เตือน อย่าโอ๋เด็กสอบ ม.1, ม.4 เกินไป

           เพราะกลัวเด็กขาด "เอคิว" หรือการฝ่าฟันอุปสรรค ขณะที่จิตแพทย์วัยรุ่น แนะผู้ปกครองไม่ควรตำหนิลูกแบบกล่าวหา และต้องหมั่นสังเกตเด็ก ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในภาวะเศร้าเสียใจนาน...

           29 มี.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับม. 1 และม. 4 ในโรงเรียนสังกัดทั่วประเทศ และจะประกาศผลการสอบในวันที่ 31 มี.ค.นี้ สำหรับนักเรียนที่สอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนที่ต้องการไม่ได้ บางคนยอมรับได้ แต่ส่วนใหญ่จะผิดหวัง และกลัวกับการที่ต้องทำให้ผู้ปกครองผิดหวังด้วย

           ผอ.สถาบันสถาบัน สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวต่อว่า ผู้ปกครองควรสังเกตอาการบุตรหลาน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนต้นที่เก็บความรู้สึกเก่ง อาการผิดหวังอาจจะไม่ได้แสดงออกชัดเจน แต่อาจจะมีอาการเงียบขรึม เก็บตัว ไม่พูด หงุดหงิดง่าย และปลีกตัวออกจากเพื่อน ซึ่งไม่ควรให้อาการเหล่านี้อยู่กับเด็กเกิน 2 สัปดาห์ หากเกินกว่านี้ หรือเด็กมีอาการเศร้า เสียใจมากจนผิดปกติทั่วไป ควรรีบหาทางจัดการปัญหา โดยให้เด็กได้ระบายสิ่งที่เก็บอยู่ในใจออกมา หากจะพูดปลอบใจ ควรเป็นไปในลักษณะที่เข้าใจ และช่วยกันคิดหาที่เรียนใหม่ต่อไป

           นพ. ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงในการปฏิบัติเมื่อลูกสอบเข้าไม่ได้คือ การใช้คำพูดที่อาจจะไม่ได้ว่ากล่าวอย่างรุนแรง แต่เป็นไปในลักษณะที่กล่าวหา หรือตำหนิชัดเจน เช่น “เห็นไหม” หรือ “บอกแล้ว” โดยคำพูดเช่นนี้จะกระทบกับจิตใจเด็กและวัยรุ่นไทย ที่ขณะนี้ค่อนข้างอ่อนไหวทางอารมณ์ และทนต่อแรงกดดันน้อย จนอาจแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมาในทางที่ไม่ถูกต้อง

           ผอ.สถาบัน สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน ผู้ปกครองไม่ควรโอ๋จนเกินความจำเป็น เพราะการให้เด็กได้พบกับความผิดหวัง และความล้มเหลวจากการเตรียมตัวไม่มากพอ จะช่วยสอนให้เด็กรู้ว่า ความผิดหวังเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบต้องเจอในชีวิต ไม่เช่นนั้นเด็กจะไม่รู้จักความยากลำบาก และความอดทนต่อสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ ต้องการ เรียกว่า ขาดเอคิว หรือความสามารถในการฟันฝ่าอุปสรรค
ขอขอบคุณข้อมูล


ไทยรัฐ
tags :

บทความอื่นๆ