ทำกล้องจุลทรรศน์อย่างง่ายใช้เอง

ทำกล้องจุลทรรศน์อย่างง่ายใช้เอง





ความคิดเห็นที่ 29


18 ก.ย. 2550 20:39
  1. อยากบอกว่า มันไม่ค่อยดีนะคับ ขยายก้ไม่ชัด
    มองก้ไม่ชัด ผมเคยดูของ ดร.จันทร์ชัย แล้วมันไม่แน่นอน หลอกนะฮะ
    หาอันอื่นดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 36

12 ม.ค. 2551 16:00
  1. แล้วเราจะรู้ความยาวโฟกัสได้จากอะไร

ความคิดเห็นที่ 37

NpEducate
12 ม.ค. 2551 17:09
  1. NpEducate
    เราจะทำกล้องจุลทรรศน์นะครับ ขอให้เป็นเลนซ์นูนก็พอ ไม่จำเป็นต้องทราบความยาวโฟกัส

    ใช้วิธีขยับเข้าออก จนได้ภาพที่ชัดที่สุด ก็น่าจะพอ(ใจ)แล้ว



    แต่ถ้าต้องการทราบความยาวโฟกัสของเลนซ์จากหลอดไฟหัวแร้งปืน ก็มีวิธีคิด(หา)ดังนี้



    ความยาวโฟกัส จะเท่ากับระยะจากไส้หลอดไฟ ถึงจุดกลางของเลนซ์ (ดูรูป)

    เหตุผลก็เพราะว่า ถ้าลำแสงขนาน(เช่นลำแสงจากดวงอาทิตย์)ผ่านเลนซ์นูนก็จะหักเหไปตัดกันที่จุดโฟกัส

    แต่ถ้าเราวางต้นกำเนิดแสงไว้ที่จุดโฟกัส ลำแสงที่ผ่านเลนว์ก็จะเป็นลำแสงขนาน

    แสงจากหลอดไฟหัวแร้งก็เป็นลำแสงขนาน ดังนั้นไส้หลอดไฟก็จะอยู่ที่จุดโฟกัสพอดี (โดยประมาณ)

ความคิดเห็นที่ 38

13 ม.ค. 2551 17:49
  1. เราสามารถทำให้เลนส์มีความชัดแตกต่างกันได้อย่างไรคะ ควรที่จะปรับหรือทำเลนส์อย่างไรดี เพราะว่าจะนำเลนส์ที่มีกำลังขยายแตกต่างกันให้อยู่ภายในกล้องเดียวกันค่ะ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องทำเลนส์หลายๆอัน และมีความชัดแตกต่างกัน

    ขอบคุนมากๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 39

9 ก.พ. 2551 13:21
  1. ถ้าผมจะเปลี่ยนเลนส์ปมแก้วเป็นอย่างได้มั้ยครับ คือว่าไม่รู้จะหาเลนส์ปมแก้วที่ไหนอะครับ

ความคิดเห็นที่ 40

9 ก.พ. 2551 22:24
  1. <P>ดีมากๆเลยฮะ ขอบคุณนะอะ</P>

ความคิดเห็นที่ 41

mamerro
10 ก.พ. 2551 14:28
  1. น่าลองนะ

    5 5 5+

    ถ้าว่างผมจะลองทำดูนะครับ

ความคิดเห็นที่ 42

18 มี.ค. 2551 19:27
  1. Nice site!

ความคิดเห็นที่ 45

แขชนะ
19 เม.ย. 2551 16:21
  1. แขชนะ

ความคิดเห็นที่ 46

29 เม.ย. 2551 12:39
  1. <P>จัดมากๆค่ะ กำลังคิดว่าจะซื้อกล้องจุลทรรศน์ดีมั้ย??</P>

    <P>เจอแบบนี้ประหยัดเงินไปเยอะ อิอิ</P>

ความคิดเห็นที่ 47

5 ก.ค. 2551 20:19
  1. สุดยอดมากครับ ขอบคุณครับ สำหรับความรู้ และน้ำใจที่มีให้กับชาวโลกครับผม

ความคิดเห็นที่ 48

4 ส.ค. 2551 10:58
  1. หาซื้อแท่งแก้วได้ที่ไหนอ่ะใครรุ้ช่วยบอกหน่อยนะ จาก เด็ก ป.5

ความคิดเห็นที่ 49

17 ส.ค. 2551 15:11
  1. แล้วแท่งแก้วนั้นใช้แท่งแก้วอะไรหรอ

    จากอะไรรร

    หาได้จากที่ไหน ??



    ช่วยบอกที

ความคิดเห็นที่ 50

โอยุ
30 ส.ค. 2551 21:39
  1. สิ่งประดิษฐ์นี้ดีมากเลย


ความคิดเห็นที่ 51

4 ก.ย. 2551 13:39
  1. รู้สึกว่าจะหาวัสดุอุปกรณ์บางอย่างยาก เช่น แท่งแก้ว นะครับ

ความคิดเห็นที่ 53

แขชนะ
21 ต.ค. 2551 06:11
  1. แขชนะ

    แทนที่เราจะใช้ตามอง เราอาจใช้แสงที่มีความเข้มสูงๆ เช่นแสงเลเซอร์ ส่องทางด้านเลนส์ ผ่านเนื้อเยื่อที่ต้องการดู แล้วให้ไปปรากฏบนฉาก โดยมีการปรับโฟกัสเช่นเดียวกัน ก็สามารถใช้เป็น Microprojector ได้เป็นอย่างดี

    ภาพที่เห็นเป็นการใช้แสงเลเซอร์สีแดงส่องไปปรากฏบนฉาก


ความคิดเห็นที่ 54

แขชนะ
21 ต.ค. 2551 06:15
  1. แขชนะ

    ภาพที่เห็นเป็นการใช้แสงเลเซอร์สีเขียวส่องไปปรากฏบนฉาก

    แสงเลเซอร์สีเขียว
    นี้มีความเข้มสูงกว่าแสงเลเซอร์สีแดง ถึง 10 เท่า จึงได้ภาพที่ชัดเจนกว่ามาก ภาพที่เห็นเป็นภาพเซลเยื่อหอม


ความคิดเห็นที่ 55

23 ต.ค. 2551 12:54
  1. ทำโปรเจกเตอร์เลยจะเจ๋ง มั้ย !


ความคิดเห็นที่ 56

21 พ.ย. 2551 19:19
  1. ใช้เตาแก๊ซ สิ

    เราก็เอาลองไปทำ ใช้เตาแก๊ซ อ่ะ ฮ่าๆ

    ได้จริงๆ


ความคิดเห็นที่ 58

27 ม.ค. 2552 21:21
  1. สุดยอดมากๆคิดกันได้ไงเนี่ย


ความคิดเห็นที่ 59

24 ก.พ. 2552 20:08
  1. เราจะถ่ายรูปที่ได้จากการขยายของกล้องได้อย่างไรครับ


ความคิดเห็นที่ 60

Nu_mim
28 ก.พ. 2552 14:39
  1. ว้าวววววววว
    นู๋ตื่นเต้นมากเลย 55
    อ่านมะกี้ละก็ลองทำดู
    เห็นปุ๊บดีใจตะโกนลั่นบ้านเลย 555 ขอบคุณนะคะ

    อ่านปุ๊บทำปั๊บหาแก้วไม่ทันเลยลองใช้หยดน้ำดูก่อน พอได้เหมือนกันค่ะ ^^


ความคิดเห็นที่ 61

แขชนะ
1 มี.ค. 2552 04:40
  1. แขชนะ

    ตอบคุณ BOO ความเห็นที่ 59 ต้องขออภัยตอบช้าไปหน่อย ผมเดินทางตลอดเวลา ไม่มีโอกาสเข้ามา ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่เบอร์ลินครับ

    ผมใช้กล้อง Web cam ธรรมดาถ่ายก็เห็นครับ ดังตัวอย่างที่แนบมานี้ จะสามารถเป็นนิวเคลียสของเซลเยื่อหอมได้อย่างชัดเจนด้วย หรือใช้กล้องดิจิตอลหรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือก็ได้ครับ


ความคิดเห็นที่ 62

Nu_mim
1 มี.ค. 2552 13:49
  1. ถามไรหน่อยอะค่ะ ว่า รูที่เจาะเนี่ย เล็กใหญ่มีผลต่อการมองเห็นรึเปล่าอะคะ

    เพราะไม่แน่ใจว่ารู้สึกไปเองเปล่าว่ารูปเล็กมันมองเห็นชัดกว่ารูใหญ่


ความคิดเห็นที่ 63

แขชนะ
1 มี.ค. 2552 14:56
  1. ถูกต้องแล้วครับที่คุณเห็นแบบนั้น ตามมาดูราบละเอียดได้ที่นี่ครับ >>> ปรากฏการณ์รูเข็ม


ความคิดเห็นที่ 64

1 มี.ค. 2552 19:08
  1. อันนี้สำคัญมากครับ เราจะหาหลอดแก้วเล็กอย่างนี้ได้ที่ไหนครับ


     


    สำคัญญญญญญญญ


    มากกกกกกกกกกครับ


ความคิดเห็นที่ 65

แขชนะ
2 มี.ค. 2552 04:51
  1. ลองกลับไปอ่านความเห็นแรกๆตอนต้นก็จะทราบครับ.........


    47647

    เราสามารถทำเลนส์ได้จากการหลอมหลอดแก้ว Capillary ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการชีววิทยา
    โดยใช้ตะเกียงแก๊ส ถ้าใช้ตะเกียงแอลกอฮอลจะไม่ร้อนพอ เมื่อแก้วหลอมเหลวมันจะย้อยเหมือนของเหลว ขณะหลอมเลนส์จะต้องใช้นิ้วมือค่อยๆจับหลอดหมุนไปหมุนมา เพื่อไม่ให้แก้วที่หลอมนั้นย้อยลงมา แก้วจะมีรูปร่างเป็นทรงกลมเพราะขณะที่เป็นของเหลว ความดันของบรรยากาศจะดันทุกทิศทาง เสมือนหยดน้ำนั่นเอง หลอมจนกระทั่งได้ปมแก้วที่มีขนาดประมาณ 2 มม. จากประสบการณ์พบว่าขนาดนี้จะดีที่สุด ถ้าเล็กกว่านี้ระยะโฟกัสจะสั้นและเกิดความคลาดมาก รูปจะไม่สวย ถ้าเลนส์ใหญ่กว่านี้กำลังขยายจะน้อย ผมทดลองมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะใช้หัวของหลอดไฟฉายที่เสียแล้ว หรือหยดน้ำ เลนส์แบบที่ผมหลอมเองแบบนี้ดีที่สุดครับ


ความคิดเห็นที่ 66

Nu_mim
2 มี.ค. 2552 14:31
  1. อ้อออ อย่างนี้นี่เอง 555


ความคิดเห็นที่ 67

18 พ.ค. 2552 19:50
  1. มันก้อดีอยู่หรอกนะ ดีมากเลยละ แต่ว่ามันน่ากลัวมากๆเลยละ


ความคิดเห็นที่ 68

19 พ.ค. 2552 19:48
  1. idea ดีมากๆเลย จะไปลองใช้ดูนะ..ถ้ามีผลยังไงก็จะมาบอกละกันนะทุกคน..


    ใครมีเทคนิค..อะไรดีๆๆก็แนะนำกันมา..


ความคิดเห็นที่ 69

Thaicoscope
31 พ.ค. 2552 11:24
  1. ขอบคุณสำหรับไอเดียทำกล้องจุลทรรศน์อย่างง่ายใช้เอง มากครับ เจ๋งดี ไว้จะลองทำ


ความคิดเห็นที่ 70

19 มิ.ย. 2552 16:04
  1. เซลล์เยื่อหอม คือ อะไรคะ แล้วเด็กป.6 เอาเรื่องนี้ไปทำโครงงานได้มั้ยอ่ะคะ มันจะยากเกินไปหรือป่าวสำหรับเด็กป.6 นะคะ แล้ววัสดุอุปกรณ์หาซื้อได้ที่ไหนคะ ศึกษาพันธ์มีหรือป่าว ใครทราบช่วยตอบคำถามด้วยนะคะ


ความคิดเห็นที่ 71

19 มิ.ย. 2552 16:13
  1. อ๋อๆ ลืมถามค่ะแท่งแก้วที่หลอมเสร็จแล้ว เอาไปทำอะไรคะ


ความคิดเห็นที่ 73

psaruta
21 มิ.ย. 2552 16:37
  1. ใช้หยดน้ำได้เหรอคะ


    ดีมากเลย ตอนเเรกตกใจ นึกว่าต้องใช้แก้วจริงๆ


    (แบบว่าไม่ค่อยถูกกะไฟอ่ะค่ะ)


    ขอบคุณมากสำหรับบทความดีๆอย่างนี้นะคะ


ความคิดเห็นที่ 74

22 มิ.ย. 2552 23:28
  1. ขอโทษนะครับ แก้วCapillary ที่คุณบอกอ่ะครับมันหาได้มาจากที่ไหนหรอครับแล้วหายากไหมครับเพราะผมเป็นคนภายนอกคงหลอมที่ห้องปฏิบัติการชีววิทยาไม่ได้หรกครับ  แล้วมีอะไรที่ใช้แทนในการขยายครับ(ไม่เอานํานะครับ)


ความคิดเห็นที่ 75

แขชนะ
22 มิ.ย. 2552 23:57
  1. คนส่วนใหญ่เข้ามาแล้ว เอาแต่ถามๆๆๆๆ ไม่ได้กลับไปอ่านความเห็นเก่าๆว่าเขาพูดถึงอะไรบ้าง ที่หลายอย่างมีคำตอบอยู่แล้ว ผมว่าลองกลับไปอ่านความเห็นแรกๆตอนต้นจะดีกว่านะครับ หน้า่ | 1| 2| 3| -4-


ความคิดเห็นที่ 76

topfy101
1 ก.ค. 2552 20:53
  1. อยากถามว่า กล้องแบบอิเล็คตรอนมันมีขั้นตอนการทำงานยังไงอะคะ คือเท่าที่อ่านหนังสือกี่เล่มก็ไม่เขียน(อาจจะหาไม่เจอด้วย) อยากรู้มากๆค่ะ


ความคิดเห็นที่ 77

แขชนะ
1 ก.ค. 2552 23:59
  1. ตามปกติกล้องจุลทรรศน์ธรรมดาใช้แสงที่ตาคนเรามองเห็นช่วงส่อง แสงที่ตาคนเรามองเห็นจะอยู่ในช่วงสีแดง ความยาวคลื่นประมาณ 700 นาโนเมตร จนถึงแสงสีม่วง ความยาวคลื่น ประมาณ 400 นาโนเมตร ดังนั้นสิ่งของเล็กๆที่เราจะส่องดูนั้นจะมีขนาดอยู่ราวๆไม่เล็กกว่า 400 นาโนเมตร หรือ 0.0000004 เมตร

    ถ้าวัตถุเช่น ไวรัส HIV ราว 0.0000001 เมตร ที่เห็นข้างล่างนี้ เราก็ไม่สามารถใช้กล้องจุลทรรศน์ธรรมดาส่องเห็น เพราะความยาวคลื่นแสงยาวกว่า มันจะเล็ดลอดออกไปหมด












    เราจำเป็นต้องหาคลื่นอื่นที่มีความยาวคลื่นที่เล็กกว่าขนาดของสิ่งเล็กๆที่เราจะมองดูนั้น

    ในทฤษฎีฟิสิกส์ยุคใหม่ เราพบว่าเราอาจพิจารณาคลื่นแสงเป็นอนุภาคได้ ในทำนองที่กลับกัน อนุภาคเล็กๆเช่นอิเล็กตรอนก็ประพฤติตัวเป็นคลื่นได้ ปรากฏว่า เดอบรอยได้เสนอความคิดเกี่ยวกับคลื่นอนุภาคนี้และได้รับรางวัลโนเบล ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าอิเล็ตรอนเป็นคลื่นนั้นก็คือ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน เราจำเป็นต้องอาศัยคลื่นที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าขนาดของที่เราจะดู ในเมื่อเราคิดว่าอิเล็กตรอนเป็นคลื่น เราก็เร่งพลังงานของอิเล็ตรอนให้สูงขึ้นมันจะได้มีความถี่สูงขึ้น(ความยาวคลื่นสั้นลง)สามารถเอาไปส่องดูของเล็กมากๆ เช่น ไวรัสได้นั่นเอง แต่ภาพที่ได้นั้นไม่ใช่เป็นสีเหมือนกับแสงสีที่เราเห็นเมื่อใช้แสงธรรมดา ต้องอาศัยเทคนิคพิเศษในการสร้างภาพซึ่งจะออกมาเป็นภาพ ขาว-ดำ หรือเราอาจแต่งสีทีหลังให้แลดูสวยงาม

























ความคิดเห็นที่ 78

หัวหมอ
2 ก.ค. 2552 09:04
  1. สุดยอดเลยครับ


ความคิดเห็นที่ 80

20 ก.ค. 2552 15:25
  1. อาจารย์คะพอดีสนใจที่จะทำโครงงานเกี่ยวกับการสร้างกล้องจุลทรรศน์แต่จะใช้หลักการดังกล่าวไปใช้จะได้ไหมคะแต่จะเปลี่ยนจากแก้วที่ต้องหลอมจากแท่งแก้วเป็นลูกแก้วจากกระป๋องสเปร์ยแทนได้ไหมคะเพราะน่าจะเป็นเลนส์นูนเหมือนกันได้


ความคิดเห็นที่ 81

แขชนะ
20 ก.ค. 2552 16:57
  1. อยากทราบว่าทำได้หรือไม่ ทำไมไม่ลองทำดูครับแทนที่จะมาถาม จะได้ประสบการณ์ตรงไปตลอดชีวิตเลยเพราะเราทำกับมือเราเอง


ความคิดเห็นที่ 82

3 ส.ค. 2552 11:13
  1. เราหาซื้อหลอดแก้วเล็กได้จากที่ไหนค่ะ


ความคิดเห็นที่ 83

26 ส.ค. 2552 21:41
  1. ผมสงสัยมากๆ ถ้าใช้น้ำเป็นเลนจะใช้ยังไงอะ ครับแล้ว เราสามารถ ใช้อย่างอื่นทำเลนได้ไหมอะครับ ถ้าส่งมาตามเมลได้มันจะยิ่ดีมากแต่ถ้าไม่สะดวกก้ช่วยเอามาโพส ให้ดูหน่อยนะครับวิธีใช้ยดน้ำเป็นเลน


ความคิดเห็นที่ 84

26 ส.ค. 2552 21:47
  1. อ๊ะลืมๆ ขอถามอีกเรื่องนะครับ หลอดไฟฉายอะครับที่เราจะใช้ทำเลน เป็นหลอดไฟแบบไหนหรอครับแล้วก็แท่งแก้วสามารถหาได้จากที่ไหนหรอครับ และไม่เคยเห็นที่ไหนขายเลย
    หรือว่าต้องสั่เอาเท่านั้นอะครับ

ความคิดเห็นที่ 85

14 ก.ย. 2552 15:27
  1. อยากทำสิ่งประดิษฐ์เจ๋งๆช่วยบอกหนูที


ความคิดเห็นที่ 86

NpEducate
14 ก.ย. 2552 19:33
  1. 1.� หลอดไฟฉายที่ใช้ทำเลนส์� มีขายตามร้านขายอะไหล่อิเล้กทรอนิก
    เป็นหลอดไฟที่เขาใส่ในหัวแร้งบัดกรีแบบปืน

    2.� ถ้าจะใช้หยดน้ำเป็นเลนส์ ให้เจาะแผ่นพลาสติก หรือโลหะหรือบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ให้เป็นรูเล้กๆ� ใช้น้ำมันทาขอบรูเพื่อให้น้ำเกิดความตึงผิว� แล้วใช้หลอดหยด� หยอดน้ำลงไปที่รูที่เจาะ น้ำจะเป็นก้อนเล้กๆอุดอยู่ที่รู ทำหน้าที่เป็นเลนส์ได้


ความคิดเห็นที่ 87

15 ก.ย. 2552 20:00
  1. ดีมากค่ะ

    ง่ายมากเลย


ความคิดเห็นที่ 90

แขชนะ
24 ม.ค. 2553 10:30
  1. ปัญหาการโพสต์รูปและข้อความไม่ได้นี้เป็นมาตั้งนานแล้ว ไม่ทราบว่าทาง webmaster ของวิชาการ.คอม ทราบหรือไม่ ไม่เห็นมีการชี้แจงให้ทราบสาเหตุ และข้อมูลใดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 91

แขชนะ
11 ก.พ. 2553 00:05
  1. ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิชาการ.คอมช่วง 2-3 เดือนมานี้ อะไรหลายอย่างดูไม่สะดวกเหมือนก่อน ลองโพสต์เข้าไปถามก็ไม่ได้ตำตอบ ผมลองคิดดูเองเหมือนที่หลายคนให้ความเห็นที่ตรงกันก็คือปัญหาหน่วยความจำ ผมเข้ามาใช้บริการ 2 ปี โพสต์ข้อคิดเห็นและกระทู้ต่างๆเกือบ 100 กระทู้ นับว่าใช้หน่วยความจำไปมากโขทีเดียว ก็เลยจะช่วยวิชาการ.คอมโดยการลบกระทู้เก่าๆของผมทิ้งเสีย หากท่านที่สนใจกระทู้ที่ผมเขียนก็ขอให้รีบ copy ข้อมูลไว้ก่อน เพราะผมจะทยอยลบกระทู้่ไปเรื่อยๆจนกว่ากระทู้ของผมจะหมดไปจากวิชาการ.คอม คงมีพื้นที่ให้เพื่อนสมาชิกได้ใช้เพิ่มขึ้นอีกมากครับ ขอบคุณที่ให้ความสนใจกระทู้ต่างๆของผมครับ

ความคิดเห็นที่ 92

20 ก.พ. 2553 16:19
  1. อยากทำที่วางวัตถุให้เลื่อนขึ้นลงได้จะต้องทำอย่างไรมีวัสดุอะไรบ้างช่วยบอกด้วยค่ะ
    ..........-ขอบคุณค่ะ-..........

ความคิดเห็นที่ 93

แขชนะ
20 ก.พ. 2553 17:16
  1. แขชนะ

    ผมเคยเขียนวิธีทำแบบที่คุณถามมาในวารสารวิทยาศาสตร์ ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ ปี พ.ศ.2522 มีรูปวาดประกอบด้วย ต้องขอเวลาไปค้นดูก่อนเพราะมันตั้ง 31 ปี มาแล้ว แต่ตอนนี้เอารูปสรุปการทำกล้องจุลทรรศน์อย่างง่ายโดยใช้ตลับพลาสติกไปก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 97

แขชนะ
13 มี.ค. 2554 15:03
  1. เมื่อเร็วๆนี้ผมไปจัดอบรมครูวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเต้าหนานที่สิงคโปร์ ที่เห็นในรูปคือกิจกรรมสร้างกล้องจุลทรรศน์อย่างง่าย 



     


ความคิดเห็นที่ 98

31 ม.ค. 2555 11:25
  1. ใช้เลนส์ของเครื่องเ่ล่น CD เ่ก่า ก็ได้ครับ
    เลนส์เครื่องสแกนเนอร์ ก็ใช้ส่องแบบธรรมดา เหมือนแว่นขยายส่องพระก็ได้

ความคิดเห็นที่ 99

นกแสก
31 ม.ค. 2555 11:47
  1. บัตรเครดิตไฟฉายรังสีอัลตราไวโอเลต


    นกแสก


     


    If you've seen some of my other business cards, I like the idea of giving away
    cards that are useful in some way.  Most of my others have been more
    proof-of-concept, but this one is not only fun but easy to make, inexpensive and
    has a real wow factor.

    It's a simple ultraviolet torch, but the basic
    design can easily be made as a normal (white) flashlight instead, and the
    components only cost a couple of dollars.  I designed it originally for the
    Science Museum in London as an interactive workshop for kids, but the adults
    liked them as much as the children so I decided to keep the design as a business
    card.  It's a great way of advertising that you see things in a different light,
    particularly if you are involved in science, technology or a creative field.  If
    you're into making things, you might even want to give it away as a kit that
    recipient makes themselves.

    The plain white version is also great and
    makes a very useful addition to somebody's wallet that they will probably not
    want to throw away.  The second image is a picture of a 'morse code' version as
    suggested by Johenix in the comments below (thanks for the great
    idea!).

    There are lots of really fun things you can look at with UV light
    and the pictures above show a few of them - looking at invisible marks on things
    like bank notes, passports, and driving licenses, testing out how well you
    really  wash your hands, making things glow in the dark (the "Hi!" message was
    'drawn' on glow in the dark material), making yellow highlighter ink fluoresce
    (the skeleton on the hand),  investigating certain bacteria, and writing in
    invisible ink - more about these on the last step of the instructable.  You can
    even go scorpion hunting (not recommended!) as they fluoresce under UV
    light.

    I'll show you how to build them from scratch, but am also
    providing a complete kit for those that just want a small quantity, prefer an
    easier build or want to have them supplied pre-made.

    I'm also going to
    publish this instructable at the same time as an educational
    version with a simpler build, and more details of how to use it in
    teaching. 


    ที่มา : http://www.instructables.com/id/Ultraviolet-Business-Card-Flashlight/


ความคิดเห็นที่ 100

แขชนะ
31 ม.ค. 2555 14:18
  1. ขอบคุณหลวงพี่นกแสกมากครับ
    แบบที่หลวงพี่นกแสกส่งมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้ ผมทำเล่นมานานกว่า 10 ปีแล้วครับ เคยเชียนไว้บ้างแล้วในกระทู้เรื่อง แสงและการมองเห็น



    ผมใช้แบตเตอรี่ 3 โวลต์และ UV LED เหมือนที่ฝรั่งใช้ สังเกตดู LED ขายาวต่อกับขั้วบวก ขาสั้นต่อขั้วลบ



    ผมใช้ตรวจธนบัตรไทย ถ้าเป็นของแท้จะเห็นไฟเบอร์เรืืองแสงเป็นเส้นๆสีต่างๆ



    ผมลองกับเงินริงกิตมาเลเซียก็เห็นลวดลายที่น่าสนใจ



    ผมลองกับเงินเปโซของฟิลิปปินส์ก็มีลักษณะต่างไปที่น่าสนใจ



    ผมใช้ตรวจบัตรเครดิตวีซ่า สมัยก่อนเมื่อ 10 ปีก่อนผมใช้วีซ่ารุ่นเก่า จะเห็น "นกวีซ่า" อยู่ตรงกลางบัตร ถ้าเป็นแบบใหม่ เมื่อส่องแสง UV ลงบนเครื่องหมายวีซ่า จะเห็นตัวอักษร "V" สว่างปรากฏออกมา



    ถ้าเป็นบัตร Master card จะเห็นตัวอักษรย่อ M และ C ปรากฏอยู่



    บัตรประจำตัวประชาชนของมาเลเซียก็น่าสนใจ ที่สามารถเห็นรูปอีกรูปหนึ่งที่เกิดจาก UV



    สมุกบัญชีธนาคารก็สามารถส่องเห็นลายเซ็นได้



    หรือใช้ตรวจฟันปลอมก้ได้ ฟันแท้จะดูดกลืนแสง UV แล้วเปล่งแสงส่างสีขาวออกมา ในขณะที่ฟันปลอมไม่สว่าง


ความคิดเห็นที่ 101

AM_M
18 ธ.ค. 2556 16:36
  1. คืออยากทราบว่า D คือ ระยะวัตถุรึเปล่าคะ แล้วมันคำนวณยังไงอ่ะคะ 
    แล้วระยะวัตถุ มันแคบมาก อยากจะทราบว่าใช้วิธีวัดอย่างไรคะ
    พอดีจะใช้เป็นข้อมูลในการทำโครงงานคะ
    ขอบคุณมากคะ


ความคิดเห็นที่ 102

แขชนะ
18 ธ.ค. 2556 22:52
  1. D คือระยะทางที่ใกล้ที่สุดที่ตาคนเราจะสามารถมองเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องใข้แว่นขยาย เราเรียกว่า Near point โดยเฉลี่ยของคนเราคือระยะ 25 เซนติเมตร


ความคิดเห็นที่ 103

นิรันดร์
18 ธ.ค. 2556 23:48

  1. นัยตาผมเดี๋ยวนี้ ไม่มีระยะใดเลยที่เห็นชัดโดยไม่ต้องใส่แว่น


ความคิดเห็นที่ 104

ครูไผ่
19 ธ.ค. 2556 17:07

  1. ระยะ near point ของดิฉันคือ 12 ซม. ค่ะ (สั้นมาก) จะเห็นตัวอักษรขนาดจิ๋วสุดได้ชัดกว่าใส่แว่นตา


ความคิดเห็นที่ 105

chu91
20 ธ.ค. 2556 12:21
  1. สวัสดีครับ อ. ด ร.  แขชนะ


    ขออนุญาตถามนอกประเด็นนิดนึงแต่ก็เกี่ยวกับเลนซ์ขยายนี่แหละครับ คือถ้าเราอยากจะทราบว่าแว่นขยายอันนี้มีกำลังขยายกี่เท่า เรามีวิธีการทดสอบแบบง่ายๆได้อย่างไรครับ  ขอบคุณครับ


ความคิดเห็นที่ 106

ครู...ชิต
21 ธ.ค. 2556 18:17

  1. ขอบคุณมาก อาจารย์แขชนะ มีประโยชน์มาก ชื่นชมครับ


ความคิดเห็นที่ 107

แขชนะ
4 ม.ค. 2557 04:05

ความคิดเห็นที่ 108

18 ก.พ. 2557 16:48
  1. สูตรที่ใช้ในการคำนวณของกล้องตัวนี้ทำไหมไม่เหมือนกับสูตรในการคำนวณทั่วไปครับ

ความคิดเห็นที่ 109

แขชนะ
18 ก.พ. 2557 19:40

  1. สูตรคำนวณของเลนส์ทั่วไป พิจารณาว่าเป็นเลนส์บาง แต่นี่เป็นเลนส์ทรงกลม พิจารณาว่าเป็นเลนส์แบบหนา จึงใช้สูตรต่างกันครับ


ความคิดเห็นที่ 110

21 ก.พ. 2557 20:23
  1. แล้วถ้าหากเรานำเลนส์มาเรียงต่อกันหลายๆอัน จะสามารถเพิ่มกำลังขยายได้ไไหมครับหรือว่าจะมีผลการทดลองออกมาเป็นแบบไหนครับ
    ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น