|
เสียงลือเสียงเล่าอ้างตามตำนานกล่าวว่า กองทัพของจักรพรรดิเจงกีสข่าน มีกำลังทางทหารที่ไม่มีใครประมือได้ ก็เพราะชุดเกราะของทหารทอเสริมด้วยใยแมงมุม ธนูอะไรก็ยิงไม่เข้าทำให้อยู่ยงคงกระพัน รบที่ไหนก็ชนะ ขยายอำนาจอาณาเขตไปถึงยุโรป
จริงเท็จเพียงไรไม่ปรากฏ แต่แม้กาลเวลาจะผ่านมา 800 ปีแล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถประดิษฐ์เส้นใยอะไรที่แข็งแกร่งเทียมเท่าใยแมงมุมได้ ใยแมงมุมมีคุณสมบัติสองประการคือ ความแข็งแกร่ง และความยืดหยุ่น ใยของแมงมุมทอง (golden silk spider) มีความทนทานขนาดดักจับนกที่บินมาปะทะด้วยความเร็วไม่น้อยได้ นักวิทยาศาสตร์ต้องการใช่ใยแมงมุมมาทำเสื้อเกราะกันกระสุน เพราะแม้แต่วัสดุที่เอามาใช้ทำเกราะในปัจจุบัน คือ kevlar ก็มีความทนทานแค่หนึ่งในสามของใยแมงมุมเท่านั้นเอง นอกจากเสื้อเกราะแล้ว ถ้าเราสามารถประดิษฐ์ใยแมงมุมมาใช้ได้ ก็สามารถเอาไปใช้ในวัสดุอื่นๆ เช่น กางเกงยีนส์ที่ไม่รู้จักเปื่อย กันชนรถที่ไม่รู้จักบุบ หรือสะพานที่ทานแรงจากแผ่นดินไหวได้ อย่าได้ดูถูกแมงมุมตัวเล็กๆเชียว ว่าไม่มีความสำคัญอะไร ความสามารถที่ธรรมชาติให้มันมา มนุษย์เรายังไม่ปัญญาเลียนแบบได้เลย แต่เราไม่สามารถเลี้ยงแมงมุมให้ป่ันใยมาใช้ เหมือนที่เราเลี้ยงตัวไหม เพราะแมงมุมมันหวงที่มาก และก็กินกันเองด้วย จะเพาะเลี้ยงมากๆ ก็มีที่ไม่พอ แถมมันจะฆ่ากันตายเอาเพื่อนเป็นอาหารเสียอีก วิธีที่นักวิทยาศาสตร์หันมาศึกษากันอยู่ก็คือ ศึกษาโครงสร้างทางโปรตีนของใยแมงมุม แล้วพยายามหาแบคทีเรียที่สร้างโปรตีนคล้ายๆกันได้ แต่ก็ยังไม่มีใครทำอะไรได้ผลนัก เพิ่งจะมีบริษัทเล็กบริษัทหนึ่งในแถว ซานฟรานซิสโก เพิ่งจะเพาะแบคทีเรียให้สร้างโปรตีนแบบเดียวกับใยแมงมุมสีทอง แต่เพิ่งทำสำเร็จได้สองสามนิ้วเท่านั้น "ผมไม่มีวันเหยียบแมงมุมหรอกครับ" ดร จอห์น โอไบรอัน นักเคมีของบริษัทยักษ์ใหญ่ดูปองกล่าว "ผมมีความเคารพในความสามารถเหนือมนุษย์ของมันครับ" รูปขยาย 10000 เท่าด้วยElectron microscope ที่นักวิทยาศาสตร์จะยืดใยแมงมุมจนมันขาด แล้ววัด "แรง" ที่ใช้ จำนวน 26 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 มิ.ย. 2544 (04:57) ใยแมงมุมมีสองชนิดคือ ส่วนที่เป็นเส้นตรงออกจากศูนย์กลาง เหมือนซี่ล้อจักรยาน จะเป็นเส้นที่มีความแกร่งกว่า ยืดหยุ่นได้เพียง 20% เท่านั้น ความที่มันไม่ยืดมาก ก็ช่วยให้แมงมุมเดินไปมาบนใยของมันเองได้ง่าย และสามารถส่งแรงสั่นสะเทือนเมื่อมีเหยื่อมาชนให้แมงมุมได้รู้ ใยชนิดที่สองคือใยเหนียว ที่ร้อยเป็นวงกลมวนไปรอบๆศูนย์กลาง จะเป็นเส้นแบบเหนียวหนืด มันสามารถยืดตัวออกไปได้ถึง 200 % และเมื่อหดกลับ ก็ไม่หย่อนยานอีกด้วย ความยืดหยุ่นมากๆอย่างนี้ เป็นตัวดูดซับพลังงานจากการปะทะของเหยื่อที่บินมาชนด้วยความเร็วสูงได้โดยไม่ขาด ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 มิ.ย. 2544 (05:10) ภาพ โดย Ed Nieuwenhuys แสดงให้เห็นถึงเทคนิคพิเศษที่แมงมุมสานทอใยของมันให้ขดไปมาจนสามารถยืดได้ถึง 20 เท่าตัวของความยาวโดยไม่ขาด ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 มิ.ย. 2544 (05:23) การสร้างใย ตอนที่ยากที่สุดก็คือตอนแรกน่ะค่ะ แมงมุมบินไม่ได้ แล้วมันจะเชื่อมใยระหว่างกิ่งไม้ที่อยู่ห่างกันได้อย่างไร ลองเดาดูนะคะ ดิฉันยังไม่เฉลยค่ะ จาก http://www.xs4all.nl/~ednieuw/ รูปที่ 1 มันจะเดินเส้นใยแรกประสานระหว่างกิ่งไม้ โดยมากมักจะเป็นในแนวนอน ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 มิ.ย. 2544 (05:25) รูปที่สอง เสร็จแล้วมันจะทอใยหลวมๆในแนวนอนเดียวกันอย่างนี้ ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 15 มิ.ย. 2544 (05:26) แล้วมันจะหย่อนตัวต่อใยลงมากจากส่วนกลางของเส้นที่สอง มาเชื่อมกับกิ่งไม้ด้านล่างเป็นรูปตัว Y ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 15 มิ.ย. 2544 (05:27) รูปที่ 4 แล้วมันจะเชื่อมกรอบ เอาไว้สานติดเส้นรัศมีอื่นๆ ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 15 มิ.ย. 2544 (05:28) แล้วมันจะทอเส้นใยทางยาวที่เป็นรัศมีจนเต็มกรอบ ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 15 มิ.ย. 2544 (05:31) รูปสุดท้าย เมื่อสร้างเส้นใยอย่างแข็งเป็นเส้นรัศมีเสร็จแล้วดังรูปที่ 5 ข้างบน มันก็จะปั่นเส้นใยอย่างเหนียวมากันวนไปรอบๆ เป็นอันเสร็จ ในช่วงกลางวัน เส้นใยถูกใช้งานในการจับเหยื่อก็จะขาดไป มันมักจะกินเส้นใยแทบทั้งหมด เพื่อเอาโปรตีนมาใช้ต่อ เหลือแต่เส้นโครงสำคัญไว้ไม่กี่เส้น ใช่ว่าแมงมุมทุกตัวจะถักใยแบบนี้เหมือนกันเปี๊ยบ แต่การสานทอก็อาศัยหลักเช่นเดียวกัน สำหรับแมงมุมชักใยไว้ดักเหยื่อโดยทั่วไป ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 15 มิ.ย. 2544 (05:39) ต่อมทอใยแมงมุม ในบริเวณก้นเรียกว่า cribellum ภาพ cribellum ที่ Ed Nieuwenhuys ใช้จาก E. Kullmann, H. Stern, Leben am seidenen Faden, Die rไtselvolle welt der spinnen, 1975, Verlagsgruppe Bertelsmann Verlag, Munchen, Germany, ISBN 90 222 0239 9 ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 15 มิ.ย. 2544 (05:40) ที่มาของภาพ เดียวกันกับข้างบน เป็นรูปเวลามันกำลังปั่นใย ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 15 มิ.ย. 2544 (07:29) อึ๋ย!! เหมือนแมงมุมมีโรงงานปั่นใยเลย.... เรื่องที่พี่พวงร้อยถามว่า แมงมุมบินไม่ได้แล้วจะเชื่อมใยระหว่างกิ่งไม้ที่อยู่ห่างกันได้อย่างไร ผมเดาว่า... แมงมุมคงแหมะปลายข้างหนึ่งไว้ที่กิ่งไม้กิ่งที่สูงกว่าหน่อย แล้วค่อยโผไปอีกกิ่งหนึ่งที่อาจจะอยู่ต่ำกว่าเล็กน้อย แหะแหะ งั้นแมงมุมต้องได้รับตำแหน่งเป็นนักกายกรรมอีกตำแหน่งนึงล่ะสิเนี่ยะ เคยอ่าน "แมงมุมเพื่อนรัก" ตอนเด็กๆ ชาร์ลอตเล่าให้วิลเบอร์ฟังว่า แมงมุมก็บินได้เหมือนกันนี่ครับ โดยการถักทอใยเป็นรูปร่างคล้ายร่มชูชีพหรือบอลลูน แล้วปล่อยตัวไปตามลม ให้ลมพัดไป:P (อย่าคิดเป็นจริงเป็นจังนะครับ ... เอามาจากหนังสืออ่านเล่นตอนเด็กๆ น่ะครับ) เอ.. ว่าแต่ว่าคุณสมบัติทางแสงของใยแมงมุมนี่จะเป็นยังไงเอ่ย ... น่าสนใจนะครับ ณยศ (IP:134.151.54.138) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 15 มิ.ย. 2544 (12:21) ผมเดาว่า แมงมุมคงจะตรึงใยของมันข้างหนึ่งไว้ก่อน แล้วโรยตัวตามลม เพื่อไปเกาะยังกิ่งไม้ตรงข้าม หรือไม่มันก็คลานตามพื้น ปล่อยใยไปเรื่อย ๆ แล้วพอได้ตำแหน่งที่ต้องการก็สาวใยส่วนเกินกลับ ผมเคยแกะรอยแมงมุมได้ระยะสั้น ๆ จะเห็นว่าตามทางเดินของมัน จะมีใยตลอดทางเดินเลย แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใยประเภทไหน มองไม่ออกจริง ๆ ตอนนี้เลิกเลย ถ้าไม่มีแว่นขยาย ไม่มีสิทธิ์เห็นใยแมงมุมแล้วครับ นิรันดร์ (IP:203.148.240.37) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 15 มิ.ย. 2544 (20:03) ใยแมงมุมบนเพดานห้องผมไม่เห็นเป็นรูปร่าง เป็น pattern แบบนี้เลยครับ เท่าที่ผมเคยสังเกต แมงมุมที่อยู่ตามบ้านมันจะชักใยแบบมั่วๆ ไม่ได้เป็นวงๆ มีรัศมี แบบนี้ครับ สงสัยจะเป็นเฉพาะบางพันธุ์หรือมั้ยก็อาจจะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อาทิตย์สีฟ้า (IP:203.155.35.88) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 มิ.ย. 2544 (18:02) อยากเสริมคุณพวงร้อยว่าเส้นใยของแมงมุมเนี่ย คุณสมบัติที่พิเศษของมันคือความเหนียว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าคงเกี่ยวข้องกับสภาพที่เป็น dehydrate ของมันคือขณะที่แมงมุมสาวเส้นใยออกจากต่อมแถวๆก้นมัน โปรตีนก็จะถูกดูดน้ำออกด้วยทำให้คุณสมบัติเรื่องความเหนียวดีขึ้น อ้อ อีกอย่างใยแมงมุมไม่ได้มีแต่เป็นวงกลมหลายรัศมีเท่านั้นนะคะ มีแมงมุมกากบาทจะชักใยเป็นรูปกากบาท ส่วนเรื่องรุปก็จนใจน่ะคะ rook (IP:203.146.91.11) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 20 มิ.ย. 2544 (12:39) ใครสอนมันทำอย่างนั้นครับ ด็ก ม.๒ (IP:202.28.136.201) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 23 มิ.ย. 2544 (22:40) เกือบลืมกระทู้นี้ไปเลย ขออภัยค่ะ จากข้อมูลที่อ่านมานะคะ แมงมุมแม้จะเก่งเรื่องปั่นใย แต่ไม่เก่งเรื่องกายกรรมผาดโผนหรอกค่ะ มันจะขึ้นไปเกาะกิ่งไม้สูงๆที่เหมาะๆ แล้วอาศัยธรรมชาติช่วย คือจะปั่นใยบางๆที่เรามองไม่เห็นออกมา ด้วยความที่มันบางมาก เพื่อให้ลมพัดเพไปได้ง่าย ด้วยความที่นำ้หนักเบา แล้วปล่อยให้ลมพัดไปติดที่ใดที่หนึ่ง เมื่อปลายใยอีกข้างหนึ่งไปติดอะไรเหมาะๆแล้ว มันจะเดินไปเสริมสร้างใยเพิ่มให้ทนทานยิ่งขึ้น แล้วก็สร้างใยส่วนที่เหลือต่อไป ใช่แล้วค่ะว่าแมงมุมไม่ได้ชักใยแบบนี้ทั้งหมด เอามาให้ดูเป็นแนวๆเท่านั้น ใยแบบข้างบนนี่เค้าเรียกว่า Orb web ค่ะ แมงมุมที่ชักใยแบบนี้เค้าก็รวมๆไว้ในสปีชี่เดียวกัน แล้วยังมีพวกที่สร้างเว็บเป็นสามมิติ เรียกว่า Spatial web คือใยมันจะดูเป็นกล่องซับซ้อนไปเลยน่ะค่ะ แล้วยังมีแบบที่ชักใยเป็นกรวย ฯลฯ แล้วยังมีแบบที่ไม่ได้ขึงใยแบบนั้น แต่จะขักใยเป็นแผ่นเหมือนตาข่าย แล้วโยนใส่แมลงไปด้วย เคยเห็นในหนังสารคดึี มีแมงมุมแบบที่อยู่ใต้น้ำเป็นนักประดาน้ำค่ะ แล้วชักใยทำเป็นลูกโป่งห่อฟองอากาศเก็บไว้หายใจใต้ผิวน้ำ พอเห็นแมลงบินผ่านมา มันจะโยนตาข่ายจับแมลงเหนือน้ำไว้เลยค่ะ เรื่องสอนนี่คงไม่มีใครสอนหรอกค่ะ มันถูกโปรแกรมไว้ในยีนส์ของมันแล้วค่ะ สัตว์ส่วนมากก็เป็นแบบนี้น่ะค่ะ ใยแปลกๆนะคะ ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 มิ.ย. 2544 (22:42) ตัวข้างบนชื่อว่า Argiope bruennichi ค่ะ Spatial web โดยแมงมุมที่ชื่อว่า Latrodectus ค่ะ ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 24 มิ.ย. 2544 (09:00) ถึงความเห็นที่ 16 กะว่าจะทักท้วงไปหลายหนแล้ว เห็นไม่มาเฉลยซักที อานนท์ (IP:158.108.33.132) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 3 ก.ค. 2547 (16:33) น่ารักน่ะสำหรับเราธรรมชาติดี เต้ (IP:203.156.45.204,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 3 ก.ค. 2547 (18:52) วิธีการที่แมงมุมจะทำเพื่อชักใยหรือใช้ใยของตัวเองก็แล้วแต่พันธุ์ครับ ในแมงมุมเพื่อนรัก ที่ถักใยเป็นร่มแล้วลอยไปตอนเด็กๆก็เป็นของพันธุ์นึง แมงมุมที่กระโดด หรือโหนใยตัวเองได้ก็มีอยู่ครับ ที่ทอใยให้กลายเป็นถังอากาศยังมีเลย ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้นะครับที่ทำให้ผมรู้ว่า ใยโปรตีนเหนียวกว่าใยเหล็ก หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |