: 190
...แต่งกลอนกันเยอะแล้ว มาหาเรื่องยากยากทำกันดีกว่า
เรามาแต่งฉันท์กันดีกว่า....เพื่อพัฒนาความสามารถในเชิงกวี

big-lor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 185 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| -9- 10|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 26 ก.ย. 2550 (20:39)
วิเชียรดิลกฉันท์

เนินกาลและผ่านพ้น............วรคนคุณูการณ์
กอปรกิจสฤษฎ์จิรสะคาญ.....ประลุศุภประโยชน์ไทย
มั่นคงอสงเขยยฺ.................ธ มิเฉยเฉ๑ยไป
คราเมื่อประชาทรุอะไร........ดุจน้ำชะโลมพรม
ก้องไกรพระเกียรติแผ่........ทุกข์แพ้นโรดม
ราษฎร์รักสมัครจิตตนิยม....."นวมินทร์พระภูมิพล"
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 6 ต.ค. 2550 (13:00)
๐ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑


แดดอ่อนสะท้อนแสง................ระยะแฝง ณ พุ่มไพร
พฤกษาระบัดใบ...........................ชระดื่นเต็มพื้นดิน

เขียวอ่อนประดุจเสก.....................ตะละเฉกฉวีอินทร์
ปานเปรียบวิจิตรศิลป์....................สุรภาพประจงเขียน

แดดอุ่นละมุนอ่อน....................ก็สะท้อนละอองเนียน
ใบอ่อนก็แปลงเปลี่ยน................ก็ละเมียดระเมียรงาม

แสงสูรย์อุษาสาง......................ระยะพร่างจะย่างยาม
ข้ามผ่านณกาลตาม..............................รวิวันก็ผันไป

เปลี่ยนปรับและลับล่วง.....................ดุจพวงพนาไพร
อ่อนอยู่มิทันไร.........................ก็จะแก่และเข้มเขียว

ถึงกาลก็ลาหล่น........................สละต้นและซีดเซียว
ทุกใบมิเว้นเทียว.......................นะจะบอกมิหลอกอำ

มาตรแม้นประสงค์ใด.........................ผิละไว้มิใฝ่ทำ
ล่วงกาลจะเกินกล้ำ......................ก็จะโศกและเสียใจ
big-lor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 7 ต.ค. 2550 (20:43)
ไม่ได้มานานเลยนะครับ
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 9 ต.ค. 2550 (15:31)
๐ อิทรลิลาตฉันท์ ๑๑

ฟากฟ้าณราตรี...............................ก็ย่อมมีนิศากร
ส่องแสงละอองอ่อน...............ประดับท้องนภาพรรณ

ฟากฟ้าอุษาสาง....................สุรีย์พร่างก็แทนจันทร์
ส่องฟ้าณกลางวัน...........................สว่างทั่วบ่มัวมล

ฟ้ามีสุรีย์ส่อง......................และจันทร์ผ่องโพยมบน
เปรียบดุจสุภาพชน.....................กุศลธรรมประจำใจ

แสงธรรมกระจ่างจับ..................จะเข่นขับอบายไกล
ลบล้างฤทัยให้...............................บ่มั่วมัวกิเลสมูล

มีธรรมประจำจิต...........................อเนกวิธเจริญพูน
ผลธรรมก็เกื้อกูล....................สนองผู้ประพฤติธรรม

มาตรแม้นประสบทุกข์..........เคราะห์รุมรุกวิบากกรรม
โศกตรมระทมซ้ำ........................ระทดท้อฤทัยไหว

แสงธรรมจะนำตน......................ลุล่วงพ้นวิกฤติไกล
ดุจแสงสุรีย์ใส...............................ขจัดขับพยับมล
big-lor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 10 ต.ค. 2550 (18:17)
คุ้น ๆ นะเนี่ย
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 11 ต.ค. 2550 (15:39)
ไปลงไว้กระทูกลอนธรรมะแล้ว...ลืม...
โทษทีครับ
big-lor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 11 ต.ค. 2550 (15:44)
มล น่าจะใช้เป็น มน ไม่ใช่หรือครับ

ฟากฟ้าณราตรี...............................ก็ย่อมมีนิศากร
ส่องแสงละอองอ่อน...............ประดับท้องนภาพรรณ

ฟากฟ้าอุษาสาง....................สุรีย์พร่างก็แทนจันทร์
ส่องฟ้าณกลางวัน...........................สว่างทั่วบ่มัว มล

ฟ้ามีสุรีย์ส่อง......................และจันทร์ผ่องโพยมบน
เปรียบดุจสุภาพชน.....................กุศลธรรมประจำใจ

แสงธรรมกระจ่างจับ..................จะเข่นขับอบายไกล
ลบล้างฤทัยให้...............................บ่มั่วมัวกิเลสมูล

มีธรรมประจำจิต...........................อเนกวิธเจริญพูน
ผลธรรมก็เกื้อกูล....................สนองผู้ประพฤติธรรม

มาตรแม้นประสบทุกข์..........เคราะห์รุมรุกวิบากกรรม
โศกตรมระทมซ้ำ........................ระทดท้อฤทัยไหว

แสงธรรมจะนำตน......................ลุล่วงพ้นวิกฤติไกล
ดุจแสงสุรีย์ใส...............................ขจัดขับพยับ มล
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3625 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 339 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 11 ต.ค. 2550 (15:53)
ที่ช้คำว่า มล เพราะต้องการหมายถึงความขุ่นมัว

ตาพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี ๒๕๔๒ ให้ความหมายไว้ว่า
มล, มล- [มน, มนละ-] น. ความมัวหมอง, ความสกปรก, ความไม่บริสุทธิ์; สนิม, เหงื่อไคล. ว. มัวหมอง,
สกปรก, ไม่บริสุทธิ์. (ป., ส.).


ส่วนคำว่า มน มีความหมายว่า

มน ๑ ก. อยู่กับที่ (ใช้แก่ดาวนพเคราะห์ ซึ่งปรากฏแก่ตาเป็น ๓ ทาง คือ
เสริด ว่า ไปข้างหน้า, พักร ว่า ถอยหลัง, มน ว่า อยู่กับที่).


มน ๒ ว. กลม ๆ, โค้ง ๆ, ไม่เป็นเหลี่ยม, เช่น ทองหลางใบมน ขอบโต๊ะมน
ปกเสื้อมน.


มน ๓, มน- [มะนะ, มน, มะนะ-] น. ใจ. (ป.).



ซึ่งไม่ตรงกับความหมายที่ต้องการสื่อ
ในฉันท์บทนี้จึงใช้ มล ถูกต้องแล้วครับ



ขอบคุณครับที่ทักท้วงมา
ผู้อื่นที่ไม่ทราบความหมายจะได้ทราบด้วย
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ
big-lor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 11 ต.ค. 2550 (19:18)
มน อ่านได้ 2 อย่างคือ มะ - นะ กับ ม - โ - ะ - น ซึ่งต่างก็แปลว่าใจครับ

มล อ่านได้ 2 อย่างเหมือนกันคือ มะ - ละ กับ ม - โ - ะ - ล ซึ่งต่างก็แปลว่าความหมองมัว

อันที่จริงผมไม่ได้อวดอ้างว่าเก่งฉันท์หรืออะไรมากหรอก แต่งก็มีความเชี่ยวชาญอยู่บ้าง และเมื่อกี้ได้ปรึกษาพี่ชายที่เรียกอักษรแล้ว จากการพิเคราะห์จากบริบท ผมและพี่ชายมีความคิดตรงกันว่า มน หรือ มล ก็ใช้ได้ ความหมายไม่แตกต่างกันมาก แต่ถ้าเป็นวรรค " ดุจแสงสุรีย์ใส...............................ขจัดขับพยับ มล / มน" จะต่างความหมายกันค่อนข้างมากอยู่

ที่ดีที่สุดผมว่าใช้ "มล" ดีที่สุด
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 11 ต.ค. 2550 (19:25)
ขอโทษนะครับ ถ้าคำพูดของผมไม่เป็นที่ถูกต้องนัก
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 12 ต.ค. 2550 (17:25)
คุณนพบุราพูดถูกต้องครับ...
แต่ที่ผมใช้..มล..ไม่ใช้...มน...
ในทั้งสองตำแหน่งเพราะ
ต้องการความหมายที่หมายถึงความหม่นมัว...ความมืดคลื้ม

เช่น
ฟากฟ้าอุษาสาง....................สุรีย์พร่างก็แทนจันทร์
ส่องฟ้าณกลางวัน...........................สว่างทั่วบ่มัว มล

หมายถึงท้องฟ้ายามเช้าที่มีพระอาทิตย์ให้แสงสว่างแทนพระจันทร์ที่ให้แสงสว่างยามค่ำคืน
โดยแสงสว่างของพระอาทิตย์จะขับไล่ความมืดสลัวของราตรีกาลออกไปครับ
big-lor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 13 ต.ค. 2550 (13:39)
เรื่องคำศัพท์ไทยต้องตีความดี ๆ ครับ เพราะความหมายลึกซึ้ง
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 18 ต.ค. 2550 (21:59)
ถึงเรื่องฉันท์ ตอนนี้ตื้อไปหมดเลย
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 6 พ.ย. 2550 (14:55)
๐ อาขยานิกาฉันท์ ๑๑

๐ สีแสงนครหลวง..............................ระดะดวงสว่างงาม
กระพริบระยิบยาม..............................นภไร้สุรีย์ฉาย

๐ แสงเห็นสว่างเด่น............................ดุจเช่นมณีราย
ประดับถนนพราย...............................ระยะพร่างกระจ่างงาม

๐ เคลื่อนไหวทยอยไหล......................ดุจไล่ระลอกตาม
ระเมียดระเมียรงาม.............................ปฏิภาคไพฑูรย์

๐ สายแสงกระจ่างหน..........................สุวิมลไพบูลย์
ประหนึ่งจะแข่งสูรย์.............................ชนะน้อมมโนตาม
big-lor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 739 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 11 ธ.ค. 2550 (23:36)
อย่าติและหลู่ ครูจะเฉลย
เธอน่ะเสวย ภัตกะอะไร
ในทินนี่ ดีฤไฉน
พอหฤทัย ยิ่งละกระมัง
ราช ธ ก็เล่า เค้า ณ ประโยค
ตนบริโภค แล้วขณะหลัง
วาทประเทือง เรื่องสิประทัง
อาคมยัง สิกขสภา
( สามัมคีเภทคำฉันท์)
ช่วยถอดคำให้หน่อยนะครับด่วนที่สุด ส่งที่ nibungbaru@hotmail.com
mang/nibungbaru@hotmail.com (IP:203.113.77.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 13 ธ.ค. 2550 (20:20)
มาณกฉันท์ 8 หรือเปล่า
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 22 ธ.ค. 2550 (14:05)
ศุภประโยชน์อุโฆษบุปผมาลย์สยามดล
อีทิสังฉันท์ ๒๐

ดุจประหนึ่งสินอนและฝันไสร้
ลุถึง ณ สวนพนาไฉน
หทัยบาน

เหมือนสิเห็นผกาลุมาประทาน
วิจิตรตระการวิไลสราญ
ก็หอมพลัน

มองกุหลาบประดู่ประยงค์สิปัน
ถกลกะนั้นฉะนี้ฉะนั้น
ลุสวยเท่า

แหมพิกุลกมลหทัยจะเร้า
ประโลมสุขีสุปรีดิ์บ่เศร้า
ประภัสสร

เราจะใช้ผกาสมานนคร
ขจรพะยอมจะวอน
ประสงค์ได้

ล้วนสิเพริศประเสริฐสุคนธ์พิไล
ฤ สู้อุบลระบัดละไม
และราตรี

สารภีก็ดั้นละล้อนที
เหมาะใช้ประนมประณตมุนี
เลบงขาน

ชายสตรีสุปรีดิ์สรวลสราญ
ณ ฐานกะพ้อสร้างผสาน
ลุจีบกัน

แต่ละวรรคเชลงประโยชน์อนันต์
ดิลกพบูสยามสุวรรณ
ซิมีดี

เราจะขอประกาศประชาสุธี
มุมาเสาะหาผกาสุปรีย์
กมลใคร่

เทพจะดลสุขีมิไป่พิไร
บ่เศร้าฉลาดจะเพลินหทัย
นิรันดร์เทอญ ฯ
นพบุราดิศร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2919 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 10 ก.พ. 2551 (01:00)

อ่านม่ายรุ้เรื่อง


จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 10 ก.พ. 2551 (02:38)

เอามาให้ใหม่ครับ
-----------------------------------------------------


กาพย์ฉบัง 16


ยามนภาฟ้าเจิดเพริศพราย.......ทอรุ้งเหลื่อมลาย
ยามนั้นพลันถวิลเทวษองค์
ขอพระกุศลกรรมธำรง.......ดลขัตติยอนงค์
สถิตสถานไพชยนต์ เทอญ.
--------------------------------------------------------------------------
อินทรวิเชียรฉันท์ 11


ฟ้าคราพิรุณพ้น..........ทิคะหน-รพิฉาย
อณูละอองพราย..........ระยิบยับวะวับวาว
โพยมจะแจรง..........ประสมแสงจ้าเจริดพราว
เรืองรุ้งอร่ามราว..........กลแต้มระคนสี
งามเรื่อระรุ้งส่อง..........ผิวะต้องจะสุขมี
เฉกองค์ขัตติย์นรี..........กรุณส่องพสกไทย
ครั้นคราทิพาแสง..........ฤทธิแรงระเหยไอ
พลันรุ้งคลาไคล..........มิใยผินถวิลหา
ดุจองค์ ธ เสด็จ..........สัคคะสรวงมฤคา
พระคุณกรุณา..........ฤ ห่อนร้าง ณ กลางใจ
จวบรุ้งจรัสฟ้า..........จรเว-หนใด
จวบนั้นจะอาลัย..........ถวิลอ้างเทวษองค์ ฯ
-----------------------------------------------------------------
จาก...    http://www.ttkschool.com/


อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 72 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 10 ก.พ. 2551 (02:59)

ทำไมต้องโพสซ้ำๆ ด้วย ????


คุน อ.โป่ง อ.ต้น อ.เดือน


จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.