คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม
โพสต์เมื่อ: 06:49 วันที่ 28 มิ.ย. 2550         ชมแล้ว: 10,812 ตอบแล้ว: 80
ผมและครอบครัวเป็นคนเมืองหลวงโดยกำเนิด ในวัยเด็กพ่อของผมต้องไปทำงานที่สนามบินเวียงจันทน์ ผมจึงต้องย้ายตามพ่อแม่ไปอยู่และเรียนหนังสือเป็นเวลา 2 ปีที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมืองเวียงจันทน์ ขณะนั้นผมเรียนชั้นมัธยมต้น ในระยะแรกที่ไปอยู่นี้ผมมีปัญหาในเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนใหม่ เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับสภาพและภาษาท้องถิ่น ภาษาถิ่นอีสานจึงดูเหมือนเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผม พยายามหัดพูดเพียงใดก็ทำได้ไม่เหมือน เพื่อนๆมักจะล้อเลียนและตั้งฉายาเป็นภาษาถิ่นแปลกๆให้ผม แถมยังเอาพันธุ์ไม้แปลกๆมาหลอกเล่น เช่นพวก “เครือตดหมา” เป็นต้น ผมโชคดีที่มีพ่อเป็นคนช่างสังเกตและเข้าใจหลักการใช้ภาษาต่างๆ พ่อแนะว่าวิธีที่จะพูดภาษาอีสานให้เหมือนคนท้องถิ่นภายในเวลาไม่นานก็คือจะต้อง “รู้ภาษาไทยอย่างแตกฉาน” พ่อเล่าว่าภาษาไทยมีลักษณะเด่นบางอย่างคือมีเสียงวรรณยุกต์ที่สามารถเลียนเสียงคล้ายดนตรีได้ จึงสามารถเปล่งเสียงให้คล้ายภาษาต่างๆได้ เพียงแต่เราต้องสังเกตและจับหลักการให้ได้เท่านั้น พ่อเล่าถึงประสบการณ์เมื่ออยู่ต่างประเทศ และใช้ภาษาไทยช่วยในการออกเสียงให้ชัดเจนได้เหมือนหรือใกล้เคียง ตอนหลังผมลองนำมาใช้กับการเรียนภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ก็ปรากฏว่าใช้ได้ดี แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องรู้จักภาษาไทยให้ดีเสียก่อน
สมัยเด็กผมชอบเรียนด้านภาษาและทำคะแนนได้ดีพอๆกับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่กลัวหางานทำยากจึงมาเรียนฟิสิกส์ ต่อมาโชคดีได้ทุนไปเรียนปริญญาเอกเลเซอร์ฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ได้มีโอกาสสัมผ้สประสบการณ์ใหม่ และได้สังเกตว่า การผันเสียงภาษาไทยภาคกลางให้เหมือนภาษาอีสานมีลักษณะคล้ายกับหลักการของกลศาสตร์ควันตัมที่เริ่มต้นที่เยอรมนี เปรียบได้กับการกระโดดขึ้นและลงของอิเล็กตรอนเพื่อเปลี่ยนระดับพลังงาน (Quantum Jump) และบางครั้งก็มีข้อบังคับพิเศษเพื่อเปลี่ยนระดับในกรณีที่พลังงานสูงสุด หรือ Selection rules ที่ใช้กับอักษรสูง
หลักการที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยบางส่วนที่คิดขึ้นมาเอง เพื่อเป็นแนวทางในการค้นคว้าวิจัยต่อไป และหลักการพูดภาษาอีสานที่จะกล่าวต่อไปนี้อาศัยภาษาของคนหนองคายแถวๆอำเภอศรีเชียงใหม่และอำเภอท่าบ่อเป็นหลัก ภาษาอีสานในท้องถิ่นอื่นๆอาจแตกต่างไปบ้าง (จากการศึกษาพบว่ามีอยู่ประมาณ 16 กลุ่มเสียงท้องถิ่น) ต้องแก้ไขหลักเกณฑ์บ้างก็ใช้ได้ หลักการที่สำคัญคือ ต้องใช้หลักการผันรูปและเสียงวรรณยุกต์เป็นหลักใหญ่ โดยแบ่งการผันเป็น 3 กลุ่มคือ อักษรสูง อักษรกลาง และอักษรต่ำ ส่วนใหญ่เวลาผันมักจะลดรูปวรรณยุกต์ในภาษากลางลง 1 ขั้น เหมือนกับการกระโดดกลับลงมาของอิเล็กตรอนเพื่อให้พลังงานต่ำลง 1 ชั้นก็จะเป็นภาษาอีสาน หรือบางครั้งรูปวรรณยุกต์สูงสุดแล้ว เหมือนพลังงานสูงสุดพร้อมที่จะ ionize ก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เช่น

1. อักษรสูง มี 11 ตัว ได้แก่ ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ศ ส ษ ห
คำเป็น : สามัญ เช่น คำว่า “ไข” อ่านออกเสียงวรรณยุกต์จัตวา ซึ่งเป็นเสียงสูงสุด ในภาษาอีสานให้คงจัตวาไว้ อ่านว่า “ไข”
เอก เช่น คำว่า “ไข่” ให้ลดรูปวรรณยุกต์ลง 1 ขั้น (เหมือนลดพลังงานลง 1 ระดับ) กลายเป็น “ไข” ซึ่งยังเป็นเสียงสูง (พลังงานยังสูงอยู่) ต้องใช้อักษรต่ำที่คู่กับอักษรสูง มาใส่แทน ซึ่งในที่นี้คือ ค ในภาษาอีสานจะอ่านเป็น “ไค”
โท เช่น คำว่า “ไข้” ให้ลดรูปวรรณยุกต์ลง 1 ขั้น ในภาษาอีสานอ่านว่า “ไข่”

คำตาย : เช่นคำว่า “ผักสด” ในภาษาอีสานให้ออกสียงเป็นวรรณยุกต์ตรี คือ “พักซด”

2. อักษรกลาง มี 9 ตัว ได้แก่ ก จ ด ฎ ต ฏ บ ป อ
คำเป็น : สามัญ เช่น “กิน” เสียงสามัญ (พลังงานต่ำสุด) ให้ผันขึ้น 1 ขั้น (กระโดดเปลี่ยนพลังงาน 1 ขั้น) เป็น “กิ่น”
เอก เช่น “ป่า” เสียงวรรณยุกต์เอก มีขั้นอยู่แล้วให้ลดขั้นลง 1 ขั้น เป็น “ปา”
โท เช่น “บ้า” รูปและเสียงวรรณยุกต์โท หรือพลังงานอยู่ตรงกลาง (Optimum state) ให้คงเดิม เป็น “บ้า”
ตรี เช่น “ตื๊อ” ให้ลดรูปวรรณยุกต์ลง 1 ขั้น ภาษาอีสานอ่านว่า “ตื้อ”
จัตวา เช่น “ตี๋” รูปวรรณยุกต์สูงสุด (พลังงานสูงสุด) ให้คงเสียงเดิม เป็น “ตี๋”แต่อ่านให้สั้นกว่าเดิม
คำตาย เสียงยาว เช่น “แตก” ให้คงเสียงเดิม เป็น “แตก”
เสียงสั้น เช่น “ตก” ภาษาอีสานให้ออกสียงเป็นวรรณยุกต์ตรี คือ “ต๊ก”

3. อักษรต่ำ มี 24 ตัว เช่น น ม ค ฟ เป็นต้น
คำเป็น : สามัญ เช่น “นา” รูปและเสียงวรรณยุกต์สามัญ (พลังงานต่ำสุด) ให้เพิ่ม 1 ขั้น อีสานอ่านว่า “น่า”
เอก เช่น “ค่า” ให้ลดระดับลง 1 ขั้น ภาษาอีสานอ่านว่า “คา”
โท เช่น “หน้าม้า” รูปวรรณยุกต์โททั้งคู่ (กลุ่มพลังงานสูงสุดของอักษรต่ำ) ให้ลดลง 1 ขั้น อีสานอ่านว่า “หน่าม่า”
คำตาย : เสียงยาว เช่น “หมาก, เลือก” ให้ออกเสียงวรรณยุกต์เอก อีสานอ่านเป็น “หมาก, เหลือก”
เสียงสั้น เช่น “มด” บางคนคนเสียงเดิม บางคนออกเสียงวรรณยุกต์เป็น “หมด”
เช่น “หมด” อีสานออกเสียงเป็นวรรณยุกต์ตรีคือ “มด”

หลักการออกเสียงภาษาอีสานที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่างที่ยังไม่ครบถ้วน แต่มีข้อสังเกตที่สรุปได้ดังนี้
1. ถ้าเป็นเสียงวรรณยุกต์จัตวาในภาษากลาง ในภาษาอีสานก็จะคงเสียงเดิมไว้เช่นเดียวกัน
2. อักษรกลางคำเป็นรูปและเสียงวรรณยุกต์โทเหมือนกัน ให้คงเสียงวรรณยุกต์โทไว้ตามเดิม
3. การผันเสียงภาษากลางให้เป็นภาษาอีสานมักใช้วิธีลดรูปวรรณยุกต์ลง 1 ขั้นเป็นส่วนใหญ่
4. เสียงสามัญไม่สามารถลดรูปวรรณยุกต์ลง 1 ขั้นก็ให้ใช้การเพิ่มรูปวรรณยุกต์ 1 ขั้นแทน
5. หากมีการลดขั้นของรูปวรรณยุกต์ลง 1 ขั้นแล้วกลายเป็นเสียงจัตวา ก็ให้เปลี่ยนเสียงจัตวานี้ไปเป็นเสียงสามัญ เช่น “ไข่” อีสานออกเสียงเป็น “ไค” และ “หมู่” ภาษาอีสานออกเสียงเป็น “มู”
6. คนอีสานมักไม่ใช้คำควบกล้ำ
7. ในบางท้องที่นอกจากจะออกเสียงโดยการผันวรรณยุกต์แล้ว ยังผันสระไปเลยก็มี เช่น คำว่า “เกลือ” ในภาษากลาง คนอีสานแถวๆอุบลราชธานี ยโสธร หรือ อำนาจเจริญบางเขต ออกเสียงเป็น “เกี่ย”
8. บางครั้งตัว ร. เรือ ในภาษากลาง ทางอีสานจะใช้ ฮ. นกฮูกแทน เช่น คำว่า ”หมู่เรา” อีสานจะอ่านว่า “มูเฮ่า” ผมเข้าใจว่าการอ่านตัว ร. เรือ เป็น ฮ. นกฮูกนี้ น่าจะมาจากการอ่านสลับกับของภาษาลาวในยุคโบราณ เพราะในภาษาลาวนั้น ตัว ร. เรือ และ ฮ. นกฮูก เขียนคล้ายกันมาก เพียงแต่ ปลายหางตัวอักษร ร. เรือของลาว ชี้ลง ในขณะที่ ฮ.นกฮูกเขียนเหมือน ร. เรือแต่หางชี้ขึ้น อันที่จริงตัว ร. เรือในภาษาลาวใช้น้อย เพราะเขามักจะใช้ ล. ลิง แทน ส่วนตัว ร. เรือ เช่น เรารักโรงเรียน มักใช้ ฮ. นกฮูกแทน เช่น เฮาฮักโฮงเฮียน (ภาษาอีสานออกเสียงว่า เฮ่าหักโฮ่งเฮี่ยน) เป็นต้น
9. ตัว ห.หีบ และ ย.ยักษ์ คนอีสานมักมีเสียงออกทางจมูก ถ้าลองวิเคราะห์เสียงภาษากลางเปรียบเทียบกับภาษาอีสาน โดยให้พูดประโยค “ผมหิวข้าวเหนียว” โดยใช้ Fourier Transform จาก Time Domain ของสัญญาณเสียงพูดให้เป็น Frequency Domain จะเห็นความแตกต่างของ สเปคตรัมของความถี่ดังรูป


สำเนียงภาษากลาง สำเนียงภาษาอีสาน


ที่ได้กล่าวมานี้เป็นเพียงแนวทางเพื่อออกเสียงให้เหมือนคนอีสานเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาคำศัพท์เฉพาะที่ต่างจากภาษาภาคกลาง หัดแรกๆอาจดูยาก แต่ถ้าได้ฝึกฝนบ่อยๆก็จะสามารถพูดออกมาได้เองโดยอัตโนมัติ ผมจากหนองคายมา 38 ปีแล้วก็ยังพูดอีสานได้ไม่เคยลืม

ก่อนจบบทความนี้จะขอยกตัวอย่างประโยคในภาคกลาง แต่ผันเป็นสำเนียงคนอีสาน เช่น “ตอนนี้เราไปซื้อปุ๋ยมาใส่นา แล้วไปซื้อเกลือมาใส่หมากเขือ (มะเขือ) เรากินข้าวกัน แล้วเว้า(พูด) ภาษาอีสานกันให้คือ (เหมือน)คนอีสานแท้ๆ” เมื่อผันเป็นสำเนียงอีสานจะได้ว่า “ต่อนนี่เฮ่าไป่ซื่อปุ๋ยม่าใซน่า แล่วไป่ซื่อเกื่อม่าใซหมากเขือ เฮ่ากิ่นข่าวกั่น แล่วเว่าภ่าษาอี่สานกั่นให่คื่อค่นอี่สานแท่ๆ” ลองพูดสำเนียงที่ผันแล้วนี้ให้คนอีสานฟัง แล้วถามเขาว่าคุณพูดภาษาอีสานเพี้ยนไปหรือไม่

แขชนะ นารีวงศ์
44543


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 77 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| -4-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 7 ต.ค. 2550 (10:09)
56064
เสียงวรรณยุกต์จัตวา คำว่า "อ๋า" สังเกตดูการเปล่งเสียงจะมีหลายเสียงและมีการเลื่อนของยอดแหลมของสเปคตรัมขึ้นกับเวลาจากความถี่ต่ำไปยังความถี่สูง
เสียงจัตวา (ระดับเสียงกึ่งต่ำ-ต่ำ-กึ่งสูง)
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 7 ต.ค. 2550 (20:24)
จากการวิเคราะห์ฟูเรียร์ (Fourier Analysis) ในความเห็นที่ 58 และ 60 ของเสียงวรรณยุกต์โท และ จัตวา คือ "อ้า" และ "อ๋า" จะเห็นว่ายอดแหลมของสเปคตรัมมีการเลื่อนที่แสดงว่าเสียงนี้มีการเปลี่ยนแปลงความถี่เสียงในช่วงหนึ่ง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เสียง "อ้า" กับ "อ๋า" จะเกิดจากการเปล่งเสียงหลายๆความถี่รวมกัน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นที่ 48
โดยคุณ Mathguy กล่าวว่า
"พยายามคิดว่าจะถ่ายทอดเสียอย่างไรให้ได้ตรงสำเนียง ตรง tonation มากที่สุด
แล้วก็นึกถึงที่คุณ np บอกว่า เราอาจจะใช้เสียงของคีย์บอร์ดเลียนเสียงได้
ผมลองไล่เสียงดูเล่นๆ เสียงวรรณยุกต์ 5 เสียง คือ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา น่าจะไม่พอแล้วล่ะ เพราะเทียบยังงัย ก็ยังเลื่อมๆ ล้ำๆ กันอยู่พอสมควร
ก็ให้คิดแว๊บขึ้นมาว่า เสียงครึ่ง sharp หรือ flat น่าจะเข้ามาช่วยได้
เครื่องดนตรีที่ผมพอจะเล่นได้ รู้เรื่องก็มี quitar โปร่ง กะจะลองเอามาเทียบเสียงดูบ้างเหมือนกัน"

และคุณ NpEdu กล่าวว่า
"ก็ต้องใช้ทั้ง sharp ทั้ง flat แหละครับ บางเสียงเช่น เสียงโท ต้องใช้ สองคีย์(อย่างรวดเร็ว)ครับ เสียงตรี และเสียงจัตวา ก็เช่นกัน"
ที่เป็นดังนี้ก็เพราะว่า การเลื่อนที่ของสเปคตรัมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงต้องกดสองคีย์อย่างรวดเร็วเพือ่ให้แลดูเหมือนว่าต่อเนื่องและใกล้เสียงจริงที่สุด

"แต่ถ้าใช้ซอละก็ ได้ทุกเสียง แม้แต่เสียงต่างประเทศ (เคยให้คนพิการทางสายตาเขาเล่นให้ฟังมาแล้ว)"
การที่ใช้ซอแล้วได้ทุกเสียงนั้นเพราะการรูดสายซอเพื่อเปลี่ยนความถี่เสียงนั้นเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสเปคตรัมที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

แขชนะ นารีวงศ์
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 20 พ.ย. 2550 (17:12)
ประโยคที่ว่า วันนี้หนู "เลียสาร" ไม่ต้องรอทานข้าวนะค่ะ หมายความว่าอย่างไร คือไม่เคยได้ยินจริง ๆ ค่ะช่วยตอบให้หน่อย
sugeejit@sripanwa.com (IP:61.90.225.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 29 พ.ย. 2550 (08:51)
สุดยอดเลยอ่ะค่ะ ได้ความรู้ดีมากๆ ขอบคุณน่ะค่ะ ที่เอาสิ่งดีๆ มีประโยชน์มาเผยเเพร่
natjinda@hotmail.com (IP:203.113.81.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 9 ธ.ค. 2550 (06:51)
เป็นอะไรที่น่าศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเป็นอย่างยิ่งครับ
ผมเองเป็นคนอีสานและกำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ
ผมชอบเรียนและศึกษาเกี่ยวกับภาษาและประวัติศาตร์มากครับ
โดยเฉพาะประวัติศาตร์ของประเทศไทยเองและเพื่อนบ้านรวมทั้งบ้านเกิดของผมเอง

ขอบคุณครับที่นำความรู้ดีๆมาเผยแพร่
มาร์ค ฮอนแลนด์ (IP:137.224.234.120)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 9 ธ.ค. 2550 (23:31)
ขอบคุณ คุณมาร์ค ฮอนแลนด์ มากครับ
ไม่ทราบว่ากำลังเรียนอยู่ที่ไหนครับ เผื่อว่าจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในโอกาสต่อไป
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 10 ธ.ค. 2550 (06:42)
ลองใช้คีย์เปียโน อีเล็กโทน ออแกน เมโลเดียน เมโลดิกา หรือ คาซิโอโทน เล่น เลียนแบบเสียง

กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า

ดูนะครับ และจดไว้ด้วยว่าเสียงต่างเหล่านี้ใช้คีย์อะไรบ้าง
(ตอนนี้ผมไม่มีอะไรอยู่ใกล้มือสักอย่าง)
NpEducate เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 319 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 182 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 10 ธ.ค. 2550 (13:20)
ความรู้ดีๆมีมากมายในเวปแห่งนี้

ขอบคุณครับ
Tanmodify เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 550 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 243 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 21 ม.ค. 2551 (16:10)
เก่งมากๆ ผมอยู่สารคามมาสิบกว่าปี แต่ที่บ้านเป็นโคราชเลยไม่ได้พูดอีสาน พอมาอ่านแล้วเออใช่เลย รวมๆ (หากไม่แยกความแตกต่างแต่ละท้องถิ่นให้ละเอียดลงไป) แล้วเขาพูดกันสำเนียงแบบนั้นแหละ
NGC 4594 (IP:58.8.172.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 21 ม.ค. 2551 (18:02)
ลองเทียบเสียงโน้ตดนตรี จากต่ำไปหาสูง สัก 2 ตัว ที่เราคุ้นเคยนะคะ

โด่ เร

พอเทียบได้กับ ก่า กา

ดังนั้น เสียงเอก จึงต่ำกว่า เสียงสามัญ ค่ะ
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1917 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 206 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 21 ม.ค. 2551 (21:04)
สิ่งที่ครูไผ่พูดมันก็เป็นไปตามสิ่งที่ผมได้กล่าวมาแล้วในคห.55-61 โดยดูจากสเปคตรัมของเสียงก็เห็นได้ชัดเจนครับว่า ก่า มีเสียงต่ำกว่า กา (โด่ ต่ำกว่า เร) ในแง่การวิเคราะห์สเปคตรัม แต่ในทางภาษาศาสตร์เราจะเรียงลำดับอย่างไรต่างหาก เช่น
เวลาเราบอกว่าเรียงตามเสียงวรรณยุกต์ ครูไผ่เคยเรียนอย่างไรครับ

กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า
หรือ ครูไผ่ว่าเรียงตามลำดับจากต่ำมาสูงคือ

ก่า กา ก้า ก๊า ก๋า หรืออย่างไรครับ สงสารเด็กครับ คงงงน่าดู
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 17 เม.ย. 2551 (12:35)
86339
ผมขึ้นเครื่องบินสายการบินลาว พนักงานบริการสาวสาธิตการใช้เสื้อชูชีพ
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 17 เม.ย. 2551 (12:37)
เชิญฟังเสียงภาษาลาว โดยดาวน์โหลดจาก ไฟล์ LAO LIFE VEST
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 18 เม.ย. 2551 (23:24)

เมื่อได้อ่านกระทู้นี้ของ อาจารย์ แขชนะแล้ว ทำให้ผม รู้สึกรักประเทศไทยมากขึ้น รักในภาษาไทยมากขึ้น เห็นความน่ารักในภาษาถิ่น และชื่นชมในพลังความคิด ของ อาจารย์     แขชนะ  ที่หลากหลายเป็นยิ่งนัก...


หลานชาย(ลูกของน้องชาย) เคยถามการบ้านเกี่ยวกับ การผันวรรณยุกต์ ว่าคำนั้นคำนี้ เป็นเสียงวรรณยุกต์อะไร  ด้วยความไม่แข็งแรงเรื่องภาษา ของผมเอง ผมเลยใช้วิธี อ่านคำๆนั้นโดยไม่เปิดปาก แล้วเทียบกับการผันวรรณยุกต์โดยไม่เปิดปาก ก็พอถูๆไถๆไปได้...


เมื่อซักครู่ ผมบังเอิญ ผันวรรณยุกต์โดยปิดปาก แล้วสังเกตุ เห็นอะไรบางอย่าง(ไม่ทราบว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า) ว่า ตำแหน่งการเกิดเสียงแต่ละเสียงในลำคอไม่เหมือนกัน...


เสียง สามัญ จะอยู่ต่ำสุด เสียง เอก โท ตรี จัตวา จะอยู่สูงถัดขึ้นมาเป็นลำดับ ไม่ทราบท่านอื่นลองดูแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง...


การผันวรรณยุกต์ เป็นเรื่องไม่ง่ายเหมือนกัน เมื่อเจอคำที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะ ภาษา คาราโอเกะ จะผันให้ตรง จะเขียนให้ถูก 


จะเขียนให้เป็นสำเนียงอีสาน แต่อาจทำให้เข้าใจเป้นภาษาใต้ไปได้ แล้วบางคำ ที่อาจารย์บอกมา ผมว่าคล้ายๆ ภาษาใต้เหมือนกัน อย่างเช่น ผักสด ผมว่าปักษ์ใต้ ก็ออกเสียงว่า     พักซด เหมือนกัน แต่การลากเสียงอาจจะแตกกัน(หรือเปล่า)


พูดถึงภาษาใต้ มีคนบอกว่า พูดกันเร็วมาก เร็วขนาด รถวิ่งสวนกัน อยู่บนรถคนละคัน ยังคุยกันได้  คนบนรถคันแรกพูดว่า " ไน่ "  คนบนรถคันที่วิ่งสวนมา ตอบว่า " ล้าด "


ถ้าแปลเป็นภาษากรุงเทพ จะได้ใจความว่า


คนแรกพูดว่า " จะไหน(ไน่)เหรอ "  คนที่สองตอบ "จะไปตลาด(ล้าด)ซักหน่อย"


ขอบคุณครับ


 


สิง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 252 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 65 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 19 เม.ย. 2551 (00:43)
ขอบคุณ คุณสิงมากครับ ผมวิเคราะห์การพูดภาษาปักษ์ใต้ไว้อยู่เหมือนกัน วันหน้าจะเอามาเล่าให้ฟังสนุกๆครับ
แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 19 เม.ย. 2551 (01:46)
86723

เพื่อจะแสดงให้เห็นเกี่ยวกับการออกเสียงสูง-ต่ำต่างๆตามวรรณยุกต์ จะขอเล่าให้ฟังดังนี้


จากหลักความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าความถี่ของเสียงที่ได้ยินขึ้นอยู่กับความยาวของท่อเสียง จึงมีผู้เอาไปใช้ทำเป็นเครื่องดนตรี เช่น ท่อออร์แกน หรือ แคนของชาวอีสานบ้านเรานั่นเอง



แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 19 เม.ย. 2551 (01:48)
86724
เราสามารถทำการทดลองเกี่ยวกับเสียงดนตรีจากท่อได้โดยนำหลอดกาแฟมารีดให้แบน แล้วตัดปลายออกให้แหลม เมื่อเป่าด้านที่ตัดออก ปลายแหลมของหลอดกาแฟจะสบัดทำให้เกิดเสียงขึ้นมาได้เหมือนปี่

แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 19 เม.ย. 2551 (01:49)
86725
ขณะที่เป่า ถ้าเราตัดหลอดกาแฟให้สั้นลงเรื่อยๆ เป็นช่วงๆ ปรากฏว่าเสียงที่ได้ยินจะเปลี่ยนไปเป็นช่วง แสดงว่า เสียงที่เกิดขึ้นนั้นขึ้นกับความยาวของหลอดกาแฟ  การออกเสียงวรรณยุกต์ก็เช่นกัน เราจะสังเกตเห็นว่าเราจะต้องทำโพลงในปากหรือคอให้ต่างกันจึงจะเกิดเสียงวรรณยุกต์ที่ต่างกัน

แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 19 เม.ย. 2551 (01:50)
86726
หาถ้วยกระดาษมาเจาะรูที่ก้นถ้วย สอดเส้นด้ายยาวประมาณ 50 ซม.เข้าไปแล้วผูกติดกับเศษไม้จิ้มฟันที่หักเอามาเพียงเล็กน้อย ใช้นิ้วมือจุ่มน้ำให้เปปียกแล้วดึงหรือกระตุกเชือกเป็นจังหวะสั้นจะได้ยินเสียงดังออกมาจากถ้วย เปรียบเทียบเส้นด้ายเหมือนเส้นเสียงของคนเรา ถ้วยคือโพลงในปากขณะที่อ้าปากกว้าง เสียงที่เราได้ยินจะเหมือนพูดคำว่า “อา อา อา...”

แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 19 เม.ย. 2551 (01:53)
86727
ถ้าเปรียบเทียบไดอะแกรมบนสุด กับการอ้าปากทำเสียง “อา” หรือ “อี” หรือ “โอ” จะเห็นว่าโพลงที่ทำให้เกิดเสียง (Resonator) มีลักษณะต่างกัน ถ้าเราเอาถ้วยจากความเห็นที่แล้วมาทำให้มีรูปร่างต่างกัน เราก็จะได้ยินเสียงที่ออกมาจากถ้วยคล้ายพูดคำว่า “อา” หรือ “อี” หรือ “โอ”

เพื่อประกอบความรู้ โปรดอ่านกระทู้นี้ด้วย  

 

ฟิสิกส์ของไหซอง http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=100883


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2007 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 336 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.