ความเป็นมาของภาษาไทย

ช่วยตอบหน่อยนะครับ มันมีรากฐานมาจากภาษาอะไรครับ
12 มิ.ย. 2550 22:01
34 ความเห็น
87668 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 3 ดญ........ (Guest)

มาจากขอมงับๆ
31 ม.ค. 2551 18:54


ความคิดเห็นที่ 4 ann_560@windoslive (Guest)

4kKflkevpอ่านไม่ได้ก็โง่แล้ว
6 ก.พ. 2551 12:43


ความคิดเห็นที่ 5 วังเหลียง (Guest)

นี่ขอเอาแบบเป็นเนื้อหาเต็มๆหน่อยดิ
27 ก.พ. 2551 15:44


ความคิดเห็นที่ 6 หมา (Guest)

<P>จากความเป็นมา-</P>
27 ก.พ. 2551 17:26


ความคิดเห็นที่ 7 ด.ญ.ชลธิชา หนูทองแก้ว (Guest)

&lt;บิว; ฉันย่างจะเป็นเพื่อนกันนะบิว
24 มี.ค. 2551 11:45


ความคิดเห็นที่ 8 จั€ฉันมีแต่เธอ (Guest)

mเราget_love_get@hotmail.com
28 พ.ค. 2551 18:07


ความคิดเห็นที่ 9 เนย์ ง่ะ / cheerfulnae@hotmail.com (Guest)

ดีจายยยย สุ้ดดดด เลยยยย ง่ะ

ไม่โดน ครู ว่า เพราะ งาน เสด

รู้สึกว่าภูมจัยอย่างยิ่ง เห้ออออ

ขอบคุนนะคร้า... บะบาย น๊ะ อิอิ

26 ก.ค. 2551 15:00


ความคิดเห็นที่ 10 nooknik_nik@hotmail.com (Guest)

อยากรู้เดว่าความเป็นมาของภาษาไทย

คือไร 


ไครร้ช่วยบอกทีนะ

18 ส.ค. 2551 18:39


ความคิดเห็นที่ 11 โบว์ อีเมล (Guest)

มันน่าจะมาจากคนสมัยก่อนนะค่ะ
5 ก.ย. 2551 09:44


ความคิดเห็นที่ 12 pop_262538@hotmail.com (Guest)

กว่าจะเข้ามาได้แทบแย่เลย

8 ม.ค. 2552 13:12


ความคิดเห็นที่ 15 พลอย (Guest)

ภาษามั้ง

12 มิ.ย. 2552 12:23


ความคิดเห็นที่ 16 nook_mini@hotmail.com (Guest)

ดีต๊ะ

ราว ควร อนุรักษ์ ภา สา ทาย วั้ย ไห้ ปรา เทด ทาย ว้าย น่ะ จ๊ะ



เด็ก ยาว
29 มิ.ย. 2552 17:09


ความคิดเห็นที่ 17 โดย iSora

ตกลงไม่รู้กันจริงๆหรือค่ะ?!


= =?


งง ..


ภาษาไทย มาจากการที่พ่อขุนรามประดิษฐ์ขึ้นมาอ่ะค่ะ

เป็นการยืมคำ ตัว อักษรมากจากต่างประเทศอ่ะ

เรานำภาษา บาลี สันสฤต จีน อังกฤษ 9ล9 มาใช้อ่ะ
29 มิ.ย. 2552 22:09


ความคิดเห็นที่ 18 nongbetscat@........com (Guest)

ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของชาติ เพราะภาษาเป็นสื่อให้ติดต่อกัน และทำให้วัฒนธรรมอื่นๆเจริญขึ้น อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางยึดคนทั้งชาติ ดังข้อความพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งในเรื่อง “ความเป็นชาติโดยแท้จริง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ ๖ ที่ว่า

“ภาษาเป็นเครื่องผูกพันมนุษย์ต่อมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น และไม่มีสิ่งไรที่จะทำให้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันหรือแน่นอนยิ่งไปกว่าพูดภาษาเดียวกัน รัฐบาลทั้งปวงย่อมรู้สึกในข้อนี้อยู่ดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลใดที่ต้องปกครองชนต่างชาติต่างภาษา จึงต้องพยายามตั้งโรงเรียน

และออกบัญญัติบังคับให้ชนต่างภาษาเรียนภาษาของผู้ปกครอง แต่ความคิดเห็นเช่นนี้มิใช่จะสำเร็จตามปรารถนาของรัฐบาลเสมอก็หามิได้ แต่ถ้ายังจัดการแปลงภาษาไม่สำเร็จอยู่ตราบใด ก็แปลว่า ผู้พูดภาษากับผู้ปกครองนั้นยังไม่เชื่ออยู่ตราบนั้น และยังจะเรียกว่าเป็นชาติเดียวกันกับมหาชนพื้นเมืองไม่ได้อยู่ตราบนั้น ภาษาเป็นสิ่งซึ่งฝังอยู่ในใจมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น”

จากพระราชนิพนธ์ข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า “ภาษา” นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแล้ว ยังเป็นสิ่งบ่งบอกถึง “ความเป็นชาติเดียวกัน” ของคนในสังคม เช่นเดียวกับคนไทยเราแม้จะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างเชื้อชาติ ต่างท้องถิ่น หรือต่างศาสนา แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต่างพูด “ภาษาไทย” เราย่อมรู้สึกได้ทันทีถึงความเป็นพวกเดียวกัน ความเป็นชาติเดียวกัน ดังนั้น “ภาษา” จึงเป็นสิ่งที่จะร้อยรัด และ ผูกพันคนในชาติให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของเรา ทรงพระราชสมภพ และใช้ชีวิตเมื่อทรงพระเยาว์ในต่างประเทศ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาสใช้ภาษาไทยเลย ซึ่งม.ล.ทวีสันต์ ลดาวัลย์ ได้เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มศึกษาภาษาไทยเมื่อทรงเจริญวัยแล้วคือ เมื่อพระชนมพรรษาราว ๑๓-๑๔ พรรษา และทรงได้ศึกษาภาษาไทยบ้างเล็กน้อยจากพระอาจารย์ที่ไปถวายพระอักษรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

และเมื่อรัชกาลที่ ๘ เสด็จนิวัติพระนครครั้งสุดท้าย จึงได้ทรงศึกษาภาษาไทยอย่างจริงจัง ด้วยทรงถือว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่สำคัญที่สุดของคนไทย และด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ประกอบกับทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงศึกษาได้รวดเร็ว ซึ่งพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านในด้านภาษาไทยก็เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเราชาวไทยตลอดมา


ในหนังสือ “วันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๗” ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวถึงความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ พอสรุปได้ว่า ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาติ ซึ่งสมควรจะได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม

ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเทคนิคใหม่ๆในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเน้นความสะดวกและรวดเร็วเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ภาษาไทยซึ่งเป็นสื่อกลางในการติดต่อและผูกพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยก็ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลความเจริญก้าวหน้าดังกล่าวด้วย ทำให้ภาษาไทยที่ใช้ในปัจจุบันทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกยิ่ง

สภาพการณ์เช่นนี้ หากไม่เร่งหาทางแก้ไข ป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ นับวันภาษาไทยก็จะยิ่งเสื่อมลง เป็นผลเสียต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้เสนอให้รัฐบาลไทยจัดตั้ง “วันภาษาไทย”ขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของภาษาไทยตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริมและอนุรักษ์เอกลักษณ์ของภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

โดยเห็นควรกำหนดให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” เนื่องด้วยตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้ทรงเสด็จฯไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
20 ก.ค. 2552 18:10


ความคิดเห็นที่ 19 kbr_kaewta@hotmii.com (Guest)

     ภาษาไทยเป็นภาษาที่เก่าเเก่ที่สุดในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรากฐานมาจากออสโตรไทย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาษาจีน มีหลายคำที่ขอยืมมาจากภาษาจีน


 


     พ่อขุนรามคำเเหงได้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อปี พศ 1826 (คศ1283) มี พยัญชนะ 44 ตัว (21 เสียง), สระ 21 รูป (32 เสียง), วรรณยุกต์ 5 เสียง คือ เสียง สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ภาษาไทยดัดเเปลงมาจากบาลี เเละ สันสกฤต

3 ส.ค. 2552 19:04


ความคิดเห็นที่ 21 ดี (Guest)

ขอให้คนที่เขียนมีประโยชน์เจริญด้วยนะ ปล. เราทำการบ้านปิดเทอมเรื่องนี้งะ ใจมาก
28 ต.ค. 2552 09:06


ความคิดเห็นที่ 22 nnnongning@hotmail.com (Guest)

อยากจะทราบประวัติความเป็นมาของภาษาไทยค่ะ

11 พ.ย. 2552 18:28


ความคิดเห็นที่ 23 นานา (Guest)

เนื้อหาดีมาก
13 ธ.ค. 2552 15:27


ความคิดเห็นที่ 24 เด็กจัน (Guest)

ขอบคุณคร๊าฟ

17 ธ.ค. 2552 13:48


ความคิดเห็นที่ 25 fohjung@hotmail.com (Guest)

ภาษามาจากไหนง่ะ
ทำรายงานดั้ว
ส่งพรุ่งนี้แว้ว
17 ธ.ค. 2552 20:07

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น