วิธีการสอนภาษาไทยอย่างไรไม่ให้เบื่อ

เนื่องจากดิฉันเป็นอาจารย์ให้กับสถาบันแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกว่าการสอนของดิฉันไม่เป็นที่ยอมรับของนักศึกษา ดิฉันควรแก้ปัญหาอย่างไรดีค่ะ



ความคิดเห็นที่ 8


27 พ.ค. 2552 08:06
  1. ช่วยบอกเทคนิคการสอนวิชาภาษาไทยให้สนุก ๆ  โดยเฉพาะกับเด็กที่อยู่ในช่วงชั้นที่ 3 ที




ความคิดเห็นที่ 9

17 มิ.ย. 2552 21:04
  1. ก่อนอื่น คุณครูต้องปรับบุคลิกให้สดชื่น น่าเข้าใกล้นะคะ  อารมณ์ดี  สอนนักเรียนโดยนำตัวอย่างที่ใกล้ตัวเด็ก  เล่าเรื่องสนุก ๆให้ฟังบ้าง  ผ่อนคลายบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นกันเองและรื่นเริง   อย่าดูหรือเข้มงวดเกินไป  เด็กจะเครียด  กลัวและฝ่อทำให้เกลียดครู  เกลียดวิชานะคะ  เด็กทุกชั้นไม่ว่าเด็กเล็กหรือระดับโต ไม่ชอบฟังนาน ๆ
    มันง่วงและจะหลับค่ะ   เราเองก็เหมือนกัน  ก็แทรกกิจกรรมในชั้น ให้เขามีส่วนร่วมบ้าง
    ห้องก็จะบันเทิง  วิชาของเราก็จะน่าเรียนค่ะ   อย่าชิงโมโหเสียก่อน  เวลาเขากวน  อย่าลืมยิ้มกับเขาบ่อย ๆ นะคะ




ความคิดเห็นที่ 2

big-lor
8 ส.ค. 2550 15:05
  1. ต้องถามตัวเองก่อนครับว่าเบื่อที่จะสอนหรือเปล่า
    สอนด้วยใจหรือสอนตามหน้าที่
    ถ้าสอนด้วยใจก็จะเข้าใจว่าควรทำอย่างไร
    เด็กแต่ละรุ่นแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกครับ
    ดังงนั้นวิธีการสอนที่เมือนกันอาจทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งสนใจ
    สนุกสนาน แต่เด็กอีกกลุ่มอาจเบื่อก็ได้

    การสอนที่ทำให้เด็กไม่เบื่อจึงไม่ใช่การสอนที่มีวิธีตายตัว
    หากแต่อยู่ที่การปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเด็กที่สอน
    มีกิจกรรมให้เด็กผ่อนคลายบ้างเป็นครั้งคราว
    และเน้นให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆอย่างสมัครใจ
    ไม่ใชเป็นการบังคับด้วยการให้คะแนน
    ควรเอาเกณฆ์การให้คะแนเป็นตัวเสริม
    อย่ามองที่ผลงานเกินไป แต่ให้มองที่วิธีการค้นคว้าหาข้อมูลของเด็ก
    และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนของเด็กมากกว่า
    เพราะธรรมดาเด็กย่อมต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน
    ดังนั้นการให้เด็กมีโอกาสแสดงความคิดเห็น หรือความสามารถที่ตนเองถนัด
    โดยแฝงไว้ด้วยเนื้อหาทางวิชาการ น่าจะเป็นวิธีการที่ดีในการสอนทีจะดึงความสนใจจากเด็กได้
    และจะทำให้การสอนน่าเบื่อน้อยลง

    อีกประการที่สำคัญคือ หากผู้สอนเบื่อเสียเอง
    และสอนแบบเสียไม่ได้
    สอนโดยคิดว่าการสอนเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำ
    การสอนในชั่วโมงนั้นมันก็จะดูน่าเบื่อครับ



ความคิดเห็นที่ 5

17 พ.ย. 2551 11:45
  1. ให้อานการ์ตูนที่เขาชอบ พอเริ่มอ่านได้ก็นิยาย พออ่านเร็วเขาก็จะหาหนังสืออ่านเอง ถึงตอนนั้น หาเงินซื้อหนังสือให้ทันละกัน




ความคิดเห็นที่ 6

25 ธ.ค. 2551 16:28
  1. อยากได้เทคนิควิธีการสอนภาษาไทยเด็กช่วงชั้นที่1 และ2

    และลำดับการสอนควรเริ่มจากไหน




ความคิดเห็นที่ 28

15 พ.ค. 2554 22:18
  1. การสอนภาษาไทยอย่างไรให้สนุก เป็นคำถามที่ค่อนข้างลำบากนะครับ เพราะคนไทยส่วนใหญ่คิดว่าการเรียนภาษาไทย เรียนไปทำอะไร แล้วทำไมต้องเรียนเนื้อหาที่ยากเพื่อนำไปใช้ได้อย่างไร (หรือแค่สอบแล้วทิ้งไป) ในการสอนภาษาไทยให้สนุก ผมคิดว่าควรปรับปรุงบุคลิกครูภาษาไทยเสียก่อน เพราะคนร้อยละ 80 มักจะจินตนาการว่าครูสอนภาษาไทยต้องคร่ำครึ มีแต่กฎระเบียบ แต่งตัวเชย พูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ เชื่องช้า ลองดูสิครับว่าถ้าเราเปลี่ยนบุคลิกใหม่ เป็นคล่องแคล่วว่องไว ทันสมัย (พอประมาณ) พูดด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉาน สอนทุกสาระให้มีชีวิตชีวา ผมว่าต่อให้เนื้อหาน่าเบื่อ แต่ด้วยบุคลิกก็อาจลดความตึงของเนื้อหาได้พอประมาณ ส่วนการสอนในเรื่องอื่นๆ เช่นการใช้ภาษา ก็น่าจะนำสิ่งที่อยู่รอบๆตัวของเด็กๆเองมาสอน แล้วก็สอดแทรกเนื้อหาเข้าไปก็อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เด็กๆจะสนุกกับการค้นหาสิ่งรอบตัวมาตามที่ครูสอน ในเนื้อหาวรรณคดี ทำอย่างไรให้สนุก ลองคิดดูว่าวรรณคดีคือนิทานเรื่องหนึ่ง แล้วเราเล่าให้เด็กๆฟังเหมือนการเล่านิทาน มีการประกอบท่าทางบ้าง ความน่าเบื่อก็น่าจะลดลงนะครับ(จากประสบการณ์เมื่อเป็นเด็กๆ ครูเล่าวรรณคดีให้ฟังสนุกมาก)



ความคิดเห็นที่ 1

6 ก.ค. 2550 12:24
  1. สอนแบบเอาข่าวดารา ข้อความที่เด็กแนวเขียน มาให้อ่านแล้วให้วิเคราะห์การใช้ภาษาว่าเหมาะสมหรือไม่ เขาสื่อความหมายว่าอย่างไร ที่ถูกต้องตามหลักภาษาควรจะเขียนอย่างไร
    อาจเป็นกิจกรรมตอนท้ายของทุกชั่วโมง ซักประมาณ 10-15 นาที ให้เด็กหาบทความมาเองก็ได้ คงจะช่วยกระตุ้นความสนใจได้บ้างค่ะ



ความคิดเห็นที่ 4

16 พ.ย. 2551 16:52
  1. ดิฉันมีน้องชายอยู่ 1  คน อายุ 11 ปี อ่านหนังสือไม่ออก สะกดคำไม่ได้เลยเพิ่งรู้เรื่องสระได้ เมื่อวานนี้เอง ดิฉันไม่รู้ว่าต้องสอนเค้าอย่างไรในการอ่านหนังสือ เค้ายังผสมคำไม่เป็นเลยอยากให้ช่วยแนะนำดิฉันด้วยค่ะ




ความคิดเห็นที่ 19

21 เม.ย. 2553 23:56
  1. การสอนภาษาไทยที่ไม่ทำให้น่าเบื่อ * _ * ตอนนี้เราเป็ครูที่ทำหน้าที่สอนภาษาไทย แต่หากเรามองย้อนกลับไปว่าเราเคยเรียนกับครูท่านไหนแล้วสนุก เรียนกับครูท่านไหนแล้วทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเด็กในสมัยนี้ก็คงเป็นเหมือนเราสมัยนั้นก็ได้นะคะ แต่เทคนิคที่ครูนุ่นใช้สอนภาษาไทย คือ ให้เด็กได้มีโอกาสปฏิบัติจริงเหมือนกับวิชาพลศึกษา เพราะภาษาไทยเราก็เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราอยู่ใช่ไหมคะ



ความคิดเห็นที่ 18

25 มี.ค. 2553 09:36
  1. ดิฉันเห็นด้วยกับครูเบญ การที่เด็กอ่านประสมคำจะช่วยให้เด็กสามารถนำมาประสมคำด้วยตัวเองแม้เป็นคำที่เข่าไม่เคยพบมาก่อนก็สามารถนำมาประสมตามวิธีการที่เรียนรู้มาแล้วหรือเรียกว่าเป็นการต่อยอดความรู้จากความรู้เดิม ตัวดิฉันเองเป็นครูภาษาไทยแต่สอนระดับมัธยม มีลูกหลานกำลังเรียนป.1 อยู่เริ่มอ่าน ตัวเองไปในเมืองก็จะซื้อนิทานที่มีภาพสวย ๆ มีคำบรรยายทั่วไป ลูก ๆ ชอบตอนนี้เริ่มอ่านหนังสือได้คล่องขึ้นมาก สังเกตว่าถ้าเราคอยให้แกอ่านแล้วซักถามเรื่องที่เขาอ่านเขาจะมีความสุขชอบให้เราทำกิจกรรมอย่างนี้บ่อย ๆ ดังนั้นสำคัญที่สุดคือเราต้องให้เวลากับเด็ก ๆ



ความคิดเห็นที่ 7

25 ธ.ค. 2551 16:45
  1. คหพต.6 คุณต้องไปเรียนที่สถาบันราชภัฎ หรือคณะศึกษาศาสตร� คณะครุศาสตร์ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยอะไรก็ได้
    ในหลักสูตร จะมีหมดเลยในสิ่งที่คุณอยากได้




ความคิดเห็นที่ 27

27 ธ.ค. 2553 14:58
  1. ภาษาไทย เป็นภาษาประจำชาติ ที่ อ่านง่าย สะกดยาก และความหมายลึกซึ้ง(เด็กๆไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำ) ครูที่อยากสอนภาษาไทยให้ได้ดีนักเรียนเข้าใจง่าย ต้องศึกษาสังเกตจากสื่อ วีดีโอ เกี่ยวกับการสอนภาษาไทยมากๆ จับเทคนิคการสอน และดัดแปลงมาใช้กับนักเรียนของเราที่เราสอนอยู่ และตัวครูต้องเข้าใจปัญหาของเด็กในชั้นเรียน สังเกตและทดสอบความเข้าใจของนักเรียนอยู่เสมอ อย่างที่บอกข้างต้นเด็กทุกคนอ่านหนังสือออก (อย่างน้อยก็การ์ตูน) สะกดยาก เพราะไม่รู้ว่าคำนั้นจะสะกดอย่างไร (แต่ดันอ่านออกสะกดถูกถ้าเป็ืนการ์ตูน) ความหมายลึกซึ้ง (เกินขอบเขตที่เด็กๆจะเข้าใจ หนังสือหลายเล่มมีคำแบบนี้เยอะ) ลองทำสื่อที่เป็นการ์ตูนดูซิ แบ่งเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายก็ได้ เช่นเด็กผู้หญิงก็ตัวการ์ตูน น่ารักๆ เด็กผู้ชายก็ของตายเป็นพวกหุ่นยนต์ ฮีโร่ เด็กเบี่ยงเบน ต้องหาเองแล้วแต่เด็กจะชอบ ที่สำคัญครับ ครูต้องมีความมั่นใจในการสอนของตนเองและสื่อที่ตนนำมาเราต้องเข้าใจในสื่อของตนเองว่าเราทำมาแล้วเราจะอธิบายกับเด็กอย่างไร ปล่อยมุขสอดแทรกตรงไหน เพราะส่วนใหญ่ครูภาษาไทยชอบอธิบาย(ที่ผมเจอนะ ขออภัยอย่างแรงครับสำหรับครูที่ไม่ใช่) เด็กอ่านไม่ออกแต่พูดได้ เราสอนให้เด็กพูดในสิ่งที่เราจะสอน แล้วเราก็ให้เด็กอ่าน ในสิ่งที่เราสอนให้เด็กพูด เมื่อเด็กอ่านได้เราก็อธิบายความหมายของคำต่างๆที่เราให้เด็กอ่าน ขอโทษนะครับ ผมเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ (สอนพิเศษ) แต่เด็กที่สอนดันอ่านภาษาไทยไม่ออก เลยต้องสอนภาษาไทยก่อน สอนวิทย์ ผมใช้วิธีนี้สอนเขาครับ ตอนนี้เขาอ่านหนังสือออก สะกดคำได้เลยลองเอามาบอกดูครับ



ความคิดเห็นที่ 3

เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง
8 ส.ค. 2550 21:49
  1. ผมว่าคำถามกว้างไปหน่อยนะครับ เพราะว่าสอนการสื่อสาร สอนหลักภาษา สอนวรรณคดีก็มีวิธีต่างกันครับ แต่วิธีหนึ่งที่ทำไม่ให้เบื่อคือ อาจารย์น่าจะมีความหลากหลายในการเสนอข้อมูลนะครับในแต่ละคาบ วันนึงทำกิจกรรม วันนึงให้นักเรียนโต้วาที วันนึงนั่งฟังบรรยาย เป็นต้น

    นอกจากนี้สิ่งที่เรียนน่าจะสอดคล้องกับความสนใจของนักเรียนมากที่สุด แต่ก็ต้องไม่ละทิ้งจุดประสงค์การสอนของอาจารย์เองครับ
    [[48029]]



ความคิดเห็นที่ 10

7 ก.ค. 2552 20:13
  1. สิ่งสำคัญ ครูจะต้องมีความรู้ในเรื่องที่สอนอย่างกระจ่างแจ้ง สามารถตอบคำถามทุกคำถามแก่นักเรียนได้ เป็นผุ้รอบรู้ และรู้รอบ ซึ่งแสดงให้นักเรียนเห็นจนเกิดเป็นความศรัทธา เช่น เป็นคนตั้งใจจริง มีความสุขทุกครั้งที่อยู่ในห้องสอน เมื่อนั้น...สิ่งที่ครูอยากจะสอน แม้เรื่องจะยาก เรื่องอาจไม่สนุก นักเรียนก็จะใส่ใจ สนใจ เพราะเขาศรัทธา และเคารพความตั้งใจจริงในการสอนของครู ตัวครูก็ต้องเข้าใจที่จะสอดแทรกอารมณ์ขัน แม้จะเป็นเรื่องที่เป็นหลักการ ลองดูนะ...คิดว่าครูไทยทำได้อยู่แล้ว



ความคิดเห็นที่ 11

13 ส.ค. 2552 10:38
  1. ตอนนี้ผมอยากได้เทคนิคและวิธีการสอนของนักศึกจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ได้ ผมจะเอาแค่ 3 วิธีเองคับ จะทำยังไงคับ ช่วยฮะบายให้หน่อยคับ

    ขอบพระคุณหลวงหน้า




ความคิดเห็นที่ 22

25 ส.ค. 2553 20:42
  1. ตอนนี้กำลังจะเริ่มฝึกสอนภาษาไทยเด็กป.5 คะ มีวิธีการสอนแบบง่ายๆอย่างไรบ้างคะ(ไม่ได้จบครูโดยตรงคะ) ไม่รู้จะเริ่มยังไงก่อนดีคะ แล้วสอนอย่างไรให้เด็กไม่เบื่อคะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ ขอบคุณคะ นก



ความคิดเห็นที่ 12

25 พ.ย. 2552 08:07
  1. ต้องการเทคนิคในการสอนภาษาไทยชั้น ป.3ด่วน




ความคิดเห็นที่ 13

11 ธ.ค. 2552 11:30
  1. อยากได้แนวการสอนตั้งแต่แรก ยังไม่เคยสอนเลย




ความคิดเห็นที่ 14

2 ก.พ. 2553 00:00
  1. แนวการสอนที่ว่านี้ คือการสอนภาษาไทยชั้น ป.3 ใช่ไหมคะ ถ้าใช่ก็ขอแนะนำจากประสบการณ์นะคะ เพราะการสอนที่ดีที่ทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จได้นั้นมิได้หมายความว่าจะต้องนำหลักการหรือทฤษฏีของใครมาเป็นตัวตั้ง แต่เราสามารถค้นหากลยุทธได้จากการสังเกตการเริ่มต้นที่ตัวเรา ว่าเราสามารถอ่านหนังสือออกและอ่านได้มาจากใคร สอนอย่างไร มีใครบ้างที่เป็นแรงผลักดันทำให้เราอ่านได้คล่อง และอ่านเก่ง ทั้งหมดนี้มิใช่ว่าต้องเป็นเด็กคนเดียว พ่อแม่ คนในบ้านต้องให้ความใกล้ชิด ให้กำลังใจ ส่งเสริมแก้ปัญหาเมื่ออ่านผิด คุณครูจึงต้องหาวิธีการเสริมแรงเพื่อให้เด็กมีความมั่นใจในสิ่งที่เขาเข้าใจ ว่ามันถูกต้องแล้ว หรือถ้าผิดคุณครูต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะ ป.๓ อ่านหนังสือที่มีคำศัพท์ยากบางคำได้แล้ว สำหรับประสบการณ์ที่ทำให้ดิฉันอ่านได้คล่องเมื่ออยู่ชั้น ป.๓ มาจาก ครูของดิฉัน จะให้นักเรียนอ่านออกเสียงทุกวันเป็นรายบุคคล คนละประมาณ ๓-๕ บรรทัด และเผอิญท่านเห็นว่าดิฉันอ่านได้คล่องกว่าคนอื่นๆในห้อง(มั้ง) เลยให้ดิฉันเป็นครูแทนครู โดยจะเป็นผู้บอกให้นักเรียนคนนั้นอ่าน คนนี้อ่านแล้วดิฉันก็จะฟังและตรวจสอบว่าอ่านผิดกี่คำ อ่านผิดคำใด ต้องอ่านว่าอย่างไร แล้วให้ไปยืนเป็นกลุ่มตามจำนวนคำที่อ่านผิด หรือถูกทั้งหมด เพื่อรับคะแนนจากครู(ตัวจริง) จุดนี้เป็นเพียงจุดแรกที่ทำให้เด็กอย่างดิฉันชอบอ่านหนังสือและต้องอ่านออก้สียงดังๆให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน เวลาที่อ่านดังๆแข่งกันกับพี่ และน้องมีความสุขมาก ที่มีคนสนใจฟังเราอ่านเหมือนนักร้อง ร้องเพลงแล้วก็อยากให้มีคนฟัง ส่วนพ่อแม่ก็ทำงานไปหูฟังลูกไปได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างแต่ต้องอยู่ในสายตาและใกล้ชิด ดิฉันจะมีความมั่นใจในการอ่านมาก เพราะเชื่อมั่นตัวเองอันเกิดจากได้รับการเสริมแรงจากคุณ และยังส่งผลตามมาอีกมากมาย เช่น เขียนหนังสือผิดน้อยมาก (จะบอกว่าไม่ผิดเลยเดี๋ยวจะหาว่าคุยเกินไป)มีบ่อยครั้งที่ไม่ผิดเลย ส่งผลในเรื่องการกล้าใช้เสียง การพูด การอ่าน และการอ่านทำนองเสนาะมาตั้งแต่เด็ก ดิฉันเชื่อว่าเหตุที่เด็กจะอ่านได้คล่องเกิดจากกิจกรรมที่จัดให้นักเรียนอ่านไม่ว่าจะเป็นกระบวนการอ่าน เทคนิคการสอนอ่าน และที่สำคัญการเสริมแรงให้เด็ก สำหรับขั้นตอนการอ่านคงไม่ยาก เพราะ ป.๓ แล้วควรต้องอ่านหนังสือได้ หรือพอได้กันทุกคน ปัจจุบันเด็กอ่านไม่คล่องเนื่องมาจากการสอนให้จำคำแบบฝรั่ง ซึ่งใม่เห็นด้วยเลย ควรอย่างยิ่งต่องสอนแบบประสมคำ วรรณยุกต์ ตัวสะกด รับรองถ้าเด็กได้ในส่วนนี้อ่านหนังสือได้คล่อง ถูกต้องทุกราย ครั้งต่อไปจะขอเล่าเกี่ยวกับลูกเมื่ออยู่ ป.๑ มีปัญหาเรื่องการอ่านอย่างไร



ความคิดเห็นที่ 15

NpEducate
2 ก.พ. 2553 08:33
  1. คห.8 ,44, 42, 43 คุณต้องไปเรียนทางด้านศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ การซึกษา หรือวิชาที่ว่าด้วยการเรียนการสอน สิ่งที่คุณอยากได้ เขามีหมดครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น