|
นักฟิสิกส์ประกาศเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดหลุมดำที่ LHC
โพสต์เมื่อ:
10:20 วันที่ 8 ก.ย. 2551 ชมแล้ว:
13,656
ตอบแล้ว:
4
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา เครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก LHC ได้เริ่มกระบวนการเพิ่มพลังงานทีละน้อย เพื่อให้ถึงระดับเต็มกำลัง เมื่อลำอนุภาคเร่งจนถึงความเร็วสูงสุดและเกิดการชนขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลกจึงจะได้เริ่มการเก็บข้อมูลได้
![]()
รูป LHC จาก physorg.org
การชนใน LHC จะช่วยในการเปิดเผยเงื่อนงำใหม่ ๆ ในการกำเนิดจักรวาล อนุภาคใหม่ และมิติใหม่ รวมถึงเหตุการณ์ทางฟิสิกส์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีใครคาดคิด แต่การชนนี้จะทำให้เกิดพลังงานมากพอที่จะก่อให้เกิดอนุภาคขนาดเล็กที่มีมวลสูง และมีแรงดึงดูดมหาศาลที่จะดูดกลืนวัตถุอื่นหรือไม่ หลุมดำขนาดกล้องจุลทรรศน์ ถ้าเป็นจริง เจ้าสิ่งนี้ก็พร้อมที่จะดูดกลืนโลกเช่นกัน ในความจริงแล้ว LHC สามารถสร้างหลุมดำที่มีขนาดเล็กและมีอายุชั่วเวลาสั้นมากได้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่นักฟิสิกส์ก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็น อย่างไรก็ตามนักฟิสิกส์ต่างยืนยันว่าไม่มีทางที่จะเกิดหลุมดำแบบสเถียร ซึ่งเป็นสิ่งที่คนกังวลว่าจะเกิดขี้นเหมือนในนิยายมากกว่าวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันมีนักฟิสิกส์สองท่าน จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและจาก CERN ติดตามเรื่องปรากฏการณ์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์อย่างใกล้ชิด โดยการใช้สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์รู้อยู่แล้วเกี่ยวกับจักรวาลมาทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นใน LHC ที่ว่าจะสร้างหลุมดำที่สเถียรบนโลกหรือไม่ โดยลงบทความนี้ในวารสารวิชาการ Physical Review D ซึ่งศึกษาทฏษฏีที่ของเหตุการณ์จำลองที่สุดขั้ว โดย LHC สร้างหลุมดำที่มีความสเถียรขึ้นบนโลกได้ และเริ่มดูดกลืนโลก มนุษย์จะเกิดการสิ้นสุดหรือไม่ ซึ่งคำตอบออกมาว่า ไม่ รายงานนี้เป็นรายงานแรกที่ออกมาตอบโต้เรื่องหลุมดำที่สเถียรที่เกิดขึ้นจาก LHC ซึ่งในความจริงแล้ว หลุมดำที่เกิดขึ้นนักวิทยาศาสตร์ต่างบอกว่าจะเกิดการระเหยออกไป ทันที และปลดปล่อยอนุภาคที่มีชื่อว่า รังสีฮอว์กิง ซึ่งตั้งตามชื่อสตีเฟน ฮอว์กิง (Stephen Hawking) ผู้คิดค้นปรากฎการณ์นี้และแสดงให้เห็นว่าทำไมถึงมีอยู่จริง ซึ่งหลุมดำขนาดกล้องจุลทรรศน์ดังกล่าว จะไม่มีความสเถียรเป็นอย่างมาก และจากหายไปในชั่วเสี้ยววินาที บทความดังกล่าวยังกล่าวย้ำความจำซึ่งอ้างจากรายจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ว่าการชนที่มีพลังงานเข้ากันที่จะเกิดขึ้นใน LHC โดยจะมีพลังงานล้านล้านโวลต์นั้น เกิดขึ้นบนโลกตลอดเวลามาแล้ว เมื่อรังสีคอสมิก จากส่วนลึกของอวกาศ วิ่งชนโมเลกุลที่อยู่ในบรรยากาศ ซี่งนี้เป้นการสรุปที่มีเหตุผลสำหรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ้งหากจะเกิดหลุมดำที่มีความสเถียรจริงก็คงเกิดไปนานแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์พิจารณาแล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 แบบนั้นมีความซับซ้อน ถ้าหลุมดำที่มีความสเถียรเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศโดยมีประจุอยู่หรือแบบมีความกลางทางประจุ พวกนักวิทยาศาสตร์ลองคำนวนแล้วพบว่า หลุมดำแบบประจุที่เกิดขึ้นจากรังสีคอสมิกจะไม่สามารถเดินทางได้ไกลเพราะจะมีการสูญเสียพลังงานมากจากวัสดุบนโลก หรือพลังงานที่สูงมากจากดวงอาทิตย์ ถ้าประจุของหลุมดำเกิดจากบรรยากาศของโลก ก็จำทำให้สมมติฐานนี้ถูกเพราะ LHC หลุมดำที่เกิดขึ้นในการทดลองจะมีประจุเพราะเกิดจากการชนระหว่าง ควากซ์ที่มีประจุ ถ้าหลุมดำไม่มีประจุ และมีความสเถียร ไม่มีการปล่อยรังสีฮอว์กิงนี้จะเป็นสิ่งที่น่าวิตก แต่ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นได้คือ 0 เพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ความเป็นกลางไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าไม่ปล่อยรังสีฮอว์กิงซึ่งความเป็นกลางทางประจุ และ รังสีฮอว์กิงต่างเป็นความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนของกลไกทางควอนตัม ซึ่งหากสิ่งหนึ่งเกิด อีกสิ่งก็น่าจะเกิดขึ้นด้วย จากการวิเคราะห์ในรายงาน นักวิทยาศาสตร์แสดงความเป็นไปในเหตุการณ์ที่หลุมดำจะสเถียรไว้ 2 ของ หลุมดำสเถียรแบบไม่มีประจุ ซึ่งจะเกิดขึ้นจริงได้ถ้าอยู่บนทฤษฎีฟิสิกส์ของมิติพิเศษถูกต้อง (เป็นทฤษฎีซึ่งกำลังมาแข่งกับทฤษฎีที่ใช้ในปัจจุบันอยู่) ในกรณีแรก เกิดจากการโตที่ช้าของหลุมดำขนาดเล็กที่ไม่มีประจุ ซึ่งหากเกิดหลุมดำเช่นนี้จาก LHC จากการชนกันของอนุภาคบนโลกแล้ว การโตของหลุมดำจะต้องใช้เวลานานมากกว่าดวงอาทิตย์ ซึ่งหมายถึงโลกคงถึงกาลอวสานก่อนเราจะอยู่ในอันตรายจากหลุมดำ ซึ่งนี้ทำให้เหลืออีกกรณีหนึ่งคือ การที่หลุมดำเกิดเร็วกว่าอายุดวงอาทิตย์ และมีความสเถียร หลุมดำไม่มีประจุแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการชนของรังสีคอสมิก และนี้เองที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์แสดงการควบแน่นของวัตถุที่มากกว่าโลกและดวงอาทิตย์ เช่น ดาวแคระขาว และดาวนิวตรอน ซึ่งมีความพร้อมที่จะชนเอง และเกิดหลุมดำที่จะมาทำลายโลกได้ ซึ่งข้อเท็จจริงพื้นฐานนี้ทำให้ตัดความเป็นไปได้ในข้อสองทิ้งเช่นกัน ซึ่งเหลือแต่กรณีแรกเท่านั้นที่มีโอกาสเป็นไปได้ ถ้าทฤษฎีที่ไม่มีนักวิทยาศาสตร์เชื่อถือถูกต้อง ที่มา - physorg.com จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ก.ย. 2551 (09:07) ทำไปเลยคับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 มิ.ย. 2552 (22:47) ติดตามอ่านข่าวทุกวัน :O {!!COL2}} b205647928 |