วิชาการดอทคอม ptt logo

ความเป็นมาของภาษาไทย

โพสต์เมื่อ: 22:01 วันที่ 12 มิ.ย. 2550         ชมแล้ว: 86,702 ตอบแล้ว: 34
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ช่วยตอบหน่อยนะครับ มันมีรากฐานมาจากภาษาอะไรครับ


jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง





จำนวน 31 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ม.ค. 2551 (21:04)
มาจากภาษามั้งค่ะ
น.ส. สมคิด สุกใส (IP:125.26.179.157)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 ม.ค. 2551 (21:07)
มาจากภาษาลาวไม่ก็เขม่นนี้ล่ะ
น.ส.สมชาย สุขเลิศ (IP:125.26.179.157)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 31 ม.ค. 2551 (18:54)
มาจากขอมงับๆ
ดญ........ (IP:203.113.17.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ก.พ. 2551 (12:43)
4kKflkevpอ่านไม่ได้ก็โง่แล้ว
ann_560@windoslive (IP:125.26.183.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 27 ก.พ. 2551 (15:44)
นี่ขอเอาแบบเป็นเนื้อหาเต็มๆหน่อยดิ
วังเหลียง (IP:125.24.73.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 27 ก.พ. 2551 (17:26)
<P>จากความเป็นมา-</P>
หมา (IP:118.172.210.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 24 มี.ค. 2551 (11:45)
&lt;บิว; ฉันย่างจะเป็นเพื่อนกันนะบิว
ด.ญ.ชลธิชา หนูทองแก้ว (IP:203.157.71.244)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 28 พ.ค. 2551 (18:07)
mเราget_love_get@hotmail.com
จั€ฉันมีแต่เธอ (IP:125.26.23.140)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 26 ก.ค. 2551 (15:00)

ดีจายยยย สุ้ดดดด เลยยยย ง่ะ

ไม่โดน ครู ว่า เพราะ งาน เสด

รู้สึกว่าภูมจัยอย่างยิ่ง เห้ออออ

ขอบคุนนะคร้า... บะบาย น๊ะ อิอิ


เนย์ ง่ะ / cheerfulnae@hotmail.com (IP:124.120.197.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 18 ส.ค. 2551 (18:39)

อยากรู้เดว่าความเป็นมาของภาษาไทย

คือไร 


ไครร้ช่วยบอกทีนะ


nooknik_nik@hotmail.com (IP:125.26.241.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 5 ก.ย. 2551 (09:44)
มันน่าจะมาจากคนสมัยก่อนนะค่ะ
โบว์ อีเมล (IP:118.175.239.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 8 ม.ค. 2552 (13:12)

กว่าจะเข้ามาได้แทบแย่เลย


pop_262538@hotmail.com (IP:119.42.88.58)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 12 มิ.ย. 2552 (12:23)

ภาษามั้ง


พลอย (IP:119.42.68.156)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 29 มิ.ย. 2552 (17:09)
ดีต๊ะ

ราว ควร อนุรักษ์ ภา สา ทาย วั้ย ไห้ ปรา เทด ทาย ว้าย น่ะ จ๊ะ



เด็ก ยาว
nook_mini@hotmail.com (IP:118.172.111.253)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 29 มิ.ย. 2552 (22:09)
ตกลงไม่รู้กันจริงๆหรือค่ะ?!


= =?


งง ..


ภาษาไทย มาจากการที่พ่อขุนรามประดิษฐ์ขึ้นมาอ่ะค่ะ

เป็นการยืมคำ ตัว อักษรมากจากต่างประเทศอ่ะ

เรานำภาษา บาลี สันสฤต จีน อังกฤษ 9ล9 มาใช้อ่ะ
iSora
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 20 ก.ค. 2552 (18:10)
ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของชาติ เพราะภาษาเป็นสื่อให้ติดต่อกัน และทำให้วัฒนธรรมอื่นๆเจริญขึ้น อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางยึดคนทั้งชาติ ดังข้อความพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งในเรื่อง “ความเป็นชาติโดยแท้จริง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ ๖ ที่ว่า

“ภาษาเป็นเครื่องผูกพันมนุษย์ต่อมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น และไม่มีสิ่งไรที่จะทำให้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันหรือแน่นอนยิ่งไปกว่าพูดภาษาเดียวกัน รัฐบาลทั้งปวงย่อมรู้สึกในข้อนี้อยู่ดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลใดที่ต้องปกครองชนต่างชาติต่างภาษา จึงต้องพยายามตั้งโรงเรียน

และออกบัญญัติบังคับให้ชนต่างภาษาเรียนภาษาของผู้ปกครอง แต่ความคิดเห็นเช่นนี้มิใช่จะสำเร็จตามปรารถนาของรัฐบาลเสมอก็หามิได้ แต่ถ้ายังจัดการแปลงภาษาไม่สำเร็จอยู่ตราบใด ก็แปลว่า ผู้พูดภาษากับผู้ปกครองนั้นยังไม่เชื่ออยู่ตราบนั้น และยังจะเรียกว่าเป็นชาติเดียวกันกับมหาชนพื้นเมืองไม่ได้อยู่ตราบนั้น ภาษาเป็นสิ่งซึ่งฝังอยู่ในใจมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น”

จากพระราชนิพนธ์ข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า “ภาษา” นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแล้ว ยังเป็นสิ่งบ่งบอกถึง “ความเป็นชาติเดียวกัน” ของคนในสังคม เช่นเดียวกับคนไทยเราแม้จะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างเชื้อชาติ ต่างท้องถิ่น หรือต่างศาสนา แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต่างพูด “ภาษาไทย” เราย่อมรู้สึกได้ทันทีถึงความเป็นพวกเดียวกัน ความเป็นชาติเดียวกัน ดังนั้น “ภาษา” จึงเป็นสิ่งที่จะร้อยรัด และ ผูกพันคนในชาติให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของเรา ทรงพระราชสมภพ และใช้ชีวิตเมื่อทรงพระเยาว์ในต่างประเทศ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาสใช้ภาษาไทยเลย ซึ่งม.ล.ทวีสันต์ ลดาวัลย์ ได้เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มศึกษาภาษาไทยเมื่อทรงเจริญวัยแล้วคือ เมื่อพระชนมพรรษาราว ๑๓-๑๔ พรรษา และทรงได้ศึกษาภาษาไทยบ้างเล็กน้อยจากพระอาจารย์ที่ไปถวายพระอักษรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

และเมื่อรัชกาลที่ ๘ เสด็จนิวัติพระนครครั้งสุดท้าย จึงได้ทรงศึกษาภาษาไทยอย่างจริงจัง ด้วยทรงถือว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่สำคัญที่สุดของคนไทย และด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ประกอบกับทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงศึกษาได้รวดเร็ว ซึ่งพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านในด้านภาษาไทยก็เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเราชาวไทยตลอดมา


ในหนังสือ “วันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๗” ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวถึงความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ พอสรุปได้ว่า ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาติ ซึ่งสมควรจะได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม

ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเทคนิคใหม่ๆในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเน้นความสะดวกและรวดเร็วเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ภาษาไทยซึ่งเป็นสื่อกลางในการติดต่อและผูกพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยก็ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลความเจริญก้าวหน้าดังกล่าวด้วย ทำให้ภาษาไทยที่ใช้ในปัจจุบันทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกยิ่ง

สภาพการณ์เช่นนี้ หากไม่เร่งหาทางแก้ไข ป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ นับวันภาษาไทยก็จะยิ่งเสื่อมลง เป็นผลเสียต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้เสนอให้รัฐบาลไทยจัดตั้ง “วันภาษาไทย”ขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของภาษาไทยตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริมและอนุรักษ์เอกลักษณ์ของภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

โดยเห็นควรกำหนดให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” เนื่องด้วยตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้ทรงเสด็จฯไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
nongbetscat@........com (IP:117.47.113.147)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 3 ส.ค. 2552 (19:04)

     ภาษาไทยเป็นภาษาที่เก่าเเก่ที่สุดในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรากฐานมาจากออสโตรไทย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาษาจีน มีหลายคำที่ขอยืมมาจากภาษาจีน


 


     พ่อขุนรามคำเเหงได้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อปี พศ 1826 (คศ1283) มี พยัญชนะ 44 ตัว (21 เสียง), สระ 21 รูป (32 เสียง), วรรณยุกต์ 5 เสียง คือ เสียง สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ภาษาไทยดัดเเปลงมาจากบาลี เเละ สันสกฤต


kbr_kaewta@hotmii.com (IP:125.26.249.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 28 ต.ค. 2552 (09:06)
ขอให้คนที่เขียนมีประโยชน์เจริญด้วยนะ ปล. เราทำการบ้านปิดเทอมเรื่องนี้งะ ใจมาก
ดี (IP:125.24.207.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 11 พ.ย. 2552 (18:28)

อยากจะทราบประวัติความเป็นมาของภาษาไทยค่ะ


nnnongning@hotmail.com (IP:58.147.41.23)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 13 ธ.ค. 2552 (15:27)
เนื้อหาดีมาก
นานา (IP:124.157.146.112)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 17 ธ.ค. 2552 (13:48)

ขอบคุณคร๊าฟ


เด็กจัน (IP:118.172.246.59)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 17 ธ.ค. 2552 (20:07)
ภาษามาจากไหนง่ะ
ทำรายงานดั้ว
ส่งพรุ่งนี้แว้ว
fohjung@hotmail.com (IP:119.31.8.103)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 6 ก.พ. 2553 (11:16)
อยากให้คนรักภาษาไทย
เอิน-ฮาย (IP:113.53.63.156)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 9 ก.พ. 2553 (15:55)
งงอ่ะ
ช่วยอธิบายให้สั้นกว่านี้ได้ป่ะ
paan1998@hotmail.com (IP:118.172.87.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 23 มิ.ย. 2553 (17:21)
......♥
pichsinee_2539@hotmail.com (IP:118.173.200.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 9 ส.ค. 2553 (20:21)
ภาษาไทยมาจากภาษาบาลี
ค.ญ.อารยา พัศดุ (IP:125.26.88.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 17 ส.ค. 2553 (15:37)
ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของชาติ เพราะภาษาเป็นสื่อให้ติดต่อกัน และทำให้วัฒนธรรมอื่นๆเจริญขึ้น อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางยึดคนทั้งชาติ ดังข้อความพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งในเรื่อง “ความเป็นชาติโดยแท้จริง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ ๖ ที่ว่า

“ภาษาเป็นเครื่องผูกพันมนุษย์ต่อมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น และไม่มีสิ่งไรที่จะทำให้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันหรือแน่นอนยิ่งไปกว่าพูดภาษาเดียวกัน รัฐบาลทั้งปวงย่อมรู้สึกในข้อนี้อยู่ดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลใดที่ต้องปกครองชนต่างชาติต่างภาษา จึงต้องพยายามตั้งโรงเรียน

และออกบัญญัติบังคับให้ชนต่างภาษาเรียนภาษาของผู้ปกครอง แต่ความคิดเห็นเช่นนี้มิใช่จะสำเร็จตามปรารถนาของรัฐบาลเสมอก็หามิได้ แต่ถ้ายังจัดการแปลงภาษาไม่สำเร็จอยู่ตราบใด ก็แปลว่า ผู้พูดภาษากับผู้ปกครองนั้นยังไม่เชื่ออยู่ตราบนั้น และยังจะเรียกว่าเป็นชาติเดียวกันกับมหาชนพื้นเมืองไม่ได้อยู่ตราบนั้น ภาษาเป็นสิ่งซึ่งฝังอยู่ในใจมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น”

จากพระราชนิพนธ์ข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า “ภาษา” นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแล้ว ยังเป็นสิ่งบ่งบอกถึง “ความเป็นชาติเดียวกัน” ของคนในสังคม เช่นเดียวกับคนไทยเราแม้จะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างเชื้อชาติ ต่างท้องถิ่น หรือต่างศาสนา แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต่างพูด “ภาษาไทย” เราย่อมรู้สึกได้ทันทีถึงความเป็นพวกเดียวกัน ความเป็นชาติเดียวกัน ดังนั้น “ภาษา” จึงเป็นสิ่งที่จะร้อยรัด และ ผูกพันคนในชาติให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของเรา ทรงพระราชสมภพ และใช้ชีวิตเมื่อทรงพระเยาว์ในต่างประเทศ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาสใช้ภาษาไทยเลย ซึ่งม.ล.ทวีสันต์ ลดาวัลย์ ได้เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มศึกษาภาษาไทยเมื่อทรงเจริญวัยแล้วคือ เมื่อพระชนมพรรษาราว ๑๓-๑๔ พรรษา และทรงได้ศึกษาภาษาไทยบ้างเล็กน้อยจากพระอาจารย์ที่ไปถวายพระอักษรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

และเมื่อรัชกาลที่ ๘ เสด็จนิวัติพระนครครั้งสุดท้าย จึงได้ทรงศึกษาภาษาไทยอย่างจริงจัง ด้วยทรงถือว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่สำคัญที่สุดของคนไทย และด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ประกอบกับทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงศึกษาได้รวดเร็ว ซึ่งพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านในด้านภาษาไทยก็เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเราชาวไทยตลอดมา


ในหนังสือ “วันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๗” ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวถึงความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ พอสรุปได้ว่า ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาติ ซึ่งสมควรจะได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม

ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเทคนิคใหม่ๆในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเน้นความสะดวกและรวดเร็วเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ภาษาไทยซึ่งเป็นสื่อกลางในการติดต่อและผูกพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยก็ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลความเจริญก้าวหน้าดังกล่าวด้วย ทำให้ภาษาไทยที่ใช้ในปัจจุบันทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกยิ่ง

สภาพการณ์เช่นนี้ หากไม่เร่งหาทางแก้ไข ป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ นับวันภาษาไทยก็จะยิ่งเสื่อมลง เป็นผลเสียต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้เสนอให้รัฐบาลไทยจัดตั้ง “วันภาษาไทย”ขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของภาษาไทยตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริมและอนุรักษ์เอกลักษณ์ของภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

โดยเห็นควรกำหนดให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” เนื่องด้วยตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้ทรงเสด็จฯไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
tomtam.goodluck@hotmail.com (IP:202.143.139.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 8 ก.ย. 2553 (09:54)
เรา

รักนายนะ

5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

+++++++
สารี (IP:125.24.10.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 8 ก.ย. 2553 (09:56)
เบ้นอ้วนรักเป็ก
เบ้น (IP:125.24.10.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 20 ก.ย. 2553 (16:34)
ภาษาไทยเป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรากฐานมาจากออสโตรไทย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาษาจีน มีหลายคำที่ขอยืมมาจากภาษาจีน
witsuta_8049@hotmail.com (IP:61.19.65.43)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 7 ก.ค. 2554 (19:28)
ภาษาไม่ใช่ตัวอักษร ตัวอักษรเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อบันทึกภาษาพูดเท่านั้น วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์ ได้กล่าวไว้


คงงั้นมั้ง
gift (IP:124.122.63.199)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม