วิชาการดอทคอม ptt logo

รบกวนช่วย ถอดคำประพันธ์ นิราศภูเขาทอง หน่อยนะครับ

โพสต์เมื่อ: 17:22 วันที่ 14 มิ.ย. 2550         ชมแล้ว: 169,740 ตอบแล้ว: 91
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
รบกวนหน่อยนะครับ

ขอบคุณมากครับ


Oat,,*(58.9.174.92)





จำนวน 84 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 มิ.ย. 2551 (19:54)
<P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=impact size=3>ถึงตัวเราเล่าถ้ามีโยมหญิง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไหนจะนิ่งดูดายอายบุปผา</FONT></P>

<P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=Impact size=3>คงจะใช้ให้ศิษย์ที่ติดมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อุตส่าห์หาเอาไปฝากตามยากจน</FONT></P>

<P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=Impact size=3>นี่จนใจไม่มีเท่าขี้เล็บ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขี้เกียจเก็บเลยทางมากลางหน</FONT></P>

<P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=Impact size=3>พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริยน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถึงตำบลกรุ่งเก่ายิ่งเศร้าใจ</FONT></P>

<P style="MARGIN-RIGHT: 0px">&nbsp;</P>
แพม (IP:61.19.66.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 มิ.ย. 2551 (20:36)
<P><FONT face="Georgia, Times New Roman, Times, Serif" size=7>ถอดคำประพันะนิราศภูเขาทองให้หน่อยสิค่ะพรุ่งนี้ส่งนะ</FONT></P>
nong.dew@windowslive.com (IP:125.27.94.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 มิ.ย. 2551 (12:43)
<P><FONT size=3>แง๊ เราก้อต้องส่งพรุ่งนี้ คัยถอดคำประพันธ์ นิราศภูเขาทองได้ช่วยหน่อยนะคะ&nbsp; ครูให้ถอดแบบละเอียดเลยอ่ะ เราถอดไม่เปนนนนนนนน T^T</FONT></P>

<P><FONT size=3>&nbsp;รุแค่บางบทเอง คัยที่ต้องการถอดเองแต่ไม่รุคำศัพท์มาเอาคำแปลของบทนี้ไปใช้ได้เลยนะคะ</FONT></P>

<P><FONT size=3>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<FONT size=2> ครั้นรุ่งเช้าเป็นวันอุโบสถ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เจริญรสธรรมาบูชาฉลอง</FONT>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</FONT></P>

<P>ไปเจดีย์ที่ชื่อภูเขาทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดูสูงล่องลอยฟ้านภาลัย</P>

<P>อยู่กลางทุ่งรุ่งโรจน์สันโดษเด่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นที่เล่นนาวาคงคาใส</P>

<P>ที่พื้นลานฐานบัทม์ถัดบันได&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คงคาไหลล้อมรอบเป็นขอบคัน</P>

<P>มีเจดีย์วิหารเป็นลานวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในจังหวัดวงแหวนกำแพงกั้น</P>

<P>ที่องค์ก่อย่อเหลี่ยมสลับกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นสามชั้นเชิงชานตระหง่านงาม</P>

<P>&nbsp;</P>

<P>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <STRONG>ถอดคำประพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp; </STRONG><U>เมื่อถึงรุ่งเช้าเป็นวันพิธีอุโบสถได้เจริญธรรมะแล้วบูชาพระเพื่อฉลองเมื่อเสร็จได้เดินทางไปเจดีย์ภูเขาทองดูสูงตั้งตระหง่าเหมือนลอยอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเจดีย์ภูเขาทองตั้งอยู่กลางทุ่งเป็นจุดเด่น น้ำในแม่น้ำรอบๆนั้นใสสะอาดเหมาะสำหรับการเล่น 'นาวา' ที่ตรงลานเป็นขั้นบันไดให้น้ำไหลล้อมรอบตัวของวัด มีเจดีย์ มีวิหารซึ่งคือลานวัด จากในจังหวัดเป็นวงแหวนและมีกำแพงกั้นไว้ องค์เจดีย์มีย่อเหลี่ยมเป็นสามชั้น ตั้งเด่นและตระหง่านตา</U></P>

<P><FONT size=3>หวังว่าข้อมูลที่เราให้ไปจะเป็นประโยชน์ให้แก่คนที่มาค้นหาต่อไปนะจ๊ะ^^</FONT></P>

<P><FONT size=3>(ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากหนังสือภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ม.1 จ้า)</FONT></P>
ผุให้ความช่วยเหลือ อิอิ (IP:222.123.228.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 มิ.ย. 2551 (18:33)
<P>ช่วยถอดให้หน่อยคับ&nbsp;&nbsp; ขอบคุณมากๆๆๆๆๆคับ </P>
Gene (IP:125.24.155.97)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 ก.ค. 2551 (09:17)

ลบได้แล้ว



 


ทมื (IP:202.143.129.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 12 ก.ค. 2551 (09:15)
อิอิ

ทามรายกันอยู่ค่ะ



มีรายให้ช่วยม่ะ

อิอิ



เราก้อทามเปงน่ะ
000 (IP:118.173.126.245)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 12 ก.ค. 2551 (17:32)
ขอบคุณ
รีนา (IP:125.25.216.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 27 ก.ค. 2551 (20:51)
ราวก้ออยากถ้ามบ้างด้ายปะ



เรื่องน้านนนนนนนนนอ่ะ



OK ปะ
ตอง (IP:124.121.144.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 ส.ค. 2551 (19:48)

อยากรู้ดูนี่



  ๑. ถึงเดือน ๑๑ ซึ่งออกจากการจำพรรษาแล้ว เมื่อรับกฐินอย่างยินดีเสร็จแล้ว

ก็ต้องลงูเรือไปด้วยความเศร้าโศก
ออกจากวัดก็มองดูวัดที่เคยอาศัย

เมื่อปีที่ผ่านมาได้อยู่อาศัย อีกทั้ง ๓
ฤดูที่อยู่มาก็ไม่มีอะไรมากวนใจ อีกทั้งวัดราชบุรณะพระวิหารนี้คงอีกนานกว่าจะได้มาเห็น นึกแล้วเศร้าใจยิ่งนักทั้งนี้เป็นเพราะมีคนพาลมารังแกใส่ร้าย คิดจะนำผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือท่านก็ไม่มีความยุติธรรม จึงต้องอำลาวัดไปจนต้องมาอ้างว้างอยู่กลางสายน้ำ



          ๒. ถึงหน้าวังก็เศร้าโศกมาก คิดถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยผู้ซึ่งมีพระคุณกับสุนทรภู่อย่างมาก เมื่อก่อนเคยเข้าเฝ้าท่านอย่างใกล้ชิดและบ่อยครั้ง เมื่อพระองค์สวรรคตก็เหมือนกับสุนทรภู่ตายไปด้วยเพราะไม่มีญาติหรือคนคอยช่วยเหลือชีวิตจึงยากแค้นแสนเข็ญ อีกทั้งมีโรคมีกรรมเข้ามารุมล้อม

ไม่เห็นใครที่จะพึ่งพาได้
จึงได้บวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่รัชกาลที่ ๒ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมตลอดเวลา

เพื่อเป็นสิ่งทดแทนคุณพระองค์
แม้เกิดชาติใดใดก็ขอให้เป็นข้ารับใช้พระองค์ตลอดไป



          ๓. เมื่อถึงหน้าแพก็เห็นเรือพระที่นั่ง

คิดถึงเมื่อก่อนก็เศร้าจนน้ำตาไหล
เคยหมอบกราบรัชกาลที่ ๒ กับพระจมื่นไวย

แล้วก็ลงไปในเรือบัลลังก์ทอง
เคยแต่งแปลงบทความ

เคยรับราชโองการอ่านในงานฉลอง
จนเรือที่มาทอดกฐินหมดแล้วก็ยังมิได้ทำให้พระองค์ขัดใจแต่อย่างใดเคยหมอบกราบใกล้จนได้กลิ่นหอมจากพระวรกาย กลิ่นหอมนั้นหอมจนติดจมูก

แต่เมื่อพระองค์สวรรคตก็สิ้นกลิ่นหอมไปด้วย
อีกทั้งยังเหมือนวาสนาของสุนทรภู่ก็สิ้นตามกลิ่นไปด้วย



          ๔. มองไปในวังยังเห็นหอที่เก็บพระอัฐิของรัชกาลที่

ก็ตั้งสติถวายส่วยบุญสวยกุศล

ทั้งส่งส่วนกุศลไปให้รัชกาลที่ ๓
ให้พ้นภัยในการปกครองบ้านเมือง



          ๕. ถึงวัดประโคนปักก็มองไปไม่เห็นเสาหินที่ลือกัน

เป็นเสาที่สำคัญในแผ่นดิน
ถึงจะไม่เห็นก็ขอเดชะพระพุทธคุณช่วย

ขอให้อายุยืนหมื่นๆปีเท่าดังเสาศิลา
อยู่คู่ฟ้าดินได้ตลอดไป

พอเรือล่องเลยวัดก็มองดูริมท่าน้ำ
มีแพมาจอดขายของอยู่เรียงราย

มีขายทั้งผ้าแพรสีม่วงและสีอื่นๆ
ทั้งสิ่งของทีมาจากเมืองจีน



          ๖. ถึงโรงเหล้าก็มีควันออกมาจากเตากลั่นมากมาย

มีเครื่องตักน้ำผูกไว้ปลายเสา
สุนทรภู่เคยดื่มน้ำเหล้าจนเมาเหมือนคนบ้า จึงได้บวชเพื่อจะได้พ้นจากอบายมุข

ขอให้ได้ตรัสรู้ดังพระพุทธเจ้า
แต่เหล้าเคยทำให้รอดชีวิตดังนั้นจะเมินไปก็เกินไป ถึงจะไม่เมาเหล้าแต่ยังเมารักอยู่

หักห้ามจิตใจไม่ให้รักไม่ได้
การเมาเหล้านั้นพอรุ่งขึ้นก็หายไป

แต่การเมารักนี้จะเป็นทุกๆคืน



          ๗. ถึงบางจากไม่อยากได้ยินคำว่าจาก

เพราะสุนทรภู่จากหลายๆอย่างมา ต้องมีใจมัวหมองเพราะรักนั้นไม่ยืนยาว

จึงต้องจากเมืองพรากมา



          ๘. ถึงบางพลูคิดถึงนางจันเมื่อแต่งงานกัน เคยส่งหมากพลูโดยใส่ซองให้ทั้งหมดเป็นใบเหลืองซึ่งอร่อยมาก ถึงบางพลัดก็ไม่อยากได้ยินคำว่าพลัดเพราะได้พลัดจากนางจัน ทั้งยังพลัดจากเมืองและอื่นๆอย่างร้อนรน



          ๙. ถึงบางโพก็คิดถึงต้นโพธิ์ ให้ร่มเงา

ให้ความร่มเย็นทั้งยังทำให้โคนต้นไม้งอกงามได้ ขอเดชะของพระพุทธเจ้า

ให้พ้นภัยพาลตลอดไป



          ๑๐. ถึงบ้านญวนเห็นมีโรงแลมากมาย มีคนค้าขายของเช่นกุ้งหรือปลาโดยการขังไว้ในข้อง ข้างหน้าโรงวางที่สำหรับดักปลาวางเรียงไว้ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายมาจับจ่ายซื้อของ จะมองกลับไปยังประเทศบ้านเกิดก็ทรมานเหมือนโดนไฟไหม้

จิตใจก็หม่นหมอง
ล่องเรือมาจนถึงวัดเขมา

ก็รู้ว่าพึ่งเลิกงานฉลองไปเมื่อวานซืน



          ๑๑. คิดถึงเมื่อก่อนซึ่งรัชกาลที่

๒ ได้มาตัดหวายลูกนิมิต ได้ชมพระพิมพ์ทั้ง
๘๔,๐๐๐ องค์ซึ่งเท่ากับจำนวนพระธรรมที่อยู่ในพระไตรปิฎกที่อยู่ริมผนัง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เห็นการเล่นฉลองเพราะสุนทรภู่ต้องหมดวาสนาและลำบาก เป็นเพราะบุญน้อยก็นึกเศร้า แต่แล้วเรือก็ติดน้ำวน มองเห็นน้ำวิ่งเชี่ยวหมุนเป็นเกลียว พุ่งไปมาตัดกัน บางส่วนก็พุ่งวนเหมือนกงเกวียน ดูเวียนๆเป็นเหมือนพายุวน ทั้งหัวท้ายเรือได้รับแจวเรือดังนั้นเรือจึงหลุดน้ำวนออกมาได้ แต่ถึงเรือจะพ้นน้ำวนมาแล้วแต่ใจก็ยังไม่พ้นจากความรัก



          ๑๒. ถึงตลาดแก้วแต่ไม่เห็นมีตลาดตั้งขายของทั้งสองฝั่งเห็นแต่ต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆ ได้กลิ่นดอกไม้หอมไปเรื่อยๆตลอดทางและกลิ่นเหมือนผ้าแพรที่ย้อมด้วยมะเกลือ เห็นต้นโศกใหญ่และต้นระกำเป็นแผงแต่แปลกที่มีต้นรักขึ้นแซมอยู่ด้วย เหมือนความโศกเศร้าระกำใจที่สุนทรภู่ต้องเป็นเพราะรักแม่จัน



          ๑๓. ถึงจังหวัดนนทบุรีก็เห็นมีตลาดน้ำ

มีแพอยู่ซึ่งขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
มีทั้งเรือจอดอยู่เพื่อขายผลไม้จากสวนแท้ มีทั้งผู้หญิงผู้ชายมาประชุมซื้อของกันทุกวันทุกคืน



          ๑๔. มาถึงหมู่บ้านบางธรณีก็โศกเศร้ามากขึ้นมาก

เพราะตอนลำบากพาให้ใจสะอื้นมาก
ทั้งที่แผ่นดินหนาขนาดสองแสนสี่หมื่นโยชน์แต่เมื่อถึงคราวลำบากแม้แต่แผ่นดินก็ไม่มีที่อาศัย เหมือนโดนหนามเสียดแทงเจ็บแสบมาก เหมือนกับนกไม่มีรังที่จะอาศัยต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆ



          ๑๕. ถึงตำบลปากเกร็ดซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวมอญอพยพมา ตามธรรมเนียมผู้หญิงมอญจะเกล้าผม แต่สมัยนี้ผู้หญิงมอญมาถอนไรผมเหมือนตุ๊กตา

ทั้งยังใช้เครื่องสำอาง
ใช้แป้งผัดหน้าซึ่งเหมือนกับชาวไทย ทำให้เห็นได้ว่าสมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความเที่ยงแท้ เหมือนดังที่ชาวมอญละทิ้งประเพณีวัฒนธรรมของตนเองแล้วจะนับประสาอะไรกับจิตใจของคน ซึ่งไม่มีใครมีใจเดียวแต่มีหลายใจ



          ๑๖. ถึงหมู่บ้านบางพูดสุนทรภู่ก็นึกถึงคำว่าพูด

ดังว่า ถ้าใครพูดดีก็จะมีคนรัก
แต่ถ้าพูดไม่ดีก็อาจจะเป็นภัยต่อตนเองได้อีกทั้งยังไม่มีใครคบ ไม่มีเพื่อนสนิทมิตรสหาย

ทั้งการจะดูว่าใครดีไม่ดีดูได้จากการพูด



          ๑๗. ถึงหมู่บ้านบ้านใหม่สุนทรภู่ก็คิดอยากจะได้บ้านซักหลังตามที่ต้องการโดยขอกับเทวดาให้สมดังปรารถนา เพราะ

การมีบ้านใหม่จะได้มีความสุขและมีที่อาศัยอย่างปลอดภัย



          ๑๘. ถึงหมู่บ้านบางเดื่อก็คิดถึงลูกมะเดื่อที่ภายนอกนั้นดูสวยงามน่ารับประทานแต่ภายในกลับมีแมลงมีหนอนชอนไชอยู่ เหมือนกับคนพาลที่ปากพูดดีแต่ในใจคิดทำอันตราย



          ๑๙. ถึงบางหลวงเหมือนจากนางจันมานานแล้วเราต้องสละจากยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อมาบวชเพื่อจะได้พ้นจากกิเลสทั้งหลายทั้งปวง ถึงจะมีนางฟ้ามายั่วก็ไม่สนใจ



          ๒๐. ถึงสามโคกก็คิดถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยซึ่งพระองค์ปกครองเมืองกรุงเทพฯ พระองค์ได้พระราชทานนามเมืองจากสามโคกซึ่งเป็นหัวเมืองชั้นสามเป็นเมืองปทุมธานีเป็นเพราะมีบัวเยอะ ถึงพระองค์จะเสด็จสวรรคตไปแล้วแต่ชื่อปทุมธานีคงอยู่ตลอดไป แต่ทำไมชื่อของสุนทรภู่ชื่อขุนสุนทรโวหารที่ได้รับพระราชทานนามมาแต่กลับไม่มีชื่อในแผ่นดินหลังจากพระองค์สวรรคตเลยซึ่งต่างกับปทุมธานี สุนทรภู่ต้องเร่ร่อนหาที่อาศัยเพราะขณะนี้ไม่มีบ้าน สุนทรภู่ขอให้เกิดทุกชาติได้เป็นข้ารับใช้พระองค์ตลอดไป พอพระองค์สวรรคตสุนทรภู่ก็ขออยากตายตามบ้างเพื่อจะได้รับใช้และพึ่งพระองค์ เดี๋ยวนี้ก็เศร้าโศกใจทุกข์ระทมอย่างทวีคูณมาก ต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆชีวิตไม่มีจุดมุ่งหมาย



          ๒๑. ถึงหมู่บ้านบ้านงิ้วก็เห็นมีแต่ต้นงิ้วซึ่งไม่มีนกหรือสัตว์อื่นๆอยู่บนกิ่งเลยเพราะต้นงิ้วมีหนามขึ้นอยู่มากมายนึกถึงก็น่ากลัวหนามเพราะถ้าโดนคงเจ็บมาก แต่งิ้วในนรกยาวถึง ๑๖

ข้อนิ้วแหลมเหมือนกับไม้ไผ่เหลาทำกับดัก
ซึ่งใครมีชู้เมื่อตายไปแล้วก็ต้องไปปีนต้นงิ้วในนรก แต่สุนทรภู่เกิดมาอายุมากแล้วแต่ยังครองตัวอยู่ในศีลธรรมไม่มีชู้ แต่ทุกวันนี้ผู้คนวิปริตมีชู้กันมากคงต้องไปปีนต้นงิ้วในนรกกันบ้าง



          ๒๒. ทั้งหมดที่คิดมานั้นสุนทรภู่สามารถตัดขาดได้แต่การตัดความรักนั้นยากยิ่งนัก นั่งนึกอนาถใจไปจนเย็นก็ถึงเกาะใหญ่ราชคราม มองไปเห็นบ้านเรือนต่างๆอยู่ห่างจากสองฝั่งมาก ในที่นี้ต้องระวังจระเข้จะทำร้าย ทั้งที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของผู้ร้ายซึ่งมาคอยดักตีเรือ สุนทรภู่คิดแล้วน่าเบื่อยิ่งนัก



          ๒๓. เมื่อพระอาทิตย์ตกก็มีเมฆมืดครึ้มมาจนดูมืดมัวไปทุกทิศทุกทาง พายเรือถึงทางลัดซึ่งเป็นทางตัดกลางนาก็เห็นมีต้นแฝกต้นคาต้นแขมต้นกกขึ้นปะปนกันอยู่มากมาย เงาของต้นพวกนี้ทอดลงน้ำทำให้ดูเวิ้งว้างดูกว้างขวางเหลียวมองทีไรก็รู้สึกขวัญหายทุกที มองเห็นเงาของหญิงชายทั้งยังมีเสียงคุยกัน เรือของพวกเขาเพรียวเล็กและมีปลาอยู่บนเรืออีกด้วย พวกเขาถ่อเรือคล่องแคล่วเดินทางไปอย่างรวดเร็ว แต่เรือของสุนทรภู่ไปช้ามากช่างน่าสงสารลูกศิษย์ที่ต้องถ่อเรืออย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งๆที่ไม่เคยเส้นทาง บางทีเรือก็เสยเข้าพงหญ้ารกรุงรัง จะถอยหลังก็ถอยยาก เรือก็โคลงจนกระโถนใส่หมากหก

พอเงี่ยหูฟังก็ไม่ได้ยินเสียงสัตว์เลยซักตัว
มีแต่น้ำค้างตกเพราะลมพัด

มองไปไม่เห็นคลองเลยต้องค้างอยู่กลางทุ่ง
แต่พอหยุดเรือหยุดก็มารุมกัดเจ็บเหมือนโดนทรายซัด เลยไม่ได้นอนเพราะต้องนั่งตบยุง



          ๒๔. สุนทรภู่รู้สึกอ้างว้างมาก มองไปในทุ่งกว้างเห็นมีแต่ต้นแขมขึ้นอยู่ปะปนกัน จนดึกก็มีดาวอยู่กลางท้องฟ้า มีนกกระเรียนบินร่อนและร้องก้องเมื่อตอนเที่ยงคืน มีเสียงกบเขียดร้องเรื่อยๆ มีลมพัดเฉื่อยๆ สุนทรภู่รู้สึกวังเวงก็คิดรำพึงเมื่อตอนมียศถาบรรดาศักดิ์ ได้หัวเราะเฮฮากับเพื่อน มีคนคอยปรนนิบัติรับใช้ แต่ยามลำบากเห็นแต่หนูพัดลูกชายคอยช่วยนั่งปัดยุงให้จนพระจันทร์ขึ้นก็เห็นต้นกระจับจอก มีดอกบัวเผื่อนขึ้นมากเมื่อคืนเดือนหงาย มองเห็นคลองทั้งสองด้านหัวท้ายเรือก็รีบถ่อเรือลงคลอง จนพระอาทิตย์ขึ้นก็เห็นพันธุ์ผักดูน่ารักส่งเกสรแก่กัน มีบัวเผื่อนอยู่สองข้างทางที่เรือพายไป มีต้นก้ามกุ้งขึ้นอยู่กับสาหร่ายใต้น้ำ มีต้นสายติ่งขึ้นสลับกับต้นตับเต่าเป็นกลุ่มๆมองไปเหมือนกับดาวบนท้องฟ้า เหล่านี้ถ้าผู้หญิงได้มาเห็นก็คงจะลงเล่นกลางทุ่ง ที่มีเรือก็คงจะพายไปเก็บสายบัว ถ้าสุนทรภู่มีโยมผู้หญิงก็คงไม่นิ่งเฉยให้อายดอกไม้ คงจะใช้ให้ศิษย์ไปเก็บของฝากเท่าที่ทำได้ในตอนนี้ แต่นี่จนใจไม่มีเงินซักนิด

ทั้งยังขี้เกียจเก็บจึงเลยมา
พอมีแสงอ่อนๆของพระอาทิตย์ก็ถึงกรุงศรีอยุธยา

สุนทรภู่รู้สึกเศร้าใจ



          ๒๕. เมื่อถึงหน้าจวนของเพื่อนของสุนทรภู่

สุนทรภู่ก็คิดถึงเมื่อก่อนจนน้ำตาไหล
สุนทรภู่ตั้งใจจะแวะหาถ้ายังเหมือนเมื่อก่อนก็คงจะได้รับนิมนต์ขึ้นบนจวน แต่ถ้าหากว่าท่านแปลกไปก็คงจะโดนหัวเราะเยาะจะต้องอายมาก รู้สึกไม่กล้าใฝ่สูงเป็นเพื่อนได้

จึงได้เดินทางต่อไปยังเจดีย์ภูเขาทอง



          ๒๖. จอดเรือที่ข้างวัดพระเมรุซึ่งริมวัดมีเรือจอดเรียงอยู่ บางลำมีคนร้องเล่นเต้นสำราญ

บางลำก็ร้องเพลงเกี้ยวกัน
บางลำฉลองผ้าป่าด้วยการขับเสภา

ทั้งยังมีคนตีระนาดซึ่งตีเก่งเหมือนนายเส็ง
(คนเก่งระนาดสมัยสุนทรภู่)

มีโคมแขวนอยู่เรียงรายเหมือนอยู่สามเพ็ง
เมื่อคราวเคร่งในพระศาสนาก็ไม่ได้ดู

มีเรือลำหนึ่งกลอนมันมาก
ร้องกลอนยากลากเลื้อยฟังแล้วเหนื่อยหู

กลอนลดเลี้ยวเหมือนทางงู
จนลูกคู่บอกว่าง่วงนอน

ได้การละเล่นต่างๆที่ข้างวัดพอดึกก็นอน
ประมาณสามยามก็มีโจรขึ้นเรือ

พอมีเสียงกุกกักสุนทรภู่ก็ลุกขึ้นโวยวาย
โจรก็รีบดำน้ำไปอย่างว่องไว มองไปไม่เห็นหน้าลูกศิษย์ก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกด้วยความกลัวแต่หนูพัดจุดเทียนส่องดูว่ามีอะไรหายไปบ้าง แต่ไม่มีเลยแม้แต่เครื่องอัฐบริขาร

ทั้งนี้ด้วยเดชะตบะบุญและพระพุทธ
ทำให้ชนะมารได้



          ๒๗. วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันพระซึ่งจะได้บูชาพระธรรม ได้ไปเจดีย์ภูเขาทองซึ่งดูสูงเสียดฟ้า อยู่กลางทุ่งดูโดดเด่นมีน้ำใสอยู่รอบๆที่ฐานพื้นที่เป็นรูปกลีบบัวถัดจากบันไดมีน้ำไหลล้อมรอบเป็นขอบ มีเจดีย์มีวิหารมีลานวัด มีกำแพงกั้นอยู่

การย่อเหลี่ยมไม้ ๑๒
มุมอย่างสวยงาม มีเป็นสามชั้นอย่างงดงาม

บันไดมี ๔ ด้าน
คณะของสุนทรภู่ชวนกันขึ้นไปชั้น ๓ ตั้งใจเดินวนขวา ๓

รอบจนครบก็กราบเจดีย์
มีห้องที่เป็นถ้ำสำหรับจุดเทียนเพราะลมจะพัดแรงพาธูปเทียนดับ ตอนนั้นบังเกิดสิ่งอัศจรรย์มีลมพัดเวียนขวาราวกับจะเวียนเทียนด้วย ทุกวันนี้พระเจดีย์เก่าและทรุดโทรมมาก

ที่ฐานร้าวถึงเก้าแฉก ที่ยอดก็หัก
องค์พระเจดีย์ก็ทรุด

เป็นเพราะเจดีย์ไม่มีคนคอยดูแล
นึกแล้วเสียดายจนน่าร้องไห้ แล้ววจะเทียบอะไรกับชื่อเสียงเกียรติยศของมนุษย์

ก็คงหมดไปในไม่นาน
เหมือนกับเป็นผู้ดีแล้วลำบาก

เป็นคนมั่งมีแล้วยากจน
คิดแล้วทุกอย่างไม่แท้เที่ยง

sunjian (IP:58.8.66.28)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 พ.ย. 2551 (18:22)

ขอบคุณมากนะ sunjian ที่ช่วยถอดคำประพันธ์ให้


นัท (IP:125.27.123.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 26 พ.ค. 2552 (20:08)

เก่งมาก  ควาย


กกกก (IP:125.25.4.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 27 พ.ค. 2552 (06:30)

ขอบ คุณ

ข้ะ ๆๆ


111 (IP:125.26.207.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 มิ.ย. 2552 (16:16)

ไอตัวเลขข้างหน้าคือไรอ่ะ ย่อหน้าที่เท่าไรหรอ

ช่วยตอบด้วยคร๊า  ยังไงก้ขอบคุงมากมาย


Fon (IP:58.8.84.212)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 2 มิ.ย. 2552 (19:13)

ช่วยถอดคำประพันธ์ให้หน่อยนะคะ
���� ทั้งกบเขียดเกรียดกรีดจังหรีดเรื่อย
พระพายเฉื่อยฉิวฉิววะหวิวหวาม
วังเวงจิตคิดคะนึงรำพึงความ
ถึงเมื่อยามยังอุดมโสมนัส
ถ้าใครถอดคำประพันธ์นี้ได้จะขอบคุณเป็นอย่างสูงค่ะ


pond16140
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 2 มิ.ย. 2552 (20:09)

ถอดคำประพันธ์ให้หน่อยครับ


asd_1526@hotmail.com (IP:203.118.84.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 7 มิ.ย. 2552 (14:01)

ขอบคุนมั๊กๆคร้าปป๋ม


NoT / dekaron_lv.68@hotmail.com (IP:124.122.44.160)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 21 มิ.ย. 2552 (11:31)
แต้ง
ben_benyapa8282@hotmail.com (IP:118.172.197.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 28 มิ.ย. 2552 (15:03)
ขอบคุนนะคะ
ขวัญ (IP:124.122.113.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 28 มิ.ย. 2552 (20:31)

ขอบใจมากคับทันส่งครูพอดี


ปาล์ม (IP:58.9.56.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 7 ก.ค. 2552 (21:21)
ขอบคุณมากๆค่ะ

ครูสั่งให้แปลพอดีเลย ^______^

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ขอบคุณค่ะๆ
^___^ (IP:124.120.73.242)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 8 ก.ค. 2552 (17:01)
ขอบคุณมากนะค่ะ
คาเมลล์ (IP:61.91.161.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 10 ก.ค. 2552 (18:56)

ขอบคุณนะ sunjian ที่ช่วยถอดคำประพันะให้


june (IP:112.143.59.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 19 ก.ค. 2552 (09:00)

แต่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก้อบคุนคับ


*-* (IP:124.122.74.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 24 ก.ค. 2552 (14:55)

ขอบคุณคุณ sunjianกนะค่ะ พรุ่งนี้สอบพอดีเลย


แงแง (IP:203.209.96.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 2 ส.ค. 2552 (11:09)

ขอบคุนนะ


กิบซ่า (IP:114.128.90.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 4 ส.ค. 2552 (17:07)

อยากได้ความหมายอะ


147896325 (IP:58.9.26.235)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 8 ส.ค. 2552 (16:27)

ขอบคุณมากนะคะ


chocola (IP:124.121.166.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 28 ส.ค. 2552 (18:53)

ขอบคุณมากครับ


เฟรม (IP:118.172.122.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 24 ก.ย. 2552 (16:59)

ถึงหน้าวังดังหนึ่ง


กิต (IP:118.173.216.21)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 25 ก.ย. 2552 (18:55)

ถอดคำประพันธ์นิราศพระบาท (ถอดแล้วนะ)

ข้อความ : พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม ได้เสด็จฯ ไปทรงเวียนเทียนวันมาฆบูชาที่พระบาท เมื่อเดือน ๓ ปีพ.ศ.๒๓๕๐ สุนทรภู่ซึ่งเป็นมหาดเล็กในพระองค์ก็ต้องตามเสด็จไปในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ยังมีเรื่องมีราวกับแม่จัน ไม่ทันได้คืนดี รอยพระพุทธบาท ณ เชิงเขาสุวรรณบรรพต แขวงเมืองสระบุรี คือปูชีนียสถานอันสำคัญยิ่ง นับแต่พรานบุญได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๑๖๗ ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยาแล้ว พระมหากษัตริย์และเจ้านายพระองค์ต่างๆ ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาชั้นหลัง ลงมาถึงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธบาทแห่งนี้มาโดยตลอด ครั้งปู่ย่าตาทวดถือกันว่า ใครได้ไปไหว้พระบาทครบ ๗ ครั้ง ตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ ที่ถือกันอย่างนี้เพราะสมัยก่อนการเดินทางลำบากยากเย็นเต็มที การเดินทางครั้งนี้แม้จะลำบากเพียงใดก็ดี แต่ก็สนุกสนานยิ่งนัก คราวนี้สุนทรภู่ไปกับขบวนหลวง มีทั้งมหาดเล็กและนางใน ทั้งสาวทั้งแก่ไปกันมาก ต้องเดินทางทั้งทางน้ำและทางบก กว่าจะไปถึงรอยพระพุทธบาทได้ใช้เวลาไปถึง ๓ วัน ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน เราขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงกันเสียแล้ว... เรามาเดินทางสู่พระพุทธบาทสระบุรี ไปพร้อมกับท่านสุนทรภู่ในบัดนี้เถิด ๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง ดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางาม เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม จะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดาร ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดา ถอดคำประพันธ์ จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม ๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย แสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครัน ถอดคำประพันธ์ จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง ๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ ถอดคำประพันธ์ ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง ๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐาน ตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจ พินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่ ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดาย ชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสาย ถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลัน แรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่น ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียว เป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยว จะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลย ถอดคำประพันธ์ ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่ ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่ม ถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว ๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ย พี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชล ถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหน ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำ ถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด ๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไป ถอดคำประพันธ์ ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนาง ถอดคำประพันธ์ ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง ๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย ๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไป ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก ๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียน ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง ๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง สังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมอง เหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กาย อันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย ถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยา ทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษา ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคน ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า ๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน ถอดคำประพันธ์ เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ พี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม กินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย ก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหาย ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ ๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง พอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถาง พี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือ แต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือ แต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครัน ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ ๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์ นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจ โอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้ ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย โอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ ๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้น โอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกาย ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา ถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสา ถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจ เงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว พยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแล ถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแส ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม ที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุม เสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารี ถอดคำประพันธ์ ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่ ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมด ถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา ๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หาย แลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัว ได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่ว พระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพร กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน ถอดคำประพันธ์ เณรกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นศาลาทรงน้ำ ส่วนพวกเราลงว่ายน้ำ เพื่อนช่วยบีบนวดจัดกองช้างยี่สิบสี่เชือก เลือกตัวที่เดินดีเป็นช้างพระที่นั่ง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เข้าบรรทม ๏ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญ แสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์ สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อน บ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมิน เฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหิน ดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอน จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร เดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียง ถอดคำประพันธ์ พวกเสวกามาตย์ต่างเหนื่อยอ่อน นอนเหมือนตาย ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงสักวา เพลงครึ่งท่อนช้าปี่ ก็ไม่สนใจ เฝ้าดูดวงจันทร์ เหมือนชื่อน้อง ระกำเกินกว่าที่จะเขียนเป็นคำกลอน จนรุ่งเช้า กองช้างเตรียมช้างมายืนเรียง ๏ บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง บ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกัน บ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขัน จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายราย ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย กะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน ถอดคำประพันธ์ พวกเพื่อนปลุกกันเซ็งแซ่ รีบเก็บข้าวของดูวุ่นวาย ๏ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้น หวีกระจกตกแตกกระจายดิน เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอ จะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อ มือตะกายสายรัดสกนธ์คอ เห็นช้างงองวงหนีก็หวีดอึง แต่ปีนไพล่เหนี่ยวพลัดสุหรัดขาด สองมือพลาดพลัดคว่ำลงต้ำผึง กรมการบ้านป่าเขาฮาตึง ทำโกรธขึ้งเรียกพวกผู้ชายเร็ว บ้างขึ้นช้างพลางฉวยข้อมือฉุด ดังอุณรุทจับกินนรที่ในเหว ไม่นึกอายอัประมาณเป็นการเร็ว บ้างโอบเอวอุ้มนางขึ้นช้างพังฯ ถอดคำประพันธ์ พวกนางในปีนช้าง ไม่กางขา จึงตกช้าง พวกกรรมการบ้านป่าฮากันตึง พวกนางในจึงเรียกพวกผู้ชายมาช่วยฉุดมือบ้าง อุ้มบ้างเพื่อขึ้นช้าง โดยไม่นึกอาย ๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวัง ขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดิน จากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขิน กูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกาย ทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลาย แต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมัน เพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์ ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริง นึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิง แต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ ถอดคำประพันธ์ รุ่งเช้า กินกันอิ่มแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงช้าง ก็เคลื่อนขบวน สองข้างเป็นช้างตั้ง ด้านหลังเป็นพวกมหาดเล็ก ตัวพี่เคราะห์ร้ายต้องขึ้นช้างตกน้ำมัน เพื่อนแกล้งตบมือ มันจึงพาวิ่งเข้าป่าไป พี่หงายหลัง แต่ท้ายช้างคว้าไว้ทัน นึกจะโจนลง แต่ก็อายเพื่อนจะเย้ยว่าใจหญิง พี่เวียนหัวจนตาลาย ๏ ถึงชายป่านาประโคนรำคาญคิด ถึงมิ่งมิตรแล้วให้หมองอารมณ์หมาง จนพ้นทุ่งมุ่งตรงเข้าดงยาง ไม่สล้างลู่ล้มระทมทับ รุกขชาติดาษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับ ดุเหว่าแว่วหวาดไหวฤทัยวับ จะแลกลับหลังเหลียวยิ่งเปลี่ยวใจ ทั้งสองข้างทางเดินก็รกระ ระเกะกะพาดพันเถาวัลย์ไสว จักจั่นแซ่เสียงเรไรไพร ในจิตใจทดท้อระย่อเย็น ถอดคำประพันธ์ ถึงชายป่าหน้าประโคน คิดถึงน้องรัก เข้าดงยางที่ลู่ล้มทับกัน เสียงนกจอแจ เสียงดุเหว่า ทำให้เปลี่ยวใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ได้ยินเสียงจักจั่นเรไร ทำให้ระทดท้อหนาวใจ ๏ ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้น มีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียง บ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียง พี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาว แต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาว พี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวัน ลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์ ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคู ถอดคำประพันธ์ ถึงบางโขมด มีธารตะพานช้าง เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบเส้น มีต้นโพธิ์ใหญ่ให้เงาร่มเย็นผู้คนจึงหยุดพักที่นี่ สองข้างทาง มีของขายเสียงจอแจ มีทั้งของหวานของคาว พี่เห็นน้ำยา เขาว่าทำมาจากกิ้งกือ พวกชาวกรุงทั้งหนุ่มสาวจับกลุ่มกินกัน ส่วนพี่คลื่นไส้ ไสช้างเดินต่อ ๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหู ถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจ ระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่ พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพอง ถอดคำประพันธ์ ถึงตำบลบ่อโศก มาได้สองร้อยห้าสิบเส้น ถึงสระใหญ่ พี่ไสช้างเดินต่ออย่างคะนอง ๏ มาลับท่อบ่อโศกจนสุดเหลียว ยังเสียวเสียวโศกกายไม่วายหมอง ถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงดำ อันริมรอบขอบหนองทั้งสองข้าง รอยตีนช้างลึกลุ่มหลุ่มถลำ โอ้น้ำใจในอุราทาระกรรม เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองคราม พี่ยลน้ำช้ำใจแล้วไสช้าง มาตามทางทิวป่าพนาหนาม กำหนดนับมรคาพยายาม ก็ได้สามร้อยเส้นห้าสิบปลาย โอ้ทางไกลไปเปลืองเหมือนเรื่องว่า แต่โศกข้านี่กระไรมิใคร่หาย จะแลขวาป่าเขียวยังเปลี่ยวกาย จะแลซ้ายเห็นแต่โขดภูเขาเคียง กับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียง ข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำ โอ้นกคู่ดูน่าจะผาสุก พี่นี้ทุกข์เพราะจากเจ้างามขำ เห็นนกหนึ่งจับนิ่งกิ่งระกำ โอ้นกน้อยเห็นจะจำจากตัวเมีย ถ้านกผู้ดูเหมือนหัวอกพี่ แสนทวีเวทนาประดาเสีย นิจจาเอ๋ยถ้าเป็นอกนกตัวเมีย จะละเหี่ยหาผัวอยู่ตัวเดียว พี่เห็นนกแล้ววิตกถึงน้องน้อย จะครวญคอยนับวันกระสันเสียว ไม่เห็นพี่ก็จะโหยอยู่โดยเดียว พี่ก็เปลี่ยวเปล่ากายซังตายมา ถอดคำประพันธ์ ถึงหนองคนที มีสระ น้ำนอง มีหญ้าน้ำสีดำ รอยตีนช้างลึกเป็นหลุม เดินทางมาได้สามร้อยห้าสิบเส้น เหลียวซ้ายแลขวาก็เป็นป่าเขา เห็นนกเขาคู่หนึ่งขันกันอย่างมีความสุข แต่ตัวพี่ทุกข์เพราะต้องจากน้องรัก เห็นนกตัวหนึ่งจับกิ่งระกำ คงจากตัวเมียมา เหมือนตัวพี่ พี่เห็นนกก็คิดถึงน้อง คงต้องครวญคอยพี่อยู่คนเดียว ๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกทึกด้วยพฤกษา ที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมิน ยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขิน ได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพล ช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสน ถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทัน ถอดคำประพันธ์ ถึงศาลาที่สามเณรพักอยู่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ป่านี้นายพรานว่ามีเสือ จะไปมาต้องไม่ประมาทยามไม่สบายใจ พี่คิดกลัวเสือ มุ่งหน้าเดินทางข้ามเขา ระยะทางประมาณสี่ร้อยเส้น จนถึงสระยอ รอเสด็จมาเสวยเพล ๏ พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ ดูเทเวศร์อารักษ์นรังสรรค์ เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ ให้ป้องกันอันตรายในราวไพร เห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหล ที่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรี รำจวญจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวาทศรี จึงเลยลาอารักษ์ริมคีรี จงสุขีเถิดนะข้าขอลาจร ถอดคำประพันธ์ พี่แวะที่เขาตก คอยนำเสด็จ บูชาถวายเทวาอารักษ์ให้ช่วยป้องกันอันตราย เห็นเขาตก ทำให้นึกถึงตัวเองที่ต้องมาตกยากจากน้องมาอยู่กลางป่า รู้สึกใจหาย ๏ ถึงสระยอพอได้เวลาเสด็จ ก็ตามเสร็จแวดล้อมพร้อมสลอน กำดัดแดดแผดเที่ยงทินกร รีบกุญชรช้างที่นั่งขนัดตาม บ่ายประมาณโมงหนึ่งพอถึงวัด ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลาม ลงหยุดปลงไอยราริมอาราม สมภารตามเชิญเสด็จให้คลาไคล ขึ้นกุฎีฝากระดานสำราญรื่น ก็ครึกครื้นครอบครัวเข้าอาศัย ทั้งไพร่นายรายเรียบกันเรียดไป ตัดใบไม้มุงเหมือนหลังคาบัง ถอดคำประพันธ์ เสด็จออกจากสระยอเวลาประมาณเที่ยง ถึงวัดประมาณบ่ายโมง มีผู้คนล้นหลาม หยุดช้างริมวัด สมภารเชิญเสด็จให้พักผ่อนบนกุฏิวัด ๏ ประจวบจนสุริยนเย็นพยับ ไม่ได้ศัพท์เซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ปี่ระนาดฆ้องกลองประโคมดัง ระฆังหงั่งหงั่งหง่างลงครางครึม มโหรีปี่ไฉนจับใจแจ้ว วิเวกแว่วกลองโยนตะโพนกระหึม ทุกที่ทับสัปปุรุษก็พูดพึม รุกขาครึ้มครอบแสงพระจันทร เสนาะเสียงเทศนาปุจฉาถาม ในสนามเสียงสนั่นเนินสิงขร เป็นวันบรรณรสีรวีวร พระจันทรทรงกลดรจนา ไฟตะเกียงเรียงรอบพระมณฑป กระจ่างจบจันทร์แจ่มแอร่มผา ดอกไม้พุ่มจุดงามอร่ามตา จับศิลาแลเลื่อมเป็นลายลาย พระจันทร์ส่องต้องยอดมณฑปสุก ในหน้ามุขเงางามอร่ามฉาย นกบินกรวดพร

Pragayprueg_GSND@hotmail.com (IP:118.174.14.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 27 ต.ค. 2552 (17:45)
ขอบคุณที่ทำให้งานเสร็จเร็ว
tomlove5@hotmail.com (IP:222.123.19.81)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 13 ธ.ค. 2552 (20:48)
พี่ ๆ งับ ช่วย หา

ถอด ความ นิราศภูเขาทอง เรื่องสุทรภู่

ให้ หน่อยดิ ครับ ^___^
devilnicev.1@hotmail.com (IP:113.53.15.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 10 ม.ค. 2553 (20:05)

ช่วยแปรนิราศภูเขาทอง�� หน่อยค่ะ


ไอริน วัฒนานุวัฒ (IP:125.26.81.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 25 พ.ค. 2553 (21:39)
ช่วยบอกข้อคิดคำสอนที่อยู่ในนิราศภูเขาทองให้หน่อยได้ไมคะ
คือต้องส่งครูเรวนี้แล้วอะคะ
รบกวนหน่อยนะคะคิดไม่ออกจริงๆ
ขอบคุณล่วงหน้าคะ
โชกุนน้อย (IP:61.90.35.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 25 พ.ค. 2553 (21:43)
เหตุใดนิราศภูเขาถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นเรื่องเองของสุนทรภู่

ใครรู้บอกทีททททททท

ใครรู้ให้ 0 บาท (ไม่ต้องให้ก็ได้ม้าง)

ขอบคุณล่วงหน้ามากๆคับ
เด็กติ๊งต๊อง (IP:61.90.35.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 28 พ.ค. 2553 (10:37)
ขอบคุณสำหรับคำแปลขอบคุณมากๆคุณครูเค้าสั่งการบ้านมาพอดี
tonnun2541@hotmail.com (IP:118.173.147.245)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 31 พ.ค. 2553 (19:20)
ยากอ่า ยาวด้วย .........แต่ก้อขอบคุณมากค๊า
-*-*-*-*-*- (IP:124.120.78.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 6 มิ.ย. 2553 (08:50)
ขอบคุนที่ช่วยแปลคำประพันธ์นะค่ะเพราะต้องส่งงานพุ่งนี้
ขอบคุนเป็นอย่างมาก
เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีคัยถนัดภาษาไทยเลย
anislove19@hotmail.com/nis (IP:183.89.87.212)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 16 มิ.ย. 2553 (15:59)
อยากรู้ที่มานิราศภูเขาทอง และจุดประสงค์ในการแต่ง
yakorn (IP:112.142.0.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 19 มิ.ย. 2553 (18:30)
เยอะจัง แบบย่อไม่มีหยอ
mai0536@yahoo.com (IP:125.26.103.160)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 19 มิ.ย. 2553 (18:37)
มากเกินไปแย้ว
แต่ก็เก่งนะ
สู้ สู้ ...... ทำไมแปลได้อ่ะ
บอกหย่อย
mai0536@yahoo.com (IP:125.26.103.160)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 22 มิ.ย. 2553 (09:51)
ช่วงแปลบทประพันธ์นิราศภูเขาทองบทนี้ให้หน่อยนะค่ะ

นาวาเอียงเสียงกุกลุกฃึ้นร้อง มันดำล่องนำไปช่างไว้เหลือ
ไม่เห็นหน้าสานุศิษย์ที่ชิดเชื้อ เหมือนเนื้อเบื้อบ้าเลอะดูเซอะซะ
เเต่หนูพัดจัดเเจงจุดเทียนส่อง ไม่เสียของขาวเหลืองเครื่องอัฏฐะ
ด้วยเดชะตบะบุญกับคุณพระ ชัยชนะมารได้ดั่งใจปอง

ขอบคุนหลายๆเด้อ
ployzalove@hotmail.com (IP:202.57.149.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 22 มิ.ย. 2553 (09:58)
ช่วยถอดคำประพันธ์บทนี้ให้ทีนะคะ

กับหนูพัดมัสการสำเร็จแล้ว ใส่ขวดแก้ววางไว้ใกล้เกศา

มานอนกรุงรุ่งขึ้นจะบูชา ไม่ปะตาตันอกยิ่งตกใจ

แสนเสียดายหมายจะชมบรมธาตุ ใจจะขาดคิดมานำตาไหล

โอ้บุญน้อยลอยลับครรไลไกล เสียนำใจเจียนจะดิ้นสิ้นชีวัน


ช่วยหน่อยนะคะ เดียวให้ 1000 บาทคะ


ขอขอบคุณล้วงน่าคะ
xxxxxxxx@hotmail.com (IP:202.57.149.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 22 มิ.ย. 2553 (19:52)
-v[0ypot
litr,p@hotmail.com (IP:111.84.39.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 22 มิ.ย. 2553 (22:13)
ขอบคุณมากคะ

ที่ช่วยถอดคำประพันธ์

เรื่องนิราศภูเขาทอง

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
noon_ntc@hotmail.com (IP:114.128.28.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 มิ.ย. 2553 (16:42)
ขอบคุณมากค่ะ ถ้าหาอันนี้ไม่เจอคงแย่ ขอบคุณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณ
บี (IP:119.42.120.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 23 มิ.ย. 2553 (16:44)
ขอบคุณมากๆนะคะ I Love คนแปล
ปลา (IP:119.42.120.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 28 มิ.ย. 2553 (17:36)
 ขอบคุง 
จิงๆๆคร้าๆๆ
ที่ทำให้งานเสร็จเร็ว

ลังชางน้อย (IP:58.11.28.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 28 มิ.ย. 2553 (18:43)
 ช่วยแปลทั้งหมดเลยได้มั้ยอ่ะค่ะ 

pbc3n21@otmail.com (IP:183.89.39.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 28 มิ.ย. 2553 (18:53)
 เออออออออออ ไม่ต้องแลทั้หมดก็ได้ค่ะเอาแค่
อีกสองหญิงร้ายและชายชั่ว อย่าเมามัวหมายรักสมัครสมาน
ขอสมหวังตั้งประโยชน์โพธิญาณ ตราบนิพพานชาติหน้าให้ถาวร
พอกราบพระปะดอกประทุมชาติ พบพระธาตุสถิตในเกสร
สมถวิลยินดีชุลีกร ประคองช้อนเชิญองค์ลงนาวา
ขอบคุณล่วงหน้าน่ะค่ะ จากpbc3n21ค่ะ เราคือคนคนเดียวกัน

คนรักพี่อั้มมมมมมมมมมมม (IP:183.89.39.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 30 มิ.ย. 2553 (17:34)
ขอบคุนค่า
น่ารัก (IP:118.172.186.105)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 2 ก.ค. 2553 (20:30)
ใครเข้ามาดูถอดคําประพันธ์ช่วยพิมพ์ด้วยนะจากตอม ร.ร.อาเว ห้อง ม.1/3
tono111@hotmail.com (IP:112.142.170.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 3 ก.ค. 2553 (14:30)
ด้วยได้ไปเคารพพระพุทธรูป ทั้งสถูปบรมธาตุพระศาสนา
เป็นนิสัยไว้เหมือนเตือนศรัทธา ตามภาษาไม่สบายพอคลายใจ
ใช่จะมีที่รักสมัครมาด แรมนิราศร้างมิตรพิสมัย
ซึ่งครวญคร่ำทำทีพิรี้พิไร ตามวิสัยกาพย์กลอนแต่ก่อนมา
งง (IP:114.128.150.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 3 ก.ค. 2553 (14:31)
^
^
^
^
ถอดคำประพันธ์ให้หน่อยน้า ^ ^
งง (IP:114.128.150.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 3 ก.ค. 2553 (17:17)
ขอบคุณนะที่ช่วยถอดคําประพันธ์ให้ส่งครูทัน จากโอปอ ร.ร สมเด็จ
awp_love_2009@hotmail.com (IP:112.142.170.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 4 ก.ค. 2553 (12:11)
ทํางานส่งครูทันเเล้วววววววววรอยตายเอยเรา ไปชิ่งมอไชต์ต่อนะครับ ท่อเเบบดัง
เเก๊งยางบักตอย (IP:112.142.170.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 4 ก.ค. 2553 (21:00)
ขอบคุณมากๆนะคะ BYน๊ะ
P (IP:112.142.96.40)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 4 ก.ค. 2553 (21:03)
เอ่อคือแบบว่าส่งครูทันพอดีอ๊ะ
รักนนท์ /ปักธงชัย (IP:112.142.96.40)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 5 ก.ค. 2553 (18:14)
ขอบใจหลายๆเด้อที่ซ่อยแปล
คนใจหลาย เอ้ยบ่แม๊น คนหลายใจ (IP:112.142.163.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 6 ก.ค. 2553 (20:48)
ขอขอบคุณคนที่ถอดคำประพันธ์ให้
คราวหน้าจะมาใช้บริการอีกน๊ะ
คนมีตัง (IP:114.128.192.54)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 7 ก.ค. 2553 (22:16)
ขอบคุณความคิดเห็นที่ 11 มากน้า
nan (IP:125.26.86.240)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 30 ก.ค. 2553 (16:21)
ดีมาำกมากเลยคะ
น้อง.... (IP:125.25.12.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 8 ส.ค. 2553 (17:41)
เหมือนแม่ครัวคั่วแกงพะแนงผัด สารพัดเพียญชนังเครื่องมังสา

อันพริกไทยผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ

จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสิ้น อย่านึกนินทาแถลงแหนงไฉน

นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ จึงร่ำไรเรื่องร้างเล่นบ้าเอย
zemix_za_za@hotmail.com (IP:117.47.88.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 10 ก.ย. 2553 (16:42)
ขอบคุณนะคะ
แต่ ถอดคำประพันะแล้ว ช่วยย่อให้มันสั้นลงหน่อยนะคะ
ขอบคุนคะ
nw_8e88@hotmail.com (IP:113.53.106.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 12 ก.ย. 2553 (14:48)
ขอบคุนนะ sunjian ที่ช่วยน่ะทำไงเหรอ
pla_ptk@hotmail.com (IP:222.123.9.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 12 ก.ย. 2553 (15:00)
ช่วยถอดโคลงโลกนิติให้หน่อยสิ
pla_ptk@hotmail.com (IP:222.123.9.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 21 มิ.ย. 2554 (19:18)
ขอบคูนค่ะ
บิวตี้ (IP:113.53.240.186)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 28 มิ.ย. 2554 (18:16)
ขอบคุณมากๆนะคะพอดีเลยอะแต๊งกิ้วมั่กมากๆๆๆเลยค่า =w=
Fern chicha (IP:182.53.26.131)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 3 ก.ค. 2554 (14:18)
นิโรธรุกขมูล แปลว่ารัยคัยก็ได้บอกหนูหน่อย
GIFT (IP:49.48.89.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 6 ก.ค. 2554 (18:46)
ขอขอบพระคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆขอรับที่ช่วยกะผม
ปลาย รักทุกคนคร๊าบ (IP:49.229.142.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 31 พ.ค. 2555 (19:36)
ขอบคุณม๊ากมาก
jane12384@hotmail.com (IP:58.8.197.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 31 พ.ค. 2555 (19:38)
5555+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++งงอิอิ
janeloveritforever (IP:58.8.197.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 17 มิ.ย. 2555 (19:30)
ขอนคุนมั๊กๆ แต่ไม่เข้าไจว่าใอ่พวกแรกมานคืออารัยกัลขร๊

เข้ามาที งง ตึบเรย

แต่ก๊ขอบคุนคลที่มีสาระนร๊ ทำรายงานผ่านแร้วตู จัยขร๊ ๆ
nenza11@hotmail.com (IP:124.121.146.131)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 17 มิ.ย. 2555 (19:34)
Fon ความคิดเห็นที่15 ตัวเลขมันก้คือย่อหน้านั้นแหละคร๊ คุนจะแก้บทไหนก้ดูเอา ทีนี้ก้รุแร้วนร๊ ขอไห้แก้ได้
Nanny (IP:124.121.146.131)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 5 ก.ค. 2555 (17:24)
ดีนะ
์Noo_pangpond285@yahoo.com (IP:1.4.166.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 5 ก.ค. 2555 (17:28)
^.^
ปังปอนด์ (ร.รทุ่งฝนวิทยาคาร)
Noo_pangpond285@yahoo.com (IP:1.4.166.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 11 ก.ค. 2555 (21:47)
ถอดความให้หน่อยค่ะความว่า ขอเดชะพระเจย์ดีคีรีมาศ
ปพิชญา ใจนนถี (IP:110.49.235.46)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 7 มิ.ย. 2556 (17:38)
คิรีมาศ=ภูเขาทองค่ะ
beammomlove@hotmail.com (IP:110.168.66.79)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 9 มิ.ย. 2556 (23:59)
.ตอนนี้สุนทรภู่ใช่ว่าจะมีคนรักหรือพึ่งจะจากรักมา แต่ที่กล่าวถึงผู้หญิงก็เพราะเป็นธรรมเนียมการแต่งนิราศแต่โบราณ

..เหมือนแม่ครัวจะปรุงอาหารประเภทพะแนงนอกจากจะใส่เครื่องปรุงและเนื้อสัตว์แล้วยังต้องใส่พริกไทยใบผักชีเพื่อเพิ่มความน่ารับประทานแก่อาหาร และผู้หญิงก็เหมือนพริกไทยใบผักชีเพื่อให้.ขอให้ทราบความจริงทุกๆอย่างว่าสุนทรภู่ไม่ได้มีผู้หญิงเลยขออย่าได้นินทาให้เสียหาย เพราะคนที่มีความสามรถในเชิงกลอนจะนั่งๆนอนๆเฉยๆก็จะน่าเบื่อและเศร้าใจ จึงจะต้องแต่งกลอนเพื่อคลายเหงาและคลายความเศร้าใจ และให้ได้ผลงานเป็นที่ประจักษ์นิราศนี้น่าอ่าน



ขอความช่วยเหลือด่วนครับ งานด่วนอะครับ
sonzagame@hotmail.com (IP:223.205.245.112)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 16 มิ.ย. 2556 (08:58)
ช่วยถอดคำประพันธ์บทนี้ให้หน่อยนะคะ
ประทับท่าหน้าอรุณอารามหลวง ค่อยสร่างทรวงทรงศีลพระชินสีห์
นิราศเรื่องเมืองเก่าของเรานี้ ไว้เป็นที่โสมนัสทัศนา
ด้วยได้ไปเคารพพระพุทธรูป ทั้งสถูปบรมธาตุศาสนา
เป็นนิสัยไว้เหมือนเตือนศรัทธา ตามภาษาไม่สบายพอคลายใจ
ใช่จะมีที่รักสมัครสมาด แรมนิราศร้างมิตรพิสมัย
ซึ่งครวญคร่ำทำทีพิรี้พิไร ตามนิสัยกาพย์กลอนแต่ก่
gateza215@hotmail.com (IP:115.67.102.70)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 23 มิ.ย. 2556 (15:45)
ขอบคุณมากค่ะถ้าไม่ได้พี่ทั้งหลายคงแย่มาก
อาหลิน (IP:223.206.126.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 26 มิ.ย. 2556 (20:00)
ช่วยถอดบทนี้ให้หน่อยค่ะ
โอ้คิดมาสารพัดจะตัดขาด ตัดสวาทตัดรักมิยักไหว
ถวิลหวังนั่งนึกอนาถใจ ถึงเกาะใหญ่ราชครามพอยามเย็น
ดูห่างย่านบ้านช่องทั้งสองฝั่ง ระวังทั้งสัตว์นำ้จะทำเข็ญ
เป็นที่อยู่ผู้ร้ายไม่วายเว้น เที่ยวซ่อนเร้นตีเรือเหลือระอา

นะค่ะขอด่วนจี้เลยนะค่ะ
nan (IP:122.155.43.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 26 มิ.ย. 2556 (20:14)
ขอบคุณมากค่ะ
แนน (IP:122.155.43.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 13 ก.ย. 2556 (11:00)
หอมบุหงาการะเกดวิเศษสม เหมือนเกศผมทรามเชยเจ้าเคยสาง
นมสวรรค์นั้นไม่สมเหมือนนมนาง ผลมะปรางไม่เหมือนปรางสำอางนวล
ดูลิ้นจี่สีปลั่งก็ยังแหนง ไม่เหมือนแสงโอษฐ์แฉล้มเมื่อแย้มสรวล
หอมสุคนธ์ผลจันทร์ที่รัญจวน ไม่หอมหวนเหมือนเนื้อที่เจือจันทน์
หอมลำเจียกจับฤดีแต่มีหนาม เหมือนเจ้างามงอนคารมทั้งคมสัน
เถาสวาทเหมือนสวาทที่พาดพัน กาหลงนั้นเหมือนพี่หลงทรงพะงา
โอ้เต่าร้างเหมือนพี่ร้างมาห่างเคล้า สงสารเต่าร้างโรยให้โหยหา
ถึงสวนแดนแสนเสียดายสายสุดา พสุธาเดียวจะห่างไปต่างแดน
tanya_love_mom@msn.com (IP:202.143.166.49)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม