การศึกษาใหม่ได้แนะให้เห็นว่า การอยู่กับใบเสร็จรับเงินอาจจะเพิ่มระดับสารเคมีในร่างกายที่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาของระบบสืบพันธุ์และปัญหาทางระบบประสาท

จากการศึกษาวิจัยนี้ นักวิจัยได้เขียนว่า Bisphenol A หรือที่รู้จักกันในนามว่า BPA โดยปกติแล้วจะเข้าสู่ร่างกายเมื่อคนเรานั้นกินอาหารที่มาจากกระป๋อง แต่มันสามารถที่จะถูกดูดซึมผ่านผิวหนังได้จากใบเสร็จรับเงิน

 “มันไม่ใช่แหล่งหลักของการพบเจอสารนี้ แต่มันเป็นแหล่งเพิ่มเติมที่เราไม่เคยสังเกตุมาก่อน” ดอกเตอร์ Shelly Ehrlich จาก Cincinnati Children's Hospital Medical Center ในรัฐ Ohio

BPA ถูกใช้ในกระบวนการผลิตพลาสติกแบบแข็ง และในหลายๆประเทศมีการห้ามใช้ในการผลิตขวดนมเด็ก สารเคมีนี้ยังถูกใช้ในการบุภายในของอาหารกระป๋องอีกด้วย

สารเคมีนี้สามารถที่จะหลุดรั่วเข้าไปในอาหารที่ถูกเก็บเอาไว้ในบรรจุภัณฑ์และในที่สุดก็จะเข้าไปอยู่ในร่างกายของมนุษย์เมื่อพวกเราทำการกินอาหารนั้นเข้าไป งานวิจัยล่าสุดนั้นได้พบว่า คนสามารถที่จะเพิ่มระดับของ BPA หลังจากที่สัมผัสวัสดุที่มีสารเคมีนี้อยู่ได้

BPA อยู่ในกระดาษความร้อน ซึ่งถูกใช้เป็นหลักในอุปกรณ์ส่งแฟ็กซ์และยังถูกใช้อย่างปกติด้วยในการเป็นกระดาษสำหรับใบเสร็จรับเงิน

กระดาษความร้อนจะถูกเคลือบด้วยวัสดุที่จะกลายเป็นสีดำเมื่อได้รับความร้อน ที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน เครื่องปริ๊นเตอร์จะให้ความร้อนเพียงเล็กน้อยในการสร้างตัวเลขและตัวอักษรขึ้น

เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ

BPA เป็นสารเคมีที่มีความคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน และถูกคิดว่า มันเลียนแบบผลของฮอร์โมนชนิดนี้ในร่างกายทำให้มันอยู่ในกลุ่มของสารเคมีที่รู้จักกันดีในกลุ่มของ ตัวขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนต่อมไร้ท่อ (endocrine disruptor)

ในอดีต BPA นั้นมีผลต่อปัญหาสุขภาพจำนวนมาก ซึ่งรวมไปถึงความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ และการพัฒนาของสมองที่ผิดปกติของเด็กที่สัมผัสสารนี้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

ระดับของ BPA ที่สูงขึ้นในปัสสาวะทำให้มีความเสี่ยงสูงของการเป็นโรคอ้วนในเด็กด้วย

สำหรับการศึกษาใหม่ Ehrlich และทีมวิจัยของเธอได้ทำการเลือกนักเรียนจากสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ดและพนักงาน จำนวน 24 คน ระหว่างปี 2010 และ 2011 อาสาสมัครนั้นอายุอย่างน้อย 18 ปีและไม่ตั้งครรภ์

เริ่มแรก อาสาสมัครถูกขอให้ทำการจับใบเสร็จรับเงินเป็นเวลา 2 ชั่วโมงด้วยมือเปล่า หลังจากนั้นอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาจะถูกขอให้จับใบเสร็จรับเงินอีกครั้งในขณะที่ยังสวมถุงมืออยู่

ก่อนที่พวกเขาจะทำการจับใบเสร็จ นักวิจัยค้นพบว่า ปัสสาวะของอาสาสมัครจำนวน 20 คนจาก 24 คนมีสาร BPA อยู่จำนวนน้อยมากแต่เพียงพอสำหรับการวัดได้ หลังจากการทดลองที่หนึ่ง BPA ถูกพบทุกตัวอย่างของปัสสาวะ ถึงแม้ว่าระดับนั้นยังอยู่ในระดับเฉลี่ย

ความเข้มข้นของ BPA ในตัวอย่างปัสสาวะนั้นเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณอยู่เทียบเท่าประมาณ 1 ใน 4 ของกลุ่มบุคคลที่ได้รับประทานซุปกระป๋อง

หลังจากที่รอเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์และอาสาสมัครได้จับใบเสร็จรับเงินเป็นเวลาสองชั่วโมงในขณะที่ทำการสวมถุงมือ นักวิจัยพบว่า ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดในระดับของ BPA ที่อยู่ในปัสสาวะ

ควรที่จะระวังแต่ไม่ควรตื่นตูม

Ehrlich กล่าวว่า “ผู้คนทั่วไปไม่ควรที่จะตื่นกลัวกับการค้นพบในครั้งนี้ แต่พนักงานเก็บเงินและพนักงานธนาคารที่ได้จับใบเสร็จรับเงินตลอดทั้งวันอาจจะต้องถูกเตือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาเหล่านั้นตั้งครรภ์”

 “การอยู่กับใบเสร็จรับเงินด้วยความปลอดภัย” เธอกล่าว “พวกมันเป็นแหล่งที่ทำให้สัมผัสกับสาร BPA และถ้าพวกเขากำลังสัมผัสมันบ่อยครั้งเป็นปกติ บางทีพวกเขาควรที่จะนึกถึงการใช้ถุงมือ ณ ตอนนี้”

ในการศึกษาปัจจุบันนี้ นักวิจัยได้ใช้ถุงมือไนไตรต์ Ehrlich พูดว่า “งานวิจัยเพิ่มเติมจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับว่าถุงมือยางหรือชนิดอื่นๆ ชนิดใดที่ป้องกันได้เป็นอย่างดี”

เธอยังคงพูดอีกด้วยว่า “พวกเราอาจจะต้องทำการล้างมือหลังจากสัมผัสหรือจับใบเสร็จรับเงิน”

 “ฉันไม่คิดว่าคนเราควรจะถูกเตือนอย่างตื่นตระหนก แต่พวกเราควรที่จะระวังไว้” เธอกล่าว

งานศึกษานี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ JAMA

ที่มา: http://www.abc.net.au/science/articles/2014/02/27/3953331.htm