รบกวนช่วย ถอดคำประพันธ์ นิราศภูเขาทอง หน่อยนะครับ

รบกวนหน่อยนะครับ



ขอบคุณมากครับ



ความคิดเห็นที่ 6 

000 (Guest)
12 ก.ค. 2551 09:15
  1. อิอิ

    ทามรายกันอยู่ค่ะ



    มีรายให้ช่วยม่ะ

    อิอิ



    เราก้อทามเปงน่ะ



ความคิดเห็นที่ 9

ตอง (Guest)
27 ก.ค. 2551 20:51
  1. ราวก้ออยากถ้ามบ้างด้ายปะ



    เรื่องน้านนนนนนนนนอ่ะ



    OK ปะ



ความคิดเห็นที่ 18

NoT / dekaron_lv.68@hotmail.com (Guest)
7 มิ.ย. 2552 14:01
  1. ขอบคุนมั๊กๆคร้าปป๋ม




ความคิดเห็นที่ 4

Gene (Guest)
23 มิ.ย. 2551 18:33
  1. <P>ช่วยถอดให้หน่อยคับ&nbsp;&nbsp; ขอบคุณมากๆๆๆๆๆคับ </P>



ความคิดเห็นที่ 7

รีนา (Guest)
12 ก.ค. 2551 17:32
  1. ขอบคุณ



ความคิดเห็นที่ 13

กกกก (Guest)
26 พ.ค. 2552 20:08
  1. เก่งมาก  ควาย




ความคิดเห็นที่ 14

111 (Guest)
27 พ.ค. 2552 06:30
  1. ขอบ คุณ

    ข้ะ ๆๆ




ความคิดเห็นที่ 12

นัท (Guest)
5 พ.ย. 2551 18:22
  1. ขอบคุณมากนะ sunjian ที่ช่วยถอดคำประพันธ์ให้




ความคิดเห็นที่ 2

nong.dew@windowslive.com (Guest)
3 มิ.ย. 2551 20:36
  1. <P><FONT face="Georgia, Times New Roman, Times, Serif" size=7>ถอดคำประพันะนิราศภูเขาทองให้หน่อยสิค่ะพรุ่งนี้ส่งนะ</FONT></P>



ความคิดเห็นที่ 5

ทมื (Guest)
3 ก.ค. 2551 09:17
  1. ลบได้แล้ว



     




ความคิดเห็นที่ 17

asd_1526@hotmail.com (Guest)
2 มิ.ย. 2552 20:09
  1. ถอดคำประพันธ์ให้หน่อยครับ




ความคิดเห็นที่ 56

น่ารัก (Guest)
30 มิ.ย. 2553 17:34
  1. ขอบคุนค่า



ความคิดเห็นที่ 3

ผุให้ความช่วยเหลือ อิอิ (Guest)
15 มิ.ย. 2551 12:43
  1. <P><FONT size=3>แง๊ เราก้อต้องส่งพรุ่งนี้ คัยถอดคำประพันธ์ นิราศภูเขาทองได้ช่วยหน่อยนะคะ&nbsp; ครูให้ถอดแบบละเอียดเลยอ่ะ เราถอดไม่เปนนนนนนนน T^T</FONT></P>

    <P><FONT size=3>&nbsp;รุแค่บางบทเอง คัยที่ต้องการถอดเองแต่ไม่รุคำศัพท์มาเอาคำแปลของบทนี้ไปใช้ได้เลยนะคะ</FONT></P>

    <P><FONT size=3>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<FONT size=2> ครั้นรุ่งเช้าเป็นวันอุโบสถ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เจริญรสธรรมาบูชาฉลอง</FONT>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</FONT></P>

    <P>ไปเจดีย์ที่ชื่อภูเขาทอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดูสูงล่องลอยฟ้านภาลัย</P>

    <P>อยู่กลางทุ่งรุ่งโรจน์สันโดษเด่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นที่เล่นนาวาคงคาใส</P>

    <P>ที่พื้นลานฐานบัทม์ถัดบันได&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คงคาไหลล้อมรอบเป็นขอบคัน</P>

    <P>มีเจดีย์วิหารเป็นลานวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในจังหวัดวงแหวนกำแพงกั้น</P>

    <P>ที่องค์ก่อย่อเหลี่ยมสลับกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นสามชั้นเชิงชานตระหง่านงาม</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <STRONG>ถอดคำประพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp; </STRONG><U>เมื่อถึงรุ่งเช้าเป็นวันพิธีอุโบสถได้เจริญธรรมะแล้วบูชาพระเพื่อฉลองเมื่อเสร็จได้เดินทางไปเจดีย์ภูเขาทองดูสูงตั้งตระหง่าเหมือนลอยอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเจดีย์ภูเขาทองตั้งอยู่กลางทุ่งเป็นจุดเด่น น้ำในแม่น้ำรอบๆนั้นใสสะอาดเหมาะสำหรับการเล่น 'นาวา' ที่ตรงลานเป็นขั้นบันไดให้น้ำไหลล้อมรอบตัวของวัด มีเจดีย์ มีวิหารซึ่งคือลานวัด จากในจังหวัดเป็นวงแหวนและมีกำแพงกั้นไว้ องค์เจดีย์มีย่อเหลี่ยมเป็นสามชั้น ตั้งเด่นและตระหง่านตา</U></P>

    <P><FONT size=3>หวังว่าข้อมูลที่เราให้ไปจะเป็นประโยชน์ให้แก่คนที่มาค้นหาต่อไปนะจ๊ะ^^</FONT></P>

    <P><FONT size=3>(ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากหนังสือภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ม.1 จ้า)</FONT></P>



ความคิดเห็นที่ 11

sunjian (Guest)
18 ส.ค. 2551 19:48
  1. อยากรู้ดูนี่



      ๑. ถึงเดือน ๑๑ ซึ่งออกจากการจำพรรษาแล้ว เมื่อรับกฐินอย่างยินดีเสร็จแล้ว

    ก็ต้องลงูเรือไปด้วยความเศร้าโศก
    ออกจากวัดก็มองดูวัดที่เคยอาศัย

    เมื่อปีที่ผ่านมาได้อยู่อาศัย อีกทั้ง ๓
    ฤดูที่อยู่มาก็ไม่มีอะไรมากวนใจ อีกทั้งวัดราชบุรณะพระวิหารนี้คงอีกนานกว่าจะได้มาเห็น นึกแล้วเศร้าใจยิ่งนักทั้งนี้เป็นเพราะมีคนพาลมารังแกใส่ร้าย คิดจะนำผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือท่านก็ไม่มีความยุติธรรม จึงต้องอำลาวัดไปจนต้องมาอ้างว้างอยู่กลางสายน้ำ



              ๒. ถึงหน้าวังก็เศร้าโศกมาก คิดถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยผู้ซึ่งมีพระคุณกับสุนทรภู่อย่างมาก เมื่อก่อนเคยเข้าเฝ้าท่านอย่างใกล้ชิดและบ่อยครั้ง เมื่อพระองค์สวรรคตก็เหมือนกับสุนทรภู่ตายไปด้วยเพราะไม่มีญาติหรือคนคอยช่วยเหลือชีวิตจึงยากแค้นแสนเข็ญ อีกทั้งมีโรคมีกรรมเข้ามารุมล้อม

    ไม่เห็นใครที่จะพึ่งพาได้
    จึงได้บวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่รัชกาลที่ ๒ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมตลอดเวลา

    เพื่อเป็นสิ่งทดแทนคุณพระองค์
    แม้เกิดชาติใดใดก็ขอให้เป็นข้ารับใช้พระองค์ตลอดไป



              ๓. เมื่อถึงหน้าแพก็เห็นเรือพระที่นั่ง

    คิดถึงเมื่อก่อนก็เศร้าจนน้ำตาไหล
    เคยหมอบกราบรัชกาลที่ ๒ กับพระจมื่นไวย

    แล้วก็ลงไปในเรือบัลลังก์ทอง
    เคยแต่งแปลงบทความ

    เคยรับราชโองการอ่านในงานฉลอง
    จนเรือที่มาทอดกฐินหมดแล้วก็ยังมิได้ทำให้พระองค์ขัดใจแต่อย่างใดเคยหมอบกราบใกล้จนได้กลิ่นหอมจากพระวรกาย กลิ่นหอมนั้นหอมจนติดจมูก

    แต่เมื่อพระองค์สวรรคตก็สิ้นกลิ่นหอมไปด้วย
    อีกทั้งยังเหมือนวาสนาของสุนทรภู่ก็สิ้นตามกลิ่นไปด้วย



              ๔. มองไปในวังยังเห็นหอที่เก็บพระอัฐิของรัชกาลที่

    ก็ตั้งสติถวายส่วยบุญสวยกุศล

    ทั้งส่งส่วนกุศลไปให้รัชกาลที่ ๓
    ให้พ้นภัยในการปกครองบ้านเมือง



              ๕. ถึงวัดประโคนปักก็มองไปไม่เห็นเสาหินที่ลือกัน

    เป็นเสาที่สำคัญในแผ่นดิน
    ถึงจะไม่เห็นก็ขอเดชะพระพุทธคุณช่วย

    ขอให้อายุยืนหมื่นๆปีเท่าดังเสาศิลา
    อยู่คู่ฟ้าดินได้ตลอดไป

    พอเรือล่องเลยวัดก็มองดูริมท่าน้ำ
    มีแพมาจอดขายของอยู่เรียงราย

    มีขายทั้งผ้าแพรสีม่วงและสีอื่นๆ
    ทั้งสิ่งของทีมาจากเมืองจีน



              ๖. ถึงโรงเหล้าก็มีควันออกมาจากเตากลั่นมากมาย

    มีเครื่องตักน้ำผูกไว้ปลายเสา
    สุนทรภู่เคยดื่มน้ำเหล้าจนเมาเหมือนคนบ้า จึงได้บวชเพื่อจะได้พ้นจากอบายมุข

    ขอให้ได้ตรัสรู้ดังพระพุทธเจ้า
    แต่เหล้าเคยทำให้รอดชีวิตดังนั้นจะเมินไปก็เกินไป ถึงจะไม่เมาเหล้าแต่ยังเมารักอยู่

    หักห้ามจิตใจไม่ให้รักไม่ได้
    การเมาเหล้านั้นพอรุ่งขึ้นก็หายไป

    แต่การเมารักนี้จะเป็นทุกๆคืน



              ๗. ถึงบางจากไม่อยากได้ยินคำว่าจาก

    เพราะสุนทรภู่จากหลายๆอย่างมา ต้องมีใจมัวหมองเพราะรักนั้นไม่ยืนยาว

    จึงต้องจากเมืองพรากมา



              ๘. ถึงบางพลูคิดถึงนางจันเมื่อแต่งงานกัน เคยส่งหมากพลูโดยใส่ซองให้ทั้งหมดเป็นใบเหลืองซึ่งอร่อยมาก ถึงบางพลัดก็ไม่อยากได้ยินคำว่าพลัดเพราะได้พลัดจากนางจัน ทั้งยังพลัดจากเมืองและอื่นๆอย่างร้อนรน



              ๙. ถึงบางโพก็คิดถึงต้นโพธิ์ ให้ร่มเงา

    ให้ความร่มเย็นทั้งยังทำให้โคนต้นไม้งอกงามได้ ขอเดชะของพระพุทธเจ้า

    ให้พ้นภัยพาลตลอดไป



              ๑๐. ถึงบ้านญวนเห็นมีโรงแลมากมาย มีคนค้าขายของเช่นกุ้งหรือปลาโดยการขังไว้ในข้อง ข้างหน้าโรงวางที่สำหรับดักปลาวางเรียงไว้ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายมาจับจ่ายซื้อของ จะมองกลับไปยังประเทศบ้านเกิดก็ทรมานเหมือนโดนไฟไหม้

    จิตใจก็หม่นหมอง
    ล่องเรือมาจนถึงวัดเขมา

    ก็รู้ว่าพึ่งเลิกงานฉลองไปเมื่อวานซืน



              ๑๑. คิดถึงเมื่อก่อนซึ่งรัชกาลที่

    ๒ ได้มาตัดหวายลูกนิมิต ได้ชมพระพิมพ์ทั้ง
    ๘๔,๐๐๐ องค์ซึ่งเท่ากับจำนวนพระธรรมที่อยู่ในพระไตรปิฎกที่อยู่ริมผนัง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เห็นการเล่นฉลองเพราะสุนทรภู่ต้องหมดวาสนาและลำบาก เป็นเพราะบุญน้อยก็นึกเศร้า แต่แล้วเรือก็ติดน้ำวน มองเห็นน้ำวิ่งเชี่ยวหมุนเป็นเกลียว พุ่งไปมาตัดกัน บางส่วนก็พุ่งวนเหมือนกงเกวียน ดูเวียนๆเป็นเหมือนพายุวน ทั้งหัวท้ายเรือได้รับแจวเรือดังนั้นเรือจึงหลุดน้ำวนออกมาได้ แต่ถึงเรือจะพ้นน้ำวนมาแล้วแต่ใจก็ยังไม่พ้นจากความรัก



              ๑๒. ถึงตลาดแก้วแต่ไม่เห็นมีตลาดตั้งขายของทั้งสองฝั่งเห็นแต่ต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆ ได้กลิ่นดอกไม้หอมไปเรื่อยๆตลอดทางและกลิ่นเหมือนผ้าแพรที่ย้อมด้วยมะเกลือ เห็นต้นโศกใหญ่และต้นระกำเป็นแผงแต่แปลกที่มีต้นรักขึ้นแซมอยู่ด้วย เหมือนความโศกเศร้าระกำใจที่สุนทรภู่ต้องเป็นเพราะรักแม่จัน



              ๑๓. ถึงจังหวัดนนทบุรีก็เห็นมีตลาดน้ำ

    มีแพอยู่ซึ่งขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
    มีทั้งเรือจอดอยู่เพื่อขายผลไม้จากสวนแท้ มีทั้งผู้หญิงผู้ชายมาประชุมซื้อของกันทุกวันทุกคืน



              ๑๔. มาถึงหมู่บ้านบางธรณีก็โศกเศร้ามากขึ้นมาก

    เพราะตอนลำบากพาให้ใจสะอื้นมาก
    ทั้งที่แผ่นดินหนาขนาดสองแสนสี่หมื่นโยชน์แต่เมื่อถึงคราวลำบากแม้แต่แผ่นดินก็ไม่มีที่อาศัย เหมือนโดนหนามเสียดแทงเจ็บแสบมาก เหมือนกับนกไม่มีรังที่จะอาศัยต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆ



              ๑๕. ถึงตำบลปากเกร็ดซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวมอญอพยพมา ตามธรรมเนียมผู้หญิงมอญจะเกล้าผม แต่สมัยนี้ผู้หญิงมอญมาถอนไรผมเหมือนตุ๊กตา

    ทั้งยังใช้เครื่องสำอาง
    ใช้แป้งผัดหน้าซึ่งเหมือนกับชาวไทย ทำให้เห็นได้ว่าสมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความเที่ยงแท้ เหมือนดังที่ชาวมอญละทิ้งประเพณีวัฒนธรรมของตนเองแล้วจะนับประสาอะไรกับจิตใจของคน ซึ่งไม่มีใครมีใจเดียวแต่มีหลายใจ



              ๑๖. ถึงหมู่บ้านบางพูดสุนทรภู่ก็นึกถึงคำว่าพูด

    ดังว่า ถ้าใครพูดดีก็จะมีคนรัก
    แต่ถ้าพูดไม่ดีก็อาจจะเป็นภัยต่อตนเองได้อีกทั้งยังไม่มีใครคบ ไม่มีเพื่อนสนิทมิตรสหาย

    ทั้งการจะดูว่าใครดีไม่ดีดูได้จากการพูด



              ๑๗. ถึงหมู่บ้านบ้านใหม่สุนทรภู่ก็คิดอยากจะได้บ้านซักหลังตามที่ต้องการโดยขอกับเทวดาให้สมดังปรารถนา เพราะ

    การมีบ้านใหม่จะได้มีความสุขและมีที่อาศัยอย่างปลอดภัย



              ๑๘. ถึงหมู่บ้านบางเดื่อก็คิดถึงลูกมะเดื่อที่ภายนอกนั้นดูสวยงามน่ารับประทานแต่ภายในกลับมีแมลงมีหนอนชอนไชอยู่ เหมือนกับคนพาลที่ปากพูดดีแต่ในใจคิดทำอันตราย



              ๑๙. ถึงบางหลวงเหมือนจากนางจันมานานแล้วเราต้องสละจากยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อมาบวชเพื่อจะได้พ้นจากกิเลสทั้งหลายทั้งปวง ถึงจะมีนางฟ้ามายั่วก็ไม่สนใจ



              ๒๐. ถึงสามโคกก็คิดถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยซึ่งพระองค์ปกครองเมืองกรุงเทพฯ พระองค์ได้พระราชทานนามเมืองจากสามโคกซึ่งเป็นหัวเมืองชั้นสามเป็นเมืองปทุมธานีเป็นเพราะมีบัวเยอะ ถึงพระองค์จะเสด็จสวรรคตไปแล้วแต่ชื่อปทุมธานีคงอยู่ตลอดไป แต่ทำไมชื่อของสุนทรภู่ชื่อขุนสุนทรโวหารที่ได้รับพระราชทานนามมาแต่กลับไม่มีชื่อในแผ่นดินหลังจากพระองค์สวรรคตเลยซึ่งต่างกับปทุมธานี สุนทรภู่ต้องเร่ร่อนหาที่อาศัยเพราะขณะนี้ไม่มีบ้าน สุนทรภู่ขอให้เกิดทุกชาติได้เป็นข้ารับใช้พระองค์ตลอดไป พอพระองค์สวรรคตสุนทรภู่ก็ขออยากตายตามบ้างเพื่อจะได้รับใช้และพึ่งพระองค์ เดี๋ยวนี้ก็เศร้าโศกใจทุกข์ระทมอย่างทวีคูณมาก ต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆชีวิตไม่มีจุดมุ่งหมาย



              ๒๑. ถึงหมู่บ้านบ้านงิ้วก็เห็นมีแต่ต้นงิ้วซึ่งไม่มีนกหรือสัตว์อื่นๆอยู่บนกิ่งเลยเพราะต้นงิ้วมีหนามขึ้นอยู่มากมายนึกถึงก็น่ากลัวหนามเพราะถ้าโดนคงเจ็บมาก แต่งิ้วในนรกยาวถึง ๑๖

    ข้อนิ้วแหลมเหมือนกับไม้ไผ่เหลาทำกับดัก
    ซึ่งใครมีชู้เมื่อตายไปแล้วก็ต้องไปปีนต้นงิ้วในนรก แต่สุนทรภู่เกิดมาอายุมากแล้วแต่ยังครองตัวอยู่ในศีลธรรมไม่มีชู้ แต่ทุกวันนี้ผู้คนวิปริตมีชู้กันมากคงต้องไปปีนต้นงิ้วในนรกกันบ้าง



              ๒๒. ทั้งหมดที่คิดมานั้นสุนทรภู่สามารถตัดขาดได้แต่การตัดความรักนั้นยากยิ่งนัก นั่งนึกอนาถใจไปจนเย็นก็ถึงเกาะใหญ่ราชคราม มองไปเห็นบ้านเรือนต่างๆอยู่ห่างจากสองฝั่งมาก ในที่นี้ต้องระวังจระเข้จะทำร้าย ทั้งที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของผู้ร้ายซึ่งมาคอยดักตีเรือ สุนทรภู่คิดแล้วน่าเบื่อยิ่งนัก



              ๒๓. เมื่อพระอาทิตย์ตกก็มีเมฆมืดครึ้มมาจนดูมืดมัวไปทุกทิศทุกทาง พายเรือถึงทางลัดซึ่งเป็นทางตัดกลางนาก็เห็นมีต้นแฝกต้นคาต้นแขมต้นกกขึ้นปะปนกันอยู่มากมาย เงาของต้นพวกนี้ทอดลงน้ำทำให้ดูเวิ้งว้างดูกว้างขวางเหลียวมองทีไรก็รู้สึกขวัญหายทุกที มองเห็นเงาของหญิงชายทั้งยังมีเสียงคุยกัน เรือของพวกเขาเพรียวเล็กและมีปลาอยู่บนเรืออีกด้วย พวกเขาถ่อเรือคล่องแคล่วเดินทางไปอย่างรวดเร็ว แต่เรือของสุนทรภู่ไปช้ามากช่างน่าสงสารลูกศิษย์ที่ต้องถ่อเรืออย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งๆที่ไม่เคยเส้นทาง บางทีเรือก็เสยเข้าพงหญ้ารกรุงรัง จะถอยหลังก็ถอยยาก เรือก็โคลงจนกระโถนใส่หมากหก

    พอเงี่ยหูฟังก็ไม่ได้ยินเสียงสัตว์เลยซักตัว
    มีแต่น้ำค้างตกเพราะลมพัด

    มองไปไม่เห็นคลองเลยต้องค้างอยู่กลางทุ่ง
    แต่พอหยุดเรือหยุดก็มารุมกัดเจ็บเหมือนโดนทรายซัด เลยไม่ได้นอนเพราะต้องนั่งตบยุง



              ๒๔. สุนทรภู่รู้สึกอ้างว้างมาก มองไปในทุ่งกว้างเห็นมีแต่ต้นแขมขึ้นอยู่ปะปนกัน จนดึกก็มีดาวอยู่กลางท้องฟ้า มีนกกระเรียนบินร่อนและร้องก้องเมื่อตอนเที่ยงคืน มีเสียงกบเขียดร้องเรื่อยๆ มีลมพัดเฉื่อยๆ สุนทรภู่รู้สึกวังเวงก็คิดรำพึงเมื่อตอนมียศถาบรรดาศักดิ์ ได้หัวเราะเฮฮากับเพื่อน มีคนคอยปรนนิบัติรับใช้ แต่ยามลำบากเห็นแต่หนูพัดลูกชายคอยช่วยนั่งปัดยุงให้จนพระจันทร์ขึ้นก็เห็นต้นกระจับจอก มีดอกบัวเผื่อนขึ้นมากเมื่อคืนเดือนหงาย มองเห็นคลองทั้งสองด้านหัวท้ายเรือก็รีบถ่อเรือลงคลอง จนพระอาทิตย์ขึ้นก็เห็นพันธุ์ผักดูน่ารักส่งเกสรแก่กัน มีบัวเผื่อนอยู่สองข้างทางที่เรือพายไป มีต้นก้ามกุ้งขึ้นอยู่กับสาหร่ายใต้น้ำ มีต้นสายติ่งขึ้นสลับกับต้นตับเต่าเป็นกลุ่มๆมองไปเหมือนกับดาวบนท้องฟ้า เหล่านี้ถ้าผู้หญิงได้มาเห็นก็คงจะลงเล่นกลางทุ่ง ที่มีเรือก็คงจะพายไปเก็บสายบัว ถ้าสุนทรภู่มีโยมผู้หญิงก็คงไม่นิ่งเฉยให้อายดอกไม้ คงจะใช้ให้ศิษย์ไปเก็บของฝากเท่าที่ทำได้ในตอนนี้ แต่นี่จนใจไม่มีเงินซักนิด

    ทั้งยังขี้เกียจเก็บจึงเลยมา
    พอมีแสงอ่อนๆของพระอาทิตย์ก็ถึงกรุงศรีอยุธยา

    สุนทรภู่รู้สึกเศร้าใจ



              ๒๕. เมื่อถึงหน้าจวนของเพื่อนของสุนทรภู่

    สุนทรภู่ก็คิดถึงเมื่อก่อนจนน้ำตาไหล
    สุนทรภู่ตั้งใจจะแวะหาถ้ายังเหมือนเมื่อก่อนก็คงจะได้รับนิมนต์ขึ้นบนจวน แต่ถ้าหากว่าท่านแปลกไปก็คงจะโดนหัวเราะเยาะจะต้องอายมาก รู้สึกไม่กล้าใฝ่สูงเป็นเพื่อนได้

    จึงได้เดินทางต่อไปยังเจดีย์ภูเขาทอง



              ๒๖. จอดเรือที่ข้างวัดพระเมรุซึ่งริมวัดมีเรือจอดเรียงอยู่ บางลำมีคนร้องเล่นเต้นสำราญ

    บางลำก็ร้องเพลงเกี้ยวกัน
    บางลำฉลองผ้าป่าด้วยการขับเสภา

    ทั้งยังมีคนตีระนาดซึ่งตีเก่งเหมือนนายเส็ง
    (คนเก่งระนาดสมัยสุนทรภู่)

    มีโคมแขวนอยู่เรียงรายเหมือนอยู่สามเพ็ง
    เมื่อคราวเคร่งในพระศาสนาก็ไม่ได้ดู

    มีเรือลำหนึ่งกลอนมันมาก
    ร้องกลอนยากลากเลื้อยฟังแล้วเหนื่อยหู

    กลอนลดเลี้ยวเหมือนทางงู
    จนลูกคู่บอกว่าง่วงนอน

    ได้การละเล่นต่างๆที่ข้างวัดพอดึกก็นอน
    ประมาณสามยามก็มีโจรขึ้นเรือ

    พอมีเสียงกุกกักสุนทรภู่ก็ลุกขึ้นโวยวาย
    โจรก็รีบดำน้ำไปอย่างว่องไว มองไปไม่เห็นหน้าลูกศิษย์ก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกด้วยความกลัวแต่หนูพัดจุดเทียนส่องดูว่ามีอะไรหายไปบ้าง แต่ไม่มีเลยแม้แต่เครื่องอัฐบริขาร

    ทั้งนี้ด้วยเดชะตบะบุญและพระพุทธ
    ทำให้ชนะมารได้



              ๒๗. วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันพระซึ่งจะได้บูชาพระธรรม ได้ไปเจดีย์ภูเขาทองซึ่งดูสูงเสียดฟ้า อยู่กลางทุ่งดูโดดเด่นมีน้ำใสอยู่รอบๆที่ฐานพื้นที่เป็นรูปกลีบบัวถัดจากบันไดมีน้ำไหลล้อมรอบเป็นขอบ มีเจดีย์มีวิหารมีลานวัด มีกำแพงกั้นอยู่

    การย่อเหลี่ยมไม้ ๑๒
    มุมอย่างสวยงาม มีเป็นสามชั้นอย่างงดงาม

    บันไดมี ๔ ด้าน
    คณะของสุนทรภู่ชวนกันขึ้นไปชั้น ๓ ตั้งใจเดินวนขวา ๓

    รอบจนครบก็กราบเจดีย์
    มีห้องที่เป็นถ้ำสำหรับจุดเทียนเพราะลมจะพัดแรงพาธูปเทียนดับ ตอนนั้นบังเกิดสิ่งอัศจรรย์มีลมพัดเวียนขวาราวกับจะเวียนเทียนด้วย ทุกวันนี้พระเจดีย์เก่าและทรุดโทรมมาก

    ที่ฐานร้าวถึงเก้าแฉก ที่ยอดก็หัก
    องค์พระเจดีย์ก็ทรุด

    เป็นเพราะเจดีย์ไม่มีคนคอยดูแล
    นึกแล้วเสียดายจนน่าร้องไห้ แล้ววจะเทียบอะไรกับชื่อเสียงเกียรติยศของมนุษย์

    ก็คงหมดไปในไม่นาน
    เหมือนกับเป็นผู้ดีแล้วลำบาก

    เป็นคนมั่งมีแล้วยากจน
    คิดแล้วทุกอย่างไม่แท้เที่ยง




ความคิดเห็นที่ 15

Fon (Guest)
2 มิ.ย. 2552 16:16
  1. ไอตัวเลขข้างหน้าคือไรอ่ะ ย่อหน้าที่เท่าไรหรอ

    ช่วยตอบด้วยคร๊า  ยังไงก้ขอบคุงมากมาย




ความคิดเห็นที่ 16

pond16140
2 มิ.ย. 2552 19:13
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์ให้หน่อยนะคะ
    ���� ทั้งกบเขียดเกรียดกรีดจังหรีดเรื่อย
    พระพายเฉื่อยฉิวฉิววะหวิวหวาม
    วังเวงจิตคิดคะนึงรำพึงความ
    ถึงเมื่อยามยังอุดมโสมนัส
    ถ้าใครถอดคำประพันธ์นี้ได้จะขอบคุณเป็นอย่างสูงค่ะ




ความคิดเห็นที่ 1

แพม (Guest)
2 มิ.ย. 2551 19:54
  1. <P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=impact size=3>ถึงตัวเราเล่าถ้ามีโยมหญิง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไหนจะนิ่งดูดายอายบุปผา</FONT></P>

    <P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=Impact size=3>คงจะใช้ให้ศิษย์ที่ติดมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อุตส่าห์หาเอาไปฝากตามยากจน</FONT></P>

    <P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=Impact size=3>นี่จนใจไม่มีเท่าขี้เล็บ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขี้เกียจเก็บเลยทางมากลางหน</FONT></P>

    <P style="MARGIN-RIGHT: 0px"><FONT face=Impact size=3>พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริยน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถึงตำบลกรุ่งเก่ายิ่งเศร้าใจ</FONT></P>

    <P style="MARGIN-RIGHT: 0px">&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 20

ben_benyapa8282@hotmail.com (Guest)
21 มิ.ย. 2552 11:31
  1. แต้ง



ความคิดเห็นที่ 21

ขวัญ (Guest)
28 มิ.ย. 2552 15:03
  1. ขอบคุนนะคะ



ความคิดเห็นที่ 22

ปาล์ม (Guest)
28 มิ.ย. 2552 20:31
  1. ขอบใจมากคับทันส่งครูพอดี


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น