เปิดตัว นักเทคโนโลยีดีเด่น-รุ่นใหม่ ประจำปี 53

Written by pron_one on . Posted in ทั่วไป

 
            มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สวทช. เปิดตัวผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2553 ก่อนเข้ารับรางวัลประติมากรรมเรือใบซูเปอร์มดและเหรียญรางวัลเรือใบซูเปอร์ มด งาน วทท.36  วันที่ 26 ต.ค.นี้…

            รายงานข่าวแจ้งว่า มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เปิดตัวผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ประจำปี 2553 เป็นปีที่ 9 โดยมี นายกอปร กฤตยากีรณ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. และนพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานโครงการรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ร่วมด้วย

            ทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประเภทกลุ่ม ได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวน 600,000 บาท ได้แก่ หน่วยปฎิบัติการค้นหา และใช้ประโยชน์ยีนข้าว โดยมี นายอภิชาติ วรรณวิจิตร หัวหน้าศูนย์พันธุกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นหัวหน้าคณะวิจัย และมีผู้ร่วมคณะวิจัยจำนวน 21 ท่าน จากผลงาน เทคโนโลยีการเพิ่มกลิ่นหอมมะลิ (2-acetyl-1-pyrroline) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว” ซึ่งประกอบด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยีสำคัญ 2 ส่วน คือ 1.เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว

            คณะวิจัยได้ใช้ เทคโนโลยี DNA marker มาช่วยในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่หอมและต้านทานโรค-แมลงศัตรูพืช รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของข้าว เช่น ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน จนสามารถปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว จำนวน 8 สายพันธุ์ (ทั้งหมดอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร) ได้แก่ 

            1.ข้าวหอมมะลิ Plus III – ข้าวเจ้าหอมมะลิที่ต้านทานภาวะน้ำท่วมเฉียบพลัน, โรคขอบใบแห้ง และแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Bph Q6,12) 2.ข้าวเหนียวหอม กข 6 ต้านทานโรคใบไหม้ ,3.ข้าวเจ้าหอมมะลิต้านทานโรคขอบใบแห้ง (xa5), 4.ข้าวเจ้าหอมมะลิต้านทานแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลหลายสายพันธุ์ (Bph3) 5.ข้าวปิ่นเกษตร 

            2. ข้าวเจ้าหอมที่ให้ผลผลิตสูง และมีค่า Rapidly available glucose ค่อนข้างต่ำ (ดีต่อการบริโภค) 6.ข้าวเหนียวหอมนวล –ข้าวเหนียวที่มีกลิ่นหอมมาก มีเมล็ดข้าวยาว และมีค่า Rapidly available glucose ต่ำ 7.ข้าวหอมชลสิทธิ์ – ข้าวหอมสำหรับปลูกนาปรัง เป็นข้าวที่ทนทานต่อภาวะน้ำท่วม และ 8.ข้าวหอมต้านโรคขอบใบแห้ง–ข้าวหอมที่ไม่ไวแสงและสามารถต้านทานโรคขอบใบแห้ง 2 ตำแหน่ง

            สำหรับ ข้าวที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์และได้เป็นที่นิยมในการนำไปปลูกจริงจาก เกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ ข้าวปิ่นเกษตร ข้าวสินเหล็ก และ ข้าวเหนียวหอม กข 6 (ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ในภาคอิสานและภาคเหนือ คือใน จ.ชัยภูมิ อุดรธานี สกลนคร แพร่ และ น่าน ได้ใช้สายพันธุ์ข้าวเหนียวหอม กข 6 ในการเพาะปลูก ประมาณ 80% ของพื้นที่เพาะปลูก)

            2.เทคโนโลยีการเพิ่ม สารหอมในข้าว คณะวิจัยได้ค้นพบยีนส์ควบคุมความหอมของข้าวขาวดอกมะลิ โดยใช้วิธี map-based cloning (ไม่ใช่ GMO) จึงทำให้พบกระบวนการที่ทำให้ข้าวมีการสะสมสารประกอบ 2-acetyl-1-pyrroline (2 AP) ซึ่งเป็นสารหอมหลักของข้าวทุกสายพันธุ์ เพื่อนำไปใช้เพิ่มระดับความหอมของข้าวในข้าวพันธุ์อื่นๆ โดยใช้วิธี functional marker (Aromarker) ที่สามารถถ่ายทอดลักษณะความหอมของข้าวหอมมะลิไปสู่ข้าวพันธุ์อื่นๆที่มีผล ผลิตสูงแต่ไม่หอม จนได้ข้าวหอมพันธุ์ใหม่ๆที่มีผลผลิตสูงและกำลังได้รับความนิยมปลูกจาก เกษตรกร เช่น ข้าวหอมชลสิทธิ์ ข้าวปิ่นเกษตร และข้าวสินเหล็ก เป็นต้น  โดย ในการปลูกข้าวในนาชลประทาน  ข้าวหอมเหล่านี้ให้ผลผลิตมากกว่า1ตัน/ไร่ (มากกว่าการปลูกโดยข้าวพันธุ์เดิมกว่า 50 %)

สำหรับผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ จะได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท มี 3 รางวัล ได้แก่ 
            1. นายโชติรัตน์ รัตนามหัทธนะ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลงานใน การใช้ไดนามิกไทม์วอร์ป ปิง ทำเหมืองข้อมูล อนุกรมเวลา – มีผลงานการสร้างเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถขยายขอบเขตการใช้คุณสมบัติของข้อมูล อนุกรมเวลาให้เป็นประโยชน์ในการเก็บข้อมูลจำนวนมากๆโดยเฉพาะข้อมูลมัลติมิ เดียที่ปกติต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บค่อนข้างมาก  ซึ่งจะเป็นการลดขนาดหรือมิติของการเก็บข้อมูลลงอย่างมาก และยังนำไปประยุกต์ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกไว้ในลักษณะ search engine ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมของต่างประเทศ  ปัจจุบันนำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้กับ 1. การตรวจหาและระบุชนิดของแมลงศัตรูพืช เพื่อลดการใช้ยาฆ่าแมลง และ 2. การจัดทำห้องสมุดดิจิทัล โดยเทคนิค ไดนามิกไทม์วอร์ป ปิง นี้ยังประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจต่างๆเกี่ยวกับระบบสืบค้นและทำดัชนีข้อมูล ต่างๆ อาทิ ข้อมูลวิเคราะห์หุ้น ข้อมูล/สถิติการขาย ฯลฯ

            2. นางสาวพิมทอง ทองนพคุณ คณะอัญมณี ม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี มีผลงานในการพัฒนา เทคโนโลยีการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์และเทคนิคการขึ้นรูปเครื่องประดับเงินจาก นาโนซิลเวอร์เคลย์ ผลงานนี้เป็นการพัฒนากระบวนการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์ ที่มีลักษณะเป็นก้อนดินน้ำมันจากโลหะเงินที่สามารถนำมาจัดทำเป็นเครื่อง ประดับเงินรูปแบบต่างๆ ที่มักเป็นเครื่องประดับเงินแบบทำมือ ที่มีราคาสูงมากในท้องตลาด สำหรับทำเครื่องประดับได้โดยมีต้นทุนที่ต่ำลงมาก (ประมาณกรัมละ 25-40 บ.) เมื่อเทียบกับการสั่งซื้อซิลเวอร์เคลย์จากต่างประเทศที่ปัจจุบัน(ที่มีราคา สูงกรัมละ 1,000-1,800 บ.) ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้พัฒนากระบวนการผลิตที่สามารถนำนาโนซิลเวอร์เคลย์กลับมาผลิต ใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยรักษาทรัพยากรและลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย

            3. นายยอดเยี่ยม ทิพย์สุวรรณ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ มีผลงานการสร้างเครื่อง Smart Doser เป็นเครื่องผสมสารน้ำ (ยา/วิตามินสำหรับการเลี้ยงไก่/หมู) และควบคุมการผสมสารละลายด้วยระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ และ การพัฒนาเทคโนโลยีในการควบคุมโรงเรือนเลี้ยงไก่และหมู  (ระบบ MIX-SENSE เพื่อการควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างในการเลี้ยงสัตว์) ช่วยทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายซื้อเครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติและ โปรแกรมในการจัดการโรงเรือนจากต่างประเทศ และยังช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการผลิตลงถึงร้อยละ 15-20 ต่อปี

            นอกจากนี้ ผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและรุ่นใหม่ จะเข้ารับรางวัลประติมากรรมเรือใบซูเปอร์มดและเหรียญรางวัลเรือใบซูเปอร์มด ในงานการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 36 (งาน วทท.36) ในวันที่ 26 ต.ค. 2553 ณ ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

เปิดตัว นักเทคโนโลยีดีเด่น-รุ่นใหม่ ประจำปี 53

            มูลนิธิส่งเสริมวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สวทช. เปิดตัวผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2553 ก่อนเข้ารับรางวัลประติมากรรมเรือใบซูเปอร์มดและเหรียญรางวัลเรือใบซูเปอร์ มด งาน วทท.36  วันที่ 26 ต.ค.นี้…

            รายงานข่าวแจ้งว่า มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เปิดตัวผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ประจำปี 2553 เป็นปีที่ 9 โดยมี นายกอปร กฤตยากีรณ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. และนพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานโครงการรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ร่วมด้วย

            ทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประเภทกลุ่ม ได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวน 600,000 บาท ได้แก่ หน่วยปฎิบัติการค้นหา และใช้ประโยชน์ยีนข้าว โดยมี นายอภิชาติ วรรณวิจิตร หัวหน้าศูนย์พันธุกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นหัวหน้าคณะวิจัย และมีผู้ร่วมคณะวิจัยจำนวน 21 ท่าน จากผลงาน เทคโนโลยีการเพิ่มกลิ่นหอมมะลิ (2-acetyl-1-pyrroline) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว” ซึ่งประกอบด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยีสำคัญ 2 ส่วน คือ 1.เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว

            คณะวิจัยได้ใช้ เทคโนโลยี DNA marker มาช่วยในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่หอมและต้านทานโรค-แมลงศัตรูพืช รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของข้าว เช่น ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน จนสามารถปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว จำนวน 8 สายพันธุ์ (ทั้งหมดอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร) ได้แก่ 1.ข้าวหอมมะลิ Plus III – ข้าวเจ้าหอมมะลิที่ต้านทานภาวะน้ำท่วมเฉียบพลัน, โรคขอบใบแห้ง และแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Bph Q6,12) 2.ข้าวเหนียวหอม กข 6 ต้านทานโรคใบไหม้ ,3.ข้าวเจ้าหอมมะลิต้านทานโรคขอบใบแห้ง (xa5), 4.ข้าวเจ้าหอมมะลิต้านทานแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลหลายสายพันธุ์ (Bph3) 5.ข้าวปิ่นเกษตร 2 – ข้าวเจ้าหอมที่ให้ผลผลิตสูง และมีค่า Rapidly available glucose ค่อนข้างต่ำ (ดีต่อการบริโภค) 6.ข้าวเหนียวหอมนวล –ข้าวเหนียวที่มีกลิ่นหอมมาก มีเมล็ดข้าวยาว และมีค่า Rapidly available glucose ต่ำ 7.ข้าวหอมชลสิทธิ์ – ข้าวหอมสำหรับปลูกนาปรัง เป็นข้าวที่ทนทานต่อภาวะน้ำท่วม และ 8.ข้าวหอมต้านโรคขอบใบแห้ง–ข้าวหอมที่ไม่ไวแสงและสามารถต้านทานโรคขอบใบแห้ง 2 ตำแหน่ง

            สำหรับ ข้าวที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์และได้เป็นที่นิยมในการนำไปปลูกจริงจาก เกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ ข้าวปิ่นเกษตร ข้าวสินเหล็ก และ ข้าวเหนียวหอม กข 6 (ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ในภาคอิสานและภาคเหนือ คือใน จ.ชัยภูมิ อุดรธานี สกลนคร แพร่ และ น่าน ได้ใช้สายพันธุ์ข้าวเหนียวหอม กข 6 ในการเพาะปลูก ประมาณ 80% ของพื้นที่เพาะปลูก)

            2.เทคโนโลยีการเพิ่ม สารหอมในข้าว คณะวิจัยได้ค้นพบยีนส์ควบคุมความหอมของข้าวขาวดอกมะลิ โดยใช้วิธี map-based cloning (ไม่ใช่ GMO) จึงทำให้พบกระบวนการที่ทำให้ข้าวมีการสะสมสารประกอบ 2-acetyl-1-pyrroline (2 AP) ซึ่งเป็นสารหอมหลักของข้าวทุกสายพันธุ์ เพื่อนำไปใช้เพิ่มระดับความหอมของข้าวในข้าวพันธุ์อื่นๆ โดยใช้วิธี functional marker (Aromarker) ที่สามารถถ่ายทอดลักษณะความหอมของข้าวหอมมะลิไปสู่ข้าวพันธุ์อื่นๆที่มีผล ผลิตสูงแต่ไม่หอม จนได้ข้าวหอมพันธุ์ใหม่ๆที่มีผลผลิตสูงและกำลังได้รับความนิยมปลูกจาก เกษตรกร เช่น ข้าวหอมชลสิทธิ์ ข้าวปิ่นเกษตร และข้าวสินเหล็ก เป็นต้น  โดย ในการปลูกข้าวในนาชลประทาน  ข้าวหอมเหล่านี้ให้ผลผลิตมากกว่า1ตัน/ไร่ (มากกว่าการปลูกโดยข้าวพันธุ์เดิมกว่า 50 %)

สำหรับผู้ได้รับ รางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ จะได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท มี 3 รางวัล ได้แก่

            1. นายโชติรัตน์ รัตนามหัทธนะ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลงานใน การใช้ไดนามิกไทม์วอร์ป ปิง ทำเหมืองข้อมูล อนุกรมเวลา – มีผลงานการสร้างเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถขยายขอบเขตการใช้คุณสมบัติของข้อมูล อนุกรมเวลาให้เป็นประโยชน์ในการเก็บข้อมูลจำนวนมากๆโดยเฉพาะข้อมูลมัลติมิ เดียที่ปกติต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บค่อนข้างมาก  ซึ่งจะเป็นการลดขนาดหรือมิติของการเก็บข้อมูลลงอย่างมาก และยังนำไปประยุกต์ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกไว้ในลักษณะ search engine ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมของต่างประเทศ  ปัจจุบันนำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้กับ 1. การตรวจหาและระบุชนิดของแมลงศัตรูพืช เพื่อลดการใช้ยาฆ่าแมลง และ 2. การจัดทำห้องสมุดดิจิทัล โดยเทคนิค ไดนามิกไทม์วอร์ป ปิง นี้ยังประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจต่างๆเกี่ยวกับระบบสืบค้นและทำดัชนีข้อมูล ต่างๆ อาทิ ข้อมูลวิเคราะห์หุ้น ข้อมูล/สถิติการขาย ฯลฯ

            2. นางสาวพิมทอง ทองนพคุณ คณะอัญมณี ม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี มีผลงานในการพัฒนา เทคโนโลยีการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์และเทคนิคการขึ้นรูปเครื่องประดับเงินจาก นาโนซิลเวอร์เคลย์ ผลงานนี้เป็นการพัฒนากระบวนการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์ ที่มีลักษณะเป็นก้อนดินน้ำมันจากโลหะเงินที่สามารถนำมาจัดทำเป็นเครื่อง ประดับเงินรูปแบบต่างๆ ที่มักเป็นเครื่องประดับเงินแบบทำมือ ที่มีราคาสูงมากในท้องตลาด สำหรับทำเครื่องประดับได้โดยมีต้นทุนที่ต่ำลงมาก (ประมาณกรัมละ 25-40 บ.) เมื่อเทียบกับการสั่งซื้อซิลเวอร์เคลย์จากต่างประเทศที่ปัจจุบัน(ที่มีราคา สูงกรัมละ 1,000-1,800 บ.) ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้พัฒนากระบวนการผลิตที่สามารถนำนาโนซิลเวอร์เคลย์กลับมาผลิต ใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยรักษาทรัพยากรและลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย

            3. นายยอดเยี่ยม ทิพย์สุวรรณ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ มีผลงานการสร้างเครื่อง Smart Doser เป็นเครื่องผสมสารน้ำ (ยา/วิตามินสำหรับการเลี้ยงไก่/หมู) และควบคุมการผสมสารละลายด้วยระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ และ การพัฒนาเทคโนโลยีในการควบคุมโรงเรือนเลี้ยงไก่และหมู  (ระบบ MIX-SENSE เพื่อการควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างในการเลี้ยงสัตว์) ช่วยทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายซื้อเครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติและ โปรแกรมในการจัดการโรงเรือนจากต่างประเทศ และยังช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการผลิตลงถึงร้อยละ 15-20 ต่อปี

            นอกจากนี้ ผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและรุ่นใหม่ จะเข้ารับรางวัลประติมากรรมเรือใบซูเปอร์มดและเหรียญรางวัลเรือใบซูเปอร์มด ในงานการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 36 (งาน วทท.36) ในวันที่ 26 ต.ค. 2553 ณ ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก


ไทยรัฐ

แสดงความคิดเห็น