เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)lเว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)|เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด2549,2550,2551 (TrueHits)
เซิร์น เดินเครื่อง LHC วันพุธ 10 ก.ย. 51 นี้
โพสต์เมื่อ: 10:10 วันที่ 9 ก.ย. 2551         ชมแล้ว: 13,432 ตอบแล้ว: 4

CERN จะเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ large haldron collider


         ในวันที่ 10 กันยายนนี้ องค์กรวิจัยนิวเคลียร์ (European Organization for Nuclear Research) แห่งยุโรป หรือ CERN จะเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ Large Haldron Collider (LHC) เพื่อทดสอบทฤษฏีวิทยาศาสตร์และค้นหาหลักฐานใหม่ๆ สภาวะของอนุภาคที่ชนกันใกล้เคียงกับสภาวะตอนก่อกำเนิดจักรวาลหรือที่เรียกว่า Big Bng

         การทดลองเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี นับเป็นการทดลองครั้งใหญ่ที่สุด ใช้งบประมาณมากที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เพราะเป็นการทดลองเพื่อไขความลับของเอกภพ ใช้นักฟิสิกส์หลายพันคน จาก 30 กว่าประเทศ และใช้เงินกว่า 2 แสนล้านบาทเพื่อติดตั้องอุปกรณ์ภายในอุโมงค์ขนาดยักษ์ขดเป็นวงกลมขนาด 27 กิโลเมตรที่ความลึก 100 เมตรใต้พื้นดิน ระหว่างพรมแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส แถบนครเจนีวา

         จุดมุ่งหมายของการทดลองครั้งนี้ก็เพื่อไขความลับเอกภพ ค้นหาอนุภาคใหม่ๆ และพิสูจน์ทฤษฎีอนุภาคพระเจ้า หรือ "God Particle" หรือ "Higgs Boson" ของ ศ.ปีเตอร์ ฮิกส์ นักฟิสิกส์ชาวสก๊อตแลนด์ จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระว่า อนุภาคนี้มีอยู่จริงหรือไม่ อนุภาคฮิกก์โบซอนเป็นอนุภาคที่ทำให้วัตถุต่างๆมีมวล

        ภายในเครื่องจักรขนาดใหญ๋มโหฬารนี้ประกอบด้วยขดลวดตำนำยิ่งยวดจำนวนมากมายที่อุณหภูมิต่ำ ทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็กเพื่อบังคับให้โปรตอนเคลื่อนที่เป็นวงกลม โปรตอนถูกแบ่งเป็นสองลำเคลื่อนที่สวนทางกันที่ความเร็วใกล้ความเร็วแสง และทั้งสองลำจะถูกบังคับให้ชนกันที่บริเวณเครื่องตรวจจับขนาดใหญ่สูงกว่าตึก 7 ชั้น ลำอนุภาคที่ชนกันมีพลังงานมหาศาล เกิดเป็นอนุภาคมูลฐานอื่นๆ และอาจจะเกิดการสร้างฮิกก์โบซอน อนุภาคมูลฐานใหม่ และปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการชนจะทำให้นักฟิสิกส์เข้าใจพื้นฐานของทฤษฏีมากขึ้น นอกจากนี้อาจจะยังเป็นการพิสูจน์ทฤษฏีใหม่ๆทางฟิสิกส์อีกหลายๆทฤษฏี และอาจจะนำไปสู่ความเข้าใจเกี่ยวกับแรงพื้นฐานของเอกภพทั้ง 4 ชนิด (แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์แบบอ่อน แรงนิวเคลียร์แบบเข้ม และแรงโน้มถ่วง)

       การเร่งอนุภาคให้มีความเร็วใกล้ความเร็วแสงใช้หลักการเดียวกับเครื่องซินโครตรอนทั่วไป (อ่านเพิ่มเติมได้จากเว็บ เครื่องกำเนิดแสงสยาม http://www.nsrc.or.th) เมื่ออนุภาคมีประจุอยู่ในสนามไฟฟ้า จะมีแรงมากระทำกับอนุภาคนั้นให้มีเกิดความเร่งในทิศที่ขนาดกับสนามไฟฟ้า นักวิทยาศาสตร์จัดสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก (จากขดลวดตัวนำยิ่งยวด) ในลักษณะที่ทำให้อนุภาคถูกเร่งให้เร็วขึ้นตลอดเวลา พร้อมกับถูกบังคับให้เคลื่อนที่เป็นวงกลมในเวลาเดียวกัน

     ในการทดสอบครั้งที่ 1 วันที่ 11 ส.ค. 51 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ของเซิร์นประสบความสำเร็จในการส่งลำอนุภาคโปรตอนเข้าไปในเครื่อง LHC ในทิศตามเข็มนาฬิกา และในการทดสอบครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ก็ประสบความสำเร็จในการส่งลำอนุภาคในทิศทวนเข็มนาฬิการเข้าเครื่อง LHC

     ในวันที่ 10 ก.ย. 51 จะเปิดเครื่องทำการทดลองจริง ที่ระดับพลังงาน 0.45 TeV (ก่อนจะเพิ่มประสิทธิภาพให้มีพลังงานสูงขึ้นเป็น 14 TeV ในปีหน้า) นาทีประวัติศาสตร์นี้จะถูกถ่ายทอดสดผ่าน webcast (http://webcast.cern.ch) ข้อมูลที่บันทึกได้จากการชนกันของลำอนุภาคมีมากกว่า 15,000,000 GB ต่อปี และจะถูกส่งต่อให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้วิเคราะห์ผ่านทางเครื่อข่าย LHC Grid Fest

 

CERN จะเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ Large Haldron Collider

 

       แม้ "LHC" จะได้ชื่อว่า เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา แต่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่sหลายคนเห็นว่า  มันมีโอกาสสร้างหลุมดำ ที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังอวกาศและเวลา 

         อย่างไรก็ตาม "เซิร์น" โต้ว่า ไม่มีทางที่หายนะจะเกิดขึ้นกับโลก เพราะการชนกันของ "อนุภาคโปรตอน" ชนกันที่ระดับใกล้ความเร็วแสงนี้ มีพลังน้อยกว่าอนุภาคที่ชนกันในธรรมชาติเป็นอย่างมาก  เซิร์นยังให้เหตุผลด้วยว่าการชนกันลักษณะนี้มีมาตั้งแต่เมื่อกครั้งที่เอกภพถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อกว่า 14,000 ล้านปีก่อน นอกจากนี้ รังสีคอสมิกหรืออนุภาคพลังงานสูงที่มาจากนอกโลกก็มีพลังงานสูงกว่าเครื่องเร่งอนุภาค LHC เสียอีก รังสีเหล่านี้ชนกับบรรยากาศของโลกเราอยู่ตลอดเวลา และที่ผ่านมาก็ไม่มีเกิดผลร้ายใดๆ

        อ่านข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vcharkarn.com/varticle/38168

        หมายเหตุ: พลังงาน 1 Tev = 10-7 จูล เป็นพลังงานต่ออนุภาคโปรตอน 1 ตัว เทียบเท่ากับใช้สนามไฟฟ้าจากถ่านไฟฉายจำนวน 700,000,000,000 ก้อนเพื่อเร่งโปรตอนตัวนี้ จำนวนโปรตอนทั้งหมดที่ใช้ในการทดลองแต่ครั้งมี 1014 ตัว หรือ 100 ล้านล้านตัว (เทียบเท่ากับจำนวนโปรตอนทั้งหมดที่มีในเม็ดทราย 1 เม็ด)

 

ข่าวจาก
http://www.cern.ch/

 



thong_vcharkarn เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 239 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 221 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ก.ย. 2551 (17:20)

แล้วอนุภาคที่สร้างขึ้นมาใหม่ Higgs Boson จะมีผลกระทบยังไงบ้างรึเปล่าเพาะเห็นว่าเป็นอนุภาคที่ไม่มีบนโลก ซึ่งมันอาจจะทำปฎิกริยากับสลารบนโลกหรือรังสีคอสมิก


อยากรู้ (IP:161.246.1.32)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ก.ย. 2551 (17:18)
109844

เกิดผิดพลาดจะส่งผลกระทบอะไรกับโลกครับ แล้วอนุภาคสาร Higgs Boson จะทำปฏิกิริยากับ cosmic rays ครับ 


jamepotisarn เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 31 ม.ค. 2552 (12:05)

น่ากลัวดีถ้าเกิดหลุดดำขึ้น


(IP:58.147.41.200)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 มิ.ย. 2552 (22:44)
ติดตามอ่านข่าวทุกวัน :O {!!COL2}}
b205647928 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 225 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ข่าวแปลอื่น ๆ

ข่าวหนังสือพิมพ์อื่น ๆ



ขอบคุณผู้สนับสนุน



Google
 
สำนักงานวิชาการดอทคอม :  02-5832802 ,086-4907600
อีเมล์ : 

ติดต่อลงโฆษณากับวิชาการดอทคอม : 

คุณนัท    : 084-7619653
คุณอันนา : 086-4907585
คุณกุ้ง     : 089-8613727
อีเมล์ฝ่ายขาย :  sales@vcharkarn.com
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.

 

Creative Commons License
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. Some rights reserved.